เซียวเจียว
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 เกมนี้...ผมให้คุณชนะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 เกมนี้...ผมให้คุณชนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 376

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 11:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 เกมนี้...ผมให้คุณชนะ
แบบอักษร

 

 

นิพาดาเข้ามาทำงาน กับบริษัทกิตติพศร่วม 3 เดือนกว่าแล้ว เพื่อนๆ ในวงการของนิพาดา พากันตกตะลึง และตั้งคำถามเพราะเหตุใดเธอถึงยอมมาทำงานกับคนที่บีบเธอให้ลาออกจากการเป็นผู้สื่อข่าว นิพาดา มักจะให้เหตุผลพวกเพื่อนๆ รวมถึงคุณโชค ที่หมั่นโทรหาแทบทุกวัน

"เนื้องานของบริษัทคุณพศน่าสนใจว่าที่อื่นๆ มันท้าทายความสามารถของหนมดี หนมไม่ได้ดูแลแค่ภาพลักษณ์ผู้บริหาร หรือองค์กร แต่ต้องลงชุมชนดูพวก CSR ด้วยอีกอย่างบริษัทนี้ยังไม่ค่อยมีโปรเจคพัฒนาชุมชนเท่าไร หนมเลยสนใจ" นี่คือคำพูดของนิพาดา และเป็นคำตอบที่เธอบอกมาด้วยความจริงใจ ส่วนตัวแล้วเธอลืมเรื่องความบาดหมางระหว่างเธอและกิตติพศ ไปเกือบหมดแล้ว 

ในช่วงเดือนแรกของการทำงานร่วมกัน หลายคนคิดว่า 2 คนนี้น่าจะมีเรื่องกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน หรือเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่ติดตามกันมาเพื่อทวงแค้นกันในชาตินี้ ห้ำหั่นชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ยกตัวอย่างเช่น การต่อปากต่อคำระหว่างการนำเสนอโปรเจคพัฒนาชุมชนภายใต้ชื่อบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกิตติพศ ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงอยู่ในวงประชุม 6 คน เลขาอีก 2 คนนั้นก็คือ ธนาคม และ โชติกา

"คุณนิพาดา โปรเจคคุณดูธรรมดาเกินไป บริษัทไหนๆ เขาก็ทำกันแบบนี้ ผมอยากได้ไม่เหมือนที่อื่น แบบพอเห็นโครงการนี้แล้วต้องนึกถึงบริษัทผม" กิตติพศ เลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม แต่ในมุมของนิพาดา คือ กิตติพศกำลังกวนเธออยู่

แน่นอนนิพาดา เตรียมตัวมาแล้วว่าจะเจอความประสาท 1 นาทีมี 38 อารมณ์ของเจ้านายอย่างกิตติพศ เธอยิ้มเล็กน้อย และพูดว่า "แสดงว่าคุณพศ ยังอ่านไม่ถึงหน้า 84 งั้นดิฉันจะสรุปย่อๆ ให้ตามสไลค์ด้านบนนะคะ และจะอธิบายควบคู่ไปด้วย ถ้าคนอื่นเข้าใจ แต่คุณพศไม่เข้าใจ ดิฉันยินดีจะอธิบาย และทวนซ้ำค่ะ" 

"งั้นก็อธิบายมาสิ เวลาผมมีไม่มากที่จะมานั่งฟังคุณโม้ในสิ่งที่ทำไม่ได้" กิตติพศพูดแก้เก้อ เพราะความจริงเขาแทบไม่ได้อ่านโปรเจคของนิพาดาเลย ไม่ใช่ว่าไม่มีเวลา แต่เพราะเขาเชื่อใจฝีมือเธอ 

"ได้ไม่ได้ คุณพศน่าจะรู้ดีนะคะ" นิพาดายิ้มแบบผู้มีชัย เพราะเกมนี้เธอชนะ นับบวกไปเลย 1 แต้ม

ระหว่างนั้น ธนาคม และ โชติกา เปิดไลน์เพื่อทำการแชทคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

