autumnheart

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บล็อกเกอร์กับคนรู้ใจ

ชื่อตอน : บล็อกเกอร์กับคนรู้ใจ

คำค้น : ฮุนฮาน ชานแบค hunhan chanbaek

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 29

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 10:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บล็อกเกอร์กับคนรู้ใจ
แบบอักษร

 

SPECIAL CHAPTER 2 

LOVELY BLOGGER 

 

 

 

                สตูดิโอถ่ายภาพยักษ์ใหญ่ของเครือปาร์คถูกจัดแยกออกเป็นสองโซนใหญ่สำหรับการถ่ายภาพประชาสัมพันธ์โครงการยักษ์ใหญ่ที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไปได้เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดซึ่งพรีเซนเตอร์คงไม่ใช่คนไกลที่ไหนนอกเสียจากผู้บริหารทั้งสามคนพร้อมด้วยผู้บริหารจากเครือบยอนอีกหนึ่งคน

 

“ตามที่คุณมินกยูชี้แจงผมมาเราจะแยกถ่ายเป็นคู่ใช่ไหมครับ” ช่างภาพทบทวนรายละเอียดแก่ผู้บริหารทั้งสี่คนก่อนเริ่มการทำงาน

 

“ใช่ แต่คงมีสลับบ้างเพื่อความเหมาะสมอันนี้แล้วแต่สถานการณ์” ลู่หานตอบกลับ

 

“ได้ครับ แล้วส่วนของคุณลู่หานจะถ่ายของห้างสรรพสินค้า ส่วนคุณชานยอลเป็นคอนโด ถูกต้องนะครับ”

 

“อืม แต่คงมีรูปรวมด้วยตามที่เคยบอกไปแล้ว” ชานยอลกล่าวถึงรายละเอียดที่ตกหล่น

 

“ได้ครับ งั้นผมขอเริ่มถ่ายเป็นคนเดียวก่อนนะครับ ขอเป็นคุณลู่หานกับคุณแบคฮยอนเริ่มก่อนครับ” หลังจากตกลงกับช่างภาพเสร็จสิ้น คนที่ถูกเอ่ยชื่อจึงเข้าประจำตำแหน่งของตัวเองเพื่อถ่ายรูป

 

                แม้งานจะเริ่มตั้งแต่หกโมงเช้าแต่ก็ไม่สามารถทำให้ลู่หานและแบคฮยอนลดความสดใสลงได้แม้แต่น้อย พลังงานที่สื่ออกมาทางสายตาทำเอาช่างภาพทั้งสองคนเอ่ยปากชมไม่ขาด  แบคฮยอนนั่งบนเตียงพร้อมกับผมที่เซทมาราวกับเพิ่งตื่นนอนบวกกับรอยยิ้มที่สดใสทำเอารู้สึกสดชื่นอยู่ไม่น้อย

ส่วนลู่หานได้ถือถุงหิ้วสินค้ามากมายเพื่อเชิญชวนมาใช้บริการห้างสรรพสินค้า พร้อมมอบรอยยิ้มที่มีความสุขกับการจับจ่ายซื้อสินค้า

 

“คุณแบคฮยอนลองนอนดูนะครับ” เสียงช่างภาพออกคำสั่งซึ่งคนที่อยู่บนเตียงทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะทำเป็นหลับอย่างมีความสุข

 

“เมียกูนี่น่ารักจริงๆ” จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากประธานปาร์คที่ดูรูปผ่านจากจอมอนิเตอร์

 

“ของกูสวยกว่า” ประธานโอใช่ว่าจะยอมแพ้เสียที่ไหน

 

“คุณลู่หานเอาของในถุงออกมาเลยครับ ยิ้มเยอะๆเลยนะครับ” เรียกได้ว่าวางตำแหน่งได้ถูกต้องที่ให้ลู่หานมาโปรโมทห้างสรรพสินค้า เนื่องจากด้วยอาชีพที่ลู่หานทำอยู่ทำให้ดึงดูดผู้บริโภคได้ไม่ยาก

 

