แมงหมี่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 553

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8
แบบอักษร

บทที่ 8

“มึงกูไปเรียนไม่ได้…ฝากบอกอาจารย์กับเจ๊จิมมี่ด้วย”

ผมเกลียดการที่ตัวเองต้องนอนป่วยอยู่บนเตียงที่สุด…เมื่อเช้าตื่นนอนมากะว่าจะลุกไปอาบน้ำ…ยันตัวไม่เท่าไหร่ก็ต้องนอนลงเหมือนเดิม…เพราะมันทั้งมึนทั้งจะอ้วกแถมเจ็บคออีกต่างหาก…พอเริ่มรู้สึกแบบนั้นก็นอนต่อเพื่อมันไหวไง…แต่พอตื่นมาอีกทีก็เป็นหนักกว่าเดิม…จนต้องต่อสายโทรศัพท์ไปหาไอ้เจเจ…ผมเป็นที...ป่วยแล้วป่วยหนักด้วยดิ…

“มึงเป็นอะไร”

“ไข้แดก…แค่กๆ”

“อ้าว…เป็นไรมากป่าววะ”

เสียงไอ้เจเจดูเป็นห่วงผมมากหลังจากที่ผมบอกอาการต่างๆไป…ที่ผมป่วยอาจจะเนื่องด้วยช่วงนี้ฝนตกบ่อยด้วยมั้งครับ…แล้วผมก็จะออกไปไหนมาไหนตอนดึกด้วย…ฝนปลอยๆผมก็โดนลากให้ออกไป…ก็จะใครถ้าไม่ใช่ไอ้พี่เต้…

“แล้วแดกยายัง”

“แค่กๆ…อือ”

ตอนนี้ผมฟังมันไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่…มันทั้งจะอ้วกทั้งมึนหัว…ทำไมมันทรมานอย่างนี้วะเนี้ย…ผมมึนงงหัวมากจนต้องหลับตานอนนิ่งๆไม่ขยับตัวเลยครับ…

“เดี๋ยวกูรีบเข้าไป!...มึงไม่สบายแล้วเหมือนชาวบ้านเขาที่ไหน!”

ก่อนที่สติผมจะดับวูบไปก็ได้ยินเสียงไอ้เจเจมันพูดอะไรสักอย่าง…เสียงฝนที่ตกหนักจนทำให้ผมที่นอนอยู่ในห้องถึงกับได้ยินเสียง…คิดถึงม๊ากับป๊าจัง…น้ำตาอยู่ดีๆก็ไหลออกจากตา…จากนั้นภาพทุกอย่างก็ตัดไป…

.

.

.

.

.

.

ผมตื่นมาอีกทีด้วยความที่รู้สึกรำคาญกับเสียงที่อยู่ในห้องนอนของผม…ใครมันมาทำอะไรในนี้นักหนาว่ะ…ด้วยความที่มึนหัวเป็นทุนจึงทำให้ได้แค่ค่อยๆขยับตัวแล้วลืมตาช้าๆเพื่อที่จะปรับภาพให้คงที่…ผมนิ่งไปสักพักก็หันไปมองที่ผ้าม่าน…ท้องฟ้าข้างนอกยังครึ้มอยู่เลยอ่ะ…ฝนก็ยังไม่หยุดตกอีก…สายตาผมก็เลยหันไปมองนาฬิกาบนผนังห้อง…พึ่งจะบ่ายโมงเองหรอวะ…นี่ฝนมันกะจะตกทั้งวันทั้งคืนเลยรึไง…

เคร้ง!

เสียงของหล่นอะไรสักอย่างดังมากจากนอกห้องนอนผมดังจนผมสะดุ้ง…ใครอยู่ในห้องผมอ่ะหรือจะเป็นไอ้เจเจ…แต่ถ้ามันเป็นเพื่อนผมมันต้องมาปลุกผมก่อนดิว่ามันมาแล้ว…

“ไอ้เจเจ!”

