akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 31 สัตว์ร้าย

ชื่อตอน : บทที่ 31 สัตว์ร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 72.7k

ความคิดเห็น : 86

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2558 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 31 สัตว์ร้าย
แบบอักษร

31

สัตว์ร้าย

 

        “พี่กวาง!

 

 

        เสียงของแคทดูดีใจจนเขาแทบจะถลาลงมาจากเตียงผู้ป่วย คุณรุจน์พาผมมาหาแคทที่โรงพยาบาล

 

 

        “คิดถึงพี่กวางมากเลย”

 

        ผมเข้าไปกอดเขา แคทเองก็กอดผมเอาไว้แน่น ช่วงที่ผมไม่อยู่ แคทคงจะลำบากมาก ผมมันไม่น่าจะเห็นแก่ตัว ทำอะไรโดยไม่คิดแบบนั้นเลย

 

        “พี่ขอโทษนะ”

 

        “พี่กวางขอโทษเรื่องอะไร?

 

        แคทคงงงที่ผมไปขอโทษเขา ผมจะกล้าบอกเขาได้ยังไง ว่าพี่ชายคนนี้เคยคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย     

 

        “พี่ขอโทษที่ทำให้แคทต้องเจ็บตัว พี่ไม่ดีเอง”

 

        “ไม่หรอกพี่กวาง มันไม่ใช่ความผิดของพี่ มันเป็นเพราะผู้ชายนิสัยไม่ดีคนต่างหาก พี่กวางอย่าคิดมากเลยนะ”

 

        กลายเป็นว่าคนเป็นพี่อย่างผมต้องให้น้องชายมาปลอบอย่างนั้นเหรอ

 

        “แล้วนี่ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะ?

 

        ผมหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ที่ใกล้กับเตียงคนไข้ แคทยิ้มเจื่อนๆ เห็นทีวีที่ยังเปิดอยู่ มันก็พอทำให้ผมรู้ว่าเขามัวแต่ดูทีวีจนไม่ยอมนอน ทั้งๆที่ตอนนี้มันก็เกือบสามทุ่มแล้ว

 

        “แค่นี้เองพี่กวางเพิ่งจะสามทุ่มเองนะ”

 

        “เรายังไม่หายดีทำไมไม่นอนพักเยอะๆล่ะ”

 

        “หมอบอกว่าอีกพรุ่งนี้ตอนเย็นก็กลับบ้านได้แล้วน่า”

 

        “อย่าดื้อสิแคท”

 

        “ไม่ได้ดื้อสักหน่อย”

 

        “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณกวาง เด็กวัยรุ่นก็แบบนี้แหละครับ”

 

        ผมหันไปมองคุณรุจน์ บางทีคุณรุจน์ก็ดูเป็นคนใจดีจนเกินไปหรือเปล่านะ เขาเดินยังอีกฝั่งของเตียง แล้วยกมือลูบหัวแคท

 

        “แต่พี่ชายนายเป็นห่วงนายมากนายก็น่าจะเข้านอนไวๆล่ะนะ”

 

        รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนและใจดีของเขาส่งไปให้กับแคท

 

 

        “ก็ได้ แต่ผมขอคุยกับพี่กวางอีกนิดแล้วกัน ยังไม่หายคิดถึงเลยครับ”

 

        ผมและคุณรุจน์ได้แต่ยิ้มเอ็นดูแคท แคทหันมาคุยกับผม  เขาถามโน่นนี่ แคทคงจะเป็นห่วงผมมาก มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิด ผมจะขอไถ่โทษโดยที่ไม่ยอมทิ้งเขาไว้คนเดียวอีกแล้ว

 

        พี่ขอโทษพี่จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว พี่จะไม่ยอมตายง่ายๆพี่จะปกป้องแคทด้วยชีวิตของพี่

 

        “ดึกแล้วนะ พี่ว่า พี่คงต้องกลับแล้วล่ะ”

 

        “แล้วกลับยังไงล่ะพี่กวาง?กลับเองหรือเปล่า?

