PloyPink22

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Kiss 18 : ครอบครองทั้งกายใจ (NC+)

ชื่อตอน : Kiss 18 : ครอบครองทั้งกายใจ (NC+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 751

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 17:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Kiss 18 : ครอบครองทั้งกายใจ (NC+)
แบบอักษร

 

EP.18 ครอบครองทั้งกายใจ 

 

           เขาวางคอนดอมไว้บนตู้ลิ้นชักข้างเตียง แล้วถอดเสื้อผ้าตัวเองออกไป ฉันหลุบตาลงต่ำไม่กล้ามองเขาตรงๆ ได้ยินเสียงแกะกล่องดำก็ยิ่งใจเต้นระทึก เค้าว่ากันว่าครั้งแรกจะเจ็บมาก ฉันจะทนรับไหวมั้ยนะ

           “เริ่มกลัวแล้วล่ะสิ”

           เมษโน้มตัวลงมาคร่อมเหนือร่างฉัน กล้ามเนื้อกำยำของเขาดูดีไปหมดทุกสัดส่วน โดยเฉพาะซิกซ์แพ็กส์แน่นๆ ฉันเอื้อมมือไปลูบไล้อกแกร่ง หยุดสายตาไว้แค่ที่ท่อนบน ไม่กล้ามองต่ำลงไปกว่านั้น

           “เปล่า” 

           “แต่มันจะเจ็บมาก”

           “ฉันรู้”

           “สาวเวอร์จิ้นอย่างเธอจะไปรู้อะไร”

           หน็อย ทำมาเป็นดูถูกเค้า

           “ฉันไม่ใช่สาวเวอร์จิ้น”

           คำโกหกของฉันทำให้เมษถึงกับชะงักไป ก่อนจะหัวเราะออกมา

           “เชื่อก็บ้าแล้ว”

           “ฉันพูดจริง”

           “เธออ่อนหัดเรื่องบนเตียงจะตาย อย่ามาหลอกซะให้ยาก”

           หาว่าฉันอ่อนหัดเหรอ!

           ฟึ่บ!

           ฉันผลักเขานอนลงแล้วพลิกตัวขึ้นนั่งคร่อมบนหน้าท้องซิกซ์แพ็กส์ ลากปลายเล็บไล้ไปมาที่อกของเขา กะเอาให้สติกระเจิดกระเจิงไปเลย

           “ฉันแกล้งทำเป็นไร้ประสบการณ์ไปงั้นเอง ความจริงฉันเคยมีอะไรกับแฟนเก่าไปแล้ว...ตั้งหลายครั้ง”

           เน้นย้ำตรงสามคำหลังเป็นพิเศษ จนเมษถึงกับกำหมัดแน่น คงกำลังนึกภาพฉันตกเป็นของผู้ชายคนอื่นอยู่ล่ะมั้ง ดูท่าทางโกรธจัดเชียว

           ฉันซ่อนยิ้มแล้วก้มลงจูบซุกไซ้ที่ซอกคอเขา ตั้งใจจะปลอบประโลมให้ใจเย็นลง แต่กลายเป็นเพิ่มไฟราคะให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขาพลิกตัวฉันให้กลับมานอนหงายอยู่ใต้ร่างเขา แล้วสอดนิ้วเข้าไปในใจกลางกลีบบัวจนฉันสะดุ้งเฮือก วาบหวามจนเผลอร้องครางออกมา

           ทว่าความหฤหรรษ์ที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาขยับนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะช้าสลับเร็ว ฉันบิดตัวแยกต้นขาเปิดทางให้เขาปรนเปรอได้ตามใจชอบ จากหนึ่งนิ้วเพิ่มขึ้นเป็นสอง ทีแรกก็อึดอัดแต่พอผ่านไปสักพักก็เริ่มชิน ร้องบอกให้เขาเร่งจังหวะขึ้นอีก ซึ่งเจ้าตัวก็ทำตามอย่างว่าง่าย ฉันรู้สึกเหมือนกำลังไต่ขึ้นไปบนขอบเหวอันสูงชัน เลือดในกายเดือดพล่าน ความกลัวที่เคยมีจางหายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยปรารถนาอันแรงกล้า ใจมันร่ำร้องว่าอยากเป็นของเขา ต่อให้เจ็บแค่ไหนฉันก็ไม่แคร์

           “เมษ...”

           “...”

           “ฉันชอบนาย”

           อีกฝ่ายหยุดชะงักแล้วชักนิ้วออก เขายิ้มและก้มลงจูบฉันด้วยความพึงพอใจ 

           “พูดอีกทีซิ ฉันได้ยินไม่ถนัด”

           “ฉันชอบนาย”

           “...”

