greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 33 : ทนหึงเราไม่ไหวแล้ว (100%) NC20+

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 : ทนหึงเราไม่ไหวแล้ว (100%) NC20+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.6k

ความคิดเห็น : 102

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 16:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 : ทนหึงเราไม่ไหวแล้ว (100%) NC20+
แบบอักษร

 

คำเตือน เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น อ่านเพื่อความบันเทิง ห้ามลอกเลียนแบบใด ๆ ทั้งสิ้น 

 

ตอนที่ 33 : ทนหึงเราไม่ไหวแล้ว ( 100% ) 

 

 

“งานเลี้ยงต้อนรับ?” 

หวังหย่งเหวินทวนประโยคเพื่อนสนิทที่โทรมาหาตั้งแต่เช้าวันหยุด ลู่เสียนดีใจอย่างออกนอกหน้าเมื่อรู้ว่าแมวน้อยของตนเดินทางกลับมาเขตเฉาหยางเมื่อสองวันก่อน 

“ช่าย” 

เหลือบตามองภรรยาซึ่งตื่นเช้าไม่ต่างกัน อีกฝ่ายเพิ่งชงกาแฟให้เขาดื่มระหว่างอ่านหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจ ตอนนี้กำลังทำอาหารเช้าในครัวบิวท์อิน เดาจากกลิ่นหอมที่ลอยมาคงจะเป็นข้าวต้มกุ้ง 

“ก็เคยจัดไปแล้วนี่ตอนเสี่ยวหลิวมาปักกิ่งครั้งแรก” 

“มันไม่เหมือนกัน นี่เป็นการฉลองที่เสี่ยวหลิวกลับมาอยู่กับนาย ฉลองเพื่อชีวิตคู่ของพวกนายต่อจากนี้” 

ลู่เสียนบอกว่าสถานที่จะเป็นซานหลี่ถุนย่านของสถานบันเทิงมากมาย เสี่ยวหลิวอยู่กับเขาคงไม่ได้เปิดหูเปิดตาอะไร เขาทำแต่งานเก็บเสี่ยวหลิวไว้แต่ในโรงแรม ให้พาภรรยาออกมาเที่ยวข้างนอกเสียบ้าง 

ฟังเหมือนดูดี 

“อยากเจอเสี่ยวหลิวก็บอกมาตรง ๆ ” 

มีหรือจะไม่รู้ว่ามันคิดอะไร 

ได้ยินเสียงกลั้วหัวเราะของอีกฝ่าย “แหม ก็ประมาณนั้น ฉันคิดถึงเสี่ยวหลิวนี่ คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว” 

พูดอย่างไม่เขินอายว่าอยากเจอเมียเพื่อน อาการระริกระรี้ต่อ ‘รุ่นน้องสุดที่รัก’ ของมันทำให้หวังหย่งเหวินรู้สึกไม่พอใจ จึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น “พูดอะไรระวังหน่อย นั่นภรรยาฉัน” 

มาคิดถึงเสี่ยวหลิวของเขาน่ะเหรอ คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว? นั่นมันไม่ถูกไม่ควรเลยสักนิด คิดถึงแค่ไหนก็ไม่ควรพูดออกมาไหม อันที่จริงไม่ควรจะ ‘คิดถึง’ ด้วยซ้ำ มันมีสิทธิอะไรมาคิดถึงคนของเขา 

“จะหึงอะไรกับเพื่อนวะ ฉันก็บ่นคิดถึงธรรมดา เสี่ยวหลิวเป็นรุ่นน้องรู้จักกันมาตั้งนาน นายก็รู้ฉันไม่ได้คิดอะไร” 

ก่อนหน้านี้หวังหย่งเหวินเคยไม่ไว้วางใจเพื่อนตัวเอง แต่ถ้าเกิดไม่ใช่มันที่คอยช่วยเหลือจนได้คืนดีกับเสี่ยวหลิว สายสัมพันธ์เพื่อนคงได้ขาดสะบั้นไปข้างหนึ่ง 

“ฉันไม่ชอบ” 

ประโยคเดียวที่ทำลู่เสียนต้องเบ้ปาก “แล้วทุกคนต้องทำตามความชอบนายเหรอ ก่อนหน้านี้ไล่น้องอย่างกับตัวอะไร แต่บทจะรู้ตัวว่ารักก็มาทำเป็นหวงจั๊ง” บอกแล้วว่ามันจะกลืนน้ำลายตัวเอง สมน้ำหน้า ถ้าไม่ได้ม๊าตัวเองกับเพื่อนผู้มีบุญญาธิการช่วย ป่านนี้มันตรอมใจตายไปแล้วมั้ง เหอะ ๆ 

หวังหย่งเหวินเจ็บใจ โดนจี้ใจดำทำเอาโต้กลับไม่ได้ มันเป็นอย่างที่ลู่เสียนว่า 

“ถ้ารู้ว่าฉันหวงก็ดีแล้ว เสี่ยวหลิวเป็นของฉัน ฉันคิดถึงได้คนเดียวเท่านั้น” 

“โห ไอ้ขี้งก! ไอ้เด็กหวงของ!” 

“แล้วไง” 

“กูนึกว่ามึงจะเลิกนิสัยนี้ตั้งแต่จบม.ปลายแล้วนะ ไอ้...” 

สารพัดคำหยาบไม่ครณาหูสักนิด สะใจที่มันร้อนรน นี่แหละผลกรรมจากการพูดจาซี้ซั้ว รอยยิ้มร้ายกาจสะดุดตาคนที่ยกชามข้าวต้มหอมกรุ่นมาเสิร์ฟที่โต๊ะ 

“เฮียเสียนโทรมาเหรอครับ” รู้ว่ามีไม่กี่คนหรอกที่จะทำให้เฮียทำสีหน้าแบบนั้นได้ 

เสี่ยวหลิวคิดถึงใบหน้ารุ่นพี่จอมทะเล้น คนที่เขาถือว่ามีบุญคุณ ถ้าไม่ได้ลู่เสียนช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของเขากับเฮียเหวินอีกครั้ง พวกเขาคงไม่มีทางเข้าใจกันได้ เสี่ยวหลิวคงไม่ตัดสินใจไปที่โรงพยาบาลแล้วได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด 

“ขอผมคุยกับเฮียด้วยได้ไหมครับ” 

“มันไม่ว่าง” เมื่อตระหนักได้ว่าเผลอเสียงแข็งใส่ภรรยา จึงรีบปรับให้อ่อนลงหลายระดับ “...เดี๋ยวมันจะไปประชุมต่อแล้ว” 

เป็นอาการของคนขี้หวง ลู่เสียนที่ได้ยินหลิวหลิวเอ่ยขอแทบหลั่งน้ำตา ไอ้มารผจญ! 

คนปลายสายกดวางไปอย่างรวดเร็ว 

หวังหย่งเหวินคิดว่าเพื่อนจะล่าถอยไปพร้อมกับแผนงานเลี้ยงฉลอง แต่เขานั้นคิดผิดเมื่อมือถือของภรรยาที่วางไว้มีเสียงเรียกเข้า เสี่ยวหลิวเดินไปหยิบขึ้นมากดรับ จากนั้นก็เดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร 

“หลิวหลิว! เฮียคิดถึงเราจัง” 

เสียงของรุ่นพี่หนุ่มดังทะลุลำโพง อารมณ์ที่สัมผัสได้มีแต่ความดีใจ เสี่ยวหลิวระบายยิ้มออกมากับท่าทีที่เหมือนเด็ก 

“อะไรกันครับ” เก้อเขินด้วยการจัดช้อนข้างชามข้าวต้ม “เฮียมีประชุมต่อไม่ใช่เหรอ” หวังหย่งเหวินซึ่งตักอาหารเข้าปากไปช้อนนึงรู้ทันทีว่าคนที่โทรมาเป็นใคร ใบหน้าหล่อเหลาเป็นอันมืดครึ้ม 

“ไอ้เหวินมันโกหก ! เฮียไม่มีประชุมอะไรทั้งนั้นแหละ เฮียคิดถึงเราจังเลย หลิวหลิวคิดถึงเฮียบ้างไหม” แทบอยากจะทะลุสายไปหอมหัวลูกแมวสีขาว ไม่ได้โทรหาตั้งนานเพราะเขาเองก็วุ่น ๆ กับธุรกิจตัวเองเหมือนกัน 

“ขอบคุณนะครับ หลิวก็คิดถึงเฮียเหมือนกัน” 

ดวงตาคมวาววาบเมื่อภรรยากล่าวถ้อยคำที่ควรเป็นแค่ของตน จากที่กำลังจะตักข้าวต้มช้อนต่อไป หวังหย่งเหวินรู้สึกไม่อยากอาหารขึ้นมาเสียงั้น 

“เสี่ยวหลิวมาทานข้าวก่อน โทรศัพท์ค่อยคุย” 

คนที่สวมผ้ากันเปื้อนสีดำไม่ได้ยิน กำลังจดจ่อกับสิ่งที่ลู่เสียนร่ายยาว “จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเราที่กลับมาเฉาหยาง ว่าแต่เราเคยมาแถวซานหลี่ถุนไหม ที่นี่มีร้านอาหารเยอะแยะเลยนะ” 

“ยังไม่เคยไปเลยครับ” แต่ถ้าลู่เสียนเอ่ยชวนก็คิดว่าน่าไปแน่ ๆ 

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย! เฮียจะจองโต๊ะไว้ให้ จะเตรียมการทุกอย่างเอง เสี่ยวหลิวมาได้ไหมวันนั้น เฮียอยากเจอเรามาก ๆ มาสังสรรค์กันนะ” 

เสี่ยวหลิวได้ฟังก็รู้สึกดีใจ ใบหน้าเล็กระบายยิ้มกว้าง ตาเรียวหยีแทบปิดสนิท “ได้สิครับ ดีใจจังที่เฮียคิดถึงหลิวขนาดนี้” 

“หลิวครับ” หวังหย่งเหวินเรียกภรรยาเสียงอ่อน คว้าเอวอีกฝ่ายให้เซลงมานั่งบนตัก เรียกเราตั้งนานแล้วยังไม่สนใจกันเลยนะ 

วงแขนแกร่งสองข้างโอบรัดรอบเอวพร้อมกับเกยคางบนไหล่ ใบหน้าหล่อเหลาเอียงซบกับแก้มนิ่ม 

“ทานข้าวกับเฮียก่อน แล้วค่อยคุยโทรศัพท์ดีไหม” 

เสียงทุ้มที่ดังข้างหูสะกดให้นิ่งค้าง ประโยคช่างอ้อนทำคนตัวเล็กกว่าหน้าร้อนขึ้นมา สติกระเจิดกระเจิงต่อบทสนทนาไม่ได้ 

“ดะ-เดี๋ยวครับ” 

เพราะเอาแต่ประหม่าไม่ทำอะไรเสียที เขาถึงได้โดนจมูกโด่งเลื่อนมาสูดดมที่ลำคอ ฟันคมกัดลงมาเบา ๆ ราวกับจะดุเด็กดื้อ ถูกมือของเฮียสอดผ่านผ้ากันเปื้อนเข้ามาลูบไล้บนหน้าท้องใต้เสื้อยืด 

“หลิวหลิว เป็นอะไรรึเปล่า” ลู่เสียนเป็นห่วง เสียงของน้องชายฟังแล้วเหมือนกำลังเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบาก แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเพราะอะไร 

“วางโทรศัพท์” 

คอเสื้อถูกเกี่ยวออกพร้อมกับสัมผัสอุ่นชื้นบนลำคอไล่ลงมายังเนินไหล่ ลิ้นร้อนลากเลียไปทั่วผิวขาว เสี่ยวหลิวหายใจติดขัดวาบหวามในท้องไปหมด ขณะที่มืออีกข้างของสามีกำลังนวดเฟ้นหน้าอกของเขา 

“เห็นไหมว่าหลิวทำอะไรอยู่” พยายามถลึงตาใส่ให้ดูน่ากลัว แต่ดูแล้วช่างเหมือนแมวเด็กที่ยังไม่หย่านมมากกว่า 

“เห็น แต่ไม่หยุดหรอกนะ” 

งั้นจะทำอะไรก็ทำ เด็กหนุ่มรู้สึกโมโหคนเอาแต่ใจ เลือกที่จะไม่สนมือซุกซนแล้วคุยกับลู่เสียนต่อ “หลิวไม่เป็นอะไร เฮียครับถ้ายังไงส่งวันที่กับเวลา- อื้อ!” 

