janine_yingjane

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ คู่กัน + แจ้งข่าว

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ คู่กัน + แจ้งข่าว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 90

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 22:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ คู่กัน + แจ้งข่าว
แบบอักษร

ตอนพิเศษ 

ของคู่กัน 

ไอ้หล่อ & ไอ้บื้อ

"ว้าว!!! พี่คิมอันนี้น่ากินจังเลยครับ" ผมชี้ชวนไอ้หล่อให้ดูซุ้มขายอาหารในตลาดนัด 

"ครับ" มันขยี้หัวผมเล่นด้วยความมันเขี้ยวจนต้องหันไปยู่หน้าใส่ ขยี้จนผมเสียทรงหมดแล้วเนี่ย แต่ไม่เป็นเพราะวันนี้ผมอารมณ์ดี

จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ไงครับ ไม่บ่อยหรอกที่เราจะได้มาเดินตลาดนัดด้วยกันแบบนี้ ปกติไอ้หล่อเลิกงานดึกจะตาย กลับถึงห้องก็หลับเป็นตายแล้วครับ อย่าหวังว่าจะได้ไปเที่ยวไหน

แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกวัน เพราะวันนี้ไอ้หล่อเลิกงานเร็ว เราเลยได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเยอะหน่อย ผมเลยชวนมันมาเที่ยวตลาดนัดซะเลย ไม่ใช่อะไรหรอก ผมได้ยินไอ้เลิฟพูดบ่อยๆ ว่าที่นี่อาหารอร่อยเลยอยากมา และก็จริงอย่างที่มันพูดเลยครับ

ลาภปาก...แถมยังสบายกระเป๋าอีกด้วย หึหึ เพราะไอ้หล่อจ่ายตลอดทาง ก๊าก...นี่ล่ะครับแผนของผม ฉลาดไหมล่ะ...หึหึ

หลังจากที่เข้าร้านโน้นชิมร้านนี้ไปเรื่อยผมก็อิ่มจนพุงกางแทบเดินต่อไม่ไหว ไอ้หล่อก็เลยชวนไปเดินดูของเพื่อย่อยอาหารแทน ระหว่างที่เดินๆ กันอยู่ ผมก็ไปสะดุดตากับเสื้อตัวหนึ่งเข้า

"พี่คิม...เสื้อตัวนี้สวยดีนะครับ" ผมร้องทักชี้ให้มันดู ไอ้หล่อที่เอามือโอบคอผมไว้หันไปดูพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย

"ชอบก็เอาสิครับ" มันว่างั้น ผมเลยร้องถามเจ้าของร้านทันที 

"พี่ครับ เสื้อในหุ่นตัวนี้มีไซซ์แอลไหมครับ" ไอ้หล่อหันมามองหน้าผมพร้อมขมวดคิ้วใส่ ผมเลยขมุบขมิบปากบอกมัน "ภีมจะซื้อให้พี่ต่างหาก" ไอ้หล่อหัวเราะเบาๆ

"นี่ครับเสื้อไซซ์แอล" ผมรับเสื้อจากเจ้าของร้านมาทาบบนตัวไอ้หล่อ 

"ชอบไหมครับ??" ผมถาม ไอ้หล่อยิ้มบางโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูผม "ชอบครับถ้าเมียซื้อให้"

ผมอ้าปากค้าง ใบหน้าขึ้นสี รีบหมุนตัวไปยื่นเสื้อตัวนั้นให้เจ้าของร้านทันที "เอาตัวนี้ครับ" ได้ยินเสียงไอ้หล่อหัวเราะเบาๆ จึงหันไปมองค้อนมันซะเลย 

ดูสิ!!! มาพูดบ้าอะไรตรงนี้เนี่ย แค่นี้ผมก็เขินจะแย่อยู่แล้ว

"น้องครับ" ไอ้หล่อเรียกเจ้าของร้านที่พับเสื้อตัวนั้นใส่ถุงให้อยู่ "เอาแบบนั้นอีกตัวนะครับ แต่ขอไซซ์เอ็มนะครับ" 

"ได้ครับ" เจ้าของร้านยิ้มรับคำ ผมจ้องตาถามไอ้หล่อว่าจะซื้อให้ใครอีกตัว มันตอบกลับแบบไม่มีเสียงแต่อ่านปากได้ว่า 'เมีย' ผมนี่อายจนอยากจะแทรกตัวหนีไปตอนนี้ซะจริง