           “อาจจะฟังดูใจง่าย แต่ฉันก็ชอบนายไปแล้ว”

           “ชอบมากแค่ไหน”

           “ตอบไม่ได้ รู้แค่ว่าชอบ”

           หากบอกว่า ‘รักมากยิ่งกว่าชีวิต’ เขาก็คงไม่เชื่อ เพราะเราเพิ่งเจอกันไม่นาน แต่ถ้าความทรงจำกลับมาเมื่อไหร่เมษก็จะรู้เองว่าฉันเคยรักเขามากแค่ไหน และตอนนี้ก็ยังรักอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

           “ชอบมากกว่าแฟนเก่าหรือเปล่า”

           จะพาดพิงถึงแฟนเก่าทำไม ทั้งที่ความจริงก็คือตัวเขาเองนั่นแหละ

           “ตอบมาสิ”

           “อืม”

           ทันใดนั้นเขาก็โถมกายเข้าครอบครองฉันโดยไม่ทันตั้งตัว ฉันกรีดร้องออกมาเมื่อความบริสุทธิ์ถูกพรากไป มันเจ็บมากกว่าที่จินตนาการไว้หลายเท่า น้ำตาเอ่อท้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ สองมือจิกเกร็งกับผ้าปูที่นอนพยายามข่มกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ ปลอบใจตัวเองว่าอีกเดี๋ยวก็คงดีขึ้น

           “นี่เธอยัง...บ้าชิบ! ทำไมต้องโกหกฉันด้วยฮะ”

           แทนที่จะดีใจที่ตัวเองได้เป็นผู้ชายคนแรกของฉัน เขากลับขึ้นเสียงใส่กันซะงั้น ทำไมต้องโมโหด้วย

           “ก็นายดูถูกฉัน หาว่าฉันอ่อนหัดเรื่องบนเตียง”

           “ถ้ารู้ว่าเธอยังไม่เคย ฉันจะได้อ่อนโยนกว่านี้”

           “ไม่เป็นไร ฉันไม่เจ็บ”

           ฉันยิ้มบางๆ ให้เขาสบายใจ แต่เมษก็คงดูออกแหละว่าฉันโกหก เขาจูบลงโทษฉันอย่างหนักหน่วง ฝ่ามือบีบคลึงอกอวบอิ่มปลุกเร้าฉันให้ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่โดนความเจ็บปวดเข้าครอบงำไปชั่วครู่ กายแกร่งก็ค่อยๆ ขยับอย่างเนิบช้าจนฉันเริ่มจะปรับตัวได้ จากที่เจ็บมากก็เริ่มมีความรู้สึกเสียวซ่านเข้ามาสอดแทรก

           ริมฝีปากอุ่นร้อนเลื่อนลงมาลิ้มรสลูกเชอร์รี่สีแดงสุกปลั่งที่อยู่บนยอดคัพเค้ก ฉันบิดเร่าสั่นสะท้านไปหมดทั้งเรือนร่าง พร่ำครางชื่อเมษไม่หยุดปาก อยากให้เขาทำสิ่งนี้ให้จบโดยเร็ว เพราะฉันทนทรมานไม่ไหวแล้ว

           กายแกร่งกระแทกเข้าสู่ฉันในจังหวะถี่รัวมากขึ้น พาฉันลอยสูงจนเกือบไปแตะขอบฟ้า แล้วเปลี่ยนจังหวะมาเนิบช้าอ่อนโยนอีกครั้ง ไม่ยอมให้ฉันถึงฝั่งฝันง่ายๆ

           “เมษ...ได้โปรด”

           ฉันวิงวอนขอร้องเขา รู้สึกทรมานอยากปลดปล่อยเต็มทีแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วเปลี่ยนมาชิมคัพเค้กอีกข้าง ทั้งขบเม้มและไล้เลียด้วยความช่ำชอง ฉันเอื้อมมือไปจิกเล็บกับบ่าเขาระบายความเสียวซ่านเกินทานทน

           ไม่กี่อึดใจต่อมาเมษก็เร่งจังหวะสอดประสาน ฉันเปล่งเสียงครางในทุกๆ ครั้งที่เขาดันตัวเข้ามา เมษขบกรามแน่น ได้ยินเพียงเสียงคำรามในลำคอเท่านั้น เตียงนอนแทบลุกเป็นไฟเมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย กายแกร่งที่ยังเหลือเรี่ยวแรงมหาศาลถาโถมเข้าใส่ฉันจนกลีบบัวแทบชอกช้ำไปหมด แต่ฉันก็ยินยอมพร้อมใจที่จะปวดร้าวระบมเพื่อเขา มันเป็นความเจ็บที่เจือด้วยความสุข...เพราะในที่สุดฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงของเมษแล้ว

           ฉับพลันนั้นเองโลกทั้งใบก็เหมือนระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างกายดำดิ่งสู่ความสุขลึกล้ำที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เมษก้มลงดูดกลืนเสียงกรีดร้องของฉันด้วยจูบของเขา แล้วอีกฝ่ายก็สั่นสะท้านตามฉันมาติดๆ

