noomalea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 31 แผนรับมือแสงอุษา และก่อตั้งหน่วยย่อยเฉพาะกิจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 แผนรับมือแสงอุษา และก่อตั้งหน่วยย่อยเฉพาะกิจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 998

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2562 23:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 แผนรับมือแสงอุษา และก่อตั้งหน่วยย่อยเฉพาะกิจ
แบบอักษร

ตอนที่ 31 แผนรับมือแสงอุษา และก่อตั้งหน่วยย่อยเฉพาะกิจ

           หลังจากที่ผมกลับออกมาจากมิติคาซุย ก็เริ่มออกเดินทางไปแวะรับของจากร้านค้าบ้านของเท็นเท็นที่ได้สั่งทำเอาไว้

           กริ่ง! กริ่ง!

           “ยินดีต้อนรับค่า....” เท็นเท็นที่วันนี้อยู่เฝ้าร้านได้เอ่ยขึ้นมา

           “ไงเท็นเท็น ของที่สั่งทำไปได้แล้วรึยังอะ” นารูโตะที่เดินเข้ามาในร้านค้าได้เอ่ยถามและทักทายออกมา

           “เอานารูโตะ สินค้าที่นายสั่งทำไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันเข้าไปหยิบออกมาให้นะมันอยู่ข้างในร้านนะ รอแปปนะ” เท็นเท็นกล่าวขึ้นมา ก่อนจะเดินเข้าไปภายในร้านเพื่อนำสินค้าออกมาให้กับนารูโตะ สักพักถึงจะเดินแบกคัมภีร์จำนวนมาก รวมทั้งอาวุธประเภทดาบ ออกมาพร้อมกับ แม่ของตน

           “นี่จ๊ะของที่สั่งเอาไว้ทั้งหมดถูกเก็บไว้ในคัมภีร์แบบแยกประเภทเอาไว้ให้แล้ว” เท็นเท็นกล่าวขึ้นมา ขณะวางของทุกอย่างไว้บนโต๊ะหน้าร้าน ซึ่งนารูโตะก็จัดการดูดทุกอย่างนำเข้าไปเก็บไว้ในมิติคาซุยในทันที

           “ว่าแต่พ่อหนุ่มสนใจจะรับลูกสาวป้าไปดูแลไหมจ๊ะ” แม่ของเท็นเท็นกล่าวหยอกขึ้นมากับนารูโตะ

           “แม่ละก็พูดอะไรก็ไม่รู้” เท็นเท็นรีบดันแม่ของตัวเองให้กลับเข้าไปภายในร้านทันที ด้วยใบหน้าแดงๆ

           “ฉันไปก่อนนะเท็นเท็น แล้วเดี๋ยวไว้เจอกันใหม่” นารูโตะกล่าวขึ้นมาทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะหายตัวไปด้วยวิชาเทพสายฟ้าเหินในทันที

           “อืม... แล้วไว้เจอกันใหม่” เท็นเท็นกล่าวขึ้นมาเบาๆ หน้าแดงๆไม่หาย

           หลังจากที่ผมมาปรากฏตัวภายในห้องทำงานของพี่สาวซึนาเดะ แต่ก็ไม่เจอใครอยู่ภายในห้องเลยแม้แต่น้อย ก็เลยไปนั่งเล่นรอ เพราะอีกไม่นานพี่สาวซึนาเดะก็น่าจะกลับมานั่งทำงานเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะ

           เอี๊ยด!!

