Manatchanok

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : special 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.2k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 13:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
special 5
แบบอักษร

 

“ขอบคุณค่ะ จุ๊บแล้วเจอกันค่ะ” ร่างบางของคนที่ผมรักก้าวลงจากรถก่อนที่จะหันมาส่งยิ้มหวานให้ผมอีกครั้งก่อนที่จะปิดประตูรถแล้วหันหลังเดินออกไป

“ปุยเมฆ” ผมลดกระจกรถลงแล้วตะโกนเรียกเธอและนั้นเลยทำให้เธอต้องหันกลับมา

“เฮียว่า”

“ปุยเมฆตัดสินใจแล้วค่ะให้ปุยเมฆได้ทำในสิ่งที่ปุยเมฆอยากทำนะคะ” นี้แหละครับปุยเมฆน้องสาวฝาแฝดของผมเธอได้นิสัยของคุณย่ามาเต็มๆครับอยู่ๆเธอก็เดินมาบอกผมกับม๊าว่าเธออยากมาทำงานที่ร้านสะดวกซื้อเหมือนกับคุณย่าตอนที่ยังไม่เจอคุณปู่

“แต่มันอันตรายนะ” ครอบครัวของเราจะรู้จักคนมากไม่ได้เพราะทุกที่คืออันตรายซึ่งผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับน้องผม

“นี้ใครคะปุยเมฆไงปุยดูแลตัวเองได้เฮียสบายใจเถอะ”

“โอเคงั้นเดี๋ยวเลิกงานโทรหาเฮีย แล้วเฮียจะมารับ”

“โอเคค่ะขอกำลังใจให้ปุยหน่อย”

“น้องสาวเฮียเก่งอยู่แล้ว ตั้งใจทำงานนะรักปุยนะ”

“บายๆค่ะ” เธอโบกมือลาผมแล้วเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อทันทีผมไม่เคยเข้าใจความคิดของน้องสาวตัวเองเลยครับ

“อ้าวมาแล้วหรอลูกส่งน้องเป็นไงบ้าง” พอกลับมาถึงบ้านม๊าก็ถามผมเลยนี้ป๊าคงยังไม่กลับสินะจริงๆผมก็ว่าจะเข้าไปช่วยงานป๊าอยุ่นะแต่ก็ยุ้งเรื่องปุยเมฆอยู่

“ม๊าดูไม่ห่วงน้องเลยนะครับ”

“ห่วงสิ แต่กว่าม๊าจะมาเจอกับป๊าม๊าก็โคตรลำบากเหมือนกัน” ผมรู้ครับม๊าเคยเล่าให้ผมฟังชีวิตคุณย่าที่ว่าเศร้าที่ว่าลำบากแล้วพอเจอชีวิตม๊าเข้าไปนี้ลำบากกว่าเยอะเลยครับ

“ผมเข้าใจแล้วครับ”

“วายุเราอยู่ปีสองแล้วนะไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรอ”

“หยุดคิดเลยม๊าผมยังไม่อยากมี อยู่กับปุยแบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว”

“จ้าๆ พี่น้องคู่นี้นินะ” ม๊าส่ายหัวให้ผมเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าไปในครัวอีกสองวันป๊าคงจะผ้าม๊าบินไปหาคุณปู่กับคุณย่าปกติแล้วเราจะไปด้วยกันแต่ปุยทำงานผมเลยไม่อยากทิ้งน้องไว้คนเดียว

ผมนั่งดูเอกสารงานต่างๆที่พอจะช่วยป๊าได้จนตอนนี้เวลาก็เลยมาจนสี่ทุ่มกว่าแล้วไม่รู้ว่าปุยเลิกงานกี่โมงไม่เห็นโทรมา

ผมเก็บเอกสารเข้าที่เพื่อเตรียมตัวไปรับปุยเมฆเพราะไม่อยากให้น้องนั่งรถกลับเองมันอันตราย