พอกลับถึงห้องไอ้หล่อก็บอกให้ผมไปลองเสื้อที่ซื้อมาใหม่ มันเองก็ใส่เหมือนกันกับผม เห็นภาพเสื้อคู่แบบนี้ผมชักเขินเหมือนกันนะ ไอ้หล่อกวักมือเรียกผมมาถ่ายรูปคู่ด้วยกัน

เราตั้งท่าถ่ายรูปไปเสียหลายท่า จากนั้นไอ้หล่อก็โพสต์ภาพลงในไอจีส่วนตัวของมัน พร้อมแคปชั่นที่ทำผมยิ้มแก้มปริ "เสื้อคู่กับคนรู้ใจ"

เท่านั้นแหละไอจีมันแทบถล่มมีแต่คนเข้ามาแซว และคนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่เชฟคิวขาประจำ รายนี้ชอบแซวผมตลอดจนผมทำหน้าไม่ถูกเลยครับเวลาเจอเชฟคิว

Q : ว้าว!!! ว้าว!!! คนรู้ใจ หวานขนาดนี้คนโฉด เอ๊ย! โสด ตายกันพอดีสิครับ

ปังปอนด์ : แหม...ขออนุญาตมองบนนะครับ

ผมอ่านคอมเมนต์ของคนที่เข้ามาแล้วรู้สึกอายหนักกว่าเก่าอีก "บื้อ" ไอ้หล่อกระซิบเบาๆ ข้างหู ผมหันไปมอง

"คืนนี้เราใส่เสื้อตัวนี้นอนกันนะครับ" มันเอ่ยชวน ผมยังไม่ทันจะตอบอะไร มันก็อุ้มผมไปอาบน้ำ จับผมใส่เสื้อที่พึ่งซื้อมาใหม่เพียงตัวเดียว

อ่านไม่ผิดหรอกครับ เราทั้งคู่ใส่แต่เสื้อข้างบนแต่ช่วงล่างนี่หวิวสุดๆ ก่อนบทรักจะบรรเลงอย่างหนักหน่วงจนคราบน้ำขาวเลอะเสื้อของเราทั้งคู่ มันบอกเจิมเสื้อคู่แบบนี้สิดี

ผมว่า ต่อจากนี้ผมคงไม่กล้าใส่เสื้อตัวนี้แล้วล่ะครับ (?) >///<

เชฟต้น & เชฟพล

วันนี้ผมเลิกงานก่อนเชฟต้นก็เลยมีเวลามาเดินซื้อของเข้าห้องซะหน่อย ผมเลือกเดินดูของตกแต่งห้องไปเรื่อยจนมาสะดุดเข้ากับของใช้บางอย่าง

"แก้วน้ำคู่รักอย่างนั้นเหรอ" ผมหยิบแก้วขึ้นมาดูด้วยความสนใจถึงแม้ที่ห้องของเราจะมีแก้วน้ำอยู่หลายใบแล้วก็ตาม

แต่แค่ผมคิดว่า ถ้าเชฟต้นเห็นผมซื้อมันกลับไปคงได้โวยวายเป็นแน่ ก็ทำให้ผมรู้สึกขบขันนัก เชฟต้นของผมเป็นคนชอบแสร้งโมโหกลบเกลื่อนความอายไปอย่างนั้นแหละ แต่ความจริงผมรู้หรอกว่าเขาก็ชอบมันนะ

เอาล่ะ...งั้นผมซื้อใบนี้กลับบ้านดีกว่านะ เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าซื้อครบเซตนี้จะได้ราคาพิเศษยังงั้นเหรอ

อือ...ผมนิ่งคิดอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะ...

"น้องครับ...พี่ขอของพวกนี้เซตหนึ่งนะ" 

ผมยิ้มแก้มปริหอบหิ้วข้าวของที่ซื้อมาเข้าไปในห้องคอนโดของพวกเรา จากนั้นก็จัดของใช้เข้าตู้ ส่วนอาหารสดก็เก็บเข้าตู้เย็นไปซะ เมื่อจัดของเรียบร้อยแล้วผมก็มีเวลามาแกะกล่องชื่นชมเซตจานชามเครื่องแก้วคู่รักต่อ

แกรก!!!

