LilKiw

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP03. ชื่อของฉันคือ...

ชื่อตอน : EP03. ชื่อของฉันคือ...

คำค้น : นักฆ่า, นักล่า

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 123

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 16:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP03. ชื่อของฉันคือ...
แบบอักษร

ควับ! 

 

วงแขนเล็กยกขึ้นคล้องคอคนที่นั่งด้านหน้าเบาะข้างๆคนขับ กระชากร่างหนาเข้าหาตัวพร้อมกับชันขาข้างหนึ่งขึ้นรับน้ำหนักเบาะที่เอนเข้ามา ฉับพลันก่อนร่างบางจะถูกกระชากจากคนด้านหลังมือหนาของคนที่นั่งติดประตูอีกฝั่งก็จับศีรษะคนที่นั่งคั่นกลางระหว่างเธอกับเขาบิดจนได้ยินเสียงกระดูกดังแกร็ก ขณะยัยเด็กตัวจิ๋วกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักแดอุสที่เอาแต่หอบหายใจจนลืมป้องกันตัว โฉมงามก็ไม่รอช้ากระโจนเข้าใส่3 4คนที่นั่งตื่นตระหนกไม่ทันได้ตั้งรับกับการจู่โจมองอาจด้านหลัง พลางปลายตามองเด็กหญิงตัวกระเปี๊ยกอย่างอึ่งๆไม่คิดว่าเธอจะมือไวขนาดที่ปรับเบาะให้เอนลงแล้วยังควงมีดขึ้นแทงท่อนแขนที่เหวี่ยงหมัดจะต่อยจนมิดด้าม แล้วหันมาเล่นงานคนขับรถที่ทั้งพยายามปัดป้องให้เธอออกห่างและบังคับรถไม่ให้คว่ำตามแรงกระแทกของเขาที่จับหัวพวกมันตุบอัดเข้ากับพนังรถจนเกิดรอยยุบ 

 

ตุบ! 

 

เจ้าของแผ่นหลังบางที่พยายามแย่งพวงมาลัยถูกท่อนแขนใหญ่ทุบเข้ากลางหลังอย่างแรงจนฟุบหน้าเข้ากับพวงมาลัย ก่อนจะถูกกระชากกลับมารับหมัดใหญ่จนไหลเลือดกลบปาก 

 

ถุ้ย! 

 

น้ำลายปนของเหลวสีแดงพ้นใส่หน้ากากไอ้บัดซบอย่างท้าทายเรียกความโมโหให้มันได้เป็นอย่างดี ถึงได้จับเธอทุบคอนโซลซ้ำแล้วซ้ำเล้าระบายอารมณ์ราวกับว่าสิ่งที่ถือในมือเป็นเพียงตุ๊กตาไร้ชีวิตที่เจ็บไม่เป็น 

 

"ชื่อฉันตั้งตามกษัตริย์เปอร์เซียโบราณดาริอุส!" เค้นเคี้ยวเดือดดาลใส่ร่างบางที่ถูกมือใหญ่ของมันบีบคอแน่นจนแทบหายใจไม่ออก นอกจากเธอจะไม่ตะเกียกตะกายทั้งที่เริ่มหายใจลำบากยังยิ้มเยาะจนฝ่ายได้เปรียบกระตุกสีหน้า 

 

"งั้นฉันก็คงเป็นพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช" พูดไม่ทันจบประโยคมือเล็กก็ยกปืนพกที่ฉกจากแถวๆนี้ขึ้นยิงแสกหน้าแดริอุสทันที  

 

คนที่ทำหน้าที่เป็นสารถีมองเด็กหญิงที่นั่งก้มหน้าหอบหายใจสลับกับถนน ใบหน้าเริ่มชื่นเหงื่อ ตูดนั่งไม่ติดเบาะ รู้สึกหวาดผวา เมื่อเห็นร่างหนาข้างๆนั่งแน่นิ่งไร้ลมหายใจ  

 

การฆ่าคนอาจผิดวิสัยทัศน์ของจีจี้ไปหน่อย แต่ทำไงได้ในเมื่อมันทำเธอเจ็บก่อน  

 

ปัง ปัง! 