“สวัสดีค่ะเชิญค่ะ” เสียงพนักงานกล่าวสวัสดีตามหน้าที่ของร้านสดวกซื้อดังขึ้น

“ปุยเมฆเดี๋ยวยกอันนี้ไปเก็บให้พี่หน่อยนะ” ผมหันไปมองเมื่อเห็นว่ามีคนเรียกชื่อน้องสาวของตัวเอง ปุยเมฆยกหลังสีเทาที่มีของขึ้นมาถือไว้ดูท่าแล้วคงจะหนักน่าดูป๊ายังไม่ให้ปุยเมฆยกอะไรหนักเลยเลยนะเธอจะไหวหรอ

“ปุยเมฆเดี๋ยวน้ำขิงช่วย ปุยไปเก็บของรอเลยจะได้เวลาเลิกงานแล้ว” ผู้หญิงตัวเล็กผิวขาวเดินเข้าไปดึงลังออกจากปุยเมฆแล้วเดินเข้าไปด้านหลัง เธอตัวเล็กกว่าปุยเมฆเยอะมากแต่เธอดูแข็งแรง ผมยืนมองการกระทำของน้องสาวตัวเองก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปข้างหลังผมเลยเดินไปหยิบน้ำมาหนึ่งขวด ก่อนที่จะเดินไปที่เคาร์เตอร์เพื่อคิดตัง

“รับถุงมั้ยคะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“สิบสามบาทค่ะ” ผมลวงเอากระเป๋าสตางค์ออกมาเพื่อที่จะจ่ายเงินให้กับพนักงาน

“ขอโทษทีนะครับมีแต่แบงค์พัน” ผมยืนแบงค์พันให้พนักงานแล้วหันไปมองปุยเมฆที่ถือกระเป๋าออกมาแล้ว

“ปุยเมฆเหลือเงินเท่าไหร่”

“ห้าสิบบาทค่ะ” ห้าสิบผมมองน้องสาวตัวเองอย่างอึงๆผมเชื่อว่าน้องผมไม่เคยมีเงินติดตัวแค่ห้าสิบบาทแน่นอน

“น้ำขิงล่ะ”

“ยี่สิบบาทค่ะขอบคุณค่ะแล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ”

“เงินทอนค่ะ ขอบคุณค่ะโอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ”ผมรับเงินทอนมาจากพนักงานแล้วขยับตัวออกมาจากหน้าเคาร์เตอร์เล็กน้อย

“ปุยเมฆกับไงอ่า”

“เดี๋ยวมีคนมารับแล้วน้ำขิงล่ะ” เมญ่าเก็บเงินที่เอาออกมานับใส่กระเป๋าแต่ปากก็ยังคงคุยกับคนที่ชื่อน้ำขิงอยู่

“เดินดิห้องอยู่แค่นี้เองงั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”

“อืม เดี๋ยวเราซื้อของเสร็จจะโทรให้พี่มารับเหมือนกัน” นี้น้องยังมองไม่เห็นผมอีกหรอ หรือว่าผมไม่มีค่าในสายตาน้องมากพอ

ปุยเมฆเดินไปหยิบของที่ต้องซื้อแล้วเดินไปจ่ายเงินที่เคาร์เตอร์

“ 78 บาท”

“อ่าลืมไปว่าเหลือเงินแค่ห้าสิบงั้น...”