ผมตัดสินใจเรียกชื่อมันไป…ถ้าเป็นไอ้เจเจมันต้องขานตอบผม…แต่นี่เงียบ…ฉิบหายแล้วครับ…จากที่คิดว่าเป็นคนตอนนี้ผมเริ่มว่ามันไม่ใช่แล้ว…คิดได้อย่างนั้นผมก็ค่อยๆดึงผ้าห่มมาถึงปลายจมูก…แล้วใช่หมอนข้างทั้งสองวางขนาบข้างผมทั้งฝั่งซ้ายและขวา…แค่คิดว่าไม่ใช่แต่เป็นผีจิตผมนี่แม่งตกไปตรงตาตุ่มแล้วอะ…ทั้งมึนหัวแทบจะอ้วกด้วยทีนี้…เวรกรรมอะไรของมึงวะไอ้เอิร์ธ!...

เคร้ง! เคร้ง!

“ไอ้เจ!…มึงป่ะวะ!!”

“…”

“…!”

เสียงรอบสองผมถึงกับหดขาเข้าตัวทันที…ไม่เอาแบบนี้นะเว้ย!...อย่ามาหลอกกลางวันแสกๆแบบนี้ดิ…ถึงบรรยากาศตอนนี้มันจะครึ้มๆพร้อมกับฝนก็เถอะ…ผมกลัวอ่ะอย่ามาหลอกกันเลย…ผมนอนขดตัวใต้ผ้าห่มอยู่กับที่จนผ่านไปสักพัก…จากเสียงที่มันดังจากข้างนอก…ตอนนี้กลับเป็นเสียงของเท้าที่กำลังเดินตรงมาทางห้องนอนผม…เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าที่ผมได้ยินมันไม่ผิด…เลยหันหน้าไปฝั่งประตูห้องนอน…แล้วนอนฟังอย่างตั้งใจ…และสิ่งที่ได้คือ…เสียงเท้าจริงๆ!...เท่านั้นแหละ…ผมจับปลายผ้าห่มได้ก็รีบเอามาคลุมโปงทันที!...

“อย่าเข้ามานะเว้ย!!”

“…”

“ฮือออ!!...กลัวอ่ะกลัว!”

“…”

“อย่ามาหลอกกันเลย!!”

ยิ่งผมแหกปากร้องมากเท่าไหร่เสียงเท้าคู่นั่นก็ยิ่งเข้ามาในห้องเร็วเท่านั้น…และตอนนี้ผมรู้สึกได้ว่าเสียงนั้นที่ผมได้ยิน…มายืนอยู่ข้างเตียงผมตอนนี้แล้ว!...

“ไม่เอาดิวะ!!”

“…”

“กูยิ่งไม่สบายอยู่นะเว้ย!!...ฮือออ!!”

“…”

“จะมาหลอกกูทำไม!!...ฮืออ!!”

“…”

“ถ้ามึงเล่นกูแบบนี้!!...ฮึก!”

“…”

“บุญไม่ต้องเอา!!!”

ผมนอนขดคลุมโปงสุดชีวิต…ตอนนี้ไม่สนอะไรแล้วครับถึงร้องไห้ก็ไม่อายผีด้วย…ผมกลัวอ่ะ…ยิ่งร้องไห้ผมก็รู้สึกว่าไข้ผมยิ่งขึ้น…หนาวก็หนาว…ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าตัวเองสั่นเพราะไม่สบายหรือสั่นเพราะผีกันแน่…

“บุญแม่มึงดิ”

นั่นไงผีจริงๆด้วย!...ผีมันพูดกับผมผีมันพูดได้ด้วยว่ะ!...ก็ผีมันก็เคยเป็นคนทำไมมันจะพูดไม่ได้วะไอ้เอิร์ธ…มึงนี่โง่จริงๆ…ผมที่กำลังทะเลาะกับตัวเองในใจก็ต้องถึงกับชะงักไปสักพัก…เดี๋ยวก่อนนะ…เมื่อกี้มันเสียงคนนี่หว่า…เสียงเหมือน…ไอ้พี่เต้!...

พรึ่บ!

พอผมตั้งสติได้นิดหน่อยก็ค่อยๆเอาผ้าห่มเลื่อนลงไปช้าๆ…พร้อมกับหันเข้าไปหาต้นเสียงที่อยู่ข้างเตียงของผมเอง…พอหันเสร็จก็ค่อยลืมตาดูว่าเสียงที่ได้ยินมันผีหรือคนกันแน่!...

“…”

“…”

“โธ่!...ไอ้เหี้ย!!!!”