 

        “เดี๋ยวพี่ไปส่งคุณกวางเอง ไม่ต้องห่วงไปหรอก สัญญาเลยว่าจะดูแลอย่างดี”

 

        คุณรุจน์หันไปพูดกับน้องชายผม สีหน้าที่ดูเป็นห่วงและกังวลของแคทค่อยดีขึ้น เขาหันไปเอ่ยกับคุณรุจน์

 

        “ขอบคุณครับ”

 

        “งั้นพี่ไปก่อนนะแคท รีบเข้านอนล่ะ”

 

        “ครับ พี่กวาง”

 

        ในที่สุด ผมและคุณรุจน์ก็ออกจากโรงพยาบาลที่แคทรักษาตัวอยู่ ตอนนี้เราสองคนกำลังนั่งอยู่ในรถยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่และมีจุดมุ่งหมายที่ไม่ใช่ที่บ้านของผม

 

        “ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ที่ช่วยดูแลน้องชายผม”

 

        “ผมบอกแล้วไงครับ ว่าน้องคุณกวาง ก็เหมือนของน้องผม ผมยินดี”

 

        คุณรุจน์เอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้ม ผมเองก็รู้สึกเกรงใจเขาไม่น้อย อันที่จริงผมไม่ได้จะกลับบ้าน แต่ว่าผมกำลังจะไปบ้านของคุณเสือ

 

        สถานที่ที่ผู้ชายคนนั้นเป็นเจ้าของผู้ชายที่คิดจะฆ่าผม..และลูกในท้องของผม

 

        คิดเพียงเท่านี้ ผมก็ยกมือมาวางไว้ที่ท้องตัวเอง ใครจะไปคิดว่าผู้ชายจะท้องได้แต่ว่าถ้าคนที่เห็นยังสามารถกลายร่างเป็นสัตว์ป่าได้แล้ว เรื่องมหัศจรรย์บนโลกใบนี้ก็คงจะมีอีกมากมายจนผมคิดไม่ถึง

 

        “อย่ากังวลไปเลยครับ ผมจะไม่ยอมให้คุณพ่อทำอะไรคุณกวางแล้วก็เด็กในท้องแน่นอน..ก็คุณเป็นถึงพี่สะใภ้ แล้วเขาก็เป็นหลานของผมด้วยนี่ครับ”

 

        พอได้ยินคุณรุจน์พูดแบบนี้ แก้มของผมมันก็ร้อนผ่าวขึ้นมา เขากำลังบอกว่าผมเป็นพี่สะใภ้

 

        “คุณเสือเป็นยังไงบ้างครับ คุณไม่ยอมบอกอะไรผมตั้งพาผมออกมาจากบ้านพี่คิน”

 

        คุณรุจน์ไม่ยอมบอกอะไรเกี่ยวกับคุณเสือให้ผมรู้เลย เขาบอกแค่ว่าคุณเสือปลอดภัย และอยากให้ผมมาเจอกับแคทก่อน

 

        ผมเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ใจจริง ผมก็เป็นห่วงทั้งแคทและคุณเสือ แต่ด้วยความเป็นพี่ ผมเองก็ต้องเลือกมาเจอกับแคทก่อน เพราะเขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเหมือนกับผม ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นตายร้ายดียังไง แต่พอเห็นว่าเขาปลอดภัยดีก็โล่งอก

 

        รถยนต์ของคุณรุจน์ขับเข้ามาถึงในบ้านหลังใหญ่ เวลาในตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว แต่ไฟในบ้านยังเปิดสว่าง

 

        ผมและคุณรุจน์ลงจากรถ คุณรุจน์บอกผมว่า เวลานี้คุณศาลทูรหรือคุณพ่อของเขาน่าจะเข้านอนแล้ว การที่เขาจะพาผมไปเจอคุณเสืออาจจะง่ายกว่า

 

        มันน่าแปลกใจถ้าคุณเสือปลอดภัยดี ทำไมเขาถึงไม่มาหาผมเอง ทำไมถึงมีแค่คุณรุจน์ที่มาหาผม ผมไม่อยากจะน้อยใจ แต่ว่ามันก็อดคิดไม่ได้

 

        ภายในบ้านเงียบสงบ ราวกับว่าไม่มีใครอยู่เลย แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็เห็นคุณภูเดินลงบันไดมา

 

        “คุณพ่อเข้านอนแล้วใช่ไหม?

