tinkerbell10

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : LET ME LOVE YOU 23 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 129

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2562 23:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
LET ME LOVE YOU 23 50%
แบบอักษร

KIM MIN-SEUK

เมื่อคืนหลังจากที่ผมเอาของไปให้ดาราที่ห้องเธอก็บอกถึงที่ยืนของผมที่เธอให้ผมมา ถึงแม้ผมอยากจะข้ามเส้นไปขนาดไหนแต่ถ้าเธอให้ผมได้แค่นั้น ผมก็จะไม่ทำให้เธอลำบากใจ วันนี้ผมมีนัดประชุมที่บริษัทเรื่องคอนเซ็ปท์การคัมแบล็คของวง ก่อนเข้ามาผมแวะซื้อยาทาให้ดาราก่อนเพราะผมจำได้ว่าเมื่อวานแขนเธอมีรอยช้ำอยู่ พอผมนึกถึงเรื่องเมื่อวานก็ทำให้ผมหัวร้อนอีกครั้ง ผมไล่ความคิดออกจากหัวแล้วขับรถไปที่บริษัททันที

.

.

.

ผมเดินเข้าบริษัทมาก็ตรงขึ้นมาข้างบนเพื่อที่จะไปหาคนที่ผมอยากเจอ ผมเดินมาไม่นานก็เห็นว่าดารานั้งอยู่ตรงเก้าอี้แถวนั้น ผมเลยเดินเข้าไปนั้งข้างๆเธอ

“เป็นไงบ้าง” ผมถามเธอและเอื้อมไปจับแขนเธอเพื่อจะดูรอยช้ำที่ผมเห็นเมื่อวาน

 

“แผลมันช้ำกว่าเมื่อวานอีกนะ” ผมมองที่รอยช้ำรอบข้อมือเธอก็เห็นว่ามันช้ำมากกว่าเมื่อวาน ผมเลยหยิบยาในกระเป๋าออกมาเพื่อทาให้เธอ

 

“เป็นผู้หญิง ไม่ควรมีรอยช้ำแบบนี้นะ”ผมทายาให้ดาราและเงยหน้าขึ้นมามองดาราก็เห็นว่าเธอกำลังมองผมอยู่ ดาราไม่ตอบอะไรผมนอกจากมองผมเงียบๆ ทำไมผู้หญิงตัวเล็กๆแบบเธอ ต้องมาเจอกับเรื่องบ้าๆแบบนี้ด้วยนะดารา

“ดาราไม่เจ็บคะ” ดาราบอกผมผมมองหน้าเธอนิดหน่อย แต่หางตาของผมกลับมองไปเห็นรอยช้ำที่คอของเธอ และผมคิดว่าผมรู้ว่ารอยนั้นคือรอยอะไร!

“เกิดอะไรขึ้นดารา” ผมถามดาราเสียงต่ำ เธอทำหน้างงเล็กน้อย เเล้วหยิบกระจกขึ้นมาดู พอเธอเห็นว่ามีรอยที่คอเธอก็ตกใจแล้วรีบเอาเสื้อขึ้นมาปิด

“สงสัยแมลงกัดมั้งคะ” ดาราบอกกับผม

“ใครทำ!” ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ว่าเธอโกหกผม แต่ผมแค่อยากรู้ว่ามันทำทำไม มันเกิดอะไรขึ้น! ผมมองหน้าเธอนิ่งแล้วเอามือไปจับตรงรอยที่คอของดารา

“ไม่มีใครทำคะ” ดาราหลบหน้าผมแล้วตอบผมกลับมา

“ดารา อย่าโกหกพี่” ดาราไม่ตอบผมเอาแต่ก้มหน้า ผมเลยโมโหและขึ้นเสียงใส่เธอ

“มันใช่มั้ย!”

“พี่จะไปจัดการมัน!” ดาราไม่ตอบผม ผมเลยเลือกที่จะลุกขึ้นเพื่อไปถามกับคนที่มันทำรอยบ้าๆนี่ไว้ที่คอของดารา พอดาราเห็นว่าผมลุกขึ้นเธอรีบมาคว้าแขนผมเอาไว้ทันที

“อย่านะคะ ดาราขอ” เธอพูดกับผมและทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ และใช่ผมแพ้น้ำตาของเธอ ต่อให้ผมจะโมโหแค่ไหน แต่ถ้าดาราร้องไห้ ผมก็พร้อมที่จะหยุดทุกอย่างเพื่อแลกกับการที่จะไม่เห็นน้ำตาของคนตรงหน้า ผมนั้งลงข้างเธออีกครั้งและก้มหน้าใส่มือตัวเอง

“ทำไมต้องยอมมันขนาดนี้ดารา” ผมเงยหน้าขึ้นมาถามดารา เพราะผมไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเพราะอะไร ทำไมเธอถึงยอมให้ชานยอลขนาดนี้

“ไม่รู้เหมือนกันคะ”

“ดารารู้ใช่มั้ยว่ามันคิดยังไงกับเนอึน” ผมตัดสินใจที่จะถามคำถามนี้เธอไป เพราะผมรู้ รู้ว่าชานยอลมันรักเนอึนขนาดไหน และผมก็รู้ด้วยว่าดาราคิดกับมันยังไง!