“มึงนี่ขี้อวดเมียจริงๆ” ชานยอลตอกกลับเซฮุน

 

“เห้อ...กูไม่น่าคบมึงเป็นเพื่อนเลยว่ะ”

 

“คุณชานยอลกับคุณเซฮุนเข้ามาถ่ายคู่กันได้เลยครับ” สองประธานจากเครือใหญ่เดินเข้าฉากทันที

 

                ชานยอลเข้าไปโอบเอวแบคฮยอนที่กำลังยืนอยู่หน้าเตาทำอาหาร ราวกับเป็นคู่รักที่ใช้ชีวิตในคอนโดนี้อย่างมีความสุข ความเป็นธรรมชาติของคนทั้งคู่ทำให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่น จัดการอุ้มคนที่ตัวเล็กกว่าไปยังโซฟาของห้องรับแขกก่อนจะวางลงอย่างเบามือ

 

“ดีมากครับคุณชานยอล ก้มลงไปอีกหน่อยครับ”

 

“อย่าเกร็งสิแบค” ท่าในตอนนี้คือแบคฮยอนนอนอยู่บนโซฟา โดยมีชานยอลคร่อมไว้ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกชนกันเล็กน้อย

 

“พี่ชานเข้ามาใกล้ไปไหม” ถามคนขี้แกล้ง

 

“ช่างภาพเขาสั่ง ภาพอาจจะออกมาดีก็ได้ ตั้งใจทำเร็ว” ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดจนคนเป็นเด็กต้องยอม

 

                ส่วนของอีกฝั่งหนึ่งไม่สามารถจะหวือหวาได้มากเนื่องจากเป็นห้างสรรพสินค้าคงไม่มีใครมายืนพลอดรักกันอย่างแน่นอน แต่ลู่หานคงลืมไปว่าอีกฝ่ายสามารถทำให้มันเกิดได้ทุกที่

 

“ลู่หานกิน” ร่างสูงยื่นแอปเปิลให้คนตัวเล็กกัดไว้เพื่อโปรโมทโซนซุปเปอร์มาร์เกตที่มากไปด้วยของกินสาระพัดอย่าง

 

“ฝั่งนั้นเขาถ่ายพรีเวดดิ้งหรือไงกัน” อดจะบ่นไม่ได้เมื่อเห็นอีกคู่แทบจะจูบกันอยู่รอมร่อ

 

“อยากได้บ้างไหม” เซฮุนถามคนที่เอาแต่มองอีกคู่

 

“หืม...” ช็อคโกแลคหนึ่งบาร์ถูกคาบไว้โดยร่างสูงก่อนจะชี้นิ้วเป็นเชิงให้คนตัวเล็กคาบไว้อีกฝั่ง

 

“ดีครับ ใกล้อีกนิดนะครับ!” หลังได้รับคำชมคนตัวสูงจัดการอุ้มอีกฝ่ายในท่าเจ้าสาวทันทีโดยมืออีกข้างของลู่หานถือตะกร้าสำหรับใส่ของส่วนอีกข้างโอบรอบคอเขาไว้

 

“หวานพอยัง” ร้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งมายังลู่หาน

 

“พะ..พอแล้วนี่ห้างนะ ไม่ต้องขนาดนี้”

 

“คู่นั้นจะจูบกันแล้วนะ เราไม่อยากได้บ้างหรอ” เซฮุนพยายามหลอกล่อให้อีกคนยอมอ่อนโอน

 

“ช่างเขาสิ”

 

“เราต้องทำบ้าง” เซฮุนจัดการอุ้มอีกคนไว้ทำเอาอีกฝ่ายต้องใช้ขาเกี่ยวรอบเอวเพื่อไม่ให้ตนเองตกลงมา

 

“พี่เซฮุนทำอะไร!”

