• Ladyraisin •

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 4 : Give me a chance

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 281

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2562 11:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 : Give me a chance
แบบอักษร

Chapter 4 : Give me a chance

 

‘ถ่านไฟเก่าปะทุ! คุณชายจางรีเทิร์น‘หลี่ซือซือ’

จุมพิตหวานท่ามกลางแสงจันทร์’

 

คฤหาสน์ตระกูลจาง

 

           พาดหัวข่าวในหน้าบันเทิงที่กำลังร้อนระอุอยู่ในโลกโซเชี่ยลมีเดีย ถูกเปิดอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ประธานจางยืนหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เขากำลังรอลูกชายหลังจากให้สาวใช้ไปตามตัวมา

         ก๊อก ๆ

         เสียงเคาะประตูดึงสายตาที่กำลังทอดมองไปด้านนอกอย่างครุ่นคิดให้กลับมาในห้อง จางอี้ชิงเปิดประตูเข้ามาแล้วก้มหัวเล็กน้อยทำความเคารพ เขาเดินมานั่งที่เก้าอี้โซฟาตามการผายมือของพ่อ

           “เห็นนี่แล้วใช่ไหม”

           ประธานจางหยิบโทรศัพท์มือถือจากโต๊ะทำงานยื่นให้ลูกชาย พลางนั่งลงตรงโซฟาตัวยาวที่อยู่ใกล้กัน อี้ชิงอ่านข้อความบนหน้าจอก่อนจะผงกหัวเบา ๆ

           “ครับ”

           “มันเกิดขึ้นได้ยังไง?”

           “คือ ..”

         แกร๊ก!

         แม่ของอี้ชิงเปิดประตูเข้ามาอย่างร้อนใจ รุดเข้ามานั่งที่ข้างสามี เธอเพิ่งจะเห็นข่าวเพราะพวกสาวใช้ซุบซิบกัน

           “ภาพนั้นมันมาได้ยังไงอี้ชิง บอกแม่สิ นั่นไม่ใช่ลูกใช่ไหม เป็นเรื่องเข้าใจผิดใช่รึเปล่า?”

           อี้ชิงก้มหน้าเล็กน้อย เขาขมวดคิ้ว สีหน้าตึงเครียด รู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องภาพหลุดของหนุ่มสาวที่กำลังพลอดรักกันธรรมดา ๆ เรื่องของเขากับซือซือกำลังถูกพูดถึงในแง่ลบ แต่สิ่งที่เขากังวลมากกว่าความคิดเห็นของคนนอก คือจิตใจของเธอ

           “คนในภาพ คือผมจริง ๆ ครับแม่”

           คุณนายจางได้ยินแบบนั้นก็ยกมือกุมหน้าอก ใจมันหายวูบคล้ายจะเป็นลม เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึก หันหน้ามองสามีอย่างคิดไม่ตก

           “ละ .. แล้วทำไมลูกกับหลี่ซือซือถึงไป .. อยู่ตรงนั้นด้วยกันได้หื้ม?”

            “ผม .. ออกไปตามหาเธอครับ”

           พ่อกับแม่ได้ยินแบบนั้นก็พรูลมหายใจออกมาพร้อมกัน คิดถึงเรื่องคราวก่อนแล้วก็ยิ่งหนักใจ ไม่รู้ว่าป่านนี้บ้านประธานหลี่จะเป็นยังไงบ้าง ความสัมพันธ์อันดีเพิ่งจะฟื้นคืนมาเหมือนเก่าได้ไม่นาน ถึงตอนนั้นหลี่หมิงจะไม่ได้แสดงออกว่าโกรธมากนัก แต่มีประเด็นเกิดขึ้นซ้ำสองแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะว่ายังไง

           “แล้วลูกออกไปตามหาซือซือทำไม?”