ดาราพยักหน้าให้ผมแทนคำตอบ ผมเลยเอายาทาวางไว้ให้เธอและลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปที่อื่นเพราะถ้าผมยังอยู่ตรงนี้อีก ผมคงทำอะไรบ้าๆแน่ๆ

“พี่มินซอกจะไปไหนคะ” เมื่อดาราเห็นว่าผมลุกขึ้น เธอก็รีบถามผมทันที

“ตอนนี้พี่กำลังโกรธ” ผมบอกกับดาราโดยมองไปที่เธอนิดหน่อย เพราะผมไม่อยากคุยกับเธอตอนนี้เพราะความดื้อของเธอ แต่พอผมเห็นว่าเธอจะร้องไห้อีกครั้ง ผมเลยรีบตอบเธอออกไป

“ไว้พี่จะโทรหา...นะคะ” ผมบอกกับดาราเสร็จก็เดินออกมาจากตรงนั้นทันที

ผมรู้ว่าดาราคิดยังไงกับชานยอล ผมรู้ดี แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือทำไมเธอถึงยอมชานยอลขนาดนั้น และทำไมชานยอลถึงใจร้ายกับเธอขนาดนี้ และผมคิดแล้วว่าผมจะต้องรู้ให้ได้ เพื่อที่ผมจะได้ให้ดาราหยุดสักที ผมไม่อยากให้เธอต้องเจ็บตัวและเสียน้ำตาอีกต่อไปแล้ว พอผมคิดได้อย่างนั้นผมก็พาตัวเองไปที่ห้องประชุมทันที

.

.

.

ห้องประชุม

ผมเดินเข้ามาในห้องประชุมก็เห็นทีมงานและเมมเบอร์ในวงมากันเกือบครบแล้ว ผมเลยเดินไปนั้ง ที่เก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่

“พี่มาช้านะ” แบคฮยอนที่มาก่อนแล้วทักผมขึ้นมาผมไม่ตอบอะไรไปนอกจากพยักหน้านิดหน่อย

“ว่าแต่เมื่อวานพี่รีบไปไหนอะ พวกผมถามไรก็ไม่ตอบ” จงเดที่นั้งถัดจากผมไปถามผมขึ้นมา ผมเลยมองไปที่ชานยอลก็เห็นว่าหันมาทางผมพอดี ผมมองหน้าชานยอลนิดหน่อยแล้วหันไปตอบจงเด

“พอดี มีนัดกับคนสำคัญ เลยต้องรีบไป” ผมตอบเสร็จก็หันไปมองชานยอล ผมเห็นชานยอลทำหน้าไม่พอใจนิดหน่อยแล้วหันหน้าไปทางอื่น นายต้องการอะไรกันแน่ชานยอล ผมคิดในใจและ เตรียมเข้าประชุมเพราะทีมงานมาครบแล้ว

.

.

ระหว่างที่ประชุมกันไปสักพัก ดาราก็เดินเข้าห้องมาพร้อมกับเนอึนที่เดินมาส่งดาราส่วนเธอก็เดินออกไปเพื่อจะไปดูแลวงอื่น ดาราเดินเข้ามา ผมเห็นเธอมองไปที่ชานยอล ที่กำลังมองเนอึนอยู่ ผมเห็นว่าดาราทำหน้าเศร้าลงไปเล็กน้อยก่อนจะไปนั้งข้างๆพี่มินกุก

“เรื่องสีผม พี่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง ใครอยากทำสีอะไรขอให้เสนอมา” พี่เมรี่ฝ่ายสไตลิสต์หันมาถามทุกคน เรื่องสีผม ซึ่งมันก็ถือว่ามีผลต่อการคัมแบล็คอยู่เพราะเหล่าแฟนคลับก็อยากเห็นศิลปินในภาพลักษณ์ที่แปลกใหม่เมมเบอร์คนอื่นก็เลือกสีที่ตัวเองอยากได้ส่วนผม ยังไม่ได้คิดอะไรพี่เมรี่ก็ถามผมมาอีกครั้งเพราะคนอื่นบอกของตัวเองมาหมดแล้ว

