Lion-S

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 หัวใจสลาย ความเจ็บที่แล่นเข้ามา

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 หัวใจสลาย ความเจ็บที่แล่นเข้ามา

คำค้น : ิbleach fanfic เบียคุยะ ฮิสึกายะ อุคิทาเกะ บลีชเทะมรณะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 42

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 02:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 หัวใจสลาย ความเจ็บที่แล่นเข้ามา
แบบอักษร

ตอนที่ 2  หัวใจสลาย ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามา 

 

            เสียงหายใจถี่ๆ ปนไปด้วยความเหนื่อยของหญิงสาว มือที่ถือดอกทานตะวันสดใส กำลังวิ่งไปที่ทุ่งหญ้ากันกว้างใหญ่  ใบไม่เริ่มโรยรา ลมโชยชวนให้เย็นผิวกาย เธอกึ่งวิ่งกึ่งเดิน การเคลื่อนไหวแบบนี้กระทบกับความเย็น  โดยเฉพาะความรู้สึกที่สัมผัสกับความเย็นได้ง่ายแบบเธอ ทำให้หายในไม่สะดวกเพราะมีน้ำมูกอุดรูจมูกไว้  เธอเดินมาถึงหน้าหลุมศพ

            “โนยูดะ” 

            ตัวอักษรที่สลักบนแผ่นหิน  หลุมศพสองหลุมของบิดามารดา ผู้ให้กำเนิดเธอ บัดนี้พวกท่านกำลังนอนหลับสบายในที่แห่งนี้ หรือไม่ก็อาจจะไปเกิดที่ไหนสักแห่งแล้วก็เป็นไปได้  ไม่มีใครทราบชีวิตหลังความตายหรอก

“คุณแม่คุณพ่อคะ  หนูมาเยี่ยมนะ เอาดอกทานตะวันมาฝากด้วย”

            รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้า เผยบนใบหน้าสวยงามของสาวน้อย // คิดถึงจังเลยค่ะ//

“หนูกำลังมีความสุขกับคนที่รักค่ะ อีกไม่นานก็คงมีครอบครัวแล้ว...ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ”

            ดอกทานตะวันเหลืองถูกวางไว้ที่แผ่นหิน หญิงสาวนั่งคุกเข่า น้ำตาเริ่มรินไหล ความอ่อนแอที่เธอไม่อยากให้ใครเห็น

“แต่ทำไมตอนนี้หนูคิดถึงพวกท่านเหลือเกิน....”

            สายลมเย็นพัดมากระทบร่างบาง เธอยังนั่งอยู่แบบนั้นไม่ลุกไปไหน  //คิดถึง...คิดถึงเหลือเกิน....//

 

            เวลาผ่านไปจนถึงเวลาที่ต้องพบกันอีกครั้ง....

ณ สนามบิน

“ยูโตะ....ทางนี้”

“ชานะ ได้พบกันแล้วนะ”

            ภาพชายที่เธอเฝ้ารอมาตลอดหลายเดือนอยู่ตรงหน้าเธอ  กำลังเข้าสวมกอดเธอด้วยความคิดถึง  ผมที่ยาวขึ้นคลอเคลียใบหน้าสีขาวนวล

“นายคิดถึงฉันไหม  ฉันน่ะคิดถึงยูโตะมาที่สุดเลย” รอยยิ้มแสดงความดีใจ

“แน่นอนสิ...เรากันเถอะนะ” ชายหนุ่มเอ่ย

            ภาพหญิงสาวผมยาวสลวยและชายหนุ่มที่ยิ้มแย้มเดินจับมือกันไป  พร้อมด้วยความคิดถึงอย่างสุดซึ้ง  หากนี่เป็นสิ่งที่เธออยากจะอยู่ด้วยตลอดไป เธอย่อมรอได้เสมอไม่ว่าต้องรอนานแค่ไหนก็ตาม

            ในขณะที่กำลังออกจากสนามบิน  รถคันหรูวิ่งมาจอดตัดหน้าทั้งคู่  ปรากฏภาพหญิงอายุวัยปลายๆ และชายสูงวัย ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับผู้เป็นชายที่รักของเธอ..

