Lion-S

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 คนที่รัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 คนที่รัก

คำค้น : ิbleach fanfic เบียคุยะ ฮิสึกายะ อุคิทาเกะ บลีชเทะมรณะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 56

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 02:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 คนที่รัก
แบบอักษร

ตอนที่ 1  คนที่รัก 

           บนถนนในเมืองใหญ่ สะท้อนภาพที่กำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีไปตามธรรมชาติ เริ่มมีลมพัดโชยแต่หากลมเหล่านั้น เริ่มมีอุณหภูมิลดลงเพียงเล็กน้อย ร่างเล็กที่ไม่ชินกับการเปลี่ยนแปลงกำลังเริ่มมีการตอบสนอง

“ ฮัดชิ่ว...มือเย็นจังเลย” ริมฝีปากเริ่มขยับ พลางกุมมือไว้กลางอก

“ หือ...นี่เธอยังไม่เข้าฤดูหนาวก็จามแล้วหรอ แต่ก็นะ เธอน่ะเป็นพวกตอบสนองต่ออากาศเย็นๆ ก่อนชาวบ้านชาวเมืองเขาอยู่แล้วนี่นา ช่วยไม่ได้นะ...เอานี่ไปใส่ซะ..” เสียงเข้มของชายหนุ่ม พลางยื่นเสื้อคลุมให้หญิงสาว

“ ขอบคุณนะ...ยูโตะ ฉันไม่ชอบอากาศแบบนี้เลย พอเป็นแบบนี้ทีไรร่างกายก็จะรู้สึกได้ทันที ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนนะ” ใบหน้าขึ้นสี และรอยยิ้มอบอุ่นใจเผยออกมา

“พิลึกคน  เอาน่า...เรารีบเข้าเรียนกันเถอะ”

“จ้ะ...”

           ชายหญิงสองคนรีบเดินเข้าไปในตึกของมหาวิทยาลัย การโอบประคองของชายหนุ่มทำให้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น เธอช่างโชคดีอะไรแบบนี้

           ความเงียบและตั้งใจขณะอาจารย์กำลังสอนของเธอ ต่างจากอีกคนมากมาย การนั่งหลับอย่างเงียบๆ คือกิจวัตรประจำวันของเขา นิสัยที่ชอบหลับระหว่างเรียนแบบนี้ทำให้หญิงสาวคิดไม่ตกกับเขาจริงๆ จนเวลาการเรียนได้จบลงไป

“นี่...ยูโตะ หมดคาบเรียนแล้วนะ ตื่นได้แล้ว” เสียงหวานเอ่ย แต่ไร้วี่แววการตอบสนอง

“เฮ้ ยูโตะ” เธอไม่ละความพยายามหรอก

“หึ เอาอย่างนี้ใช่ไหม...ได้”

           มือเล็กยื่นไปจับหูของชายที่หลับใหลอยู่ และบิดมันด้วยแรงที่มี ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดัง สร้างความพอใจแก่หญิงสาว

“ โอ้ย....เธอทำอะไรของเธอเนี่ยชานะ มันเจ็บรู้มั้ย”

“ฮ่ะๆๆ ยูโตะสมควรโดนแล้วนี่นา ต่อไปก็อย่าหลับในเวลาเรียนสิ”

“ก็ฉันง่วงน่ะสิ”

“แต่หลับแบบนี้ เดี๋ยวตอนสอบก็ทำข้อสอบไม่ได้กันพอดี”

“โถ่ ในเมื่อฉันมีชานะอยู่ทั้งคน ที่คอยช่วยติวให้ แบบนี้สบายมาก”

“งั้นหรอ พูดเหมือนฉันเป็นคนรับใช้ยูโตะเลยนะ”

“งั้นเพื่อเป็นการขอบคุณ ไปร้านเค้กกัน เดี๋ยวฉันจะเลี้ยงเธอเอง”

“จริงหรอ ว้าว...เค้กนี่คือสวรรค์ชัดๆ เลย ไปเร็วรออะไรอยู่ล่ะ”