“ซิวหมิน นายว่าไง” พี่เมรี่ถามผม ผมเงียบไปนิดหน่อยแล้วหันไปถามดารา เพื่อให้เธอตอบแทนผม

“ดาราว่าพี่ควรทำสีผมอะไรดี”ทุกคนในห้องเงียบลงทันทีแล้วหันไปมองที่ดารา ก็ไม่แปลกที่ทุกคนจะตกใจ เพราะผมไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนนอกจากดาราเพียงคนเดียว

“เอ่อ.. คือ ดาราว่าสีดำเหมาะกับพี่มินซอกคะ” ดาราพูดเสร็จก็หันมามองทางผม ผมเลยหันไปตอบพี่เมรี่ ตามที่ดาราบอกไว้

“ผมจะย้อมดำ” ผมบอกพี่เมรี่และชำเลืองตาไปมองชานยอลก็เห็นว่าชานยอลมองไปที่ดาราเขม็ง

“แล้วทรงผม?” พี่เมรี่ถามผม ผมเลยหันหน้าไปทางดารา เพื่อให้เธอตอบแทน เพราะผมตั้งใจไว้แล้วว่าคอนเซ็ปท์ครั้งนี้ ผมจะให้เธอเป็นคนตัดสินใจ

“เอ่อ คือ...ทรงนี้ก็โอเคแล้วนะคะ แต่ตัดให้สั้นอีกนิดนึงแล้วเซ็ตผมแบบเสกข้างๆนิดหน่อยก็น่าจะดี” ดาราตอบพี่เมรี่

“ยังไงหรอพี่คิดภาพไม่ออก”พี่เมรี่บอกดารา ผมเลยลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปหาดารา

“ดาราลองเซ็ตให้พวกพี่เค้าดูเค้าจะได้คิดออก” ผมพูดเสร็จก็นั้งลงข้างๆเธอเพื่อให้เธอจัดทรงผมให้ แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของผมคือชานยอล ผมอยากรู้ว่าหมอนั้นจะทำยังไง ถ้าเห็นว่าดารากับผมใกล้ชิดกันขนาดนี้

ดาราค่อยๆเอามือมาจับที่ผมของผมอย่างเก้ๆกังๆ ผมเลยจับมือของเธอไว้

“จับแรงๆก็ได้ พี่ไม่เจ็บ” พอผมบอกกับดาราเสร็จเธอก็เริ่มจักทรงผมให้ผมอีกครั้ง อย่างไม่เดร็งเหมือนตอนแรก

แต่ในระหว่างที่ดารากำลังจัดผมของผมอยู่ชานยอลที่เงียบไปนานก็พูดขึ้น

“ผมว่าเรื่องนี้พี่ควรถามพี่ยูจินที่เป็นผู้จัดการพี่มากกว่านะ”พอชานยอลพูดเสร็จดาราก็เอามือออกจากผม ของผมทันที ผมมองไปที่เธอนิดหน่อยแล้วหันไปสนใจชานยอลต่อ

“อีกอย่าง...เธอ เป็นผู้จัดการฉันควรจะมาดูแลฉันไม่ใช่หรอ” ชานยอลหันไปพูดกับดาราผมเห็นว่าดาราหน้าเสียไปเล็กน้อยผมเลยพูดกับชานยอลแทน

“นายลืมไปรึป่าว ว่าพี่มินกุกเคยบอกว่าดาราสามารถดูแลทุกคนได้ไม่เฉพาะแค่นาย!” ด้วยอารมณ์โกรธในตอนแรกมาผสมกับความหงุดหงิดที่ชานยอลมาพูดไม่เีกับดาราทำให้ผมลุกขึ้นยืนและหันไปขึ้นเสียงกับชานยอล

“แต่ผมต้องเป็นคนแรกที่เธอต้องดูแล!” เมื่อชานยอลเห็นว่าผมขึ้นเสียงกับเขา เขาก็ขึ้นเสียงกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ จนซูโฮต้องลุกขึ้นมาพูดห้ามไว้เพราะคงกลัวจะเกิดเรื่อง

“พอๆๆ ก็แค่เรื่องเล็กน้อย อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่” ซูโฮพูดแล้วหันไปมองที่ชานยอล