ยังไม่ทันได้กล่าวจนจบประโยคด้วยซ้ำ ริมฝีปากหยักซึ่งบึ้งตึงก็โฉบลงมาข้อหาที่เมินใส่ เสี่ยวหลิวกำโทรศัพท์แน่นดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอด ถูกหวังหย่งเหวินจูบอย่างร้อนแรง กวาดต้อนชิมความหวานไปทั่วโพรงปาก สัมผัสอุ่นชื้นเกี่ยวรัดให้ส่งเสียงได้แบบเดียวเท่านั้น 

“อืมม” 

ลู่เสียนได้ยินเสียงครางผ่านสายก็หน้าแดง 

“เสี่ยวหลิว มันทำอะไรเรา! ไอ้เหวิน! ม-มึงมันไอ้บ้ากามไม่อายฟ้าอายดิน ปล่อยน้องกู ไอ้ชั่วเอ๊ย เช้า ๆ แบบนี้มึงยังกล้าทำนะ” 

“แล้วไง” ร่างสูงแย่งโทรศัพท์มาคุยแทน กล่าวคำพูดเดิมก่อนหน้านี้และแสดงให้เห็นว่าคนอย่างเขาทำอะไรได้น่าอายกว่าที่จินตนาการเยอะ “รู้ไว้ด้วยว่ากำลังขัดขวางเวลาของสามีภรรยา ไม่ต้องโทรมาแล้วนะ พวกฉันจะกินข้าว” กดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย 

กินข้าวหรือว่ากินอะไรกันแน่ 

เสี่ยวหลิวอ่อนระทวยพิงกับอกแกร่ง มือยกปิดปากซึ่งหอบน้อย ๆ ในใจกังวลว่าลู่เสียนจะรู้สึกยังไงกับเสียงที่เขาดันเผลอร้องออกไปนะ มันต้องน่าอายมากแน่ ๆ มือเรียวพยายามปัดความซุกซนของเฮียออกกระนั้นไม่เป็นผล มันเปลี่ยนตำแหน่งจากหน้าอกเขาเป็นส่วนอ่อนไหวด้านล่าง ปลุกปั่นอารมณ์จนดุนดันกางเกงผ้าขึ้นมา 

“อื้อ เฮียจะทานข้าวไม่ใช่เหรอ ปล่อยหลิวเถอะ หลิวหิวแล้ว” 

“เรียกตั้งนานไม่ยอมทานสักที ตอนนี้จะมาหิวแล้วเหรอเด็กดื้อ” 

“ก็หลิวคุยกับเฮียเขาอยู่” ใบหน้าหล่อหวานงอ เฮียเหวินจะรอหน่อยไม่ได้หรือยังไง 

“เสี่ยวหลิว...เราเป็นภรรยาเฮียนะ เฮียไม่อนุญาตให้เราคุยกับผู้ชายอื่นตอนที่กำลังใช้เวลาร่วมกันหรอก” กล่าวอย่างเอาแต่ใจและถือสิทธิความเป็นเจ้าของ หวังหย่งเหวินไม่ชอบให้ภรรยาสนใจคนอื่นมากกว่าตน ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ เขาปรารถนาจะเป็นคนเดียวที่ได้รับความสนใจทั้งหมด นิสัยเด็กอย่างที่เพื่อนว่าไม่มีผิด 

“มีเหตุผลหน่อยสิครับ นั่นรุ่นพี่หลิวนะ ใช่คนอื่นที่ไหนล่ะ” 

ปากเล็กพยายามอธิบาย เขารู้ว่าหวังหย่งเหวินรักเขา หลงใหลในตัวเขา แต่ว่าถ้ามากเกินไปเหมือนเมื่อก่อนมันก็สร้างความลำบากใจให้เสี่ยวหลิวเหมือนกัน 

ชายหนุ่มรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ เขาที่ขอโอกาสจากเสี่ยวหลิวจะเรียกร้องอะไรได้ล่ะ จะไม่ให้เสี่ยวหลิวคุยกับผู้ชายคนไหนงั้นเหรอ ต้องทำตามที่เขาพูดรึยังไง ไม่ใช่ เสี่ยวหลิวมีอิสระ จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น 

เพราะเจ็บใจที่ตนเคยได้ครอบครองคนอายุน้อยกว่าทุกช่วงเวลาของชีวิต เคยได้ควบคุมอย่างตามใจนึก เวลานี้ทำได้แค่เป็นฝ่ายอ้อนวอนพร้อมใจที่ร้อนรน หวังหย่งเหวินสูดลมหายใจ เขาคงต้องปรับปรุงตัวเอง 

เสียงทุ้มไม่ได้ดังอยู่ข้างใบหู กลับเป็นเสียงหายใจที่รินรดให้จั๊กจี้แทน เหมือนกับว่าสามีของเขาไม่อยากพูดถึงมันอีก หวังหย่งเหวินเลิกผ้ากันเปื้อนเปียกชื้นเป็นวงออก เผยให้เห็นท้องนิ้วโป้งกำลังขยี้ลงบนหัวอวัยวะสีอ่อน วันนี้คนตัวเล็กไม่ได้ออกไปที่ไหนอยู่กับเขาที่ห้องทั้งวัน แต่ก่อนช่วงที่เขาหมางเมิงอาจจะแต่งตัวให้ดูดีเพื่อเอาใจ แต่ตอนนี้เสี่ยวหลิวไม่จำเป็นต้องทำ เด็กหนุ่มอยากแต่งอะไรก็ได้ตามใจ เขาแต่งตัวสบาย ๆ เหมือนเด็กผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ลูกคุณหนูตระกูลร่ำรวย 

แต่จะแต่งตัวแบบไหนก็ปลุกอารมณ์หวังหย่งเหวินได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะตอนที่สวมผ้ากันเปื้อนนี่ 

“อะไรกัน ทั้งที่เมื่อคืนปล่อยออกมาติดกันสามรอบแท้ ๆ ” ดวงตาคมทอดมองน้ำสีใสที่ผุดขึ้นมาจากรูเล็กไม่หยุด เสี่ยวหลิวเสียวเกร็งจนต้องยกขาขึ้นมา แต่ก็ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน สุดท้ายจึงตั้งชันบนเบาะนั่งพร้อมครางสะอื้นอย่างน่าสงสาร 

“เฮียเหวิน ถ้าม-ไม่หยุดแกล้งหลิวจะ-” 

“หลิวจะอะไร...จะฟ้องม๊าเหรอ ฟ้องสิ เฮียไม่กลัวหรอกนะ” หวังหย่งเหวินจูบแก้มสีแดงระเรื่อ ขยับข้อมือเนิบนาบจนเกิดเสียงเหนอะหนะ เขาหัวเราะเมื่อแมวน้อยอ้าขากว้างขึ้น สะโพกเริ่มเคลื่อนส่ายรับครางกระเส่าไม่หยุด จากมุมสูงที่มองลงไปช่างน่าเอ็นดูจนหยุดเอวของตัวเองไม่ไหว เผลอกระดกเด้งใส่ก้นนิ่มหลายที 

“เฮีย! ทะลึ่งที่สุด” รับพฤติกรรมสามีไม่ได้ 

“ทะลึ่งไม่เท่าเราหรอก” 

“หลิวไม่ได้ทะลึ่ง” 

“ทะลึ่งจะตาย” ดวงตาคมหรี่ลง “เฮียรู้นะว่าเราแกล้งหลับเวลาเฮียกลับมา” 

เสี่ยวหลิวงุนงง “แล้วมันทะลึ่งตรงไหน” 

 

“ตรงที่แอบดูเฮียถอดเสื้อผ้า” 

 

ใบหน้ายิ่งแดงก่ำมากกว่าเดิมเมื่อถูกจับได้ เสี่ยวหลิวอึกอัก ก่อนที่จะปฏิเสธไม่ได้เมื่ออีกคนพูดต่อ 

“กระจกตู้เสื้อผ้ามันใหญ่นะ” เขาเห็นดวงตาเรียวสวยที่มองลอดผ่านผ้าห่มชัดเจน แต่เหมือนว่าคนถ้ำมองจะไม่รู้ตัว แน่ล่ะ ห้องนอนของพวกเขาค่อนข้างมืด 

“หลิวไม่ได้ตั้งใจ” ทำสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ ถูกจับได้แบบนี้คุณหนูอย่างเสี่ยวหลิวรู้สึกหน้าชาไปหมด มันยิ่งทำให้น่าแกล้งเข้าไปใหญ่ 

มือกำเสื้อเชิ้ตคนใจร้ายแน่น เพียงไม่นานก็กระตุกตัวปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมา หวังหย่งเหวินยกยิ้มเมื่อทำภรรยาเสร็จอีกรอบในเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมง เขาคลึงนิ้วที่เปียกเยิ้มกับช่องทางอ่อนนุ่ม อ้อยอิ่งไม่ได้ดูอารมณ์คนในอ้อมแขน 

“อยากดูก็ขอ บอกแล้วใช่ไหมว่าเป็นสามีภรรยามีอะไรก็พูดกันตรง ๆ ” 

คำพูดนี้ทำให้นึกย้อนไปถึงคืนที่เด็กน้อยหัดขี่ม้าไม้ เสี่ยวหลิวเม้มริมฝีปากรู้สึกอับอายยิ่งกว่าเก่า แต่คราวนี้เขาไม่ยอมต่อสายตาล้อเลียนนั่นอีกแล้ว 

“งั้นขอดูได้ไหมครับ หลิวอยากเห็นของเฮียจังตอนนี้” 

เห็นสามีชะงักเล็กน้อย จึงเลียปากแล้วพูดต่อ “นะครับขอดูหน่อย” 

เป็นยังไงล่ะ พอเจอเขาขอแบบหน้าด้าน ๆ ก็กลัวใช่ไหม ก็เพราะรู้ไงเขาถึงต้องแอบดู เสี่ยวหลิวคิดในใจ 

“ได้สิ” 

ไม่คาดคิดว่าเฮียจะบ้าจี้ เสี่ยวหลิวหลุดเสียงร้องเมื่อถูกยกเอวขึ้น ได้ยินเสียงปลดซิปกางเกงลง ก้มมองมือใหญ่ควักส่วนที่เริ่มแข็งขืนออกมา ท่อนลำขยับเลื่อนผ่านร่องก้นของเขามาโผล่อยู่ระหว่างขาอ่อนพอดี เสี่ยวหลิวเห็นเต็ม ๆ ตา 

“เฮีย! น่าเกลียดที่สุด” ยืดตัวขึ้นพร้อมหลับตาแน่น ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาต่อว่า น่าไม่อาย คนบ้า อยากจะ อยากจะร้องไห้ออกมาจริง ๆ 

“อยากดูไม่ใช่เหรอ” อาการปฏิเสธและดิ้นให้หลุดพ้นจากตัวเขาช่างกระตุ้นอารมณ์ บางทีชายหนุ่มก็แอบคิดว่าพวกเขาควรจะโรลเพลย์กันสักครั้ง คราวนี้หวังหย่งเหวินขอเป็นโจรบ้าง ส่วนเสี่ยวหลิวเป็นเด็กมัธยม เปลี่ยนโจทย์การบ้านแต่ละครั้งจะได้ไม่น่าเบื่อ 

แม้จะได้รับการเอาอกเอาใจทุกคืนตามคำขอร้อง กระนั้นเสี่ยวหลิวก็ยังไม่ชินกับขนาดและรูปลักษณ์แสนน่ากลัว มันทำให้เขานึกย้อนไปถึงตอนที่โดนมันกระแทกใส่ทุกที 

“โรคจิต! หลิวจะฟ้องม๊า!” 