 

ร่างอ่อนระทวยที่พึ่งถูกปล่อยเป็นอิสระยกปืนขึ้นยิงสองคนที่เงื้อมมือที่ถือมีดสั้นกับอีกคนที่จ่อปลายกระบอกปืนพกพร้อมจะเล่นงานโฉมงามที่กำลังจัดการคนใต้ร่างให้หยุดดิ้นด้วยมีดเล่มเล็กในมือ สิ้นเสียงปืนเขาก็เงยหน้าหล่อเหลาฟกช้ำขึ้น ก่อนจะหันร่างที่โชกไปด้วยเลือดสีแดงสดน่ากลัวไม่ต่างจากฆาตกรโรคจิตที่ชอบควักไส้มนุษย์เป็นชีวิตจิตใจมามองเด็กหญิงที่มีสภาพไม่ต่างกันด้วยความเหน็ดเหนื่อย 

 

ปัง! 

 

ท่อนแขนเล็กอ่อนล้ายกปืนขึ้นยิงข้างศีรษะคนขับรถอย่างไม่ทันตั้งตัวจนเศษสมองเล็กๆกับเลือดสาดเปื้อนกระจกฝั่งคนขับเล็กน้อย ทั้งคู่ได้แต่นั่งหอบหายใจ กลืนน้ำลายหนืดๆลงคออย่างยากลำบากในขณะที่รถกำลังแล่นเข้าใกล้แท่งน้ำข้างทาง 

 

โครม! 

 

ซ่าาาา! 

 

น้ำพุ่งกระจายด้วยความดันแรงสูงเมื่อแวนสีดำชนเข้ากับแท่งน้ำจนแตก ส่งผลให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน กระโปรงรถที่พังยับยู่ยี่เต็มไปด้วยควันสีขาว ร่างบางที่ฟุบหน้าลงกับศพจนแทบแยกแยะไม่ออกถูกลากออกมาข้างนอก ทันทีที่เท้าเล็กสัมผัสพื้นคอนกรีตจีจี้ก็สะดุ้งตื่นพยายามพยุงตัวเดินโดยมีโฉมงามคอยช่วยไม่ห่าง กอดเอวกันวิ่งกะเผลกๆหนีชายชุดดำเบื้องหลัง7 8คนเข้าไปในตรอกแคบๆมืดๆ ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเจอทางตัน  

 

ถอยหลังกลับก็ไม่ได้ ทางให้เดินต่อไปก็ไม่มี 

 

ตุบ ตุบ! 

 

เสียงฝีเท้าย้ำน้ำหลายคู่กำลังตรงมาทางพวกเธอที่ยังมัวแต่ยืนจนมุมหมดหนทางกับราวเหล็กกั้นเครอะสนิม ทั้งที่ปีนจากถังขยะขึ้นไปก็ได้ แต่ด้วยความเหนื่อยล้าและเจ็บระบมไปทั้งตัวมันทำให้เธอไม่อยากทำอะไร นอกจากคิดถึงมาชเมลโล่หวานๆ 

 

สิ่งเดียวที่เยียวยาเธอได้  

 

ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่พาตัวเองเข้ามาถึงในเมืองแทนที่จะจัดการพวกนี้ให้สิ้นซากตั้งแต่ท่าเรือ แต่ตอนนั้นอะไรๆก็ไม่เป็นใจ ถ้าเธอฆ่าพวกมันหมดแล้วเธอจะเข้าเมืองที่ห่างจากท่าเรือเกือบ10ไมล์ได้ยังไง รถก็ขับไม่เป็น เรือหรอ? ว่ายน้ำยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าเลี่ยงได้เธอก็จะเลี่ยง  

 

"ขึ้นมา" โฉมงามที่ยืนบนขอบถังขยะเหล็กขนาดใหญ่ยื่นมือลงมารับเด็กหญิงที่เริ่มจะงอแง 

 

เธอก็แค่เด็กผู้หญิงอายุ9ขวบ ทนมือทนเท้าพวกเวรนั้นจนมาถึงตอนนี้ได้ก็บุญแล้ว  

 

"เร็วๆ!" เจ้าของนัยน์ตาน่ากลัวจ้องเด็กหญิงตาดุ  

 

จีจี้เปล่งเสียงร้องไห้ในลำคอขณะยื่นแขนให้โฉมงามดึงขึ้น เขายกร่างเบาหวิวลอยเหนือหัวเพื่อให้มือเล็กคว้าขอบรั้วถึง แล้วดันตูดช่วย ทันทีที่ขาอีกข้างของจีจี้พ้นรั้วเธอก็ทิ้งตัวลงกับพื้นปูนที่มีความสูงเกือบ2เมตรครึ่งอย่างไม่กลัวเจ็บ 

 

โฉมงามถึงกับหน้าเหวอแต่ก็รีบปืนข้ามไปหาร่างบางที่นอนแน่นิ่งบนพื้น 

 

