TI

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สติ

คำค้น : The Chance,วัยรุ่น,โรเเมนติก,แฟนตาซี, วาย,ชายรักชาย,ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 82

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 22:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สติ
แบบอักษร

"กูขอโทษ ไม่ๆ มันต้องไม่เป็นเเบบนี้ดิ มันไม่เหมือนที่กูคิด กูขอโทษ กูไม่ได้อยากให้มึงเจ็บ ไม่ๆ ม่าย!!" เรเริ่มคุมสติไม่อยู่เขาพังของในห้องกระจัดกระจาย บิวมองเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่บนพื้นอย่างทั้งตกใจ สงสารเเละเห็นใจ ความรักที่เขาเคยคิดว่ามีเเต่ด้านสวยงาม สดใสถึงเเม้จะมีเจ็บปวดนิดๆเเต่ก็คงไม่เลวร้ายอะไร เขาไม่คิดว่าความรักก็สามารถทำร้ายใครคนหนึ่งได้มากขนาดนี้ ทำร้ายทั้งความมั่นใจ ความรู้สึกภักดี ภูมิใจ หรือแม้เเต่สามารถทำลายชีวิตนึงให้ป่นปี้  

หลังจากผ่านไปพักใหญ่ เรก็ค่อยๆเริ่มได้สติเขากวาดตามองไปรอบๆเเละมองไปยังบิวพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ใหลออกมา เขาไม่สามารถทนเห็นสายตาของบิวที่มองมายังเขาอย่างผิดหวังเเละรังเกียจได้ เรจึงรีบเดินออกจากห้องไปโดยทิ้งให้บิวพยุงตัวเองขึ้นเตียงขึ้นมาเองอย่างยากลำบาก เรวิ่งออกจากห้องไปด้วยเเรงทั้งหมดทีมี เขาก้มหน้าก้มตาวิ่งต่อไปเรื่อยๆ โดยไปสนใจเลยว่ามีเลือดเริ่มใหลออกมาจากฝ่าเท้าของตัวเองเหตุจากที่เขาวิ่งโดยไม่ใส่รองเท้า  

"ทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้ด้วยว่ะ ทำไม " เรพูดพร้อมกับทรุดตัวนั่งลงบนพื้นริมฟุตบาทด้วยท่าทีอ่อนล้าพร้อมกับเหงื่อที่ชะโลมทั่วตัวเเละฝ่าเท้าที่เป็นเเผล  

"เร ? " ท่ามกลางความมืดอยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เรเงยหน้าขึ้นไปมองที่มาของเสียงก็พบกับใครคนนึงยืนอยู่ เราเช็ดคราบน้ำตาออกไปก่อนจะเพ่งมองไปยังต้นเสียงอีกครั้ง 

"ไอ้พ้อย" 

"ทำไมเรมาอยู่ที่นี้ละครับ เเละเท้า เกิดอะไรขึ้นครับเร" พ้อยมองไปยังฝ่าเท้าของเรอย่างตกใจก่อนที่เขาจะรีบเข้ามาดูบาดเเผลอย่างเป็นกังวล 

"กูไม่ได้เป็นอะไรหรอก เรื่องของคนเหี้ยๆคนดีๆอย่างมึงไม่ต้องรู้หรอก ปล่อยกูไว้นี้ละ ไปไหนก็ไป" 

"เรพูดอะไรผมไม่เห็นเข้าใจเลย ลุกก่อน ไปนั่งตรงนั้นกันครับ" พ้อยค่อยๆพยุงเรให้ลุกขึ้นก่อนจะพาไปนั่งนังโต๊ะม้าหินไม่ไกลนัก  

"เดี๋ยวเรรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวเราจะไปหาซื้อยาเเละผ้าพันแผลมาให้" ทันทีที่พูดจบพ้อยก็รีบวิ่งออกไปทิ้งให้เรนั่งอย่างเศร้าๆคนเดียวก่อนที่เขาจะกลับมาพร้อมถุงยาถุงใหญ่เเละรองเท้า1คู่ 

"ไปทำไรมาครับนี้ ทำไมไม่ใส่รองเท้า ไม่ใช่เด็กเเล้วนะครับเร ถ้าเกิดแผลอักเสบหรือติดเชื้อขึ้นมาต้องตัดขาทิ้งละ จะเป็นยังไง" พ้อยดุขณะหยิบของต่างๆที่พึ่งซื้อมาออกจากถุง 

"มึงไม่ต้องมาหลอกกู กูไม่ใช่เด็ก แผลแค่นี้ไม่ถึงกับตัดขาหรอก" 

"ใช่ครับ เรไม่ใช่เด็กเเต่ดื้อกว่าเด็กซะอีก เห็นมั้ยนี้ที่พื้นมีเเต่ฝุ่น ดิน หิน สกปรก เด็กเวลาผู้ใหญ่เตือนยังฟังเเต่เร.." 

