ตรีศญา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 : บางอย่างที่เปลี่ยนไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : บางอย่างที่เปลี่ยนไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 235

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : บางอย่างที่เปลี่ยนไป
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 6 

บางอย่างที่เปลี่ยนไป 

 

“รีบพูดแล้วก็ออกไปก่อนที่ฉันจะโมโหมากกว่านี้” ชินดนัยเอ่ยเสียงแข็ง แต่ยังก้มหน้าอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่สนใจคนว่าคนที่เข้ามาในห้องคือใคร 

โศรดามองไปยังคนที่ตั้งใจทำงานก่อนเดินเข้าไปใกล้ เธอวางซองเอกสารสีน้ำตาลบนพื้นที่ว่างบนโต๊ะ “ขอซองเอกสารของฉันด้วยค่ะ” 

เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นเรียกให้ชินดนัยละสายตาจากเอกสาร โศรดากำลังยืนตรงหน้าเขา ใบหน้าหวานและสายตาที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ ทำเขาใจสั่น ผู้หญิงที่คอยวนเวียนอยู่ในความคิดกำลังยืนตรงนี้และพูดกับเขาเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งสัปดาห์ 

“ขอซองเอกสารด้วยค่ะ ฉันจะได้กลับเสียที” เมื่อเขาเอาแต่มองหน้าเธอและไม่ยอมส่งสิ่งที่ต้องการมาให้ โศรดาจึงกวาดสายตาไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ และต้องสะดุดตากับซองสีน้ำตาลที่มีโลโก้ของร้านเธออยู่บนนั้น หญิงสาวเอื้อมแขนออกไปเพื่อหยิบซองนั้น แต่กลับต้องอุทานเสียงดังเมื่อชินดนัยคว้าแขนเรียวไว้ก่อนออกแรงดึงให้เธอโน้มตัวเข้าไปหา “ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย ฉันเกือบล้มแล้วเห็นมั๊ย” 

สีหน้ายุ่งเหยิงพร้อมกับเสียงโวยวายที่ออกจากปากสวยทำให้อดยิ้มไม่ได้ เขาคิดถึงเสียงหวานของเธอเสียจริง “อย่าเพิ่งกลับสิ อยู่ทานข้าวเที่ยงด้วยกันก่อน” 

“ฉันมีเรื่องต้องทำอีกเยอะคงไม่ว่างทานข้าวเป็นเพื่อน และรบกวนปล่อยมือด้วยค่ะ คุณทำฉันเจ็บ” ว่าจบก็สะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา ก่อนฉวยเอาซองเอกสารที่ต้องการมาถือไว้ หญิงสาวหันหลังให้คนที่นั่งอยู่อย่างไม่ใยดีพร้อมเดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ 

คำพูดห่างเหินที่ออกจากปากอิ่มทำให้หัวใจกระตุก ชินดนัยไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องรู้สึกไม่พอใจที่โศรดาแสดงท่าทางเช่นนี้ใส่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด หัวใจที่เริ่มหนักอึ้งบอกว่า หากปล่อยให้ภรรยาตัวน้อยเดินออกจากห้องนี้ไป เขาคงไม่มีโอกาสที่จะได้พูดกับเธออีกเป็นแน่ ไวเท่าความคิดชินดนัยรีบลุกจากเก้าอี้ทำงานที่ล็อคเขาไว้เกือบครึ่งวัน และสาวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวทันที ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะคว้าเธอเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมกอดเธอไว้แน่น 

โศรดาแทบหยุดหายใจเมื่อเจอการกระทำเช่นนี้จากชินดนัย ชายหนุ่มไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน เขาไม่เคยให้ความสนใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร แม้แต่ตอนที่เธอหนีไปนอนบ้านพ่อแม่เพราะทะเลาะกัน เขายังไม่คิดจะตามหา แต่แล้วทำไมตอนนี้เขาถึงมากอดเธอไว้ 

“อย่าเพิ่งไปเลยนะ อยู่ด้วยกันต่ออีกนิดสิ” ชินดนัยวางคางบนศีรษะมนพลางพูดเสียงอ่อน เขาใช้คางขยับวนที่จุดกึ่งกลางศีรษะหญิงสาวเบา พลางแขนที่กอดเอวเธอไว้ก็รัดแน่นยิ่งขึ้น 

