Wan_2110,พุดรดา

งานเก่าเล่าใหม่ หวังว่าจะยังมีคนรอไรท์อยู่นะจ้ะ...เวอชั่นใหม่เข้มข้นกว่าเดิมแน่นอนจ้า^^ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

พินัยกรรม(เจ้ากรรม) 1/2

ชื่อตอน : พินัยกรรม(เจ้ากรรม) 1/2

คำค้น : วิวาห์รักทรชน

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 48

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 22:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พินัยกรรม(เจ้ากรรม) 1/2
แบบอักษร

คงจะมีแค่ศรุตเพียงลำพังรึเปล่าที่ตื่นเต้นกับเช้าวันใหม่ที่แสนจะพิเศษวันนี้เพราะหลังจากเมื่อวานที่อริสาประกาศเจตนารมณ์ของตัวเองออกไปอย่างชัดเจนว่าเธอต้องการจดทะเบียนสมรสกับเขามันก็ทำให้วันนี้ชายหนุ่มที่ขอถือวิสาสะลางานครึ่งวันเพื่อไปจดทะเบียนสมรสกับสาวเจ้าที่ดูจะไม่ได้คิดอะไรสักนิดเพราะถึงตอนนี้จะแค่เจ็ดโมงเช้าแต่เจ้าตัวก็ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงอย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ

“ตื่นเช้าจังเลยนะคะวันนี้...รับอาหารเช้าเลยไหมคะ”

ร่างสูงในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงขายาวลำลองดูสบายๆก้าวลงมาบันไดแต่เช้าและแม้วันนี้จะไปใช่วันสำคัญอะไร ปกติชายหนุ่มก็ตื่นเช้าอยู่แล้วเพราะเขามีหน้าที่ที่จะต้องไปทำงานกับอิทธิแต่พอท่านสิ้นบุญไปก็ทำให้เขายิ่งต้องรับภาระหนักขึ้น

“ทานเลยก็ได้ครับ...ว่าแต่วันนี้ไม่มีใครออกไปไหนกันเหรอครับ”

นมแจ่มแค่ฟังก็รู้แล้วว่าศรุตตั้งใจจะถามถึงใครเพราะปกติบ้านนี้ก็ทานอาหารเช้าไม่ตรงกันอยู่แล้วโดยเฉพาะศรันย์ที่มักจะออกจากบ้านสายๆเพื่อไปมหาวิทยาลัยทุกวันแต่ดูท่าวันนี้เจ้าตัวอาจจะไม่มีเรียน

“คุณโรสยังไม่ตื่นเลยค่ะ ให้นมไปตามไหมคะ”

“ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ใครกันแน่ที่รีบ...”ท้ายประโยคชายหนุ่มพูดขึ้นมาเพียงลำพังแต่กลับสร้างรอยยิ้มให้กับคุณนมได้เป็นอย่างดี

“ใจเย็นๆก่อนค่ะ นมเลี้ยงคุณโรสมาตั้งแต่เกิด...นมรู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร”

“ครับ...เธอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกครับแค่ปากร้ายแต่ใจร้ายด้วยไหม ผมไม่รู้”คนยกข้าวต้มหมูซึ่งเป็นอาหารเช้าง่ายๆมาให้ถึงกลับอมยิ้มออกมา

“คุณซันก็พูดไปค่ะ...ขี้คร้านจะหลงเสน่ห์คุณหนูของนม”

ข้าวต้มร้อนๆถูกตักเข้าปากช้าๆเพราะคนที่รีบยังไม่รีบแล้วเรื่องอะไรทำไมขาต้องรีบด้วย

“อ้าว...ซัน วันนี้ไม่เข้าบริษัทเหรอลูก”ปกติแล้วถ้าลูกชายจะไปทำงานก็จะแต่งตัวเนียบเสียชนิดที่ว่าผมสักเส้นก็ไม่กระดิกแต่วันนี้กลับแปลกตาเพราะนอกจากผมที่ไม่ได้จัดทรงแล้ว ชุดที่ใส่ยังดูสบายๆราวกับจะอยู่บ้าน

“ตอนแรก...ผมกะจะลาแค่ครึ่งวันแต่ก็ไม่รู้ว่าคนที่เขาอยากให้ผมจดทะเบียนด้วยจะลงมาเมื่อไหร่ครับ”

“ซัน...จะทำแบบนี้จริงๆเหรอลูก”

“แม่อย่ากังวลไปเลยครับ...แค่สองปีเท่านั้น”

“แม่ว่าทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการจำกัดอิสรภาพของลูกเลย สองปีมันไม่น้อยเลยนะที่จะทำให้คนหนุ่มสาวมีความรู้สึกดีๆต่อกันได้”