“ยูโตะ กลับบ้าน...!!!” หญิงสูงวัยกล่าว

“แม่ เดี๋ยวผมกลับนะ ขอไปทานข้าวกับชานะก่อนนะครับ” ชายหนุ่มรีบปฏิเสธ

“นี่แก...จะไม่กลับไปทานข้าวกับพ่อแม่หรอห้ะ !!” เสียงสามีกล่าว

“โถ่พ่อ  ผมขออยู่กับแฟนก่อนไม่ได้รึไงกันเล่า”

“ยูโตะ..กลับก่อนเถอะ  ไว้เราไปวันอื่นก็ได้จ้ะ” เสียงอ่อนโยนของหญิงสาวเอ่ย  เธอเข้าใจดีว่าครอบครัวของคนรัก ไม่ชอบหญิงต่ำต้อยแบบเธอ  แต่กระนั้นพวกท่านก็ไม่เคยมาก้าวก่ายหรือบังคับอะไรเธอสองคนเลยตั้งแต่คบกันมา  ยูโตะมักพูดเสมอว่าชาติกำเนิดไม่สำคัญ แต่หากสำคัญที่ตราบใดเราสองคนยังรักกันอยู่

“กลับได้แล้วยูโตะ  แม่ขอสั่ง!!”

“ก็ได้ๆครับแม่  งั้นฉันกลับก่อนนะ เดี๋ยวไปวันอื่นก็ได้เนาะ” ชายหนุ่มหันมาพูดกับหญิงคนรัก

            หญิงสาวพยักหน้าและยิ้มอย่างสดใส พลางมองรถหรูวิ่งออกไปด้วยความเร่งรีบ สายตาที่พร้อมยอมรับในชะตากรรม และยังเชื่อเสมอว่าความรักของเธอและเขาจะชนะอุปสรรคทุกๆอย่าง  จากนั้นเธอจึงเดินกลับห้องของเธอไป

 

            เช้าที่แสนสดใส วันนี้หญิงสาวมีนัดไปเที่ยวกับคนรัก หลังจากห่างหายกันไปหลายเดือนทันใดนั้น...

“ฮัลโหล  ชานะหรอ ฉันเองนะ...ฮานะ”

“จ้ารู้แล้วๆๆ ฉันจำเสียงเธอได้น่า เพื่อนรักทั้งคน ฮิๆๆ”

“ฉันจะกลับไปเดือนหน้านะชานะจัง” 

“ทำไมกลับไว้จัง  แต่ก็ดีนะ อยากเจอเธอเร็วๆ แล้ว จะพาเลี้ยงเค้กร้านโปรดไปเลย”

“จ้ะ ฉันจะรีบไปนะ งั้นแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ”

“โอเค  คิดถึงเธอนะ...ฮานะ”

            รอยยิ้มที่เผยออกมาจากใบหน้าสีหวาน  //เห้อ...จะได้เจอฮานะแล้วสินะ ทำไมช่วงนี้มีแต่ข่าวดีล่ะเนี่ย//

“ชานะ ฉันมาแล้ว ขอโทษที่ให้รอนะ”

“มาง้อฉันคืนด้วยนะล่ะ โทษฐานที่ให้รอตั้งหลายเดือน รวมทั้งที่มาสายด้วย”

“ฮ่ะๆๆ ไปไหนก่อนดีล่ะ”

“ไปทานข้าวกันเถอะนะ หิวแล้ว”

“ได้สิ..” ชายหนุ่มที่เธอรักกลับมาแล้วจริงๆ เธอยังจับมือหนาและมองหน้าเขาให้หายคิดถึง สีหน้าเขายังสดใสเหมือนเดิมเสมอ ไม่เปลี่ยนไปเลย

 

            ณ ร้านอาหาร  ตอนนี้มีอาหารมาวางไว้ภายหน้า  หญิงยิ้มอย่างอารมณ์ดีและมองไปที่ร่างใหญ่  แต่หน้าของชายหนุ่มกลับมองไปที่อื่น ไร้รอยยิ้ม มีเพียงความเงียบ นิ่งภายในนั้น ไร้ความรู้สึกใดๆ ทันใดนั้น..

