Lion-S

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 ผู้ช่วยคนใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ผู้ช่วยคนใหม่

คำค้น : ิbleach fanfic เบียคุยะ ฮิสึกายะ อุคิทาเกะ บลีชเทะมรณะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 33

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 02:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ผู้ช่วยคนใหม่
แบบอักษร

 

        ดวงตะวันลับขอบฟ้าไป  ความเงียบสงบในตอนกลางคืนและความมืดมิดภายในห้อง ร่างของชายผมยาวสลวยสีขาวที่นอนอยู่บนที่นอนและร่างบางของหญิงสาวผมน้ำตาลยาวสวยนอนอยู่บนเสื่อทาทามิ ข้างๆกายของร่างสูง  เวลาผ่านไปนานจนท้องฟ้ามืดมิด มีเวลาพอให้ชายผู้ป่วยได้สติฟื้นจากไข้

                ร่างของคนบนที่นอนเริ่มลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ พบว่าห้องนั้นมืดไปหมด แขนแกร่งค่อยๆพยุงตัวขึ้นนั่ง พร้อมกับจับผ้าที่โพกอยู่ศีรษะตนออก พลางเริ่มสงสัยว่าใครเป็นคนดูแลตน

//ใครมาคอยดูแลข้ากัน...คิโยเนะหรือเซนทาโร่หรอ ไม่สิ หรือคุจิกิ...คงไม่ใช่  เพราะสามคนนั่นไปทำงานแทนข้านี่นา พรุ่งนี้ถึงจะกลับ....แล้วใครกันล่ะ//

            ในขณะที่คิดสงสัย  มือก็พลางคลำหาโคมไฟใกล้ๆ เพื่อจุดแสงสว่าง  ไม่นานภายในห้องก็มีแสงสว่างพอให้จ้าจนมองเห็นทั่วห้อง  เมื่อเจ้าตัวหันมาอีกฝั่งของที่นอนตน ดวงตาสีน้ำตาลก็เบิกกว้างเพราะความตกใจ  ร่างหญิงสาวในชุดสีขาวพร้อมผมยาวสลวยสีน้ำตาลและใบหน้าสวยงามในยามหลับ

            //นะ...นี่...ผู้หญิงคนนั้นนี่//  อุคิทาเกะรีบละสายตาไปจากใบหน้าของหญิงสาว  ใจของเขาเริ่มเต้นแรง  ดังนั้นตนจึงรีบตั้งสติแต่ไม่นานร่างบางของหญิงสาวก็เริ่มขยับตัว

            //นางได้สติแล้ว ข้าควรทำยังไงดี....//

            ชานะรีบลุกขึ้นมาและสำรวจความเรียบร้อยของตนเอง จากนั้นจึงรีบอธิบายเรื่องราวทั้งหมด 

“คะ..คุณอุคิทาเกะ ฉันขอโทษค่ะที่หลับไป”

“มะ..ไม่เป็นไร  นี่เกิดอะไรขึ้นล่ะ”

“เอ่อ  คุณเป็นไข้ค่ะ  และฉันก็มีธุระมาหาคุณพอดี ฉันไม่รู้จะตามหาใครให้มาช่วย เลยเช็ดตัวให้คุณ...แล้วตอนนี้ไข้ลดแล้วใช่มั้ยคะ”

“อะ..อืม  ลดแล้วล่ะ ขอบใจเจ้ามากนะ”  ว่าแล้วชายหนุ่มก็ยิ้มให้หญิงสาวแทนคำขอบคุณ

            เธอไม่ยิ้มตอบใดๆ เพียงแค่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น...

“แล้วเจ้ามีธุระอะไรหรอ  รึว่าเจ้าต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า บอกข้าได้เลยนะ”

“เปล่าหรอกค่ะ...ฉันแค่จะมาขอบคุณที่ช่วยฉันไว้และก็มาขอลาค่ะ”

“ละ..ลาหรอ เจ้าจะลาไปที่ไหน”

“ฉันจะไปจากที่นี่ค่ะ  เพราะตอนนี้ฉันหายดีแล้ว” ชายหนุ่มเริ่มคิดกังวลใจโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ

“ทำไมล่ะ  เจ้าอยู่ที่นี่ต่อก็ได้นี่ เจ้าต้องการอะไรบอกข้ามาได้เลย”