 

        คุณรุจน์เหมือนต้องการที่จะถามย้ำอีกครั้งให้แน่ใจว่าทางจะสะดวก ผมเองก็หวั่นอยู่ลึกๆ กลัวคุณศาลทูรจะไม่ยอมให้ผมพบกับคุณเสือ

 

        “ครับ คุณพ่อเข้านอนแล้วสวัสดีครับคุณกวาง ผมดีใจที่คุณปลอดภัย”

 

        “ครับ ขอบคุณมากนะครับคุณภูที่ช่วยดูแลแคท”

 

        “ไม่เป็นไรครับ”

 

        ใบหน้าใต้กรอบแว่นกำลังส่งยิ้มให้กับผม แต่เพียงครู่เดียวเขาก็มีท่าทางที่ดูเป็นกังวลและรีบร้อน

 

        “เรารีบไปหาพี่ใหญ่กันเถอะครับพี่รุจน์”

 

        “อืมพี่ก็ว่างั้น”

 

        “ไปกันเถอะครับคุณกวาง”

 

        คุณภูหันมาพูดกับผม ผมเดินตามคุณรุจน์และคุณภูไปเรื่อยๆยิ่งเดินก็รู้สึกแปลกๆ

 

        “เอ่อ เราจะไปไหนกันเหรอครับ”

 

        เส้นทางที่พวกเขาสองคนกำลังเดินนำผมไปมันไม่ใช่การเดินขึ้นบันไดไม่ใช่การเดินออกไปนอกบ้านแต่

 

        พวกเรากำลังลงไปยังชั้นใต้ดิน!

 

        ที่บ้านหลังนี้มีชั้นใต้ดินด้วยงั้นเหรอแล้วทำไมถึงต้องมาคุณเสือที่นี่ด้วย

 

        “ใกล้ถึงแล้วครับ”

 

        คุณรุจน์และคุณภูเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง แสงไฟสลัวที่ติดไว้ตรงกำแพง ทำให้พวกเรามองเห็นทางเดิน

 

        “คุณเสืออยู่ในห้องนี้เหรอครับ

 

        พอได้รับการยืนยัน มือของผมมันก็เหมือนจะเสียมารยาทจะดันประตูเปิดเข้าไปแต่มันเปิดไม่ออก

 

        “เดี๋ยวผมกับนายภูจะจัดการเองครับ”

 

        คุณรุจน์หันไปพูดกับน้องชาย ผมถอยหลังห่างประตู ผมมองทั้งสองคนที่วางมือคนละข้างไว้ที่ประตู เพียงไม่นาน ประตูมันก็เปิดออกอย่างง่ายดาย

 

        “ภูนายคอยระวังคุณกวางไว้ด้วย”

 

        “ครับพี่รุจน์”

 

 

        ระวัง? ทำไมต้องระวังด้วย

 

        ผมมองคุณรุจน์ที่กำลังเดินเข้าไปในห้อง ผมรีบก้าวขาจะเดินตามเขา แต่คุณภูก็ขวางไว้

 

        “คุณกวางอย่าอยู่ห่างจากผมนะครับ”

 

        “เอ๊ะ?

 

        “ปลอดภัยไว้ก่อนนะครับ”

 

        คำตอบของคุณภูยิ่งทำให้ผมงงหนัก ที่บอกว่าอย่าอยู่ห่างจากเขามันหมายถึงอะไร ผมปล่อยให้คุณภูเดินอยู่ข้างๆผม

 

        ภายในห้องมันมีเพียงแสงไฟสลัวเท่านั้นแทบมองอะไรไม่เห็น ผมพยายามกวาดตามองหาคุณเสือ

 

        ทำไมคุณเสือถึงได้อยู่ในห้องมืดสลัวแบบนี้ ทั้งอากาศที่เย็นยะเยือก สถานที่ที่แห่งนี้ ไม่น่าเป็นที่ที่คุณเสือจะมาอยู่เลยสักนิด

 

        ฟืด

 

        เสียงหายใจแรง

 

        กรร์

 

 

        ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้ขนลุกและรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี

 

        ครืด

 

        เสียงเหมือนโซ่ที่กำลังลากพื้น มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกกังวล นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

        “ภูระวัง!!

 

        ตุบ!!

 

        โครม!!