“คะ...คุณทำอะไร ปล่อยนะเดี๋ยวคนอื่นมาเห็น” หญิงสาวพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของคนหน้ามึน แต่ยิ่งเธอดิ้นเขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น และเธอกลับต้องร้องเสียงดังยิ่งกว่าเดิมเมื่อทั้งร่างถูกอุ้มขึ้นไว้ในลำแขนแกร่ง ชินดนัยอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาวและพาเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่พร้อมทั้งมีคนหัวรั้นนั่งบนตักเขาอีกที 

“ถ้าคุณไม่เลิกดิ้น ผมจะไม่รับประกันความปลอดภัยแล้วนะ”  

คำพูดเจ้าเล่ห์ที่ออกจากปากชินดนัยทำให้หญิงสาวหยุดนิ่งในทันที เธอรู้ดีว่าเขาหมายความว่าอย่างไรในเมื่อตอนนี้เธอกำลังนั่งบนตักเขา “งะ งั้นก็ปล่อยให้ฉันไปนั่งเองสิ ถ้าแค่กินข้าวเที่ยงก็คงพอได้” 

“ไม่ดีกว่า เอาเป็นว่านั่งแบบนี้จนกว่าอาหารจะมาก็แล้วกัน” 

“แต่คุณจะอ่านเอกสารไม่ถนัดนะ ทำไมต้องทำให้ลำบากด้วย” โศรดากล่าวเสียงขุ่น เมื่อไหร่เขาจะเลิกทำเหมือนเธอเป็นตุ๊กตาไร้ความรู้สึกเสียที นี่คงลืมไปแล้วล่ะสิว่าตัวเองพูดจาร้ายกาจใส่เธอแค่ไหนเมื่อตอนที่ไปงานวันเกิดคุณย่า 

“ผมไม่ลำบากเลย นั่งแบบนี้แหละ ดีกว่าปล่อยให้คุณไปโปรยยิ้มอ่อยคนอื่น” 

ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่ทันทีเมื่อชายหนุ่มพูดจบ ชินดนัยแทบอยากจะตีปากตัวเองแรงๆ ให้กับความปากพล่อยของตัวเอง บรรยากาศระหว่างเขาและเธอที่ดูเหมือนจะดีขึ้นกลับต้องชะงัก เพราะคำพูดไม่ดีของเขาเอง เพียงแค่คนบนตักหยุดนิ่งและไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาอีกก็ทำให้หัวใจเขาตกไปอยู่ที่ตาตุ่มได้ 

“ผมขอโทษ...” 

คำพูดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของอีกคนทำให้โศรดาตาเบิกกว้าง นี่เธอคงไม่ได้หูฝาดไปหรอกใช่ไหมที่ได้ยินคำขอโทษจากปากเขา คนที่ไม่เคยสนใจใยดีว่าเธอจะรู้สึกเช่นไรนี่นะกำลังขอโทษ 

“ผมขอโทษที่พูดไม่ดีกับคุณตอนวันเกิดคุณย่า ผมรู้ดีว่าคุณไม่มีทางให้ท่าหรือสนใจอาธนา แต่เมื่อเห็นคุณสองคนอยู่ด้วยกันผมกลับคุมควบตัวเองไม่ได้ ขอโทษนะที่พูดไม่ดี ทำให้คุณเสียใจ” พูดเสียงเบาชิดใบหูขาว ดวงหน้าหวานหันมาสบตากับเขานิ่ง ใบหน้าที่ห่างกันเพียงแค่ปลายจมูกกั้นกระตุ้นให้ชายหนุ่มทำอะไรสักอย่าง และมีหรือที่คนอย่างชินดนัยจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป 

มือแกร่งเปลี่ยนจากที่กอดรัดเอวบางเลื่อนขึ้นไปจับที่ต้นคอระหงพลางออกแรงนวดคลึงเบาๆ การกระทำของเขาทำให้พรางขนของหญิงสาวลุกชันไปทั้งตัว ร่างบางอ่อนระทวยจนต้องซบหน้าลงที่ต้นคอของเขา ชายหนุ่มที่เห็นว่ามีโอกาสสานต่อจึงพยุงศีรษะมนขึ้นเบาๆ ก่อนรีบกดจูบลงบนริมฝีปากอิ่มโดยไม่ให้ภรรยาตัวน้อยตั้งตัว เธอดูตกใจและขัดขืนการกระทำของเขาในคราแรก แต่มีหรือที่คนอย่างชินดนัยจะยอมแพ้ เขาใช้ริมฝีปากเม้มริมฝีปากล่างของเธอก่อนใช้ฟัดขบเล็กน้อยเพื่อให้หญิงสาวยอมเปิดปาก และไม่นานโศรดาก็ต้องยอมแพ้และอนุญาตให้เขาเข้าไปชิมความหวานในปากอย่างจำยอม 