“ฉันรู้ค่ะ คุณอุคิทาเกะเป็นคนใจดีอย่างที่คุณลูเคียบอก  แต่ฉันเป็นวิญญาณธรรมดา ฉันก็ต้องไปอยู่ที่ลูคอนสิคะเพราะที่นี่คือเซเรเทย์ ที่อยู่ของเหล่ายมทูต”

“แต่ข้า...ข้าอยากให้เจ้าอยู่ที่นี่ก่อน”

“ทำไมล่ะคะ  ฉันหายดีแล้วจริงๆค่ะ”

“พะ...เพราะหากเจ้าคิดทำร้ายตัวเองอีกไง”

“ฉันไม่คิดแบบนั้นแล้วล่ะค่ะ  ถึงตอนนี้จะยังคิดไม่ออกว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร แต่ฉันก็จะอยู่ต่อไป...เพื่อสักวันจะรู้คำตอบ  ฉะนั้นฉันคงต้องไปแล้วล่ะค่ะ”

“ดะ...เดี๋ยวก่อน  เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอ”  ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงไม่อยากให้หญิงผู้นี้จากไปไหน

“ขอโทษนะคะ ฉันไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ไปทำไมอีกอย่างการอยู่ในที่ๆ มีแต่ยมทูตแบบนี้ คงไม่ดีหรอกค่ะ เพราะฉันไม่ใช่ยมทูต ถึงอยู่ไปก็ทำประโยชน์ให้ใครไม่ได้”

            อุคิทาเกะเริ่มครุ่นคิดอยู่สักพักถึงสิ่งที่หญิงตรงหน้ากล่าว  จึงยื่นข้อเสนอต่อไปว่า..

“ถ้าเช่นนั้น  ข้าจะให้งานแก่เจ้า...มาเป็นผู้ดูแลข้า”

“จะดีหรอคะ ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง อีกอย่างคุณก็มีคนดูแลอยู่แล้ว”

“หากเจ้าหมายถึงคิโยเนะ เซนทาโร่หรือคุจิกิล่ะก็  อย่าห่วงเลย...การที่เจ้ามาดูแลข้าแทน นั่นทำให้พวกเขามีเวลาทำงานมากขึ้นและจะได้ไม่ต้องมาเป็นห่วงข้าด้วย ส่วนเรื่องการทำงาน เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกนะ..แม้เจ้าจะไม่ใช่ยมทูต เจ้าก็เป็นคนดูแลส่วนตัวของข้า นั่นก็เป็นงานเหมือนกัน”

“ฉะ...ฉันคงทำไม่ได้หรอกค่ะ คุณหาคนใหม่แทนเถอะนะคะ”

            เพราะความเกรงใจคนตรงหน้า และความหลังที่ทำให้ตนเองหมดความเชื่อมั่นในตนเอง การคาดหวังต่างๆ ทำให้คิดไปว่าตนเองไม่มีค่ามากพอให้คนดีๆ แบบนี้มาไว้ใจ ความสับสนในใจเริ่มก่อตัว ความลังเลต่างๆเริ่มเข้ามาในจิตใจ

            มือที่สั่นเทา ดวงตาเริ่มเหม่อลอย ภาพเหล่านี้ถูกอุคิทาเกะสังเกตอยู่ไม่ห่าง ตอนนี้เขาพอเริ่มเดาใจของฝ่ายหญิงออกแล้ว ว่าเธอกังวลใจ ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง

“เจ้าอย่ากังวลใจไปเลย  ข้าเองก็อยากมีเพื่อนไว้คุยยามที่ต้องนอนโทรมอยู่คนเดียว...มันไม่ดีเลยที่ต้องอยู่คนเดียว”

            ยามที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับงาน  การฝึกต่างๆ ชายผู้นี้ก็ต้องนอนพักในวังนี้เสมอ หากออกไปทำอะไรหนักๆ อาการก็จะทรุดหนัก เขารู้สังขารตนเองดี สามวันดีสี่วันไข้...ชีวิตที่ไม่แน่นอนใดๆ บ่อยครั้งก็ทำให้เขากลัวๆ ความตายที่จะเข้ามาเยือน รวมทั้งกลัวความโดดเดี่ยว และเพราะเหตุนี้ตนจึงต้องคอยยิ้มปลอบใจและกัดฟันสู้มาจนถึงทุกวันนี้  เขามีเพื่อนที่คอยให้กำลังใจมาตลอด  ร่างกายเหล่านี้จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อเขาเลย

            ดวงตาของอุคิทาเกะจากที่ร่าเริงและสดใสมาตลอด ตอนนี้เริ่มหม่นหมองจนหญิงสาวสังเกตได้...