เสียงเปิดประตูดังขึ้นผมจึงหันไปมองเห็นคนรักของผมที่พึ่งกลับจากงานเดินเข้ามาด้วยความอ่อนเพลีย "กลับมาแล้วหรือครับ" ผมถาม

"อือ...เหนื่อยชะมัด" เชฟต้นบ่นๆ ขณะนวดไหล่ตัวเองไปด้วย ผมจึงลุกขึ้นไปรับกระเป๋าของเจ้าตัวไปวางบนโซฟาให้

"ดื่มน้ำไหมครับ" ผมถามพลางจูงมือเชฟต้นลงไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว เห็นเชฟต้นไม่ได้เอ่ยอะไร ดูท่าจะเหนื่อยมากจริงๆ 

ผมเดินไปเปิดตู้เย็น เทน้ำใส่แก้วแล้วเอามายื่นให้ "นี่อะไร??" เชฟต้นถามขณะกำลังหยิบแก้วคู่รักขึ้นมาพิจารณา

ผมยิ้มมุมปากกดจูบเบาๆ ที่กลางกระหม่อมคนรักก่อนจะสวมกอดเขาจากด้านหลัง เอื้อมมือไปจับแก้วใบนั้นด้วยกัน "แก้วคู่รักไงครับ"

เชฟต้นเอียงหน้ามองผมเล็กน้อย "นึกยังไงถึงได้ซื้อมา" 

"ก็เราเป็นคู่รักกันไม่ใช่หรอครับ ใช้ของเหมือนกันแบบนี้ก็ไม่เห็นแปลกอะไรเลย" ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม

เชฟต้นหูแดงไปแล้วคงจะเขินน่าดู อีกไม่นานก็คงได้แหวผมแน่ "คู่รักใช้ของเหมือนกันอะไรเล่า น่าอายจะตาย เอาไปเก็บไกลๆ เลยนะ หรือไม่ก็ยกให้คนอื่นไปเลยนะ กูไม่ใช้หรอก"

เชฟต้นวางแก้วลง ดันพวกมันให้ห่างตัว ทำเหมือนพวกมันเป็นของร้อนไปได้ ผมยิ้มขันช้อนใบหน้าของคนหน้าแดงจัดขึ้นมาดูใกล้ๆ

"แน่ใจหรือครับ" ผมถาม

เชฟต้นปัดมือผมออกลุกขึ้นยืน ก่อนจะรีบเดินหนีเข้าห้องไปจนผมยิ้มขันให้กับท่าทางน่าเอ็นดูนั่น สงสัยผมคงต้องรีบตามไปเอาใจเชฟต้นซะหน่อยแล้วสิ 

เช้าวันรุ่งขึ้นผมซึ่งตื่นก่อนก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำ ทำอาหารเช้าให้เชฟต้นทานก่อนไปทำงาน เสร็จจากนั้นผมถึงจะไปปลุกเชฟต้นให้ตื่น

"ตื่นได้แล้วครับ เดี๋ยวไปทำงานสายนะ" 

"อือ...อีกห้านาที" เชฟต้นต่อรอง พลิกตัวหนีผมไปอีกด้าน ผมเห็นว่ายังมีเวลาเหลือจึงปล่อยให้เขานอนต่อ เพราะเมื่อคืนก็ถูกผมกวนหนักคงจะยังเพลียอยู่

พอครบห้านาทีผมก็ปลุกอีกครั้ง คราวนี้เชฟต้นยอมตื่นแต่โดยดี ลุกไปอาบน้ำและออกไปทานข้าวเช้าด้วยกัน 

วินาทีที่เชฟต้นเห็นจานข้าวลายคู่รักพร้อมแก้วซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ เขาก็โวยวายผมยกใหญ่ "แล้วไม่ชอบหรือไงครับ" ผมถามกลับ

เชฟต้นยู่หน้าแทนคำตอบ นั่งลงทานข้าว ผมแอบเห็นว่าใบหูเขาแดงก่ำตอนยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม "ตกลงว่าไงครับ" ผมแสร้งถามดูใหม่

"รู้แล้วยังจะถามอีก" เชฟต้นงึมงำตอบในลำคอ หน้าแดงจัด 

"กิน...กินไปเลยมึง" พอตอบโต้ไม่ได้ก็โวยวายผมแทนซะงั้น

ผมหัวเราะเบาๆ ไม่ถามอะไรต่อ ขืนถามมากไปกว่านี้คนขี้อายแบบเชฟต้นคงได้ลุกมาด่าผมเปิดเปิงเป็นแน่ 

จะว่าไปเซตคู่รักนี้ก็ดีเหมือนกันนะ คราวหน้าผมจะซื้ออะไรมาอีกดีนะ???

