ploknoy

อัพช้าถึงช้ามาก แต่ก็พยามอัพให้ไวที่สุดนะ ขอบคุณที่สนับสนุนค่ะ @[email protected]

ปีศาจ - เด็กน้อย

ชื่อตอน : ปีศาจ - เด็กน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 45

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 00:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปีศาจ - เด็กน้อย
แบบอักษร

[ คัส ]

พวกเราลงจากรถ พี่ริชาร์ดหันมามองผมก่อนจะก้าวเท้านำออกไป เจ้าพวกนั้นก็กำลังเดินมามีเจ้าหมูตอนกับอีกสองพี่เบิ้ม ต่างฝ่ายต่างเดินมาหยุดที่กลางสะพาน

“ดูมั่นใจกันเหลือเกินนะครับที่เอาคนคุ้มกันมาแค่นี้ รถ 3 คันกับการ์ดอีก 7 อ่า....ไม่ใช่สิการ์ด 6กับเด็กน้อยน่ารักอีก 1”

ไอ้หมูโสโครก....

“ทางนั้นต่างหากเอิกเกริกกันไปหน่อยรึป่าว ขนกันมาตั้งเยอะตั้งแยะกับการเจรจาทางธุรกิจแบบนี้เนี่ย คิดวางแผนอะไรไว้รึไงครับคุณลี”

“เอาเป็นว่าหยุดพูดเรื่องไร้สาระกันดีกว่า คุณจะช่วยกำจัดไวรัสที่ปล่อยใส่ฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบริษัทเราได้หรือเปล่าครับคุณริชาร์ด โคลด์”

“คงจะไม่ได้ละครับ เพราะผมไม่ได้เป็นคนทำ”

“แกว่าไงนะ!!!”

“ผมไม่ได้เป็นคนทำ!!”

“หึ อย่ามาโกหกกันเลยดีกว่า ถ้าไม่ใช่พวกแกจะเป็นใครไปได้”

“มีหลักฐานยืนยันหรือเปล่าว่าเป็นผม แล้วไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าพวกเราเห็นบริษัทพวกคุณเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ คุณลี”

“อึก....”

“อีกอย่างเราไม่ทำใครก่อนแน่ๆนอกจากพวกมันจะล้ำเส้นเข้ามา....ว่าไงครับคุณลี”

“มึง...ไอ้เด็กเวร...”

“สุภาพชนหน่อยสิครับคุณลี นี้มันการเจรจาทางธุรกิจนะครับ”

เอ้าๆดูเหมือนไอ้หมูตอนจะอยู่ไม่สุกแล้วสิ โดนพี่ริชาร์ดต้อนนิดต้อนหน่อยถึงกับไปไม่เป็น

“ปากดีนักนะมึง เจอไอ้นี้ดูสิจะปากดีอยู่ไม่”

ปัง!!!

“โอ๊ย...แม่งเอ๊ย!!!”

มันล้วงปืนออกมาเล็งที่พี่ริชาร์ดแต่ผมไวกว่าชักปืนออกมายิงที่มือมันก่อน มันจ้องผมด้วยสีหน้าที่เจ็บทั้งแผลเจ็บทั้งใจ ไอ้พี่เบิ้มสองคนก็ชี้ปลายกระบอกปืนมาที่ผมกับพี่ริชาร์ดเหมือนพึ่งนึกขึ้นได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

“ช้าชิบหาย..จะเล็งใครเขาให้เล็งที่จุดตายนะไอ้หมูตอน ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งให้ฆ่าแก แกนี่โชคดีจังนะ”

“หึ...ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า...ไหนๆก็ตายทั้งทีฉันจะลากพวกแกลงไปด้วยเลยดีกว่า”

มันใช้มืออีกข้างล่วงเอาสวิทช์ระเบิดออกมาเตรียมที่จะกด

“คิดดีหรือยังที่ใช้วิธีนี้”

ผมล้วงเอาออกมาบ้างมันก็ยังทำสีหน้าสบายใจอยู่เหมือนจะบอกว่าไพ่ในมือมันเหนือกว่าผม

“อย่ามาตลกน่าเจ้าหนู..ฉันมาที่นี้ก่อนพวกแกเป็นชั่วโมง..แกจะมีระเบิดได้ไง”

พูดจบก็ยังจะแสยะยิ้มอีกแหนะน่ายังกับปลากระโห้

“งั้นมาวัดกันไหม ว่าระเบิดของใครเป็นของจริง”

ปัง!!! ปัง!!!

