ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว 94 ตอกย้ำความรักหรือความร้าย (ของหัวใจ) 3

ชื่อตอน : ในรอยร้าว 94 ตอกย้ำความรักหรือความร้าย (ของหัวใจ) 3

คำค้น : เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 00:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว 94 ตอกย้ำความรักหรือความร้าย (ของหัวใจ) 3
แบบอักษร

“พราว...” เขาไม่รู้ว่าน้องสาวต่างสายเลือดจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ 

 “อ้าวพี่วัฒน์กลับมาแล้วหรือคะ สวัสดีค่ะพี่นา” สาวเจ้าหน้าสวยหันมาถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ก่อนที่จะหันไปสวัสดีหญิงสาวรุ่นพี่ที่ก็ยืนอยู่ข้างกันด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มอันสดใส 

 

 “ทำไมพราวจะมาไม่บอกพี่ก่อนคะ พี่จะได้ไปรับแล้วนี่มายังไง” 

 “ไม่เป็นไรหรอกคะ พอดีว่าพราวให้ลุงที่บ้านขับรถมาส่งน่ะค่ะ รู้สึกอยากจะสูดอากาศบริสุทธิ์เสียหน่อยอยู่ในกรุงเทพมีแต่มลพิษใช่มั้ยคะ...พี่นา”

 “จ๊ะ” เธอมองเห็นแววตาที่มันแฝงบางอย่างของพราวพรรณรายแต่เธอไม่สามารถบอกได้เลยว่าสิ่งนั้นมันกำลงหมายถึงอะไร ผู้หญิงคนนี้เธอรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดา แววตาที่วาดมองมาทำให้จิตใจเธอมันกำลังย้ำเตือนว่าอย่างไว้ใจ!  

 “แล้วนี่กินข้าวมาแล้วหรือยัง ให้พี่ไปหาอะไรมาให้กินมั้ย”

 “ยังเลยค่ะ รบกวนพี่วัฒน์ด้วยนะคะ” หันไปพูดกับอภิวัฒน์เสร็จ ชายหนุ่มก็เดินเข้าไปในครัวแต่ทว่าทุกอย่างในนั้นมันกลับว่างเปล่า ลืมไปเลยว่านาธินันท์เอาออกมาทำอาหารในยามเช้าหมดเสียแล้ว

 “พราวเดี๋ยวพี่จะออกไปซื้ออาหารมาให้นะ พอดีว่าในครัวไม่มีอะไรเลย”

 “ค่ะ”

 “จะไปด้วยกันมั้ยนา”

 “ให้พี่นาอยู่เป็นเพื่อนพราวดีกว่าค่ะ”

 “เอาอย่างนั้นก็ได้ ถ้างั้นเดี๋ยวพี่มานะ”

 “ค่ะ” พราวพรรณรายตอบกลับไป จากนั้นชายหนุ่มก็เดินออกไปเพื่อไปซื้ออาหารให้น้องสาวที่ยามแรกนั้นรักนักรักหนาแต่ยามนี้ความสัมพันธ์ที่ให้ได้กับพราวพรรณรายมันก็มีเพียงแค่พี่ชายและน้องสาวเท่านั้น

 ภายในบ้านพ้นร่างของอภิวัฒน์แล้ว ตอนนี้ก็หลงเหลืออยู่เพียงแค่นาธินันท์และพราวพรรณราย ทั้งสองหายใจร่วมกันอย่างน่าอึดอัดใจ ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของทั้งสองแม้แต่น้อย นาธินันท์ทำเงียบเพราะเธอเริ่มไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนี้ยามที่เห็นแววตาเล่ห์เหลี่ยม แต่แล้วความเงียบที่สะสมกินเวลากว่าห้านาทีก็ถูกทำลายด้วยน้ำเสียงราบเรียบของหญิงสาวรุ่นน้อง

 “ได้ข่าวว่าพี่นาโดนทำร้ายมาหรือคะ”

 “จ๊ะ”

 “เป็นยังไงบ้างคะ หายดีหรือยัง” คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดทำเป็นไขสือรู้ความถามตามภาษาเด็กที่เสแสร้งแกล้งทำ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 “ก็ดีขึ้นมากแล้ว”

