มอมิ้น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กรงกรรมรัก ตอนที่18

ชื่อตอน : กรงกรรมรัก ตอนที่18

คำค้น : กรงกรรมรัก ตอนที่18

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กรงกรรมรัก ตอนที่18
แบบอักษร

ตอนที่18 

#กรงกรรมรัก 

 

 

 

มีแฟ้มเอกสารหลายเล่มที่ถูกกองอยู่ภายในห้องพักฟื้นของเท็น บ่อยครั้งหรือเกือบจะเรียกว่าในแทบทุกวันที่ไบค์มักจะเข้ามานั่งทำงานอยู่ภายในนี้ แถมไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าถึงแม้คนตัวสูงจะอยู่เฝ้าเขามานานนับเกือบอาทิตย์แต่พวกเขาทั้งคู่คุยกันเพียงยังไม่ถึงยี่สิบประโยคเลยด้วยซ้ำ เหมือนต่างคนต่างใช้ชีวิต เป็นเพียงธาตุอากาศรอบตัวที่ไม่ได้มีความสนใจต่อกัน อาการของเท็นยังทรงตัว ไม่ได้มีการโวยวายแต่มักจะแสดงออกผ่านแววตาที่หวาดกลัวและร่างกายสั่นเทาเมื่อต้องพบเจอกับชายหนุ่มแปลกหน้าที่ตนไม่รู้จัก ไม่เว้นแม้กระทั่งนายแพทย์คนใหม่ที่ในวันแรกเท็นแสดงออกชัดเจนว่าหวาดสั่นมากแค่ไหน ใช้เวลาพอสมควรกว่าที่อีกคนจะยอมทำความเข้าใจว่าบุคคลตรงหน้าไม่ได้คิดร้ายด้วย

 

..แกร๊กกก... ประตูห้องถูกผลักเปิดเข้ามาในเวลาเดิมนั่นคือช่วงเย็น

ปรากฏเป็นภาพของเด็กหญิงตัวเล็กที่เรียกรอยยิ้มจากเท็น

 

“ชุดบัลเลต์ค่ะพี่เท็น น่ารักไหม” วันนี้เธอเพิ่งจะเริ่มเรียนการเต้นเพื่อเสริมทักษะซึ่งที่จริงแจสมินสามารถเปลี่ยนใส่ชุดเดิมได้เลยตั้งแต่เรียนเสร็จแต่เพราะเด็กหญิงอยากให้เท็นได้เห็นเธอตอนใส่ชุดนี้ด้วยดังนั้นแจสมินถึงได้เลือกที่จะมาโรงพยาบาลทั้งชุดบัลเลต์แบบนี้ หลังจากเดินมาหาเท็นแล้วแจสมินเดินวนกลับไปหาพ่อของเธอที่นั่งอยู่ยังโซฟามุมห้อง

 

“สวัสดีค่ะคุณพ่อขา”

“นี่ลูกสาวพ่อหรือว่าเจ้าหญิงกันคะเนี่ย”

 

“เป็นลูกสาวพ่อแล้วก็เจ้าหญิงด้วยค่ะ”  ตอบเสียงร่าเริง เดินตรงเข้าไปกอดไบค์ด้วยรอยยิ้มกว้าง

“วันนี้พี่เท็นกินข้าวเยอะไหมคะคุณพ่อ”

“ก็เห็นกินหมดนะ”

“แล้ว...พี่เท็นกินยาตรงเวลาหรือเปล่า”

 

“อืม” ได้ยินแบบนี้แจสมินยิ้มอีกรอบ เพราะถ้าเป็นแบบนี้ก็หมายความว่าอีกไม่นานพี่เท็นที่ร่าเริงของเธอก็จะกลับมาแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้อาการของเท็นจะดีมากขึ้นแต่แจสมินก็ไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นแววตาที่เศร้าซึมของพี่ชายคนสนิท