Pimmy Chotika : พี่ใหญ่ นี่สงคราม หรือประชุม งงใจ

ใหญ่ครับ : สุดยอดไปเลย ประชุมแบบนี้สิพี่ชอบ ไม่งั้นนั่งหลับ

Pimmy Chotika : งื้อ พิมพ์อยากกลับบ้านแล้ว ให้สามีกอดปลอบใจ เสียขวัญมากพูดเลย

ใหญ่ครับ : พี่ว่า 2 คนนี้เขามวยถูกคู่ดีนะ ถ้าได้เป็นแฟนกันน่าจะสนุกดี

Pimmy Chotika : อย่าหาว่านินทาเจ้านายนะคะ พักหลังๆ คุณพศ ยิ้มบ่อยเชียว แถมยังหาวิธีแกล้งน้องหนมตลอด แต่น้องฉลาดค่ะรับมือทัน 555 พิมพ์ชอบ

ใหญ่ครับ : พี่ว่าคุณพศ หวงหนมด้วยนะ วันก่อนพี่จะชวนหนมไปทานข้าวให้ไปรู้จักทีมวิศวะของบริษัท พอคุณพศ รู้นะบอกห้ามไป ห้ามชวน จะรู้จักก็ให้ไปที่บริษัท รู้จักกันก็กลับ ห้ามไปทานข้าว พี่ก็เห้ย ไม่ธรรมดา

Pimmy Chotika : นี่แหละ ปากไม่ต้องตรงกับใจชอบแกล้งเขา แต่แอบช่วยเขาอยู่

ใหญ่ครับ : ยังไงอะ

Pimmy Chotika : มีโปรเจคอีกอันที่น้องหนมทำอยู่ แต่มันติดปัญหาเรื่องผู้ใหญ่ คุณพศถึงกลับไปพบผู้ใหญ่เลยนะ ให้ช่วยเปิดทาง น้องหนมจะได้เดินโปรเจคต่อได้ พี่ใหญ่คิดดูต้องไปถึงกาญจนบุรีด้วยตัวเอง คือ พิมพ์ว่าถ้ามีปัญหาตรงนี้น้องหนมเขาก็ไปเองได้  

ใหญ่ครับ : รอฟังข่าวดีเลยครับ ได้นายหญิงใหม่เร็วๆ นี้แน่นอน

Pimmy Chotika : นั่นสิคะ 5555

 

/////

"วันนี้เปลี่ยนน้ำหอมเหรอ" กิตติพศเอ่ยถามระหว่างที่เขา และนิพาดา กำลังเดินทางไปดูพื้นที่สร้างคอนโดใหม่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านจรัญสนิทวงศ์

"เกี่ยวกับงานเหรอคะ" นิพาดาขอยียวนสักนิด 

"ก็ไม่เกี่ยวหรอก แต่น้ำหอมคุณมันทำให้ผมเวียนหัว" กิตติพศ พูดและยกมือปิดจมูก

"โอเคค่ะ พี่แหลมคะ เดี๋ยวพี่ช่วยจอดรถทางซ้ายมือข้างหน้าด้วยนะคะ"

คนขับรถของกิตติพศก็ว่านอนสอนง่าย ตบไฟเลี้ยวซ้ายและจอดทันที กิตติพศ กำลังจะถามว่าจอดทำไม นิพาดา ก็เปิดประตู เตรียมจะลงจากรถและพูดว่า "เดี๋ยวเจอกันที่โน่นเลยก็ได้ค่ะ คุณจะได้ไม่เวียนหัว" นิพาดายิ้มเล็กน้อย และกำลังจะก้าวเท้าลงจากรถ แต่กิตติพศ กลับกระชาก และคว้าตัวเธอเอาไว้ ด้วยความที่นิพาดา ตัวเล็กทำให้ร่างของเธอกระแทกเข้าไปที่อกของกิตติพศเต็มๆ เขาใช้จังหวะนั้นเอื้อมมือไปปิดประตูรถอย่างรวดเร็ว