“โอ๊ย !!” มือเล็กก็ใช้นิ้วดีดที่หน้าผากชายหนุ่ม

“เหม่ออะไรอยู่น่ะ” เสียงหวานเอ่ยถาม

“คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ แหะๆ คิดถึงเธออยู่มั้ง”

“อย่ามาโกหกนะ นายไม่เคยเหม่อแบบนี้สักหน่อยนี่นา มีเรื่องอะไรรึป่าว”

“มีสิ เรื่องมีอยู่ว่างฉัน....หิวแล้วล่ะ ฮ่ะๆๆ”

“โถ่  ตาบ้า หิวก็กินสิ อาหารเย็นชืดหมดแล้ว”

            ทั้งสองหยิบช้อนตักอาหารเข้าปาก พร้อมกับพูดคุยกัน เสียงใสของหญิงสาวดูเหมือนจะมีเรื่องราวมากมายมาเล่าให้ชายหนุ่มฟังมากกว่าเรื่องราวของชายหนุ่มเสียอีก  สายตาอ่อนโยนของร่างสูงมองไปที่คนตัวเล็ก

//ชานะ...ไม่ได้เห็นใบหน้าสวยๆ ของเธอนานเท่าไหร่แล้วนะ สามเดือนที่ผ่านมามันเหมือนนานมากจริงๆ ผมยาวขึ้นสินะ  ตาของเธอยังสวยเหมือนเดิมเลย...แต่ทำไมฉันยังรู้สึกเฉยๆ แบบนี้ล่ะ ฉันควรจะยิ้มอย่างมีความสุขกับเธอสิ//

            เวลาผ่านไป เขาและเธอไปเที่ยวที่ต่างในเมืองใหญ่ด้วยกัน โดยมีหญิงสาวเป็นผู้นำทัวร์ในครั้งนี้  เธอดูมีความสุขมาก แต่บ่อยครั้งที่ชายหนุ่มมักจะเหม่อลอยจนโดยนิ้วพิฆาตจากหญิงสาวคอยดีดให้เตือนสติเสมอๆ   ความสุขแบบนี้จะอยู่ไปได้นานตลอดไปไหมนะ...

 

เวลาผ่านไปเดือนเศษ  ฤดูหนาวมาเยือนและหิมะที่ปกคลุมไปบนถนน  แม้จะยังมีไม่มากก็ตาม แต่ก็มีพอบ่งบอกว่านี่เป็นฤดูหนาว  ภาพหญิงสาวสวมเสื้อคลุมสีอ่อนและผ้าพันคอหนากับถุงมือเพื่อความอบอุ่นของร่างกาย  เธอเกลียดร่างกายของตัวเองที่มักจะขี้หนาวจนเกินไป เมื่อไหร่จะถึงฤดูร้อนเสียทีนะ...

            ไม่นานคนที่เธอรอก็มาถึง  หญิงสาวผมยาวดัดลอนสีบลอนด์สวย ใบหน้าหวาน อบอวลไปด้วยความร้อยยิ้มกำลังเดินมาหาหญิงสาวอีกคน  เพื่อนรักของเธอ...ฮานะ

“ฮานะ...เธอสวยขึ้นนะเนี่ย ฮ่ะๆๆๆ ดีใจจัง ไม่เจอกันนานเลย” หญิงผมน้ำตาลรีบวิ่งไปสวมกอด

“ชานะจัง  เธอก็สวยขึ้นนะ” สาวผมลอนยิ้มภายใต้รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้า

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ มีอะไรรึป่าว” ชานะสังเกตเห็นสีหน้าเพื่อนสาว เหมือนมีอะไรบางอย่างในใจ

“ชานะจัง...ฉันมีอะไรจะบอก  ฉันกลัวมากๆเลย ฉันควรทำไงดี” น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมา

ความกลัวที่ครอบงำในจิตใจ  ตาที่เริ่มมีน้ำใสๆไหลออกมา บ่งบอกว่าเรื่องทุกใจเต็มอก

ทั้งสองรีบมานั่งที่ร้านเค้กประจำ  สถานที่แห่งความทรงจำของทั้งสองคนในสมัยมัธยมปลาย

 

“มีเรื่องอะไรฮานะ เล่ามาให้หมดนะ ใครทำอะไรเธอ ฉันไปจัดการมันให้ดู” หญิงสาวที่เจ็บใจเหลือเกิน ที่เพื่อนรักของเธอมีน้ำตา

“ชานะจัง...ฉันควรทำยังไงดี   ฉะ...ฉะ..ฉันท้อง!!!”