พูดจบผมก็ยิงไอ้พี่เบิ้มสองคนทันที เข้ากลางกะบาลทั้งคู่ตายสนิท ทั้งพี่ริชาร์ดและไอ้หมูตอนหน้าเหวอไปตามๆกัน ไอ้พวกที่อยู่ข้างหลังก็เข้าที่เล็งปืนใส่อีกฝ่ายทันที

“ว่าไงละ กล้าพอรึเปล่าคุณลี”

“ ได้!!!”

ปิ๊บ.......

“อะ.....อะไร”

ปิ๊บ........

“ทำไม...ทำไมมันถึงไม่ทำงาน!”

“อ้าว...คุณลีทำไมถึงเป็นงี้ละครับ ไหนบอกว่ามาก่อนเป็นชั่วโมงแล้วไง”

มันเงยหน้ามองมาที่พวกผมด้วยสีหน้าซีดเผือก ปากสั่นพะงาบๆเหมือนคนกลัวตายขึ้นมาทันที

“อ่า...แบบนี้ก็แย่สิ ผมละอุตส่าห์คาดหวังจากคุณเลยนะครับเนี่ย ดันมาโกหกกันซะได้”

“พวก...พวกแก..กะ..ก็ไม่ได้...มี...จะ..จริงใช่มั้ยละ...ระเบิดน่ะ”

ผมตาเบิกกว้างทันที

“หึ.ฮะ.ฮ่า..ฮ่า..เห็นมั้ยละว่าแกก็ตอแหลเหมือนกันละหว้า..ฮ่า..ฮ่า”

“งั้นหรอ...นายครับฆ่าทิ้งได้ไหม...ไหนๆเรื่องข้อมูลผมก็หามาให้ได้อยู่แล้วนิ”

ผมหันไปหาพี่ริชาร์ดเพื่อต้องการคำตอบ ก่อนที่เขาจะมองที่ไอ้หมูนั้นอีกที

“จัดการเลย”

“ครับ...นาย”

ปิ๊บ..... ตูม!!! ตูม!!!

ไอ้พวกข้างหลังที่อยู่อีกฝั่งโดนระเบิดโดรนของผมไปเต็มๆ และแน่นอนว่าตายเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่คนเดียว ไอ้หมูหันกลับไปมองเห็นแบบนั้นก็ตกใจสุดขีด ตาเบิกกว้าง ทรุดลงไปที่พื้น และเริ่มที่สะอื้นออกมา

“ไม่...ไม่...จริง...มันต้อง..ไม่ใช่..ฉัน..สิ”

ผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆมัน และจ่อปลายกระบอกปืนแนบกับหลังหัวของมัน มันสะดุ้งสุดตัวก่อนจะพยายามหันมาหาผม

“ได้..อึก...ได้โปรด..ฮึก..ไว้ชีวิต...ฮื่อ..ไว้ชีวิตฉันด้วย....เฮือก!”

ราวกับถูกช็อตเมื่อมันหันมาจ้องมองน่าผม ริมฝีปากกรีดยิ้มอย่างเยือกเย็นกับสายตาที่แสนจะเย็นชาไร้ความรู้สึกก้มมองมันอย่างกับสายตาของมัจจุราชที่พร้อมจะดึงวิญญาณของมันออกจากร่างไปทุกเมื่อ ขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนดั่งรอยยิ้มเย้ยหยันอีกฝ่ายที่อยู่ในกำมือ

มันคงคิดว่าผมคงจะใจอ่อนปล่อยมันไปเพราะผมเป็นเด็กสินะ โลกด้านนี้ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ จะเพศไหน จะฐานนะอะไร เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ถือปืนจ่อหัวอยู่พวกเขาก็จะไม่ปล่อยเหยื่อไป โดยเฉพาะเหยื่อที่คิดจะฆ่าตัวเองแล้ว เมื่อมีโอกาสก็จะไม่ปล่อยไป เหมือนกับผมในตอนนี้มันคงจะเข้าใจแล้วว่าต่อให้ร้องไห้ อ้อนวอนผมยังไง มันก็ไม่มีประโยชน์

“ปี..ศาจ..”

