ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Special พี่ชายผู้หวงน้อง

ชื่อตอน : Special พี่ชายผู้หวงน้อง

คำค้น : มาเฟียไร้รัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 13:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special พี่ชายผู้หวงน้อง
แบบอักษร

 

 

 

Special พี่ชายผู้หวงน้อง 

 

 

ลู่ฟางในชุดเครื่องแบบนักเรียนกำลังยืนหมุนตัวไปมาให้คุณปู่คุณย่าและป๊ากับม๊าได้ดูก่อนที่จะขึ้นรถไปเรียนเป็นวันแรก ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันที่ลู่ฟางรู้สึกตื่นเต้นสุดๆที่ไม่ต้องนั่งรอพี่ชายกลับมาที่บ้านตอนไปเรียนอีกแล้ว! 

 

“ลู่ฟางน่ารักมั้ยครับคุณปู่คุณย่า” 

 

“น่ารักค่ะหลานย่า จะไปเรียนวันแรกตื่นเต้นมั้ยคะคนเก่ง” 

 

“ไม่ตื่นเต้นครับ ลู่ฟางไปกับพี่ลู่” ลู่ฟางบอกพร้อมรอยยิ้มหวานให้คุณปู่และพูดอ้อนอยู่แบบนั้นจนถึงเวลาที่ต้องไปโรงเรียน ลู่ฟางก็เลยเดินไปหาป๊าให้ป๊าอุ้มไปขึ้นรถมื่อลุงเฟยขึ้นมาบอกว่ารถพร้อมแล้ว  

 

ระหว่างทางไปโรงเรียน ลู่เหวินก็นั่งเงียบ หน้าก็นิ่วคิ้วก็ขมวดจนวีรภาพที่เห็นเข้าอดที่จะหัวเราะในลำคอเบาๆไม่ได้ เจ้าลูกชายคนโตคงจะไม่ค่อยพอใจที่น้องต้องไปอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ตนเองควบคุมไม่ค่อยได้น่ะสิ แต่น้องชายกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยนอกจากดีใจที่จะได้ไปเรียนกับพี่ลู่ของตนเองเท่านั้น 

 

“ลู่เหวินครับยิ้มหน่อยครับ น้องมาเรียนด้วยจะเครียดทำไม” พอมาถึงโรงเรียนวิระก็ถามลูกชายคนโตที่ทำหน้างอมาตลอดทาง พอถึงโรงเรียนก็ยังไม่ยอมยิ้มสักที 

 

“ลู่หวงน้อง” 

 

“น้องก็อยู่กับลู่เหวินนะครับ ไม่ต้องห่วงมากหรอกครับ น้องรักพี่ลู่เหวินจะตาย” วิระปลอบใจลูกชายที่หวงน้องจนโอเว่อร์ เข้าใจว่าลู่ฟางเป็นเด็กน่ารัก แต่ก็ไม่เห็นต้องหวงขนาดนี้เพราะลู่ฟางไม่ชอบเข้าใกล้ใครเท่าไรนอกจากคนในครอบครัวอยู่แล้ว  

 

“ป๊า ลู่ฟางจะลงเดินเอง” ระหว่างที่กำลังเดินไปส่งลู่ฟางที่หน้าห้องเรียน ลู่ฟางที่ถูกวีรภาพอุ้มอยู่ก็ร้องขอลงเดินเอง ทำให้วีรภาพยอมให้ลูกได้ลงเดินเองตามความต้องการซึ่งพอลงมาเดินด้วยตัวเองแล้วก็เดินมาจับมือพี่ชายแน่นให้เดินไปพร้อมๆกันและการกระทำน่ารักๆแบบนี้ก็ทำให้ลู่เหวินยิ้มออกมาได้บ้าง 

 

พอมาถึงห้องเรียนของลู่ฟาง ลู่เหวินก็พาน้องเดินเข้าเอากระเป๋าไปวางไว้ตรงที่ดีที่สุด และด้วยความที่ลู่ฟางตัวเล็กลู่ฟางเลยต้องนั่งโต๊ะเรียนด้านหน้าหน่อย  

 