           “ชิซึเนะ เรื่องหน่วยย่อยใหม่ที่ให้จัดตั้งขึ้นไปถึงไหนแล้ว” ซึนาเดะที่เดินคุยกันมากับชิซึเนะเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา

           “อ่ะ นารูโตะคุง” ชิซึเนะกล่าวขึ้นมาอย่างตกใจ หลังจากเห็นว่าใครอยุ่ภายในห้องทำงานของท่านซึนาเดะ

           “หืม... ว่าไงไอ้ตัวแสบกลับมาแล้วหรอ เป็นยังไงบ้าง” ซึนาเดะกล่าวขึ้นมา ก่อนจะเดินไปนั่งประจำที่ของตน แล้วเท้าคางหันมามองทางนารูโตะ

           “เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้สองหางและคุณยูกิโตะที่เป็นร่างสถิตจากคุโมะ อยู่กับผมครับในสถานที่ปลอดภัยแล้ว” นารูโตะกล่าวรายงานให้พี่สาวซึนาเดะทราบ

           “ดีมาก.... แต่ร่างสถิตจากนินจาคุโมะหรอ... อืม… หมู่บ้านนั้นไม่ค่อยลงรอยกับพวกเรานี่นา” ซึนาเดะกล่าวขึ้นมา

           “ใช่ค่ะท่าน ตั้งแต่เหตุการณ์ตระกูลฮิวงะครั้งนั้นหลังจากที่ทำหนังสือสัญญาสงบศึกพันธมิตรครั้งนั้นค่ะ” ชิซึเนะกล่าวขึ้นมาเพิ่มเติม

           “ช่างเถอะ.... ตอนนี้เราจะหันมาสนใจเรื่องภายในหมู่บ้านของพวกเรากันก่อนดีกว่า” ซึนาเดะกล่าวอย่างไม่สนใจ ก่อนจะหันมามองทางนารูโตะอีกครั้ง

           “ตอนนี้ฉันได้ส่งหน่วยของคาคาชิไปทำภารกิจ ออกตามหารังลับที่หลบซ่อนตัวของเจ้าโอโรจิมารุ โดยให้คนที่เจ้าดันโซแนะนำมา เข้าไปเป็นสมาชิกชั่วคราวแทนเธอที่ไม่อยู่ เธอคงไม่ว่าอะไรนะ?” ซึนาเดะกล่าวถามขอความเห็นออกมา

           “อืม.... งั้นรึครับ แล้วทางด้านแผนรับมือแสงอุษาสองคนที่ผมส่งข้อมูลให้ก่อนหน้านี้ละครับเป็นยังไงบ้าง?”

           “จัดทีมใหม่ที่จะรับมือเจ้าคาคุซึ เนี่ยยังไม่เสร็จเลยนะ ส่วนทางด้านฮิดันได้มอบหมายให้ทีมของชิกามารุที่มีคาสึมะเป็นหัวหน้ารับผิดชอบไปนะ” ซึนาเดะกล่าวอธิบายขึ้นมาหลังจากได้ข้อมูลแล้วได้มีการปรึกษาวางแผนรับมือกันเอาไว้แล้ว

           “ถ้าอย่างงั้นผมขอรับผิดชอบจัดการ คาคุซึเองแล้วกันนะครับ” นารูโตะเอ่ยเสนอตัวเองขึ้นมา ในการจัดการเจ้าคาคุซึที่เป็นปัญหา

           “แต่ว่า....” ซึนาเดะกล่าวขึ้นมายังไม่ทันจบก็โดนนารูโตะเอ่ยแทรกขัดออกมา

           “แน่นอนว่าผมจะนำทีมที่ผมจะสร้างขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ แต่ต้องรบกวนให้พี่สาวซึนาเดะอนุมัติซะก่อน” นารูโตะกล่าวขึ้นมาอย่างจริงจัง

           “ก็ได้แล้วในทีมที่เธอจะสร้าง มีใครบ้างล่ะ” ซึนาเดะเอ่ยถามออกมา ขณะรับเอกสารก่อตั้งทีมย่อยมาจากชิซึเนะที่หามาให้ มาเตรียมตัวกรอกข้อมูลเพื่ออนุมัติจัดตั้งทีม

           “คนแรกก็ฮินาตะ คนที่สองก็เอาเป็น คุณอังโกะแล้วกัน ส่วนคนสุดท้ายคุชินะ หรือแม่ของผมนั้นเอง” นารูโตะกล่าวขึ้นมายิ้มๆ

