MINORU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Mission 9 : Brother and Brother

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 9

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 21:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Mission 9 : Brother and Brother
แบบอักษร

Mission 9 

-Brother and Brother- 

 

       “ไงพี่ชาย” ราฟาเอลเอ่ยทักเสียงสดใสเมื่อประตูบ้านเปิดออก เซอร์วิลยืนเนื้อตัวชาวาบไม่คิดว่าจะได้พบอีกฝ่ายตั้งแต่เช้าตรู่ “ไม่คิดจะเชิญน้องชายคนนี้เข้าไปในบ้านของพวกเราหน่อยเหรอ”

            “ทำไมแกถึงมาที่นี่” ผู้เป็นพี่ว่าเสียงขรึม แววตาไม่เป็นมิตรฉายชัด ราฟาเอลไม่ตอบอะไร เขาหลีกเบี่ยงตัวหลบเผยให้เห็นอีกร่างที่ยืนทำหน้าซื่อจ้องมองเขาด้วยดวงตาใสแจ๋ว

            เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่เฟียร์บอกราฟาเอลว่าเธอได้พบกับพี่ชายของเขา ราฟาเอลจึงคิดว่าเซอร์วิลอาจจะอาศัยอยู่ไม่ไกลจากอันเดอร์กรานด์ และหากเป็นดั่งที่เขาคิด...บ้านเก่าของทั้งคู่คือลำดับแรกที่น่าสงสัย แม้จะมีท่าทีเบื่อหน่ายและรำคาญกับการคะยั้นคะยอของเจ้าหล่อน แต่ลึกๆ เขาเองก็อยากจะพบกับพี่ชายอีกครั้ง

            “กลับไปซะ” เซอร์วิลว่าเสียงห้วนและทำท่าจะปิดประตู แต่ราฟาเอลจับประตูไว้แน่น

            “ยังไงนี่ก็บ้านของพวกเรา ฉันมีสิทธิ์ที่จะเข้าไป” ยักคิ้วกวนๆ ส่งให้และดันอีกฝ่ายออกไปพ้นทาง “โว้ว แน่ใจนะว่าคนอยู่เนี่ย นายทำความสะอาดบ้างรึเปล่าเซอร์วิล” ยกมือขึ้นมาโบกปัดฝุ่นไปมา ไม่ว่าจะมองไปทางไหนมันก็ทั้งเก่าทั้งโทรม และมีฝุ่นหนาในบางจุด นี่พี่ชายของเขาอาศัยอยู่ในบ้านที่เหมือนกับบ้านผีสิงแบบนี้ได้ยังไงกันเนี่ย

แล้วสายตาของชายหนุ่มก็ไปชะงักกับรูปภาพครอบครัวขนาดใหญ่ตรงบันไดแยกทางไปชั้นสอง เขายืนพิจารณารูปอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถือวิสาสะเดินขึ้นบันไดไป

“เธอต้องการจะทำอะไร” เซอร์วิลถามเด็กสาวที่ยังยืนอยู่นอกประตู

“คุณคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ” เธอย้อนกลับหน้าตายทำเอาเขาส่งสายตาดุให้ “ฉันก็แค่ยังไม่ได้พูดขอบคุณที่ช่วยฉันไว้คราวก่อนเลย” แม้จะรู้สึกว่าเป็นเหตุผลที่ไร้น้ำหนัก แต่เธอก็พอใจที่จะยกมันขึ้นมาอ้าง

“ฉันไม่ได้ช่วยเธอ”

“คนปากหนัก” เฟียร์ทำลอยหน้าลอยตาพลางมองไปทางอื่น เธอช่างยอกย้อนจนเขารู้สึกราวกับว่ามีราฟาเอลสองคน ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้พูดอะไรต่อ เด็กสาวตัวดีก็เบียดตัวเข้าไปในบ้านโดยไม่รอคำเชิญ “ขอรบกวนด้วยนะ”

เฟียร์เริ่มเดินสำรวจภายในบ้าน เธอช่างวุ่นวายเสียเหลือเกินในความคิดของเขา เซอร์วิลต้องคอยเปรยสายตามองห่างๆ ว่าเจ้าหล่อนจะทำอะไรบ้าง จนกระทั่งเด็กสาวก็หยุดชะงักกับรูปภาพขนาดใหญ่