"มาชเมลโล่" เสียงเล็กรำพึงอย่างหิวโหยก่อนจะยันตัวเองขึ้นยืน ทำเหมือนกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้ตั้งใจปล่อยให้ตัวเองตกจากรั้ว "ฉันต้องการมาชเมลโล่" ตีหน้าเศร้า ส่งสายตาอ้อนวอนมองดวงหน้านิ่งข้างกายเพร้อมเขย่าชายเสื้อโฉมงามที่ยืนโอบไหล่บางเธอไว้ไม่ให้เซล้ม 

 

"เธอควรให้ฟันได้มีโอกาสหักตามธรรมชาติบ้างนะ" ดุอย่างไม่ใส่ใจให้คนตัวเล็กที่ทำท่าจะร้องไห้ 

 

"ฮืออออ ปู่ หนูอยากกินมาชเมลโล่" ร้องไห้ครวญครางเอาแต่ใจ 

 

กำปั้นหนากำหมัดแน่นระงับความหงุดหงิดก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะจัดการกับเด็กเจ้าปัญหายังไง หักคอทิ้งแล้วโยนลงถังขยะเลยดีมั๊ย แต่มันจะดูโหดร้ายสำหรับเด็กเกินไปรึปล่าว  

 

น่าแปลก จู่ๆก็เกิดเป็นคนมีจริยธรรมขึ้นมาซะได้ 

 

"โอเคๆ ฉันเห็นร้านสะดวกซื้อแล้ว"  

 

สูดๆๆ 

 

สาวน้อยปาดน้ำตาคิดถึงคนที่ยอมตามใจมาตลอด9ปี มองไปตามการบังคับของโฉมงามที่จับศีรษะเธอหันไปทางร้านสะดวกซื้อที่เปิดบริการตลอด24ชั่วโมง ใบหน้าฟกช้ำตกสะเก็ดเลือดค่อยๆประกายรอยยิ้มดีใจกระตือรือร้น ก่อนจะวิ่งข้ามถนนโล่งเตียนเข้าร้านในสภาพที่ควรวิ่งเข้าโรงพยาบาลมากกว่ามาซื้อของโดยมีโฉมงามที่จำใจเดินตามหลังมาต้อยๆ 

 

ตุบ! 

 

ร่างบางเดินชนชายตัวสูงโย่งท่าทางลุกลีลุกลน ก่อนจะเป็นฝ่ายหันมาค้อมศีรษะยกมือขอโทษขอโพยหนุ่มคนนั้นที่แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่หันมาโวยวายเอาเรื่อง   

 

คนที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเอี้ยวคอมองตามหลังหนุ่มขี้ยาอย่างไม่สนใจสายตาของพนักงานหญิงสองคนที่ตั้งท่าจะกดโทรศัพท์หาตำรวจ แต่ก็ถูกนัยน์ตาเย็นชาน่ากลัวตวัดมองพวกเธอจึงลดโทรศัพท์ลงราวกับต้องมนต์สะกด ไม่วายมองตามหลังหนาของโฉมงามอย่างอดไม่ได้ 

 

เลือดจะอาบตัว หน้าจะฟกช้ำ กำปั้นจะเป็นแผลก็ไม่เป็นไร เพราะความหล่อมันให้อภัยกันได้ 

 

"มาชเมลโล่" เสียงหวานเรียกหาของโปรดอย่างใจเย็น ก่อนจะทรุดเข่าลงกับพื้นเมื่อเจอกล่องมาชเมลโล่ที่ตามหา 

 

จีจี้หยิบขนมออกมาห่อหนึ่งก่อนจะฉีกอย่างหิวกระหายอดใจรอแทบไม่ไหว แต่ก็ถูกใครบางคนที่ยืนค้ำหัวกระชากมันออกไปต่อหน้าต่อตา เด็กหญิงจึงทรุดตัวนั่งห่อไหล่รู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาทันที 

 

"จะเอาอันเดียวใช่มั๊ย?" ถามเด็กหญิงที่นั่งพับเพียบหมดอะไรตายอยากพร้อมกับเขย่าถุงมาชเมลโล่ในมือ 

 