“วางใจเถอะ...คนอย่างฉันไม่ลดตัวลงไปสมสู่กับลูกชายเธอ ให้เธอต้องวิตกหรอก!!!”แอบฟังมาสักพักแล้วเพียงแต่ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเพราะอริสาต้องการจะฟังว่าสองแม่ลูกจะนิทราอะไรถึงเธอบ้างรึเปล่าและก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ

“คุณโรส...”หน้าตกใจสุดขีดก็ว่าได้ ศรุตไม่คิดว่าหลังประตูบานนั้นจะมีร่างของคนที่เขากำลังนิทราอยู่เลย

“ทำไม...ตกใจขนาดนั้นเลย ฉันก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าคนอย่างเธอก็ดีแต่พูดถึงฉันลับหลัง”

“เรื่องนี้ผมเป็นคนเริ่มเอง แม่ไม่เกี่ยวครับ”

“ซื่อสัตย์ขนาดนี้....ตอนเด็กเธอเอาอะไรให้กินเหรอถึงเชื่องแบบนี้”

“กรุณาให้เกียรติคนที่จะมาเป็นสามีของคุณด้วยนะคะ”คนเป็นแม่ถึงกลับยอมไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะมาต่อว่าลูกชายที่เธอใช้ทั้งชีวิตเลี้ยงดูมา

“ฉันว่าลูกชายเธอไม่มีเกียรติตั้งแต่ต้องมาแต่งงานเพราะเกาะฉันกินแล้วล่ะ”

“มาทานข้าวเถอะครับ...จะได้ไปอำเภอกัน”

“ไม่ต้องรีบหรอก...ฉันนัดคุณวุฒิที่อำเภอตอนสิบโมง”

“ห๊ะ...ทำไมคุณต้องนัดไอวุฒิด้วย”

“อ้าว...ก็ฉันไม่ไว้ใจไม่ไหนมาไหนสองคนกับนายไง แล้วยิ่งเรื่องนี้มันสำคัญมากแต่ไม่ต้องห่วงนะเพราะฉันให้คุณวุฒิเตรียมเอกสารไว้แล้วล่ะ       พอหย่าจะได้ไม่มีปัญหาไง”

คนฟังถึงกลับอึ้งไป...อะไรกันทั้งที่เธอมาบังคับให้เขามาแต่งงานด้วยแต่ทำไมถึงไม่ไว้ใจเขาสักนิดล่ะแล้วแบบนี้อีกสองปี...เขาจะมีชะตาชีวิตอย่างไรไม่ต้องพูดถึง

“เอาที่คุณสบายใจเถอะ ระวังนะครับ...คิดมากไปเส้นเลือดในสมองแตกตาย ผมไม่รู้ด้วยนะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกนะเพราะฉันบอกคุณวุฒิไว้แล้วว่าหากภายในสองปีนี้ฉันเกิดตายขึ้นมา คุณจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยทันที!!”ศรุตถึงกลับมองบนทันที ให้ตายเถอะนี่ตัวเขากำลังทำอะไรอยู่ทำไมรู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าสู่หายนะมากกว่าเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์

 

“หลังจากนี้...ดิฉันหวังว่าพวกเราจะอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างมีความสุขนะคะ อย่างน้อยก็อยากให้คุณเห็นแก่ตารัน”ศรันย์ถูกหยิบยกมาเป็นข้ออ้างอีกตามเคยจนคนฟังอย่างอริสาถึงกลับมองบนอย่างไม่ต้องสงสัย

“ใครอยากเห็นก็เห็นไปสิ ฉันไม่เห็น...มีปัญหาไหม!!?”

“ผมว่าคุณโรสทานข้าวดีกว่านะครับ”

“เธอพูดมาก็ดีแล้ว ในเมื่อฉันกลับมาแล้วก็ช่วยจัดอะไรให้มันเข้าทีเข้าทางด้วยล่ะ”เมื่อศรุตเป็นอากาศธาตุจนชายหนุ่มรีบหุบปากตัวเองไปในทันทีเมื่อพูดแล้วไม่มีคนฟังมันก็ไม่มีความหมายที่เขาจะพูดอีก

หลายปีที่จากบ้านไปมันทำให้อริสารู้ว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่างตั้งแต่คนที่เธอรักมากเพียงใดสุดท้ายก็จากเธอไปจนหมดจนเหลือเพียงเธอลำพังในบ้านหลังนี้ที่ครั้งหนึ่งมันเคยมีความทรงจำที่ดี

“แต...แต”สาวใช้นามว่ากระแตรีบวิ่งเข้ามาทันทีเมื่อโดนเจ้านายเรียกเสียงดังลั่นบ้านขนาดนี้

