มินิซ่าส์
email-icon Line-icon

เพื่อนรัก รักเพื่อน การแอบรักที่มันมีอะไรมากกว่านั้นซุกซ่อนอยู่.....

บทที่ 59 ระยะเวลา 7 ปี

ชื่อตอน : บทที่ 59 ระยะเวลา 7 ปี

คำค้น : Secret Love Friend แอบรักเพื่อน, ซัน-เบส, Y, 18+++ , ตลก+ดราม่า, SM

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 308

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2562 03:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 59 ระยะเวลา 7 ปี
แบบอักษร

.

.

.

ไอ้วุฒิแทบจะเป็นบ้าไปเลย หลังจากที่รู้เรื่องนี้ มันรีบไปที่บ้านของไอ้เพชรทันที และเกิดเรื่องขึ้นอีกครั้งจนต้องเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ และครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ พวกผมเองก็สลับไปเรียนสลับไปเฝ้า ไอ้วุฒิแทบจะเสียผู้เสียคน.....

 

เวลาล่วงเลยไปเป็นเดือน

 

ในระหว่างที่ไอ้วุฒิมันรักษาตัว พวกผมก็ตามหาไอ้เพชรจนเจอแล้วล่ะครับ แต่มันขอร้องไว้ว่าไม่ให้บอก พวกผมเหมือนกับน้ำท่วมปาก จะพูดก็พูดไม่ได้ ได้แต่ทนอึดอัดอยู่อย่างนี้ หลังจากนั้นมันก็พักฟื้นจนหายดี กลับไปอยู่ที่คอนโด พวกผมเองก็ไปช่วยปัดกวาดเช็ดถู ก่อนจะพากันออกไปตามหา พวกผมทำได้เพียงทำตามคำสั่งของไอ้วุฒิมัน ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันต้องไปหาที่ไหน ไอ้ซันจับกุมมือของผมเอาไว้อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้คลายความเศร้าลง อาการของไอ้วุฒิหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยที่พวกผมช่วยอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ได้แต่คอยแอบรายงานให้ไอ้เพชรรู้เป็นระยะๆ

 

ปีที่ 1…..

 

ชีวิตในรั้วมหาลัยของเราเปลี่ยนจาก 5 คน เป็น 4 คน เรียบร้อยแล้ว เพราะไอ้เพชรมันหายไปโดยไร้การติดต่อใดๆเป็นเวลา 1 ปีเต็มสำหรับการเรียน จนชื่อถูกคัดออกในที่สุด นอกจากนี้ พวกผมเองก็ยังผลัดเปลี่ยนบินไปเยี่ยมมันบ้าง โดยที่ไอ้เพชรเองก็ยังรับรู้ข่าวคราวของไอ้วุฒิอยู่เสมอ

พี่ท็อปกับเชฟก็กลายเป็นแฟนกันไปแล้ว ผมเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นไงมาไง ทำไมถึงมาตกลงปลงใจกันได้ก็ไม่รู้ แต่ทั้งสองคนก็ดูมีความสุขดี โดยมีเจ้าไทเกอร์แมวส้มลายเสือเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเชฟเขานั่นละครับ

ส่วนผมกับหวังฟาง เราก็ยังคงเป็นแบบเดิมๆ ระยะเวลาที่ผ่านไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรพวกเรามากนัก จะต่างกันก็ตรงที่เธอเรียนต่อปริญญาตรี คณะเดียวกัน แต่คนละมหาลัย ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดีกับผมมาก เพราะการที่ไอ้ซันและหวังฟางจะมาเจอกันได้นั้นน้อยเต็มที

ไอ้ซันเองก็ยังคงทำงานของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ เรื่องราวระหว่างเราแม้จะปวดเศียรเวียนเกล้าไปบ้าง แต่มันก็ยังเป็นคนเดิมกับที่เคยเป็นมาตลอด ชอบแกล้ง ชอบแหย่ ชอบเย้า แถมยังหื่นเสมอต้นเสมอปลาย ช่วงนี้ก็หันมาจับผมแต่งตัวอะไรก็ไม่รู้ เมดบ้าง กระต่ายบ้าง เสือบ้าง แมวบ้าง แต่ที่สุดแล้วที่ถูกเลือกใช้มากกว่าใครก็คือกระต่ายนี่ละ