            ความเงียบปกคลุมบทสนทนา  น้ำตาสาวผมบลอนด์ไหลออกมาไม่ขาดสาย ท่ามกลางความตกใจของสาวผมน้ำตาล ไม่มีคำพูดใดๆ หากแต่มีเพียงเสียงร้องไห้ของคนตรงหน้า

“เธอท้องได้ยังไงฮานะ...บอกฉันสิ”

“ตอนที่ฉันอยู่ที่นู่น ฉันรู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นคนดี แต่ด้วยความผิดพลาดมันทำให้เราสองคนเผลอมีอะไรกัน  และฉันก็มารู้อีกทีว่าฉันท้อง” เธอรีบสารภาพไป

“แล้วเธอได้บอกเขารึยัง ผู้ชายคนนั้นน่ะ”

“ฉันไม่กล้าบอกเลยชานะจัง  เขาเป็นคนดีมากและเขาคงไม่หันมาสนใจฉัน เขาไม่ควรมายุ่งกับฉันด้วยซ้ำ  งือๆๆๆ” เสียงสั่นเครือของหญิงสาว ที่ปวดร้าวไปทั้งใจ

“ไม่มีทางหรอกฮานะ  เธอต้องบอกเขานะ ทำไมเขาจะไม่รับผิดชอบเธอกับเด็กในท้องล่ะ เธอเป็นคุณหนูที่บ้านทั้งร่ำรวย  เรียนก็เก่ง หน้าตาก็สวย เพื่อนของฉันดูดีทุกอย่างเลยนี่ ถ้าเธอไม่กล้าบอก ฉันจะบอกให้”

“ไม่นะ ฉันกลัว กลัวเขาปฏิเสธ ฉันยอมรับนะว่า...ฉันรักเค้า แม่ว่าเวลาที่เราเจอกันมันจะสั้น แต่ฉันรักเค้าล่ะชานะจัง”

“หมอนั้นอยู่ที่ไหน ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นไหม บอกมาเดี๋ยวนี้นะ”  เพื่อนรักของเธอเจ็บปวดอยู่ทั้งคน เธอต้องรีบช่วยเหลือ  //จะไม่ยอมเด็ดขาด จะไม่ยอมให้ฮานะมีน้ำตาเพราะผู้ชายคนนั้น นายต้องรับผิดชอบเพื่อนฉันนะ //

“ฉันไม่กล้าสู้หน้าเขาหรอก”

“โทรเดี๋ยวนี้ ฉันบอกให้โทรไปบอกความจริงให้ผู้ชายคนนั้นรับรู้เดี๋ยวนี้ ให้รู้ไปเลยว่าจะรับเป็นลูกผู้ชายยอมรับหรือไม่” เสียงแข็งรีบพ่นออกไป เพราะเธอเป็นห่วงเพื่อนรักคนนี้เหลือเกิน เพราะความผูกพันที่มีให้กัน คอยช่วยเหลือกันมา เสมือนเป็นคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้

            หญิงสาวผมบลอนด์สว่างหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมา มือเรียวกดไปที่หมายเลขเบอร์โทรแล้วโทรออก

ตืดดดดดด.....

“ฮัลโหล ไม่ทราบว่าใครครับ” เสียงแกร่งเอ่ย

“ฉันเองค่ะ ฮานะ....โอเรกิ  ฮานะ”

“ฮะ...ฮานะ..หรอ มีอะไรรึป่าว” เสียงตกใจของชายหนุ่มปลายสาย ที่ไม่คิดว่าเธอผู้นี้จะโทรมา

“ฉันมีเรื่องอยากจะบอกคุณค่ะ.....ฉัน...ฉัน...ท้องกับคุณ” น้ำตาที่หลั่งไหลลงมาเป็นสาย พลางหลบตาต่ำลงไป มือที่กำแน่นสั่นสะท้าน  เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าเขาจะปฏิเสธเธอและลูก  ระหว่างการสนทนา  ก็ไม่แคล้วสายตาคนผมน้ำตาล เธอไม่เคยเห็นเพื่อนรักร้องไห้ขนาดนี้มาก่อน

“ฮานะ  บอกผมว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ผมต้องการเจอกับคุณ”

“ฉะ  ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่เป็นอะไรเลย ถ้าคุณไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไรนะคะ”  ร่างหญิงสาวสั่นเทาไม่หยุด

“อย่าพูดแบบนี้ บอกมาเดี๋ยวนี้ !!”