เสียงหัวเราะดังขึ้นเบา ๆ ราวกับไม่รู้จักคำว่ามารยาทบนโต๊ะอาหาร ยังไม่เก็บลงไปอีก ล-แล้วนั่นเฮียจะขยับทำไม คนตัวเล็กจิกปลายเท้า ไม่ได้ก้มมองแต่ก็สัมผัสได้ยังชัดเจนว่าความต้องการพวกเขากำลังเสียดสีกันอยู่ 

“ฮือ ไม่เอาแล้ว นะครับ หลิวเหนื่อยแล้วจริง ๆ เมื่อคืนเฮียทำหลิวไม่ได้นอนทั้งคืนเลยนะ” 

ใช้ลูกอ้อนด้วยการเอียงใบหน้าช้อนตามอง ขืนทำอีกข้าวต้มคงไม่ได้ทานต้องไปนอนโรงพยาบาลแทน 

หวังหย่งเหวินสงสารแต่ก็ไม่อาจหักห้ามใจได้ สารภาพว่าช่วงนี้เขาเสพติดเสี่ยวหลิว เพียงแค่อยู่ใกล้ก็เหมือนถูกกระตุ้นให้ต้องจับนู่นแตะนี่ แล้วมันก็มักจะเลยเถิดไปไกลทุกที... ยิ่งกลับมาอยู่โรงแรมด้วยกันแล้วเขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อน สามารถทำได้นานเท่าที่อยากทำ 

เมื่อไม่ได้ผลเสี่ยวหลิวจำต้องแสร้งเป็นภรรยาสุดโหด “ถ้าเฮียไม่ปล่อย หลิวจะเอาข้าวต้มราดใส่จริง ๆ นะ!” 

ได้ผล หวังหย่งเหวินถึงกับชะงักเอว อาการหน้ามืดหายไปทันที เป็นจังหวะให้เสี่ยวหลิวรวบรวมแรงสลัดตัวลงมายืนที่พื้นได้สำเร็จ เด็กหนุ่มรีบสวมกางเกงบนขาสั่น ๆ ของตัวเอง จากนั้นถอดผ้ากันเปื้อนซึ่งได้ทำหน้าที่ไปแล้วออกมา 

หวังหย่งเหวินเสียดาย “เดี๋ยวนี้ร้ายขึ้นนะ” 

คนที่ร้ายน่ะคือเฮียต่างหาก แล้วที่พูดไปก็แค่ขู่เท่านั้นล่ะ ใครจะไปทำจริง ถ้าราดลงมาไอ้นั่นของหลิวก็โดนลวกด้วยเหมือนกันนั่นแหละ 

“จะไปไหน ไม่ทานข้าวเช้าเหรอไง” 

“เฮียทานไปคนเดียวเถอะ!” 

แม้เสียงเรียกจะดังขึ้นอีก กระนั้นก็ไม่สามารถหยุดเท้าที่ก้าวหนีไปยังห้องนอนได้อีกแล้ว 

เสี่ยวหลิวข่มอารมณ์หวามไหวที่ยังแผ่ซ่านจนปวดร้าว ไม่ชินกับเฮียเหวินที่ทำตัวแบบนี้เลย เสี่ยวหลิวรับมือไม่ไหว นึกโทษตัวเองที่ดันไปพูดว่าอยากมีอะไรกับเฮียทุกคืน มันเหมือนกับเปิดเผยด้านมืดในจิตใจให้อีกฝ่ายได้รู้ คนที่รอโอกาสอยู่แล้วก็จึงไม่คิดจะปิดบังความต้องการ เสี่ยวหลิวอยากเท่าไหร่ดูเหมือนเฮียจะอยากมากกว่า ขอแค่มีช่องว่าง ชายหนุ่มก็จ้องจะทำเขาอ่อนระทวย 

ขนาดคิดจะฟ้องม๊าเฮียก็ดูไม่เดือดร้อนอะไร แน่สิ ม๊าคงจะยกพัดปิดรอยยิ้มกรุ่มกริ่มแล้วชมเขาไม่ขาดปากมากกว่าที่ทำให้สามีรักสามีหลงขนาดนี้ 

 

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอจบประชุมแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่มาด้วยครับ ส่วนข้อมูลที่ขอเพิ่มผมจะให้พีอาร์ส่งไปให้” 

เมื่อหวังหย่งเหวินกล่าวจบทุกคนในที่ประชุมก็ลุกขึ้นพร้อมกล่าวลา มีบ้างที่อยู่ทักทายกัน รุ่ยจินเว่ยซึ่งเป็นผู้บริหารและประธานบริษัทเองก็เข้ามาขอบคุณเขาสำหรับการประชุมรอบสุดท้าย อีกไม่นานโปรเจกต์ที่ร่วมมือกันก็จะปล่อยตัวอย่างแรกออกอากาศ 

เสร็จงานช่วงเช้าหวังหย่งเหวินตั้งใจว่าจะพาเสี่ยวหลิวไปรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารด้วยกัน ขายาวก้าวออกจากห้องประชุมเพื่อไปขึ้นลิฟต์ 

“ผมขอถามคุณหวังก่อนนะครับ” 

ทว่ากลับได้ยินเสียงของภรรยาที่จำได้ขึ้นใจดังอยู่หน้าห้องแทน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นว่ารุ่ยจินเว่ยที่เดินออกไปตั้งนานแล้วยังคงไปไหนไม่ไกล 

เสี่ยวหลิวได้ยินมาว่าวันนี้รุ่ยจินเว่ยกับทีมงานเดินทางมาประชุมที่โรงแรมต้าจี๋ฉาย ความคิดถึงบอกให้เขาลงมาดักเจอ ตั้งแต่ที่ประธานผู้อบอุ่นก้าวเท้าออกมาจากห้องเขาก็ส่งยิ้มไปให้ทันที ทั้งสองพูดคุยทักทายแบบที่คนภายนอกมองก็รู้ว่าสนิทกันพอตัว 

“เสี่ยวหลิว” 

เจ้าของชื่อในชุดเสื้อคอวีสีฟ้าอ่อนหันไปตามเสียงเรียก ดวงตาเรียวหวานเป็นประกายตื่นเต้นกระนั้นก็ปะปนกับความกังวลลึก ๆ 

“เฮียครับ กลางวันนี้ไปทานข้าวด้วยกันนะครับ” 

ใจของหวังหย่งเหวินพองโตเมื่อเสี่ยวหลิวเอ่ยชวนต่อหน้าธารกำนัลมากมาย เหมือนกับอีกฝ่ายกำลังแสดงสถานะพวกเขาให้ผู้อื่นได้รู้ 

“มาเฉาหยางครั้งนี้ได้เจอเพื่อนอย่างคุณหลิวผมดีใจจริง ๆ ถ้าคุณหวังไม่ติดธุระอะไร ผมเรียนเชิญไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันนะครับ” 

รอยยิ้มหุบลงแทบจะทันที เป็นรุ่ยจินเว่ยนี่เองที่เอ่ยชวนเสี่ยวหลิวของเขาก่อน ก็ตั้งแต่แรกที่ทั้งสองคนจะไปรับประทานอาหาร 

กลางวันเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ส่วนเขามันเป็นแค่ส่วนเกินที่ภรรยาอุตส่าห์ถามตามมารยาท 

มือกำเข้าหากันแน่น หวังหย่งเหวินไม่ได้ติดใจว่ารุ่ยจินเว่ยจะคิดไม่ซื่อกับภรรยาเขา ทุกอย่างยืนยันได้จากเอกสารที่ซิ่นเฉิงส่งมาให้วันนั้น แถมภายหลังเจ้าตัวก็เอ่ยบอกกับเขาตรง ๆ ว่าได้รู้จักกับเสี่ยวหลิวตอนที่อีกฝ่ายไปพักอยู่ตงเฉิง ได้ทำความรู้จักกันก่อนจะกลายมาเป็นเพื่อนทีหลัง เพียงแต่เขาแค่...หวงคนตัวเล็กตามประสาผู้ชายคนหนึ่ง ที่เมื่อคนรักกำลังจะไปไหนกับชายอื่นสองต่อสองก็เป็นธรรมดาที่จะรุ่มร้อนในใจมากกว่า 

จะว่าเขาขี้หวงแบบที่ลู่เสียนมันว่าก็ได้ เขาเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เกลียดสิ่งไหนก็จะผลักไสไปให้ไกล แต่ถ้าได้รักสิ่งไหนแล้ว...ก็อยากจะเก็บไว้ให้ใกล้ตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

มองภรรยาซึ่งกำลังรอคำตอบอยู่ด้วยสีหน้าคาดหวัง คงอยากไปสินะ แต่ก็เกรงใจเขาที่เป็นสามี 

หวังหย่งเหวินคิดว่ามันคงจะเห็นแก่ตัวมากเลยล่ะ ถ้าเขาห้ามเสี่ยวหลิวไม่ให้ไปทานข้าวกับเพื่อนเพียงไม่กี่คนที่เจ้าตัวมี คิดได้ดังนั้นจึงเบนสายตากลับไปหาอดีตศัตรู กลั้นใจพูดออกไป “น่าเสียดายที่ผมมีธุระสำคัญพอดี ผมขอฝากภรรยาของผมด้วยนะครับ” 

ประโยคนั้นทำให้ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้ม เสี่ยวหลิวรู้ว่าเฮียไม่ชอบรุ่ยจินเว่ย ดีแล้วล่ะที่อีกคนไม่ได้ไปด้วย มันคงจะอึดอัดถ้าต้องนั่งสนทนากับเพื่อนโดยมีสายตาจับผิดตลอดเวลา เสี่ยวหลิวไม่รู้เลยว่าท่าทางนั้นตกอยู่ในสายตาของผู้เป็นสามีทั้งหมด หวังหย่งเหวินน้อยใจ แต่ทำยังไง ได้ล่ะ เขาตั้งใจว่าจะปรับปรุงตัวเรื่องการให้อิสระกับภรรยาเต็มที่ 

อย่างน้อยก็จนกว่าจะครบสัญญาหนึ่งปีที่ตกลงกันไว้ 

รุ่ยจินเว่ยกล่าวลาพร้อมกับภรรยาของเขาที่เดินเคียงข้างกันไปในลิฟต์โรงแรมด้วยกัน เพียงเสี้ยววิที่จิตใจสั่งให้ก้าวตามไป เกือบจะคว้าข้อมือเล็กแล้วถ้าไม่ยับยั้งใจไว้ก่อน 

“มีอะไรรึเปล่าครับ” เสี่ยวหลิวหันกลับมาเห็นพอดี เจอเฮียที่ทำสีหน้าแปลก ๆ มือที่เหมือนจะยื่นมาแตะตัวก็ทิ้งลงข้างลำตัวเหมือนเดิม 

“ใส่เสื้อแบบนี้ไม่หนาวรึไง” หวังหย่งเหวินหันไปเอ่ยเรียกผู้ติดตามภรรยาที่อยู่ไม่ไกล “ก่อนจะไปเตรียมเสื้อกันหนาวให้คุณหลิวด้วย” เสื้อคอวีโชว์ผิวให้ต้องลมหนาว เกรงว่าจะทำให้ภรรยาไข้ขึ้น 

เทียนฉีโค้งศีรษะ ความห่วงใยของบุตรชายคนโตจะถูกรายงานให้นายหญิงทราบแน่นอน 

สุดท้ายหวังหย่งเหวินก็ทำได้แค่มองตามแผ่นหลังคนรักเคียงคู่ไปกับชายอื่น จนเมื่อประตูลิฟต์ปิดลงถึงปล่อยลมหายใจออกมายืดยาว ไม่รู้ว่าจะทนกับความรู้สึกนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ จิตใจชั่วร้ายของเขายากที่จะเปลี่ยนแปลงเหลือเกิน 

 

 

อาการของคนขี้หวงช่างรักษายากนัก ดูเหมือนจะไม่มียาอะไรที่ทำให้ความร้อนใจของหวังหย่งเหวินลดลงเท่ากับการได้มีเสี่ยวหลิวอยู่ใกล้ ๆ  ขอเพียงแค่ได้เห็นปลายเส้นผมของภรรยาจากหางตาก็อุ่นใจ เพียงแค่นั้นจริง ๆ ที่หวังหย่งเหวินต้องการ 

เพราะเขาเป็นลูกผู้ชายมากพอที่จะไม่ตัดพ้อ ดังนั้นความน้อยใจจึงถูกแสดงออกมาในรูปแบบของความเงียบไม่มีการประท้วงใด ๆ ทั้งสิ้น  ตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่สามีที่ดีแทน แสดงความห่วงใยความรักให้มากพอที่เสี่ยวหลิวจะสัมผัสได้ อย่างการบ้านที่ต้องทำทุกคืนก็พยายามเต็มที่ โดยคิดว่าถ้าความรู้สึกที่มีไม่สามารถทำให้เสี่ยวหลิวตอบรับได้อีก ก็ขอใช้วิชาจากตำรามัดใจภรรยาแทนก็แล้วกัน 

น่าขันที่ความคิดของชายหนุ่มเหมือนกับของเสี่ยวหลิวก่อนที่จะมาปักกิ่งไม่มีผิด จะแตกต่างแค่สลับบทบาทของคนที่อ้อนวอนก็เท่านั้น 