ปัง!!! กระสุนเจาะทะลุกะโหลกออกไปตกลงสู่พื้น พร้อมกับร่างที่ไร้วิญญาณของมัน ผมก้มลงไปดึงสร้อยคอของมันออกมาก่อนจะทิ้งมันลงกับพื้นแล้วเหยียบจนแก้วบางๆแตกออกมา ก็เจอกล้องจิ๋วที่ใช้อัดวีดิโอ แต่ก็ไม่ใช่กล้องที่จะส่งข้อมูลให้ได้ทันที คงต้องเอาเจ้ากล้องนี่กลับไปถึงจะดูข้อมูลได้ สมัยนี้ยังจะใช้แบบนี้อยู่อีก พวกหัวโบราณ 

“ลูซ..กลับกันได้แล้ว”

พี่ริชาร์ดเรียกผมจากด้านหลัง

“ครับ”

“แล้วเก็บอะไรมา”

พรางมองมาที่กล้องจิ๋วในมือผม

“ของเล่นของพวกมันน่ะ จะเอากลับไปทำอะไรนิดหน่อย ได้ไหมครับ”

“อืม..แล้วแต่เลย”

เราทั้งคู่เดินไปขึ้นรถ จากนั้นก็ค่อยๆออกห่างจากที่นี้ไปเรื่อยจนกระทั่ง ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!! เสียงระเบิดจากทางด้านหลังดังขึ้น มันคงดังมาจากสะพานนั้นแน่ๆ

“ไม่ต้องตกใจขับไปเรื่อยๆ”

ผมบอกการ์ดที่ทำหน้าที่ขับรถทันทีเพราะเขาเหมือนกำลังจะเบรกรถกะทันหัน เขาพยักหน้าและบอกให้อีกสองคันขับรถต่อไป

“เกิดอะไรขึ้น?”

พี่ริชาร์ดหันมาถามผมอย่างสงสัย

“ระเบิดของไอ้หมูนั้นไง...”

“แต่ตอนนั้นมันไม่ทำงานนี้?”

“เฮ้อ...ผมใช้โดรนจิ๋วไปทำให้ระเบิดพวกนั้นขัดข้องเองแหละ”

“ทำแบบนั้นได้ด้วยหรอ”

“ได้สิ...”

“แล้วมันระเบิดได้ไง แล้วรู้ได้ไงระเบิดอยู่ไหน”

ยังจะถามต่ออีก ยิ่งเพลียๆอยู่ ง่วงโว้ย

“เฮ้อ..คืองี้นะครับเพ่...ที่ทำให้ขัดข้องคือทำให้ระเบิดยืดเวลาในการระเบิดเป็นเวลาห้าสิบนาทีจากที่ไอ้อ้วนนั้นกดสวิทช์และสะพานมันไม่มีโครงเหล็กเหมือนสะพานรางรถไฟหรือพวกสะพานใหญ่ในเมืองถ้ามันไม่วางไว้ข้างสะพานก็อยู่กับเสาสะพานนั้นแหละ อีกอย่างโดรนที่ผมทำมันตรวจจับระเบิดได้ เคลียร์นะครับ มีอะไรก็ค่อยกลับไปถามที่บ้านนะครับ ผมง่วง!”

พูดจบปุ๊บผมก็หลับตาลงทันทีไม่สนใจอะไรอีกต่อไป เพราะเมื่อคืนเหมือนผมจะนอนไม่ค่อยหลับด้วยวันนี้เลยเหมือนจะน็อคลงไปซะดื้อๆ ระหว่างที่รถวิ่งไปเรื่อยๆสติผมก็เริ่มจะค่อยๆหายไปจนหลับสนิทโดยไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าหัวเอนไปซบกับไหล่แกร่งของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่รับรู้ถึงสายตาที่จ้องใบหน้าหวานของตัวเอง แต่กลับรับรู้ถึงความอบอุ่นบางอย่าง

“อุ่น..จัง..”