            หญิงสาววางสายและกดส่ง Location ไปให้ชายหนุ่มผ่านทางโทรศัพท์  หลังจากนั้นก็วางโทรศัพท์และก้มหน้าร้องไห้

“เขาจะมา เขาจะมาหาฉัน”  หญิงสาวเอ่ย

//เธอคงรักเขามากๆ สินะฮานะ  อย่าร้องไห้สิ  มันทำให้ฉันเศร้าด้วยนะ  เธอไม่เคยร้องไห้ให้ฉันเห็น  แล้วอยู่ๆมาเป็นแบบนี้ไม่เหมาะกับเธอเลยนะ// ร่างเล็กคิด   พลางเดินไปกอดเพื่อปลอบใจคนอ่อนแอตรงหน้า 

 

            เวลาผ่านไปไม่นาน  ร่างชายหนุ่มสูงใหญ่เดินเข้ามาในร้านพลางมองหาคนที่ต้องการจะพบ  พลันเจอกับเป้าหมายที่กำลังกอดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่หันหลังให้เขา  ใบหน้าของเป้าหมายที่ต้องการพบกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา   ชายหนุ่มไม่รีรอรีบก้าวเท้าไปยังผู้หญิงที่ตนต้องรับผิดชอบ

“ฮานะ....”  เสียงเข้มเอ่ย   

//ผู้ชายคนที่ต้องรับผิดชอบเพื่อนของเธอคงมาแล้ว  แต่เอ๊ะ!! ทำไมเสียงคุ้นๆ จังเลย// ชานะคิดในใจพลางละจากเพื่อนรักของเธอ และหันหลังกลับไป

“ยะ...ยะ..ยูโตะ...” ใบหน้าหวานที่ตกใจสุดขีด //มันคืออะไร//

“ชานะ!! ทำไมเธอถึง....มาอยู่ที่นี่” ชายหนุ่มถาม พร้อมความกังวลใจ

“ทั้งสองคน..รู้จักกันหรอคะ”  หญิงผู้มีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่เอ่ยถาม

            แต่หากมีเพียงความเงียบที่เป็นคำตอบให้เธอ  ตอนนี้สายตาสองคู่กำลังมองกันด้วยความไม่เข้าใจ  ความผิดหวัง  ความเจ็บช้ำที่ค่อยๆ เข้าครอบคลุมจิตใจ

“ยูโตะ...ทำไมนายทำแบบนี้ ทำไม...ทำไม...กันล่ะ นี่น่ะ !! เป็นเพื่อนรักของฉันนะ” ร่างบางตวาดเสียงแข็ง 

//ทำไมกันล่ะ  อย่างกับโชคชะตาเล่นตลก  นี่น่ะ คนที่ฉันรักทั้งสองคนเลยนะ ทำไมเป็นแบบนี้กัน....ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ// น้ำตาหญิงสาวไหลลงอาบแก้ม  พลางมือหนากำลังจะยื่นเพื่อหวังเช็ดน้ำตาให้คนตรงหน้า

 

เพี๊ยะ !!  มือใหญ่ถูกปัดออก พร้อมกับเสียงตบที่แก้มคนร่างสูงอย่างแรง...

            หญิงสาวผมบลอนด์ได้เพียงยืนงง ว่านี่มันคือเรื่องอะไร มันเกิดอะไรขึ้น //หรือว่าชานะจัง...กับคุณยูโตะ....// ร่างบางเพียงคิดในใจแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้

“ชานะ  ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นเพื่อนกับฮานะ” ชายหนุ่มอธิบาย

“หึ...ถ้ารู้  นายก็คงไปทำกับคนอื่นสินะ” ความเจ็บแล่นเข้าถึงขั้วหัวใจหญิงสาว

“ไม่ใช่แบบนั้นนะชานะ คือฉัน....ฉัน...ขอโทษจริงๆ” ชายหนุ่มที่เสียใจ มิอาจมีข้อแก้ตัวใดๆ อีกแล้ว

ทันใดนั้น เสียงของบุคคลที่สามก็เอ่ยขึ้นมา...

“ชานะจัง  ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ว่าคุณยูโตะกับฮานะจัง...ฮึก  ๆๆ ฉันขอโทษ”

 

            เสียงของคนที่รักทั้งสองคนของเธอเอ่ยขึ้นมา  ไร้การพูดใดๆ ได้ยินเพียงเสียงสะอื้นของร่างผมบลอนด์  น้ำตาที่ไหลอาบแก้มของสาวผมน้ำตาลยังคงไหลออกมาไม่หยุด เพียงแต่ไร้เสียงใดๆ    ไม่นานเธอจึงตัดสินใจบางอย่าง...

“พอเถอะ... ฉันไม่อาจจะทำยังไงได้แล้ว  พอได้แล้ว หยุดสักที !!!” ร่างบางตวาดเสียงแหบพร้า ตอนนี้จิตใจไม่อาจรับอะไรไหวแล้ว  หญิงสาววิ่งออกไปจากร้านแห่งนี้  แต่ทว่า....