 

        เพียงชั่วพริบตา ทั้งร่างของคุณภูและคุณรุจน์ก็กระเด็นไปปะทะกับโต๊ะที่อยู่ไม่ห่างจากพวกเรามากนัก

 

        ดวงตาสีอำพันที่เปล่งประกายกำลังสบกับตาของผมร่างกายใหญ่โตที่ปกคลุมไปด้วยขน ฟันแหลมคมที่กำลังเผยให้ผมเห็น ท่าทางที่ดูไม่เป็นมิตรและเหมือนกับสัตว์ร้ายที่จะออกอาละวาด

 

        “คุณเสือ

 

        เสือตัวใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าผมคือคุณเสือจริงๆน่ะเหรอ

 

        ที่คอของเสือตัวนี้มีโซ่เงินขนาดใหญ่ล่ามเอาไว้อยู่ เสือตัวนี้กำลังถูกจองจำ

 

        “นี่มันอะไรกันครับคุณรุจน์”

 

        “พี่ใหญ่พี่ใหญ่รีบมีสติเร็วๆสิครับ นั่นน่ะคือคุณกวางนะครับ!

 

        ผมไม่เข้าใจที่คุณรุจน์พูดเลยสักนิด ทั้งๆที่เสือตรงหน้าดูน่ากลัวมากแท้ๆ แต่ร่างกายของผมกลับเดินตรงเข้าไปหามัน

 

        “คุณเสือคุณเสือจริงๆเหรอครับ”

 

        กรร์….

 

        เสียงหายใจของเขาดังมาก ดวงตาของเขาก็ดูก้าวร้าว ทำไมคุณเสือถึงได้อยู่ในร่างนี้ แล้วทำไมท่าทางของเขามันถึงได้ดูน่ากลัวแบบนี้

 

        ตุบ!!

 

        “โอ๊ย!

 

        เพียงแค่ชั่วพริบตา ร่างของผมก็โดนเจ้าเสือตัวใหญ่นี่ตะปบจนร่างล้มไปนอนกับพื้น ร่างกายใหญ่โตนั่นกำลังคร่อมร่างของผมอยู่

 

        “พี่ใหญ่ ตอนนี้คุณกวางกำลังท้องลูกของพี่อยู่ พี่จะทำร้ายคุณกวางไม่ได้นะครับ!!!

 

        คุณรุจน์ตะโกนเสียงดังลั่น ผมเหลือบมองคุณรุจน์เพียงครู่ เขากำลังพยายามยันกายตัวเองให้ลุกขึ้นเพื่อจะเดินเข้ามาช่วยผม

 

        ผมเงยหน้ามองคุณเสือ

 

        “คุณเสือนี่ผมเองนะครับ

 

        ท่าทางของเขาไม่เหมือนคุณเสือที่ผมรู้จักเลยสักนิด เสือตรงหน้าผมน่ากลัวมากกว่าทุกครั้งที่ผมเห็น ท่าทางของเสือตัวนี้ เหมือนกำลังจะก้มลงมากัดกินผม ผมได้แต่หลับตาแน่นสมองมันประมวลผลไม่ถูกแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

        คุณเสือ

 

        โครม!!!

 

        เสียงบางอย่างกระแทกเข้ากับบางสิ่งอย่างแรง ทำให้ผมสะดุ้ง ลืมตาขึ้นมา ไม่มีร่างของเสือที่คร่อมอยู่บนตัวผมแล้ว

 

        “คุณพ่อ!!!

 

        เสียงของคุณรุจน์และคุณภูดังขึ้นพร้อมกัน ผมค่อยๆยันกายลุกขึ้นหันมองไปทางประตูห้อง

 

        คุณศาลทูร

 

        “บอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าไม่ให้มาที่นี่”

 

        เสียงของคุณศาลทูรนั้นเต็มไปด้วยการตำหนิ คุณรุจน์ประครองคุณภูเดินเข้ามาหาผม

 

        “ผมขอโทษครับคุณพ่อแต่ว่าผมปล่อยให้พี่ใหญ่เป็นแบบนี้ไม่ได้”

 

        “ออกมาจากห้องนี้ซะ”

 

        “แต่ว่า

 

        “หรือพวกแกอยากจะให้มนุษย์คนนี้ต้องตายอยู่ที่นี่!