ชินดนัยวาดลิ้นชื้นไปทั่วปากโพรงปากหวาน ก่อนจะหยุดที่ลิ้นบาง ลิ้นของเขาแตะกับลิ้นของเธอเพียงแผ่วเบา โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ลิ้นของทั้งคู่ก็เข้าเกี่ยวกระหวัดสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร โศรดาไม่สนใจแม้กระทั่งว่ามีน้ำใสไหลออกจากมุมปากเล็ก เธอโดนชักนำไปสู่ความเวิ้งว้างแสนวาบหวามเสียแล้ว แขนเรียวเลื่อนขึ้นโอบคอแกร่งไว้อย่างหาที่ยึดเกาะพร้อมกับปรับองศาศีรษะไปในทิศทางที่เขานำพา 

มือแกร่งเริ่มอยู่ไม่สุขเมื่อชายหนุ่มจับขาเรียวสวยให้แยกออกจากกันเล็กน้อย จะเรียกว่าโชคเข้าข้างหรืออย่างไรกัน เพราะโศรดาใส่ชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกระโปรงบานสีดำที่เพียงแค่ขยับเล็กน้อยก็เปิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ชินดนัยเลื่อนกระโปรงตัวบางให้ล่นสูงขึ้นไปตามเรียวขาขาวจนสามารถมองเห็นชั้นในตัวบางได้ และเขาก็ไม่รอช้าสัมผัสเธอผ่านเนื้อผ้าบางอย่างย่ามใจ 

“อืม...อื้อ!” โศรดาอายจนแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีกับการกระทำของเขา แม้โต๊ะทำงานตัวนี้จะใหญ่พอที่จะบังตัวคนทั้งคู่ แต่อย่างไรเสียที่นี่ก็คือที่ทำงาน และเขาไม่ควรจะทำเช่นนี้ หญิงสาวเบี่ยงหน้าหนีจูบกระชากวิญญาณของเขาก่อนปล่อยเสียงครางหวานออกมาเบา 

แม้จูบแสนหวานจะหายไปแต่ชินดนัยกลับไมได้สะทกสะท้าน เพราะใบหน้าสวยยังอยู่ที่เดิม เขากดจูบลงบนแก้มใสซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะลากจูบลงไปตามดวงหน้าหวานจนถึงคอระหง ส่วนมือแสนร้ายกาจก็ยังคงทำหน้าที่ปลุกปั่นอารมณ์พิศวาสของคนตัวเล็กอย่างไม่ขาดช่วง เมื่อรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ถูกสร้างจากช่องทางสวยเขาก็อดใจไม่ไหวใช้นิ้วรูดชั้นในตัวบางไปกองกันไว้ด้านข้าง ก่อนส่งนิ้วแกร่งเข้าไปสร้างความกระสันให้เธอมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มกดจูบซับไปทั่วคอขาวอย่างหลงใหล แม้จะเสียดายที่เขาไม่สามารถทิ้งรอยไว้ได้ เพราะหากเลขาหน้าห้องเห็นรอยในตอนที่โศรดาเดินผ่าน มีหวังหญิงสาวได้โกรธเขาหนักกว่าเดิมเป็นแน่ 