 

“สวยครับ คุณลู่หานยิ้มหน่อยครับ” แม้จะขัดขืนอยู่บ้างแต่รูปที่เห็นจากมอนิเตอร์ออกมาดีอยู่ไม่น้อย

 

“ยื่นหน้าผากเรามา” ร่างสูงออกคำสั่งก่อนจะนำมะเขือเทศคั่นไว้ระหว่างหน้าผากของเขาและลู่หาน ดวงตาหวานหลุบตาต่ำลงไม่กล้าแม้แต่จะสบตา

 

“มองพี่...ถ้าไม่มองปล่อยตกนะ” พูดทีเล่นทีจริงทำเอาคนที่ถูกอุ้มต้องยอมทำตาม

 

“เตียงมีนะคุณเซฮุนเอาไหมครับ” ชานยอลอดจะแซวไม่ได้เมื่อคู่ของตนเองถ่ายเสร็จก่อน

 

“เกรงใจครับ พอดีที่ห้องมี” รอยยิ้มยียวนส่งออกไปยังเพื่อนตนทันที

 

“โอ้ย!! เราตีพี่ทำไม”

 

“พูดอะไรเล่า!!”

 

“ถ้าเราเขินเราก็พูดว่าเขินไม่ใช่ตีแบบนี้” วันแรกที่ลู่หานสู้เซฮุนไม่ได้อย่างไรมาถึงวันนี้ก็ยังคงเดิม

 

                หลังจากการรวมตัวของผู้บริหารทั้งสี่คนเสร็จสิ้นลง ชานยอลเรียกผู้เป็นน้องชายมาคุยก่อนจะออกไปดูงานก่อสร้างพร้อมกับเพื่อนสนิทของตนเอง

 

“พี่ชานมีอะไร” ลู่หานถามผู้เป็นพี่ชายหลังจากเข้ามายังห้องทำงาน

 

“พี่ไม่รู้ว่าไอเซย์มันบอกเราหรือยัง”

 

“เรื่องของมึงไม่ใช่กู ทำไมกูต้องบอก” เซฮุนรีบบอกปัดเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

 

“พี่ชานอย่าลีลาเดี๋ยวลู่ต้องไปงานกับแบคอีก เดี๋ยวไปสาย” สบตาผู้เป็นพี่ชายอย่างไม่สบอารมณ์

 

“พี่กับแบคฮยอนเราจะแต่งงานกัน” ก่อนจะคว้ามือคนรักที่สวมแหวนที่ตนมอบให้เพื่อจับจองให้ผู้เป็นน้องดู

 

“ห้ะ!!! ตอนไหน ไปขอตอนไหน” ดวงตาหวานเบิกกว้างทันทีที่เห็นแหวนเพชรเม็ดโตบนนิ้วมือ

 

“อาทิตย์ที่แล้ว ตอนเราไปบาหลี” เนื่องจากภูมิภาคที่ลู่หานไปค่อนข้างกันดารและไร้ซึ่งสัญญาณโทรศัพท์ทำให้เขาไม่สามารถบอกได้

 

“ลู่ไปแค่ 5 วันแล้วทำไมตอนลู่กลับถึงไม่บอก” สีหน้าน้อยใจแสดงออกมาอย่างชัดเจน

 

“ก็พี่ตั้งใจมาบอกเราต่อหน้าไม่อยากบอกผ่านโทรศัพท์” คนเป็นพี่พยายามอธิบาย

 

“พี่เซฮุนรู้ก็ไม่บอก คือจะให้ลู่ตัดชุดไปงานที่เดียวเลยใช่ไหม”

 

“พี่คิดว่าไอชานคงอยากบอกเองมากกว่า”

 

“พี่ลู่อย่าโกรธพี่ชานเลยนะครับ ยังไม่มีฤกษ์เลยครับแค่จองไว้เฉยๆ” แบคฮยอนพยายามช่วยแก้ต่าง

 

“เอาเป็นว่าเย็นนี้พี่พาเราไปเลี้ยงเป็นการไถ่โทษ ไปกันสี่คนนี่แหละ”

 

“ที่ไหน” ถ้าหากข้อเสนอดี เขาอาจจะยอมโกรธพี่ชานยอลน้อยลง

 

“บนเรือ”

 

“อยากให้ลู่ไปจริงใช่ไหม ใจจจริงจะสวีทกันสองคนใช่ไหม”

 