 “ฮึ! น่าเสียดายนะคะ น่าจะนอนต่อที่โรงพยาบาลอีกสักสามสี่วัน”

 “พี่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ถึงต้องนอนยาวขนาดนั้นหรอกค่ะ”

 “แต่พอดีว่าพราวอยากให้เป็นนิค่ะ” สาวเจ้ายืนขึ้นแล้วลุกเดินออกจากวีแชร์ที่ตนนั่งอยู่ในตอนแรก ซึ่งการที่สาวเจ้าลุกเดินเหินอากาศได้เช่นนี้กำลังทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างนาธินันท์ตกใจ ดวงตาของสาวเจ้าเบิกกว้างเรียวปากไม่อาจจะอ้าพูดสิ่งใดได้ สมองใคร่ไตร่ตรองสืบสาวร้อยเรียงเรื่องราวว่ามันคืออะไรกันแน่!

 “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะ” รวบรวมสติแล้วตั้งคำถาม

 “แบบไหนคะ แบบที่พราวเดินได้ราวกับว่าไม่เคยเจ็บป่วยอะไรน่ะหรือคะ”

 “ถ้าเดินได้ปกติแบบนี้ แล้วทำไมต้องแกล้งว่าตัวเองยังไม่สามารถเดินได้กัน ต้องการอะไรกันแน่”

 “ไม่ต้องถามก็น่าจะรู้น่ะคะ คนเรายามที่มีความปรารถนาอะไรหรืออยากให้ใครใส่ใจก็ย่อมหาเรื่องทำได้ทั้งนั้น”

 “อย่าบอกว่าทุกอย่างมันเริ่มมาตั้งแต่แรก”

 “ผิดแล้วล่ะคะ พี่นารู้บ้างหรือเปล่าว่ากว่าขาคู่นี้มันจะกลับมาเดินได้ปกติเช่นนี้ รู้บ้างมั้ยว่ามันทรมานมากแค่ไหน!” น้ำเสียงที่เปล่งขึ้นของพราวพรรณรายเรียกให้นาธินันท์ต้องมองเธอใหม่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ต้องขอโทษหากทำให้พราวต้องทรมานขนาดนั้น แต่ตอนนี้ก็กลับมาปกติดีแล้ว พี่ว่าต่อไปนี้เจ้ารถเข็นตัวนี้มันก็คงไม่จำเป็นแล้วใช่มั้ยคะ?” นาธินันท์เดินเข้าไปใกล้รถเข็นที่จอดอยู่ จับมันหมุนกับมาหาเจ้าของที่ยืนนิ่งด้วยสองขาอย่างมั่นคง

 “จะทำอะไร!”

 “ก็เก่งแล้วนิค่ะ เดินเองได้ รถคันนี้มันก็คงไม่จำเป็น” ราวกับว่าตอนนี้นาธินันท์เป็นอีกคนไป เธอดูไม่ตื่นเต้นหรือแปลกใจสักนิดที่เห็นว่าพราวพรรณรายเดินได้ มือของนาธินัท์จับรถเข็นไว้มั่นราวกับว่ากำลังจะเข็นมันไปสักแห่งหนหนึ่ง

 “หยุดนะ!” รีบถลาตัวเข้ามาห้าม

 “เอารถของพราวคืนมา!”

 “จะเอาไปทำไมกันล่ะคะ เดินได้แล้วนิ”

 “บอกให้เอามา!” จับกระชากยื้อแย่งไปมา นาธินันท์เองก็ไม่ยอมเช่นกัน ยามนี้ทั้งสองสาวกำลังทะเลาะยื้อแย่งกันอยู่บันไดหน้าทางเข้าประตูบ้านแต่ทว่าบันไดตัวนี้มิได้มีความสูงมากนักมีเพียงแค่สี่ห้าขึ้นก็เท่านั้น

 “ไม่!” นาธินันท์ยื้อดึงกลับมาแต่ทว่าคราวนี้มันกลับพาดเมื่อหญิงสาวรุ่นน้องอย่างพราวพรรณรายกลับยื้อแย่งยืนหมิ่นอยู่ที่ขอบตัวบ้าน สุดท้ายก็ทำให้ร่างของพราวพรรณรายล้มกลิ้งลงไปกองอยู่ที่ด้านล่างบันได ก่อนที่จะตามด้วยรถเข็นที่หล่นลงไปเช่นเดียวกัน

 ‘ตุ้บ!’