“อื้อ...พะ พอก่อน ไม่เอาแบบนี้นะ เดี๋ยวมีคนเข้ามา” โศรดารวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเอ่ยคำห้ามปราม พลางมือเรียวพยายามดึงมือของเขาออกจากช่องทางสวย แต่เหมือนสิ่งที่ทำจะไร้ผลโดยสิ้นเชิงเมื่อชินดนัยส่งนิ้วเพิ่มเข้าไปในช่องทางของเธอ เขาขยับนิ้วเข้าออกช้าๆ แต่เน้นหนักในทุกจังหวะจนเธอเสียวสะท้านไปทั้งกาย เสียงครางหวานดังขึ้นอย่างกั้นไม่อยู่ และเมื่อตระหนักได้ว่าคนภายนอกอาจจะได้ยินเสียงน่าอาย หญิงสาวจึงเลือกโน้มคอแกร่งลงมาอีกครั้งและกดจูบลงบนริมฝีปากหนาเพื่อให้เขาช่วยกลืนกินเสียงของเธอไปเสีย ขาเรียวที่แยกออกจากกันกว้างกว่าเดิมโดยธรรมชาติเพราะความวาบหวาม ร่างบางเริ่มเกร็งเมื่อใกล้จะถึงจุดหมายเต็มที และชินดนัยเองก็รับรู้ได้เช่นกันจากแรงบีบในช่องทางที่นิ้วของเขากำลังขยับเข้าออก ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะขยับนิ้วให้เร็วและแรงขึ้นเพื่อส่งเธอให้ถึงฝั่ง และไม่นานร่างบางก็กระตุกเกร็งและไปถึงจุดหมายด้วยน้ำมือของเขา  

“แฮ่กๆๆ คุณมันบ้า” ร่างบางเอ่ยอย่างหมดแรงพร้อมกับใบหน้าหวานที่ซุกลงที่อกแกร่ง แรงทุบไม่แรงนักที่หน้าอกทำให้ชินดนัยอดหัวเราะไม่ได้ นี่เขาคิดไปเองหรือว่าตอนนี้โศรดาช่างน่ารักเสียจริง  

“แต่คนบ้าคนนี้ก็ทำให้คุณมีความได้นะ ดูสิว่าคุณมีความสุขแค่ไหน” ไม่ว่าเปล่า แต่ถอดถอนนิ้วออกจากช่องทางสวย เขามองดูนิ้วที่เต็มไปความเปียกชื้นที่ออกมากจาร่างกายขาวก่อนใช้ลิ้นเลียมันต่อหน้าเธอ  

หญิงสาวบังคับตัวเองไม่ให้หน้าแดงไม่ได้ เมื่อสิ่งที่เขากำลังมันช่างยั่วยวนเสียจนเธอรู้สึกว่าตัวเองได้กลายเป็นแมงเม่าที่พร้อมจะบินเข้าหาไฟอย่างเขา สายตาคมที่จับจ้องมาที่เธอแสดงออกถึงความต้องการอย่างไม่ปิดบัง นิ้วยาวที่เปลี่ยนมาลูบไล้ริมฝีปากบางส่งสัญญาณให้เธอรู้ว่าเขาต้องการอะไร โศรดารับนิ้วของเขาเข้ามาไว้ปากก่อนเริ่มไล้เลียและดูดดึงราวกับกระหายเสียเต็มประดา 

“เป็นไงบ้างรสชาติดีเลยใช่มั๊ย ไหนให้ผมชิมบ้างสิ” ว่าจบก็ดึงนิ้วออกจากปากสวยและประกบจูบแสนดุดันลงไปแทน โอ้...นี่เขาคงบ้าไปแล้วที่คิดว่าจูบของโศรดาทำให้รู้สึกดีเสียจนไม่อยากหยุด แต่คนทั้งคู่ต้องชะงักและหยุดการกระทำเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น ชินดนัยรีบดึงกระโปรงของภรรยาให้กลับลงไปที่เดิม ก่อนจะปรับอารมณ์ให้เป็นปกติที่สุด แม้จะต้องการแค่ไหนแต่เขาต้องอดใจไว้ก่อน 

“เชิญ” 

“อาหารเที่ยงพร้อมแล้วครับ” พลเอ่ยเมื่อเข้ามาในห้อง แต่ภาพของโศรดาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกับเจ้านายทำเขายิ้ม หญิงสาวเอาแต่ซุกหน้าลงที่ซอกคอของชินดนัยจึงไม่รู้ว่าตอนนี้พลมองมาที่เขาสองคนด้วยสายตาแบบไหน จะมีก็เพียงชินดนัยเท่านั้นที่ขยับปากด่าเลขาคู่ใจอย่างอารมณ์เสียที่โดนขัดจังหวะ  