           “เอาจริงรึ.... ที่จะจัดทีมแบบนี้” ซึนาเดะถามออกมาอย่างสงสัย

           “อ่า... ยังไงช่วงนี้ก็งดภาระกิจของทีมคุเรไนไปก่อนละกันครับ อีกอย่าง ตอนนี้ครูคุเรไนก็กำลังเริ่มตั้งครรภ์ ถ้างดภารกิจได้ก็น่าจะดีกว่านะ ส่วนอีกอย่างที่ผมเลือกคุณอังโกะ เพราะจะจัดการเจ้าอักขระสาป แล้วเธอคนนั้นก็เป็นคนที่ฉลาด ถึงจะเลือดร้อนไปหน่อยก็ตาม ส่วนเรื่องของแม่ผม พี่สาวซึนาเดะก็น่าจะรู้จักความสามารถดีนะ” นารูโตะกล่าวอธิบายออกมา

           “ก็ได้.... ฉันอนุมัติ เมื่อสองคนนั้นกลับมาจากภารกิจฉันจะแจ้งให้ทั้งสองคนนั้นทราบ แล้วให้ไปเจอกับเธอละกัน เอาล่ะเธอออกไปได้แล้วล่ะ” ซึนาเดะกล่าวขึ้นมาก่อนจะหันไปทำงานที่ยังค้างคาอยู่

           ผมที่เห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรแล้วก็เดินออกมาจากห้องทำงานของพี่สาวซึนาเดะ ก่อนจะกลับไปที่บ้านของตัวเองเพื่อพักผ่อน และใช้เวลาว่างที่มีตอนนี้อยู่คุยเล่น และใช้เวลาร่วมกับคาริน ที่ตั้งแต่พามาอยู่หมู่บ้านโคโนฮะก็ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเธอเลย แล้วพาแม่คุชินะออกมาทำความรู้จักกับเธอด้วยเลย

           สองวันต่อมา อังโกะ และฮินาตะที่กลับมาจากการทำภารกิจกับทีมของตน ก็ได้รับแจ้งเรื่องจัดตั้งทีมใหม่ชั่วคราวเพื่อไว้รับมือกับแสงอุษา และทำงานร่วมกับทีมของอาสึมะ โดยมีนารูโตะเป็นหัวหน้าทีมดูแล และให้ทั้งสองไปเจอกับนารูโตะได้เลย หลังจากที่ทั้งสองคนรับทราบก็ได้เดินทางไปหานารูโตะในทันที

           “มากันแล้วสินะ” นารูโตะที่ยืนรออยู่ ณ ป่าหลังหมู่บ้านโคโนฮะ ได้กล่าวขึ้นมา โดยมีคุชินะที่แปลงกายปลอมตัวอยู่ ยืนรออยู่ข้างๆ

           “สวัสดิ์ดีจ๊ะ ฉันคุชินะ ยินดีที่ได้รู้จังนะ” แม่ของนารูโตะกล่าวแนะนำตัวเองขึ้นมาก่อน

           “อ่ะท่าน.... ยินดีที่ได้พบค่ะ ฉันชื่อ อังโกะค่ะ” คุณอังโกะเดินเข้าไปจับมือกับคุชินะด้วยความดีใจ เนื่องจากรู้ว่าคนๆ นี้เป็นใคร ถึงต่อให้ปลอมตัวอยู่ก็ตาม

           “ส่วนหนูชื่อ ฮิวงะ ฮินาตะค่ะ” ฮินาตะจังกล่าวแนะนำตัวเองให้กับคุชินะ

           “อ่า... ฉันรู้จักหนูดีเลยละ ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะ” คุชินะกล่าวขึ้นมายิ้มๆ