ผมรู้สึกเหมือนตัวลอยขึ้นจากเบาะนั่งเข้าไปหาความอบอุ่นที่ผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไร อยากจะลืมตาขึ้นมามองอยู่หรอกแต่ไม่ไหวจริงๆแฮะ ร่างกายที่อ่อนเพลียเมื่อเจอกับความอบอุ่นนี้มันทำให้ผมไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยจริงๆ

 

[ ริชาร์ด ]

ผมทำตามแผนที่คัสวางไว้อย่างลื่นไหล แต่ก็มีบางจังหวะที่คัสเขาไม่ได้บอกอะไรผมเลย โดยเฉพาะไอ้โดรนที่เขาเป็นคนทำนั้นแหละ นี่ถ้าจบเรื่องช้าละก็ได้เละกันเป็นโจ๊กกับพวกนั้นชัวร์ แต่ว่าตอนนี้เจ้าตัวเล็กกลับนอนหลับอย่างสบายใจอยู่คนเดียวนี้สิ เฮ้อ... ผมจ้องมองใบหน้าหวานของคนข้างๆ พรางนึกถึงเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ เขาบอกว่าคนของพวกมันยังเป็นมือใหม่อยู่และอาจจะเป็นนกต่อเพื่อเก็บข้อมูลของฝั่งเรา แล้วมันก็เป็นอย่างที่เขาบอกจริงๆ และการที่พวกนั้นไม่ยิงสวนมาพวกมันคงจะได้รับคำสั่งอะไรสักอย่างมาแน่ๆ แล้วยิ่งตอนที่เดินเข้าไปจัดการไอ้อ้วนลีนั่นอีก มันมองน่าคัสแล้วเรียกคัสว่าปีศาจ ผมอยากรู้ว่าคัสทำหน้ายังไงทำไมมันถึงเรียกเขาแบบนั้น ทั้งที่ใบหน้านี้ออกจะสวย น่าเสียดายที่ผมยืนอยู่ข้างหลังเขา....... แต่พอมาคิดดูดีๆแล้วคนที่เห็นคัสทำหน้าแบบนั้นคงไม่มีใครได้มีลมหายใจต่อบนโลกนี้แน่ๆ 

ผมมองคัสไปเรื่อยๆและขยับเข้ามานั่งๆใกล้เขา หัวของคัสค่อยๆเอนลงมาเรื่อยและตุบ....ลงซบไหล่ของผมพอดีเปะ ดีนะที่ผมขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ คัสขยับหัวให้นอนสบายขึ้น

“อุ่น..จัง..”

คัสพึมพำออกมาเบาๆแต่มันก็ทำให้หัวใจผมเต้นแรง เด็กต่อให้แกร่งยังไงเขาก็คือเด็กคนนึงที่ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว ผมตัดสินอุ้มเขามาไว้บนตักแล้วกอดเขาไว้ เขาเอาหัวซุกอกผมเหมือนลูกแมวที่ได้รับสัมผัสความอบอุ่นที่โหยหามานาน ผมก้มลงมองคัสที่ตอนนี้ริมฝีปากเหมือนกำลังยกยิ้มอยู่ ผมอยากให้คัสยิ้ม ยิ้มเหมือนวันนั้น วันที่เขาอ้อนผม ถึงจะบอกว่าเล่นละครตบตาแต่ผมรับรู้ได้ส่วนนึงมันคือตัวตนของเขาเด็กน้อยร่าเริงและสดใสคนนึง เด็กน้อยที่เป็นลูเซียโน่ เป็นแสงสว่างดวงน้อยๆ ของผม

“นี้...ตรงกลับบ้านเลยนะไม่ต้องแวะบริษัท วันนี้ฉันอยากพัก....”

“ครับนาย..”

บอกคนขับรถพรางชำเลืองมองเด็กน้อยในอ้อมแขน ก่อนที่จะแอบจุ๊บหน้าผากเบาๆแล้วระบายยิ้มอ่อนโยนออกมา ถ้ามีคนเห็นน่าเขาตอนนี้คงอ้าปากค้างแน่ เพราะนอกจากแม่แล้วเขาไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้ใคร...........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}