ขณะที่กำลังนั่งรถไปสถานที่จัดงานเลี้ยง หวังหย่งเหวินแอบมองภรรยาอย่างพอใจ เสี่ยวหลิวแต่งกายด้วยเสื้อยืดและแจ็คเก็ตหนังมิดชิดดีเยี่ยม ที่ขัดใจเห็นจะเป็นกางเกงยีนส์สีซีดที่เน้นเรียวขาเสียเหลือเกิน ดวงตาหวานกรีดอายไลเนอร์จนคมคล้ายแมว ริมฝีปากบางอิ่มระเรื่อกว่าปกติล่อหลอกให้ผู้พบเห็นอยากจุมพิต เรือนผมสีบลอนด์ขาวยังเงางามเช่นเดิม ถูกตัดแต่งให้สั้นลงเหมือนกับตอนแรกที่ปรากฎตัวในงานเลี้ยงไม่มีผิด 

เสี่ยวหลิวดูดี ไม่ใช่แค่ใบหน้า แต่ท่าทางและกิริยาที่แสดงออกนั้นทำให้เขาละสายตาไม่ได้เช่นกัน อย่างตอนนี้ที่คนตัวเล็กกว่ากำลังเกาะขอบกระจกรถมองทิวทัศน์ในเมือง ความอยากรู้อยากเห็นทำให้สงวนท่าทีคุณหนูไม่ได้ 

เพียงสิบห้านาทีก็มาถึงคลับไฮโซย่านการค้าชื่อดัง หวังหย่งเหวินก้าวลงจากรถเป็นคนแรก 

“ขอบคุณครับ” เสี่ยวหลิวเอื้อมมือไปเกาะแขนแข็งแรง เมื่อลงจากรถอย่างมั่นคงก็ปล่อยออก เงยหน้ามองอาคารโมเดิร์นหรูหราทิ้งให้หวังหย่งเหวินงอศอกอยู่ท่านั้นอย่างน่าเสียดาย  คิดว่าจะควงหรืออย่างน้อยก็เกาะเขาเข้าไปด้านในเสียอีก 

แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการโอบเอวภรรยาแทน พาเดินเข้าไปในโซนวีไอพีที่ตัวตั้งตัวตีเช่าไว้ทั้งโซน หากมีหญิงหรือชายคนไหนที่ส่งสายตามาทำนองที่อยากทำความรู้จักกับคนข้างกาย เขาก็จะมองตอบกลับไปจนฝ่ายนั้นก้มหน้าหลบแทบไม่ทัน    

ลู่เสียนโบกมือให้พวกเขาหยอย ๆ ที่นั่งไม่ไกลคือเหอซั่วเกอและเจิ้งตงมู่ ขาดก็แต่ซุนไป่หานที่ยังเดินทางมาไม่ถึง 

“มานานรึยัง” 

“เพิ่งถึงเมื่อกี้เอง” 

หวังหย่งเหวินทักทายเพื่อนที่เมื่อเทียบกับลู่เสียนแล้วถือว่าเจอกันน้อยลงมาก ก็คงตั้งแต่ที่เสี่ยวหลิวหนีเขาไปนั่นแหละ หวังหย่งเหวินไม่ได้ออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ อีกเลย 

ตอนนั้นใจมันกระวนกระวายไปหมด กับคนไหนก็แทนที่เสี่ยวหลิวไม่ได้ 

“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ หลิวดีใจมากจริง ๆ ” 

คนอายุน้อยที่สุดในกลุ่มกล่าวความรู้สึกต่อเพื่อน ๆ ของเฮียที่อุตส่าห์จัดงานให้ กล่าวว่าตนนั้นซาบซึ้งแค่ไหน  และสถานที่นี้ก็ดูดีเต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุกสนาน มันจะต้องเป็นความทรงจำที่ดีมากแน่ ๆ ลู่เสียนยิ้มหน้าบาน หลิวหลิวชอบใจเขาก็มีความสุข สวมกอดร่างเล็กกว่าแน่น 

เสี่ยวหลิวตั้งแต่เด็กจนโตนั้นไม่ค่อยมีเพื่อน ช่วงเวลาทั้งชีวิตได้อุทิศให้กับความรักที่มีต่อหวังหย่งเหวิน แม้จะเคอะเขินแต่เขาก็พยายามคุยกับเพื่อนของสามีมากขึ้น ชายหนุ่มทั้งสามต่างพากันมองแมวน้อยสีขาวที่น้ำตาคลอด้วยความเอ็นดู หวังหย่งเหวินผู้ดูเหตุการณ์จึงอดไม่ได้ที่จะโอบไหล่เสี่ยวหลิวเข้ามา หอมลงบนกลุ่มผมนุ่มเบา ๆ  

“หมั่นไส้ว่ะ” เจิ้งตงมู่เบ้ปากเมื่อเห็นมันแสดงออกว่ารักภรรยาอย่างไม่เกรงใจ หวังหย่งเหวินกระตุกยิ้มเย้ยไปให้ 

พวกเขานั่งลงบนโซฟา เสียงเพลงดังเป็นจังหวะเพลิดเพลิน บริกรแต่งกายผูกไทด์คอยนำอาหารมาที่โต๊ะพร้อมเครื่องดื่มเอลกอฮอล์ หากเทียบกันแล้วที่นี่ดูดีกว่าคลับที่เสี่ยวหลิวเคยไปก่อนหน้านี้มาก 

แม้จะเป็นงานเลี้ยงยินดีต้อนรับที่กลับมาหาหวังหย่งเหวิน แต่ก็ไม่มีใครกล่าวถึงช่วงที่เสี่ยวหลิวหนีไป พูดตามตรงคือใครเล่าอยากจะรื้อฟื้นความเจ็บปวดในช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้ และพวกตัวแสบก็ยังไม่อยากได้เงินประกันจากบริษัทเก๊ ๆ ของลู่เสียนด้วย แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีแผนอะไรที่จะเล่นอีกแล้ว การประชุมลับถูกปิดไปตั้งแต่ซุนไปห่านโดนต่อยจนเข้าโรงพยาบาล 

“ขอโทษทีที่มาช้า” 

พูดถึงมันมันก็มา ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางค์แบบดารานักแสดงยิ้มหวานแต่ไกล แพรวพราวเจ้าชู้ ไม่มีใครสังเกตความผิดปกติอย่างริมฝีปากที่เจ่อและชายเสื้อซึ่งร่นออกมานอกกางเกง       

“เฮียหานยังดูดีเหมือนเดิมนะครับ” เสี่ยวหลิวเอ่ยชม จะเมื่อไหร่ซุนไป่หานก็ดูดี หล่อเหลาแต่ก็สวยในบางมุมทำเอาสาว ๆ ที่เดินผ่านมองตาม  

“แล้วนั่นทำไมนายไม่รูดซิป” 

ตะครุบเป้ากางเกงตัวเองทันทีที่เจิ้งตงมู่ทัก บ้าชิบ !  เขารีบร้อนจนสะเพร่าขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย  

“อย่ามอง” หวังหย่งเหวินรีบปิดตาภรรยาที่ยังไม่รู้เรื่องอะไร  

“อนาจารจริง ๆ ” น้ำเสียงนิ่งพร้อมวาจาเชือดเฉือนมาจากเหอซั่วเกอที่ตั้งใจจะจุดบุหรี่สูบ ก่อนจะโดนสายตาปรามจากคนมีคู่ ช่วยไม่ได้ เขาจำต้องเก็บมันเข้ากระเป๋าเสื้อเหมือนเดิม 

“ขอโทษได้ไหมเล่า” 

“อะไรจะรีบขนาดนั้น” ลู่เสียนส่ายหัว ปกติซุนไป่หานจะซีเรียสเรื่องการแต่งตัวมาก ต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่หัวจรดเท้า 

ซุนไป่หานกลืนไม่เข้าคายไม่ออกต่อสายตารอบโต๊ะ ถ้าจะให้เขาพูดออกไปว่าทำไมถึงเปิดหน้าต่างอาซ่าล่ะก็... ไม่ล่ะ เขาขอกัดลิ้นตายเสียดีกว่า 

ร่างสูงรีบหาที่นั่งก่อนจะมีคนขุดคุ้ยมากกว่านี้ เมื่อสมาชิกมาครบกันแล้วงานเลี้ยงต้องรับภรรยาคุณหวังจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ 

  

            

“ดื่มมากไม่ได้นะ” 

“อือ” 

“อือนี่เข้าใจรึเปล่า” 

หวังหย่งเหวินมองใบหน้าที่ขึ้นสีเรื่ออย่างเป็นห่วง เสี่ยวหลิวดื่มไปมากจริง ๆ  เพราะมีลู่เสียนคอยส่งให้ไม่ขาด เขาอุตส่าห์ห้ามหลายรอบแต่คนตัวเล็กก็เอาแต่บอกว่า ‘โตแล้ว’  กระตือรือร้นที่จะทดลองแอลกอฮอล์ดีกรีแรง ทั้งเหล้าทั้งเบียร์ไม่รู้กี่ยี่ห้อไหลผ่านปากสวยได้รูปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ 

ยังไหว ดวงตาเรียวสวยหยียิ้มล่องลอยนึกชมตัวเองที่คอแข็ง เห็นไหมว่าเขายังรู้สติ นี่ไง ที่จับอยู่นี่ก็ตัวเขา ส่วนนี่ก็เฮียเหวิน 

สามีถอนหายใจจับภรรยาให้นั่งนิ่ง ๆ  มองเวลาว่าเมื่อไหร่จะเที่ยงคืนเสียที เขาอยากพาคนรักกลับจะแย่ แล้วดูสิ เด็กดื้อที่ปกติมักจะเข้านอนแต่หัววันกลับไม่ง่วงสักนิด 

เสียงหัวเราะครึกครื้นดังไปทั่วโซน จากตอนแรกที่มีบทบาทในวงสนทนา ลู่เสียนกับเพื่อนเริ่มปล่อยให้คู่รักอยู่ในบรรยากาศแสงสีของคลับ หันมาเล่าวีรกรรมสมัยที่ยังเรียนด้วยกันที่เมืองไทยแทน  

“หลิวอยากไปเต้นจัง”  ริมฝีปากเล็กวาวเพราะเคลือบด้วยเครื่องดื่มที่เพิ่งจะกระดกไปเมื่อกี้เคลื่อนเข้ามาใกล้     

“ไปเต้นกันนะครับ” 

เด็กขี้อ้อนคนนี้จะรู้ไหม...ว่าทั้งกิริยาและน้ำเสียงนั่นมันน่ารักแค่ไหน น่ารักจนหากว่าเสี่ยวหลิวขออะไรที่มากกว่านี้เขาก็จะทำให้ ชายหนุ่มลูบใบหน้าเล็กอย่างทะนุถถนอม  

โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นครืดขัดบรรยากาศแสนหวาน หวังหย่งเหวินหยิบมาดูก็พบว่าเป็นผู้จัดการหลี่ อีกแล้วเหรอเนี่ย เขาหัวเสียแต่ด้วยหน้าที่การงานแล้วจะไม่รับก็ไม่ได้  

“รออยู่ตรงนี้นะอย่าเพิ่งไปไหน เฮียคุยธุระเสร็จแล้วจะพาไปเต้น”  ลุกขึ้นและหันไปบอกเพื่อนให้ช่วยดูแลภรรยา จากนั้นก็รีบเดินไปห้องน้ำในโซนที่เงียบสนิทปราศจากผู้คน  

เป็นเรื่องด่วนที่จะไม่รายงานก็คงไม่ได้ สัญญาณแจ้งเตือนไฟไหม้ของโรงแรมทำงานเนื่องจากมีคนสูบบุหรี่ในห้องพัก โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและจัดการได้รวดเร็วเลยไม่สร้างความแตกตื่นมาก หวังหย่งเหวินฟังรายงานพร้อมสั่งให้ทางโรงแรมส่งจดหมายขอโทษแก่ลูกค้าที่เข้าพักทุกห้อง เมื่อเสร็จร่างสูงรีบเดินกลับมาอย่างรวดเร็ว ใจกระวนกระวาย พอเมาแล้วนิสัยเสี่ยวหลิวจะซื่อตรงกว่าปกติ ไม่รู้ว่ากำลังงอแงกับเพื่อนเขาหรือเปล่า  

“เสี่ยวหลิวล่ะ” ฝากดูแลแล้วนี่ภรรยาเขาหายไปไหน  

เหอซั่วเกอที่ดูมิสติมากที่สุดจุดบุหรี่พ่นควันฟุ้ง “ไปห้องน้ำ” 

ขมวดคิ้ว “ห้องน้ำ ?  ฉันเพิ่งไปมาไม่เจอเสี่ยวหลิวเลย”  

“ก็น้องบอกพวกฉันว่าจะไปห้องน้ำ ฉันก็เลยปล่อยไป” ลู่เสียนสำทับ คนฟังมีสีหน้าเคร่งเครียดทันที  แต่ประโยคที่คนตัวเล็กชวนจึงพอคาดเดาได้ว่าจะอยู่ที่ใด ไม่หยุดรอลู่เสียนที่จะช่วยตามหา ความเป็นห่วงทำให้รีบเดินลงไปยังชั้นล่างทันที ด้วยจำนวนลูกค้าที่เยอะมหาศาลด้วยแล้ว กวาดสายตาจนทั่วแต่ก็หาไม่เจอ   

เสี่ยวหลิว เราหายไปไหนกัน ! 