เสียงเด็กๆวัยเดียวกับลู่ฟางดังขึ้นไปทั่วในห้องเรียนเพราะก็มีเด็กๆมาบ้างแล้ว แต่ลู่ฟางก็ไม่สนใจนอกจากจับมือพี่ชายแน่นและโบกมือให้ป๊ากับม๊าก่อนป๊ากับม๊าจะเดินกลับไปขึ้นรถ 

 

“เดี๋ยวพี่ก็ต้องไปที่ห้องเรียนของพี่” 

 

“พี่ลู่ไม่ได้อยู่กับลู่ฟางเหรอ” 

 

“ไม่ครับ พี่ต้องเรียนอีกห้อง” 

 

“ก็ได้ เรียนเสร็จแล้วพี่ลู่ต้องมาหาลู่ฟางนะครับ” 

 

“ครับคนเก่งของพี่ ถ้ามีใครแกล้งให้บอกพี่นะครับ พี่จะจัดการให้” ลู่เหวินลูบหัวน้องชายเบาๆหลังพูดจบและสักพักเสียงกริ๊งก็ดังขึ้น ลู่เหวินเลยต้องจากน้องชายชั่วคราวเพื่อเข้าห้องเรียนของตัวเอง ซึ่งพอพ้นสายตาของลู่ฟาง ลู่เหวินก็กลับมาตีหน้านิ่งเหมือนเดิม ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียนที่นี่ลู่เหวินก็ได้สร้างวีรกรรมไว้จนไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยว เรื่องราวในวันนั้นเองป๊าก็จัดการปิดไม่ให้ม๊ารู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นลู่เหวินคงโดนม๊าจับลงโทษ แม้ม๊าจะไม่ตีแต่ก็ใช่ว่าการลงโทษของม๊าลู่เหวินจะชอบสักหน่อย 

 

ลู่ฟางเองพอไร้พี่ชายก็มีคนเข้ามาทักบ้างแต่ลู่ฟางก็ไม่ตอบ ลู่ฟางไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า ลู่ทำแบบนั้นจนลู่ฟางได้ยินคนพูดว่าลู่ฟางหยิ่ง ซึ่งลู่ฟางไม่ได้หยิ่งแต่ลู่ฟางแค่ไม่ชอบคุย! 

 

“นี่นาย พูดไม่ได้เหรอ” เด็กผู้ชายตัวเท่าลู่ฟางเดินเข้ามาถามก่อนจะจ้องหน้าลู่ฟางด้วยความสนใจแต่ลู่ฟางก็ไม่สนใจที่จะพูดตอบ จนเด็กตรงหน้าเอานิ้วมาจิ้มแก้มของลู่ฟาง 

 

จึก จึก 

 

“อย่ามาถูกตัวเรานะ ไม่มีมารยาท” 

 

“ทำไมพูดจาแก่แดดจัง ม๊าเราบอกว่าพูดแบบนี้ไม่น่ารัก” 

 

“อย่ามายุ่งกับเรา!” 

 

“อยากยุ่งอ่ะ” 

 

“น่ารำคาญจัง ที่บ้านไม่สอนเหรอว่าอย่ามายุ่งกับคนที่ไม่อยากยุ่งด้วย” 

 

“สอน แต่ไม่สนใจ เราชื่อลี่หมิงนะยินดีที่ได้รู้จัก”  

 

“ลู่ฟาง แต่ไม่อยากรู้จักเท่าไรเพราะนายน่ารำคาญ” 

 

“อิอิ เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ” ลี่หมิงจับมือลู่ฟางเขย่าไปมาอย่างดีใจ ลู่ฟางก็ทำหน้าเหนื่อยหน่าย ลี่หมิงอะไรนี่น่ารำคาญจังเลย แต่ก็เป็นคนเดียวที่เข้ามาชวนลู่ฟางคุยด้วยดีๆ เพราะคนอื่นบอกลู่ฟางหยิ่งแถมเป็นใบ้ เหอะ! โรงเรียนไม่เห็นจะสนุกเลยสักนิด มีแต่พวกน่าเบื่อ! 