           พูดจบ มือเล็กก็รีบคว้าไปจับมือของคนร่างใหญ่ และรีบดึงแล้ววิ่งออกไป สร้างรอยยิ้มให้คนโตกว่าเป็นอย่างมาก เขาส่ายหัวไปมา พลางคิดในใจ

//เธอนี่นะ เหมือนเด็กเลย//

 

           ในร้านเค้กแสนน่ารัก ผู้คนเดินไปมา ลูกค้าร้านนี้ไม่เคยขาดสายหากคิดไปคิดมา คงบอกได้คำเดียวว่าร้านนี้คงดังในหมู่หนุ่มสาว เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาววัยเรียน ทั้งมัธยมและมหาวิทยาลัย

“ฉันเอาเค้กช็อกโกแลตปอนด์ใหญ่ อ้อ! และขอคาราเมลและสตอเบอรี่ฉ่ำๆ แยกต่างหากด้วยนะคะ”

“เดี๋ยวนะ เธอจะกินแบบนั้นอีกแล้วหรอ”

“แบบนั้นน่ะแบบไหนล่ะ”

“ก็การที่สั่งเค้กมาปอนด์ใหญ่ๆ และเอาคาราเมลและสตอเบอรี่มาเป็นเหมือนกับเครื่องเคียงนี่สิ คิดอะไรของเธออยู่กัน”

“ก็ฉันชอบของฉันนี่นา”

“ฉันบอกให้สั่งเป็นชิ้นเล็กๆ โดยสั่งมาสามชิ้น ช็อกโกแลตชิ้นนึง คาราเมลชิ้นนึงและสตอเบอรี่ชิ้นนึง ทำไมไม่สนใจคำแนะนำฉันบ้างล่ะ”

“หยุดเลย ฉันจะสั่งแบบนี้”

“เห้อ...ก็ได้ๆ งั้นเอาแบบนี้ก็ได้”

           เค้กช็อกโกแลตก้อนโต และเครื่องเคียงที่เธอขอก็ได้ตามความต้องการ ตาประกายวิบวับที่เห็นของโปรด ได้สร้างรอยยิ้มให้แก่ชายหนุ่ม

//ผู้หญิงคนนี้ ไม่ไหวๆ ฮ่ะๆๆๆ// เขาคิดในใจ พลางมองไปที่หญิงสาวที่กำลังจัดการกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเธอ รอยยิ้มที่สดใสของเธอ เขาอยากจะเก็บมันไว้ดูคนเดียวเสียจริง

           เวลาผ่านไป เขาและเธอไปเดินออกจากร้านและมาเดินเล่นที่ริมแม่น้ำ ท่ามกลางแสงของดวงตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้าไป 

//บรรยากาศที่แสนโรแมนติกแบบนี้ ฉันควรจะบอกเธอ // ชายหนุ่มคิด

“นี่ยูโตะ มาที่นี่ทำไมเนี่ย นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนะ”

“ชานะ.. ฉันเคยคิดนะว่าการใช้ชีวิตไปเรื่อยเปี่อยแบบนี้ มันไม่ดีเท่าไหร่หรอก ตอนที่ฉันยังไม่รู้จักกับเธอ ฉันไม่เคยคิดเห็นใจคนรอบข้างเลย คนแบบฉันมันก็ดูไม่มีอนาคตจริงๆนั่นแหละ”

“ยูโตะ...ทำไมอยู่ดีๆ มาพูดแบบนี้ล่ะ”

คำพูดของยูโตะ สร้างความแปลกใจให้เธอเป็นอย่างมาก เธอไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้จากปากชายหนุ่มเลยสักครั้ง แต่ทำไมเขาถึงมากล่าวโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้

“ชานะ แต่พอฉันได้รู้จักเธอ มันก็ทำให้ฉันคิดได้ว่า ฉันจะใช้ชีวิตไปเพื่อใคร ทั้งชีวิตของฉันตอนนี้.....ฉันอยากใช้มันไปกับเธอนะชานะ”