ส่วนตัวของผมเองก็ยังคงไปเรียนกับเชฟฟรองซัวอยู่ตลอด แต่เรียนแค่วันเสาร์วันเดียว ทำให้กว่าจะจบคอร์สก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราสนิทกันแล้วละครับ แถมข้อดีของความสัมพันธระหว่างเรานั้นก็คือผมได้เจอเชฟคนอื่นๆที่เป็นคนดังระดับประเทศเทียบเท่ากับเชฟอีกหลายคนเลยล่ะ เพราะเป็นเพื่อนๆของเชฟ บางคนก็คู่แข่ง แต่เฉพาะหน้าจอทีวีเท่านั้นเอง

เรื่องราวของผม ป๊า ม๊า พี่คม และไอ้ซัน ก็ยังเป็นแบบเดิม พี่คมคอยส่งข่าวคราว คอยแจ้งความเคลื่อนไหวของป๊าที่เกี่ยวข้องกับผมเสมอ เช่น วันนี้ท่านจะเข้ามาหาที่คอนโด แต่ก็นั่งรอที่ด้านล่างเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปในห้อง เพราะยังมีรูมเมทอาศัยอยู่ด้วย ไอ้ซันนั่นเองละครับ หรือบางทีก็บอกว่ามีนัดทานอาหารที่โรงแรมที่ผมกำลังไปเรียน และเรายังออกงานเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ

ป๊าของผมก็ยังคงตั้งแง่กับไอ้ซันอยู่เรื่อยๆ กำแพงในใจไม่ได้ลดลงเลยสักนิด และนั่นทำให้เราหันหน้าเข้าหากันยากขึ้น เมื่อผมเองก็แก้ต่างให้มันเต็มที่ ส่วนป๊าเองก็ตั้งการ์ดโต้กลับทุกคำและทุกการกระทำ

 

ปีที่ 2....

 

ตอนนี้พวกผมต่างก็ขึ้นปี 3 กันแล้ว เราต่างคนต่างแยกย้ายกันไปฝึกงาน ไอ้นายไปฝึกกับพี่เนม ไอ้วุฒิไปฝึกที่บริษัทของพ่อมันเอง ส่วนผมกับไอ้ซันนั้น... เราฝึกงานด้วยกันครับ ผมนั้นยังไงก็ต้องโดนลากไปฝึกที่บริษัทของป๊าอยู่แล้ว ส่วนของไอ้ซันตอนแรกมันจะไปฝึกที่อื่น ไม่อยากให้คนมองดูว่าเล่นเส้นสาย แต่ม๊าผมอยากให้ฝึกด้วยกัน จะได้คอยดูแลกันเหมือนเดิม และม๊าของผมเองที่เป็นคนไฟท์กับป๊า จนไอ้ซันได้มาฝึกคู่กับผมอย่างในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเราจะฝึกงานที่เดียวกัน แต่ก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อผมนั้นมีคนนอบน้อมใส่ เกรงอกเกรงใจ ไม่กล้าใช้งาน เพราะนามสกุลมันค้ำคอ

แต่ของไอ้ซันนั้นโดนหนักแบบหนักมากๆ เพราะคำสั่งโดยตรงจากท่านประธานของบริษัทนั่นละครับ บอกเอาให้เคี่ยว จะได้เก่งๆ พูดด้วยรอยยิ้ม แต่หน้าตาไม่ได้เป็นแบบนั้นสักนิด มองดูก็รู้ว่าจงใจแกล้งชัดๆ แต่มันก็ไม่ปริปากบ่นอะไร ผมเองก็ออกหน้าปกป้องบ้างในบางครั้ง โดยที่พี่คมเป็นคนคอยรายงานความคืบหน้าให้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะผมเองก็อยู่ในสถานะนักศึกษาฝึกงานเช่นกัน ดังนั้นในบางครั้งจึงต้องยืนมองคนรักถูกรังแกอย่างอดทน และกอดปลอบในเวลาค่ำคืนแทน

การร้องเพลงที่ร้านของพี่ต้องนั้นมันก็ยังคงไปทำอยู่อย่างต่อเนื่อง ได้หยุดบ้างในช่วงกลางสัปดาห์ เพราะผมขอไว้เอง มันไม่เหมือนตอนที่ยังเรียนอยู่ เรายังพอมีคาบว่างให้พักผ่อน แต่ตอนนี้ทำงานแล้ว ฝึกงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ทำงานเหมือนพนักงานทั่วไป เวลาพักผ่อนก็หดหาย จนกลัวว่ามันจะน็อคเอาสักวัน