ดิน & ปังปอนด์

ไอ้ดินชอบหาว่าผมไม่โรแมนติกเอาซะเลย จริงๆ ผมเป็นคนโรแมนติกนะโดยเฉพาะกับสาวๆ แต่ว่ากับมันที่เป็นผู้ชาย แถมยังหน้าโหด โฉดยังกับอะไรอีก ผมโรแมนติกไม่ลงจริงๆ นะครับ 

แต่เอาเถอะวันนี้ผมจะโรแมนติกให้มันดูสักวันแล้วกันนะ...

 "ทำอะไรเห็นขยุกขยิก ชะเง้อคอมองทั้งวันแล้วนะ" ไอ้ดินบ่นผมที่นั่งไม่สุข เดี๋ยวๆ ก็เดิน เดี๋ยวๆ ก็ลุกออกไปที่ประตูไม่หยุด

"ไม่มีอะไร" ผมตอบ ไอ้ดินส่ายหัวไปมาจ้องหน้ากดดันผมไม่หยุด มันตบเบาะข้างๆ ตัวบอกเป็นนัยให้ผมเดินไปนั่งข้าง

ผมหงุดหงิดใจแต่ก็ต้องเดินไปนั่งอย่างเสียมิได้ ก็ดูตาโหดๆ ของมันสิครับ ใครไม่กลัวบ้างล่ะ "ตกลงมีอะไรปิดบังพี่" มันถามกดดัน

ผมอ้ำอึ้ง แม่ง!!! จะตอบยังไงดีวะกู??? ตอนที่กำลังคิดวนหาคำตอบในหัว เสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น ผมรีบตะครุบรับแทบไม่ทัน

"ครับ...ครับ...พี่รอข้างล่างแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวผมไปรับ" ผมตอบรัวเร็ว ลุกไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว

"ปังปอนด์" เสียงเหี้ยมของไอ้ดินเรียกผมซึ่งกำลังจะเปิดประตูห้อง

"เดี๋ยวกูมารอแป๊บหนึ่ง ค่อยซักกูนะ" ผมบอกก่อนจะรีบชิ่งหนีไอ้ดินก่อนล่ะครับ

กำลังสงสัยอยู่ล่ะสิว่าผมทำอะไรอยู่ ไม่บอกหรอกเพราะว่า มันคือ....

"เซอร์ไพรส์!!!" ผมยิ้มร่าเปิดประตูห้องตัวเองพร้อมช่อดอกไม้ช่อโตในมือ ไอ้ดินซึ่งหน้าบึ้งตึงบนโซฟาถึงกับหน้าเหวอ ตลกชะมัด

ผมเดินไปคุกเข่าลงต่อหน้ามัน ยื่นช่อดอกไม้ให้ ไอ้ดินยิ้มบาง "อะไรครับ??" มันถาม ใบหน้าโหดมีสีแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

"ดินครับ วันนี้ครบรอบหนึ่งปีที่เราคบกัน ปอนด์รู้ว่าปอนด์ไม่ดี เจ้าชู้ แต่ปอนด์ก็รักดินนะครับ ดอกไม้นี่แทนคำขอบคุณแล้วก็ขอโทษจากใจปอนด์นะครับ" 

"ขอบคุณครับ" ดินหัวเราะเบาๆ รับช่อดอกไม้ไปถือไว้ในมือ

"ยังมีอีกชิ้น" ผมบอกพลางล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงหยิบกล่องเล็กๆ ใบหนึ่งขึ้นมา 

ดินขมวดคิ้วมองของในมือผม "จะขอพี่แต่งงานหรือไงครับ" มันถามให้ผมต้องรู้สึกเขินขึ้นมาแทน

"บ้าหรอ??? มึงสิต้องมาขอกู" ผมตอบก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งข้างมัน "นี่เป็นแหวนคู่ต่างหากเล่า" 

ดินเอื้อมมือมาหยิบกล่องแหวนในมือผมไปดู ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตัวเองทำหน้ายังไง รู้แค่ว่าตอนนี้ใจมันเต้นแรงโคตรๆ เกิดมาก็พึ่งจะเคยซื้อแหวนให้แฟน ก็มันคนแรกนี่แหละ

"ขอบคุณนะครับ" ดินยิ้มลูบหัวผมเบาๆ "ยื่นมือมาสิพี่จะสวมแหวนให้" 

ผมยื่นมือให้ดินอย่างรู้งาน "มือซ้ายสิ" มันบอกผมซึ่งยู่หน้าใส่ แกล้งมันเล่น "มือขวาก็พอมั้ง ยังไม่แต่งกันซะหน่อย"

ดินหน้าขรึมลงทันที "อะไรเล่า...แหย่เล่นเอง มือซ้ายก็มือซ้ายสิโว้ย" 