“วันนี้คุณครูบอกว่าเขาจะจุดพลุกันที่ตึกสูงอันนั้นด้วยค่ะ!เราอยู่ตรงนี้ก็มองเห็นนะคะ” ในทุกวันแจสมินมักจะมีเรื่องเล่ามากมายมาให้เสมอแต่ในวันนี้เหมือนจะมีกิจกรรมที่เด็กสาวตัวน้อยหามาให้ โอกาสที่ครบรอบสิบปีของตึกชื่อดังที่ได้รับการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่โดยการจุดพลุนับพันท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน เมื่อปีก่อนแจสมินเคยยืนดูพร้อมกับพ่อและแม่ของเธอ แต่ในปีนี้ไม่มีแม่อยู่แล้วแต่ถึงแบบนั้นเจ้าสิ่งสวยงามก็ยังคงน่ามองอยู่ดี

 

คุณครูมักบอกเสมอ ในตอนที่คุณแม่ของเธอเสียในช่วงแรก

สิ่งที่สวยงามกว่าอะไรก็คือความทรงจำ แม่ของเธอจะไม่มีวันหายไปไหนหากเธอยังคงเฝ้าคิดถึง

ได้ยินแบบนี้แจสมินให้สัญญากับตัวเอง เธอจะไม่มีวันยอมให้แม่หายไป

เธอจะเก็บแม่ของเธอไว้ในความทรงจำตลอดกาล

 

“แต่ถ้าใครดื้อขี้เกียจอาบน้ำพ่อจะไม่ให้ดูพลุ”

“งื้อออ อาบค่ะ...ปะๆอาบตอนนี้เลย” ท่าทางทะเล้นที่ขนาดไบค์ยังอดกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่ได้ เดินตรงเข้าไปอุ้มลูกสาวตัวน้อยเดินเข้าไปในห้องน้ำที่อีกมุมของห้อง เสียงหัวเราะคิกคักและเสียงคุยกันที่ดังแทรกผ่านประตูออกมา เท็นกำลังนั่งเหม่อแต่ความสนใจกลับถูกดึงไปที่เสียงของคนทั้งสอง ไบค์กำลังเล่าเรื่องขี้โม้ที่แจสมินมักจะขำเสียงดังในทุกครั้งที่ได้ยิน

 

..แกร๊กกกก... ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกอีกครั้งโดยที่แจสมินเดินตัวกลมเป็นแหนมมาพร้อมผ้าขนหนู

 

“คุณพ่ออาบน้ำต่อค่ะ แจสมินทำพ่อเปียกหมดเลย” เหมือนเห็นว่าเท็นสงสัยที่แจสมินเดินออกมาคนเดียวเธอถึงได้รีบบอกซึ่งเท็นพยักหน้ารับ เดินลงจากเตียงเข้าไปหาแจสมินเพื่อทำหน้าที่ในการเป่าผมและปะแป้งให้ จนที่ไบค์เดินออกมาแล้วแจสมินอาสาที่จะเป่าผมให้พ่อของเธอ ภาพที่ออกมาตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเท็นกำลังเป่าผมให้แจสมินโดยที่เจ้าเด็กสาวตัวน้อยก็ใช้ไดร์อีกอันเป่าผมให้พ่อของเธอต่อ แต่ผมของไบค์สั้นแค่นั้นแปปเดียวก็แห้งในขณะที่แจสมินยังเป่าไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ

“เดี๋ยวทำต่อเอง”

“........” ไบค์ท่าจะแย่งแต่สิ่งที่ได้กลับมาจากเท็นคือแววตาที่เหวี่ยงใส่

 

“โอเค กูไปทำงานต่อก็ได้” ขนาดแจสมินยังหัวเราะที่ไบค์โดนดุ ตอนนี้เด็กสาวอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ผมก็เป่าจนแห้งแล้ว โทรทัศน์ในห้องถูกเปิดโดยที่แจสมินปีนขึ้นไปนอนกับเท็นบนเตียง มีไบค์เพียงคนเดียวที่นั่งทำงานอยู่กับโน๊ตบุ๊คที่โซฟา