           ชายหนุ่มโอบกอดอย่างร้อนร้น เขาไม่เคยพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้าใครเลย เธอทำให้เขากล้าที่จะเผชิญหน้า และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องบอกออกไป

“ชานะ....ฉันรักเธอ”

           เพียงประโยคเดียว มันทำให้ใจของหญิงสาวสั่นไหว //ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น นี่มันอะไรกัน ยูโตะกำลังสารภาพรักฉันงั้นหรอ นี่ฉันกำลังฝันไปรึไงกัน//

“ยูโตะ...ฉันเองก็รักยูโตะ” น้ำตาเริ่มไหลริน

“ชานะ ทำไมเธอไม่เคยบอกฉันล่ะ”

“เจ้าบ้า...ใครมันจะไปกล้าบอกกันล่ะ นายกับฉันน่ะต่างกันเกินไป นายมีทุกอย่าง ร่ำรวย เป็นคุณชายที่ใครๆ ต่างชื่นชอบ แต่ฉันมันก็แค่ผู้หญิงธรรมดา ฐานะก็ต่ำต้อย ฉันเข้าเรียนได้ก็เพราะได้รับทุน ให้มาเรียน ฉันมันต่ำต้อย....แล้วใครจะกล้าเอ่ยปากว่ารู้สึกยังไงกันล่ะ”

           ความในใจของหญิงสาวได้เผยออกมา น้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม ได้สร้างความตะลึงให้แก่ชายหนุ่มเป็นอย่างมาก

“เธอนี่มัน....ชอบคิดมากอยู่เรื่อยเลย ใครจะสนใจเรื่องแบบนั้นกันล่ะ แค่อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขก็พอไม่ใช่รึไง เลิกคิดมากได้แล้ว”

“ยูโตะ....ฉันรักนายนะ”

“ฮ่ะๆๆ ฉันก็รักเธอชานะ”

           ดวงตาสองคู่จ้องมองผสานกัน รอยยิ้มแห่งความโล่งใจ และไร้ซึ่งความกังวล ได้เดินโอบหลังกันไปตามถนน ท่ามกลางแสงที่ริบหรี่ของดวงตะวัน เสมือนพยานรักของเขาและเธอ

บัดนี้คงจะมีแต่ความสุขในชีวิตของเธอ

           เวลาผ่านไป เขาและเธอใช้เวลาร่วมกัน การไปมหาวิทยาลัยเพื่อพบหน้ากัน ช่างมีความสุขมากเสียจริงๆ 

“นี่ชานะ ฉันมีเรื่องต้องบอกเธอน่ะ”

“หือ เรื่องอะไรล่ะยูโตะ ทำไมทำหน้าจริงจังแบบนั้นนเล่า”

“คือ....เดือนหน้า พ่อของฉันจะส่งไปเรียนที่อังกฤษน่ะสิ”

           หญิงสาวตะลึง และนิ่งงัน ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของเธอ สายตาที่เศร้าสร้อยเริ่ม เผยออกมา //เรื่องจริงน่ะหรอ//

“เหๆ อย่าทำหน้าแบบนั้น ท่ามกลางเรื่องไม่ดี แต่ฉันมีเรื่องดีนะขอบอก”

“ยูโตะ นายกำลังล้อฉันเล่นแน่ๆเลย” รอยยิ้มที่ฝืนยิ้มออกมานั้น บ่งบอกว่าเธอเสียใจ

“ฮ่ะๆๆๆ ฉันแค่ไปสามเดือนเองยัยชานะขี้แย แค่ไปเรียนระยะสั้นน่ะ สงสัยเจ้าพ่อบ้าของฉันคงเห็นว่าฉันโง่มาก เลยแค่ส่งไปเรียนเพื่อฝึกภาษาเอาเท่านั้น.....แค่สองเดือนเอง”

“ไอ้บ้า...มาแกล้งกันแบบนี้ได้ไง ฉันน่ะจริงจังนะ....แต่ถ้าเป็นแบบนั้นฉันก็เข้าใจ ฮิๆๆ นายคงจะโง่อย่างที่พ่อนายว่านั่นแหละนะ”

“โถ่ ยัยนี่ มานี่เลย”

           ชายหนุ่มรีบคว้าร่างของหญิงสาวเข้ามาสวมกอด “ ขออยู่แบบนี้หน่อยนะ”

//อีกไม่นานเขาก็จะไปแล้วหรอ ไม่เป็นไรๆๆ ฉันรอได้อยู่แล้ว แค่ไม่กี่เดือนเอง// หญิงสาวคิดแต่กลับไม่พูดออกมา

           เวลาผ่านไป ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องจากกัน....