ใบหน้าเศร้าหมองเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างด้วยหัวใจเบ่งบาน ยกกล่องมาชเมลโล่สองสามกล่องขึ้นโชว์ให้โฉมงามดู เมื่อไม่เห็นเขาว่าอะไรเธอจึงเดินถือกล่องไปใส่ตะกร้าที่ตั้งหน้าร้าน แต่ยังไม่ทันจะวางกล่องขนมลงร่างเธอก็ถูกมือหนากระชากต้นแขนออกมาอย่างแรง แต่ด้วยจิตวิญญาณแห่งมาชเมลโล่ทำให้เธอกอดกล่องไว้กับอกแน่นโดยมีท่อนแขนของโฉมงามพาดร่างเล็กเธอไว้อีกที 

 

เด็กหญิงพยายามชะโง้กหน้ามองแต่ฝ่ามือหนากลับรั้งหน้าผากมนเธอไว้ จีจี้จึงใช้เวลาว่างๆที่ซ่อนตัวแอบกัดซองขนมกินก่อนตัวเองจะลงแดงตาย 

 

"แอบไม่เนียน ต้องไปเรียนมาใหม่" แดกดันหลังจากปล่อยจีจี้เป็นอิสระ 

 

เด็กน้อยหน้ามึนก็ยังเป็นเด็กหน้ามึนอยู่วันยังค่ำ ยังมีหน้าฉีกยิ้มไร้สำนึกพร้อมกับหยิบขนมเข้าปากเคี้ยวประชดต่อหน้าต่อตาคนหน้าเดียว ถือตะกร้าไปหยิบน้ำอัดลมสองกระป๋องอย่างอารมณ์ดีแล้วหมุนตัวเดินไปจ่ายเงินหน้าเคาน์เตอร์ 

 

หลังจากพนักงานบอกยอดตัวเลข ลูกค้าในยามวิกาลถึงกับหันมองหน้ากันนิ่ง ลืมไปซะสนิทเลยว่าไม่ได้พกเงินมาสักดอลลาร์ 

 

โฉมงามปลดนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่สามารถซื้อร้านนี้ได้สบายๆขณะที่จีจี้พยายามหาเศษเหรียญในตัว และก่อนที่มือหนาจะทันได้ดึงนาฬิกาออก มือเล็กก็วางอะไรบางอย่างบนเคาน์เตอร์ 

 

กริ้ง! 

 

"มีปัญหาอะไรงั้นหรอ?" เงยหน้าถามโฉมงามที่เอาแต่มองเธอด้วยสายตาที่เดาความคิดไม่ออกตั้งแต่ออกจากร้านด้วยแววตาใสซื่อ "ดึกดื่นป่านนี้ไม่มีคนดีที่ไหนเขาออกมาเดินเล่นกันหรอก" อธิบายอย่างจนใจ เขาจะได้เลิกใช้ดวงตาวิ้งๆที่เธอเองยังอิจฉาจ้องเธอสักที 

 

"แต่เธอก็ไม่ควรล้วงเงินคนอื่น" ตำหนิคนตัวเล็กที่ไหวไหล่ไม่สำนึกผิด 

 

หญิงชายต่างวัยพยายามซ่อนตัวภายใต้เงามืดตามตรอกซอย ก่อนจะตัดสินใจขึ้นที่สูงปีนบันไดหนีไฟหลังตึกขึ้นดาดฟ้า หลังจากเดินหาที่ปลอดภัยยามราตรีอยู่นานทั้งคู่ก็ย่อนตูดนั่งพิงอะไรบางอย่างที่ถูกฉาบด้วยปูนสูงเกือบท่วมหัวจีจี้ พักรับบรรยากาศยามค่ำคืนแสนเงียบสงบ ตากลมเย็นๆโดยไม่มีใครเอ่ยวาจาใด 

 

เป็นอีกครั้งที่เด็กชายปรายตามองเสี้ยวหน้าไร้เดียงสาที่นั่งเหยียดขาตรงเคี้ยวขนมตุ้ยๆมีความสุข และเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นว่าดวงหน้าน่ารักแม้จะมีร่องรอยจากการต่อสู้ของเธอเป็นเด็กวัย9ขวบจริงๆ  

 

นานแค่ไหนที่เขารู้สึกอยากยิ้มเพียงเพราะเห็นรอยยิ้มแสนหวานจางๆของคนแปลกหน้า นานแค่ไหนแที่เขาไม่ได้สัมผัสความเรียบง่ายของชีวิตอย่างการนั่งดื่มน้ำอัดลมชมจันทร์ 

 

และนานแค่ไหนแล้วที่เขารู้สึกอยากจะปกป้องใครสักคน  

 

"ถ้ามีใครจ้องหน้าเราเกิน9.1วิ แสดงว่าคนนั้นชอบเรา" เสียงหวานเปล่งขึ้นลอยๆทำลายความเงียบ สายตาทอดยาวมองแสงระยิบระยับบนท้องฟ้า 