“คุณรู้สึกแบบนั้นเองหรอคะ...ก็ได้ค่ะ  ฉันจะเป็นคนดูแลคุณเอง”

“จริงหรอ...ขอบใจเจ้ามากนะ ข้าดีใจจริงๆ”  ชายหนุ่มดีใจและยิ้มออกมาอย่างจริงใจให้แก่คนตรงหน้า

“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างหรอคะ  ช่วยชี้แจงได้ไหม...เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าต้องดูแลคุณแบบไหน เพราะคุณเองก็เป็นหัวหน้าหน่วย...ฉันกลัวทำได้ไม่ดีน่ะค่ะ”

“ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องกังวล  เจ้าเพียงแค่คอยตามไปดูแลข้า และทำตามคำสั่งข้าก็เท่านั้นเอง”

“ค่ะ...ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ฉันคงต้องไปแล้ว  คุณต้องพักผ่อน”

“เดี๋ยวสิ...ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า”

“เรื่องอะไรคะ”

“ทำไมตอนนั้น  เจ้าถึงทำร้ายตัวเองล่ะ ตอนนี้เจ้าก็ได้ตายแล้วแล้วทำไมถึงอยากจะตายไปอีกล่ะ ข้าไม่เข้าใจ”

            หญิงสาวชะงักกับคำถามของผู้อยู่เบื้องหน้า  อดีตที่แสนเจ็บปวดของเธอทำให้เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ  อยากลืมเรื่องราวทุกอย่างไป

“ฉันต้องไปแล้วค่ะ...ราตรีสวัสดิ์”

            หญิงสาวเลี่ยงไม่ขอพูดเรื่องใดๆ แก่คนตรงหน้า  ฝีเท้ารีบเดินออกไปจากห้องทันที เสียงปิดประตูครั้งสุดท้าย ทำให้ชายหนุ่มอยู่ในห้องเพียงลำพัง...พร้อมกับความสงสัยมากมายในจิตใจ  ทั้งเรื่องของหญิงสาวผู้นั้นและ....สิ่งแปลกๆที่กำลังเกิดขึ้นในหัวใจตนเอง....

            ในตอนเช้าวันใหม่ แสงแดดรำไร ลมอ่อนโชยมาแตะผิวขาวเนียนของร่างหญิงสาว แม้ตนจะไม่ใช่ยมทูตแต่ก็ต้องสวมใส่ชุดยมทูตเพื่อบ่งบอกว่าทำงานอยู่ในเซเรเทย์ 

“เจ้าพร้อมหรือยังชานะ”  เสียงใสของลูเคียที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากการทำงาน และได้รับฟังเรื่องทุกอย่างจากหัวหน้าของตนที่มอบหมายในหญิงนาม โนยูดะ ชานะ มาเป็นคนดูแลส่วนตัว โดยอ้างว่าจะได้ลูเคีย คิโยเนะและเซนทาโร่จะได้ทำงานสำคัญๆ ของหน่วยโดยไม่ต้องมาเป็นห่วงเขา ซึ่งทั้งสามคนก็ยอมรับแต่โดยดี

“พร้อมแล้วค่ะคุณลูเคีย”  หญิงสาวในชุดสีดำของยมทูต พร้อมกับผมยาวที่ได้มัดรวบไว้ข้างหลัง เพื่อไม่ให้เกะกะในขณะทำงาน

“ไปกันเถอะ  หัวหน้าคงรออยู่”

            ร่างสาวทั้งสองเดินไปที่ห้องทำงานของอุคิทาเกะ แต่ในขณะเดินไปก็มีบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างกันและกัน

“ชานะ  ข้าดีใจนะที่เจ้าอยู่ที่นี่”   หญิงสาวผมดำเอ่ยขึ้น

“ค่ะ  ฉันเองก็อยากจะหาคำตอบ  แบบที่คุณลูเคียบอก”