ตรงข้ามกับหวังหย่งเหวินที่ร้อนรน คนที่โกหกเพื่อน ๆ เฮียเพราะรอนานเหลือเกินกำลังยืนยิ้มให้หนุ่มแปลกหน้า  

“คุณมาคนเดียวเหรอครับ” อีกฝ่ายเอ่ยถาม เขาไม่ได้มีท่าทีคุกคามเหมือนผู้ชายในคลับชานเมือง แต่สายตาที่มองก็รู้ว่าถูกใจเสี่ยวหลิวไม่น้อย 

ไม่รู้ว่ามีความสุขอะไรหนักหนา ริมฝีปากเล็กถึงยิ้มหวานตลอดเวลา ท่าทางเหมือนล่องลอยในความฝัน “มีคนมาด้วยครับ” 

“เขาไปไหนแล้วล่ะ” เคลื่อนเข้ามาใกล้ ส่งมือมาแตะที่ข้างเอวลูกแมว สำรวจท่าทางใสซื่อขัดแย้งกับแจ็คเก็ตหนังสีดำขับให้ดูอันตราย   

เสี่ยวหลิวดื่มมาเยอะจนส่งผลกับระบบการฟัง มองผ่านไหล่คนแปลกหน้าไปเห็นสามีกำลังมองซ้ายขวาไม่ไกล กะจะโบกมือเรียกแต่แล้วนึกขึ้นได้ 

อะไรบางอย่างที่เก็บไว้กระตุ้นเลือดในกายให้อยากทดสอบ 

ตัดสินใจคล้องแขนสองข้างที่ลำคอหนา ขยับไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมของกันและกัน โยกเอวในกางเกงยีนส์แนบเนื้อช้า ๆ  ในลักษณะยั่วยวน เอียงลำคอยิ้มน้อย ๆ ที่องศานี้จะทำให้หวังหย่งเหวินมองมาเจอได้ 

อยากรู้จังว่าอาการที่เฮียแสดงออกมาระยะหลังมันใช่อย่างที่เขาคิดไหม ใช่อย่างที่เสี่ยวหลิวสงสัยรึเปล่า 

เฮียหึงหลิวใช่ไหมนะ 

อีกฝ่ายชะงักนิ่งค้างไปเมื่อเห็นเขากำลังอยู่กับชายอื่น ร่างสูงในชุดลำลองแต่ไม่อาจกลบรัศมีผู้บริหารทำเอาใจเต้นรัว เด็กหนุ่มรีบก้มหน้าพลิกกายให้แผ่นหลังแนบกับอกคู่เต้นที่ความร่วมมืออย่างดีด้วยการใช้มือสองข้างประคองเอวไว้  

ก็เคยคิดนะว่าทำไมเขาถึงไม่เคยประชดเฮียด้วยการคุยกับคนอื่นบ้าง ไม่ว่าเฮียจะทำเขาเจ็บแค่ไหนแต่เสี่ยวหลิวก็ไม่เคยใช้วิธีนี้ อาจจะเพราะรู้ว่ามันไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น ที่แกล้งเฮียตอนนี้ก็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมกับการเอาคืนเล็กน้อยให้เฮียได้รู้ว่าเขาเคยรู้สึกยังไง 

หึงจนจะเป็นบ้า 

กายที่แนบอยู่พลันถูกดึงอย่างแรงให้ผละออก เสี่ยวหลิวไม่ได้หันไปมอง ได้ยินเพียงเสียงทุ้มที่บาดจิตราวกับจะหั่นร่างของผู้ฟังเป็นชิ้น ๆ  

  

“ขอโทษนะครับ แต่นั่นภรรยาผม” 

  

ความขะมุกขะมัวในน้ำเสียงขัดแย้งกับคำพูดสุภาพ จากที่คาดหวังปฎิกิริยาดุดัน เสี่ยวหลิวกลับต้องผิดหวังน้อย ๆ  หรือว่าทุกอย่างมันเป็นการคิดไปเองเท่านั้น 

ชายคนนั้นรีบเดินหนีไป หวังหย่งเหวินจับไหล่คนรักพลิกให้หันมาประจันหน้า สำรวจเรือนร่างคนที่กำลังส่งยิ้มให้อย่างไม่รู้สึกผิด  

“คุยธุระเสร็จแล้วเหรอครับ” 

"กลับโรงแรมเดี๋ยวนี้" 

 

 

หลังจากที่เจอตัวเด็กซน หวังหย่งเหวินก็โทรบอกลู่เสียนว่าขอตัวกลับก่อน รายนั้นสงสัยแต่ก็ไม่ว่าอะไรนอกจากบอกให้กลับดี ๆ  รอไม่นานรถยนต์ส่วนตัวก็มาจอดเทียบฟุตบาท เทียนฉีเปิดประตูรถให้เจ้านายทั้งสองเข้าไปในห้องโดยสารส่วนตัวซึ่งกั้นแบ่งกับคนขับ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สีหน้าของคุณหวังดูไม่ดีเลย  

ทะเลาะอะไรกันอีกรึเปล่า 

เอี้ยวตัวไปรัดเข็มขัดให้ภรรยาที่ยังมึนเมา ไม่ปริปากพูดอะไรจนเป็นเสี่ยวหลิวที่ทนไม่ไหวแทน 

“เฮียเหวินเป็นอะไรรึเปล่าครับ”       

 อีกฝ่ายตอบเพียงสั้น ๆ “เปล่า” 

“โกรธหลิวที่ไม่นั่งรอเหรอ”  

รถเคลื่อนตัวออกไปแล้วและในนี้ก็เงียบมาก พอต้องอยู่กับเฮียสองคนมันก็อดจะประหม่าไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เฮียใช้ยังคลอเคลียที่ปลายจมูก กลบกลิ่นของชายที่เขาไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ 

มองเสี้ยวหน้าสามีที่วันนี้ดูหล่อเหลากว่าปกติ ตั้งแต่ผมสีดำขลับเซ็ทเสยขึ้นไปด้านหลัง หน้าผากได้รูปที่รับกับจมูกโด่ง น่าเสียดายที่ดวงตาคมดุนั่นเสหลบเขา ริมฝีปากหยักบึ้งตึงเม้มแน่นไม่สบอารมณ์ 

เสี่ยวหลิวช่างไม่รู้อะไรเลยสักนิด 

“นี่” 

เสียงเรียกแผ่วเบาดึงสติคนที่กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ขุ่นมัว ภาพติดตากระพริบไล่ไปไม่เป็นผล ใจมันเจ็บจนอยากระบายกับบางสิ่งบางอย่าง ยิ่งเห็นท่าทางอ่อนหวานของเสี่ยวหลิวยิ่งกรุ่นโกรธ ทว่าสุดท้ายได้แต่ตอบกลับไปสั้น ๆ ด้วยไม่อาจทำลายน้ำใจ 

“เปล่า”  

“มองหน้าหลิว” เป็นอะไรทำไมไม่ยอมคุยดี ๆ หลิวไม่เข้าใจเลย  

ชายหนุ่มหลับตาแน่น ใกล้จะถึงจุดที่ทนไม่ไหว 

พอคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องที่คุยโทรศัพท์ เสี่ยวหลิวจึงเอื้อมไปแตะหลังมือเฮียแผ่วเบาอย่างปลอบประโลม “หลิวไม่รู้ว่าเฮียเป็นอะไร แต่หลิวอยู่ตรงนี้นะ ถ้าเฮียมีอะไรอยากจะพูด...” 

ความอ่อนโยนที่ได้รับทำให้มารร้ายรู้สึกแย่ลงไปอีก  

คนเห็นแก่ตัวควรจะได้รับมันจริง ๆ เหรอ 

ถูกรั้งไว้ด้วยเข็มขัดนิรภัย แม้จะไม่สะดวกแต่ก็เขยิบเข้าไปกอดคนตัวใหญ่ไว้แน่น เงยขึ้นสบกับความเศร้าในดวงตา ใจดวงน้อยพลันเจ็บไปด้วย 

  

“เป็นอะไรไหนบอกหลิวสิครับ” 

  

หวังหย่งเหวินชะงักกับการกระทำของภรรยา จดจ้องใบหน้าหล่อหวานที่ตนหลงใหลมาตลอด  

เฮ้อ ทำไมเราถึงไม่รู้อะไรเลยนะหลิว ไม่รู้จริง ๆ น่ะเหรอ 

“อยากให้เฮียบอกจริง ๆ ? ”  

ถ้าบอกไปแล้วหลิวจะเข้าใจเฮียจริง ๆ ใช่ไหมว่าความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ พยายามแล้วแต่ทรมานเหลือเกิน 

“ก็ไหนเฮียบอกว่าเป็นสามีภรรยามีอะไรก็ให้พูดกันตรง ๆ ไม่ใช่เหรอ เฮียเป็นสามีหลิวนะ บอกหลิวมาเถอะว่าเฮียไม่สบายใจอะไร” 

ประโยคหนักแน่นทำให้แววตาของร่างสูงไหววูบ  

ฉับพลันที่ห้ามใจไม่ไหวจะเชยคางเรียวให้แหงนรับจุมพิต คนตัวเล็กหลับตาพริ้มเมื่อกลีบปากหยักแนบสนิทร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผา อัดแน่นไปด้วยความรักที่มิอาจเผื่อแผ่ให้ใครได้อีกนอกจากคนตรงหน้า สุดท้ายแล้วความหวงแหนท่วมทนที่กักเก็บไว้เนิ่นนานก็พังทลายออกมาจากกำแพงที่มีรอยร้าวเสมอ จะปิดฉาบทับไว้เท่าไหร่ก็ไม่อาจควบคุมได้อีก 

  

“เฮียทนหึงเราไม่ไหวแล้วจริง ๆ ” 

 

จู่โจมอีกคราโดยไม่เปิดช่องให้คนตัวเล็กเอ่ยถามสักนิด รวดเร็วร้อนเร้ายิ่งกว่าแอลกอฮอล์ดีกรีแรง ให้เท่ากับความรู้สึกที่เขามีให้ ริมฝีปากทั้งสองถูกเชื่อมติดหลอมรวมด้วยหยาดน้ำสีใสที่เปรอะเลอะออกมา เสี่ยวหลิวไล่ตามเฮียเหวินอยากไม่ลดละ ใบหน้าแหงนเงยถูกกอดตัวแทบจมไปกับอกกว้าง ล่อลวงให้ต้องปลดเข็มขัดนิรภัยแสนเกะกะย้ายไปคร่อมบนตัก เด็กหนุ่มเผยอปากรับลิ้นอุ่นแสนชื้นแฉะ ส่งเสียงครางน้อย ๆ ประท้วงถึงอากาศที่กำลังจะหมดไป 

จากตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะปลุกไฟปรารถนาในกายภรรยา เวลานี้เมื่อเห็นสภาพของอาหลิวของเขาแล้วมันยากจะสนใจกฎหมายจราจร มือใหญ่ทำหน้าที่แทนเข็มขัดนิรภัยประคองสะโพกที่เริ่มอวบขึ้นในกางเกงยีนส์สีซีด บีบขย้ำแน่นตรึงไว้ไม่ให้ขยับได้ 