“พี่ตั้งใจไว้แต่แรกแล้วไปด้วยกันนี่แหละ เราไปกับแบคฮยอนได้เลย ส่วนพี่กับไอเซย์ตามไปทีหลัง”

 

“โอเคยอมก็ได้”

 

                ก่อนถึงเวลานัดหมายร่างเล็กทั้งสองคนได้กลับไปเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมตัวไปดินเนอร์ตามที่ตกลงกันไว้

 

“พี่ลู่แต่งน่ารักมากเลยครับ” แบคฮยอนเอ่ยปากชม ลู่หานใส่เชิ้ตสีขาวพร้อมกางเกงรัดรูปสีขาวเพื่อโชว์สัดส่วนแม้จะแต่งเรียบง่ายแต่กลับดูโดดเด่นออกมา

 

“ไม่หรอก เราน่ารักกว่าเยอะ” แบคฮยอนมาในเสื้อไหมพรมสีน้ำตาลอ่อนกับเกงสีดำรัดรูปเช่นกัน เมื่อทั้งสองคนเดินคู่กันทำเอาเป็นที่จับจ้องได้ไม่ยาก

 

“แบคว่าเรารีบไปกันดีกว่า พวกพี่เขาอาจจะไปรอแล้ว”

 

                เรือดินเนอร์สุดหรูจอดเทียบท่าเพื่อต้อนรับแขกคนพิเศษทั้งสี่คน พนักงานต่างผายมือเชื้อเชิญร่างเล็กทั้งสองคนไปยังโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ โต๊ะอาหารขนาดสี่คนนั่งพอดีถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ไฟมากมายถูกประดับไว้ตามบริเวณต่างๆของเรือ

 

                สายลมที่พัดผ่านมาทำเอาคนที่นั่งอยู่ต้องกอดแขนตัวเองไว้เพื่อความอบอุ่น ท้องฟ้าที่เริ่มแสงดาวทอประกายทำเอารู้สึกอบอุ่นหัวใจอยู่ไม่น้อย

 

“เมื่อไหร่สองคนนั้นจะมา” ลู่หานถามขึ้นเมื่อสังเกตว่าเรือเริ่มห่างจากท่าไปเรื่อยๆแต่กลับไร้วี่แววคนที่นัดตนไว้

 

“เห็นพี่ชานบอกว่าคงมาไม่ทันจะให้เรือจอดรับที่ท่าตรงก่อสร้างเลยครับ” แบคฮยอนอธิบายให้อีกคนรู้

 

“นี่ต้องรอเก้องั้นสิ”  แบคฮยอนไม่ได้ตอบเพียงแต่พยักหน้าเท่านั้น

 

                หลังจากล่องเรือมาได้สักระยะหนึ่งคนที่นัดหมายไว้ได้ขึ้นเรือมาตามที่แบคฮยอนบอกไว้ แต่ลู่หานกลับไม่เห็นคนรักของตนเองแม้แต่เงา ทำไมพี่ชานยอลขึ้นมาคนเดียวกัน เมื่อคนเป็นพี่ชายเดินขึ้นมายังดาดฟ้าของเรือ คำถามที่คิดไว้ถูกถามออกมาทันที

 

“พี่ชานแล้วพี่เซฮุนไม่มาหรอ”

 

“ไอเซย์งานผิดแผนนิดหน่อยเลยมาไม่ได้” ชานยอลตอบคนเป็นน้องที่สีหน้าเริ่มหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

 

“เดี๋ยวแบคไปบอกพนักงานให้เตรียมอาหารเลยนะครับ” แบคฮยอนปลีกตัวออกไปเพื่อให้สองพี่น้องได้คุยกัน

 

“ลู่หาน”

 

“หืม”

 

“พี่รักเรามากรู้ใช่ไหม” พี่ชานยอลต้องการจะสื่ออะไร

 

“ครับ แล้วทำไมจะปลอบอะไร ลู่ไม่ได้เป็นอะไร”

 

“แค่พี่เห็นหน้าพี่ก็รู้แล้วว่าเราไม่โอเค ไอเซย์มันฝากมาขอโทษเราด้วย”

 

“ไม่เป็นไรลู่เข้าใจ” ลู่หานตอบอย่างไม่ให้คนเป็นพี่รู้สึกเป็นห่วงเขา

 

“ตั้งแต่เด็กจนโต เรารู้ไหมพี่หวงเรามากพี่ไม่เคยเปิดทางให้ผู้ชายคนไหนง่ายๆ แต่...”