เรื่องนี้เราถึงกับทะเลาะกันเลยละครับ เพราะมันยังยืนยันที่จะทำต่อ แม้ว่ามันจะเคยขับรถจูบขอบถนนมาแล้วก็ตาม เพราะการทำงานที่หนักเกินไป ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและอ่อนแอ ในวันนั้นมันหลับครับ เพราะพิษไข้ด้วย ความเหนื่อยสะสมด้วย จนรถชนเข้ากับขอบกั้น แล้วหมุนคว้างอยู่กลางถนน ผมตกใจจนแทบจะบ้า เมื่อรู้ว่ามันขับรถชน แต่โชคดีที่มันไม่เป็นอะไรมาก นอกจากแผลบนหน้าผากและรอยฟกช้ำตามตัว เพราะตอนที่ชนนั้นปลุกให้มันตื่นขึ้นและเรียกสติกลับมาบังคับทิศทางของรถได้ทัน

เราทะเลาะกันหนักมาจนผมหลั่งน้ำตาออกมา มันถึงได้ยอมลงให้ในที่สุด และขอพี่ต้องหยุดพักในวันพุธกับวันพฤหัสบดี แม้ว่าผมจะอยากให้มันเลิกทำ แต่มันก็ยังยืนยันที่จะร้องเพลงหาเงินเป็นรายได้เสริมต่อไป ผมเองก็คิดเพียงว่าได้เท่านี้ก็ดีแล้ว ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

ไอ้นายนั้นชีวิตรักหวานชื่น หน้าที่การงานก็เป็นไปได้ด้วยดี ญาติพี่น้องที่มีก็ดีกับมันมาก เรียกได้ว่าชีวิตแฮปปี้สุดๆ ไม่มีอะไรต้องน่ากังวล คนที่น่าห่วงคือไอ้วุฒิมากกว่าครับ เมื่อมันเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ นั่นทำให้ไอ้เพชรปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้กลับมาเสียนาน แต่ว่าไอ้วุฒิมันไม่รู้หรอก มันน่าสงสารมากๆ พวกผมเองก็ไม่รู้จะช่วยมันยังไง ไอ้เพชรเองก็ใจแข็งดั่งหินผาและเหมาะสมกับชื่อของมันเป็นที่สุด

ผมกับหวังฟางได้พูดคุยกันจริงๆจังๆเป็นครั้งแรก เนื่องจากเธอต้องการนัดผมออกมาทานข้าวกันเพียงลำพัง ผมจึงต้องหลบเลี่ยงคนรักที่ทำงานอยู่ด้วยกันภายในบริษัท บอกว่าติดลูกค้า แล้วจึงออกมา ซึ่งป๊าเองก็ชอบอกชอบใจใหญ่ที่ผมกับหวังฟางสนิทกันไปอีกขั้นหนึ่ง หากแต่เรื่องราวไม่เป็นดังที่ป๊าหวังหรอกครับ เมื่อครั้งนี้หวังฟางมาหาเพื่อเปิดอกคุย เราพูดคุยกันถึงเรื่องคนรัก หวังฟางบอกว่าเธอมีคนรักแล้ว และผมเองก็เช่นกัน เราต่างสุ่มหัวกันเพื่อหาทางหลีกเลี่ยงการแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

 

ปีที่ 3.....

 

หลังจากการฝึกงานจบลง พวกเราแต่ละคนก็ต้องมานั่งทำโปรเจ็คจบครับ พวกเราได้เจอกันน้อยลง และหมกตัวกันมากขึ้น แต่ก็มีนัดดื่มกันบ้างในบางที เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าเพื่อนๆห่างหายจากกันไป ไอ้นายก็ยังคงความน่ารักสดใสเช่นเดิม จนมีหนุ่มๆรุ่นน้องมาเกาะแกะ แต่พี่เนมก็จัดการซะอยู่หมัด เรื่องก็เลยจบง่ายกว่าที่คิด