“ฮ่ะๆๆๆ ข้าเองก็ขอฝากหัวหน้าด้วยนะ....แล้วเรื่องของเจ้าล่ะ  เจ้ายัง....เอ่อ..ข้าหมายถึง..เจ้ายังคิดอยากตายอีกไหม”

“ไม่แล้วล่ะค่ะ  แม้ตอนนี้จะยังคิดถึงเรื่องพวกนั้นอยู่  แต่ฉันจะไม่ให้มากระทบกับงานแน่นอนค่ะ คุณลูเคียไม่ต้องห่วงนะคะ”

            ลูเคียยิ้มและพยักหน้า  ทันใดนั้นเอง..!!

“เห้..!! ชานะจังใช่รึเปล่า”   บุคคลที่สามเอ่ย

“เอ่อ..ใช่ค่ะ”  ชานะตอบอย่างปนตกใจ

“เห...ผู้หญิงที่หัวหน้าพามาหรอเนี่ย”  เสียงบุคคลที่สี่เอ่ยขึ้นมาอีก

“นี่เซนทาโร่  อย่าไปมองชานะจังเขาแบบนั้นสิ” 

“เชอะ อย่ามาสั่งฉันนะยัยจ๋อขี้เลียนแบบ”

“นี่นาย...ว่าไงนะ !!!”

“หยุดเลยนะ เจ้าสองคน...นี่มันใช่เวลามาทะเลาะกันรึไง” เสียงลูเคียดังขึ้น หยุดพายุของสองคนนั้น

“เชอะ ก็ได้...แล้วนี่..โนยูดะ... เรียกฉันเซนทาโร่นะ ส่วนยัยนี่น่ะ คิโยเนะ”

“ค่ะ คุณเซนทาโร่...คุณคิโยเนะ”

“งั้นเราไปก่อนนะ  ฝากหัวหน้าด้วยล่ะ”  เซนทาโร่เอ่ย

“ค่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ”

“ต้องดูแลดีๆ เลยนะ  ย้ำว่าดีๆเลยนะ..!! ไม่งั้นพวกเราไม่ปล่อยเธอไว้แน่”

“คะ..ค่ะ คุณเซนทาโร่”

“พอเลยๆ พวกเจ้า ไปทำงานได้แล้ว”  ลูเคียรีบห้ามปรามบทสนทนา

            จากนั้นก็แยกย้ายกันไป  ด้านทั้งสองสาวก็ได้เดินมาที่ห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยที่ 13 

“หัวหน้าคะ ข้าขออนุญาตเข้าไปนะคะ”  ลูเคียเอ่ย

“เข้ามาสิ”  หัวหน้าตนได้ตอบรับ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะหัวหน้า  ข้าพาชานะมาส่งค่ะ”

            ชายหนุ่มมองไปที่หญิงสาวที่สวมชุดยมทูตสีดำกับผมรวบไว้ข้างหลังอย่าทะมัดทะแมง หญิงสาวพยักหน้าเชิงตอบรับ   แต่ก็ยังไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมา  ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างอ่อนโยน..

“งั้นข้าขอตัวไปทำงานก่อนค่ะหัวหน้าอุคิทาเกะ”

“ขอบใจมากนะลูเคีย”

            หลังจากนั้นลูเคียก็เดินออกไป  พร้อมกับส่งยิ้มเชิงให้กำลังใจแก่หญิงสาวอีกคน..

“เจ้าช่วยชงชาให้ข้าทีนะ แล้วก็มาช่วยข้าแยกเอกสารของแต่ละหน่วยที”  ชายร่างสูงบอกเชิงสั่ง

            หญิงสาวพยักหน้าและรีบไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว..

 

            เอกสารมากมายถูกมือเล็กๆ ค่อยๆหยิบไปทีละใบ และคัดแยกเป็นกองๆ ของหน่วยต่างๆ ในขณะที่ทำงานไปบนโต๊ะตัวใหญ่ตัวเดียวกันกับหัวหน้าของเธอ  สายตาคมของชายร่างสูงก็จ้องมองไปที่คนขยันตรงหน้า  รอยยิ้มเผยออกมา ในมือถือตราประทับและเนื่องจากจ้องมองที่ร่างบางจนลืมว่าจนถือตราประทับ และประทับผิดจุดในเอกสาร...

