Lion-S

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 โลกหลังความตายและการพบเจอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 โลกหลังความตายและการพบเจอ

คำค้น : ิbleach fanfic เบียคุยะ ฮิสึกายะ อุคิทาเกะ บลีชเทะมรณะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 31

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 02:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 โลกหลังความตายและการพบเจอ
แบบอักษร

ตอนที่ 3  โลกหลังความตายและการพบเจอ 

 

            แสงไฟสลัวในยามกลางคืน  กองเลือดไหลซึมไปตามหิมะบนถนนที่พึ่งเกิดอุบัติเหตุไป วิญญาณของหญิงสาวผมน้ำตาลยาวสลวย  ดวงตาสีน้ำตาลที่เย็นชาไร้อารมณ์ความรู้สึกใดๆ ใจที่ตายด้านไปกับเรื่องราวที่ผ่านมา มันทำให้จิตใจไม่อยากรับรู้อะไร  ภาพหญิงสาวยังยืนเหม่อลอย หารู้ไม่ว่าใจนั้นคิดอะไรอยู่

//นี่หรือ  โลกหลังความตาย  ทำไมยังเหมือนกับมีชีวิตอยู่เลย// สายตาที่มองไปที่สภาพร่างกายของตนเอง 

ดวงตาสีน้ำตาลแดงเริ่มกระตุก จนสีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไป มันรู้สึกเจ็บๆ ที่ดวงตาข้างซ้าย

//ทำไมเจ็บตาจังเลย...คงเพราะร้องไห้หนักไปสินะ// เธอยืนนิ่งเพื่อไตร่ตรอง

            ร่างบางยังคงมองที่รอบกาย  ผู้คนเดินผ่านเธอไป เสมือนไม่คิดว่ามีร่างมนุษย์อยู่ที่นั่น คงเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเธอได้เข้าสู่โลกหลังความตายไปเสียแล้ว อากาศที่หนาวเย็นที่เคยกระทบร่างบางจนทำให้หนาวแทบจับใจ  บัดนี้ความเย็นเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรเธอได้ อาจเป็นเพราะคนตายไม่สามรถรับรู้ความรู้สึกใดๆ ได้แบบคนเป็นสินะ

            ดวงตาฉายแววเศร้า  ความเจ็บปรี๊ด แล่นโลดเข้ามาที่โสตประสาท น้ำตาเริ่มไหลลงอีกครั้ง  กับเรื่องราวคนที่รักทั้งสองคนได้ทำลายจิตใจสาวน้อย  แต่ทันใดนั้นเอง...

            เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาทางข้างหลังของหญิงสาว  เธอหันไปตามเสียงนั้นอย่างช้าๆ

“ถึงเวลาของเจ้าแล้วสินะ” เสียงใสของร่างบาง สวมชุดสีดำเอ่ยขึ้น

            สายตาของหญิงสาวหันไปมอง ใบหน้ายังคงเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา  สายตาที่ตกใจแต่ยังคงไม่สนใจอะไรมากนั้น  กลับหันกลับไปที่กองเลือดข้างหน้าตนเอง จนหญิงสาวผู้สวมชุดสีดำทนไม่ไหว...

“นี่เจ้า !! จะเมินข้างั้นหรอ” หญิงสาวผู้เลือดร้อนทนแทบไม่ไหว

“นั่นสินะ คุณคือใครคะ” หญิงสาวตาสีน้ำตาลยังคงถามอย่างไม่หันไปมองหน้า

“ขะ ข้า...ลูเคีย เป็นยมทูต จะมาเอาตัวเจ้าไป”

“งั้นหรอ...เชิญเลยค่ะ” หญิงสาวกล่าวอย่างเศร้าสร้อย

“ทำไมเจ้า...ช่างเถอะ  ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าเป็นวิญญาณแบบไหน แต่ข้ามีหน้าที่ต้องทำ ฉะนั้นข้าจะส่งเจ้าไปที่โซลโซไซตี้” ร่างในชุดสีดำกล่าว