ส่วนไอ้วุฒินั้นก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาตามหาคนรักของมันไป พร้อมๆกันนั้นก็ทำเล่มจบไปด้วย เรียกได้ว่าขึ้นเหนือล่องใต้ ตะวันออกตะวันตก มันก็ตามหาไปทั่วประเทศไทยนั่นละครับ มันบอกจะตามหาให้ครบทุกจังหวัด และจึงจะขยับออกนอกประเทศ ดังนั้นแล้วจึงเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ เอาไปพัฒนาการทำงานของมันได้ จนอันดับของบริษัทเริ่มขยับขึ้นมาเรื่อยๆ และมันตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะต้องเป็นบริษัทค้าเพชรพลอยและเครื่องประดับอันดับหนึ่งของประเทศ มันคงไม่รู้ว่าไอ้เพชรเองก็เฝ้ารอให้มันถึงวันนั้นเช่นกัน

ผมกับไอ้ซันก็ยังคงเป็นแบบเดิมๆ ยังทะเลาะกัน ตีกัน แกล้งกันอยู่เรื่อยๆ อีกเรื่องหนึ่งคือตอนนี้ผมไม่ได้เรียนกับเชฟอีกแล้ว เพราะสูบความรู้จากเชฟมาจนหมด เรียนมาหมดทุกศาสตร์ ทุกแขนง ตอนนี้ก็เริ่มๆมองหาเชฟท่านอื่นๆเช่นกัน ซึ่งเชฟฟรองซัวก็เป็นคนฝากฝั่งเอาไว้ให้บ้างบางที

ถ้าคู่ของผมเปรียบเป็นเสือกับกระต่าย ของเชฟกับพี่ท๊อปก็คงจะเป็นงูพิษกับสุนัขผู้ซื่อสัตย์ละมั้งครับ เห็นเชฟแบบนั้นน่ะร้ายกว่าที่คิด แม้จะแว้งกัดและปล่อยพิษใส่พี่ท็อปขนาดไหน พี่ท็อปก็เหมือนโดนพิษที่เต็มไปด้วยยาเสน่ห์ ลุ่มหลง มัวเมา และหลงรักแต่เพียงคนเดียวนั่นละ

 

ปีที่4....

 

พวกเราทั้งหมดจบปี 4.... แต่ละคนมีหน้าที่ๆต้องรับผิดชอบมากขึ้น ไอ้ซันเองก็ไปสมัครงานทำที่บริษัทอื่นควบคู่ไปกับการร้องเพลง เรียกได้ว่ายิ่งโต เสน่ห์ของมันยิ่งมาก ยิ่งแพรวพราวจนสาวๆติดตรึม สีผมของมันเองก็เปลี่ยนกันจนหัวจะล้านอยู่แล้ว เพราะมันเริ่มทำสีอื่นนอกจากสีส้มแล้วล่ะ เช่นสีม่วง สีฟ้า สีน้ำเงิน สีเขียว สีเทา นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่เป็นแมวมองหาดารานักร้องเริ่มเข้ามาติดต่อมันแล้ว แต่มันก็ตอบปฏิเสธไปทั้งหมด เหตุก็เพราะไม่อยากทำลายความเป็นส่วนตัวของเรา ไม่อยากให้ผมต้องอึดอัดกับสายตาคนมอง เพราะไม่ว่าอย่างไร ในฐานะคนใกล้ชิด ก็จะต้องโดนคนตามมาขุดคุ้ยอยู่แล้ว

แถมในปีนี้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นตั้งมาก เช่นงานแต่งระหว่างพี่เนมและไอ้นายเป็นต้น ข่าวโด่งดังไปทั่วทั้งโลก เพราะพี่เนมส่งชิ้นส่วนยานยนต์ไปต่างประเทศด้วย ทำให้เป็นที่ฮือฮายกใหญ่ ผมยืนมองไอ้นายที่ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะหันมามองคนรักที่อยู่ข้างกัน มันเองก็กำลังมองจ้องผมอยู่ ในแววตานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี ผมเองก็มองจ้องสบตาคนรัก พร้อมยกยิ้มบางเบา หันไปสนใจกับภาพตรงหน้า ในดวงตาเริ่มพร่ามัว จนมองภาพไม่ชัดอีกต่อไป ก่อนที่มันจะไหลกลิ้งตกลงที่ข้างแก้ม เมื่อไอ้ซันมันเห็น ก็ยกนิ้วโป้งปาดน้ำตาออกให้เบาๆ กระซิบคำว่าไม่ต้องร้อง นี่งานแต่งนะ ผมได้แต่กระซิบบอกว่าดีใจ ที่ได้เห็นเพื่อนมีวันนี้ ไอ้ซันหัวเราะ ยกยิ้มแล้วร้องบอกพร้อมกับขยี้หัวของผมไปพลาง

 

เดี๋ยวก็มีวันของเรา.....