พอลืมตาเท่านั้นแหละครับ…ก็เห็นต้นเหตุที่ทำให้ผมจินตนาการไปไกลสะไข้ขึ้นหนักกว่าเดิม…จะใครถ้าไม่ใช่ไอ้พี่เต้!...แล้วดูพี่มันตอนนี้นะ…เสื้อก็ไม่ใส่…ใส่แต่กางเกงวอมขายาว…แต่ประเด็นสำคัญคือนี่ห้องกูไง…แล้วพี่มันมาอยู่ในนี้ได้ยังไง…

“มึงเข้ามาห้องกูได้ยังไงพี่!”

ผมเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างลืมตัวจนเกือบจะอ้วกเพราะคลื่นไส้กับอาการมึนหัว…ผมนั่งหลับตาสักพักเพื่อนปรับสายตาให้คงที่…ยิ่งไม่สบายแล้วต้องมาเจอกับไอ้พี่เต้อีก…ตายพอดีเหอะ…

“เพื่อนมึงไปกับไอ้ติน”

ไอ้พี่เต้ยืนกอดอกโชว์ซิกแพคอยู่ตรงที่เดิม…มองหันไปมองค้อนพี่มันด้วยความไม่พอใจ…เพื่อนผมมันไปกับพี่ตินแล้วทำไมพี่มันต้องมาเสนอหน้าที่ห้องผมด้วยละวะ…

“แล้วไงต่อ”

“ก็ไม่ไง”

คือคำตอบที่กวนตีนผมกลับแถมไม่ชัดเจนของพี่มันนี่น่าโดนตีนถีบอ่ะ…พี่เต้ไม่พูดอะไรต่อแต่มันเดินไปตรงผ้าม่านที่ปิดประตูกระจกที่จะออกไปตรงระเบียงเพื่อที่จะเลื่อนออก…จึงทำให้ในห้องผมตอนนี้มีแสงจากข้างนอกเข้ามาหน่อย…ถึงข้างนอกฝนจะตกอยู่ก็เถอะ…

“ลุกไปกินข้าว”

“…”

“นอนอยู่แบบนั้นมันจะหายให้มึงไหม”

“…”

ปากก็พูดส่วนมือก็รูดผ้าม่านไป…แต่ด้วยความที่พี่เต้มันไม่มีเสื้อผ้าปกปิดส่วนบน…ทำให้ผมมองเห็นแผ่นหลังมีมันชัดเจน…ซึ่งไปแปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงถึงชอบพี่มัน…ทำไมผมรู้สึกร้อนๆขึ้นมาว่ะ…เมื่อกี้ยังหนาวอยู่เลย…

“ไม่…กูจะนอน”

บอกเสร็จผมก็นอนลงบนเตียงเหมือนเดิม…แล้วเอาผ้าห่มดึงขึ้นถึงปลายจมูกเหมือนเดิม…ถึงผมจะร้อนด้วยอาการแปลกๆของตัวเองก็เถอะ…ถ้าขืนผมยังประชันหน้ากับพี่เต้โดยที่พี่มันยังไม่ใส่เสื้อแบบนี้…ผมคงทำอะไรไม่ถูกเหมือนที่กำลังเป็นอยู่แน่ๆ…

”มึงหยุดอยู่ตรงนั้นเลย!...แล้วอย่ามายุ่งกับกู!”

ผมตะโกนชี้ไปทางพี่เต้…แล้วคือห้องผมไม่ได้เปิดไฟด้วยไง…จะมีก็แต่โครมไฟบนหัวเตียงที่เปิดเป็นพิธี…แถมฝนข้างนอกก็ตกหนักกว่าเดิม…ทำให้ฟ้าครึ้มหนักกว่าเก่า…

“มึงจะลุกดีๆไหม”

พี่มันบอกทั้งๆที่ยืนหันหลังอยู่…

“ไม่ลุก!...กูจะนอน!”

Rrrrrr

จังหวะที่ผมเผลอไปมองแผ่นหลังของพี่มัน…โทรศัพท์ที่อยู่ข้างหมอนก็ดังขึ้น…แล้วมันเป็นจังหวะเดียวที่พี่เต้ก็หันมาหาผมพอดี…แต่ดีที่ผมเปลี่ยนจุดสนใจไปคว้าโทรศัพท์แทน…พี่มันจะเห็นว่าผมมองป่าวว่ะ…

“ฮะ…ฮัลโหล”

เสียงที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่น…พี่เต้มันก็เดินเข้ามาหาผมด้วย…แล้วทำไมผมต้องไม่เป็นตัวของตัวเองด้วยว่ะ…เมื่อกี้ว่าร้อนแล้ว…ตอนนี้ผมว่าผมโครตร้อนเลย…