“ผมวางอาหารไว้ตรงนี้นะครับ และการประชุมจะเริ่มในอีกสี่สิบนาทีครับ” พลจัดการวางกล่องอาหารไว้ที่โต๊ะบริเวณโซฟา ก่อนโค้งตัวให้เจ้านายเล็กน้อยและหันหลังเดินออกจากห้อง แต่ก็ไม่วายหันกลับไปทำยิ้มล้อเล่นเจ้านายหนุ่มอย่างรู้ทัน ถือว่าแผนการครั้งนี้สำคัญเกินกว่าที่คาดไว้ และเขาก็คิดว่าเจ้านายคงอารมณ์ดีได้เสียที ว่าแล้วคงต้องโทรไปขอบคุณอรณีเสียหน่อยที่ช่วยเขาในแผนการครั้งนี้ 

“พลออกไปแล้ว” ชินดนัยกระซิบชิดใบหูขาวก่อนใช้ฟันขบเบาๆ และก็ต้องหัวเราะเมื่อกำปั้นน้อยๆ ทุบลงอกเข้าระรัวด้วยความอาย 

“ไปกินข้าวเที่ยงกันเถอะ ผมต้องเข้าประชุมต่อ แต่ถ้าคุณอยากต่อจากเมื่อกี้ผมก็ไม่ขัดนะ” พูดพร้อมถูไถความแข็งแกร่งเบื้องล่างกับสะโพกมนอย่างต้องการให้เธอรู้ว่าเขาเองก็มีความต้องการเช่นกัน โศรดามองหน้าเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นยืนทั้งที่ขายังสั่น และเธอเกือบทรุดลงไปกองที่พื้นหากไม่ได้เขาช่วยประครองไว้ “ให้ผมอุ้มมั๊ย” 

“มะ ไม่ต้อง”  

 

“รอกลับบ้านพร้อมกัน” 

ประโยคที่ชินดนัยพูดก่อนจากห้องทำงานยังคงวนเวียนอยู่ในหัวโศรดา เพียงแค่คิดว่าเขาและเธอทำอะไรลงไปในห้องนี้ก็ยิ่งกระตุ้นให้หน้าแดงยิ่งขึ้นไปอีก หญิงสาวก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมเธอยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานแห่งนี้ทั้งที่ผ่านมากกว่าสองชั่วโมงแล้ว เธอรู้เพียงว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาบอกให้รอ... 

“ขอโทษนะคะ พี่อุษาบอกให้เอาเครื่องดื่มมาให้คุณค่ะ” เสียงเล็กที่ดังขึ้นเรียกให้โศรดาละสายตาจากไอแพดในมือ เธอพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต 

“หนูชื่อนิ่มนะคะ เป็นนักศึกษาฝึกงาน จะมาทำงานแทนพี่อุษาในช่วงลาคลอดค่ะ” นิ่มพูดพลางวางแก้วน้ำส้มลงบนโต๊ะกาแฟที่เข้าชุดกับโซฟาหนังราคาแพง และเธอก็ไม่วายแอบลอบสังเกตใบหน้าของภรรยาเจ้านายไปด้วย 

“ค่ะ” 

“คุณชินดนัยนี่เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากเลยนะคะ แถมยังหล่อ สุภาพและใจดีมากอีกด้วย” 

คำพูดของเด็กสาวทำให้โศรดาต้องหันไปมองหน้าเธอ และต้องถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นใบหน้าที่เชิดขึ้นและรอยยิ้มเหนือกว่าที่ส่งมา เอาอีกแล้วสิ เด็กคนนี้แสดงออกชัดเจนว่าสนใจในตัวชินดนัย แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ “ขอบคุณนะคะชื่นชมคุณชิน และก็ขอให้สนุกกับการฝึกงานนะคะ ฉันรับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากนี่แน่นอน” 

“นิ่มก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ ถ้าพี่อุษาพักแล้วนิ่มคงได้ช่วยงานคุณชินมากขึ้น” เด็กสาวเอียงหน้าเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มหวานไปให้โศรดาที่นั่งอยู่ ถึงหญิงสาวตรงหน้าจะสวยแค่ไหน แต่นิ่มมั่นใจว่าเธอสามารถทำให้ชินดนัยหลงเสน่ห์ได้ไม่ยาก 