 

คำๆนั้นทำให้ผมร้องไห้ออกมาหนักยิ่งขึ้น โผเข้ากอดคนรักเต็มอ้อมแขน ฝั่งใบหน้าลงกับบ่ากว้าง ร้องไห้จนพอใจ มันเองก็หัวเราะลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจไปพลาง จนอาการของผมลดลงมันจึงได้ผละออก และกุมกระชับมือของผมเอาไว้แนบแน่น

เรื่องดีๆอีกเรื่องที่เกิดขึ้นคือไอ้วุฒิและไอ้เพชรได้พบหน้ากันแล้ว แถมไอ้เพชรยังเอ่ยปากบอกพิกัดให้ไอ้วุฒิได้รับรู้ ทำให้มันรีบตามไปในทันที ตามไปงอนง้อกันสองคนโดยที่พวกผมคอยดูอยู่ห่างๆ ผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไอ้วุฒิก็กลับมาพร้อมกับไอ้เพชร และกลายเป็นครอบครัวสุขสันต์ในที่สุด ไอ้วุฒิมันหมายพวกผมเอาไว้ด้วย โทษฐานที่ปิดบังมันมานานแรมปี โดยปล่อยให้มันวิ่งเต้นคนเดียว ถ้าไม่เพราะไอ้เพชรช่วยพูดเอาไว้ให้ ป่านนี้หัวของพวกผมคงไม่อยู่บนบ่า แต่ก็ถูกมันใช้แรงงานเป็นการไถ่โทษให้ตัวเองอยู่ดี เล่นเอาหอบแฮ่ก แทบตาย.....

ในวันรับปริญญาของพวกเรา ญาติพี่น้องและเพื่อนพ้องมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดี เมื่อเราได้จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี หวังฟางเองก็มาเช่นกัน ไอ้ซันถามอย่างสนใจว่าเธอคือใคร ทำไมไม่มันรู้จัก ผมก็บอกปัดไปว่าเป็นรุ่นน้อง เจอกันที่งานเลี้ยงบ่อยๆ เธอก็เลยมาร่วมแสดงความยินดี ไอ้ซันมองจ้องอย่างเค้นคำตอบ เหมือนประเมินคำตอบของผมอยู่ในที ผมเองก็ได้แต่หนาวๆร้อนๆกับสายตาที่มองมา แต่ก็พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด จนมันเลิกราไปเอง ไม่ติดใจหาความอะไรอีก

 จุดมุ่งหมายต่อไปของผมคือระดับปริญญาโท ซึ่งผมก็เรียนต่อที่คณะบริหาร IBM เพื่อนำความรู้เข้ามาช่วยป๊าอีกทาง ส่วนไอ้ซันนั้นขอทำงานเก็บเงินแทนการเรียนต่อ เพราะทุกวันนี้มันก็หนักเอาเรื่องพออยู่แล้ว ผมพยายามที่เรียนให้จบภายใน 2 ปีครึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินไปนักที่จะพยายาม เพราะผมขวนขวายหาความรู้มาเสริมในส่วนที่ตัวเองขาดอยู่เสมอ

ไอ้วุฒิและไอ้เพชรก็เริ่มต้นสร้างครอบครัวเล็กๆให้ตัวเองแล้ว และกำลังขยับขยายมากขึ้นเรื่อยๆ ผม ไอ้ซัน ไอ้นาย ก็แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนบ้างเป็นระยะ เวลาเฝ้ามองดู เห็นว่าเพื่อนมีความสุขก็ดีใจแล้ว ตอนนี้ไม่มีอีกแล้วไอ้เพชรคนแมน มีเพียงหญิงสาวที่เก่งไปซะทุกเรื่องแทน เหมาะสมกับแม่ของลูกมากๆจนไม่น่าเชื่อว่าคนหล่อร้ายอย่างไอ้เพชร จะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