           “คะ.. ค่ะ!!” ฮินาตะเอ่ยพร้อมพยักหน้าขึ้นลง

           “เอาละ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า คงทราบกันแล้วนะว่าพวกเรามีหน้าที่จะต้องรับมือจัดการ หนึ่งในแสงอุษา โดยทำงานกับทีมของอาสึมะ ที่รับหน้าที่จัดการอีกคน” นารูโตะเอ่ยถามออกมา ขณะหันไปมองทั้งสองสาว

           “ค่ะ!!” ทั้งสองส่งเสียงตอบกลับมาแล้วทำหน้าตาจริงจังขึ้นมา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เลยก็ว่าได้ ถ้าจะนับเป็นภารกิจ ก็อาจจะระดับ A ไม่ก็ระดับ S กันเลยทีเดียว ถ้าพลาดก็คือตาย

           “ดี... แต่ก่อนอื่นเลย ฉันจะสอนวิชาการต่อสู้เพิ่มเติมให้กับทั้งสองคนเอง เพราะตอนนี้พวกเธอสองคน ยังไม่เก่งพอที่จะรับมือกับภารกิจในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน” นารูโตะกล่าวขึ้นมา โดยมีคุชินะพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่นารูโตะกล่าว

           “หมายความว่าไงที่ ว่าฉันจะไม่เก่งพอที่จะทำภารกิจในตอนนี้” อังโกะเอ่ยถามออกมาอย่างไม่พอใจนิดหน่อย

           “นี่ครับข้อมูลของแสงอุษาที่พวกเราจะต้องจัดการ ส่วนนี่เป็นข้อมูลของอีกคนที่ทีมของอาสึมะรับไปจัดการ ลองเอาไปอ่านดูครับ แล้วจะรู้ว่าทำไมผมถึงพูดแบบนั้น” นารูโตะเอากระดาษออกมาสองชุด แล้วส่งมอบให้อังโกะเอาไปอ่านดู ก่อนที่จะส่งให้กับฮินาตะไปอ่านดูบ้าง

           “นี่มัน.... เข้าใจแล้วค่ะ ว่าแต่ฉันมีคำถามของถามซะหน่อยได้ไหมค่ะ” อังโกะกล่าวขึ้นมาหน้าซีดๆ หลังจากที่ได้เห็นข้อมูลที่นารูโตะส่งมาให้

           “ถามมาสิครับ”

           “ทำไมถึงเลือกฉันให้เข้าร่วมทีมนี้ค่ะ” อังโกะเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัยกับการตัดสินใจเลือกคนเข้าร่วมทีมของนารูโตะ

           “งั้นผมจะบอกให้ตรงๆ เลยละกัน เนื่องจากผมจะทำการขจัดอักขระสาปที่เจ้าโอโรจิมารุฝังไว้ที่ตัวคุณอังโกะออกให้ แล้วจะสอนวิชาเพิ่มเติมให้อีกด้วย คนฉลาดอย่างคุณอังโกะน่าจะเรียนรู้ได้ไว ใช่ไหมครับ?” นารูโตะกล่าวตอบอธิบายเหตุผลออกมาให้กับอังโกะฟัง

           “เข้าใจแล้วค่ะ งั้นพวกเรามาเริ่มฝึกกันเลยเถอะคะ” อังโกะกล่าวขึ้นมา

           “ครับ งั้นก่อนอื่นผมขอจัดการเรื่องอักขระสาปก่อนนะครับ ช่วยเปิดคอที่มีอักขระสาปให้ผมทีครับคุณอังโกะ” นารูโตะกล่าวขึ้นมา ก่อนจะเดินเข้าไปที่ตัวอังโกะ แล้วเอามือขวาเข้าไปจับคอตรงส่วนที่มีอักขระสาปอยู่ ก่อนจะใช้จักระของเก้าหางผนึกรอบๆ อักขระสาปเอาไว้

           “เจ็บหน่วยนะครับ ถ้ายังไงก็ช่วยทนซะหน่อย” นารูโตะหันหน้ามากล่าวเตือนอังโกะเอาไว้ก่อนที่จะจัดการต่อ