           ประธานจางเอ่ย แม้จะกังวลอยู่ไม่น้อยแต่เขาใจเย็นกว่าภรรยามาก เชื่อว่าลูกชายคงจะมีเหตุผลกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน

           อี้ชิงมองหน้าพ่อกับแม่ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดลมหายใจ ยืนตัวตรง แววตามุ่งมั่นมองสบกับคนเป็นพ่อก่อนจะเอ่ย

           “ผมไปขอคืนดีกับซือซือครับ”

           เหตุผลที่ได้ฟังทำให้ทั้งประธานกับคุณนายจางหยุดหายใจก่อนจะพรูลมหายใจออกมาพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้พวกเขาหายกังวลไปได้ แต่ก็รู้สึกโล่งขึ้นมาเพราะเห็นทางออก

           “ลูกกลับมารักเธออย่างนั้นเหรอ?”

           “นี่ลูกจริงจังใช่ไหมอี้ชิง ถ้าลูกไม่ได้จริงใจจริง ๆ ล่ะก็ ลูกจะทำแบบนี้กับหนูซือซือไม่ได้นะ เห็นไหมว่าน้องเสียหายขนาดไหน แม่เห็นคอมเม้นท์ในอินเตอร์เน็ตแล้วรับไม่ได้จริง ๆ ” คุณนายจางยิ่งหัวเสีย พอนึกถึงคำพูดคำจาร้าย ๆ ในเน็ตเธอก็ถอนหายใจอย่างรับไม่ได้

           “จริง ๆ .. ผมก็รักน้องมาตลอด แต่ตอนนั้น .. ผมโง่เองครับแม่”

           จางเฉาเหว่ยหันมองหน้ากันกับภรรยาอย่างขอความเห็น ก่อนจะกลับมามองลูก ท่าทางของอี้ชิงเองก็วิตกไม่น้อย เข้าใจว่าลูกคงรู้สึกอย่างที่ว่าจริง ๆ แต่ความสัมพันธ์ที่เขาตั้งใจจะสานต่อ อาจจะออกมาไม่ค่อยดีนัก

           “ถ้าอย่างนั้น พ่อกับแม่จะไปพบประธานหลี่ เราต้องขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็ถือโอกาสสู่ขอหนูซือซือให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะข่าวนี้ทำให้เธอเสียหายมาก และพ่อว่าคราวนี้ประธานหลี่ก็คงไม่ยอมให้มันผ่านไปเหมือนครั้งก่อนหรอก”

            อี้ชิงมองพ่อ ได้ยินแบบนั้นเขายิ่งกังวล ไม่เห็นด้วยกับวิธีของพ่อ เขารู้จักซือซือดี ยิ่งทำแบบนั้นคงยิ่งทำให้เขากับเธอไม่มีวันจะต่อกันติดได้อีกแน่

           “ผมจะไปขอโทษประธานหลี่ด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องสู่ขอผมไม่เห็นด้วย”

           “ทำไมล่ะ? ก็ลูกบอกว่ารักหลี่ซือซือไม่ใช่หรือไง?”

           “ใช่ครับ ผมรัก แต่ถ้าไปมัดมือชกซือซือแบบนั้น น้องคงได้เกลียดผมเข้าจริง ๆ ..”

           ที่เขาพูดทำให้คนฟังถอนหายใจซ้ำอีก ไม่มีอะไรจะโต้แย้ง แต่อย่างไรเสียก็ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงตระกูลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับฝั่งนั้น ยิ่งเป็นผู้หญิงยิ่งเสียหายเสียยิ่งกว่า

           “แล้วลูกจะทำยังไงกับเรื่องนี้?”

           “เรื่องข่าว ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไร สักพักก็คงเงียบไปเอง ผมจะไปขอโทษประธานหลี่ที่บ้าน แล้วก็ .. ขอโทษซือซือด้วย และถ้าหากประธานหลี่พูดถึงเรื่องหมั้นหมาย ผมก็จะขอเวลาให้เราสองคนได้ปรับความเข้าใจกันก่อน ผมอยากให้พ่อกับแม่สนับสนุนผมได้ไหมครับ?”