เอี๊ยด....เคร้ง..!!! 

            หากระหว่างข้ามถนน มีรถวิ่งด้วยความเร็วสูงวิ่งผ่านมา  ร่างบางที่บัดนี้มีเพียงคราบน้ำตา และจิตใจที่บอบช้ำ ไร้การรับรู้ต่อสิ่งใดๆรอบข้าง  จึงถูกรถที่วิ่งมาชนเข้า 

            ร่างบางกลิ้งไปบนถนน  เลือดเริ่มซึมออกมาจากร่างกาย สายตาที่พร้ามัวมองกลับไปที่หน้าสถานที่ ที่เธอพึ่งจากมา  เงาของชายหญิงที่พึ่งทำร้ายหัวใจของเธอไปกำลังใกล้เข้ามา  สัมผัสที่กำลังประคองตัวเธอช่างเย็นยะเยือก ไร้ความอบอุ่นใดๆ  หูที่แทบจะไม่ได้ยินเสียงใดๆ

“ชานะ ๆ ๆ ได้ยินฉันมั้ย ชานะ” เสียงผู้ร้ายที่ทำร้ายหัวใจเธอกำลังเรียกชื่อเธอ

“ชานะจัง  ไม่นะๆ ฉันขอโทษ งือๆๆ” เสียงใสแจ้วที่เธอคุ้นหูกำลังขอโทษเธอ

//พอที  ฉันอยากตาย ตายซะทีเถอะ อยากจะลืมทุกๆ อย่าง...อยากจะ...ให้ร่างกายและวิญญาณนี้สลายไป  ไม่ต้องแบกรับความรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้อีก...ทำไมกันนะทั้งที่ฉันรอเพียงนาย รักแค่นาย วาดฝันว่าจะฝากชีวิตไว้...ว่าจะมีครอบครัวน่ารักๆ กับนาย ทำไมนายทำกับฉันแบบนี้ล่ะยูโตะ  ฉันมันแย่ขนาดนั้นหรอ บอกฉันที.... และเธอล่ะฮานะ...เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งฉันเลย  ทำไมต้องเป็นเธอ ทำไมกัน....เพื่อนที่ฉันรักมาตลอด  ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆๆ...แฮกๆๆ แอกๆๆ...เจ็บชะมัด  จะตายแล้วสินะ...หึ..ดีแล้ว   พอทีเถอะ...ลาก่อนนะทั้งสองคน...//

“ชานะๆๆ ไม่น้า” เสียงอันเจ็บปวดของชายหนุ่ม  ตะโกนเสียงดัง พรางกอดหญิงที่ตนรัก  เพียงเพราะความมักง่ายของเขา เพราะความเลวของเขา ทั้งที่เธอรักชายหนุ่มมากแท้ๆ แต่เขากลับทำร้ายเธอ เพราะความมักง่ายของตน

“ชานะ...จัง ฮึกๆ ฮือ” และเสียงสะอื้นจากเพื่อนรักของเธอ  ความรู้สึกผิดโลดแล่นเข้ามาให้จิตใจ  หากเพียงเธอถามและใส่ใจเรื่องราวของเพื่อนผู้นอนอาบเลือดสักนิด และรู้ว่าเขาสองคนรักกัน  เธอคงจะเก็บความลับนี้ไว้ และยอมถอยออกไปแท้ๆ  เหมือนฟ้าแกล้งกันชัดๆ เลย....

 

            สุดท้ายลมหายใจของหญิงสาวผู้แสนดี  มีความรักความอบอุ่นมากมายไว้ให้ชายหนุ่ม และความซื้อสัตย์และหวังดีต่อเพื่อนรักของเธอ ก็หยุดลงไป ท่ามกลางความรู้สึกผิดของคนเป็นทั้งสอง  ที่ทิ้งท้ายไว้เพียงคำว่า....

 

          “ขอโทษ....” 

 

 

 

 

***********************************************************

 

จบไปอีกตอน อาจเดินเรื่องไปนิด แต่แค่ช่วงนี้แหละค่ะ เดี๋ยวก็ได้สนุกกันต่อ

ในโลกหลังความตาย แหะๆๆ ขอโทษที่อัพช้าไปเพราะพึ่งซ่อมคอมมา

อ่านแล้วช่วยคอมเม้นเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจแต่ง

ต่อไป  ดีใจที่ทุกท่านเข้ามาอ่านนะคะ....

 

      

ความคิดเห็น