“อีก” เสี่ยวหลิวเป็นฝ่ายร้องขออีกรอบ เด็กดื้อที่ดื่มไปเยอะยิ่งเอาแต่ใจโถมกายมาจนชิด ประคองใบหน้าคมแล้วบดขยี้จูบที่มีชั้นเชิงกว่า ขบเม้มริมฝีปากล่างของเฮียแล้วแทรกลิ้นเข้าไปไล้เพดานแข็งเบา ๆ สร้างความสะท้านให้ร่างสูงจนส่งเสียงครางฮึมพึงพอใจ ส่งมือเข้าไปในกลุ่มผมสีอ่อนสางทึ้งให้คนตัวเล็กเสียวซ่าน 

เสี่ยวหลิวถอนจูบออก สภาพตอนนี้ดูยุ่งเหยิงเหมือนกับอารมณ์ ใบหน้าแดงซ่านกลีบปากฉ่ำวาวด้วยน้ำสีใส ดวงตาปรือปรอยและทรงผมที่ออกนอกระเบียบน่าสงสาร ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบที่เสื้อแจ็คเก็ตหนังหลุดร่นลงมาที่ข้อพับแขนสองข้าง หวังหย่งเหวินหายใจแรง จ้องมองเสื้อกล้ามคว้านสีข้างที่ซ่อนอยู่ภายใน มันเป็นตัวเดียวกับที่เขาเคยเห็นเสี่ยวหลิวใส่ บางแสนบางแทบไม่ปกปิดใด ๆ ทั้งสิ้น  

“เฮียเหวินหึงหลิวจริง ๆ เหรอ” ดวงตาเรียวหวานช้อนมองอย่างใคร่รู้ นิ้วเขี่ยกลีบปากสามี เบียดแผ่นอกเข้าไปจนเนื้อผ้าตึงเสียดสี 

หวังหย่งเหวินเผลอสอดมือเข้าไปในเสื้อข้างลำตัวที่คว้านลึกถึงซี่โครงสุดท้าย ลูบผิวเนื้อเนียนด้วยสติซึ่งเริ่มจะมัวเมาไปกับกายน่ารังแก 

“หึงมาก หึงเราจนจะบ้าแล้ว  รู้ว่ามันเห็นแก่ตัวแต่เฮียไม่อยากเห็นเราอยู่กับผู้ชายคนไหนจริง ๆ   ไม่อยากให้สบตา พูดคุยหรือสัมผัสแบบที่เฮียทำกับเรา จะมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ไม่ได้ทั้งนั้น แค่จินตนาการมันก็เจ็บไปหมด เมื่อกี้ที่หลิวเต้นอยู่กับผู้ชายคนนั้น เฮียหวงเรามากจนอยากจะเข้าไปต่อยมัน กล้าดียังไงมายุ่งกับคนรักคนอื่น” กระซิบชิดริมฝีปากจากนั้นลากไล้มาที่ลำคอ เสี่ยวหลิวครางหวิวสั่นไปทั้งร่าง มือเล็กประคองให้กลับมา เห็นแววตาแกร่งกล้าทอประกายรุนแรง หวังหย่งเหวินโมโหจนอยากให้ซิ่นเฉิงวนรถกลับไปที่นั่น  

ท่าทางของเฮียที่เปลี่ยนไปได้รับการยืนยันแล้ว สิ่งที่ซุ่นไป่หานบอกเขาในวันนั้นก็เช่นกัน ใจดวงน้อยเต้นแรง เปิดเผยรอยยิ้มมีความสุข  

“อย่างนี้ก็แสดงว่าหึงหลิวกับคุณรุ่ยด้วยใช่ไหม วันที่หลิวไปทานข้าวกับเขา” 

“ใช่” ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด  

“หลิวกับคุณรุ่ยเป็นแค่เพื่อนกัน” 

“เฮียรู้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ถึงได้เจ็บปวดน้อยลงยังไงล่ะ”  

สีหน้าเศร้า ๆ ของสามีทำให้เสี่ยวหลิวรู้สึกเสียใจที่ทดสอบอะไรไม่เข้าเรื่อง หางคิ้วเรียวตกลู่ ตระหนักได้ว่าอันที่จริงมีแค่เขาที่เจ็บปวดคนเดียวก็พอแล้ว  

“ตั้งใจจะไม่ขัดขวางเรากับคนอื่นจนกว่าจะครบหนึ่งปีที่กำหนด ถ้าเราจะเจอใครที่ถูกใจและสานสัมพันธ์ เฮียคงห้ามไม่ได้ มันเป็นสิทธิของหลิวถ้าได้เจอคนที่ดีกว่า ตั้งใจไว้แบบนั้นแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ” เสมองไปนอกหน้าต่างรถ ในที่สุดมันก็มาถึงวันที่เขาเอาชนะใจตนเองไม่ได้ เขามันแย่ หวังหย่งเหวินรู้ดี  

เสี่ยวหลิวส่ายหน้า ทำไมสามีเขาถึงได้น่ารักอย่างนี้นะ เฮียร้ายกาจคนเดิมหายไปเหลือแต่เฮียที่หลงรักเขาที่สุด 

...น่ารักจนอยากมอบรางวัลให้เลยล่ะ 

“ตั้งแต่ให้โอกาสเฮีย หลิวก็ไม่อยากสานสัมพันธ์กับใครอีก เมื่อกี้ก็แค่อยากรู้ว่าเฮียจะรู้สึกยังไงก็เท่านั้น” เสียงหัวเราะดึงใบหน้าเคร่งเครียดให้กลับมา และก่อนที่หวังหย่งเหวินจะได้ทันพูดอะไรเสี่ยวหลิวก็หยัดตัวขึ้นตรง 

“ตอนนี้ผู้ชายที่หลิวอยากจะสานสัมพันธ์ด้วยก็มีแต่เฮียเหวินเท่านั้นแหละครับ”  

สะโพกส่ายวนยั่วเย้าบดเบียดเป้ากางเกงสามี สีหน้าอันร้อนแรงกว่าเวลาปกติกระตุ้นอารมณ์  คำตอบที่ได้ยินหมายความว่าเขายังเป็นอันดับหนึ่งใช่หรือไม่ เขายังมีโอกาสอยู่จริง ๆ สินะ 

“ไม่มีผู้ชายคนไหนที่หลิวจะยอมให้สัมผัสแบบที่เฮียทำกับหลิวหรอก เพราะฉะนั้นอย่ากังวลเลยนะ” 

ที่ว่างระหว่างกำแพงเก็บเสียงและเบาะนั่งมีมากพอจะให้ลงไปคุกเข่า เสี่ยวหลิวจับต้นขาใต้กางเกงแสแลคให้อ้าออกจากนั้นจึงแทรกตัวเข้าไปตรงกลาง มองจากมุมสูงแล้วช่างล่อแหลมยิ่งนัก 

“แล้วก็มีแค่เฮียที่หลิวจะสัมผัส...แบบนี้” 

หวังหย่งเหวินลมหายใจสะดุดยามมือเรียวแตะลงบนเป้ากางเกงนูนแข็ง มันถูกปลุกปั่นเมื่อกี้โดยภรรยาที่เริ่มจะเชี่ยวชาญ ปากบอกว่า ‘ขึ้นมา รถวิ่งอยู่มันอันตราย’ แต่ให้ตาย เขากลับดันเอวตัวเองให้มันบดเบียดกับอุ้งมือนั่นมากยิ่งขึ้นไปอีก 

เสี่ยวหลิวตาพราวมองปฎิกิริยาสามี ลูกแมวน้อยแสนซนปลดกระดุมและซิปกางเกง ดึงลงจนเห็นชั้นในผู้ชายที่เวลานี้แสนจะคับตึง อวัยวะเพศใหญ่โตพองจนส่วนหัวลอดออกมาที่ขอบผ้าซึ่งเปียกชื้นเป็นวงกว้าง 

ยื่นหน้าไปจุมพิตผ่านปราการเบา ๆ  พลันได้ยินเสียงเฮียคำรามต่ำ ท่อนเนื้อสีเข้มดีดผึงออกมาทันทีที่ปลดเผย เวลานี้มันทั้งใหญ่ทั้งยาว แถมยังแดงก่ำเพราะเลือดมารวมคั่ง เส้นเลือดปูดโปนขดล้อมน่ากลัว  

ส่วนหัวหยักผงกหงึกปล่อยน้ำสีใสออกมาเป็นระยะ มันเหนียวหนืดย้อยอาบลำแกร่ง เพียงแค่มองก็รู้สึกเสียดเสียวไปทั้งช่วงล่าง ลำคอเด็กหนุ่มแห้งผาก 

“น้ำเฮียไหลออกมาเยอะมากเลย” 

“อยากเลียไหม” หวังหย่งเหวินกระตุกยิ้มร้าย เชยคางเด็กไม่ดีให้สบตา เห็นความปรารถนาที่ซุกซ่อนในดวงตาเรียวหวาน  

“อยากครับ หลิวอยากเลียน้ำของเฮียเหวิน” เจื้อยแจ้วไม่ดูสายตาที่รุ่มร้อนดังกองไฟ ปกติก็ชอบพูดอะไรให้หายใจไม่ออก พอเมาแล้วคูณสองแบบนี้น่าทำโทษเด็กไม่ดีจริง ๆ 

แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาน่ะชอบมาก 

หวังหย่งเหวินเอนกายพิงเบาะนั่ง แขนข้างนึงวางไว้ที่หน้าขา อีกข้างเท้าคางกับที่วางแขน มองผู้เป็นภรรยาซึ่งเริ่มใช้สองมือประคองเจ้าลูกชายใหญ่ยักษ์ ส่งลิ้นมาเลียน้ำเหนียวใสตั้งแต่ฐานขึ้นมาจนถึงหัวหยักคล้ำ ของเหลวที่ไหลไม่หยุดยิ่งปล่อยออกมามากขึ้น รสชาติแปลกกระตุ้นให้ช่องทางด้านหลังคนตัวเล็กหดเกร็งแน่น คนเลียรู้สึกกระสันอยากไม่ต่างจากคนถูกเลีย แทบอยากจะใช้มันถูไถกับที่แสนคุ้นเคยเร็ว ๆ 

ลากขึ้นลงตามความยาว เส้นเลือดที่เต้นตุบขรุขระให้สัมผัสหยาบโลน กลิ่นอายบุรุษเพศปลุกเร้าให้หัวนมของเสี่ยวหลิวแข็งคัด เขาตวัดเลียน้ำเข้าปากไม่หยุด ยิ่งกลืนลงคอก็ยิ่งอยากได้มากขึ้น กลีบปากเล็กขยี้ถูไถกับปลายยอดเล่น จากนั้นกดหนัก ๆ จนมันผลุบเข้าไปในปาก  

ดูดแรงจนสะโพกหนายกลอยตามขึ้นมา  

“หลิวอย่าดูดแรงนักสิ” 

“ก็มันอร่อยนี่ครับ” 

ท่ามกลางท้องถนนที่ยังมีรถสัญจรยามค่ำคืน ซิ่นเฉิงและเทียนฉีซึ่งกำลังเป็นกังวลกับเจ้านายทั้งสองมิอาจรู้เลยว่าเบื้องหลังกำแพงเก็บเสียงที่แยกพวกเขาออกจากทั้งคู่กำลังเกิดสถานการณ์อะไรขึ้นอยู่ เช่นเดียวกับผู้อื่นที่มองผ่านฟิลม์ทึบเข้ามาไม่ได้ สุดจะคาดเดาว่าคู่รักสองสามีภรรยากำลังเล่นรักอย่างไร 

“อา เลิกหยอกได้แล้ว อมมันเข้าไปซักทีเถอะ”  

ตามคำขอ เสี่ยวหลิวอ้าปากครอบครองแก่นกายใหญ่ ส่วนหัวดันลิ้นเขาไปด้านหลังอึดอัดจนขยับไม่ได้ ผนังอ่อนนุ่มของช่องปากรัดแน่นเรียกความพอใจ ภาพที่เห็นมันสวยมาก หลิวของเขากำลังใช้ปากปรนเปรออย่างที่ต้องการ เหมือนกับจินตนาการในความฝันทุกค่ำคืน 

เสี่ยวหลิวชอบของเฮีย มันดูน่ากลัวแต่ก็น่าตื่นเต้น คิดถึงยามที่ตนแอบเห็นเฮียเปลี่ยนชุด ส่วนนั้นสงบนิ่งแตกต่างจากตอนนี้ที่ดุร้ายลิบลับ 