“มึงเป็นไงบ้างว่ะ”

ปลายสายกรอกเสียงถามผมด้วยความเป็นห่วง…ไอ้เจเจเองครับ…ผมต้องขอบคุณมันจริงๆที่โทรหาผม…เพราะถ้าผมไม่มีอะไรเบี่ยงเบนความสนใจตัวเอง…เมื่อกี้พี่มันต้องรู้แน่ๆว่าผมมอง…

“อะ…เอ่อ”

“หนักออ…เสียงมึงสั่นๆ”

“ป่าวๆ”

“พี่เต้ไปหามึงยัง”

“อะ…อื้ม”

ผมนอนจ้องหน้าดูปฏิกิริยาของไอ้พี่เต้สลับกับตอบไอ้เจเจ…พี่เต้แม่งอยู่ๆก็เดินเข้ามาหาผมแล้วมาหยุดอยู่ตรงข้างเตียงฝั่งซ้าย…หลังจากนั้นไม่นานพี่มันก็คร่อมตัวคลานเข้ามาผม…ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร…ซิกแพคที่ผมแอบมองอยู่ๆก็เข้ามาใกล้ผมแบบนี้…ผมชะงักนิ่งถือโทรศัพท์ค้างอยู่ท่าเดิม…พอมารู้ตัวอีกที…ไอ้พี่เต้แม่งใช้แขนสองข้างเป็นมัดซึ่งบ่งบอกว่าเป็นคนที่ผ่านการออกกำลังมากขนาดไหน…คร่อมตัวผมไว้อยู่แบบนั้น…และที่สำคัญคือ…ปลายจมูกของพี่เต้มันแทบจะชิดกับปลายจมูกของผม…

“ไปแดกข้าวครับ…น้องเอิร์ธ”

“…!”

พรึ่บ! หมับ!

เท่านั้นแหละครับอยู่ๆโทรศัพท์ของผมก็โดนคนตรงหน้ายึดไปสะงั้น…ผมอึ้งกับคำพูดของพี่มันเมื่อกี้ฉิบหาย…แล้วพูดจบทำไมต้องยิ้มแบบนั้น…ยิ้มแบบที่ผมไม่เคยจะรู้สึกแบบนี้มาก่อน…ไอ้เอิร์ธมึงใจเย็นไอ้สัส…มึงไม่สบาย…จิตใจมึงยังไม่อยู่กับล่องกับลอย…

“อะ…เอ่อ”

“ลุก”

“…”

“หรือต้องให้อุ้มออกไป”

หลังจาที่เต้มันเผลอเอาโทรศัพท์ผมไป…พี่มันก็ผละออกจากตรงหน้าผม…ขนาดที่ผมยังงงไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น…เสียงเข้มออกแนวขู่ก็ดังเรียกสติกลับมาของผมเล็กน้อย…ผมที่ได้คำขู่แบบนั้นก็ค่อยๆลุกออกจากเตียง…แล้วเดินตามหลังคนตัวสูงตรงหน้าผมไป…

พอผมเดินตามออกมาจากห้องนอนสิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ผมอึ้งเป็นรอบที่สอง…ก็เพราะถ้วยข้าวต้มสองถ้วยวางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา…พร้อมกับถุงยาที่ดูเหมือนจะเตรียมไว้ก่อนหน้าแล้ว…ผมมองสำรวจห้องทุกอย่างของตัวเองก็ถึงกับต้องอึ้งเป็นรอบที่สาม…เพราะสายตาที่ไปสะดุดกับส่วนห้องครัว…ที่ผ่านการใช้งานมาค่อนข้างหนัก…เหมือนพี่เต้มันจะรู้ว่าผมสำรวจทุกอย่างที่เกิด…เลยเดินไปนั่งลงที่โซฟาก่อนที่จะเรียกผมไปนั่งตาม…

“มาแดกข้าว…จะได้แดกยา”

เสียงเข้มเรียกแบบห้วนๆตามปกติที่เวลาผมจะรู้ทันในบางเรื่องพี่มันแม่งชอบใช้น้ำเสียงแบบนี้…ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยจะชอบและจะต้องเถียงกับพี่มันทุกรอบ…แต่มาครั้งนี้ทำไมผมถึงรู้สึกไม่เป็นแบบนั้นวะ…แถมเผลอยิ้มกับตัวเองอีกต่างหาก…สงสัยคงจะเบลอกับอาการเป็นไข้แน่เลยอะ… .