เรื่องที่น่าหนักใจของผมคือการแต่งงาน ทั้งผมและหวังฟางต่างผลัดกันบอกปัดไปมาอยู่เรื่อยๆ จนป๊าเริ่มจะไม่พอใจมากขึ้น ไม่หวังฟางยังเด็กบ้าง ก็เป็นผมที่อยากจะมุ่งกับการเรียน ทำให้พอรอดตัวไปสักระยะหนึ่ง

ในขณะที่คบกันกับไอ้ซันเราสองต่างรักกันดี เคยเป็นอย่างไรก็ยังคงเป็นอยู่แบบนั้น กาลเวลาไม่ได้เปลี่ยนพวกเราเลยแม้แต่น้อย นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดูภูมิฐานขึ้น น่าเชื่อถือมากขึ้น เสน่ห์มากล้นจนเกินจะทนไหว แต่นิสัยใจคอเราก็ยังเป็นเรา

 

ปีที่ 5.....

 

หลังจากผ่านไป 1 ปี ไอ้ซันก็ตัดสินใจเรียนปริญญาโทคณะบริหารเหมือนเดิม เพื่อเพิ่มวิชาความรู้ให้ตนเองและเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน ซึ่งผมก็เห็นดีเห็นงามด้วยกับเรื่องนี้ และตอนนี้ไอ้ซันเลิกไปร้องเพลงที่ร้านพี่ต้องแล้ว เมื่อมันหนักหน่วงเกินไป ทั้งทำงาน ทั้งเรียน และออกไปร้องเพลง แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ความสัมพันธ์ของพี่ต้องกับไอ้ซันก็เหนียวแน่น จนแทบจะกลายเป็นพี่น้องท้องเดียวกันไปเสียแล้ว และมีบ้างที่ไอ้ซันไปร้องเพลงเอาสนุกๆ

 

ปีที่ 6.....

 

สุดท้ายแล้วผมก็เรียนจบภายใน 2 ปีครึ่งตามที่หวังเอาไว้ ป๊าทวงถามถึงเรื่องการแต่งงานอีกครั้ง ซึ่งผมก็บ่ายเบี่ยง บอกว่าอยากจะทำงานก่อนอีกสักปี ทำให้ผมกับป๊าทะเลาะกันเรื่องนี้หนักมาก เมื่อป๊ายอมอ่อนข้อให้มาตลอด และตอนนี้มันก็เหมือนกับว่าความอดทนของป๊าสิ้นสุดลงแล้ว…..

 

“ก็แค่แต่งงาน!! มันจะอะไรนักหนา!! แกไม่คิดจะสงสารผู้หญิงบ้างรึไงที่เฝ้ารอแกมานานแรมปี!!”

“ที่ผมไม่อยากแต่งเพราะผมกับหวังฟางไม่ได้รักกัน!!!”

“ไม่รักแล้วยังไง!!! แกคิดว่าจะมีคนสักกี่คนบนโลกนี้ได้แต่งานกับคนที่รักกันน่ะหะ!!!”

“อย่างน้อยๆก็ยังมีไอ้นาย มีไอ้วุฒิไอ้เพชร และมันก็จะมีคู่ของผม!! ผมไม่ยอมให้ป๊ามาคลุมถุงชนผมหรอกนะ!!” ป๊าของผมหายใจเข้าออกแรงๆ แล้วหลับตาลง พยายามข่มอารมณ์ของตัวเอง

“แกไม่เข้าใจรึไง การแต่งงานของแกถูกหมั้นหมายมาตั้งนานแล้ว ถ้าไม่อยากแต่งทำไมไม่ปฏิเสธมาตั้งแต่แรก แกกำลังทำให้ฝ่ายหญิงเสียหาย และลดทอนโอกาสที่เขาจะได้เจอคนใหม่ๆ แกต้องรับผิดชอบ!”

“ไม่!! ผมไม่มีทางแต่งงานกับหวังฟาง!!!” ทันทีที่พูดจบ ผมก็หันหลังเดินออกจากห้องนั้นในทันที

 

ปัง!!!!