“อ-อืม” ตั้งใจให้รางวัลสามีอย่างสุดความสามารถ เจ้าของเรือนผมสีอ่อนผงกหัวให้ท่อนเนื้อตอกลึกเข้ามาในลำคอ มีบ้างที่สำลักเพราะพยายามจะอมทั้งหมด แต่ก็รู้ซึ้งว่ามันเป็นไปไม่ได้ ของของเฮียมันยาวเกินไป เสี่ยวหลิวใช้มือกอบกุมส่วนที่เหลือแทน ชักขึ้นลงไปพร้อมกับปากขยับครูดรัวเร็ว  

“ใกล้แล้ว แบบนั้นแหละ อา- จะแตกแล้ว” หวังหย่งเหวินแหงนหน้าหลับตาแน่น สัมผัสร้อนที่บีบรัดทำเขาใกล้ถึงปลายทาง ลูกกลมสองลูกบนเบาะถูกนิ้วเรียวคลึงเล่น มันอาบเยิ้มจากน้ำส่วนที่คนตัวเล็กดื่มไม่หมด 

“หลิวเอาลิ้นแหย่รูแบบนี้ เฮียเสียวไหมครับ”  

เกร็งลิ้นแล้วแยงแหย่รูเล็กตรงส่วนหัวหยักไม่หยุด หวังหย่งเหวินโหย่งตัวทนไม่ไหว เขาจับแก่นกายใส่ปากช่างพูดอีกรอบ คราวนี้สะโพกสอบบังคับการเอง เคลื่อนไหวรัวเร็วกระแทกกระทั้นในโพรงปากภรรยาจนเสียงเฉอะแฉะสะท้อนไปทั่วห้องโดยสาร 

“อึก- อื้อ ! ” ศีรษะโดนจับยึดไว้ให้ท่อนเนื้อเสือกไสใส่ไม่หยุด เสี่ยวหลิวน้ำตาคลอหายใจติดขัด มันลึกเข้ามาปิดกั้นทางเดินอากาศ 

ความปรารถนาพุ่งทะยานสูงจนในที่สุดน้ำรักขาวขุ่นก็ฉีดอัดเต็มพื้นที่ หลังคอถูกมือใหญ่กดให้กลืนรับทุกหยาดหยด เสี่ยวหลิวหลับตายอมแต่โดยดี มีความสุขที่ทำให้เฮียเสร็จสมครั้งแรก 

แน่นอนว่าจะต้องมีอีกครั้งที่สอง 

เป็นอีกครั้งที่ขาดสติจนเผลอทำรุนแรง หวังหย่งเหวินหอบหายใจถี่ดึงภรรยาขึ้นมาจูบ เลียทำความสะอาดน้ำที่เปรอะเลอะมุมปากให้ เสี่ยวหลิวใช้ปลายลิ้นสะกิดกับลิ้นใหญ่ ลมหายใจอุ่นเป่ารดหวามไหว ลูบท้องที่มีกล้ามเนื้อเบา ๆ 

“หลิวใช้ปากเก่งไหมครับ”  

“เก่ง เก่งมาก” ชมคนตรงหน้าราวกับกำลังเพ้อพก “ตอนที่เอาลิ้นขยี้กับหัวน่ะเสียวสุด ๆ ไปเลย” หัวเราะทุ้มอย่างร้ายกาจ เมื่อภรรยาไม่มีท่าทางเขินอายกับคำพูดหยาบคายเขาก็ไม่จำเป็นต้องสงวนภาษาที่เปลี่ยนไป อันที่จริงถ้าใช้ศัพท์ตรงได้มีหรือหวังหย่งเหวินจะไม่พูดออกมา  

พอเห็นสีหน้าเฮียเหวินที่สุขสมเมื่อกี้มันก็ทรมานไปหมด อยากเห็นหน้าแบบนั้นอีกตอนที่เฮียกระแทกเขามาในตัว แค่คิดก็ปวดหนึบทั้งท้องน้อย คนตัวเล็กขยับเข้าไปใกล้กล่าวออดอ้อนเสียงเครือ 

“หลิวอยากโดนเฮียเอาแล้ว” 

  

ไม่รู้ว่าสองคนนั้นเป็นยังไงบ้าง... เทียนฉีครุ่นคิดอย่างเป็นกังวลยามรถยนต์คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าประตูโรงแรม เมื่อลงไปเปิดประตูรถให้ก็เห็นว่าต่างจากตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด หวังหย่งเหวินมีสีหน้าสดชื่นขึ้น รอยยิ้มบาง ๆ ประดับบนใบหน้า จับมือภรรยาที่พิงแอบอยู่ด้านหลัง จากที่ทำทั้งหมดในรถ ไม่รู้ว่าลูกน้องม๊าจะสังเกตเห็นไหม ในปากคุณหลิวที่ทุกคนลงความเห็นว่าสุภาพเรียบร้อยยังรู้สึกถึงสัมผัสดุดันที่ท่านผู้บริการป้อนให้อยู่เลย 

  

‘ใจเย็น ๆ บัวน้อย  ไปต่อกันบนห้องนะครับ คืนนี้ถึงห้องแล้วจะให้เฮียเอากี่รอบก็บอกมาได้เลย’ 

  

ใบหน้าแดงก่ำ ต้นขาเบียดเสียดเข้าหากันยามนึกถึงคำพูดสามีในรถก่อนหน้านี้ พยายามดึงชายเสื้อแจ็คเก็ตปกปิดเป้ากางเกงที่นูนชัด หวังหย่งเหวินประคองภรรยาที่ก้มหน้าต่ำให้เดินไปด้วยกัน  

ในรถก่อนที่จะมาถึงโรงแรม หวังหย่งเหวินจับท่อนเนื้อที่เพิ่งจะโดนรีดน้ำถูไถกับช่วงล่างเปลือยเปล่าของเสี่ยวหลิว ฝากคราบน้ำเหนอะหนะแล้วสวมกางเกงในปิดไว้ ยามก้าวเดินบังเกิดสัมผัสอุ่นร้อนให้หวิวเล่น เสี่ยวหลิวไม่คิดเลยว่าตัวเองจะยอมให้ชายหนุ่มทำลามกได้ขนาดนี้ 

“ไหวไหม” 

“ครับ” 

บัวน้อย เป็นครั้งแรกที่หวังหย่งเหวินเรียกภรรยาด้วยสรรพนามเอ็นดู แม้จะแสดงออกร้อนแรงเชี่ยวชาญแค่ไหนเสี่ยวหลิวก็ยังเป็นเด็กที่ระงับอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หลอกล่อเพียงนิดก็ติดกับถอนตัวจากห้วงกามรมณ์ไม่ขึ้น ดอกบัวดอกนี้เขาจะทะนุถนอมดูแลอย่างดี แม้จะได้เด็ดดมกลีบขาวจนช้ำหลายทีแล้วก็ตาม 

เสี่ยวหลิวไม่รีรอที่จะดันกายแกร่งไปด้านในลิฟต์ เป็นฝ่ายจูบก่อนอย่างตะกละตะกลาม ไม่กลัวเลยว่าเจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่หลังกล้องวงจรปิดจะเห็นภาพบัดสี 

“ใจร้อน” มุมปากกดลึกเป็นรอยยิ้มร้ายลึก ดึงอีกคนให้มาในมุมที่แอบรัศมีกล้องได้บางส่วน จะมีก็แต่ส่วนหลังศีรษะจนถึงไหล่ที่ปรากฎเท่านั้น เสี่ยวหลิวถูกจับพลิกตัวให้หลังแนบกับแผ่นอก 

“ฮือ อยากจะแย่” บ่นในลำคอแล้วจับมือที่มีขนาดต่างกันมาด้านหน้า หงายมันแล้วบังคับให้ทาบกับส่วนนูนแข็ง “ดูสิ ตรงนี้ของหลิวแฉะไปหมดแล้ว ทั้งน้ำของเฮียของหลิวแยกไม่ออกเลย” ระหว่างที่เดินมารู้เลยว่าเปียกชื้นแค่ไหน เสี่ยวหลิวขยับเอวถูกไถเข้ากับมือที่ลูบล้วงผ่านหว่างขา เนื้อผ้าแข็งของกางเกงยีนส์เสียดสีเร่งเร้าอารมณ์ ส่วนบั้นท้ายที่พักหลังใหญ่ขึ้นก็บดเบียดกับอะไร ๆ ที่เริ่มจะขยายตัวอีกครั้ง 

“จะยั่วไปกันถึงไหน หึ ?  เดี๋ยวก็ถึงแล้ว รับรองว่าได้แฉะกว่านี้แน่”  

คิดถึงสภาพคนตัวขาวถูกเล้าโลมจนน้ำหวานผุดออกมาจากแก่นกายไม่หยุด หยดย้อยอาบมาถึงรูรักด้านหลัง หวังหย่งเหวินพรมจูบลำคอสวย มองตัวเลขของชั้นที่ค่อย ๆ ขยับขึ้นทีละนิด รู้สึกว่ามันช้ากว่าปกติเหลือเกิน ถ้าเฮียทำในลิฟต์กลัวว่าคนที่สร่างเมาแล้วอับอายจะเป็นหลิวน่ะสิ  

เสี่ยวหลิวได้ยินเช่นนั้นก็แอ่นสะโพกไปด้านหลัง แยกขาออกกว้าง ทำในสิ่งที่หวังหย่งเหวินไม่คาดคิด  

  

“หลิวทนไม่ไหวแล้วเฮีย นะครับ อยากเสียวตรงนี้จะแย่แล้ว” กล่าวพลางย่อตัวขย่มช่วงล่างกับอุ้งมือใหญ่  

            

“เสี่ยวหลิว” หอบหายใจหนัก คำพูดกระตุ้นให้ทำรุนแรงอีกแล้ว เด็กบ้า ใครสั่งใครสอนกันนะ 

คนตัวเล็กไม่รีรอถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังเหลือเพียงเสื้อกล้ามบาง จากนั้นปลดกางเกงยีนส์แสนคับลงมากองที่ต้นขาสั่นระริก ก้มมองเห็นชั้นในตัวเองเปียกอย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย  หวังหย่งเหวินมองตามไปถึงกับพรูลมหายใจแรงจนเส้นผมสีอ่อนปลิดปลิว มาขนาดนี้แล้วจะให้เล่นตัวก็ผิดคอนเซ็ปต์จอมมารน่ะสิ มีโอกาสเรียบตักตวงไว้อย่างรวดเร็ว เขาล้วงเข้าไปในร่มผ้า จับรูดรั้งแก่นกายสีสวยพอดีมือให้ ร่างเล็กบิดสะท้านครางลั่น ปากเผยอค้างพร่าไปทั้งดวงตา 

“อ-อา !  เฮียขยับมือแบบนี้แล้วมัน-” 

“เราขอเองนะ แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วเหรอ” เอ่ยแซวอย่างเอ็นดู 

“เปล่า อ๊า เฮียอย่าชักเร็วสิ มันเสียว ฮือ” ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ หวังหย่งเหวินขยับข้อมือเร็วจนเสี่ยวหลิวครางติด ๆ กัน 

ก่อนที่จะเสร็จคามืออีกฝ่าย ลิฟต์ก็มาจอดอยู่ที่หน้าห้องพักราคาแพงที่สุดในโรงแรม เปิดออกไปจนเห็นทางเดินถอดตัวถึงบานประตูไม้สัก “ไปต่อกันในห้องนะ” กระซิบบอกคนตัวเล็ก  

“หลิวเดินไม่ไหว ทำตรงนี้เถอะนะครับ” เอี้ยวตัวช้อนดวงตาคลอน้ำใส หวังหย่งเหวินไม่ใคร่จะเห็นดีเห็นงามบอกว่าจะอุ้มไป จนกระทั้งเสี่ยวหลิวทำท่าจะร้องไห้ออกมาจึงรีบกดกระดิ่งฉุกเฉินติดต่อเจ้าหน้าที่ด้านล่าง บอกว่าให้ล็อกลิฟต์ไว้ชั้นบนสุด  

และปิดกล้องวงจรปิดในลิฟต์ด้วย 

ประตูปิดลงขังทั้งสองไว้ดั่งเดิม  หวังหย่งเหวินไม่เกรงกลัวตาที่มองไม่เห็น ดึงตัวภรรยามาอยู่กลางลิฟต์ แสงไฟอาบไล้ร่างขาวนวลเนียน บานกระจกทั้งสี่ทิศเผยรูปร่างชวนฝันให้น้ำลายสอ 