           ทั้งประธานและคุณนายจางต่างก็ยังคงมองลูกชายด้วยความกังวลอย่างมาก แต่เรื่องนี้มันก็เป็นปัญหาที่อี้ชิงต้องจัดการด้วยตัวเอง พวกเขายังคงเชื่อใจว่าลูกจะแก้มันได้ ไม่ทำให้ทุกอย่างแย่เหมือนครั้งก่อนอีก

           “ก็เอาตามลูกว่าก็แล้วกัน ไปจัดการให้คนเตรียมของขวัญแล้วก็เตรียมรถเถอะ พ่อจะโทรไปนัดประธานหลี่เอง”

           อี้ชิงพยักหน้ารับ เขาลุกขึ้นยืนแล้วก้มศีรษะให้ จากนั้นก็เดินออกมาจากห้อง สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความกังวล แต่ไม่ได้กังวลเรื่องข่าว หรือเขาจะคืนดีกับหลี่ซือซือได้สำเร็จหรือเปล่า เพราะสิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือสภาพจิตใจของเธอตอนนี้ น้ำตาของเธอที่เขาได้เห็นเมื่อคืน ทำให้เขาได้รู้เดี๋ยวนั้นเองว่า แผลที่เขาฝากไว้ในหัวใจดวงเล็ก ๆ นั่น มันใหญ่มากแค่ไหน

           “อย่าเพิ่งเกลียดพี่เลยนะ .. ขอร้อง ..”

 

• Ex Girl •

 

คฤหาสน์ตระกูลหลี่

           

           หลี่หมิงนั่งอยู่ที่โซฟากลางห้องโถงใหญ่ สีหน้าของเขาตึงเครียด สมาชิกในครอบครัวอยู่กันครบ แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ทุกคนดูกังวลกันหมด ยกเว้นซือซือที่ดูเย็นชากับเรื่องที่เกิดขึ้น

           “แกกับจางอี้ชิง กลับมาคบกันงั้นเหรอ?”

           “เปล่าค่ะ”

           เธอปฏิเสธทันควันที่พ่อถาม คำตอบนั่นยิ่งทำให้ประธานหลี่ชักจะหัวเสียขึ้นไปใหญ่ เขามองลูกสาวอย่างหงุดหงิด ภาพที่พวกนักข่าวถ่ายมามันชัดมาก ปลอบใจตัวเองได้ลำบากเหลือเกินว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด เขาขายหน้ากับเรื่องนี้ ยิ่งลูกปฏิเสธความสัมพันธ์กับชายหนุ่ม ยิ่งทำให้เขาหน้าชา

           “แล้วแกไปทำแบบนั้นกับเขาได้ยังไง แกไปจูบกับเขาได้ยังไงห้ะยัยซือ! แกทำฉันขายหน้ามากนะรู้ตัวไหม?!”

           “ป๊าจะคิดมากอะไรล่ะ เดี๋ยวเขาก็ลืมกันเองนั่นแหละ”

           ได้ยินลูกสวนกลับมาแบบนั้น หัวใจก็แทบวาย นี่ซือซือไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาอย่างนั้นหรือ? ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ

           “แกไม่เห็นที่คนเขาพูดกันรึไงห้ะ?! มันมีใครลืมที่ไหนกัน พอมีเรื่องนี้ขึ้นมาคนเขาก็หยิบเรื่องคราวก่อนมาพูด ไปแหกตาดูซะนะ แล้วคราวหน้าคราวหลังก่อนจะทำอะไรก็คิดให้มันเยอะ ๆ หน่อย ทำไมแกถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ ทำไมถึงทำตัวหน้าให้ฉันขายหน้าอย่างนี้?!!”