.

.

.

.

.

.

.

.

.

19:30 น.

กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!

นับเข้าคืนที่สองแล้วครับที่อาการไม่สบายของผมยังไม่ดีขึ้น…เมื่อวานที่พี่เต้มันเข้ามาทำกับข้าวกับให้ยาผมกินก็ดีขึ้นสักระยะนึง…แต่พอพี่มันออกไปจากห้องไอ้พวกเพื่อผมก็ตามมาติดๆ…ช่วงนั้นแหละครับที่ไข้ผมกลับมาเป็นหนักอีกครั้ง…วันนี้ผมก็ต้องลาป่วยไปอีกวัน…เพราะว่าร่างกายไม่ไหวจะเดินจริงๆ…

ตอนนี้ก็เหมือนกันครับแรงที่กำลังเดินแต่ละก้าวก็ยาก…วันนี้มีการปวดเมื่อยตัวบวกมาอีก…ผมเดินไปทางประตูด้วยสภาพที่อ่อนแรง…กว่าจะมาหยุดตรงหน้าประตูได้แรงแทบจะหมด…

แกร๊ก

ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับใบหน้าพี่ว๊ากคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ยืนทำหน้าหล่ออยู่ตรงหน้าห้องอยู่ตอนนี้…ดูเหมือนพี่มันจะพึ่งเลิกเรียนเพราะยังอยู่ในชุดเสื้อชอปอยู่เลยครับ…

“เป็นไง…ดีขึ้นไหม”

น้ำเสียงเข้มเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องของผมทั้งๆที่ผมยังไม่ได้อนุญาตให้เข้าด้วยซ้ำ…เนียนสุดตีนเลยครับไอ้สัส…ถ้าผมอยู่ในช่วงร่างกายปกติมียืนเถียงกันแน่นอน…แต่ช่วงนี้ไม่ไหวว่ะพักก่อน…

“พึ่งเลิกออ”

ผมยืนกอดพิงประตูห้องที่ถูกปิดลง…แล้วเอ่ยถามพี่เต้มัน…

“เออ…ฝนตกหนักสัส”

ก็ดูจากสภาพแล้วก็คงใช่…เสื้อผ้าที่เปียกโชกมาเชียว…แล้วยิ่งพี่มันเดินรอบห้องนั่งเล่นผมด้วย…น้ำมันก็หยดตามทางที่พี่มันเดินอะดิ…เละเลยห้องผม…

“หยุดเดินเหอะ…มันเลอะห้องกูป่ะพี่”

ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงเต็มที…ทำไมมันรู้สึกมึนหัวขึ้นมาแบบนี้วะเนี้ย…

“เออเดี๋ยวกูเช็ดเอง”

“…”

“แล้วนี่แดกยาไปยัง”

ผมยังไม่ทันจะตอบอะไรพี่มันไป…อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนจะอ้วกขึ้นมา…ลมในท้องมันตีขึ้นตรงหน้าอกผมจนทำให้ผมโก่งตัวเหมือนจะอ้วกแต่ไม่อ้วก…เป็นแบบนี้แหละครับ…เหมือนไอ้เจเจมันพูดไง…ผมเป็นไม่เหมือนชาวบ้าน…

“อ๊วกกก!!”

ความดันของผมมันขึ้นเลยทำให้ผมจะอ้วกแต่ๆ…แถมตอนนี้หายใจไม่ออกด้วย…พี่เต้ที่ได้ยินเสียงผมก็ตรงเข้ามาหาแล้วพยุงผมอย่างรวดเร็ว…ฮือ…ไม่เอาแบบนี้ได้ไหมอะ…ทรมานผมเกินไปไหมอะ…

“ฮือออ!!...มึนหัว…จะอ้วก”

มันทรมานจนน้ำตาผมไหลออกมาอะคิดดู…น้ำตาผมอาบแก้มเลยส่วนไอ้พี่เต้ก็จับผมนั่งลงกับพื้น…แล้วตัวพี่มันก็หายไปในสักพัก…มารู้ตัวอีกทีก็มีเสื้อแจ๊คเก็ตมาคลุมตัวผมแล้ว…

“ลุกไปโรงพยาบาล”

“ฮืออ!”