 

“อะไรจะมาย้อนความหลังหรือไง” ลู่หานสบตาชานยอล

 

“ฟังก่อน...แต่พี่รู้สึกว่าคนที่ผ่านมาของเรายังไม่เท่าเซฮุนที่เราทั้งร้อง ทั้งหงอยแบบนี้ แสดงว่าคนนี้เกินกว่าคนอื่นๆใช่ไหม”

 

“คงใช่...ไม่รู้เหมือนกันแต่คงเพราะอยู่ด้วย เจอกันเกือบทุกวันมั้ง” ลู่หานตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

“พี่โอเคกับมันทุกอย่าง ยกเว้นแค่ตอนที่มันทำเราเสียใจแต่อันนั้นมันเป็นความผิดพี่ด้วย”

 

“คงงั้น”

 

“ถ้าพี่จะหาใครสักคนที่มาแทนพี่ได้...มันคงเป็นคนที่พี่ไว้ใจมากที่สุดแล้ว” ชานยอลพูดด้วยความจริงใจในเมื่อตอนนี้น้องชายของเขาโตมากพอที่เขาควรยกหน้าที่นี้ให้กับคนรักของน้องได้แล้ว

 

“ทำได้หรือไง พี่ชานหวงลู่จะตายไป” ลู่หานหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“นั่นสิ...พี่ถึงต้องคอยถามเราเวลาเราไม่โอเค เพราะเราชอบปากแข็งไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไรรวมถึงตอนนี้ที่เรากำลังหงอยด้วย”  

 

“ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดี”

 

“ถึงพี่จะใกล้แต่งงานกับแบคฮยอนแล้วแต่พี่ก็จะยังเป็นห่วงเราเสมอ ไม่ว่าจะยังไงก็ตามเข้าใจใช่ไหม” มือหนาเอื้อมไปวางบนศีรษะคนเป็นน้องก่อนจะโยกไปมา

 

“พูด...อะไรเล่า” น้ำเสียงติดสั่นเครือถูกส่งผ่านออกมา

 

“อย่างน้อยพี่ก็วางใจได้ว่าถ้าเราเดือดร้อน เราจะได้มีคนช่วยอยู่อีกหนึ่งคนไง” ชานยอลยิ้มอย่างอบอุ่น

 

“ลู่ไม่ได้โกรธที่พี่จะแต่งงานนะไม่ต้องมาอธิบายอะไรหรอก”

 

“พี่รู้ พี่แค่อยากพูดให้เรารู้ว่าถ้าคิดว่าคนนี้ใช่ก็รักษาเขาไว้ดีๆ มากอดหน่อยจะร้องแล้วเรา” ก่อนทั้งสองคนจะลุกขึ้นเพื่อกอดกัน ความรู้สึกของพี่น้องส่งผ่านถึงกันและกันได้อย่างดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่คนนี้มักจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ

 

“มาซึ้งอะไรวันนี้กันพี่ชาน” ก่อนจะแกล้งตีไหล่คนเป็นพี่เบาๆ

 

“มานี่หน่อยสิ” ชานยอลยื่นแขนเพื่อให้น้องชายควงซึ่งอีกคนไม่ได้ขัดอะไร ถึงแบคฮยอนมาเห็นก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

 

“อะ...อ้าว” เสียงอุทานขึ้นเมื่อหันหลังกลับมาพบคนรักที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับแบคฮยอนที่ยืนส่งยิ้มมาให้

 

“พี่จะพาเราเดินไปถึงตรงนั้น” น้ำเสียงอบอุ่นส่งมายังลู่หานที่ตอนนี้กำลังเรียบเรียงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ความคิดมากมายกำลังตีรวนกันอยู่อย่างสับสน

 