“ถ้าสามทุ่มพี่เท็นบอกแจสมินนะคะ เราจะได้ออกไปรอดูพลุกัน”

“อื้ม”

“พี่เท็นห้ามหลับก่อนนะ”

 

“ครับ” ได้คำยืนยันมาแล้วเด็กสาวยิ้ม เวลาล่วงเลยไปท่ามกลางเสียงการ์ตูนของแจสมินที่ถูกเปิดเอาไว้ ตอนนี้สองทุ่มครึ่งแต่คนที่บอกคนอื่นว่าห้ามหลับกลับหลับไปแล้วเสียอย่างงั้น เท็นลูบหัวเล็ก ปกติเด็กก็ควรนอนเวลานี้เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ปลุกขึ้นมาหรอกนะ แถมเมื่อสามทุ่มไบค์ลองเดินเข้ามาเรียกแต่เด็กสาวยังส่งเสียงัวเงียพร้อมซุกหน้าเข้าหาผ้าห่ม

 

ตอนนี้ท้องฟ้าที่เคยมืดสนิทสว่างวาบจากพลุที่ถูกจุด ประกายไฟสีสวยส่องแสงจ้า

เป็นไบค์ที่เดินออกไปนอกระเบียงแล้วจุดบุหรี่สูบ

...หมับ... และมีบางคนที่เดินมาเกาะขอบประตูพร้อมมองท้องฟ้าเบื้องหน้า

 

“มายืนดีๆแล้วปิดประตูระเบียง ลมหนาวมันเข้าแจสมินจะไม่สบาย” กระทั่งที่เสียงจากไบค์ดังมาเท็นรีบทำตามเพราะเกรงว่าจะโดนทำรุนแรง ประตูระเบียงถูกปิดลงพร้อมคนตัวขาวที่ยืนนิ่งอยู่ยังอีกมุมของระเบียงห้อง ในตอนแรกเท็นกลัวการอยู่กับไบค์ในระยะประชิดแต่เมื่อความสนใจถูกดึงไปที่พลุเสียหมดสุดท้ายเลยกลายเป็นความเงียบที่เข้ามาแทน ไร้ความอึดอัดเหมือนที่ผ่านมาตลอดนับอาทิตย์

 

กระทั่งที่เท็นนิ่งไป จนเมื่อไบค์หันมองแล้วพบว่าคนข้างกายกำลังก้มมองพื้นเบื้องล่าง

มือของเท็นที่กำขอบระเบียงแน่น แววตาที่เหม่อมองตามระดับแนวดิ่งของความสูงจากตึก

 

“พี่เชื่อไหมว่าคนเราตายก็แค่เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ถูกชัตดาวน์” และคำถามแรกในรอบอาทิตย์ที่เท็นยอมคุยด้วย

“แต่คนที่ยังอยู่เขายังมีความรู้สึก ที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่คนตายแต่เป็นคนที่อยู่”

“ผมรู้แล้ว....”

 

“แล้วมึงยังจะอยากตายอยู่ไหม”

“พี่ก็อยากให้ผมตายไม่ใช่หรอ” มีคำตอบแต่เท็นถามคำถามใหม่กลับมา

“กูไม่ปฏิเสธ”

 

“งั้นแล้วพี่จะมาขวางผมทำไม ตอนที่ผมจะฆ่าตัวตาย”

“.........”