 

 

ณ ใต้ต้นซากุระ ที่ๆ เธอกับเขานัดเจอกันเอาไว้

            ภาพหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นั่ง เธอก้มหน้ามองโปสการ์ดใบหนึ่ง โปสการ์ดคือสิ่งที่เธอชอบมาก เธอมักจะเขียนโปสการ์ดให้เขาเสมอ หญิงสาวมองไปที่โปสการ์ดภาพของเธอและเขา พลางพลิกอีกด้านอันมีข้อความว่า...

 

หากชีวิตไร้ซึ่งดวงอาทิตย์ ที่ฉายแสงส่องทางให้ทานตะวันน้อย 

คงจะเหมือนไร้เข็มทิศที่คอยชี้ทางแห่งความสุข...ไปตลอดกาล 

. 

“อ๊ะ” เสียงตกใจของหญิงสาว

“ฮ่ะๆๆ รอนานไหม ขอโทษทีนะ” เสียงที่เธอรอคอยดังขึ้นมา

“ไม่เลยๆ จะไปแล้วจริงๆ น่ะหรอ”

“คงแบบนั้นแหละ” 

“ยูโตะ....สัญญาได้ไหม ว่าจะรีบกลับมา”  สายตาที่แฝงไปด้วยความกังวลของหญิงสาว ไม่พลันละจากชายหนุ่ม

“สัญญาสิ ฉันสัญญานะชานะ ว่าจะรีบกลับมา”

           แต่หากสีหน้าและแววตาของหญิงสาวกลับแฝงไปด้วยความกังวลใจ ซึ่งชายหนุ่มก็แอบสังเกตได้ทันที

 // ทำยังไงดี ถ้าหากเขาไปเจอผู้หญิงคนอื่นล่ะ หากเขาผิดสัญญาล่ะ...หากเขาเปลี่ยนไปล่ะ ไม่สิ...ไม่ชานะ เราต้องเชื่อใจเขาสิ...ไม่มีอะไรหรอก ทุกอย่างต้องราบรื่น// หญิงสาวกำลังจมอยู่ในความคิดของเธอ ทันใดนั้น...

“โอ้ย...!” มือหน้าเคาะลงบนหัวของเธอ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ไม่สมเป็นเธอเลยนะ...ฉันรู้หรอกน่าว่าเธอกำลังคิดว่าฉันจะไปหลีสาวอื่นอยู่งั้นสิ ฮ่ะๆๆๆ.....เชื่อใจฉันเถอะน่า ยัยชานะขี้แย” 

 

//นั่นสินะ...แบบยูโตะน่ะหรอจะไปทำแบบนั้นได้น่ะ เราเองก็ต้องเชื่อใจเขาสิ//

“อื้ม...ฉันจะรอนะยูโตะ” 

 

           หญิงสาวสวมกอดร่างสูง น้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม ช่วยสื่อถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อชายร่างสูง

//ฉันรักนายเหลือเกิน....ยูโตะ//

“ไปก่อนนะ ชานะ” เสียงฝีเท้าเดินทางไป รอยยิ้มและแผ่นหลังแบบนั้นคงไม่อาจเจอได้อีก คงต้องเฝ้ารอวันที่ชายตรงหน้าจะกลับมา

           สายลมพัดพาความเย็นมาสู้ร่างกาย มือเล็กจับเสื้อตัวหนาให้กระชับขึ้น เพื่อชายผู้จากไปแล้ว เธอต้องเข้มแข็ง และรอเขาด้วยหัวใจที่สดใส เพราะหากเขากลับมาเธอก็จะยิ้มด้วยรอยยิ้มที่น่าคิดถึงที่สุดของเธอ เพื่อให้เขาไม่คิดมากกับเธออีกต่อไป