"กูทำไม" 

"เดี๋ยวเราจะทำแผลให้ อยู่เฉยๆนะครับ"  

"ไม่ต้อง กูทำเองได้" 

"นี้ไง ดื้อ อยู่เฉยๆไปเลยครับ เรนะ" พ้อยพูดขณะย่อตัวก้มลงไปจับบริเวณฝ่าเท้าของเรเเล้วเริ่มทำการราดน้ำเกลือลงบนฝ่าเท้าของเรเพื่อล้างแผล 

"โอ้ย! เเสบ เชี้ย! " หลังจากที่ล้างแผลจนสะอาดเเล้ว เขาก็ทำการใส่ยาต่างๆเเละจบด้วยกันเอาผ้าพันแผลมาพันให้มิดชิด 

"เสร้จเเล้วครับ" 

"นี้กูเเค่ฝ่าเท้าเป็นแผล มึงพันเหมือนกูเป็นมัมมี่เลย." 

"ครับ" พ้อยตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์ 

"เเต่ไงกูก็ขอบใจนะ ดึกเเล้วมึงกลับไปเถอะ" 

"เเล้วเรละครับ ยังไม่กลับหออีกหรอ?" 

"ไม่อ่ะ วันนี้กูจะไปฉลองสักหน่อย" 

"ฉลอง? ที่ได้ที่สองใช่ป่ะครับ ทำไมไปฉลองคนเดียวละ คนอื่นๆไปไหน" 

"กูอยากฉลองคนเดียว จบนะ" 

"เเล้วสภาพเเบบนี้ยังจะไปฉลองอีกหรอครับ เราว่าเรกลับหอไปพักผ่อนเถอะครับ" 

"กูบอกวันนี้กูไม่กลับหอไง " เรพูดก่อนที่จะเดินหนีไปอยากยากลำบาก  

"งั้นผมจะไปฉลองเป็นเพื่อนเรเองครับ" เรชะงักพร้อมกับหันมามองอยากไปพอใจนิดๆ 

"มึงจะไปทำไม เด็กอนามัยอยากมึงกลับบ้านไปนอนเถอะ" 

"ให้ผมไปด้วยเถอะนะครับ ผมจะไม่วุ่นวายกับเรเเน่นอน จะนั่งอยู่เฉยๆ ยังไงมันก็ไม่เหงาเท่าไปคนเดียวหรอกนะครับ" 

"ตามใจ อยากมาก็มา" 

ในที่สุดทั้งคู่ก็พากันเดินมาถึงร้านเหล้าที่อยู่ห่างจากหอของเรพอสมควร เมื่อเข้ามานั่งภายในร้านได้ไม่นาน เรก็เริ่มสั่งเครื่องดื่มมึนเมาต่างๆมาดื่มอย่างไม่ลดละ เขาเอาเเต่ดื่ม ดื่ม เเละดื่ม พ้อยมองเรอย่างสงสัย ปกติถึงเรจะดื่มเหล้างบางตามประสาผู้ชายวัยรุ่น เเต่เขาก็ไม่เคยเห้นเรดื่มหนักขนาดนี้มาก่อนเลย เรดูไม่เหมือนมาดื่มเพื่อฉลองเเต่เหมือนมาดื่มย้อมใจมากกว่า 

"มึงมองหน้ากูทำไมว่ะ ไอ้พ้อย หน้ากูมันทำไม มันน่าสมเพชมากเลยใช่มั้ย รักเขา ชอบเขา อยากจะดูเเลปกป้องเขา เเต่สุดท้าย กูเองที่เป็นคนทำร้ายเขา กูเเม่ง เหี้ยใช่มั้ยมึง " เรพูดด้วยเเววาตาเศร้าหมอง 

"เรไม่ใช่คนไม่ดีนะครับ " 

"เเล้วทำไมเขาถึงไม่ชอบไม่รักกูว่ะ" 

"ความรักมันบังคับใจกันได้ที่ไหนละครับ คนมันจะรักต่อให้อะไรมาขวาง หรือคนนั้นเลวร้ายขนาดไหนมันก็รัก คนไม่รักต่อเราจะทำดีขนาดไหนหรือยอมสละอะไรให้เขา เขาก็ไม่รักเราอยู่ดี" 