           “คุณคะอย่า! มีอะไรก็พูดกันดี ๆ เถอนะคะ ถือว่าฉันขอ”

           ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งโมโหจัด ประธานลุกตบโต๊ะพร้อมกับลุกขึ้นยืน ง้างมือขึ้นสูงแต่ก่อนจะได้ลงไม้ลงมือด้วยอารมณ์ชั่ววูบ คุณนายใหญ่ก็ดึงห้ามเขาไว้ก่อน และซือจิ้งก็ดึงน้องไปกอดอย่างปกป้อง

           ประธานหลี่จ้องซือซือด้วยความหงุดหงิด ถึงจะโกรธมากจนอยากจะตีสั่งสอน แต่อีกใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เขากังวลอยู่เหมือนกันว่าตอนนี้สภาพจิตใจของลูกสาวคงไม่ดีนัก คิดได้แบบนั้นเขาก็ลดมือและยอมนั่งลง

           “เอาเถอะ เดี๋ยวประธานจางจะมาที่นี่ แล้วฉันจะพูดเรื่องหมั้นของแค่กับจางอี้ชิง”

           “ไม่นะป๊า ซือไม่อยากหมั้น!”

           “ไม่อยากก็ต้องทำ! คราวนี้ฉันจะไม่ยอมให้แกทำฉันขายหน้าฟรี ๆ หรอกนะหลี่ซือซือ! พวกเธอก็ไปเตรียมตัวรับแขกได้แล้ว อีกไม่นานพวกเขาคงมาถึง”

           หลี่หมิงเสียงแข็งใส่ลูกสาว แล้วหันมาเอ็ดใส่คนอื่น ก่อนจะหันไปมองซือซืออีกครั้ง เขาสบตาลูกคนรองด้วยความจริงจังอย่างที่เธอรู้ได้เลยว่าคราวนี้ คนเป็นพ่อจะไม่ยอมอ่อนให้อีกแน่

           ร่างเล็กดึงสายตากลับมา เธอหันมองไปทางพี่สาว ซือจิ้งเองก็มองเธออย่างเห็นใจ แต่ก็ยังหาทางช่วยอะไรไม่ได้ตอนนี้ ซือซือหันมองตัดพ้อพ่อของเธออีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นยืน

           “ก็แล้วแต่ป๊าเถอะ อยากจะทำอะไรก็ทำเลย”

           กัดฟันพูดประชดทั้งน้ำตาคลอ จากนั้นก็หันหลังวิ่งขึ้นไปบนบ้าน เสียงของซือจิ้งที่เรียกตามมาไม่ได้ทำให้เธอหยุด ได้ยินเสียงพ่อเอ็ดให้พี่ แต่ก็ไม่ใส่ใจจะหันกลับ เข้าไปในห้องปิดประตูลงกลอนแน่นหนา หันหลังพิงประตูอย่างเหนื่อยอ่อน

           “อึก ..”

           ซือซือโขกศีรษะกับประตูเบา ๆ อย่างต้องการเอาความรู้สึกแย่ ๆ ออกไปจากหัว ก่อนจะพรูลมหายใจเฮือกใหญ่ เงยหน้าห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างประตูขึ้นมาดู เปิดข่าวที่มีภาพของตัวเองเด่นหราอยู่บนนั้น นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน

           “ซือควรเกลียดพี่ แต่ .. พี่ไม่อยากให้ซือเกลียดพี่ ที่ซือถามว่า พี่กลับไปแก้ไขเมื่อห้าปีก่อนได้ไหม .. พี่ทำไม่ได้หรอก”

         “ .. ”

           “แต่พี่ทำตอนนี้ให้ดีได้นะ ถ้าซือให้โอกาส”

 

           คำพูดที่เขาเอ่ยมา เธอจำมันได้ทุกคำ ในวินาทีนั้นเธอรู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังใจอ่อนให้กับเขาอย่างไร้สักข้อแม้ แต่เมื่อเรื่องราวเก่า ๆ ผุดขึ้นมาในหัว ก็เหมือนมีเสียงตะโกนบอกให้เธอหยุดมันซะ จนตอนนี้ความรู้สึกสองขั้วก็ยังคงตีรวนจนเธอสับสนไปหมด

           “นี่พี่ต้องการอะไรจากซืออีก .. พี่อี้ชิง”

 

• Ex Girl •

 

         ก๊อก ๆ ๆ

         (“คุณซือซือคะ อยู่ในห้องรึเปล่าคะ เปิดประตูให้หลินหน่อยค่ะ”)