 

พอช่วงพักกลางวันมาถึงคุณครูก็เดินพามาโรงอาหารสุดหรูทำให้ลู่ฟางเจอกับพี่]ลู่ของตนเองนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวคนเดียว ลู่ฟางก็เลยเดินแตกแถวออกไปหาพี่ชายทันที 

 

“พี่ลู่” 

 

“หิวมั้ยลู่ฟาง พี่จะไปเอาข้าวให้” เพราะทางโรงเรียนมีเซ็ทข้าวกล่องแจก น้องชายที่เพิ่งมาวันแรกคุณครูคงจะพามาก่อน แต่น้องเดินแตกแถวออกมาก่อนแบบนี้คงไม่รู้แน่ๆว่าเอาข้าวกล่องยังไง 

 

“ลู่ฟางหิว” 

 

“งั้นนั่งรอพี่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่มา” ลู่เหวินที่กำลังจะลุกขึ้นไปเอาอาหารกลางวันมาให้น้องชาย แต่ก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาก่อนจะมีร่างของเด็กตัวเท่าๆลู่ฟางถืออาหารกลางวันมาสองกล่อง 

 

“ลู่ฟางเราเอาข้าวมาให้” 

 

“เด็กนี่ใครลู่ฟาง” ลู่เหวินหันไปถามน้องชายทันทีที่เห็นเด็กแปลกหน้ามาคุยกับน้อง แม้จะดูไม่มีพิษภัยแต่ลู่เหวินก็ไม่ค่อยปลื้มเพราะกลัวน้องชายจะสนใจตนเองน้อยลง 

 

“ลี่หมิง เพื่อนลู่ฟางครับ” ลี่หมิงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ขาก็สั่นจนเหมือนฉี่จะราด ทำไมพี่ชายลู่ฟางน่ากลัวจังเลย ฮื่อออออ 

 

“นั่งสิ ลู่ฟางจะได้กินข้าว” 

 

“คะ ครับ…” ลี่หมิงนั่งลงฝั่งตรงข้ามลู่ฟางก่อนจะส่งข้าวกล่องให้ ลู่ฟางก็รับไปก่อนจะเอ่ยขอบคุณเบาๆและหันไปคุยกับพี่ชายตนเองต่อ ลี่หมิงเองก็กินข้าวเงียบๆและก็มีเผลอสะดุ้งเป็นบางครั้งเมื่อพี่ชายลู่ฟางมองมา ลี่หมิงภาวนาให้เวลานี้ผ่านไปเร็วๆเพราะไม่อยากเจอสายตาน่ากลัวของพี่ชายลู่ฟางแล้วเพราะมันทำให้ฉี่ของลี่หมิงเหมือนจะราดตลอดเวลาเลย 

 

“ตอนเย็นเจอกันนะครับลู่ฟาง เดี๋ยวพี่มารับไปรอป๊ากับม๊า” 

 

“ครับพี่ลู่” 

 

“เป็นเด็กดีนะคนเก่งของพี่” 

 

“ลู่ฟางเป็นเด็กดี” ลู่ฟางยิ้มหวานให้พี่ชายหลังพูดจบ ตั้งแต่กินข้าวเสร็จพี่ลู่ก็ซื้อไอศกรีมให้ลู่ฟางกับลี่หมิงคนละแท่งด้วย แต่น่าแปลกที่ลี่หมิงเงียบมาก ทั้งๆที่ตลอดครึ่งวันที่ผ่านมาลี่หมิงพูดมากจะตาย  

 

“พี่ชายนายน่ากลัว” พอลู่เหวินเดินไปจนพ้นแล้ว ลี่หมิงก็รีบกระซิบบอกลู่ฟางทันที  

 

“พี่ลู่ไม่เห็นน่ากลัวเลย” 

 

“ตาพี่นายโคตรดุ ดุกว่าป๊าฉันอีก” 

 

“นายพูดไม่รู้เรื่องอ่ะลี่หมิง เข้าห้องเรียนดีกว่า” ลู่ฟางบอกก่อนจะเดินหนีเข้าห้อง ตั้งแต่เกิดมาพี่ลู่จะเอาตรงไหนมาน่ากลัว พี่ลู่ของลู่ฟางใจดีที่สุด ลี่หมิงนี่สายตาไม่ดีแล้วมาว่าพี่ลู่น่ากลัวได้ยังไงกัน! 