“เป็นหนักขนาดนี้ถ้าไม่ไป…ตายห่ากันพอดี!”

น้ำเสียงร้อนรนของพี่มันไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทอะไรผมเท่าไหร่นัก…พี่เต้มันพยุงผมลุกขึ้นแล้วประคองให้เดินออกจากห้องลงไปที่ข้างล่างลานจอดรถทันที…ก่อนที่จะออกจากห้องผมคว้าถุงก็อบแก๊บเผื่อตัวเองอ้วกระหว่างทาง…พอลงมาถึงชั้นที่จอดรถพี่เต้มันก็กดปุ่มปลดล็อกประตูรถยนต์คันหนึ่งที่ไม่ใช่ของผม…คงจะเป็นของพี่มัน…พอผมเข้าไปนั่งได้ไม่ถึงสองวินาที…ก็อ้วกออกมาใส่ถุง…แต่สิ่งที่ออกมามีแต่น้ำลายครับ…โครตจะทรมานเลยแม่งเอ๊ย!...

ปึก! ปัง!

“ไหวไหม”

เสียงปิดประตูรถดังขึ้นพร้อมกับเสียงพี่เต้ถามในเวลาเดียวกัน…

“ไม่ไหว”

ผมตอบไปทั้งน้ำตา…แอร์ในรถก็หนาวแถมเสียงฝนที่บ่งบอกว่าหนักมาก…ยิ่งทวีคูณความหนาวของผมจนทำให้ตัวผมเองสั่นไปหมดแล้ว…เหมือนพี่เต้มันสังเกตเห็นผม…เลยเอื้อมมือมาปิดช่องแอร์โซนผมให้…

ตี๊ด!

“โหลไอ้ติน…กูกำลังจะพามันไปโรงพยาบาล…เออ…ท่าจะหนัก…ห้องพิเศษ…เออ…ไอ้สัสใครจะเหมือนมึง…ควย!….เออ…บอกไอ้เจเจมันด้วย…เคๆ”

“...”

 

เสียงพี่เต้มันคุยกับพี่ตินเสร็จก็ขับรถออกไปทันที…พี่มันคงจะพาผมไปโรงพยาบาลของพี่ตินแหละ..เพราะจากที่ได้ยินมาพี่ตินเขาเปิดใกล้ๆที่มหาลัยฯด้วย…ผมกระชับแจ็คเก็ตที่ตัวไว้แน่นขึ้นเพราะมันหนาวมากจริงๆ…อาการคลื่นไส้กับมึนหัวยังไม่หาย…ผมต้องนอนหลับตาอย่างเดียวเพื่อไม่ให้สายตาของตัวเองโฟกัสกับอะไรบนรถ…เสียงน้ำฝนที่สาดกระทบลงบนหน้ากระจกทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย…ผมไม่รู้ว่าพี่เต้มันใช้เวลากี่นาทีในการมาถึงโรงพยาบาลแต่ผมรู้สึกได้ว่ามันแปปเดียว…ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลมันใกล้ไปหรือเพราะความเร็วที่เหยียบมากันแน่…

ปึก! ปัง!

“เอารถเข็นไหมครับ”

“เอาครับ”

พี่เต้มันเปิดประตูออกก็มีบุรุษพยาบาลเข้ามาช่วยพยุงผมให้ไปนั่งรถที่จัดไว้ให้…ระหว่างที่ลุกไปนั่งผมยังหลับตาอยู่ถ้าลืมโลกทั้งใบต้องหมุนชัวร์…ผมนั่งอยู่อย่างนั้นสักพักโดยที่มีพี่บุรุษพยาบาลคอยเฝ้าไว้ด้านหลัง…ส่วนไอ้พี่เต้มันน่าจะไปจอดรถ…สักพักนึงผมก็ถูกเข็นเข้าไปในโรงพยาบาล…

“เวียนหัวจนลืมตาไม่ได้เลยหรอวะ”

ในระหว่างที่รอพยาบาลทำประวัติพี่เต้มันเหมือนจะก้มตัวลงมาถามผมจากทางด้านหลัง…เสียงพี่มันเลยดังอยู่ข้างหูผม…ความร้อนจากตัวที่มันมีอยู่ก่อนหน้านี้มันยิ่งร้อนเพิ่มขึ้นไปอีก…ทำไมต้องถามใกล้ๆหูผมด้วยว่ะ…