           เสียงของสาวใช้ดังอยู่นอกประตูได้สักพัก ซือซือเผลอหลับไปโดยที่ไม่รู้ตัวเพราะความเพลียที่เมื่อคืนเธอไม่ค่อยได้หลับดีนัก เปลือกตาบางค่อย ๆ เปิดขึ้นหลังเริ่มได้ยืนเสียงเรียกเข้ามาในโสตประสาท เธอยันกายลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันมองนาฬิกา นี่ก็ผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้วจากที่ขึ้นห้องมา พ่อของเธอคงให้หลินขึ้นมาตามไปพบประธานจาง

           แกร๊ก

           เห็นคุณหนูเปิดประตูออกมา สาวใช้ก็ยิ้มออก จากท่าทางของซือซือแล้วเธอคงหลับไป ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่กังวลไปก่อนหน้านี้ ถ้าซือซืออกมาช้ากว่านี้ หลินคงร้องเรียกให้คนช่วยไปแล้ว

           “คุณหลี่หมิงให้มาตามค่ะ”

           “พวกเขามากันแล้วสินะ”

           “ค่ะ แล้วก็คุยกันได้สักพักแล้วด้วย นี่ก็คงจะตามคุณไปเพื่อ ..”

           หลินไม่พูดต่อ ต่างคนก็คิดว่าประธานหลี่คงจะเรียกลูกไปเพื่อฟังข้อสรุป และแน่นอนว่าที่พวกผู้ใหญ่ตกลงกันนั้นมันทำให้ซือซือต้องปวดใจไม่น้อย

           “อืม รอแป๊บนึง”

           บอกให้สาวใช้รออยู่หน้าห้องแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำล้างหน้าตาโทรม ๆ ให้ดูดีขึ้นมาหน่อย ถึงตอนนี้เธอก็ไม่มีจะเสียแล้วก็เถอะ แต่ถ้าเขาจะใจร้ายใช้วิธีนี้มามัดมือให้เธอคืนดีล่ะก็ เดี๋ยวมาวัดกันว่าความดื้อของใครมันจะมีมากกว่า

 

           “สวัสดีค่ะ คุณอา คุณอาหญิง .. พี่อี้ชิง”

           หลี่ซือซือลงมาจากชั้นสอง หยุดยืนแล้วก้มศีรษะเคารพแขกผู้ใหญ่ ก่อนจะนั่งลงตรงที่ว่างที่พวกเขาเว้นเอาไว้สำหรับเธอ ที่ตรงข้ามมีจางอี้ชิงนั่งอยู่ ด้านขวามือเป็นคุณนายใหญ่ ประธานหลี่นั่งที่โซฟาตรงหัวโต๊ะ และด้านซ้าย ก็มีซือจิ้ง และคุณนายสามกับลูกสาวนั่งอยู่ถัดไป

           “เป็นยังไงบ้างซือซือ เรื่องข่าวคงทำให้หนูกังวลมากเลยใช่ไหมจ๊ะ” คุณนายจางเริ่มเอ่ยก่อน เธอถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง หน้าตาของหญิงสาวไม่ได้แสดงออกว่าเธอสบายดีนัก

           “เปล่าหรอกค่ะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

           การตอบที่ออกจะเย็นชาทำให้คนถามหน้าเสียไม่น้อย คุณนายจางหันมองสามี ลอบถอนหายใจเบา ๆ เธอไม่โกรธหรอก เมื่อก่อนซือซือน่ะอ่อนน้อมเอามาก ๆ ที่ต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะลูกชายของเธอทำเอาไว้ทั้งนั้น

           “ยังไงอาก็ต้องขอโทษกับข่าวที่ออกไป จริง ๆ พวกนักข่าวไม่ควรจะเข้ามาได้ แต่เพราะคนของจางเจิ้งทำงานไม่ดีเอง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ อาจะทำให้เรื่องนี้เงียบให้เร็วที่สุด” ประธานจางบอก เขาพูดเรื่องนี้กับหลี่หมิงไปแล้ว ก็ดูอีกฝ่ายจะพอใจอยู่บ้าง