จากนั้นมันก็บรรจงสวมแหวนให้ผม ดินยื่นมือตัวเองให้ผมบ้าง ผมก็เลยสวมแหวนคู่อีกวงให้มัน 

ผมจับมือมันมาเทียบกับมือตัวเอง ฉีกยิ้มกว้างพอใจเมื่อเห็นแหวนคู่ของเรา "ถ่ายรูปดีกว่ามึง" ผมเสนอพลางหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปคู่ของเราสองคน

"มึงยิ้มโชว์แหวนหน่อยสิ" ผมสั่งไอ้ดิน มันทำตามแต่โดยดี "ยิ้มสิ...อย่าทำหน้าโหด" ผมบอกมันซึ่งเก๊กหน้าหล่ออยู่ได้ 

ถ่ายรูปมันจนพอใจก็บังคับมันให้ถ่ายให้ผมบ้าง "มึงเอาโทรศัพท์มึงมาสิ" ผมกระดิกนิ้วขอมือถือมัน 

"ทำอะไรครับ" ดินถามผมที่กดโน่นกดนี่ในมือถือมัน

"เสร็จแล้ว!!! จากนี้มึงใช้รูปกูเป็นภาพหน้าจอมือถือ ส่วนกูก็จะใช้รูปมึงดีไหม??" ผมยื่นมือถือสองเครื่องในมือให้มันดู 

ดินหัวเราะขันเมื่อเห็นรูปสองอันนั้น "ทำไมเราไม่เลือกรูปพี่ที่หล่อหน่อยล่ะครับ แล้วอะไรรูปตัวเองเลือกซะหล่อเชียว"

"ก็มึงมันไม่หล่อนี่ครับ เฮ้ย!!! แล้วอะไรมึงเนี่ย" ผมโวยวายเมื่อถูกไอ้ดินจับอุ้มขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงกว้าง

"ให้ของขวัญครบรอบหนึ่งปีไงครับ" มันว่าพลางบุกจู่โจมผมทันที

"เชี่ย!!! แม่ง!!! เอาของขวัญแบบอื่นสิไม่ใช่แบบนี้"

"แบบนี้แหละครับ ของขวัญ"

แล้วผมจะทำอะไรได้ล่ะ ก็ต้องร้องครางบิดกายดิ้นเร่าในอ้อมกอดของมันแทน ครางจนเหนื่อยหอบ แต่พอเห็นแหวนคู่ในมือของมันก็ทำให้ผมรู้สึกดี 

เอาวะ...ท่าไหนก็จัดมา ปังปอนด์ซะอย่าง ไม่มีพลาดครับ ก๊ากกกก!!!!

อย่าอิจฉาผมเลยนะ เพราะผมมันคนโรแมนติกครับ ^^

 

@@@@@@ 

สวัสดีค่ะทุกคนเจนหายไปนานมากเลย ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนนะคะที่หายไป 

ที่หายไปนี่ไปยุ่งกับการจัดหน้านิยาย แต่งตอนพิเศษเพิ่ม ในที่สุดเจนก็ได้ลงนิยายขายแล้วนะ ฝากอุดหนุนกันด้วยนะคะ 

เนื่องจากเจนลงลิ้งค์ในเว็บนี้ไม่ได้ รบกวนทุกคนเข้าเว็บ meb นะคะ พิมพ์หาใน google ได้นะคะ 

แล้วพิมพ์ชื่อนิยายเรื่องนี้ใน meb นะคะ  

นิยายเรื่องร้อนนี้มีรักมาเสิร์ฟมีด้วยกันสองเล่มนะคะ 

เล่มแรกจะเป็นเรื่องราวของเชฟคิมกับภีมนะคะ ทุกตอนที่ลงให้อ่านนะคะ 

พร้อมตอนพิเศษที่เจนแต่งเพิ่มจาก Special อีก 5 ตอนนะคะ ราคาเล่มแรก 299 บาท 

 

ในขณะที่เล่มสองจะเป็นเรื่องราวของเชฟพล & เชฟต้น และคู่ของปังปอนด์ & ดิน ราคา 269 บาท 

เล่มสองนี่อัดแน่นไปด้วยตอนพิเศษเยอะมากกกกกกกกทั้งหมด 14 ตอนที่แต่งใหม่นะคะ 

 

 

ฝากทุกคนอุดหนุนกันด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ 

ส่วนอีกตอนที่เจนติดค้างไว้จะรีบเอามาลงนะคะ 

(灬♥ω♥灬) 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}