“พี่ช่วยผมทำไม” เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ

“เพราะยังมีคนอื่นที่กูต้องแคร์ความรู้สึกเขา ไม่ใช่ว่ากูจะสามารถสนใจแค่ความรู้สึกตัวเองได้”

 

“แล้วพี่คิดว่าผมมีความรู้สึกไหม” ไม่มีคำตอบใด เหลือทิ้งไว้เพียงคำถามที่ไร้คำตอบจากคนตัวสูง ดวงตาสองคู่ที่ทอดมองความสวยงามเบื้องหน้า พลุหลากสีที่ถูกจุด สีสันที่หลอมหลวมกันแต่ออกมางดงาม ไม่ได้แตกต่างจากการใช้ชีวิตที่ในแต่ละวันมีหลายสิ่งอย่างที่พบเจอ ทุกข์บ้างสุขบ้าง แต่ถ้าหากเราสามารถจัดการกับมันได้ สุดท้าย สิ่งพวกนี้ก็ถือเป็นบทเรียนของชีงิตที่งดงามสำหรับเราทั้งนั้น เท็นกำลังมองเหม่อ รอยยิ้มเล็กกำลังปรากฏเมื่อความทรงจำในหัวนึกย้อนไปถึงอดีต

 

เมื่อก่อนเขาก็เคยยืนดูพลุนี้พร้อมกับเพื่อน

มีแต่รอยยิ้ม เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

 

“คุณหมอบอกให้ผมมาขอโทษพี่”

“เรื่องอะไร” ในคราวนี้ไบค์หันมองหน้าอีกคน

“เรื่องที่ผมทำแฟนพี่ตาย”

“........”

“ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าควรทำยังไง ผมขอโทษ...ผมกลัวไปหมด ผมไม่อยากคุยหรือเจอหน้าใคร ผมไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนและผมก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมเจอกับอะไรมา”

 

“แต่มึงรู้อะไรไหม” และในคราวนี้เป็นเสียงจากไบค์บ้าง

“........”

“ว่าต่อให้มึงขอโทษกูอีกซักกี่พันครั้ง เมียกูก็ไม่ฟื้น” มีเพียงเท็นที่พยักหน้ารับ

 

“แต่ช่างมันเถอะ เพราะต่อให้กูเกลียดมึงต่อ เมียกูไม่ได้ฟื้นขึ้นมาเหมือนกัน”

“........” แต่ประโยคนี้ที่ไบค์พูดต่อเรียกแววตาของเท็นให้ต้องเงยมอง

“สิ่งที่กูทำกับมึงมันก็มากพอแล้ว...กูว่าจะปล่อยมึงไป” เมื่อพูดประโยคนี้รอยยิ้มกว้างของเท็นปรากฏ แต่แปลกที่คนพูดแบบเขากลับรู้สึกปวดหนึบกับการพูดคำนี้ ความอ้างว้างที่ไร้คนรักคือช่วงอ่อนแอที่ความรู้สึกแสนจะหวั่นไหว แต่มันแย่กว่าอะไรก็คือในช่วงนั้นทั้งชีวิตของเขากลับมีเพียงเท็นที่อยู่ข้างกัน ยากจะยอมรับว่าเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกตอนนี้

 

เขาไม่อยากให้มันไป

ในขณะที่มันแสดงออกชัดเจนว่าอยากจะไปจากเขามากแค่ไหน

แต่แน่นอนว่าเขาไม่มีทางยอมรับ ไม่มีทางที่จะเสียหน้าขอร้องให้มันอยู่ด้วย

 

“กูจะปล่อยมึงไป แต่ไม่ใช่ตอนนี้...กูเบื่อเมื่อไหร่กูจะปล่อยมึงไปเอง” เลือกที่จะพูดประโยคแสนเห็นแก้ตัว แววตาของเท็นที่กลับมาผิดหวังแต่เท็นยังยอมที่จะพยักหน้ารับเพราะกลัวจะถูกทำร้าย ในตอนนี้เหมือนทุกอย่างควรจะจบเพราะไบค์เองบอกชัดว่าไม่ได้โกรธเกลียดกันแล้ว แต่ทำไมเท็นกลับยังรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรทีเปลี่ยนไป เขาก็ยังคงถูกขังเอาไว้ด้วยความกลัวอยู่เหมือนเดิม ดวงตาที่มองเหม่อมองท้องฟ้าเบื้องหน้า อยากจะยิ้มได้อีกซักครั้งแต่ความรู้สึกภายในกลับสั่งให้ร้องไห้ น้ำตาของเท็นเริ่มไหลอย่างไร้สาเหตุ