           “ผมไม่ห่วงเรื่องกระแสข่าวเท่าไหร่หรอกนะประธานจาง เพราะเดี๋ยวมันก็เงียบไปตามเวลา ห่วงก็แต่ชื่อเสียงของซือซือ คุณคงจะเข้าใจว่าเรื่องนี้ทำให้เราหนักใจมากแค่ไหน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกสาวผมถูกคนอื่นพูดถึงอย่างเสีย ๆ หาย ๆ ”

           คำตำหนินั้นทำให้ทั้งประธานจางกับภรรยาและอี้ชิงเอง ก้มหน้ารับอย่างไม่มีการโต้แย้งใด ๆ ขณะผู้ใหญ่คุยกันอย่างตึงเครียด คุณชายจางก็คอยมองผู้หญิงตรงข้ามเขาตลอด แต่ดูเธอจะไม่อยากมองหน้าเขาตอนนี้

           “ยังไงก็เถอะ ผมก็หวังว่าท่านประธานจะเห็นด้วยเรื่องให้เด็กสองคนนี้หมั้นหมายกัน”

           “ไม่นะคะ!”

           หลี่หมิงพูดไม่ทันขาดคำ หลี่ซือซือก็ท้วงขึ้นมาทันที เธอปฏิเสธเสียงแข็งทั้งลุกขึ้นยืน เลือกที่จะไม่คุมอารมณ์เอาไว้

           “จะไม่หมั้นได้ยังไง เรื่องนี้ทำแกเสียหายมากแค่ไหนรู้ตัวไหม?!”

           “ยังไงซือก็ไม่หมั้น ขอโทษนะคะคุณอา แต่หนูทำแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ ”

           ร่างเล็กโค้งศีรษะลงมาสี่สิบห้าองศา ขอโทษผู้ใหญ่จากใจ แล้วยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินออกจากไปตรงนี้ สายตาเธอมองไปที่จางอี้ชิง และก่อนจะปล่อยให้ตัวเองต้องน้ำตาตกต่อหน้าเขาอีกรอบ เธอก็รีบวิ่งออกไป

           หลี่หมิงเผยอปากจะเรียกลูกสาว แต่ก็ไม่อยากจะโวยวายต่อหน้าแขก เขาหายใจฟึดฟัดอย่างหัวเสีย ทุกคนในนี้ต่างก็มองหน้ากัน ไม่มีใครอยากจะออกความเห็น

           “อย่าบังคับเธอเลยนะครับประธานหลี่” อี้ชิงเอ่ยขึ้น แล้วประธานหลี่ก็หันมามองเขา ฟังสิ่งที่ชายหนุ่มจะพูดต่อ “ผมไม่อยากให้ซือซือต้องรู้สึกแย่เพราะผมไปมากกว่านี้”

           “แล้วเราจะให้ลุงทำยังไงหื้มอี้ชิง ในฐานะที่เป็นพ่อน่ะ ลุงทนเห็นยัยซือเป็นตัวตลก ให้คนอื่นหัวเราะเล่นอย่างนี้ไม่ได้หรอกนะ”

           “เมื่อคืน ที่ผมทำแบบนั้นกับซือซือ เพราะผมอยากจะขอเธอคืนดี” คำบอกกล่าวของคุณชายจาง ทำให้ประธานหลี่ชะงักไปเล็กน้อย เขาหันไปมองหน้าคุณนายใหญ่ นี่เป็นเหตุผลที่อี้ชิงยังไม่ได้บอกเขา “ให้เวลาเราหน่อยนะครับ”

           “แน่ใจนะ ว่าเราจริงจัง ถ้าหาก .. เป็นอย่างครั้งก่อนล่ะก็ เราสองบ้านคงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก”

            คำของหลี่หมิงยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียด ประธานจางมองหน้ากันกับภรรยาอย่างกังวล อี้ชิงมองพ่อกับแม่เขาด้วยความเป็นห่วง