“ทำไมต้องทำแบบนั้นล่ะ...ฉันคิดว่าพอตายไป จะกลายเป็นวิญญาณที่ไม่ต้องรับรู้ความรู้สึกใดๆ หรือไม่ก็แตกสลายไปโดยลืมทุกอย่างเสียอีก...ทำไมต้องไปที่แบบนั้นด้วย”  หญิงสาวกล่าวเสียงสั่นเครือ

“นี่เจ้า...โซลโซไซตี้เป็นที่ๆ น่าอยู่นะ ข้าเองก็อยู่ที่นั่น  คล้ายๆ กับโลกมนุษย์เนี่ยแหละ รับรองเจ้าจะมีความสุขแน่ๆ ไม่ต้องห่วงๆ” ลูเคียอธิบายอย่างมั่นใจ

            หญิงสาวมองหน้าลูเคีย และก้มหน้าไปที่พื้น พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งไหลรินมา ความรู้สึกเจ็บปวดไหลมารวมกันที่หน้าอกด้านซ้ายของเธอ

“ฉันอยากตาย ตายไปแบบไม่ต้องมีความรู้เจ็บปวด อยากลืมเรื่องราวทั้งหมด ช่วยฉันที” เสียงใส เอ่ยขอร้องอย่างเจ็บปวด

“นี่เจ้า....พอเถอะ ข้าต้องทำตามหน้าที่ ขอโทษด้วยนะ ข้าคงช่วยเจ้าไม่ได้”

            ทันใดนั้นหญิงสาวร่างยมทูตก็ใช้ด้ามดาบฟันวิญญาณของเธอ วางไปที่ร่างหญิงสาว  แสงมากมายเกิดขึ้นที่ร่างบาง จากนั้นตัวของเธอก็หายไป

“เฮ้อ  ข้าขอโทษนะ” ความรู้สึกเจ็บปวดแบบนั้นยมทูตผู้นี้เข้าใจเป็นอย่างดี  หากเพราะยามต้องส่งวิญญาณก็มีวิญญาณที่มีความเศร้าแบบนี้มากมาย แต่ประเดี๋ยวเมื่อไปถึงโซลโซไซตี้ก็คงดีขึ้นเอง เธอเลยไม่มีความจำเป็นอะไรต้องห่วง

 

            ร่างบางลืมตาตื่นขึ้นมา พร้อมเบนสายตาไปรอบๆกาย พบบ้านเรือนมากมาย หากว่ายมทูตตนนั้นพูดเป็นความจริง  ตอนนี้หญิงสาวคงมาอยู่ในโลกหลังความตายที่ชื่อว่า “โซลโซไซตี้”  บ้านเรือนตามแบบญี่ปุ่นโบราณ  เหมือนสมัยเก่าๆ ของญี่ปุ่น 

            หญิงสาวที่ยังสวมชุดเดิมตอนที่เธอได้ตายไปบนโลกมนุษย์ ยังคงเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย เธอมองไปรอบกาย ผู้คนมากมายเดินสวนกับเธอ  หากเพราะสายตาที่เหม่อลอย เดินไปอย่างไร้จุดหมายไปสะดุดกับหลังของใครบางคน

“โอ๊ย!!” เพราะร่างที่เล็กกว่าทำให้หญิงสาวเซล้มลงไปกองกับพื้น

“เห้.. ข้าขอโทษนะ เป็นอะไรไหม” ร่างสูงยื่นมือมาให้หญิงสาวหวังให้เธอใช้ยืดเพื่อทรงตัว แต่หญิงสาวหลับเหม่อลอยและหลบสายตาร่างสูงไป พลางใช้มือยันพื้นเพื่อทรงตัว พร้อมโค้งตัวเพื่อแสดงคำขอโทษ

“ขอโทษค่ะ”  พลางเดินจากไป

“เดี๋ยวสิ  เจ้าน่ะ” ร่างสูงเอ่ยเรียก แต่หญิงสาวก็ยังเดินต่อไป ไม่แม้แต่หันมามอง เพราะหูของเธอตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว

“มีอะไรหรอคะหัวหน้า” เสียงใสแจ้วของหญิงสาวที่ถือของมากมายในมือเอ่ยถามชายผู้กำลังมองหญิงสาว

“ไม่มีอะไรหรอกคิโยเนะ” ชายหนุ่มปฏิเสธ พลางคิดอะไรในใจ

//เป็นอะไรของเขากันนะ ผู้หญิงคนนั้น// ความสงสัยยังคงฝังไปในหัวของร่างสูง ผู้มีตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่ 13 แห่งหน่วยพิทักษ์  “อุคิทาเกะ  จูชิโร่”  จากนั้นร่างสูงและลูกน้องก็เดินต่อไปในเมืองลูคอนเพื่อหาซื้อของกัน

 

            หญิงสาวเดินมาถึงที่สะพานข้ามแม่น้ำที่นอกชานเมือง เธอยังคงมองไปที่แม่น้ำ และน้ำตาใสๆ ก็หยดลงมา พร้อมกับกำลังจมดิ่งไปในห้วงลึกของจิตใจ

//ในหัวตอนนี้มันขาวโพลนไปหมด ทำไมยังรู้สึกเหมือนมีชีวิตอยู่ล่ะ ทำไมที่นี่มันไม่เหมือนกับที่เราคิดไว้...แทนที่วิญญาณจะแตกสลายเพื่อไปเกิดใหม่ หรือไม่ก็อยู่ในที่ๆไม่ต้องรับรู้สิ่งใดๆ แท้ๆ.... ยูโตะ..ฮานะ ฉันเจ็บปวดเหลือเกิน ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันอยากลืมเรื่องราวทั้งหมด ฉันอยากแหลกสลายไป ได้โปรดเถอะ  ฉันไม่มีแรงแล้ว....ฮึกๆๆ ฮือ// จิตใจที่จมดิ่งไปในความคิด ตอนนี้หญิงสาวได้ปล่อยน้ำตาออกมา 

            เพราะเขตนี้เป็นแถบชานเมืองทำให้ไม่ค่อยมีผู้คนผ่านไปมา  แต่หากทางนี้เป็นเส้นทางที่เชื่อต่อกับประตูทางเข้าเขตเซเรเทย์  ที่อยู่ของเหล่ายมทูต

“จริงๆ แล้วหัวหน้าไม่ต้องออกมาซื้อของเองก็ได้นะคะ หัวหน้ายิ่งไม่สบายอยู่” เสียงใสแจ้วเอ่ย

“ฮ่ะๆๆ พวกเจ้าซื้อไม่ถูกใจข้าหรอก ข้าขอมาเองดีกว่า” เสียงร่างสูงผู้เป็นนายกล่าว

“ว่าแต่ชาพวกนี้  หัวหน้าเปลี่ยนร้านใช่ไหมคะ”

“ข้าอยากลองชาแบบอื่นดูบ้างน่ะ”

“เห !!  หัวหน้าคะเดี๋ยวก็ไม่สบายอีกหรอก  เปลี่ยนบ่อยๆแบบนี้ไม่ดีนะคะ เดี๋ยวหัวหน้าอุโนะฮานะจะดุข้า  ที่ไม่ใส่ใจเรื่องสุขภาพของหัวหน้าน่ะ”

“เอาน่าๆ ข้ารู้สังขารข้าดี  และก็ไม่ต้องห่วงเรื่องหัวหน้าอุโนะฮานะ ข้าน่ะไม่อยากไปสถานพยาบาลหน่วยสี่เท่าไหร่  ข้าเข้าๆ ออกๆ จนเบื่อแล้ว” เสียงชายหนุ่มกล่าว

“ค่าๆๆ ข้ารู้ๆ”

            ร่างทั้งสองเดินผ่านทางสะพานข้ามแม่น้ำเพื่อเดินทางกลับไปที่เซเรเทย์ เราะตอนนี้พวกเขาได้เลือกซื้อของมาครบตามที่ต้องการ  แต่พลันสายตาของชายหนุ่มได้หันไปเห็นร่างของหญิงสาวที่รู้สึกคุ้นหน้า