“จะรอนะ...ยูโตะ”

 

           เวลาเพียงสามเดือนช่างเนิ่นนานเสียจริง สำหรับการรอคอยหัวใจของเธอให้กลับมา ชีวิตที่ไร้ความสดใสช่างจืดชืดเหลือเกิน หญิงสาวยังใช้ชีวิตประจำวันกับการไปมหาวิทยาลัย พร้อมกับความตั้งใจที่จะเรียนให้จบเพื่ออนาคตที่ดีของเธอเอง หากคิดไปอีกทาง หญิงสาวผู้นี้เป็นเพียงหญิงธรรมดาที่กำลังร่ำเรียนวิชาในมหาวิทยาลัย พร้อมกับหาเงินส่งเสียตนเรียน แม้นทุนที่ได้รับมาจะช่วยให้เธอได้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ แต่หากพูดถึงครอบครัวและชีวิตประจำวัน คงไม่พอสำหรับอาหารสามมื้อในทุกๆ วันอย่างแน่นอน 

           

           หญิงสาวใช้เวลาที่ว่างจากการเรียน มาทำงานเป็นพนักงานในร้านอาหาร โดยเฉพาะช่วงเวลาตกเย็น หนุ่มสาววัยนี้ส่วนใหญ่คงใช้เวลาในการกลับบ้านไปทานอาหารเย็นพร้อมครอบครัว  หรือไม่ก็อาจใช้เวลากับคู่รักของตน ซึ่งต่างกับเธอยิ่งนัก ที่ต้องหาเย็นเลี้ยงตัวเองไปวันๆ  

 

“รับไปเถอะนะ ชานะ...เงินพวกนี้ฉันอยากให้เธอ จะได้ไม่ต้องไปทำงานตอนเย็นอีกไง อีกอย่างกว่างานจะเสร็จก็ดึกมาก ฉันไม่อยากให้เธอลำบากนะ” ชายหนุ่มกล่าว พร้อมกับยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้หญิงสาว

อะไรของนายน่ะยูโตะ  ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันจะไม่รับเงินจากนายเด็ดขาด” เธอปฏิเสธไปท่าเดียว

“หลายครั้งแล้วล่ะ ฉันกำลังช่วยเหลือคนรักของฉันอยู่นะ”

“ฮ่ะๆๆ ฉันขอบคุณในความหวังดีของนายนะ แต่ฉันยังยืนยันคำเดิม ตราบที่ฉันยังทำอะไรด้วยตนเองได้ ฉันก็ยังอยากจะทำมันด้วยตัวเองต่อไป”

“เชอะ..! เธอนี่มัน....บ้าชัดๆ”

// จริงอย่างที่พูดแหละ เธอน่ะมันบ้าชัดๆ เลย... ฉันพยายามเข้าใจเธอเสมอนะแต่ก็ไม่อยากเห็นเธอลำบาก เธอไม่เข้าใจฉันเลยนะชานะ....ผู้หญิงที่ดื้อ ทำอะไรเกินตัวแบบเธอน่ะ  ฉันรักลงไปได้ไงนะ หึๆๆ//

           รอยยิ้มอันแฝงไปด้วยความกังวลของชายหนุ่มปรากฏออกมา เมื่อหญิงสาวเห็นจึงได้แต่ยิ้มตอบกลับไป เสมือนกำลังบอกว่า “อย่าห่วงเลย”

 

           เรื่องราวในอดีตทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความเศร้า ความรู้สึกคิดถึงและโหยหาแบบนี้มันกำลังกัดกินใจเธอไปทุกวันๆ การใช้ชีวิตที่ไร้ซึ่งเขามาเกือบเดือนเศษมันช่างทรมานจริงๆ