 

 

 

พอช่วงเย็นใกล้จะได้กลับบ้าน ลู่เหวินก็มายืนรอรับน้องชายที่หน้าห้องเรียนของลู่ฟาง ระหว่างที่ยืนรอก็ได้ยินเด็กในห้องพูดถึงน้องชายตัวเองว่าหยิ่งอย่างั้นอย่างงี้ ก็ทำเอาคนเป็นพี่ชายรู้สึกหงุดหงิดที่มีคนมาว่าน้องของตนเองแบบนี้ ลู่เหวินยังไม่เคยว่าน้องเลย ไอ้เด็กพวกนี้กล้าดียังไง! 

 

“เดี๋ยวสิ ขอคุยด้วยหน่อย” พอเด็กผู้ชายที่พูดถึงลู่ฟางเดินออกมา ลู่เหวินก็เรียกไว้ ก่อนจะมองไปยังในห้องเห็นลู่ฟางกำลังเก็บของอยู่เลยใช้มือทั้งสองข้างของตนเองลากไอ้เด็กสองคนนี้ไปที่เงียบๆ ก่อนจะผลักทั้งคู่ลงพื้น 

 

“พี่เป็นใคร” หนึ่งในสองคนนั้นถามขึ้นทันที เพราะไม่เข้าใจว่าพี่ชายตรงหน้าจะทำอะไร 

 

“พี่ชายลู่ฟาง กล้าดียังไงถึงพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้น วันนี้ฉันจะไม่ทำอะไร แต่อย่าให้ได้ยินอีก ไม่งั้นเจอดีแน่” ลู่เหวินกระซิบบอกก่อนจะเดินอออกมาทิ้งให้เด็กสองคนนั้นร้องไห้อยู่ตรงนั้นเพราะกลัวคำขู่ของลู่เหวิน ตกเย็นไอ้เด็กพวกนี้คงไปฟ้องพ่อแม่ แต่ลู่เหวินไม่คิดจะสนใจเพราะก็ทำได้แค่ฟ้องเท่านั้นแหละ! 

 

 

 

วีรภาพหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับระหว่างที่กำลังจะขับรถไปรับลูกชายกับวิระ ซึ่งพอรับสายเนื้อหาของคนปลายสายก็ทำให้วีรภาพถอนหายใจเบาๆออกมา คนที่โทรเข้ามาเป็นคุณครูในห้องเรียนของลู่ฟาง โทรมาบอกว่าลู่เหวินไปรังแกเด็กทั้งสองคนไว้ เมื่อผู้ปกครองเด็กฝั่งนั้นรู้ก็จะเอาเรื่องให้ได้ ถ้าวีรภาพมาคนเดียวก็ยังจะพอปิดเรื่องนี้ของลูกไม่ให้วิระรู้ได้ แต่นี่วิระมาด้วยยังไงก็คงปิดไม่พ้น 

 

“มีอะไรเหรอวีร์” 

 

“เอ่อ… ลู่เหวินก่อเรื่องน่ะ พ่อแม่อีกฝั่งต้องการที่จะคุยกับเรา” 

 

“เรื่องอะไรกัน งั้นรีบๆขับรถไปเลย” ไม่รู้ว่าลู่เหวินไปทำอะไรไว้ แต่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ วิระรู้จักนิสัยลูกชายคนโตของตัวเองดี 

 

พอมาถึงโรงเรียนวิระและวีรภาพก็ถูกเชิญไปยังห้องของฝ่ายปกครองที่มีลู่เหวินและลู่ฟางนั่งรออยู่บนโซฟาและอีกฝั่งก็คงเป็นคู่กรณีของลู่เหวิน 

 

“พวกคุณเป็นพ่อแม่ของเด็กพวกนี้เหรอคะ ลูกคุณมารังแกลูกชายของพวกเรา จะรับผิดชอบยังไง” 

 

“ลู่เหวินครับ ทำจริงๆรึเปล่า” วิระหันมาถามลูกชายก่อนเป็นอย่างแรก ซึ่งลู่เหวินก็ยอมรับพร้อมกับพูดถึงเหตุผลที่ทำ 

 

“ก็เด็กพวกนั้นว่าลู่ฟาง โดนแค่นี้ยังน้อยไป” 

 

“งั้นลู่เหวินก็ต้องขอโทษน้องๆสิครับ เราไปรังแกคนที่อ่อนแอกว่าไม่ได้นะ” 

 