“มีอะไรคะคุณโรส”

“เดี๋ยวช่วยไปเอากุญแจมาเปิดห้องเก็บของนะแล้วก็ของที่เป็นของน้องชายฉันออกมาไว้ที่เดิม แล้วก็ช่วยไปทำความสะอาดห้องนายโรมด้วย   นะจ้ะ”

สาวใช้หน้าเจื่อนไปเพราะนานเป็นเจ็ดปีแล้วที่ห้องของอโณทัยถูกปิดตายหลังจากที่เจ้าของห้องเสียชีวิตภายในบ้านหลังนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาก็เหมือนถูกปิดตายไปด้วยเช่นกัน

“แต่คุณอิทธิสั่งไว้เรื่องคุณโรม”

“พ่อเหรอ...สั่งว่าอะไร”

“สั่งว่าให้เก็บของคุณโรมไว้แบบนั้น ห้ามใครแตะต้องค่ะ”ใบหน้าของอริสาเหยียดยิ้มอย่างไม่เชื่อในน้ำคำของอีกฝ่าย

“เหรอ...แต่พ่อก็ตายไปแล้ว และตอนนี้มันเป็นยุคที่ฉันเป็น              เจ้าของบ้าน กระแตก็เลือกเอานะจ้ะ...ถ้าไม่ทำก็ง่ายๆแค่ไสหัวไปก็แค่นั้น”อริสาส่งสายตาแข็งกร้าวมาให้แม่เลี้ยงจนศศิถึงกลับหลบสายตาลงไปทันที

“ค่ะ...เดี๋ยวแตจะไปจัดการให้เลยค่ะ คุณโรสวางใจได้นะคะ”

“ขอบใจมากจ้ะ ว่าง่ายแบบนี้สิ...ถึงจะอยู่ด้วยกันได้”รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าหญิงสาวไม่ได้ทำให้กระแตรู้สึกดีขึ้นเมื่อในแววตาของเจ้านายสาวนั้นขู่เธอเสียเต็มกำลัง

“วางอำนาจ...”

ศรุตเอ่ยกับตัวเองเบาๆ...เขาเข้าใจเหตุผลของเธอดีด้วยรู้ว่าอริสารักอโณทัยมากเพียงใดแต่เพียงการกระทำที่เธอแสดงออกมากับทุกคนมันดูไม่น่ารักเอาเสียเลย

“ฉันไม่ชอบพวกดีแต่ลับหลัง จะด่า...กรุณาด่าต่อหน้าน่าจะดีกว่า”  อริสาพูดเสียงเย็นแค่นั้นก็ตักข้าวต้มเข้าปากอย่างสบายอารมณ์

“คุณแม่อิ่มแล้วเหรอครับ”เห็นมารดากินข้าวได้น้อยกว่าปกติมากก็ทำให้ลูกชายอดเป็นห่วงไม่ได้แต่ก็นั่นแหละ...ไม่แปลกหรอกเพราะถ้ามารดายังคงอยู่ตรงนี้ก็ไม่วายโดนหญิงสาวจิกกัดไม่เลิก

“จ้ะ...แม่ว่าจะออกไปถวายสังฆทานที่วัดสักหน่อย ซันก็ขับรถดีๆนะลูก”

“แหม...ต้องทำบุญมากมายแค่ไหนถึงจะชดเชยที่แย่งผัวชาวบ้านไปได้นะ”อริสาพูดออกมาลอยด้วยใบหนาไม่ทุกข์ร้อนและไม่สนใจด้วยว่าศรุตจะจ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแค่ไหน

“ถ้าขืนคุณยังพูดดูถูกคุณแม่ของผมอยู่แบบนี้ ก็ไม่ต้องจดหรอกครับทะเบียนสมรส...สู้เอาสมบัติทั้งหมดยกให้การกุศลให้จิตใจคุณสูงขึ้นกว่านี้สักนิดก็ยังดี”

“ชิ!!!...พูดเหมือนตัวเองสูงส่งชั้นฟ้าตายล่ะ เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอคนที่มันเป็นคางคกขึ้นวอได้เท่ากับคนอย่างนายเลย”พูดไปก็โมโหไปจนเป็นหญิงสาวเองที่เป็นฝ่ายเดินออกไปเสียเองเพราะรำคาญใจที่ต้องมาเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณแม่”เป็นศรุตเองเสียอีกที่เป็นฝ่ายวิ่งตามสาวเจ้าที่เดินไม่สนใจฟังแม้เขาจะเรียกเธอเอาไว้ก็ตาม