           ในค่ำคืนที่มีเพียงแสงไฟจากถนน ลมหนาวพัดโชย ใบไม้ร่วงจากต้นเป็นทางยาวบ่งบอกว่ากำลังจะเปลี่ยนฤดู  //ฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้วสินะ// หญิงยาวคิดพลางเดินต่อไป

           อพาร์ทเมนไม้เก่าค่าเช่าถูกพอจ่ายไหวที่เธอมาอยู่ตั้งแต่พ่อแม่เสียไป ชีวิตที่ปล่าวเปลี่ยวของเธอไร้หนทาง แต่ไม่นานทุกอย่างได้พลิกผันเพราะการที่เธอสอบทุนได้ ทำให้เธอเริ่มมีเป้าหมายในชีวิตและที่สำคัญคือ การได้พบเขา “คิเสะ ยูโตะ” เสมือนชีวิตของเธอได้พบแสงสว่าง ชายผู้มีรอยยิ้มให้เธอเสมอ อยู่ข้างเธอมาตลอด หากอนาคตเป็นดั่งใจ เธออยากคงจะฝากชีวิตไว้ที่เขาตลอดไป....

           กริ๊งๆๆๆๆ ......!!!!

                เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ร่างเล็กรีบหยิบมาดู ไม่นานรอยยิ้มแห่งความคิดถึงก็เผยออกมา เธอรีบกดรับสาย

“ชานะจัง...ใช่ชานะจังรึป่าวจ๊ะ” เสียงใสกล่าว

“ฮานะ !!! ฮานะหรอ เธอเป็นยังไงบ้าง”

“ฉันสบายดีจ้ะ แล้วชานะล่ะเป็นยังไงบ้าง”

“ก็อยู่ได้ปกติทุกวันแหละ ดีใจจังที่ฮานะโทรมาหา อยู่ที่นู่นเป็นยังไงบ้างหรอ” หญิงสาวชวนคุยอย่างสนุกปาก

“จ้ะ ดีมากเลยล่ะ คิดถึงชานะจังมากเลยนะ เราไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว”

“ฮ่ะๆๆ นั่นสินะ....อืม.. ก็ตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัย ฉันก็ได้ทุนมาเรียนต่อที่นี่ ส่วนฮานะก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ”

“ฉันมีข่าวดีจะมาบอกฮานะจังล่ะ อีกไม่กี่เดือนฉันจะกลับไปญี่ปุ่นล่ะ”

“จะ...จริงหรอฮานะ แล้วเรื่องเรียนล่ะ เธอยังเรียนไม่จบเลย”

“ใครบอกล่ะ ที่นี่ฉันเรียนแค่สองปีเองนะ”

“จริงใช่มั้ย ฉันดีใจมากจริงๆ ฮานะ จะได้เจอฮานะอีกครั้ง มันเป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ ถ้ากลับมาแล้ว เราไปร้านเค้กที่ชอบไปกันแบบตอนม.ปลายดีมั้ย ฉันจะเลี้ยงเอง”

“ว้าว...นานๆทีชานะจังจะเอ่ยปากชวนไปเลี้ยงเค้ก ฉันไม่พลาดหรอก”

           เสียงสนทนาของสองสาวดำเนินไปด้วยเสียงหัวเราะ และความสุขทั้งปลายสายและต้นสาย  เพื่อนสาวสวยแสนใจดีและเรียบร้อยของชานะ ว่างโทรมาเธอจะไม่มีเรื่องให้พูดก็คงเป็นไปไม่ได้ เพื่อนรักที่เสมือนครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอ ความเมตตาและใจดีของฮานะ ทำให้ชานะยิ้มได้เสมอ เธอรักเพื่อนคนนี้มากเหลือเกิน....

 

 

 

___________________________________________________________________________________________________________________________________________________

  *** เย้ เริ่มอัพตอนแรกไปแล้ว ขอเกริ่นเบาๆ ก่อนนะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ ช่วยคอมเม้นติชมกัน เพื่อเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ เรื่องนี้ไรท์ตั้งใจแต่งมากจริงๆ ขอบคุณนักอ่านทุกคนค่ะ.... ***

ความคิดเห็น