YHeart

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ๔๕ คงอยู่ - ๔.๒

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 219

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
๔๕ คงอยู่ - ๔.๒
แบบอักษร

คงอยู่ - ๔.๒ 

***เรื่องราวแบบที่สอง*** 

 

ยามค่ำคืนมาเยือนอย่างรวดเร็ว สองพ่อลูกออกจากบ้านของแววหลังอาหารเย็นและมาถึงบ้านไม้ที่มืดมิดตอนสองทุ่ม พวกเขาเปิดไฟไล่ความมืดภายในบ้านไม้หลังเก่าจนมันมีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยแสงไฟดวงเล็กอีกครั้ง แต่ถึงกระนั้นแสงไฟก็ดูจะน้อยเกินกว่าจะขับไล่ความมืดให้พ้นออกไปจากบ้านหลังนี้ ไม่เว้นแม้แต่ห้องนอนของสิงห์ 

 

“แขกของอาแววนี่เยอะจริงๆ พ่อแทบจะไม่รู้จักเลย” สิงห์ยืนหันหลังถอดเสื้อของตนเองอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าที่ใช้เก็บกระเป๋าสัมภาระในขณะที่เอ่ยบ่นกับลูกชายที่นั่งกดโทรศัพท์อยู่บนเตียงไม้ เด็กชายมองแผ่นหลังกำยำสีเข้มและไล่สายตาลงมาหยุดที่กางเกงผ้าสีอ่อนตัวฟิตที่รั้งก้นกลมนูนเด่นเตะตา  

“แต่ผมก็เห็นพ่อคุยกะทุกคนเลยนะ” 

“ก็คุยตามมารยาทน่ะ” สิงห์เอ่ยตอบเด็กชาย เขาหันมายืนเท้าสะเอวยิ้มพลางมองใบหน้าชื้นเหงื่อของลูกชายก่อนจะเอ่ยต่อ “ไปอาบน้ำไปลูก เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” 

“ฮะ” เด็กชายเอ่ยรับและดึงสายตาของตนออกจากกางเกงสีอ่อนของสิงห์ เพียงอึดใจเดียวเสื้อแขนสั้นและกางเกงก็ถูกถอดออกจากร่างเล็ก คงเหลือเพียงกางเกงในสีฟ้าที่เด็กชายยังไม่กล้าถอดออก 

“เอ้านี่! ผ้าขนหนู” สิงห์ส่งผ้าขนหนูให้เด็กชายและรอดูจนกระทั่งเด็กชายถอดกางเกงตัวสุดท้ายออกมาแล้ว หลังจากนั้นชายหนุ่มก็หมุนตัวเพื่อเดินออกจากห้อง แต่เสียงของเด็กชายก็ดังขึ้นเสียก่อน 

“พ่อจะใช้ผ้าผืนเดียวกับผมไหมฮะ? ผมจะได้ไม่ทำให้มันเปียก” 

“ไม่ละ พ่อไปใช้ผ้าขาวม้าก็ได้ มันถนัดกว่า” 

“อ๋อ...ผ้าขาวม้าผืนเมื่อวาน” 

 

เด็กชายอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เพราะความมืดของห้องน้ำบวกกับอากาศที่เริ่มเย็นลงทำให้การอาบน้ำไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไร แถมเสียงแกรกกรากรอบตัวก็ชวนให้ไม่สบายใจเอาเสียเลย เด็กชายจึงอาบน้ำเสร็จภายในเวลาไม่นาน หลังจากนั้นก็ออกมายืนรอพ่อของตนอยู่ที่หน้าห้องน้ำ เมื่อสิงห์อาบน้ำเสร็จเขาก็พาลูกชายเดินขึ้นบ้านในตอนที่นาฬิกาบนโทรศัพท์บอกเวลาสามทุ่มพอดี 

หลังจากที่แสบเปลี่ยนเสื้อผ้าของตนเสร็จ เด็กชายก็เดินไปยังห้องของสิงห์ ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปยังห้องที่สลัวไม่แพ้ห้องของตนเอง เด็กชายก็เพ่งสายตาไปยังเตียงไม้ที่มีมุ้งครอบอยู่ทันที แม้ยามนี้เตียงไม้จะมีเพียงร่างของสิงห์นอนอยู่เพียงคนเดียว แต่ตอนดึกอาจจะไม่ใช่ เด็กชายยังคงจำภาพบ่าหนาแกร่งที่ไร้หัวได้ดี 

“ว่าไงลูก?” 