ภาพถ่ายครอบครัวที่ทั้งเก่าและเลือนราง มีชายวัยกลางคนผิวซีดเผือดนั่งอยู่บนโซฟา หญิงสาวหน้าตาสละสลวยท่าทางใจดียืนเอามือโอบเด็กน้อยสองคน ที่คนหนึ่งฉีกยิ้มกว้าง ส่วนอีกคนหน้านิ่งราวรูปสลัก

“ถ้าเธอยังอยู่ ฉันอาจจะมีน้องชายหรือน้องสาวแล้วก็ได้” เสียงพูดของราฟาเอลเรียกให้เด็กสาวตื่นหลุดจากภวังค์ “ฉันหล่อที่สุดในบ้าน เธอคิดแบบนั้นมั้ย” เฟียร์ทำหน้าเอือมระอาชัดเจน

“ออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว”

“บ้านของนายงั้นเหรอ ละเมอหรือเปล่าพี่ชาย บ้านของเราต่างหาก” ราฟาเอลเดินไปประจันหน้ากับคนสูงวัยกว่า “นายเป็นเจ้าของบ้านนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ”

“งั้นถ้าฉันฆ่าแกซะ มันก็จะเป็นของฉันโดยสมบูรณ์สินะ” เขาเลิกดาบในมือขึ้นเล็กน้อย “ดูเหมือนแกจะได้มันมาแล้วนี่” นัยน์สีฟ้าขรึมเลื่อนไปมองดาบที่พาดอยู่ด้านหลังของคนตรงหน้า

“มีผู้หวังดีส่งมันมาให้ฉัน นายพอจะรู้อะไรบ้างรึเปล่าล่ะ”

“ไม่รู้สิ” เซอร์วิลไหวไหล่และหันหลังเดินไปทางประตูบ้าน ราฟาเอลเข้าใจความหมายได้ทันที เฟียร์มองเพื่อนหนุ่มอย่างขอคำตอบ เขาส่งยิ้มน้อยๆ ให้เธอ

“รออยู่ที่นี่นะ” เขาแตะบ่าเธอเบาๆ ก่อนจะผละตามเซอร์วิลออกไป

ทั้ง 2 มาหยุดยืนที่สวนหน้าบ้านซึ่งเต็มไปด้วยต้นหญ้ารกชัน ราฟาเอลมองผู้เป็นพี่ที่ราวกับคนแปลกหน้า เพราะอีกฝ่ายนั้นมีสีหน้าเย็นชาและไม่เป็นมิตรชัดเจน

“นึกถึงเมื่อก่อนเนอะ เรามักจะปะมือกันอยู่บ่อยๆ”

“แล้วก็เป็นฉันที่ชนะแก”

“เราผลัดกันแพ้ชนะต่างหาก”

“ถ้าแกไม่เล่นสกปรก”

การต่อปากต่อคำอย่างไม่มีใครยอมใคร ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับเซอร์วิลมากกว่าเดิม เพราะคนอ่อนวัยกว่าทำสีหน้ายียวนใส่

“แกมักจะทำตัวนอกรีตและไร้ซึ่งความภาคภูมิใจในสายเลือดของพ่อเรา”

“ฉันไม่มีพ่อ และฉันก็ไม่ชอบนาย...ก็แค่นั้น” ไม่ว่าเปล่า ราฟาเอลดึงดาบออกมาจากด้านหลังและชี้ไปยังคนตรงหน้า

“นั่นคงจะเป็นความคิดเพียงอย่างเดียวของเราที่ตรงกัน” เซอร์วิลเลิกดาบญี่ปุ่นในมือซ้าย “ฉันเองก็ไม่ชอบแกเหมือนกัน”

สิ้นคำ ทั้งสองก็พุ่งเข้าปะทะกัน เมื่อคมดาบต้องกระทบก็ก่อเกิดเคลื่อนทำลายอันรุนแรง ใบหน้าของราฟาเอลยังคงเปื้อนยิ้มเจ้าเล่ห์ที่กระตุกอารมณ์คนมองได้ชะงัด เขากำลังกึ่งเล่นกึ่งจริงในการต่อสู้ ผิดกับผู้เป็นพี่ซึ่งจริงจังและแสดงออกถึงความเกลียดชังชัดเจน ทุกการลงดาบของเซอร์วิลเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและไร้ปราณี ราฟาเอลชักปืนคู่ออกมากราดยิงรัวแต่เซอร์วิลก็ฟันห่ากระสุนขาดกระเด็นเป็นสองท่อน