 พราวพรรณรายเจ็บใจนักที่การเผยธาตุของตนเองมันไม่ได้ทำให้ผู้หญิงคนนี้รู้สึกแปลกใจแถมตอนนี้ราวกับว่าสาวเจ้าเปลี่ยนไปเป็นอีกคน! แต่แล้วความเจ็บใจนี้ก็อยู่ได้ไม่นานในเมื่อราวกับว่าโชคช่วยทำให้พี่ชายแสนดีของเธอมาเห็นน้องสาวของตนนั้นกลิ้งอยู่ที่พื้นพร้อมกับรถเข็น แถมด้านบนบ้านยังมีนาธินันท์ยืนอยู่

 “พราว!” ข้าวของที่อยู่ในมือล่วงหล่นลงดินทรายพร้อมๆกัน ร่างหนารีบถลาตัวเข้าไปหาน้องสาวทันที สายตาคมมองเฉือนไปที่เขาคิดว่าเป็นตัวต้นเหตุในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่ยอมถามไถ่สิ่งใดก่อนแม้แต่น้อย ตั้งแง่โทษว่านาธินันท์นั้นคือคนผิดโดยอัตโนมัติ

 “ทำอะไรบ้าของเธอ!” จับตั้งรถเข็นขึ้นแล้วประคองร่างบางของพราวพรรณรายนั่งลงที่รถอย่างแผ่วเบา

 “ถามน้องคุณเถอะว่ากำลังทำอะไร!”

 “พราวยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะพี่วัฒน์ อยู่ดีๆพี่นาเขาก็ผลักพราวล่วงลงมา ฮึก! ฮือ...” เสแสร้งแกล้งบีบน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม เรียกร้องหาความสนใจกับสุภาพบุรุษเบื้องหน้า

 “ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะทำกับพราวแบบนี้ ฉันมองเธอผิดจริงๆ”

 “ฉันไม่เคยร้องขอให้คุณมองฉัน หนำซ้ำฉันยังร้องขอให้คุณเลิกยุ่งกับฉันเสียที!!!” ทั้งสามวันที่ผ่านมามันประจักษ์แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีรักจริงอย่างที่เธอหวัง! เพียงแค่เขาเห็นพราวพรรณรายล่วงหล่นลงมาก็ตั้งแง่ว่าเธอคือคนผิดทั้งๆที่ไม่ถามไถ่กันเลยแม้แต่น้อย! โทสะและโมหะของเขามันมากขนาดที่คำพูดของเธอตอนนี้ยังไม่มีความหมาย หากจะพูดความจริงออกไปก็ค้านว่าจะไม่เชื่อ

 “ฉันจะพาพราวไปโรงพยาบาล ส่วนเธอ! อยู่ที่นี่ห้ามไปไหนเด็ดขาด!” ว่าแล้วก็อุ้มคนแกล้งเจ็บขึ้นรถแล้วพุ่งทะยานออกไปสู่ถนนเบื้องหน้า ปล่อยทิ้งให้คนเบื้องหลังรินหลั่งน้ำตาใสออกมา เธอไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้อภิวัฒน์รู้เสียว่าผู้หญิงคนนั้นมันคืองูพิษ!

 ผ่านไปร่วมชั่วโมงนาธินันท์ไม่หายไปไหนอย่างที่เขาบอก เธอนั่งนิ่งอยู่ในบ้านเพื่อรอให้เขากลับมา ครั้งนี้มันจะเป็นฟางเชือกสุดท้ายที่เธอจะบอกเขา หากว่ายังไม่เชื่อหรือยอมรับฟังมัน ระหว่างเธอและเขามันก็ไม่มีอะไรให้ต้องพูดคุยกันอีกต่อไป!

 “เธอทำแบบนั้นทำไม” เดินเข้ามาก็ยิงคำถามใส่ร่างของสาวเจ้าที่นั่งอยู่บนโซฟาทันที หลังจากที่ส่งพราวพรรณรายไปรักษาและว่ายวาลให้ลูกน้องของสาวเจ้าไปส่ง เขาก็บึ่งรถตรงมาที่บ้านหลังนี้ทันที

 “น้องสาวคุณโกหก เธอไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็น!” ลุกขึ้นประจันหน้ากับเขา ยามนี้นาธินันท์คืออีกคนแล้วจริงๆ ต่อไปนี้เธอจะไม่อ่อนแออีกแล้ว!