 

        น้ำเสียงทรงอำนาจดังขึ้น เขาพูดโดยปรายตามามองผมเพียงชั่วครู่เท่านั้น

 

        “รีบออกไปจากห้องนี้กันเถอะครับคุณกวาง”

 

        คุณรุจน์เข้ามาประครองผมให้ออกจากห้อง

 

        “แต่ว่าคุณเสือ”

 

        “ออกมาก่อนเถอะครับ”

 

        สุดท้ายผมก็ถูกพาออกมาจากห้องนั้น

 

        “ขอบคุณครับคุณพ่อ ที่ช่วยพวกเรา”

 

        “หึ

 

        คุณศาลทูรไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่เขากลับเดินไป คุณรุจน์และคุณภูมองหน้ากัน แล้วกันมามองผม พยักหน้าเป็นเชิงเหมือนให้เดินตามคุณพ่อของพวกเขาไป

 

        ความสงสัยของผมมันเต็มไปหมด ผมหันไปมองประตูห้องที่ถูกปิดอีกครั้งด้วยฝีมือของคุณศาลทูร

 

        คุณเสือเกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่ผมงงไปหมดแล้ว

 

        “คุณพ่อครับผมขอโทษที่ฝ่าฝืนคำสั่ง แต่ว่าพวกเราเป็นห่วงพี่ใหญ่”

 

        ผม คุณรุจน์ และคุณภูเดินตามคุณพ่อของเขามาจนถึงห้องรับแขก ทั้งๆที่คิดว่าคุณพ่อของคุณเสือเข้านอนแล้วและทางจะสะดวกแต่กลายเป็นว่าคุณศาลทูรยังไม่ได้นอนจริงๆ แต่ถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตตัวเองจะเป็นยังไง

 

        “พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปที่นั่น แต่นี่ถึงขั้นเปิดประตูบานนั้น”

 

        “ผมขอโทษครับ ผมไม่คิดว่าพี่ใหญ่จะทำแบบนั้น ผมไม่คิดว่าเขาจะ

 

        คุณรุจน์เองก็คงรู้สึกเสียใจไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

        “ในตอนนี้เจ้านั่นก็ไม่ต่างกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย”

 

        “ผมก็แค่คิดว่าพี่ใหญ่อาจจะหายแล้วก็เท่านั้นเองครับ”

 

        คุณภูเอ่ยต่อ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ผมพอจะรู้แล้วว่า คุณเสือกำลังอยู่ในร่างของเสือและดูหิวกระหายในการฆ่า เขาเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังบ้าคลั่ง

 

        “เรื่องที่บอกว่าท้องจริงหรือเปล่า

 

        คำถามของคุณศาลทูรทำให้ผมแทบสะดุ้ง เขาหันมามองผม ผมรู้สึกกลัวจนเผลอถอยหลัง

        “คุณพ่ออย่าทำอะไรคุณกวางนะครับ แค่เรื่องที่คุณพ่อวางยาคุณกวาง มันก็มากเกินพอแล้ว คุณกวางเองก็ทรมานมามากแล้ว ได้โปรดอย่าคิดจะทำร้ายคุณกวางเลยนะครับ”

 

        “คุณรุจน์

 

        เขาเข้ามาขวางคุณพ่อของเขา โดนมายืนบังผมเอาไว้

 

        “นั่นสิครับ คุณกวางเองก็เกือบตายมาแล้ว ถ้าไม่ได้เพื่อนของพี่รุจน์ช่วยเอาไว้ พวกเราอาจจะเสียสายเลือดของพวกเราไปแล้วก็ได้นะครับ”

 

        คุณภูเองก็พยายามพูดให้คุณศาลทูรใจอ่อนไม่ทำร้ายผม

 

        “ฉันเองก็ไม่ได้ใจคอโหดเหี้ยมจนถึงขั้นฆ่าหลานตัวเองได้หรอกนะ”

 

        “คุณพ่อ

 

        ทั้งคุณรุจน์และคุณภูครางออกมาพร้อมกัน คุณศาลทูรเดินไปนั่งลงบนโซฟา

 

        “นั่งก่อนสิ”

 

        “ไปครับ คุณกวาง”

 

        คุณรุจน์เข้ามาจูงมือผมให้นั่งลงบนโซฟา ผมกำลังนั่งอยู่ตรงข้ามกับคุณศาลทูร

 

        “ถ้าฉันรู้ว่าเธอท้องลูกของเจ้าใหญ่อยู่ฉันคงไม่เอายาพิษให้เธอกินที่เธอรอดมาได้ก็คงเป็นเพราะหลานของฉัน  แต่เรื่องที่เธอต้องเจอเรื่องอันตราย ฉันก็ไม่ขอโทษเธอหรอกนะเพราะสิ่งที่ฉันทำ มันก็เพื่อตัวของลูกชายฉันเอง”