“ของแบบนั้นทำอะไรฉันไม่ได้หรอก” ผู้เป็นพี่ส่งสายตาดูแคลนให้กับน้องชาย เขามองว่าการใช้ปืนนั้นไร้ซึ่งเกียรติของนักรบ

ราฟาเอลไม่สนคำพูดของเซอร์วิลแม้แต่น้อย เพราะต้องการยั่วโมโหพี่ชายผู้แสนจริงจัง เขายังคงกราดยิงอย่างสนุกแม้มันจะไร้ผลก็ตาม

“ผู้ชายที่จริงจังจนเกินไปเนี่ย สาวๆ เค้าไม่ชอบกันหรอกนะ” คนอ่อนวัยกว่ายักคิ้วหลิ่วตายียวน

“คนเหลาะแหละอย่างแกยังจะมีหน้ามาว่าคนอื่นอีกอย่างนั้นเหรอ”

“อย่างน้อยฉันก็มีสาวข้างกาย ไม่เหมือนนายที่ต้องเหี่ยวเฉาอยู่ในบ้านหลังเก่าๆ แบบนี้” ราฟาเอลกลั้วหัวเราะกับคำกล่าวของตน มันเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียวที่เขามีสาวข้างกาย แต่ไม่ใช่ในฐานะคนรัก ทว่าคำพูดของเขาทำเซอร์วิลสีหน้ากระตุกแว่บหนึ่งโดยที่เขาไม่ทันได้สังเกต

เซอร์วิลกระชับดาบ Tsuyosaในมือแน่น ตอนนี้เขาอยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะฟาดฟันอีกครั้ง ไอสีดำทมิฬแล่นอาบย้อมตัวดาบ ส่วนราฟาเอลเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาจริง เขาจึงเก็บปืนลงและชักดาบ Traitorous ออกมา ทั้งคู่จ้องมองกันเขม็งเพราะหากละสายตาไปเพียงเล็กน้อย นั่นอาจหมายถึงชีวิตของตน

“มาจบการต่อสู้กันเถอะ” ราฟาเอลประกาศกร้าวพร้อมกับกระโจนเข้าหาอีกฝ่าย เซอร์วิลเองก็ออกตัวพุ่งเข้าหาเขาเช่นกัน ทว่า

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ 

ห่ากระสุนหนักจากด้านข้างทำเอาการต่อสู้หยุดชะงัก สองหนุ่มใช้ดาบปัดกระสุนจนมันกระเด็นไปคนละทิศละทาง

“ทำบ้าอะไรของเธอน่ะเฟียร์” ราฟาเอลแหวใส่เด็กสาวที่เดินเนิบๆออกมาจากประตูบ้าน สีหน้าของเธอเรียบเฉยจนไม่สามารถอ่านได้ว่ากำลังคิดอะไร

เฟียร์ยังคงก้าวเดินต่อมาเรื่อยๆ จนเข้าใกล้ทั้งคู่ ชายหนุ่มทั้ง 2 ค่อนข้างไม่พอใจการถูกขัดจังหวะ พวกเขามองเธอด้วยแววตาตำหนิ และโดยไม่ทันได้ตั้งตัว...มือเรียวก็จับคว้าคอเสื้อของสองพี่น้องก่อนจะดึงเข้าหากันอย่างแรงทำเอาหน้าผากของทั้งคู่กระแทกกันเสียงดัง

โอ๊ย! ทำบ้าอะไรของเนี่ยยัยโหด!” ราฟาเอลร้องเสียงหลงพลางเอามือลูบหน้าผากตนเอง ส่วนเวอร์วิลไม่พูดอะไรทำแค่เพียงส่งสายตาดุให้

“เลือดบ้ามันเยอะก็เลยเอาออกให้” เด็กสาวตัวแสบเชิดหน้ากวนๆ

“มันไม่เกี่ยวกับเธอ หลบไปซะ” เซอร์วิลสั่งเสียงเข้ม เฟียร์หันไปยืนกอดอกประจัญหน้ากับเขา

            “ถ้าใครอยากสู้ก็เข้ามา ฉันจะเป็นคู่มือให้”