 “แล้วมันเป็นยังไงล่ะ เธอก็พูดออกมาสิ สิ่งที่เธอทำกับพราวแบบนั้นเธอพูดออกมา!!!” หมดสิ้นแล้วความรักที่อภิวัฒน์พร่ำพูดกับเธอ สุดท้ายเขาก็รักผู้หญิงคนนั้นอยู่ดี...

 “น้องสาวคุณเดินได้! ได้ยินมั้ยว่าน้องคุณเดินได้! แล้วฉันก็ไม่ได้เป็นคนผลักเธอลงไปด้วย! มันเป็นอุบัติเหตุ!”

 “เฮอะ! เธอเอาอะไรมาพูด! พราวยังเดินไม่ได้!”

 “คุณมันโง่! โดนน้องสาวของตัวเองหลอกยังจะปักใจเชื่อ!”

 “เธอว่าใคร!”

 “ก็คุณไง! คุณมันโง่ที่หลงเชื่อคำหลอกลวงน้องสาวของคุณ สุดท้ายคุณมันก็เป็นได้แค่คนโง่ที่ไม่ว่าครั้งไหนๆคุณก็ไม่เคยเชื่อฉันเลย!!!” กระแทกเสียงใส่เขาอย่างแรงก่อนที่พร้อมทั้งผลักอกให้อภิวัฒน์ออกไปไกลๆตนเอง กระแทกเท้าหมายจะเดินให้ออกห่างผู้ชายคนนี้ไปให้ไกลๆ

 “คิดว่าด่าฉันแล้วจะเดินออกไปได้ง่ายๆเหรอ!” มือหนาจับกระชากให้ร่างของนาธินันท์ปะทะเข้าอกแกร่ง

 “ปล่อย! คุณวัฒน์!”

 “ด่าว่าฉันโง่แล้วคิดว่าจะเดินออกไปจากตรงนี้ง่ายๆเหรอ มันไม่ง่ายไปหน่อยมั้ง!” ว่าแล้วก็ฉุดกระชากนาธินันท์ให้ไปยังทิศทางที่ตนหมาย

 “ปัง! โครมมม!”

 แรงถีบประตูที่มาจากเรียวเท้าของอภิวัฒน์ดังลั่น นาธินันท์ที่โดนกระชากให้ตามมาหวาดกลัวเป็นที่สุด ยื้อยุดฉุดกระชากตนเองให้ออกห่างจากผู้ชายคนนี้ให้ได้มากที่สุด!

 “ปึก!”

 “โอ๊ย!” ชายหนุ่มผลักร่างสาวเจ้าลงไปบนเตียงนุ่มอย่างแรงจนตัวนั้นงอราวกับกุ้งโดนน้ำร้อนลวก

 นาธินันท์รีบลนลานหนีผู้ชายเบื้องหน้าที่ไม่รู้ว่ายามนี้ผู้ห่าซาตานที่ไหนกำลังเข้าสิง เขาถึงกระทำกับเธอรุนแรงเช่นนี้

 “จะทำอะไร! ออกไปเดี๋ยวนี้!”

 “หยุดพูด! ฉันไม่อยากได้ยินเสียงเธอ!”

 “ไม่อยากได้ยินเสียงฉันก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน! เชิญไปดูแลน้องสาวของคุณโน่น! ป่านนี้ไม่รู้ว่าตายห่าตายโหงเพราะเสแสร้งแกล้งทำเป็นเจ็บไปแล้วหรือยัง!!!” เพราะแรงโทสะที่อยากจะเอาชนะทำให้เธอพูดอะไรออกไปโดยไม่คิด

 “ถ้าพราวตาย! เธอก็ต้องตาย!”

 “ก็เอาสิ! เอาฉันไปโยนทะเลให้ตายเลยก็ได้! ฉันเองก็ไม่อยากจะเห็นหน้าคนอย่างคุณนักหรอก! ไอผู้ชายหน้าโง่!”

 “อย่ามาท้าฉัน!”