            ร่างบางเห็นดังนั้นจึงรีบเตือนหัวหน้าของตน  ใบหน้าเงยหน้าไปมองหัวหน้าของตน เพื่อที่จะเตือนว่าประทับผิดจุด  แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นไป...สายตาทั้งสองก็ได้ประสานกัน  ทั้งสองจ้องเข้าไปในแววตาของกันและกัน

            หญิงสาวมองเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มพร้อมกับความสงสัยว่าชายผู้นี้จ้องมองตนมาตั้งแต่เมื่อไหร่

            ชายร่างสูงมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานของร่างบาง พลางคิดว่า หญิงผู้นี้มีอะไรในใจบ้างนะ...แต่ว่า...เขาจะสงสัยไปทำไมกันนะ...

 

            ทันใดนั้น...

ก๊อก ก๊อก !!!

“อุคิทาเกะ ข้าเข้าไปนะ” เสียงเข้มของบุคคลนิรนาม ทำให้ทั้งสองได้สติและรีบละสายตาจากกัน

            เสียงประตูเปิดเข้ามา  ภาพร่างของชายในชุดหัวหน้าหน่วยและมีชุดสีชมพูลายหวานสวมทับ เคียวราคุ  ชุนซุย  หัวหน้าหน่วยที่ 8

“อ่ะอ้าว นี่ใครกันน่ะอุคิทาเกะ  ข้าไม่เคยเห็นหน้า”  ผู้มาเยือนเริ่มเปิดบทสนทนา

“เอ่อเคียวราคุ  นี่...ชานะ เป็นผู้ช่วยของข้าเอง” ชายผมขาวรีบอธิบาย

“หือ...ไม่ยักรู้ว่าเจ้ามีผู้ช่วยที่สวยๆแบบนี้ด้วย  ฮ่ะๆๆ” เคียวราคุเอ่ย

“ชานะ นี่เคียวราคุ ชุนซุย เป็นหัวหน้าหน่วยที่ 8” 

            ชานะรีบทำความเคารพ  ก่อนจะพูดประโยคต่อไป..

“ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันไปชงชามาให้นะคะคุณเคียวราคุ” 

            ว่าแล้วหญิงสาวก็รีบไปทำตามหน้าที่  เพราะเธอไม่ชอบสายตาเจ้าเล่ห์ของชายนาม เคียวราคุ เอาเสียเลย อีกอย่างเขาคงมีธุระที่จะมาคุยกับอุคิทาเกะ เธอจึงไม่อยากอยู่ให้อึดอัด

“เจ้ามีเรื่องอะไรหรอเคียวราคุ” อุคิทาเกะเริ่มเปิดประเด็นขึ้นมา

“ข้าก็แค่เบื่อๆ เลยมาหาเจ้า ข้ามามิได้รึไง”  เคียวราคุยิ้มพลางส่งสายตาสงสัยแก่อุคิทาเกะ

“เปล่านะ ข้าแค่ถามเฉยๆ” เจ้าตัวรีบตอบ

“น้ำชาได้แล้วค่ะ”  หญิงสาวนำถ้วยชาหอมกรุ่นมาเสิร์ฟตรงหน้าเคียวราคุ

“ฉันจะไปรอข้างนอกนะคะคุณอุคิทาเกะ” หญิงสาวรีบเสนอ

            ชายหนุ่มพยักหน้า  เพราะเข้าใจดี เสือผู้หญิงแบบเคียวราคุคงทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดใจ และทำตัวไม่ถูก มันก็ดีแล้วที่เจ้าตัวจะขอออกไปด้านนอกห้อง...

“ข้าไม่รู้มาก่อนว่าเจ้ามีผู้ช่วยคนใหม่ นางไม่ใช่ยมทูตด้วยนี่นา นี่มันเรื่องอะไรกันอุคิทาเกะ”

“เจ้ารู้หรอ...”