            “เฮ้ย เฟียร์!” ราฟาเอลกำลังจะพูดขัดแต่ก็ต้องนิ่งเงียบกับสายตาดุที่เจ้าหล่อนตวัดกลับมา บางทีเธอก็ทำให้เขาเสียวสันหลังเสียเหลือเกิน

            “พวกคุณเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอ จะสู้กันทำไม” เด็กสาวเปิดประเด็นลูกตรงส่งให้ร่างสูงกว่าตรงหน้า เพราะจากที่เธอยืนดูอยู่ห่างๆ ในตอนแรก เธอค่อนข้างจะไม่สบอารมณ์กับการกระทำของเขาเสียเหลือเกิน

            “ไม่เกี่ยวกับเธอ”

            “เหรอ” เธอเขยิบเข้าไปใกล้เขาจนแทบจะแนบชิด เด็กสาวจับจ้องดวงตาสีฟ้าของอีกฝ่ายราวกับกำลังควานหาความจริง ราฟาเอลมองสับไปมาระหว่างทั้งคู่ เขารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เพราะไม่รู้ว่ายัยตัวแสบจะเล่นอะไรเขาจึงรีบเข้าไปล็อคคอเจ้าหล่อนไว้

            “ขอโทษทีนะพี่ชาย เดี๋ยวจะรีบเอาไอ้ตัวนี้ไปเก็บให้”

            “ทำบ้าอะไรของนายเนี่ยราล์ฟ” เธอพยายามแกะมือของเขา ทั้งจิกทั้งข่วนทำให้อีกฝ่ายรัดแน่นกว่าเดิม

            “เธอต่างหากทำบ้าอะไร อยากโดนปาดคอตายรึไง” เขาแหวเสียงเครียดกับคนที่ไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาวอะไร

            “ก็ใครใช้ให้พวกนายพี่น้องมาตีกันเองล่ะ ไม่มีอะไรจะทำกันแล้วรึไง” เธอกัดแขนเขาอย่างแรงจนเขาต้องยอมปล่อยเธอจากพันธนาการ

            “เป็นหมาบ้ารึไงเธอเนี่ย” ลูบแขนตัวเองป้อยๆ แต่อีกฝ่ายดูจะไม่สนใจ เธอหันไปยืนจังก้ามองเซอร์วิลอีกครั้ง

            “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกคุณจะถูกเลี้ยงดูกันมาบิดเบี้ยวยังไง แต่ทั้งคุณทั้งไอ้บ้าข้างหลังก็เหลือกันแค่สองคนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงต้องมาสู้กันเองด้วยล่ะ” คำพูดของเฟียร์ราวกับคมมีดที่กรีดแทงเข้าไปในหัวใจคนฟัง ราฟาเอลอยากจะซาบซึ้งกับประโยคของเธอ เสียแต่ว่าดันแทนตัวเขาเองว่าไอ้บ้า เป็นเด็กสาวที่ไม่มีความอ่อนหวานน่ารักเลยจริงๆ ให้ตายเหอะ!

            “กลับไปซะ” เซอร์วิลว่าด้วยท่าทีสงบนิ่ง

            “ไม่ต้องไล่ฉันก็จะไปอยู่แล้ว” เฟียร์หันกลับไปหาราฟาเอลและคว้าลากเขาให้ออกเดินไป แต่ก่อนที่เธอจะผ่านพ้นประตูรั้ว เธอหันกลับมามองเซอร์วิลอีกครั้ง “และฉันก็จะมาใหม่แน่นอน แล้วเจอกันนะคุณพี่ชาย” ยักคิ้วกวนๆ ส่งท้ายจนราฟาถอนหายใจอย่างนึกปลงอนิจจา

เซอร์วิลยืนมองพวกเขาจนลับสายตา เป็นช่วงเช้าที่วุ่นวายสำหรับเขาเสียเหลือเกิน เด็กสาวบอกว่าเธอจะกลับมาใหม่นั่นทำให้บางสิ่งในอกเขาร้อนวูบแปลกๆ...เธอคือผู้หญิงที่อยู่ข้างกายน้องชายของเขา ทั้งคู่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน น้องชายผู้เอาแต่ใจและดื้อรั้นมักจะได้รับความรักและความเอาใจใส่จากคนรอบข้างเสมอ

“ทำไมนายถึงไม่หายไปนะ ราฟาเอล”

 

 

            เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงร้าน Devil Trigger เฟียร์ก็ทิ้งตัวลงนั่งกอดอกไขว้ห้างที่โซฟา เธอชี้ให้เขานั่งลงตรงข้ามกันซึ่งชายหนุ่มก็ยอมทำตามแต่โดยดี

            “นายไปทำอะไรไว้เขาถึงได้ดูอาฆาตขนาดนั้น”

            “ทำไมเธอถึงคิดว่าเป็นเพราะฉันล่ะ” เขาแยกเขี้ยวหงุด “เราไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว หมอนั่นหยิ่งทะนงและหัวสูงจนน่าหมั่นไส้ ไม่ว่าจะทำอะไรเรามักจะจบลงด้วยการทะเลาะกันประจำ”

            “แล้ว...นายเกลียดพี่ชายของนายมั้ย” เฟียร์เปรยคำถามที่ทำเอาเขาชะงัก ชายหนุ่มกรอกตามองไปทางอื่น เด็กสาวสังเกตเห็นรอยแดงจางๆ ที่แก้มของเขา

            “มันก็เป็นเรื่องปกติของพี่น้องที่จะทะเลาะกันไม่ใช่เหรอ”

            “ไม่รู้สิ ฉันไม่ค่อยได้พูดคุยกับพี่น้องเท่าไหร่”

            “เธอมีพี่น้องด้วยเหรอ” ราฟาเอลหลุดปากอย่างตกใจ เพราะนึกภาพคนอย่างเธอมีพี่น้องไม่ออกเลยจริงๆ เด็กสาวตวัดสายตามองแกมตำหนิ “โทษที ดันเผลอพูดสิ่งที่นึกออกมา”

            “พวกนายต่างมีกันแค่สองคน ยังคิดจะฆ่ากันเองอีกเหรอ ทำแบบนั้นพวกนายก็ไม่ต่างจากปีศาจทั่วไปเท่าไหร่หรอกนะ”

            “ไปบอกเซอร์วิลโน่นสิ เจ้านั่นเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนะ”

            “ฉันไปแน่นอน”

            “เดี๋ยวนะ! เธอยังจะไปอีกเหรอ ก็เห็นแล้วนี่ว่าหมอนั่นไม่ต้อนรับพวกเราขนาดไหน” เขาไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน นี่เด็กสาวกำลังจะทำอะไรกันแน่

            เฟียร์เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเธอต้องการจะทำอะไร เธอแค่อยากจะให้พวกเขาเข้าใจกันอย่างนั้นเหรอ หรืออาจจะเป็นเพราะเธอสัมผัสได้ถึงความเศร้าที่แฝงอยู่หลังม่านอันเย็นชา มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ...   

            “เธอคงไม่ได้สนใจพี่ชายฉันหรอกนะ” คำถามลูกตรงที่เรียกสติเด็กสาวให้คืนกลับ เธอมุ่นหัวคิ้วและเอียงคอมองเขา

            “นายหมายถึงอะไร”

            ราฟาเอลอ้าปากจะตอบแต่ก็กลับชะงักและกลืนประโยคที่อยากจะพูดลงลำคอ

                “ฉันผิดเองที่ถาม” ตัดบทดื้อๆ ยิ่งทำให้คนอ่อนวัยทำหน้าฉงนกว่าเดิม “เอาเป็นว่าจะทำอะไรก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ หมอนั่นไม่ได้ใจดีแบบฉันหรอกนะ...เธอก็รู้”

                เขาไม่อยากจะคาดเดาความคิดของอีกฝ่าย (เพราะไม่เคยเดาถูกซักที) เฟียร์ อาร์เรียที่เขารู้จักเป็นคนดื้อรั้นพอๆ กับตัวเขา ชอบเอาชนะ เอาแต่ใจและหัวแข็ง...คนแบบนี้ไม่มีทางเข้ากันกับเซอร์วิลได้อยู่แล้ว แม้เธอจะสวยน่ารัก (เวลาอยู่นิ่งๆ) สักเพียงใด แต่พี่ชายของเขาก็ไม่มีทางหลงไปกับเสน่ห์ของเธอแน่นอน เพราะแบบนั้นเจ้าหล่อนเองก็ไม่น่าจะชอบอีกฝ่ายได้เหมือนกัน

            “ว่าแต่มื้อกลางวัน...พิซซ่าเหมือนเดิมก็แล้วกัน

       

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}