ผู้บริหารโรงแรมแสนน่าเกรงขามจัดการกับกางเกงตัวเอง งัดลำใหญ่แข็งขืนออกมาดุดดันกับร่องบั้นท้ายขาว พอได้พักฟื้นไอ้ตัวร้ายก็พร้อมออกรบเต็มที่ 

“ชอบให้ไอ้นั่นเฮียถูกับร่องก้นเราไหม” ถามแล้วใช้วงแขนรัดเอวให้แนบชิดกว่าเดิม เสี่ยวหลิวขาสั่นมือข้างนึงยันผนังลิฟต์ไว้  

“ชอบครับ” ผงกหัวหน้าแดงก่ำ  

“งั้นก็ครางดัง ๆ นะเด็กดี เพราะที่นี่มีแค่เราสองคน” จับกลางกายไว้แล้วดันเข้าไปในช่องทางที่รัดแน่น พอเริ่มทำทุกวันก็ไม่ต้องใช้เวลาเบิกทางนานนัก เสี่ยวหลิวโค้งตัวดันสะโพกเข้าหา รับความใหญ่โตทั้งหมดไว้รวดเดียว  

“เสียวไหมแบบนี้ หืม” คอยถามอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด ขยับเอวเนิบช้ำย้ำไปที่จุดกระสัน  หัวหยักตอกลึกจนลำคอเกร็งส่งเสียงไม่ไหว เสี่ยวหลิวจิกเล็บกับต้นแขนแข็งแรง ยิ่งภาพสะท้อนสีหน้าตัวเองและเฮียพร้อมกัน เขาก็ยิ่งมีอารมณ์ 

“สะ-เสียว อือ !  เสียวมาก ของเฮียทั้งใหญ่ทั้งยาว ทำหลิวจุกไปหมด” ยามโดนจุดที่สร้างรู้สึกดี เขาก็ยิ่งถ่างขาให้กว้างมากขึ้น 

“แล้วแบบนี้ล่ะ เร็วขึ้นแบบนี้ชอบไหม” ถามแล้วกระแทกถี่ ๆ เข้าไปในบั้นทายขาว  มือบีบขยำจดเกิดรอยแดง เสี่ยวหลิวตัวโคลงเคลงเช่นเดียวกับตัวลิฟต์ที่เหวี่ยงไปตามแรงน้อย ๆ น่าหวาดเสียวว่าจะเกิดอุบัติเหตุสยองในโรงแรมขึ้น เสียงครางหวานหายเป็นจังหวะกระชั้น “ตอดเฮียใหญ่เลย ชอบล่ะสิเด็กลามก” ผนังนุ่มหดรัดรอบท่อนเนื้อขรุขระไม่หยุด แทบจะทำให้ชายหนุ่มแตกอยู่รอมร่อ 

“อะ อะ เฮีย เฮียเหวิน ! สุดยอดเลย แรงอีก ! ” น้ำลายซึมไหลมาตรงมุมปาก เสี่ยวหลิวหลับตาแน่น เสียวจนเหมือนตัวเองกำลังจะตายให้ได้  ท้องน้อยเขาหดเกร็งเจ็บไปหมด แต่ก็รู้สึกหฤหรรษ์ในเวลาเดียวกัน 

“หลิวเจ็บนมจัง เฮียช่วยบีบหน่อย” มือเลิกเสื้อขึ้นมาให้ หวังหย่งเหวินบีบเนื้อตรงนั้นอย่างมันส์มือ ช่วยบรรเทาความต้องการจนร่างเล็กตัวอ่อนพิงเข้าหา นิ้วโป้งขยี้หัวนมจนแดงก่ำ ใช้นิ้วชี้คืบดึงแล้วปล่อยกลับที่เดิม เสี่ยวหลิวครางชอบใจ สงสัยจะชอบให้เล่นกับหน้าอกจริง ๆ 

ถอนตัวออกมาแล้วจุมพิต ระหว่างที่แลกลิ้นครั้งที่เท่าไหร่ไม่ทราบได้ เสี่ยวหลิวยกขาข้างนึงเกี่ยวเอวหนาอัตโนมัติ หวังหย่งเหวินใช้ฟันคมขบลิ้นชมพูเบา ๆ  แสยะยิ้มอย่างรู้ทัน จับแก่นกายใส่เข้าไปในช่องทางที่บวมฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำตัวเอง 

ถ้าพรุ่งนี้เดินไม่ไหวก็ทำตัวเองล้วน ๆ นะหลิว 

“อา ลึก ๆ ” สั่งสามีแล้วโหย่งตัวยืนบนปลายเท้า เฮียจับขาที่ยกอยู่ไว้แน่น กระชับไว้ไม่ให้เขยื้อน แต่ที่น่าตกใจคือขาอีกข้างของเสี่ยวหลิวเองก็ถูกจับยกขึ้นมาเกี่ยวเอวไว้เช่นกัน 

“ทำแบบนี้จะได้ลึกสมใจเราไง” กระซิบพร่าหลังจากตีเนียน น้ำหนักของเสี่ยวหลิวไม่ได้เกินกำลัง มือใหญ่แบกประคองบั้นท้ายไว้ แหวกเนื้อนิ่มกลมออกให้สะดวกต่อการเสยให้ ท่อนเนื้อสีเข้มกระเด้งเร้าขึ้นรัวเร็ว ได้ยินเสียงร้องดังลั่นจากภรรยา 

“อ๊า ! ลึกไปแล้ว แบบนี้มัน-ไม่ไหว อ๊ะ” เอวเฮียก็ดีเหลือเกิน ทั้งเร็วทั้งรัวกระแทกหลิวจนตัวลอย เรียวขาสองข้างเกร็งกระหวัดเกี่ยวหลักยึดไว้    

หวังหย่งเหวินส่งเสียงคำรามคล้ายสัตว์ป่า จดจ้องภาพในกระจกที่กำลังสะท้อนลำใหญ่ของตัวเองผลุบเข้าออกไม่หยุด พวกเขาเชื่อมต่อกัน แนบแน่น หลอมรวมเป็นหนึ่ง ด้านอันชั่วร้ายบอกเขาว่าให้กระทำแบบนี้ต่อไปอีกหลายชั่วโมง ครอบครองเสี่ยวหลิวจนกว่าตัวเองจะหมดแรงตายไป 

แม่สามีจะต้องภูมิใจในตัวลูกสะใภ้ ที่สุดท้ายก็ชนะทั้งใจและกายลูกชายคนโตตัวเองเสียอยู่หมัด ลีลารักของคนตัวเล็กไม่ทำให้เสียชื่อตำรากามสูตรตระกูลหวังจริง ๆ 

เร่งสะโพกใส่จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อไม่หยุด หัวหยักตอกจุดกระสันในกายเล็กย้ำ ๆ ควงใส่จากหลายทิศทาง เสี่ยวหลิวตอบรับกระดกสะโพกวนเข้าหาไม่ลดละ นานอยู่หลายนาทีจนสุดท้ายก็บีบรัดกายใหญ่แน่น กระตุกตัวปลดปล่อยออกมาเต็มเสื้อเชิ้ตของหวังหย่งเหวิน 

เสี่ยวหลิวครางกระเส่าเมื่อรับรู้ถึงหยาดอุ่นที่ฉีดเข้ามาในกาย มันพุ่งแรงและส่วนที่มากเกินก็ไหลย้อยออกมาตามแรงโน้มถ่วง มารร้ายยังไม่ถอนกายออก เอนตัวพิงกับผนังลิฟต์พร้อมอุ้มบัวน้อยแสนจะหวงแหนไว้ กอดกระชับแน่นราวกับกลัวว่าจะหายไป 

ประทับจูบบนหน้าผากชื้นเหงื่อ ก่อนใบหน้าหล่อคมจะซบลงกับลาดไหล่ขาวเนียนเหมือนอย่างที่ใช้อ้อนประจำ “เสี่ยวหลิวห้ามให้ใครทำแบบนี้นอกจากเฮียนะ” เอ่ยขอร้องไว้เพราะสิทธิสามีที่ยังไม่สมบูรณ์ “เฮียทำได้แค่คนเดียวเท่านั้น รักหลิวแบบนี้ได้คนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม” 

เสี่ยวหลิวกะพริบตาไหล่หยาดเหงื่อที่หยดลงมา ใจอิ่มเอิบกับคำพูดเอาแต่ใจที่ได้ฟัง ชอบเฮียเหวินแบบนี้มากกว่าเฮียที่อดกลั้น 

“อื้อ หลิวจะไม่ให้ใครทำแบบนี้นอกจากเฮีย ...เพราะฉะนั้นรักหลิวให้มาก ๆ นะ” 

 

  

  

 

 

-------------------------------------------------------------- 

มาแล้วค่า ครึ่งหลังแซ่บนัวมากกก สองสถานที่สองสไตล์ ออเดิร์ฟในรถก่อนจะจัดเต็มในลิฟต์ ตอนแรกกะจะให้ลิฟต์ค้างแต่ด้วยบริบทแล้วไม่น่าจะทำได้จนเสร็จ ตัดปัญหาล็อกลิฟต์ไว้ชั้นบนสุดเลย ก็หวาดเสียวกันไปเนอะ555555555555555 ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังติดตามอย่างหนียวแน่น ใกล้จะจบแล้วจริงๆๆๆ ตอนนี้แต่งไปสนุกมากก ยังสงสัยว่าจะมีอะไรเหลือให้เล่นอีกในตอนจบไหม55555 

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ อ่านทุกเมนต์จริง ๆ มีไฟได้ก็เพราะทุกคนเลย ใครชอบตอนนี้อย่าลืมหวีดในแท็ก #ภรรยาที่ดีไม่ได้มีคุณธรรม ในทวิตด้วยนะคะ เราจะตามไปส่อง อยากรู้ว่าเผ็ชสมรอคอยไหม เผื่อจะเพิ่มอะไรได้มากกว่าเน้ 555555555555555555   

ปล. เราไปคอมมิชรูปเสี่ยวหลิวกับเฮียเหวินมา เป็นกี่เพ้าด้วยแหละ ใครอยากเห็นภาพเต็มกดลิงค์เลยค่ะ น้องสวยมากกกกเฮียก็หล่อสุด ๆๆๆๆ >< 

https://twitter.com/greenmeat_novel/status/1148948268853813248 

คลิกไม่ได้ให้เข้าไปดูที่ทวิตเตอร์นักเขียนเรานะคะ @greenmeat_novel 

 

------------------------------------------------------------------------------------------- 

ก่อนอื่นต้องขอโทษที่หายไปนานอีกแล้วนะคะ เราอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถแต่งเรื่องนี้ได้ ตอนแรกว่าจะมาอัพครบร้อยแต่น่าจะได้อัพอีกทีรวมแล้วสี่เดือนแน่ ๆ เพราะแต่งได้ช้ามาก สารภาพว่าหมดไฟค่ะด้วยปัจจัยหลายอย่าง ;-; แต่งไม่ออกทั้งที่มีพล็อตในหัว ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้วค่ะ เลยตัดสินใจเอา 50 เปอร์มาอัพให้อ่านกันก่อน ค่อย ๆ ให้ตัวเองรู้สึกสำเร็จไปทีละขั้น 

เหลือตอนนี้ ตอนหน้า และบทส่งท้ายก็จะจบแล้ว แต่ว่าตั้งแต่วันนี้เราอาจจะมาอัพเรื่องนี้ช้าลง บอกไม่ได้ว่าจะห่างเท่าไหร่ สำหรับใครที่ทนรอไม่ไหวแล้วเราเข้าใจค่ะ ไม่โกรธเลย นิยายเรื่องนี้เราตั้งใจว่าจะส่งต้นฉบับกันยา และออกงานนส. (แต่ถ้าไม่ทันจริง ๆ จะมาแจ้งอีกทีค่ะ) ถ้าใครยังอยากอ่านต่อ จะรอเราอัพจบช่วงกันยา หรือรอเป็นรูปเล่มทีเดียวก็ได้นะคะ 

ส่วนใครเข้าใจและยังรอกันอยู่ ไม่ว่านานแค่ไหนก็รอ เราขอบคุณมากจริง ๆ เพราะมีพวกคุณอยู่เราถึงยังสามารถเขียนมาจนถึงตอนนี้ได้ ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ เราแคร์นักอ่านของเรามาก เหลือกันเท่านี้เองเนอะ รักพวกคุณมากจริง ๆ นะ หวังว่าตอนนี้จะสนุกเหมือนเคย แล้วเจอกันค่ะ <3 

  

ความคิดเห็น