“ใครกันที่จะไม่รู้ นางไม่มีดาบฟันวิญญาณ พลังวิญญาณก็ไม่มี และเป็นเพียงวิญญาณธรรดาๆ ก็เท่านั้น  เจ้ามีอะไรปิดบังข้าอุคิทาเกะ” สายตาสงสัยของเคียวราคุจ้องมองไปที่อุคิทาเกะ

“ข้าจะบอกเอง...”

            จากนั้นอุคิทาเกะจึงเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้แก่เพื่อนรักของตนฟัง...

 

“ฮ่ะๆๆๆ อย่างนี้นี่เอง  น่าสนใจดีนะผู้หญิงคนนั้น” เคียวราคุจ้องมองไปที่เพื่อนของตน

“เจ้าหมายความว่ายังไงเคียวราคุ  เจ้าคงจะไม่....” อุคิทาเกะเริ่มคิดตามประโยคที่เพื่อนของตนเพิ่งพูดออกมา  หากสิ่งที่เขาคิดจะเป็นเรื่องจริงล่ะ

“นี่เจ้าคิดอะไรอยู่น่ะอุคิทาเกะ  ช่างเถอะ ข้าคงต้องไปแล้ว”

“เดี๋ยวก่อนเคียวราคุ เจ้ายังไม่ตอบคำถามข้าเลยนะ”

“ก็ไม่มีอะไรนี่นา ข้าแค่บอกว่าน่าสนใจดี”

“นั่นแหละ เจ้าหมายถึงอะไร”

            เคียวราคุไม่สนใจสิ่งที่อุคิทาเกะพูด  เขาเพียงตกใจและอยากแกล้งเพื่อนของตนเล่นเท่านั้น  //อุคิทาเกะ  เจ้าแปลกไปจริงๆ ฮ่ะๆๆ น่าสนใจจริงๆนั่นแหละนะ//  ชายหนุ่มคิดในใจและเดินออกไปจากห้องพร้อมกับรอยยิ้มอย่างดีใจบนใบหน้าของตน

            ที่ผ่านมามีผู้หญิงมากมายที่ตนพยายามแนะนำให้อุคิทาเกะรู้จัก   แต่เขาก็ปฏิเสธที่จะดูใจอย่างจริงจัง เขากลับเพียงให้เป็นเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่ง  เพราะความหวังดีของเคียวราคุที่อยากให้เพื่อนของตนมีคนคอยดูแล เนื่องจากตนคิดว่าด้วยร่างกายที่อ่อนแอของเพื่อนคนนี้ บางทีการมีคนที่รักอยู่ข้างกายคงจะทำให้มีกำลังใจมากขึ้น

            แต่การพยายามหาผู้หญิงดีๆให้อุคิทาเกะก็ไม่เป็นผล  สุดท้ายจะจบลงด้วยคำปฏิเสธที่ถนอมน้ำใจด้วยคำว่า...เพื่อนกันดีกว่า...  ทำให้หญิงสาวที่เขาหามาให้หนีหายไปในที่สุด  จนบางทีเขาก็คิดไม่ถูกว่า...ผู้หญิงแบบไหนที่จะได้ใจอุคิทาเกะ 

            แม้ภายนอกจะดูอัธยาศัยดี  เป็นมิตร เข้ากับคนได้ง่าย แต่การจะฝ่าด่านข้ามคำว่าเพื่อน...ของอุคิทาเกะไปได้นั้น ช่างยากเสียเหลือเกิน    จนถึงตอนนี้ จากเรื่องราวที่ได้ฟังตอนนี้มีหรือชายผู้มีชื่อว่าเสือผู้หญิงอย่างเขา จะดูไม่ออก...

 

ชักจะน่าสนใจแล้วสิ...

น่าสนใจจริงๆ นั่นแหละ....

ข้ารู้สึกจะมีหวังซะแล้วสิ....อุคิทาเกะเอ๋ย.....

 

 

 

********************************************

 

เย้  ต้องรีบอัพซะหน่อยเดี๋ยวเปิดเทอมซะก่อน  หวังว่าจะสนุกกันนะคะ

คอมเม้นให้กันหน่อยน้า  จะติจะชมอะไรก็ได้ ไรท์อยากอ่านความเห็นของ

ผู้อ่านนะคะ  ถ้าแต่งไปแล้วคนไม่ชอบก็ไม่รู้จะแต่งไปทำไม...ให้กำลังใจกันหน่อยเน้ออ

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}