“ผมยังไม่ง่วงฮะ ว่าจะมาชวนพ่อคุยด้วยน่ะ” 

“เหรอ?” สิงห์เอ่ยถามกลับพลางยกตัวขึ้นนั่ง ร่างสีเข้มขยับอยู่ในความสลัวของมุ้งก่อนที่ชายมุ้งด้านหนึ่งจะถูกยกขึ้นเล็กน้อย “เอ้า! เข้ามาๆ” 

เด็กชายปีนขึ้นเตียงไม้และล้มตัวลงนอน เขาชวนสิงห์พูดคุยมากมายหลายเรื่องอย่างออกรส แต่เมื่อการสนทนาเริ่มห่างช่วง เสียงของสิงห์ก็เงียบหายไป คงเหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบากับหน้าอกหนาที่ยุบลงและพองขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ 

เด็กชายเข้าใจว่าพ่อของตนน่าจะเหนื่อยจึงผล็อยหลับอย่างรวดเร็ว เด็กชายจึงหลับตาและปล่อยให้ตนเองหลับบ้าง เสียงร้องของสัตว์ เสียงลมพัดและเสียงไล้แกรกกรากของกิ่งไม้ดูจะไม่มีอิทธิพลต่อเด็กชายเลย เพราะเพียงไม่นานเขาก็ผล็อยหลับตามพ่อของตนไป  

แสบรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงดังตึงที่คล้ายกับท่อนไม้กระแทกพื้น ทันทีที่เด็กชายกำจัดความสะลึมสะลือให้หมดไปได้ เขาก็หมุนตัวไปด้านข้างเพื่อมองหาพ่อของตน  

แต่ก็ไม่พบ... 

 

ในความสลัว เด็กชายพบเพียงที่นอนว่างเปล่ากับผ้าห่มยับย่น เด็กชายจึงลุกคลานออกจากมุ้งอย่างเงียบเชียบและตรงไปที่ห้องนอนอีกห้องที่เขาควรจะนอน แต่แสงสว่างเล็กๆ ที่ลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างก็เผยให้เห็นเตียงไม้ตั้งอยู่อย่างเดียวดายในความมืด ไม่พบร่างของใครแม้แต่คนเดียว  

เด็กชายยืนนิ่งขึงฟังเสียงรอบตัว แม้เสียงกิ่งไม้ที่ลากไล้ฝาบ้านจะดังแกรกกรากอยู่ตลอดเวลา แต่เด็กชายก็ยังจับเสียงอื่นได้ เสียงนั้นดังอยู่ในบ้านและเป็นเสียงที่ฟังคล้ายเมื่อคืนเสียด้วย 

เสียงนี้ดังมาจากห้องนั่งเล่นที่อยู่สุดทางเดิน… 

 

เด็กชายย่องอย่างแผ่วเบาไปตามทางเดิน ผ่านห้องนอนที่มืดสลัวของสิงห์และมุ่งตรงไปทางประตูที่ปิดสนิทของห้องนั่งเล่น 

“ซี๊ดดดดด อาาว อูววว อะอาาา อุ๊บ!...อือ” 

เสียงครวญครางทุ้มลึกแว่วลอดออกมาจากห้องนั่งเล่น มันแสดงถึงความพึงพอใจที่เจือปนกับความอึดอัดทรมาน หากเป็นแสบคนเก่า เด็กชายคงนึกไม่ออกว่ามีอะไรเกิดขึ้นในห้องเล็กนี้ แต่คืนนี้ไม่ใช่! แม้จะไม่ได้เห็นท่วงท่าของคนในห้อง แต่เด็กชายก็แทบไม่ต้องเสียเวลาเดาอีกแล้วว่าเสียงนี้เกิดจากอะไรและใครคือเจ้าของเสียง 

 

“อูววว อะ...โอยยย”  

เสียงแห่งความทรมานยังคงดังเล็ดลอดออกมาราวกับว่ากับคนที่อยู่ข้างในนั้นไม่เอะใจเลยว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง พวกเขาจึงปล่อยเสียงครวญครางนั้นดังลอดออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะแผ่วเบาบ้าง แต่ก็ฟังได้ชัด 

 

เด็กชายขยับตัวเข้าหาบานประตูและแนบฝ่ามือเล็กของตนลงบนบานประตูไม้ มันขยับเล็กน้อยและแผ่วเบา เด็กชายรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ได้ล็อค เขาสามารถแง้มเปิดและสอดส่ายสายตาเข้าไปดูข้างในได้ หากต้องการ 

แต่เด็กชายก็ไม่ได้แง้มเปิด เขายังคงยืนนิ่งอยู่ด้านหลังบานประตู แต่ถึงกระนั้นภาพพ่อเริงรักกับผีร้ายในท่วงท่าต่างๆ ผุดขึ้นมาในความคิดของเด็กชาย คลอด้วยเสียงครางเร่าร้อน ทุ้มลึกจากอีกด้านของประตู  

เด็กชายตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าพ่อของตนยังมีสติครบถ้วนอยู่ตลอดเวลาหรือว่าตอนนี้พ่อถูกผีร้ายครอบงำอยู่ ซึ่งหากเป็นอย่างหลัง เท่ากับว่าพ่อของเขาน่าจะทุกข์ทรมานที่ถูกร่วมรักมากกว่าจะรู้สึกสุขสม 

แสบแนบใบหน้ากับบานประตูและตัดสินใจเปล่งเสียงออกไป 

“พ่อสิงห์ฮะ”  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น