“คะ...คืออะไร” ชานยอลไม่ตอบเพียงแต่พาเดินไปจนถึงที่ที่คนรักของน้องชายตนเองรออยู่

 

“ลู่หาน” เสียงของเซฮุนเอ่ยเรียกชื่อคนตัวเล็กตรงหน้าให้หลุดจากภวังค์

 

“ดะ...เดี๋ยว”

 

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลายๆเดือนที่ผ่านมา พี่เชื่อว่ามันมากพอที่จะพิสูจน์แล้วว่าพี่รักเรามากแค่ไหนและเรารักกันมากแค่ไหน” มือหนากอบกุมมือบางที่สั่นเล็กน้อยไว้

 

“…”

 

“ไม่ว่าจะมีอะไรหรือเกิดอันตรายแค่ไหนกับเรา พี่จะปกป้องเราเสมอเหมือนกับหลายๆครั้งที่ผ่านมา”

 

“อือ” นานเหลือเกินกว่าจะหาเสียงของตัวเองเจอ

 

“รู้ไหมว่าคุณน้าอึนจีกับคุณน้าจินยองเก่งมากเลยนะ ที่ทำให้มีคนที่น่ารักได้ขนาดนี้บนโลก...น่ารักจนพี่ยังต้องยอมให้ทุกอย่าง”

 

“อือ..ฮรึก” หยดน้ำตาที่กลั้นไว้แทบพังทลายลงมาเต็มที่

 

“ชานยอลก็ดูแลเรามาดีมาก ดีจนพี่กลัวว่าพี่อาจจะดูแลเราได้ไม่ดีแต่ถึงยังไงพี่ก็ยังอยากจะดูแลเราให้เท่าที่พี่จะทำได้ อยากดูแลไปตลอด” ร่างสูงค่อยๆคุกเข่าลงข้างหนึ่งก่อนจะควานหากล่องที่เตรียมไว้ในเสื้อสูทสั่งตัดเนื้อดี

 

“ฮรึก...ฮือ...”

 

“แต่งงานกับพี่นะครับ...ลู่หาน” แหวนเพชรเม็ดงามปรากฏแก่สายตาของลู่หานทันที แม้ว่าจะมีน้ำตาบดบังการมองเห็นก็ตาม

 

“คนบ้า...”

 

“แต่งไหม” เซฮุนยิ้มให้คนตรงหน้า

 

“แต่ง” แหวนเพชรเม็ดงามถูกสวมเข้าที่นิ้วเล็กได้อย่างพอดี ก่อนที่คนทั้งสองคนจะโผกอดเข้าหากันอย่างแนบแน่น

 

“พูดแล้วห้ามคืนคำนะ”

 

“อือรู้แล้ว”

 

                แผนทั้งหมดถูกคิดขึ้นโดยชานยอลและเซฮุนอีกครั้ง ในความเป็นจริงเซฮุนมารอเป็นเวลาสองชั่วโมงในเรือก่อนที่ทุกคนจะมาโดยแผนครั้งนี้สำเร็จได้เพราะ ความร่วมมือจากทั้งเพื่อนของตน แบคฮยอน และพนักงานบนเรือทุกคน

 

“พวกพี่นี่เจ้าแผนการจริงๆนะ” อดจะต่อว่าไม่ได้

 

“กินเยอะๆนะลู่หาน มื้อนี้ไอเซย์เป็นคนจัดการ พี่ไม่เกี่ยว”

 

“เดี๋ยวเหอะมึง” เซฮุนตอกกลับ

 

“กูแต่งก่อนนะเว้ยอย่าชิงแต่งก่อนกู”

 

“กูไปคุยกับคุณน้ามาแล้ว”

 

“เป็นไง”

 

“ท่านบอกว่า...พร้อมกันจะดีมาก”

 

“ไม่!!”