“ลู่เหวินไม่ขอโทษ”  

 

“พวกคุณสอนลูกคุณยังไงถึงได้เป็นเด็กแบบนี้ แย่มากเลยนะ” 

 

“หุบปากสักที จะเอาเท่าไรว่ามา เรื่องของเด็กทะเลาะกันทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต” วีรภาพพูดออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ว่ากล่าวลูกชายของตนเอง แค่ผลักเองมันจะอะไรหนักหนาแล้วมาว่าลู่ฟางก่อนแบบนี้ ก็ไม่แปลกที่จะโดนลู่เหวินทำหรอก ถึงลู่เหวินจะผิดแต่ลูกของตัวเองใช่ว่าจะถูกสักหน่อย เหอะ! 

 

“วีร์ เงียบก่อน ถ้าต้องการคำขอโทษทางเราก็ขอโทษแทนลูกชายด้วย แต่ก็หวังว่าคุณจะสอนลูกคุณเองเช่นเดียวกันว่าจะไม่พูดถึงลูกชายคนอื่นในทางไม่ดี ขอตัวก่อนนะครับถ้าต้องการเรียกร้องค่าเสียหายก็ให้ติดต่อไปที่นามบัตรนี้” วิระบอกก่อนจะวางนามบัตรของวีรภาพลงบนโต๊ะและพาลูกชายทั้งสองคนพากลับทันที เพราะอยู่ไปก็พูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว เอาแต่โวยวายอยู่แบบนั้นเดี๋ยววิระก็เผลอโมโหแล้วเหวี่ยงกลับจะลำบากพ่อแม่ของเด็กพวกนั้นเปล่าๆ 

 

ระหว่างทางที่กลับบ้านภายในรถก็มีแต่ความเงียบ ลู่ฟางเองก็มองป๊ามองม๊าและหันมามองพี่ลู่ด้วยความสงสัยว่าทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด จนในที่สุดลู่ฟางก็ทนไม่ไหวจึงส่งเสียงเอ่ยถามขึ้น 

 

“ม๊าโกรธพี่ลู่เหรอ” 

 

“เปล่าครับ” 

 

“งั้นม๊าอย่าทำหน้าดุสิ หนูกลัว”  

 

“เฮ้อ ก็ได้ครับ ไหนลู่ฟางเล่าให้ม๊าฟังหน่อยวันนี้ไปเรียนวันแรกเป็นยังไงบ้าง” 

 

“ก็น่าเบื่อ แต่ลู่ฟางมีเพื่อนแล้วนะ ชื่อลี่หมิง แต่ลี่หมิงบอกลู่ฟางว่าพี่ลู่น่ากลัวด้วย ลู่ฟางว่าไม่เห็นจะน่ากลัวเลย พี่ลู่ใจดีซื้อไอศกรีมให้ลู่ฟางกับลี่หมิงกินด้วย” 

 

“แล้วเพื่อนสองคนนั้นล่ะครับ คนที่อยู่ในห้องเมื่อกี้สนิทกับลู่ฟางมั้ย” 

 

“ลู่ฟางไม่ชอบ สองคนนั้นบอกลู่ฟางหยิ่งแถมยังเป็นใบ้ไม่ยอมพูดด้วย ลู่ฟางไม่ได้เป็นใบ้สักหน่อย แต่ลู่ฟางไม่อยากคุยด้วยนี่”  

 

วิระและวีรภาพฟังลูกชายคนเล็กเล่าเรื่องวันนี้ก็พอเดาได้ว่าลู่เหวินทำเพราะไม่ชอบให้ใครมาพูดกับน้องชายแบบนั้น แต่ถึงยังไงเรื่องนี้ลู่เหวินก็ผิดวิระคิดว่ายังไงก็ต้องลงโทษลูกชายในเรื่องครั้งนี้ เพราะถึงเราจะไม่พอใจยังไงก็อย่าไปแกล้งคนอื่นเค้าแบบนั้นอีก! 

 

 

...................................................................................................................... 

ลี่หมิงคือเพื่อนค่ะ ว่าที่แฟนน้องลู่ฟางมาตอนหน้า 55555555 

ปล. รอบเก็บตกจองได้ถึง 25 มิ.ย นี้นะคะ 

ความคิดเห็น