“ถ้าการที่ดาราดูแลพวกนายแล้วมันเป็นปัญหา ฉันจะย้ายดาราไปดูแลวงอื่น พวกนายคิดว่าไง” พี่มินกุกพอเห็นว่าซูโฮจะเอาไม่อยู่เขาเลยลุกขึ้นมาพูด และคำพูดที่เขาพูดมาทำเอาผมต้องหยุดชะงักทุกอย่าง ให้ดาราไปดูแลวงอื่นงั้นหรอ เป็นคำขู่ที่น่ากลัวมากจริงๆ เพราะถ้าพี่มินกุกทำแบบที่พูดจริงๆ ผมคงจะไม่ค่อยได้เจอกับดาราอีกแน่ๆ

“ถ้าไม่อยากให้ฉันทำแบบนั้นก็นั้งลงแล้วประชุมต่อซ่ะ!” พี่มินกุกพูดเสร็จก็นั้งลง ผมเลยนั้งตามเพราะไม่อยากให้ดาราต้องถูกย้ายไปดูแลวงอื่น พอผมนั้งลงผมก็หันไปมองชานยอลนิดหน่อยก็เห็นว่าเขาทำหน้าไม่พอใจแล้วนั้งลงตามมา

“งั้นสรุปเอาตามที่คิดกันไว้ เดี๋ยวเคลียตารางงานให้เสร็จเราจะเริ่มฝึกซ้อมและเข้าห้องอัดทันที” พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่แล้วพี่แทมินโปรดิวเซอร์ก็พูดขึ้นมา

“มีใครมีอะไรเพิ่มเติมมั้ย” พี่แทมินถามทุกคนอีกครั้ง

“ฉันมีนิดหน่อยคะ” พี่เมรี่พูดและหันมามองทุกคน

“งั้นวันนี้เราจะวัดตัวเพื่อตัดชุดเลย พวกนายมีใครมีตารางงานที่อื่นอีกมั้ย” เธอถามทุกคน ทุกคนส่ายหน้าเธอจึงพูดต่อ

“งั้นโอเคเลิกประชุมแล้วก็รอก่อนนะเดี๋ยวฉันจะให้ทีมงานมาวัดตัวให้” พอพี่เมรี่พูดเสร็จพี่มินกุกก็ลุกขึ้นมาพูดปิดการประชุม หลังจากที่พี่มินกุกพูดเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกัน โดยมีพวกผมและทีมงานฝ่ายสไตลิสต์ที่เดินเข้าไปที่ห้องซ้อมเพื่อทำการวัดตัวตามแผนที่ตกลงกันไว้ ระหว่างที่เดินไปผมกับชานยอลก็มองหน้ากันนิดหน่อย ซุโฮที่เดินตามมา หันมาคุยกับผม

“มีเรื่องอะไรกัน” ซูโฮถามผม

“ไม่มีอะไรหรอก” ผมเงียบไปนิดนึงแล้วตอบเขาไป

“แน่ใจนะ ถ้ามีเรื่องอะไรต้องบอกนะจะได้เคลียร์กันให้เข้าใจก่อนจะเป็นเรื่องใหญ่”

“เรื่องนี้ฉันจัดการได้นายไม่ต้องห่วง” ผมบอกกับซูโฮ พอผมพูดเสร็จเขาก็พยักหน้าให้เป็นอันเข้าใจดีว่า ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง

เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ผมคิดว่าผมสามารถแก้ไขมันได้ โดยผลลัพธ์ที่ตามมามีสองแบบก็คือ หนึ่งทุกอย่างจะแฮปปี้แอนดิ้งทุกฝ่ายจะมีความสุขและสอง จะต้องมีคนทุกข์และต้องเลือกทางใดทางนึงก่อนที่จะต้องเสียทุกอย่างไป และผมจะเป็นคนคอยทำให้ทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางให้มากที่สุด ถึงแม้ผลสุดท้ายคนเจ็บสุดอาจจะเป็นผมก็ตาม ผมคิดในใจและเดินตามเมมเบอร์คนอื่นไปที่ห้องซ้อมเพื่อวัดตัวต่อทันที

 

 

 

 

แงง~ วันนี้ไรท์มาอัพได้แค่50% เพราะจากที่ตั้งใจว่าจะอัพ ก็ติดขัดตรงที่ต้องมาเคลียร์งานที่ตัวเองขาดไปรับปริญญา เป็นกองๆ ไรท์ต้องขอโทษอีกครั้งเลยนะคะ

โปรดทุกคนจงให้อภัยไรท์ด้วยน๊า

ปล. ถ้ามีตรงไหน ขาดตกบกพร่องไรท์ต้องขอโทษด้วยน๊า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น