"มึงมันพูดง่ายนี้ว่ะ มึงไม่เคยรัก เคยชอบใครนี้ มึงไม่เคยเก้บความรู้สึกอะไรไว้เลย ไม่เคยต้องมองหน้าคนที่ชอบทุกวันเจอกันทุกเช้าเเต่พูดออกไปไม่ได้ เป็นได้เเค่เพื่อน มันโครตอึดอัดมึงรู้มั้ย ไอ้พ้อย" 

"ทำไมเรคิดว่าเราจะไม่รู้ละครับ เราก็มีเรื่องที่ต้องเก็บเหมือนกัน ที่คนเรายิ้ม หัวเราะใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไปนะครับเร" 

"ต่อไป...กูจะมีหน้าไหนไปเจอมึงได้ว่ะ กูจะทนได้ยังไงเวลามึงมองกูอย่างรังเกียจเเละกลัว กูต้องทำไง มึงบอกกูทีดิ ไอ้......" ก่อนที่เรจะพูดจบประโยค สติที่มีอยู่น้อยนิดของเขาก็ดับวูบลงอย่างกระทันหัน  

"เฮ้ย! เร" พ้อยที่นั่งอยู่อุทานอย่างตกใจเเละรีบเข้ามาดูอาการของเพื่อนสนิท 

หลังจากที่พ้อยจัดการจ่ายค่าเหล้าค่าเบียร์เสร็จ เขาก็มองดูนาฬิกาปรากฎเวลาเกือยเที่ยงคืนเเล้ว  

"ถ้าพาเรกลับหอตอนนี้ยังไงก็คงไม่ได้เข้าหอแน่ๆ อาจจะโดนรายงานพฤติกรรมอีกด้วย เอาไงดีนะ " 

พ้อยนิ่งคิดขณะมองไปยังเรที่นั่งสัปหงกอยู่ที่พื้น เขาจึงตัดสินใจเรียกแท๊กซี่เพื่อพาทั้งคู่ไปส่งที่หอของตนเอง รถเเท๊กซี่ใช้เวลาขับไม่นานก็มาถึงหน้าหอของพ้อยในที่สุด พ้อยใช้พละกำลังทั้งหมดค่อยๆพยุงเรอย่างทุรักทุเรเพื่อพาขึ้นห้อง 

"เรใจเย็นๆนะครับ อีกนิดก็จะถึงห้องเเล้วครับ" พ้อยบอกขณะเอื้อมมือไปกดลิฟท์ 

"ที่ไหนว่ะ มึงใครว่ะ ไอ้พ้อยนี้หว่า เเก้มขาวๆเเดงๆแบบนี้ ไอ้พ้อยยยย " เรลืมตาขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิกแก้มทั้งสองข้างของพ้อยอย่างมันมือ 

"โอ้ย! เรครับ ปล่อยๆ เราเจ็บๆ ลิฟท์มาเเล้ว ขึ้นลิฟท์เถอะครับ" 

"ไหนว่ะลิฟท์ ไม่เอาไม่ขึ้น มันสูง"  

"ขึ้นเถอะครับ เร ไปครับ" 

ในที่สุดพ้อยก็พาเรขึ้นมาจนถึงหน้าของตัวเองจนได้ เขาไขเปิดประตูห้องพร้อมกับพาเรไปนั่งยังโซฟาที่อยู่กลางห้องเเต่ในขณะที่เขากำลังจะนั่งลงบนโซฟาก็เกิดอาการบางอย่างจนเรต้องรีบยันตัวเองให้ลุกขึ้นเเละก็... 

"อ้วก!! อ้ากกกก อ้วก!" 

"เฮ้ย!" พ้อยอุทานออกมาเสียงดังเมื่อมองไปยังเรที่กำลังอาเจียนทุกอย่างที่พึ่งกินไปออกมาจากปากไปยังพื้น พ้อยรีบพาเรไปยังห้องน้ำโดยไวเเละปล่อยให้เรอาเจียนทุกอย่างออกมาจนหมด จากนั้นพ้อยจึงกลับมาจัดการเช็ดรอยอ้วกของเรที่อยู่บนพื้นให้สะอาดด้วยสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก  

เมื่อจัดการเครียรอยต่างๆบนพื้นเเล้ว เขาจึงกลับมาดูเรที่ตอนนี้กำลังนั่งกอดฝาชักโครกอยากสบายใจ พร้อมกับลูบไล้ชักโครกอย่างมีความสุข พ้อยแอบขำออกมาอย่างตลกกับภาพตรงหน้า 

"กูรักมึงนะ กูชอบมึง รัก...รัก..." เรเพ้อ 

พ้อยมองเรที่เพ้อถึงใครบางคนด้วยเเววตาประหลาด เขาพยุงเรให้ลุกขึ้นจากนั้นก็พาไปนอนบนเตียง 

"เฮ้อ! เหม็นขนาดนี้คงต้องเปลี่ยนเสื้อเเล้วละ ถ้าแบบนี้คงไม่ไหว" พ้อยมองไปยังคนบนเตียงอย่างเหนื่อยใจก่อนที่จะเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตนมาเปลี่ยนให้เร พ้อยค่อยๆแกะกระดุมเสื้อของเรออกเเละถอดมัน เรที่นอนอยู่อย่างไร้เรี่ยวเเรงค่อยๆลืมตาขึ้น เขาค่อยๆยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง 

"มึงทำไร?"  

"เรากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรไงครับ เหม็นไปทั้งตัวเเล้วจะนอนไง" พ้อยตอบ 

"ทำไมมึงดีกับกูจังว่ะ ไอ้พ้อย " เรถามเเต่ไม่มีการตอบกลับใดๆจากคนตรงหน้า มีเพียงรอยยิ้มอ่อนที่เเสดงอยู่บนใบหน้าเท่านั้น เเละด้วยความมึนเมาบวกกับความรู้สึกผิดเเละเสียใจของเร อยู่ๆเขาก็เอื้อมมือไปคว้าใบหน้าของพ้อยเข้ามาอย่างกระทันหันก่อนที่จะประทับจูบของเขาลงไปอย่างนุ่มนวล พ้อยที่เป็นฝ่ายถูกกระทำนั้นเเม้จะตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเเต่เขากลับไม่มีปฎิกิริยาต่อต้านหรือปฎิืเสธเลยเเม้เเต่น้อย เวลาเลยผ่านไปจนเรค่อยๆคลายริมฝีปากของเขาออกจากพ้อย ทั้งคู่สมสายตากันความรู้สึกต่างๆเริ่มฉายชัดเจนผ่านเเววตา 

"ทำไมมึงไม่ขัดขืนละ?" เรถาม 

เวลาผ่านไปพักใหญ่ พ้อยรวบรวมความกล้าทั้งหมดเเละความรู้สึกที่ตนมี เขากำมือเเน่นพร้อมจ้องไปยังเรที่ยังมีท่าทีงัวเงียอยู่ พ้อยผลักเรให้ล้มลงไปนอนบนเตียงก่อนที่ตนเองจะกระโดดขึ้นคร่อมเรไว้จากนั้นก็ถอดเสื้อของตนเองออกเเละประทับจูบของตนเองไปที่ริมฝีปากของเรบ้าง ทั้งคู่สอดประสานกายกันอย่างเร้าร้อน พ้อยค่อยๆปลดกางเกงของเรเเละตนเองออกอย่างช้าๆ จนเสื้อผ้าที่ละชิ้นค่อยๆหลุดออกจากร่างกายของคนทั้งคู่ จนไม่เหลือสิ่งใดไว้ปกปิดร่างกายเลยเเม้เเต่ชิ้นเดียว พ้อยมองไปยังเรือนร่างของเรยามไร้เสื้อผ้าอย่างเสน่หา พ้อยก้มตัวลงเอาเนื้อนวลของเขาค่อยๆเบียดเสียดไปยังมัดกล้ามเเละท่อนสุดรักสุดหวงของเรอย่างช้าๆ 

"ซี้ด!อ่าซ์! พะ..พ้อย"  

"เเค่...ครั้งเดียวนะครับ เร" 

"อ่าซ์! " 

เรที่ตอนนี้เป็นฝ่ายถูกกระทำครางขึ้นก่อนที่เขาจะพลิกตัวเองขึ้นมาเป็นฝ่ายคุมเกมขึ้นคร่อมพ้อยเเทน ทั้งคู่นัวเนียกันไปมา เรระดมจูบไปทั่วร่างของพ้อย ก่อนที่บทรักอันร้อนเเรงเเละซาบซ่าจะถูกบรรเลงขึ้น ทั้งคู่บรรเลงบทรักอันหอมหวานเเละร้อนรนไปทั่วทุกมุมของห้องอย่างเมามัน ไร้ซึ่งสติใดๆ วินาทีนี้ไม่มีเพื่อน ไม่มีถูกหรือผิด ไม่มีความคิดใดๆหรือตรรกะเหตุผล ไม่มีความกลัว ไม่มีความอะไรเลย มีเเต่ความไคร่ ความฝักใฝ่ ความกล้า ความต้องการอยากรู้อยากลอง ที่พาทั้งสองต่างประเดประดังเข้าหากันอย่างไม่ยอมลดละหรือเหน็ดเหนื่อย 

. 

. 

. 

TbC 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}