           ฉันดีใจที่เห็นเขามีความสุขเช่นกัน เมื่อก่อนตอนที่เราคบกันเขาต้องอดกลั้นความปรารถนาเอาไว้เพราะเห็นแก่ฉัน ตอนนี้ถึงตาชดเชยให้เขาบ้างแล้ว ไม่ว่าคืนนี้เขาจะต้องการอีกสักกี่ครั้ง ฉันก็พร้อมยอมพลีกายให้เขาเชยชมด้วยความเต็มใจ อะไรก็ตามที่ฉันเคยทำให้เขาเจ็บปวด ฉันขอชดใช้ให้ทั้งหมด...ด้วยเรือนร่างนี้...ด้วยหัวใจดวงนี้

           มอบทุกอย่างไว้ในกำมือของเขา แม้จะเป็นแค่ของเล่นชั่วคราวหรือที่ระบายความใคร่ฉันก็ไม่สนใจทั้งนั้น ต่อให้จุดจบเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ฉันก็พร้อมจะยอมรับมัน ขอเพียงแค่ได้สร้างความทรงจำอันสวยงามร่วมกับเขา และเติมเต็มความปรารถนาส่วนลึกในใจฉันที่โหยหาเขาในฝันมานานหลายปี

           ฉันจะเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้เอาไว้ เผื่อว่าสักวันหนึ่งเราต้องแยกจากกันอีกครั้ง ฉันจะได้ใช้ความทรงจำนี้หล่อเลี้ยงหัวใจที่ปวดร้าว เพื่อจะได้มีแรงยืนหยัดก้าวต่อไปเพียงลำพัง

           “เจ็บมากมั้ย”

           เมษกระซิบถามขณะไล้นิ้วบนแก้มฉันเบาๆ ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ ในใจรู้สึกหน่วงๆ เมื่อคิดถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน

           “ทำไมเธอชอบโกหกฉันอยู่เรื่อย”

           “หมายถึงเรื่องเวอร์จิ้นน่ะเหรอ”

           “ทุกเรื่อง รวมทั้งตอนนี้ด้วย”

           “...”

           ฉันงง ไม่เข้าใจที่เขาพูด

           “ไม่เจ็บแล้วร้องไห้ทำไม”

           “ฉันไม่ได้...”

           ขณะกำลังจะเถียงว่าไม่ได้ร้องก็สัมผัสได้ถึงหยดน้ำใสๆ ไหลออกมาจากหางตาของตัวเอง คงเป็นเพราะคิดมากเรื่องอนาคตก็เลยเผลอร้องไห้โดยไม่รู้ตัว เมษปาดเช็ดน้ำตาให้ฉัน สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

           “ฉันควรจะอ่อนโยนกับเธอให้มากกว่านี้ แต่ฉันก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ ฉันต้องการเธอมากซะจนขาดการยับยั้งชั่งใจ...ขอโทษที่ทำให้เธอเจ็บนะลิน”   

           ฉันเอื้อมมือไปแตะปิดปากเขาไว้

           “ไม่...ไม่ต้องขอโทษ ฉันเต็มใจเป็นของนายเอง ยังไงครั้งแรกมันก็ต้องเจ็บเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

           “เธอเคยบอกว่ารักแฟนเก่ามาก แล้วทำไมถึงไม่เคยมีอะไรกัน”

           “เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษน่ะสิ รู้ว่าฉันยังไม่พร้อมก็เลยอดทนไม่ล่วงเกินฉัน”

           “งั้นฉันก็คงเลวมากเมื่อเทียบกับหมอนั่น”

           “ก็บอกแล้วไงว่าฉันเต็มใจ นายอย่าด่าตัวเองสิ”

           ฉันซุกตัวในอ้อมอกเขา ชอบช่วงเวลาที่เราได้นอนกอดกันแบบนี้

           “ครั้งต่อไปจะไม่ทำให้เธอเจ็บอีกแล้ว ฉันสัญญา”

           เขาเกี่ยวผมฉันไปทัดหู จากนั้นก็โน้มตัวมาประทับจูบที่ริมฝีปากฉันอย่างแผ่วเบา ฉันจูบตอบเขาด้วยความอ่อนหวานจนเมษเกือบจะสูญเสียการควบคุมตัวเองอีกครั้ง

           “ฉันว่าเราไปกินข้าวกันดีกว่า ก่อนที่ฉันจะกินเธอรอบสอง”

           “ก็กินสิ ใครว่าอะไร”

           ฉันส่งสายตายั่วยวนเขา แกล้งลองใจอีกฝ่ายว่าจะอดกลั้นได้สักแค่ไหน

           “ไหวเหรอแม่ตัวดี” เขาหยิกแก้มฉันเบาๆ

           “ฉันพร้อมเสมอ นายนั่นแหละไหวหรือเปล่า”

           “หึ! กล้าท้าฉันเหรอ”

           แววตาหมาป่านักล่าลุกโพลงขึ้นมา ทันใดนั้นเขาก็พลิกตัวมาคร่อมฉันไว้ ก่อนจะ...

-------------------------------

(อัพต่อกันสองตอนเลยค่า)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}