"ใครสั่งให้เธอลงไป แหลมออกรถ" กิตติพศยังไม่ปล่อยตัวนิพาดา เขารอเวลาจนรถเคลื่อนออกไป และปล่อยตัวเธอ แต่ระหว่างที่ดึงตัวเธอไว้ เขากลับสูดกลิ่นตัวเธอให้ชุ่มปอด น้ำหอมอะไรนั้นก็แค่ข้ออ้าง น้ำหอมราคาถูกแพงเขาไม่เคยสนใจ แต่ความน่าสนใจมันอยู่ที่ว่าใครเป็นคนฉีด และกลิ่นที่ฉีดเข้ากับตัวเธอไหม

ขณะที่นิพาดายังคงงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอไม่เข้าใจว่า กิตติพศจะทำแบบนี้ทำไม ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นผู้หญิง นอกเหนือจากการเอาชนะของเขาแล้ว กิตติพศชอบทำอะไรแปลกๆ กับเธอ หรือว่า เขาจะชอบเธอ เพราะการกระทำมันส่อไปในทางนั้น นิพาดา มองค้อนกิตติพศด้วยความโกรธ แต่ฝ่ายตรงข้ามดันคิดในใจว่า "เบะปาก มองด้วยหางตาแบบนี้ มันน่ารัก เอ๊ยไม่ใช่น่านัก"

แน่นอนการกระทำของทั้ง 2 คนอยู่ในสมองของแหลม คนขับรถประจำตัวของกิตติพศแล้ว เขาแอบสังเกตการณ์กระทำของเจ้านายมาหลายครั้ง และทุกอย่างที่เห็นจะต้องถูกรายงานไปยังคุณนงลักษณ์ แม่ของกิตติพศ ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาคุณนงลักษณ์ เข้มงวดมากในเรื่องนี้มาก แหลมต้องถ่ายรูป และรายงานแทบจะทุกชั่วโมงว่า ตอนนี้กิตติพศ อยู่ไหน ทำอะไรกับใครจนกว่าจะถึงบ้าน

เมื่อถึงที่ดินริมน้ำ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเพราะมีชาวบ้านประมาณ 30 -40 คนมาชุมนุมที่หน้าไซต์ก่อสร้าง เนื่องจากไม่พอใจที่จะถูกไล่ที่ ซึ่งกิตติพศซื้อที่ดินผืนนี้มาจากเจ้าของเดิมในราคาสูงลิ่ว เขาตั้งใจทำเป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่จับกลุ่มคนระดับบน แต่ก็มีชาวบ้านส่วนหนึ่งที่เคยเช่าที่ดินตรงนี้อยู่อาศัยมานาน เมื่อเปลี่ยนเจ้าของใหม่ก็ไม่อยากย้ายออกไป พยายามต่อรองเพื่อขออยู่ต่อ ซึ่งเรื่องนี้ก็สร้างความปวดหัวให้กิตติพศไม่น้อย จะให้เขาทำตัวเป็นมาเฟียใช้กำลังไล่ชาวบ้านก็ไม่ถูก ถึงแม้เขาจะขึ้นว่าร้ายในวงการธุรกิจ แต่กลับชาวบ้านทั่วไปต้องเรียกเขาว่า "พ่อเทพบุตร"