 

        “ครับผมทราบดีว่าผมไม่คู่ควรกับคุณเสือ”

 

        “คุณกวาง”

 

        คุณรุจน์เองก็ดูเหมือนจะเสียใจที่ผมพูดอะไรออกมาแบบนั้น แต่ผมเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนก็คงอยากให้ลูกได้อยู่กับคนที่ดีที่สุด

        “แต่ถึงคุณจะเกลียดผมยังไง แต่ว่าผมก็จะไม่ขอเลิกยุ่งกับคุณเสือครับ ผมจะขออยู่เคียงข้างเขา”

 

        “หึ

 

        เสียงหัวเราะในลำคอในทำให้ผมรู้ไม่ค่อยสึกดีนัก คุณศาลทูรอาจจะกีดกันผมกับคุณเสืออีกก็ได้

 

        “เอาเถอะเจ้าใหญ่ในตอนนี้ก็มีสภาพอย่างที่เห็น แถมการแต่งงานกับหนูไอรีนก็ถูกยกเลิกไปแล้วฉันก็คงไม่คิดจะขัดขวางอะไรอีก แถมเธอยังท้องหลานของฉัน

 

        “คุณศาลทูร

 

        ไม่รู้ว่าทำไมดวงตาของผมมันถึงได้ร้อนผ่าวไปหมด ในตอนแรกผมคิดว่าเขาจะรังเกียจเด็กในท้องไม่ก็คงคิดจะฆ่าผมอีกแน่ๆแต่ว่าพอเขาพูดแบบนั้น

 

        “ฉันก็ไม่ใช่คนที่ใจคออำมหิต จนฆ่าใครโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะ”

 

        “ขอบคุณครับ”

 

        ผมไม่รู้จะพูดคำไหนกับเขาแค่เขาเมตตาลูกของผมกับคุณเสือผมก็ดีใจมากแล้ว

 

        “ผมไม่เข้าใจเลยครับคุณพ่อ คุณพ่อต้องการให้พี่ใหญ่แต่งกับคุณไอรีน ถึงขั้นต้องฆ่าคุณกวางเลยเหรอครับ”

 

        คุณภูเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเขาดูผิดหวัง เขาคงไม่คิดว่าพ่อตัวเองจะฆ่าคนได้ลงคอ

 

        “พ่อก็ไม่อยากจะทำแบบนั้น แต่ว่าถ้าไม่มีหมอนี่ พี่ชายของแกอาจจะเลิกดื้อกับพ่อ”

 

        “พี่ใหญ่ไม่ได้รักคุณไอรีนนะครับ”

 

        “พ่อรู้แต่พ่อก็แค่ทำทุกอย่างในฐานะของพ่อเท่านั้นถ้าเจ้าใหญ่ได้แต่งกับหนูไอรีนเจ้าใหญ่ก็คงไม่ต้องมีสภาพแบบนี้ไม่สิเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้มันทำให้พ่อรู้ว่าถ้าผู้ชายที่เจ้านั่นรักโดนพ่อฆ่าเจ้านั่นก็คงจะเป็นเหมือนตอนนี้สินะ”

        “มันหมายความว่ายังไงครับ ผมงงไปหมดแล้ว”

 

 

        คุณภูดูเหมือนจะสับสนอย่างหนัก ผมเองก็สับสนเหมือนกัน ผมไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รวมถึงสภาพของคุณเสือในตอนนี้ด้วย

 

        “แล้วพวกเรามีทางไหนที่จะช่วยคุณเสือได้บ้างไหมครับ

 

        ผมตัดสินใจถามออกไป ใจมันร้อนรุ่มและกังวลจนอยากจะร้องไห้ออกมา

 

        “ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าควรทำยังไง คนที่จะช่วยเจ้าใหญ่ได้มีแค่พอลเท่านั้นแต่ตอนนี้ความหวังก็คงจะเป็นศูนย์”

 

        “ทำไมล่ะครับคุณพ่อ! คุณพ่อเองก็เป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของนายพอล ถ้าคุณพ่อขอร้องหมอนั่นต้องช่วยแน่ๆ”

 

        คุณรุจน์ร้อนรน ใจของผมก็ร้อนรนไม่แพ้กัน

 