โศรดาไม่พอใจเมื่อได้ยินเด็กสาวเรียกชื่อเล่นชินดนัยตามเธอ หญิงสาวรู้ว่านิ่มต้องการประกาศให้รู้ว่าตัวเองสนใจสามีของเธอแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหนที่เข้ามาหาเรื่องเธอเพราะชินดนัย แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เคยเห็นใครอยู่กับเขาได้นานซักคน ชินดนัยก็เหมือนไฟที่ไม่มีวันมอดไหม้ และเป็นเปลวเพลิงที่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ เขาเพียงต้องการความตื่นเต้นชั่วคราว แต่เมื่อเบื่อผู้หญิงพวกนั้นก็ของไร้ราคา ซึ่งตัวเธอก็ไม่ต่างกัน แค่ต่างตรงนี้มีทะเบียนสมรสเท่านั้น 

“ฉันก็คิดอย่างนั้นค่ะ แต่น้องนิ่มต้องระวังไว้นะคะ เพราะสำหรับชินแล้วดอกไม้ก็เหมือนกันทุกดอก ถ้าได้ลองเด็ดแล้วก็ไร้ค่า ถ้าจำไม่ผิดนานสุดก็คงประมาณสองสัปดาห์ ชินก็ทิ้งลงถังขยะแล้ว บางดอกยังไม่ทันเหี่ยวด้วยซ้ำไป” คราวนี้เป็นโศรดาบ้างที่ส่งยิ้มอย่างผู้เหนือกว่าไปให้ 

“แล้วคุณล่ะคะ เป็นดอกไว้ประเภทไหน” 

“ฉันเหรอ...ฉันเป็นดอกไม้พลาสติกที่อยู่ไหนก็ยังสวย มองยังไงก็ไม่เบื่อและทำยังไงก็ทิ้งไม่ลง” ว่าจบก็เก็บของยัดลงกระเป๋าถือ ลุกขึ้นจากโซฟาก่อนเดินมายืนตรงหน้าเด็กสาวปากดีอย่างเหนือกว่า “ช่วยบอกสามีฉันที่เป็นเจ้านายของคุณด้วยนะคะว่าขอกลับบ้านก่อน” 

“...” 

“พอดีต้องรีบกลับไปตัวมีความสุขกับสามีคืนนี้ค่ะ แล้วเผอิญว่าเป็นความสุขในแบบที่ดอกไม้ข้างถนนไม่เคยได้สัมผัสด้วยสิ” โปรยยิ้มส่งไปให้เด็กสาวอย่างผู้ชัยก่อนเดินผ่านไปยังประตูโดยไม่สนใจว่านิ่มจะแสดงออกอย่างไร โศรดารู้ดีว่าเด็กคนนี้ต้องไม่พอใจ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของเธอ 

นิ่มที่ทำได้เพียงกำมือแน่นอย่างอดกลั้น เด็กสาวไม่เคยรู้สึกเสียหน้ามากเท่านี้มาก่อนในชีวิต เธอทั้งสาวทั้งสวย แถมยังมีเสน่ห์เหลือล้นเสียจนแค่ขยิบตาผู้ชายก็เดินเข้าหาไม่เว้นว่าง แต่ยัยป้านี่กล้าดียังไงว่าทำตัวเหนือกว่าเธอ เมื่อคิดได้จึงรีบฉวยเอาแก้วน้ำส้มที่อยู่บนโต๊ะพร้อมเดินตามโศรดาไปติดๆ 

ซ่า 

“อุ๊ยขอโทษนะคะ พอดีนิ่มแค่จะเก็บแก้วไปล้าง แต่บังเอิญเดินเร็วไปหน่อยเลยสะดุดขาตัวเองค่ะ” เด็กสาวมองดูเสื้อเชิร์ตสีขาวที่เลาะน้ำส้มอย่างพอใจ นี่คือสิ่งที่โศรดาต้องได้รับเมื่อกล้ามาทำตัวเหนือกว่าเธอ 

แต่เหมือนโชคจะไม่เข้านิ่มเท่าใดนัก เมื่อประตูห้องน้ำงานเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของชายของคนที่เดินเข้ามาในห้อง สายตาของเธอสบเข้ากับพลอย่างช่วยไม่ได้ คำพูดมากมายวิ่งเข้ามาในหัวเธออย่างต้องการหาคำแก้ตัวที่ดีที่สุด หากโศรดาฟ้องชินดนัยว่าเธอสาดน้ำส้มใส่ ชีวิตการฝึกงานของเธอคงพังไม่ท่า ไม่ได้เด็ดขาด...นิ่มพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้ฝึกงานที่นี่ เธอจะไม่มีวันปล่อยให้มันหลุดมือ 

“นี่มันอะไรกัน!” 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น