“อะ…อื้อ”

ผมตอบแค่ในสิ่งที่พี่มันถามเพราะเลี่ยงที่จะสนทนากับพี่เต้มัน…ใจผมมันเป็นอะไรก็ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อวาน…ที่เห็นพี่มันทำกับข้าวให้ผมกิน…คือด้วยความที่ผมกับพี่มันกัดกันตลอดไง…เวลาพี่เต้มันมาดีด้วยเลยรู้สึกไม่ค่อยจะชินเท่าไหร่…ตอนนี้ใจผมมันเหมือนเต้นเร็วกว่าปกติอีก…ความร้อนในตัวก็เพิ่มขึ้นด้วย…ผมว่ามันต้องเป็นเพราะพิษไข้มากกว่า…และมันคงไม่ใช่เหตุผลอื่นหรอก…มั้ง…

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

20:45 น.

“เข้าโรงพยาบาลทำไมไม่บอกม๊ากับป๊า”

“ดีที่เจเจบอก…ไม่งั้นม๊าแกคงไม่รู้เรื่อง”

เสียงป๊ากับม๊าที่พูดอยู่ข้างเตียงปนน้อยใจที่ผมไม่บอกว่าไม่สบายถึงขนาดต้องหามส่งโรงพยาบาล…สุดท้ายแล้วผมก็ได้นอนโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับผม…อาการจากที่หมอมาตรวจเมื่อกี้บอกว่าเป็นไข้ธรรมดา…แต่เพราะภูมิคุ้มกันผมต่ำกว่าปกติเลยทำให้มีอาการหนักกว่าคนอื่น…หมอก็เลยให้นอนดูอาการสักคืนสองคืน…ถ้าให้ยาแล้วดีชึ้นก็กลับบ้านได้…

“ก็ผมไม่คิดว่ามันจะหนักนี่นา”

ผมพูดเสียงอ้อนๆพร้อมกับสายตาที่รู้สึกแบบที่พูดจริงๆ…ห่วงใดเล่าจะเท่าความห่วงของพ่อกับแม่…การที่มาอยู่คนเดียวเรื่องทำให้พวกท่านไม่สบายใจก็ไม่อยากจะบอกหรอกเอาเข้าจริงอะ…เรื่องนี้ผมก็ไม่อยากบอกหรอกแต่ดันเป็นหนักถึงกับนอนโรงพยาบาลมันก็เลี่ยงไม่ได้ที่ม๊ากับป๊าผมจะรู้เรื่อง…

“ดีที่ไม่เป็นอะไรมากนะเนี้ย”

ม๊าผมพูดไปลูบหัวผมไป…ผมก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆเท่านั้นแหละครับ…แต่จะว่าไปตื่นขึ้นมาหลังจากที่หมอให้ยามาก็รู้สึกดีขึ้น…อาการคลื่นไส้กับเวียนหัวก็หายไปบ้าง…ก็ไอ้พี่เต้แม่งเล่นให้หมอฉีดยาให้ผมเลยอ่ะ…ก่อนที่จะฉีดก็บอกอยู่ว่ากลัวเข็มแม่งก็ทำให้ผมต้องยอมฉีดจนได้…พูดถึงพี่มันผมตื่นมาก็ไม่เห็นตัว…เห็นแต่ม๊ากับป๊า…แล้วก็ไอ้เจเจกับไอ้กายแค่นั้น…พี่มันไม่อยู่ก็ดีแล้วนิมึงจะนึกถึงทำมะเขือเปาะอะไรล่ะวะ…

“อ้อนี่!...ม๊ากับป๊าซื้อของกินมาฝาก...เจเจกับกายกินเลยนะลูก”

“ขอบคุณครับ”

ไอ้เจเจกับไอ้กายต่างก็พากันยกมือไหว้ขอบคุณม๊ากันยกใหญ่…ซื้อให้แต่พวกมันส่วนผมนะหรอ…ผลไม้ทั้งนั้นส่วนอาหารก็ให้กินของโรงพยาบาลไป…ม๊าบอกกินสุ่มสี่สุ่มห้ามันไม่ดี…แล้วคิดสภาพกับข้าวโรงพยาบาล…อร่อยมากเลยมั้งครับ…