        “ไม่หรอกเพราะว่าเจ้าใหญ่ไม่ได้แต่งงานกับหนูไอรีน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่พอลจะต้องช่วย

 

        “มันไม่ใจร้ายใจดำไปหน่อยหรือไงครับ ยังไงคุณพ่อกับนายพอลก็เหมือนเป็นญาติกัน เรื่องแค่นี้ถ้าไม่ยอมช่วยก็เกินไปนะครับ”

 

        “ทุกอย่างมันเป็นความผิดของพ่อเองเพราะพ่อบีบบังคับให้เจ้าใหญ่เป็นแบบนี้ จิตวิญญาณสัตว์ร้ายที่อยู่ร่วมกับเจ้านั่นถึงได้มีโอกาสทำร้ายพี่ของพวกแกยิ่งเจ้านั่นเติบโตมากขึ้นเท่าไหร่ สัตว์ร้ายในตัวของเจ้านั่นก็ยิ่งแสดงอำนาจ ยิ่งเจ้าใหญ่จิตใจอ่อนแอ ไม่อยากมีชีวิตอยู่มันก็จะเข้ามาควบคุมและกลืนกินเจ้านั่นจนหายไปจากโลกใบนี้”

 

        หมายความว่า….คุณเสือคุณเสือกำลังจะหายไปจากโลกนี้ตลอดกาลอย่างนั้นเหรอไม่จริงใช่ไหม

 

        “แล้วทำไมพวกเราถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยครับ แถมผมก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวของผมเองมีสัตว์ร้ายอะไรแบบนั้นจะมากลืนกินผมเลย ทั้งๆที่พวกเราก็มีสายเลือดของเสือเหมือนกัน”

 

        คุณภูเอ่ยขึ้น

 

        นั่นสินะ ทำไมคุณภูและคุณรุจน์ถึงไม่เป็นอะไรเลย

 

        “เพราะลูกสองคนเป็นสายเลือดผสม และที่สำคัญ เพราะแม่ของเจ้าใหญ่มีสายเลือดและพลังของสัตว์ร้ายที่มากเกินไปที่เจ้านั่นเป็นแบบนั้นก็เป็นเพราะสายเลือดและเผ่าพันธุ์ทางฝั่งแม่นั่นแหละแม่ของเขาก็เคยเป็นแบบนี้หลังจากที่คลอดเจ้าใหญ่เธอก็กลายร่างเป็นเสือแล้วออกอาละวาดอย่างบ้างคลั่ง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และเธอก็ไม่สามารถกลับมาเป็นคนได้อีก

 

        คุณศาลทูรกำมือตัวเองแน่น ร่างของเขากำลังสั่น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

 

        “คนที่ถูกจิตวิญญาณของสัตว์ป่ากลืนกินต้องเจ็บปวดทรมานแม่ของเจ้านั่นก็เจ็บปวดอย่างไม่มีวันสิ้นสุด คงเหมือนเดินวนอยู่ในความมืดที่หาทางออกไม่เจอพ่อพ่อไม่อยากเห็นเจ้าใหญ่ต้องทรมานแบบนั้น”

 

        “ถ้านายพอลไม่ช่วยเราแล้วเราจะมีทางไหนอีกบ้างครับที่จะช่วยพี่ใหญ่ไม่ให้เจ็บปวดทรมานได้”

 

        “ทางเดียวที่พ่อคิดออกในตอนนี้ก็คงเหมือนกับตอนนั้นที่พ่อช่วยแม่ของจ้าใหญ่เอาไว้ทางเดียวที่จะปลดปล่อยผู้ที่ถูกกลืนกินให้ไม่ต้องทรมานตลอดกาล”

 

        “ทางไหนล่ะครับคุณพ่อ!

 

        ทั้งคุณรุจน์และคุณภูเองก็ดูมีความหวัง ผมเองก็เช่นกัน ถ้าคุณพอลไม่ได้ยอมช่วย เราก็คงจะหาทางอื่นได้ เพราะคุณศาลทูรก็เคยช่วยแม่ของคุณเสือเอาไว้ได้

 

        “ทางนั้นก็คือ

 

        “….

 

        “ต้องฆ่าเขาซะ

 

        “!!!

       

 100%

19/9/58

 

ขอบคุณทุกคอมเม้นและทุกกำลังใจจ้า

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}