“นี้ครับ”ผมยื่นแบงค์ร้อยที่พนักงานพึ่งทอนให้ผมเมื่อครูให้กับพนักงานที่กำลังคิดเงินให้กับปุยเมฆ

“ไม่ดีเลยนะพกเงินสดแค่นี้” ผมหันไปดุน้องสาวตัวเอง

“ปกติแหละค่ะ ทำงานหาเช้ากินค่ำมีเงินใช้ไปวันๆแค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ” พนักงานคนนั้นรับเงินไปจากผมแล้วพูดขึ้น

“ที่บ้านหมดหรอ” ผมไม่ได้สนใจพนักงานแล้วหันมาถามปุยเมฆแทนเมื่อเห็นสิ่งที่น้องซื้อเพราะว่ามันคือผ้าอันมัย

“ค่ะ ปุยลืมออกไปซื้อ”

“ปุย ปุยจะใช้มั่วไม่ได้นะปุยแพ้อะไรง่ายๆปุยก็รู้” ผมเผลอดุน้องเสียงดังเลยทำให้พนังงานแล้วก็ลูกค้าคนอื่นๆหันมามองพวกเรา

“จะเสียงดังทำไมก็มันหมดจะให้ปุยทำไง ให้ใช้ใครไปซื้ออ่าดูดิมีแต่ผู้ชายทั้งนั้นเลย”เอาล่ะสิเพราะความเป็นห่วงน้องมากเกินไปของผม มันทำให้ปุยเริ่มอาการที่จะงอลผมแล้วสิครับ

“โอเคๆ ขอโทษเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปซื้อให้เอง”

“น่ารักที่สุด” ปุยเมฆยิ้มหวานออกมามันทำให้ผมโล่งอกที่เธอไม่งอลผม

“เดี๋ยวปุยถือเอง” ปุยเมฆดึงถุงถือผมถือไปยัดใส่กระเป๋าของตัวเองอย่างรวดเร็ว

“กลับก่อนนะคะ”ผมเดินตามปุยออกมาข้างนอกก่อนจะเดินนำเธอไปที่ ที่ผมจอดรถเอาไว้

“ช่วยด้วยค่ะ เอากระเป๋าฉันคืนมานะ”

“เฮียนั้นมันน้ำขิงนิ” ผมมองไปทางผู้หญิงตัวเล็กที่พยายามฉุดกระเป๋าคืนจากผู้ชายสองคนก่อนที่เธอจะล้มลงกับพื้น ก็ตัวเล็กแค่นั้นจะไปสู้แรงผู้ชายสองคนได้ไง

“หยุด” ผมเดินไปทางผู้หญิงที่ชื่อน้ำขิงก่อนที่จะดักหน้าชายสองคนนั้นเอาไว้

“ไม่เกี่ยวถอยไป”

“น้ำขิงเป็นไงบ้าง”ปุยเมฆวิ่งเข้าไปพยุงให้ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นก่อนที่จะหลบไปอีกทาง

“เอากระเป๋าคืนผู้หญิงไป”ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเพราะไม่อยากออกแรงตอนนี้

“กูบอกให้มึงถอย”

“กูบอกให้มึงคืนกระเป๋าให้ผู้หญิง” ผมชักปืนออกมาขู่มันทำให้มันชงักเล็กน้อยก่อนที่จะโยนกระเป๋าคืนให้กับคนที่ชื่อน้ำขิงอะไรนั้นแล้ววิ่งหนีออกไป

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณนะปุยเมฆ”

“ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ห้องเธออยู่ที่ไหนเดี๋ยวฉันเดินไปส่ง” ความโหดที่ได้จากป๊าความเป็นคนดีที่ได้จากม๊าทำให้ปุยเมฆสงสารน้ำขิงสินะถึงผมจะไม่ใช่คนดีเหมือนน้องสาวแต่ถ้าคนเดือดร้อนยังไงผมก็ช่วยและถ้าคนๆนั้นน้องสาวผมอยากจะช่วย

“อยู่นี้แหละชั้นสอง” ผมมองไปที่ตึกเก่าๆตรงหน้าที่ไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรเลยแถมยังเป็นตึกรวมอีกใครอยากจะเข้าก็เข้าใครอยากจะออกก็ออกแบบนั้นสินะ

เราสามคนเดินขึ้นมาชั้นสองของตึกก่อนที่น้ำขิงจะเปิดประตูห้องผมมองเข้าไปด้านในที่มีขนาดเล็กๆอยู่ได้แค่เพียงคนเดียวแถมยังมีแค่ที่นอนหมอนแล้วก็พัดลมแค่นั้น

“นั่งก่อนเข่าเธอเป็นแผล” ผมมองลงไปที่เข่าของน้ำขิงที่ตอนนี้เต็มไปด้วยแผลถลอกที่เกิดจากการล้มก่อนหน้านี้

“อืมแค่นี้เองเดี๋ยวเราทำเอง”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยว....”