“คุณโรส...”อริสาถึงกลับสะบัดตัวออกอย่างรวดเร็วเมื่อชายหนุ่มจู่โจมเข้ามาจับแขนของเธอแม้จะเขาจะจับเบาๆแต่สายตาและท่าทีรังเกียจจากเธอมันก็ทำให้ศรุตได้รู้ว่าแค่นี้เธอก็ไม่พอใจแล้วที่มีเขาอยู่ข้างๆ

“คุณจะทำอะไร ผมนึกว่าเราจะไปด้วยกัน”

“ใครบอกนาย...ฉันมีรถนายก็มีรถ แล้วทำไมต้องไปด้วยกัน”

“ไปทางเดียวกันแค่นี้ก็ไม่ด้วยกันไม่ได้เหรอครับ ทำไมถึงไม่ช่วยกันประหยัดพลังงาน”

“แหม...อย่าทำเป็นคนมีความรู้หน่อยเลย ฉันยอมถูกตราหน้าดีกว่าไปกับคนอย่างนาย!!”

“ถ้าคุณไม่ไปกับผม..ก็ลองดูสิครับ ผมก็จะไม่ไปกับคุณและต่อให้คุณเอานายอำเภอมาให้ผมเซ็นที่นี่ผมก็ไม่เซ็น...ชัดนะครับ!!”

“ฝากไว้ก่อนเถอะ...อย่าคิดนะว่าฉันจะง้อคนอย่างแกไปตลอด ไม่มีทางซะหรอก”อริสาคิดในใจก่อนจะเก็บกุญแจรถของตัวเองไปในกระเป๋าแล้วเดินนำร่างสูงไปที่รถอีกคันที่จอดอยู่ข้างๆ

“ก็แค่นี้แหละครับ...”บทจะพูดง่ายก็ง่ายจนชายหนุ่มแอบคิดว่าหากเธอไม่มีผลประโยชน์ที่ต้องการจากเขาแล้วเธอยังจะฟังเขาอยู่ไหม...แทบไม่ต้องคิดเมื่อคำตอบมันคือไม่!!

“ผมว่าก่อนที่เราจะทำอะไรต่อจากนี้ ผมว่าเราควรคุยกันให้รู้เรื่องน่าจะดีกว่านะครับ”เมื่อภายในรถตกอยู่ในความเงียบและบรรยากาศที่แม้แต่ศรุตก็อยากกัดลิ้นตัวเองตายตรงนี้ก็น่าจะดี

“ฉันยังต้องพูดอะไรอีกเหรอ ในเมื่อทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น”

“แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสองปีจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง”

“ทำไม...นายเพ้อฝันอยู่เหรอ คิดเหรอว่าสองปีนี้ฉันจะรักนาย...มีลูกกับนาย ตลกหน่า...แค่คิดฉันก็ขนลุกแล้ว”

“...”

“ฉันไม่โง่เอาบ่วงมารัดคอตัวเองหรอก...อย่านึกนะว่าฉันไม่รู้ว่าการที่นายได้แต่งงานกับฉันแล้วคิดจะมีลูกกับฉันก็เพราะหวังเงินของฉันไง ขอโทษ!!ฉันไม่โง่นะย่ะ”

“ระหว่างเราที่จะเป็นสามีภรรยากันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า...คุณช่วยมองข้ามเรื่องเงินไปได้ไหมครับ”เสียงของเขาช่างอ้อนวอนแต่คนอย่างอริสา อินทรกาลไม่เคยจะใส่ใจมันอยู่แล้วไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานะใดกับเธอก็ตาม

“ไม่ได้!! ฉันไม่มีเงินฉันอยู่ไม่ได้หรือนายอยู่ได้...อย่ามาตอแ-ลเลยนายศรุต นายยิ่งต้องรู้ดีมากกว่าฉันเพราะนายมันก็แค่กาฝากตัวหนึ่ง...แค่นายไม่มีนามสกุลอินทรกาล นายมันก็ไม่ต่างจากเศษสวะข้างทางหรอก!!!”สิ้นถ้อยคำดูถูกพร้อมกับการเบรครถอย่างรวดเร็วของศรุตจนหญิงสาวหน้าเกือบคว่ำโชคดีเหลือเกินที่มีเข็มขัดนิรภัยไม่อย่างนั้นเธอคงหน้ากระแทกไปแล้ว

“มีใครเคยบอกคุณไหมว่าคุณจะดูสวยกว่านี้มากถ้าไม่ปากหมา!!แบบนี้...และอย่าคิดนะครับว่าแค่จดทะเบียนแล้วผมจะมาเป็นทาสของคุณ  ขอโทษ!!ต่อไปนี้ผมเท่าคุณคุณเท่าผมแล้วถ้าวันไหนเกิดผมอยากกินของพิสดารขึ้นมา...ระวังคุณเองนั่นแหละที่จะไม่รอด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น