 

“กูตกลงไปแล้ว มึงไม่ต้องกลัวกูแย่งความหล่อหรอกเพราะ ทุกวันนี้มึงหล่อน้อยกว่ากูอยู่แล้ว” เซฮุนแกล้งแหย่ชานยอล

 

“ลู่หานคิดดีแล้วใช่ไหมว่าจะเอามัน” เมื่อหาทางตอกกลับไม่ได้จึงหันไปพึ่งพาน้องชายตนเองแทน

 

“พี่ชาน...ลู่ชอบพี่แค่ตอนที่ปกป้องลู่นี่แหละ ที่เหลือคือพี่ไร้สาระมาก” เสียงหัวเราะดังขึ้นทันทีหลังจบประโยคนั้น

 

“แบคเห็นด้วยครับ ฮ่าๆ”

 

“เดี๋ยวโดนๆ” บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและครึกครื้นทำให้คนทั้งสี่คนอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ตลอดเวลาที่นั่งรับประทานอาหารร่วมกัน

 

“ลู่หานมากับพี่หน่อย”

 

                ต่างฝ่ายต่างแยกคู่เพื่อใช้เวลาร่วมกัน เซฮุนพาอีกฝ่ายมายังอีกฝั่งของเรือเพื่อเตรียมดูสิ่งที่เขายังจัดเตรียมไว้ให้ลู่หานอีกหนึ่งอย่าง

 

“พี่มีอะไรให้เราดู” มือหนาเอื้อมมาปิดตาบนใบหน้าหวาน

 

“เริ่มเลย” ก่อนจะออกคำสั่งให้ใครสักคนซึ่งลู่หานไม่อาจทราบได้

 

                หลังจากออกคำสั่งเสร็จเรียบร้อยมือหนาค่อยๆคลายออก ปรากฏภาพพลุบนท้องฟ้าเป็นสีสันสวยงามมากมาย ราวกับกำลังเฉลิมฉลองกับความรักในครั้งนี้ของคนทั้งคู่ ลู่หานอดจะยิ้มไม่ได้กับภาพตรงหน้านั้น

 

                ใบหน้าหวานที่ยิ้มแย้มสะท้อนถึงความสดใสออกมาอย่างชัดเจน แววตาคู่สวยจ้องมองไปบนท้องฟ้าที่ถูกแต่งแต้มสีสันไปด้วยพลุอย่างตื่นตา

 

“ชอบไหม”

 

“ชอบ”

 

“แล้วพี่ล่ะ”

 

“ไม่ได้ชอบ”

 

“…”

 

“แต่รัก”

 

                สิ้นสุดคำนั้นมือหนาค่อยประคองใบหน้าเล็กให้จ้องมองใบหน้าของตน ก่อนจะค่อยเคลื่อนริมฝีปากแตะลงบนหน้าผากสวย ใช้ปลายจมูกไล่ลงมาจนชนเข้ากับอวัยวะเดียวกันของอีกคนคลอเคลียเล็กน้อย และจบลงที่เดิมอย่างเช่นเคยที่ริมฝีปากแต่ครั้งนี้กลับไร้ซึ่งการรุกล้ำมีเพียงการแตะเบาๆ เพื่อส่งผ่านความรู้สึกที่มีให้ซึ่งกันและกัน

 

                มือเล็กโอบรอบคอคนตัวสูงไว้อย่างหาที่พึ่งพิง จูบในครั้งนี้แม้ไม่หนักหน่วงเท่าที่ผ่านมาแต่กลับกินใจคนทั้งคู่ได้ไม่ยาก ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา หากแต่มองตากันกลับรับรู้ได้ถึงถ้อยคำที่ต้องการจะสื่อออกไป คงไม่มีโชคดีได้มากกว่าเขาทั้งคู่แล้ว เพราะโอ เซฮุนรักลู่หานยิ่งกว่าชีวิต และปาร์ค ลู่หานก็รักเซฮุนยิ่งกว่าชีวิตเช่นกัน...

 

-------------------------------------------- 

 

สเปเชียลครบแล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามทั้งหมดนะคะเราเคยขอบคุณไปรอบนึงแล้วแต่อยากขอบคุณอีกครั้งจริงๆค่ะ ส่วนเรื่อง ss2 ถ้าเราลง DEK-D ครบเราจะนำมาลงในนี้ต่อค่ะ

 

#บล็อกเกอร์ลู่หาน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}