"แบบนี้คุณจะทำยังไง" กิตติพศโยนงานหินให้นิพาดาทันที 

"ขอประเมินสถานการณ์ก่อนค่ะ เดี๋ยวให้คำตอบ" นิพาดาเดินเข้าไปปะปนกับชาวบ้าน 

หลังจากนั้นไม่นาน นิพาดา ก็เดินไปหยิบไมโครโฟน และพูดขึ้นท่ามกลางเสียงโวยวายของชาวบ้านที่ไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"สวัสดีค่ะ คุณลุง คุณป้า พี่ๆ ทุกท่าน หนูเป็นตัวแทนจากบริษัทนะคะ อยากขออนุญาตพูดคุยกับทุกคนนะคะ วันนี้ร้อนหน่อยนะคะ เดี๋ยวอีก 5 นาทีทางเราจะมีกาแฟ และชา จากร้านสตาร์บัค มีโดนัท แล้วก็ข้าวกลางวันให้ด้วยค่ะ หนูเข้าใจนะคะว่า ที่คุณลุงคุณป้ามาชุมนุมวันนี้เพราะอะไร หนูเข้าใจความรู้สึกของทุกคนดีค่ะ เราอยู่ตรงนี้มานานจะย้ายออกไปเลยก็คงจะทำใจไม่ได้ อีกอย่างหลายๆ ท่านก็ยังหาที่อยู่ไม่ได้ เอาแบบนี้ไหมคะ ใครกำลังหาที่อยู่ใหม่ ให้ไปลงทะเบียนกับพี่ผู้หญิงทางซ้ายมือ บริษัทเราจะช่วยหาที่อยู่ให้ค่ะ ไม่ไกลจากตรงนี้แน่นอน ที่สำคัญหากติดปัญหาตรงไหน บอกเจ้าหน้าที่เราได้เลยค่ะ เราจะช่วยแก้ไขให้ ซึ่งบริษัทเราจะให้ทุกท่านอยู่ตรงนี้ต่อไปอีก 3 เดือน ระหว่างนี้บริษัทเรายินดีมอบถุงยังชีพให้ค่ะ แล้วก็จะมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ อีกคนละ 2 พัน ที่สำคัญผู้สูงอายุจะได้รับเงินยังชีพคนละ 2,500 บาท เดือนหน้าคุณกิตติพศ เจ้าของบริษัทจะมามอบเงินช่วยเหลือให้นะคะ พร้อมกับมีงานเลี้ยงเล็กๆ เพื่ออำลาพื้นที่ตรงนี้กันค่ะ" ตลอดระยะเวลาที่นิพาดาพูดอยู่ น้ำเสียงและหน้าตาของเธอดูอบอุ่นและน่าฟังมาก เมื่อเธอพูดจบก็ได้รับการปรบมือจากบรรดาชาวบ้านทันที และพอใจกับสิ่งที่ได้รับ 

ทั้งนี้ จากการเก็บสำรวจของนิพาดา พบว่า ชาวบ้านรู้ดีว่ายังไงก็ต้องย้ายออก แต่พวกเขาอยากขอเวลา เพราะส่วนใหญ่ยังหาที่อยู่ใหม่ไม่ได้ และหลายคนยังขาดแคลนทุนทรัพย์ นิพาดาจึงแก้ไขปัญหานี้ด้วยการมอบทุน และให้เงินยังชีพ เพื่อที่คนเหล่านี้จะได้มีเงินจำนวนหนึ่งไปหาที่อยู่ใหม่ เธอลองคำนวณต้องทุนดูแล้ว บริษัทใช้งบประมาณไม่มาก ถ้าใช้ไม้แข็งในการยุติการชุมนุมครั้งนี้ การก่อสร้างจะยิ่งล่าช้า เพราะต้องรับมือกับชาวบ้านที่เชื่อว่าต้องเทียวไปเทียวมาในไซต์งานแน่ๆ 

เมื่ออธิบายเหตุผลทั้งหมดให้กิตติพศฟัง นิพาดาก็ถอนหายใจทันที เหนื่อยกับงานไม่เท่าไร แต่ต้องเหนื่อยกับเจ้านายที่มานั่งคุมเธอตลอดเวลา ตั้งแต่คุยกับชาวบ้านเสร็จ เธอจะคุยกับใคร กิตติพศก็พยายามแทรกตัวมายืนข้างๆ ตลอด จนเธอตัดสินใจนั่งอยู่เฉยๆ 

"ครั้งนี้ผมให้คุณชนะ เยี่ยมมาก" กิตติพศปรบมือเบาๆ ยิ้มให้นิพาดา และยักคิ้วข้างเดียว ในวูบนั้น นิพาดา รู้สึกประหลาดในหัวใจกับท่าทีของเขา เธอคิดในใจ "แกเป็นอะไรอะหนม บ้าหรือเปล่า"

 

/////

แหม ไม่มีใครยอมใครเลยนะคะ

****CSR ย่อมาจากคำว่า Corporate Social Responsibility คือ การดำเนินกิจกรรมทั้งภายใน และภายนอกองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสังคม และสิ่งแวดล้อม นึกไม่ออกก็ให้ นึกถึงการสร้างฝาย กิจกรรมปลูกป่า ให้ทุนนักเรียน เป็นต้น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น