//เอ๊ะ...ผู้หญิงที่เจอกันในเมืองนี่นา นั่นกำลังจะทำอะไรน่ะ//

            ดวงตาร่างแกร่งเปิดกว้างเพราะความตกใจ  เมื่อพบว่าร่างของหญิงสาวที่ตนเพิ่งพบเจอไปเมื่อไม่นานมานี้ได้กระโดดลงไปในแม่น้ำ  ขาเจ้าเอยไม่อยู่เฉยรีบวางของในมือลงแล้ววิ่งไปที่สะพานอย่างรวดเร็ว

“หัวหน้า!! จะไปไหนน่ะคะ” เสียงผู้ติดตามรีบตะโกนถามอย่างตกใจกับทีท่าผู้เป็นนายของตน

            ร่างสูงไม่ตอบอะไร  พลันวิ่งไปที่สะพานและกระโดดน้ำลงไปตาม เขาใช้เวลาไม่นานก็คว้าตัวหญิงสาวที่อยู่ใต้น้ำไว้ได้ จากนั้นก็อุ้มขึ้นมาที่ข้างแม้น้ำ

            ชายหนุ่มรีบประคองหน้าหวาน พร้อมกับมองไปที่ใบหน้าสวยงามนี้ ผิวขาวเนียนนุ่ม จมูกที่โด่งเป็นสัน รอบดวงตาที่บวมแสดงถึงการร้องไห้มาอย่างหนัก

“นี่เจ้า  ตื่นสิ ตื่น ได้ยินข้าไหม”  เสียงชายหนุ่มตะโกนเสียงเข้มเพื่อหวังปลุกหญิงสาวให้ตื่น

            แต่สาวเจ้าไม่ยอมลืมตา  ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจช่วยเหลือขั้นที่สอง...

            ริมผีปากหนาบรรจงกระทบไปที่ปากของหญิงสาว เพื่อช่วยให้เธอผู้นี้มีชีวิตรอดต่อไป ริมฝีปากอุ่นๆ กระทบกันเพื่อทำการผายปอดให้ผู้นอนนิ่งตรงหน้า ไม่นาน หญิงสาวก็สำลักน้ำออกมา พลันเปลือกตาเริ่มขยับ

            ภาพชายหนุ่มผมยาวสีขาว ใบหน้าที่คมแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น กำลังมองที่เธอตอนนี้  แต่แรงที่มีน้อยนิดไม่สามารถใช้เพื่อเปิดเปลือกตาได้กว้างนัก จากนั้นร่างบางก็หมดสติไป

//ช่วยฉัน...ทำไมกัน//

“เจ้าๆ ตื่นสิ” เสียงเรียกหญิงสาวยังไม่หยุด และยังคงถูกเอ่ยต่อไป

“หัวหน้าคะ เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย” เสียงกระวนกระวายใจของผู้ติดตามยังคงเอ่ยถาม

“คิโยเนะ ต้องรีบพาผู้หญิงคนนี้ไปที่หน่วยเราก่อน” เสียงเข้มสั่ง พลางอุ้มร่างบางเพื่อเดินไป

“หัวหน้าคะ แต่ว่าอุ้มไว้แบบนั้นจะดีหรอคะ หัวหน้าไม่สบายอยู่นะคะ  ให้นางขึ้นหลังข้าเถอะค่ะ” คิโยเนะเสนอ   เพราะความเป็นห่วงหัวหน้าของตนที่กระโดดลงไปในน้ำทั้งที่สังขารไม่เที่ยง และยังจะอุ้มหญิงสาวผู้นี้ไปที่เซเรเทย์อีก

            หัวหน้าหน่วยส่ายหน้า และก้าวเท้ายาวเดินนำหน้าไปโดยไม่พิจารณาคำเสนอแนะของผู้เป็นลูกน้อง  เขารู้เพียงแค่ต้องรีบนำหญิงนี้ไปในที่ๆ ปลอดภัย ต้องทำยังไงก็ได้ให้เธอปลอดภัย