           “ครับ ผมจริงจัง ผมสัญญาว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก ให้เวลาเราเถอะนะครับ อย่าบีบคั้นเธอเลย”

           “แล้วถ้าหากมันไม่เป็นอย่างที่เราคิดล่ะจะทำยังไง รู้ใช่ไหมว่ายัยซือเป็นรั้นแค่ไหน”

           แม้จะขอโอกาสไปแบบนั้น แต่อี้ชิงเองก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าจะทำให้ทุกอย่างลงเอยด้วยดีได้ และอะไร ๆ ตอนนี้ก็ผิดจากที่คิดไว้ เขาอยากจะเข้าหาเธออย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้เป็นเรื่องของคนสองคนอย่างเงียบ ๆ ถ้ามันออกมาดีก็จะดีมาก แต่ถ้าซือซือไม่ต้องการให้เขาอยู่ในชีวิตเธอแล้วจริง ๆ เขาก็จะไปแต่โดยดี ไม่แน่ว่าครั้งนี้มันอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขา อย่างน้อยการมีผู้ใหญ่คอยจับตาอยู่ เธออาจจะไม่เอาแต่ไล่เขาก็ได้

           “ครับ ผมรู้ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังไงผมจะพยายามอย่างถึงที่สุด”

 

• Ex Girl •

 

           

           หลี่ซือซือนั่งทิ้งร่างอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวในสวน เธอกำลังเงยหน้าและหลับตาอย่างหวังว่าจิตใจที่วุ่นวายจะสงบลงได้ ไม่มีใครออกมาตามนั่นเป็นเรื่องที่ทำให้สบายใจไปได้เรื่องหนึ่ง

           “ .. ”

           ก้มมองดูจอโทรศัพท์ในมือ เธอเลือกเบอร์ของแม่เอาไว้และอยากจะกดโทรออก แต่ดูจากเวลาแล้ว โลกอีกฟากเป็นเวลาที่ทุกคนคงหลับกันหมด เธอไม่อยากจะกวนแม่ในเวลาแบบนี้ จึงพรูลมหายใจเพื่อไล่ความเหนื่อยอ่อนพลางว่างโทรศัพท์ลงข้างตัว

           “ .. ”

           เสียงคนเดินมาตามทางในสนามหญ้า ทำให้เธอหันไปมอง เห็นจางอี้ชิงเดินมาหาเธอก็สะบัดหนีไปอีกทางทันที ลุกขึ้นยืนเพื่อจะเข้าบ้าน แต่ก็ถูกเขาจับแขนไว้ก่อน

           “พี่บอกคุณลุงแล้วนะ เรื่องหมั้น”

           ซือซือหันขวับไปมองเขา สงสัยว่าเขาพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่ก็ไม่ได้ถาม เธอเลือกจะคิดแง่ร้ายไว้ก่อนว่าเขาจะเอาพ่อมาบีบเธอให้คืนดี แต่อีกใจก็คิดว่าเขาคงไม่ร้ายกาจขนาดนั้นหรอก

           “พี่บอกให้เขาไม่ให้บังคับซือ แต่ .. เขาก็ไม่รับปากว่าจะยกเลิก”

           ร่างเล็กพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด เธอสะบัดแขนออกจากมือเขา แต่ก็ไม่ได้เดินหนี ไหน ๆ แล้วก็คุยให้รู้เรื่องไปเลย

           “แล้วพี่มาบอกซือทำไม ไม่บอกให้ป๊าจัดงานหมั้นพรุ่งนี้เลยล่ะ พี่อยากคืนดีนักนี่”

           การประชดประชันของสาวเจ้าทำให้เขาต้องลอบถอนหายใจ เด็กคนนี้ดื้อขึ้นเป็นกองเลยนะ “ที่พี่อยากให้เราเป็นเหมือนเดิม มันไม่ใช่แค่สถานะนะ”