           “เอาเลยแค่นี้ฉันทนได้” อังโกะกล่าวขึ้นมาพร้อมกับกัดฟัดแน่น เพื่อรอรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น

           “ถ้างั้นก็เอาล่ะนะครับ ฮึบ” นารูโตะจัดการค่อยๆ ดึงมือที่มีจักระเก้าหางออกจากคอของอังโกะ ซึ่งจักระเก้าหางที่ผนึกอักขระสาปเอาไว้ ก็ถูกดึงออกมาช้าๆ โดยมีรูปร่างเป็นงูขาวออกมาจากคอของอังโกะ ก่อนในที่สุดนารูโตะก็จัดการดึงออกมาได้ทั้งร่าง ส่วนทางด้านอังโกะก็ทรุดตัวลงไปนั่งหอบอย่างหมดแรงจากการทนความเจ็บปวดที่คอของตนก่อนจะหันมามองทางนารูโตะที่ถือร่างงูขาวเอาไว้

           “นารูโตะคุง นั่นคืออะไรหรอ” ฮินาตะเอ่ยถามออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ขณะยืนหลบอยู่ด้านหลังของคุชินะ แต่โผล่หน้าออกมาดู

           “นี่อะหรอ ส่วนหนึ่งของจักระเจ้าโอโรจิมารุที่ทิ้งเอาไว้ในอักขระสาป ต่อให้มันตายก็สามารถกลับมาฟื้นคืนชีพได้ ถ้ามีคนมาชุบชีวิตของมันโดยการดึงสิ่งนี้ออกมาจากร่าง ของคนที่โดนลงอักขระสาปโดยมันโดยตรงได้นะ” นารูโตะเอ่ยอธิบายออกมาคร่าวๆ ให้กับฮินาตะฟัง ก่อนจะจัดการทำลายร่างงูขาวจนเป็นชิ้นๆ ด้วยจักระลม ก่อนจะหันไปฟื้นฟูสภาพของอังโกะที่หมดสภาพอยู่ในตอนนี้ จนกลับมาเป็นปกติ

           “เอาล่ะ ต่อไปผมจะพาพวกเธอไปฝึกวิชา โดยคุณอังโกะผมจะสอนพวกวิชาโจมตีที่เน้นพลังทำลายของท่านซึนาเดะ และวิชากระสุนวงจักร กับวิชาดาบ และการต่อสู้ประชิดตัวให้” นารูโตะหันมากล่าวทางด้านอังโกะก่อนจะหันไปจ้องมองทางด้านของฮินาตะ

           “ส่วนฮินาตะฉันจะสอนอะไรที่คล้ายๆ กันแต่อาจจะแตกต่างในบางอย่าง อย่างพวกวิชาคาถาต่างๆ ร่วมถึงฉันจะสอนเธอเป็นการส่วนตัวให้อีกด้วยนะ โปรดเตรียมใจเอาไว้ด้วย” นารูโตะกล่าวขึ้นมายิ้มๆ ให้ทางฮินาตะ ก่อนจะหันมองทั้งสองอีกครั้ง เพื่อดูว่าพร้อมแล้วรึยัง

           เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนทำความเข้าใจถึงสิ่งที่กล่าวไปแล้ว ก็เดินไปจับไหล่ของทั้งสองคนเอาไว้ โดยมีคุชินะจับมือของฮินาตะเอาไว้อยู่แล้ว ก่อนจะพาไปในสถานที่ฝึกวิชาที่ได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยผ่านทางวิชาเทพสายฟ้าเหิน ทั้ง 4 คนก็ได้หายไปจากหลังป่าของหมู่บ้านโคโนฮะ แต่นารูโตะก็ได้ทิ้งร่างแยกเงา เอาไว้รับข่าวสารจากพี่สาวซึนาเดะ เอาไว้ก่อนแล้ว

จบ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}