            //หัวหน้านี่แปลกๆ นะ  แต่ก็นะ....หัวหน้าเราก็ใจดีกับทุกคนอยู่แล้วนี่นา// คิโยเนะที่กำลังสงสัยผู้เป็นนาย  แต่ก็รีบสลัดความคิดนี้ออกไป และรีบตามนายของตนไปทันที

 

            ณ ที่ทำการหน่วย 13

            ภาพชายร่างสูง ผู้เป็นผู้นำของสถานที่แห่งนี้กำลังอุ้มร่างบาง ผมยาวสลวยพลิ้วไปตามทาง สร้างความแปลกตาให้ผู้พบเห็น โดยเฉพาะสมาชิกในหน่วย 13 แห่งนี้ ที่ไม่เคยคิดว่าหัวหน้าของตนจะไปพัวพันกับหญิงใดจนนำนางมาที่หน่วย 13 แห่งนี้  หากเพราะตั้งแต่ชายผู้นี้ได้มาดำรงตำแหน่งอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยมีข่าวคราว เรื่องของผู้หญิงหรือคนรักเลย

            ชายหนุ่มเดินไปในห้องพักกว้าง  ตกแต่งด้วยเสื่อทาทามิ และมีที่นอนสำหรับหนึ่งคนวางไว้กลางห้อง  ร่างบางถูกวางลงอย่างนิ่มนวล  สายตาเจ้าพลันไปดูชุดที่หญิงสาวสวมใส่ เป็นเสื้อผ้าแบบมนุษย์ใส่กัน  เสื้อคลุมหนาที่เปรอะเปื้อน

//เจ้าคงเป็นวิญญาณที่พึ่งตาย จากโลกมนุษย์สินะ แต่เหตุใดต้องทำร้ายตนเองเช่นนั้น// ชายหนุ่มยังคงสงสัยในตัวหญิงสาวตรงหน้า

“พวกเจ้ารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หญิงผู้นี้  และช่วยตามแพทย์จากหน่วย 4 มาเพื่อดูอาการนางด้วย”  เสียงผู้นำเอ่ยบอกลูกน้องของตน

“ค่ะ”

            ชายหนุ่มเดินออกมานั่งข้างนอกห้อง  เขายังคงเป็นห่วงหญิงสาว ไม่นานทุกอย่างเสร็จเป็นที่เรียบร้อย  อาการของหญิงสาวไม่น่าเป็นห่วงอะไร อีกไม่นานก็ฟื้นหากให้เธอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

            ณ ห้องทำงานของหัวหน้าหน่วย

            กลิ่นหอมของชายังคงอบอวลไปทั่วห้อง  พร้อมกับมือของชายร่างสูงที่กำลังหยิบแผ่นกระดาษมากมายมาอ่าน

“หัวหน้าคะ ขออนุญาตค่ะ” เสียงผู้มาเยือนอยู่หน้าห้อง

“อ้าว ลูเคียเองหรอ มีอะไรล่ะ”

“หัวหน้าอุคิทาเกะคะ  ข้าเพิ่งรู้เรื่องที่หัวหน้าช่วยผู้หญิงคนนั้นไว้”

“อ๋อ  ข้าแค่ไม่อยากเห็นใครทำร้ายตนเองต่อหน้าต่อตาข้าหรอกนะ”

“นางทำร้ายตนเองสินะคะ....ผู้หญิงคนนี้น่ะ ข้าเป็นคนส่งวิญญาณนางเองค่ะ” ลูเคียอธิบาย

“งั้นหรอ  ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่ายังจะมีผู้ใดที่อยากตายอีก ทั้งที่ตนเองก็ตายแล้ว”