           ซือซือเงียบไป เธอสบสายตาเว้าวอนของเขาได้ไม่นานนักก็เสมองทางอื่น “พี่กลับมาทำไมคะ พี่ทำเพื่ออะไร? พี่รู้สึกผิดเหรอ? ถ้าพี่รู้สึกผิด พี่ก็รู้สึกไปสิ ไม่เห็นต้องดึงซือกลับไปด้วยเลย พี่รู้ไหมว่ามันยากแค่ไหน กว่าที่ซือจะกลับมากินข้าวแล้วก็นอนหลับลงได้อย่างทุกวันนี้”

           แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ขอบตาแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้ แม้จะพยายามกลั้นไว้แต่เขาก็จับน้ำเสียงที่สั่นเครือของเธอได้ เธอมองเขาได้ไม่นานก็หันหลังให้ เงยหน้าขึ้น กลั้นน้ำตาเอาไว้

           “ .. ”

           ยืนฝืนตัวเองไม่ให้อ่อนแออย่างโดดเดี่ยวได้ไม่นาน แผ่นหลังก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่เธอคุ้นเคย ได้กลิ่นกายของเขาชัดเจน แก้มที่แนบอยู่ข้างศีรษะ เขาพยายามจะเบียดชิดราวอยากจะบอกว่าเขาอยู่ตรงนี้แล้ว หวนนึกถึงเมื่อคืนนี้ที่เขาปกป้องเธอเอาไว้ ลำแขนแกร่งสองข้างที่กอดร่างบอบบางเอาไว้อย่างมั่นคง ทำให้ใจที่กำลังสั่นหยุดนิ่งเอาได้ง่าย ๆ

           “พี่ขอโทษ จะให้พี่พูดอีกพันครั้งพี่ก็ยอม อย่าเข้าใจพี่ผิดเลยนะซือซือ พี่ไม่มีเจตนาจะให้ใครมากดดันซือนะ”

           “ .. ”

           “ซือบอกว่าซือไม่ได้เกลียดพี่ และในเมื่อเรื่องมันก็เป็นแบบนี้แล้ว อย่างนั้น .. ซือให้โอกาสพี่ได้ไหม”

           ทุก ๆ คำพูดจางอี้ชิงเอ่ย มันใกล้มากจนรับรู้ได้ทุก ๆ อณูความรู้สึกของเขาที่แฝงอยู่ในนั้น เธอค่อย ๆ หันไปมองเขา และได้สบเข้ากับแววตาที่เต็มไปคำขอร้อง ใบหน้าคมที่อยู่ใกล้สายตา ปลุกความทรงจำดี ๆ ในวันวานขึ้นมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เธอเองก็ยังคงคิดถึงเขา ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่นิด ..

           “ .. ”

           ทว่าในภาพดี ๆ ก็มักทับซ้อนด้วยความเจ็บปวดเสมอ ซือซือดึงสายตาตัวเองออกมาจากเขา กัดกรามแน่นเพื่อกดความอ่อนแอของตัวเองลงไป ก่อนจะขืนตัวออกจากอ้อมแขน หันเผชิญหน้ากับเขา

           “พี่อยากทำอะไรก็ทำเถอะค่ะ ที่พี่บอกว่าซือห้ามพี่ได้ทุกเรื่องน่ะ มันไม่จริงหรอก”

           “ .. ”

           “ขนาดห้ามไม่ให้พี่ไป ซือยังทำไม่ได้เลย”

         หลี่ซือซือเอ่ยทั้งสบตาเขา เธอทิ้งแววตาตัดพ้อเอาไว้ก่อนจะหันหลังให้ แล้วเดินออกไปจากตรงนี้ คำพูดที่เธอเอ่ยมันดังในหัวเขาซ้ำไปซ้ำมา ตอกย้ำความผิดพลาดใหญ่หลวงที่ตัวเองเคยทำ และสิ่งที่ทำไปวันนั้น ก็ทำให้เขาได้แต่มองด้านหลังของเธอไกลออกไปโดยที่ไม่มีหน้าจะยื้อไว้ในวันนี้

 

           ‘พี่ขอโทษ สัญญาว่าจะทำทุกอย่าง .. จะชดใช้ให้ทุกอย่าง’

 

• Ex Girl •

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}