 

เสียงปิดประตูดังลั่นไปทั่วบ้าน ผมหยุดยืนที่หน้าประตู กำมือแน่น พยายามสูดลมหายใจเข้าออก ข่มกลั้นอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น เหลือบมองประตูที่ด้านหลัง

“ใช่ มันจะต้องเป็นคู่ของกูกับมึง ซัน...”

 

ภายหลังประตูที่ถูกปิดลงโครมใหญ่ น้ำเสียงเย็นชาก็เอ่ยปากขึ้น สายตามองจ้องประตูที่พึ่งจะถูกปิดไปด้วยแววตาคาดเดาได้ยาก

“ไปตามสืบเรื่องของไอ้เด็กเวรนั่นมาให้ฉัน ระหว่างมันกับลูกของฉันมีความสัมพันธ์ยังไงกันแน่” พูดจบก็ปรายสายตาหันไปมองชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างกันตั้งแต่เริ่มต้น

“อย่าทำให้ฉันผิดหวัง เข้าใจไหมเมธา”

“ครับนาย”

 

หลังจากนั้น 2 สัปดาห์....

 

 “คิดจะปิดบังฉันไปถึงเมื่อไหร่?”

“ท่านครับ ผม.....”

 

เพี้ยะ!!!

 

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายหันไปตามแรงตกกระทบบนผิวแก้ม หยาดเลือดสีแดงสดไหลออกจากมุมปากช้าๆ หากแต่ผู้เป็นนายกลับไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย ฝ่ามือหนาจับบีบเข้าที่สันกรามแน่นจนขึ้นรอยนิ้วมือ

“เมื่อไหร่ ตั้งแต่เมื่อไหร่!!!!” น้ำเสียงดุดันตวาดก้องไปทั่วห้องทำงาน จนคนภายในพากันสะดุ้งกันเป็นแถว

“ 7 ปีก่อนครับ....” ก้มหน้าตอบอย่างจำใจ

“ไอ้คม!!!!” ผู้เป็นนายตวาดออกมาอีกครั้ง หายใจเข้าออกอย่างรุนแรงจนอกกระเพื่อมตามแรงอารมณ์ ก่อนจะผลักตัวผู้ช่วยคนสนิทพ่วงด้วยพี่เลี้ยงของลูกชายไปด้านหลัง ซึ่งมีกลุ่มชายชุดดำจับตรึงไว้แน่นอีกที ร่างสูงแต่อ่อนแรงของผู้เป็นบ่าวร้องอ้อนวอนขอความเมตตา ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนที่เขารัก

“คุณหนูกับคุณซันรักกันด้วยใจจริงนะครับท่าน ได้โปรดพยายามเข้าใจพวกเขาด้วย” ร้องขอพร้อมกับก้มหัวลงต่ำ แม้ว่าจะถูกจับตรึงอยู่กับที่จนไม่สามารถขยับไปไหนได้ก็ตาม

“ไสหัวไป!!! เอามันออกไปจากห้องของฉัน!!!” ชายผู้เป็นนายพูดเสียงดังก้องไปทั่วห้อง อารมณ์กรุ่นโกรธถึงขีดสุด มองจ้องภาพตรงหน้าอย่างโกรธขึงสุดหัวใจ ทั้งลูกชายคนสำคัญ ทั้งคนสนิท และมันคนนั้น!!!

“เตรียมรถให้ฉัน ฉันจะไปเยี่ยมลูกชายฉันสักหน่อย” พูดพร้อมจุดซิการ์ขึ้นสูบ ไฟสีแดงฉานที่ส่วนปลายของซิก้าร์นั้นไม่ต่างกับไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ในดวงตา มันปะทุรุนแรง พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน

 

 

 

-------------------------

 

ขอสคริปข้ามเวลารัวๆ เหมือนว่างานจะเข้าแล้วล่ะ....

พี่ซันนุ้งเบสของเรา อายุ 24 ย่าง 25 กันแล้ว เข้าสู่วัยทำงานเต็มตัว เรื่องของพี่วุฒิพี่เพชร อยากรู้รายละเอียดก็ไปตามอ่านได้น้าาา อันนี้มินิไม่เขียนลงรายละเอียดมากนัก

สงสารพี่คมจังงงง งื้อ! จะโดนซ้อมหนักขนาดไหนก็ไม่รู้ แล้วหลังจากนี้พี่คมจะเป็นยังไงนะ แง้

 

รักนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}