ป๊ากับม๊าอยู่ได้สักพักก็ต้องกลับไป…เพราะต้องไปงานเลี้ยงบริษัทเพื่อนป๊าต่อ…ส่วนผมหลังจากที่ม๊ากับป๊ากลับไปก็มีพวกตัวป่วนคอยอยู่เป็นผมต่อ…ไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่พวกมันมาเฝ้าคือเป็นห่วงจริงๆหรือมีจุดประสงค์อื่นกันแน่…

“ค่อยยังชั่วยังไอ้เอิร์ธ”

ไอ้เจเจที่นั่งแดกยำรวมมิตรกับไอ้กายอย่างสบายใจ…ส่วนผมก็ได้แต่มองน้ำลายไหลอยู่บนเตียง…ม๊านะม๊าซื้ออะไรไม่เห็นใจลูกบ้างเลย…พวกมันกินดีกว่ากูอีกไอ้สัส…

“อร่อยอะ…ม๊ามึงซื้อร้านไหนวะอีเอิร์ธ”

ยังครับไอ้กายมันยังมีการหันมาถามเพื่อความอยากของผมต่อไป…สันดานจริงๆไอ้พวกนี้…

“เออกูมีเรื่องจะเล่าให้มึงฟัง”

ไอ้เจเจเป็นคนเปิดประเด็นเลยครับ…ไม่นึกถึงสภาพเพื่อนเลยว่าพร้อมเสือกหรือเปล่า…

“ว่า”

ผมหันคอไปทางพวกมันสองคน…ส่วนตัวผมเองก็กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปด้วย…หาดูการ์ตูนครับผมติดการ์ตูนมากขอบอก…

“เมื่อวันที่มึงโทรหากู...พวกกูกะจะไปหามึงที่คอนโดฯ”

“เออใช่ๆๆ…กูนี่แบบช็อคไปเลยจ้า”

ยังไม่ทันที่ไอ้เจเจมันพูดจบ…ไอ้กายก็พูดสวนขึ้นมาด้วยความกระดี๊กระด๊าสุดตัว…

“มันทำไมวะ”

ด้วยความที่มันขาดตอนเลยถามต่อเพื่อที่จะให้มันเล่า…

“ก็เมื่อวันที่พวกกูเลิกเรียน...แล้วคุยกันตรงหน้าตึกคณะว่าจะมาหามึง…เอาข้าวเอายามาให้”

ไอ้เจเจเริ่มเล่าใหม่อีกครั้งหนึ่ง…แต่พอเล่าได้แค่ประโยคเดียวไอ้กายมันก็ห้ามปากตัวเองไม่ให้เล่าไม่ได้จริงๆ…ไม่แปลกที่มันจะถูกยกย่องตัวแม่แห่วงการรอบรู้เรื่องชาวบ้าน…

“…”

“แต่หลัวกูนางก็โผล่มา…แล้วเอ่ยปากเองว่าจะมาดูมึงแทน”

“…”

“มึงมีอะไรที่ยังไม่บอกพวกกู...แน่ๆ…ใช่ไหม!”

สายตาสองคู่หันมาที่ผมอย่างพร้อมใจกัน…ผมเห็นสายตาของเพื่อนตัวเองก็เบี่ยงเบนไปสนใจหน้าจอทีวีแทน…

“เมื่อวันก่อนมึงไม่ได้ไปกับพี่ตินออ”

ผมไม่ตอบแต่ถามไอ้เจเจไปแทน…มันค้างคาใจผมไง…ว่าสิ่งที่พี่เต้มันบอกมันจะตรงกันไหม…

“ไม่นิ…เมื่อวันก่อนกูเลิกเรียนเสร็จ...กูก็ไปนอนหอไอ้กายเลย”

“…”

“ทำไมวะ”

“เอ่อ…ปะ…ป่าวๆไม่มีไร”

คำตอบของไอ้เจเจทำให้ผมชะงักไปหลายวินาทีเลยครับ…จากที่พวกมันเล่ามากับการที่พี่เต้มันบอก…ทำให้ใจผมมันดันเต้นเร็วขึ้นเหมือนเมื่อวานเลยอ่ะ…ทำไมผมต้องใจเต้นแรงกับความจริงที่ได้ยิน…แล้วทำไมผมต้องรู้สึกดีด้วยวะ!...

.

.

.

.

.

.

.

.

.

TBC.

อีพี่นี่ยังไง.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น