 “ฉันไม่ได้ท้า แต่ฉันเอาจริง! ถ้าวันนั้นเป็นฉันที่ตายไปคุณจะยังรู้สึกแบบนี้อยู่มั้ย ถ้าวันนั้นเป็นฉันที่ต้องเจ็บคุณจะยังโกรธเกลียดฉันอยู่มั้ย! ตอบฉันสิ!ตอบ! คุณไม่เคยที่จะเชื่อใจหรือยอมรับฟังคำพูดฉันเลยสักครั้ง คุณมันเลว! ได้ยินมั้ยว่าเลว! ไอเลว!!!” ยามนี้มันมาทั้งโทสะและโมหะ ตอนนี้นาธินันท์ราวกับว่าไม่ใช่คนเดิม แรงระเบิดที่ปะทุออกมามันมากล้นจนเกินที่ระงับไว้ได้ น้ำตาไหลเอ่อด้วยหัวใจที่เจ็บช้ำ

 “ฉันไม่ให้เธอตายหรอกนาธินันท์” หัวใจของอภิวัฒน์มันไหววูบเมื่อเขาเห็นหยาดน้ำตาและแรงโมหะที่นาธินันท์ปะทุออกมา แต่ทว่าเขากลับไม่ยื่นมือไปเช็คมันออก

 “ถ้าคุณไม่ทำ! ฉันทำเอง!” พูดไปอย่างนั้นแหละเธอไม่มีทางที่จะจบชีวิตของตัวเองลงแน่ แต่สิ่งที่เธอจะทำตอนนี้คือหนีให้ห่างออกจากเขามากที่สุด!

 “อยากตายมากนักใช่มั้ย! มานี่!” อภิวัฒน์จับกระชากข้อเท้าของนาธินันท์ให้เธอไถลลงมาอยู่ใต้ร่างของเขา “ฉันจะทำให้เธอเหมือนตายทั้งเป็นเองนาธินันท์!” จับกระชากเสื้อผ้าที่สาวเจ้าสวมใส่ให้หลุดลอยออกไปจากร่างเหลือไว้เพียงแค่เศษผ้าที่ขาดรุ่ยติดกาย นาธินันท์รีบลนลานหาหนทางหนีรอดแต่ทว่าเธอช้ากว่าเขาเพียงแค่เสี้ยววินาที

 “อือ! ปล่อยนะ! ปล่อย!” ถึงจะร้องให้เสียงแหบเสียงแห้งมันก็ไม่มีทางเรียกคืนสติของอภิวัฒน์กลับคืนมาง่ายๆ ใบหน้าคมซุกไซร้ลงที่ลคอของสาวเจ้า

 “คุณมันโง่ ขนาดจะด่าว่าควายฉันยังนึกสงสารสัตว์เสียด้วยซ้ำ!!! ออกไปนะ! ออกไป!”

 “ปากเก่งนักนะ! ไม่คิดเลยนะว่าบทรักแค่ครั้งเดียวของฉันมันจะทำให้เธอกล้าได้มากขนาดนี้!”

 “อย่ามาพูดจาแบบนี้ใส่ฉัน!”

 “ทำไมจะพูดไม่ได้! มันมีอะไรที่ไม่จริง บอกฉันมาสิ!” ตอกย้ำสาวเจ้ามากกว่าเดิมเพื่อหวังที่จะได้เห็นความไหวหวั่นในดวงตาของนาธินันท์แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับมานั้นมันกับตรงกันข้าม

 “เพลี๊ยะ!” เรียวมือที่ฟาดลงไปที่ใบหน้าของอภิวัฒน์อย่างไม่ยั้งแรงจนใบหน้าคมหันขวับ ก่อนที่จะหันและจับจ้องมาที่นาธินันท์อย่างคาดโทษ

 “อย่าเอาความคิดและการกระทำชั่วๆของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน! ออกไป!”

 

 

มาเเล้วจ้าาา 

คนอื่นเขาจะฉลาดกันหมดล่ะ อิตาวัฒน์ก้ยังคงดง่ดักดานเสียจริงๆ 

ปล.คอมเม้นกันมาเยอะๆด้วยนะคะ 

ปล.เพลิงเเค้น วิวาห์ร้าย พรุ่งนี้นะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}