“ปุย ลุกออกมา” ผมสั่งน้องที่นั่งอยู่ตรงหน้าน้ำขิง ปุยไม่ได้ขัดอะไรนอกจากลุกออกมาจามคำสั่งผม ผมเลยเดินไปนั่งลงที่ของปุยแทน

“กางเกงเธอขาด”ผมพูดแล้วมองกางเกงที่มีลอยขาด คงจะเจ็บน่าดูนี้ขนาดใส่ขายาวนะยังขาดจนเป็นแผลขนาดนี้

“ขออุปกรณ์ทำแผลหน่อย” พอผมพูดจบเธอก็เอิ่มมือไปหยิบกล่องเล็กๆบนโต๊ะข้างๆเธอมา

“เดี๋ยวฉันทำเองก็ได้ค่ะ”

“ขอโทษนะ”

“อ๊ะ” ผมขอโทษเธอแล้วฉีกกางเกงตรงลอยขาดให้มันกว้างขึ้นเพื่อให้มันสดวกต่อการทำแผล

“โทษทีมือหนักไปหน่อย”ผมหยิบสำลีชุบแอลกอฮอลล้างแผลแล้วเช็ดรอบๆแผลเพื่อทำความสะอาด

“อ๊ะ”

“แสบหน่อยนะ” ผมพูดแล้วเอาเบตาดินเทนลงบนแผลของเธอ แผลแค่นี้เดี๋ยวก็คงหาย

“โอ้ย แสบ”

“เดี๋ยวก็หายทนหน่อย” ผมพูดจบก็เอื้อมมือไปหยิบผ้าก็อตมาปิดแผลให้เธอก่อนที่จะหันไปทำแผลอีกข้างให้เธอ ใช้เวลาไม่นานมากในการทำแผลผมค้อนข้างทำแผลบ่อยอยู่แล้วเลยใช้เวลาไม่นาน

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณนะปุยเมฆที่ช่วย”

“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง”

“นี้ถ้าไม่ได้ปุยกับคุณ...”

“วายุ”ผมบอกชื่อตัวเองแล้วค้นกล่องเพื่อหายาให้เธอกินมันอาจจะปวดหนืออักเสพได้ควรกินยาไว้ก่อน

“คุณวายุช่วยเอาไว้น้ำขิงต้องแย่แน่ในนั้นมีเงินที่น้ำขิงต้องใช้ทั้งเดือนถ้าหายไปแย่แน่”

“อ๊ะนี้ กินซะ” ผมยื่นยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสพให้เธอโดยที่ไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอพูดก่อนหน้านี้เลย

“ขอบคุณค่ะ”

“นี้น้ำ” ปุยเมฆยืนน้ำให้กับน้ำขิงเธอรับมันไปก่อนที่จะกินยาที่ผมยืนให้เธอ

“กลับได้แล้วปุยเมฆ”

“เรากลับก่อนนะน้ำขิง”

 

 

มาแล้วไม่รู้จะสนุกถูกใจรีดหรือเปล่าแต่บอกเลยว่าความเงียบของวายุนั้นเป็นความเงียบที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของน้องสาวเก่งมาก

ตอนหน้าก็เป็นตอนสุดท้ายแล้วนะคะฝากติดตามเรื่องราวของทุกคนด้วยนะคะ

ปล. ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

หนึ่งไลค์ หนึ่งเม้น หนึ่งกำลังใจนะคะ

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น