“ข้าว่านางคงมีเหตุผลที่อยากตายอีกเป็นครั้งที่สอง  เพราะก่อนตายนางร้องไห้ เสียใจอย่างหนัก ข้าก็ไม่อาจถามว่าเป็นอะไร  แต่นางบอกข้าว่าอยากให้วิญญาณสลายไป จะได้ไม่ต้องรับรู้สิ่งใด...ข้าว่านางดูเศร้ามากๆเลยค่ะหัวหน้า” ลูเคียอธิบายเสียงสั่น เธออาจกำลังสงสารหญิงผู้นั่นอยู่

“ข้าก็ไม่อาจคิดอะไรไปได้มากกว่านี้  ข้ารู้แค่ว่านาจะฆ่าตัวตาย...คงต้องให้นางพักที่นี่ก่อนล่ะนะ  ข้าฝากเจ้าช่วยดูนางด้วยนะลูเคีย”

“ค่ะหัวหน้า” 

//หัวหน้าของเรานี่ เป็นคนที่ใจดีจริงๆ//  ลูเคียคิดและเดินออกจากห้องไป

 

            ในหัวของชายหนุ่มมีเพียงความเคลือบแครงใจ ความสับสนและสงสัยในตัวของหญิงสาวที่ตนได้ช่วยเอาไว้  ได้แต่สงสัยว่าจะมีสักกี่เหตุผลที่ทำให้นางผู้นั้นคิดทำร้ายตัวเอง  หญิงสาวที่มีความสวยงามทั้งใบหน้า รูปลักษณ์ต่างๆ จะมีความทุกข์ใดเล่าถึงคิดว่าตนไร้ค่าและทำร้ายตัวเองเช่นนั้น

            ตัวชายหนุ่มเองก็ไม่ประสีประสาเรื่องผู้หญิง  เพราะเมื่อยังวัยเยาว์ที่สถาบันอบรมวิญญาณเขาเป็นชายที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตา ฝีมือ ความเก่งในทุกด้าน แต่เพราะโรคประจำตัวของตนทำให้เป็นอุปสรรคในเรื่องต่างๆ  แต่ตนก็ไม่ยอมแพ้  ยังยืนหน้าต่อสู้กับโรคนี้ต่อไป 

ความอบอุ่น ใจดี เอื้ออาทรต่อทุกคนทำให้มีหญิงสาวมากมายเข้ามาในชีวิต แต่เขาเองก็มักจะแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือความรักแบบเพื่อน และรักแบบชายหญิง  โดยส่วนมากเขาก็มักจะคิดไปรักแบบเพื่อนกับหญิงสาวทุกคน จนฝ่ายหญิงเหล่านั้นเลิกราไปแทน

 

บางทีเขาอาจจะไม่เก่งในด้านการแยกแยะความรู้สึกของตน  เพราะเขาต่างเห็นเพื่อนมนุษย์ทุกคนเป็นเพื่อนกันไปเสียหมด  

  

            ต่างจากเพื่อนรักของตนอีกคน อย่างเคียวราคุ  ชุนซุย ที่เป็นเสมือนเสือผู้หญิง  เรื่องแบบนี้เขามักชนะขาดรอยเสมอ  บางครั้งก็จะเป็นคนเลือกหาสาวมาประทานให้เพื่อนรักตน  แต่หากเพื่อนรักตนก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่  คิดไปเพียงเพื่อนคนหนึ่งจนหญิงสาวที่มา ก็เลิกสนใจไป  เพราะเหตุนี้ทำให้ชายผู้นี้ยังไร้คู่ครองมาจนถึงปัจจุบัน

 

            เพราะความยินดีกับทุกคน  จนแยกความรู้สึกว่าความรักแบบชายหญิงนั้นเป็นแบบใด จึงทำให้หัวใจของเขา ยังคงไร้เจ้าของจับจอง 

  

  

            แต่อีกไม่นานทุกสิ่งจะเปลี่ยนไป..... 

 

************************************************************** 

เย้ เฮียได้มาเจอกับนางเอกแล้ว จะเป็นไงต่อไปนะ

มาติดตามกันต่อไปเน้อ  หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

กดให้กำลังใจกันหน่อยเร็วววว ขอบคุณค่า....

 

ความคิดเห็น