 

แปลกนะ เมื่อตอนเด็กเรามักจะร้องไห้ให้แก่ความเจ็บปวดทางกาย

แต่เมื่อโตขึ้น เรากลับทนความเจ็บจากบาดแผลได้ แต่กลับนั่งเสียน้ำตาให้กลับความเจ็บปวดทางความรู้สึกแทน

 

“มึงร้องไห้ทำไม อยู่กับกูมันแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง?” น้ำเสียงทุ้มที่ถูกส่งถามมาและแววตาคู่คม

“.........”

“กูถาม!”

 

“แล้วทำไมผมจะต้องอยากอยู่กับพี่ด้วย” กระทั่งที่เท็นพูดสวนประโยคนี้กลับมาไบค์กระตุกยิ้ม

“เพราะมึงต้องทำตามคำสั่งกูทุกอย่าง...มึงหนีกูไม่รอดหรอกไอ้เท็น” ไม่มีเสียงใดที่ตอบกลับมีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่แทนความรู้สึกทั้งหมด ไบค์กัดฟันแน่น ยิ่งมันแสดงออกว่ารังเกียจมากแค่ไหนเขายิ่งอยากยัดเยียดตัวเองให้กับมัน

 

..หมับ!.. มือหนาบีบเข้าที่ปลายคางเรียว

 

“อื้ออ!” ก่อนมอบรสจูบที่เต็มไปด้วยโทสะให้แก่คนเบื้องหน้า ดึงดันแทรกเบียดลิ้นร้อนเข้าไปภายในโพรงปากนิ่ม ออกแรงกัดและดูดดึงจนริมฝีปากสีสดแดงช่ำจากการบวมช้ำ ยิ่งเท็นขัดขืนดิ้นรนจะหนีไบค์ยิ่งเบียดแนบร่างกายและริมฝัปากเข้าหา จนที่คนตัวเล็กกว่ายอมที่จะยืนนิ่ง รสจูบแสนดุดันจึงเริ่มแผ่วเบาและกลายเป็นเพียงการเล็มเลียหยอกล้อกลีบเนื้อนิ่มเท่านั้น ลมหายใจที่ไม่เป็นจังหวะ อาการหอบหนักเพราะขาดอากาศหายใจ

 

..หมับ!.. จนเป็นอีกครั้งที่มือหนาออกแรงกระชากรั้งที่ปลายคางเรียว ประคองดวงหน้าขาวให้จ้องมองสบดวงตา

 

“กูจะจองจำมึงไว้กับกู เมื่อกูเล่นด้วยจนเบื่อเมื่อไหร่...ในตอนนั้น มึงถึงจะได้อิสระไอ้เท็น”

“..........”

“ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนจากเดิม มึงยังคงเป็นแค่อีตัวที่มีค่าให้แค่กูเอาเหมือนเดิม” จบประโยครอยยิ้มของไบค์ปรากฏ แววตาละลาบละล้วงและมือหนาที่ออกแรงเกลี่ยไล่ตามดวงหน้าของเท็น

 

ไม่มีทาง ไม่มีทางที่มันจะหนีจากเขาไปได้หากเขายังคงต้องการมัน

กดแนบริมฝีปากลงบนกลีบปากนิ่มของเท็นอีกครั้ง ไล่จูบซับดูดดึงจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอาย

...หนึ่งคนที่ไม่เคยรู้ตัวว่ากำลังลุ่มหลง ในขณะที่อีกคนรู้ตัวชัดเจนว่าอยากจะหนีไปจากอีกคนมากแค่ไหน...

 

 

# # # # # # # #

ทำไมไม่ทำตัวดีๆกับน้องงงงTT

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}