 

มุมปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มกับความหลงตัวเองของเด็กหญิง เขาหละอยากรู้จริงๆว่าเธอเป็นเด็กอายุ9ขวบหรือเด็กโข่งหน้าเด็กกันแน่ ถึงได้มั่นหน้ามั่นโหนกขนาดนี้ 

 

เมื่อเห็นว่าคนมีอายุกว่าข้างกายยิ้มขำจากหางตา จีจี้จึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเนือยๆ "ซีนแบบนี้มีให้เห็นบ่อยจะตายในละครน้ำเน่า ลมพัดผมปลิวเบาๆ รอบข้างสวยงาม พร้อมกับทุกอย่างสโลว์โมชั่น"  

 

"ใครบอก?" ถามเด็กหญิงที่ใช้ปลายลิ้นเลียคราบของหวานบนริมฝีปาก 

 

"ฉันเอง" หันมายักคิ้วข้างหนึ่งอย่างกวนๆ  

 

แกร็ก! 

 

แม้เสียงประตูจะดังจากอีกตึก แต่ทั้งคู่ก็พอจะเดาออกมาว่ารองเท้าหลายคู่ที่ดังตามหลังเสียงเปิดประตูนั้นเป็นของใครจึงรีบพยุงกันลุกหนีทันที วิ่งกระโดดข้ามระหว่างตึกอย่างไม่กลัวว่าจะพลัดตก ยิ่งฝีเท้าหนักๆดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พวกเธอก็ยิ่งเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น และเร็วขึ้น แต่ก็ต้องหยุดชะงักที่ปลายตึก... 

 

ชายหญิงหอบหายใจมองหนากันด้วยแววตานิ่งเรียบ เมื่อเห็นระยะห่างระหว่างตึกกว้างเกือบ3เมตร ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกระโดดข้ามมันไปโดยไม่ตก 

 

แต่ถึงอย่างนั้นมือน้อยกลับคว้ามือหนาให้ถอยหลังไปตั้งหลักหลายก้าว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ "ฉันยอมตกตึกตายดีกว่าโดนทรมาน" 

 

"ถ้าไม่ตาย?"  

 

จีจี้มองค้อนคนตัวสูง ทั้งที่พยายามจะไม่คิดเรื่องนี้แล้วเชียว แต่เธอคงไม่ซวยพอจะตกตึก5ชั้นแล้วพิการหรอกหน่าา...   

 

"ฉันยอมเสี่ยงตายดีกว่ายืนรอความตาย" ดวงตาคู่งามเปรี่ยมล้นไปด้วยความเด็ดเดี่ยวหาญกล้า "รู้มั๊ย? สุภาษิตแอฟริกาโบราณหนึ่งบอกไว้ว่า" 

 

"ไปคนเดียวจะไปได้ไว ถ้าอยากไปได้ไกลต้องไปด้วยกัน"  

 

มุมปากบางคลี่ยิ้มน้อยๆ เริ่มรู้สึกถูกชะตากับเจ้าหนุ่มขนตาฟรุ้งฟริ้งซะแล้วสิ 

 

"นายจะไปกับฉันรึป่าว?" สบตานัยน์ตาสีฟ้าครามลึกล้ำสุดจะหยั่ง ไม่คาดหวังคำตอบจากเขา 

 

แรงกระชับบนมือเล็กสื่อแทนคำตอบ นัยน์ตาสีใกล้เคียงกันแลมองดวงหน้างามน่ารักที่สบตาเขาโดยปราศจากความกลัว จับมือกันวิ่งเข้าหาความตายพร้อมๆกัน  

 

ชีวิตพวกเธอจะถูกตัดสิน ณ ตรงนี้ หากข้ามไปได้ก็เท่ารอด แต่ถ้าไม่ ก็กลายเป็นศพอยู่เบื้องล่างในที่เปล่าเปลี่ยวหนาวเหน็บแห่งนี้  

 

ปัง! 

 

และกระสุนนัดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งชะตาลิขิตของทั้งคู่ มันไม่มีอะไรที่จะก้าวข้ามไปได้ง่ายๆจริงๆ 

 

ตุบ! 

 

หน้าอกเล็กที่ห้อยโหนกลางอากาศกระแทกเข้ากับขอบตึกอย่างแรงจนรู้สึกจุกแน่นอก และก่อนจะพลัดตกล้วงสู่ความตาย มือหนาของโฉมงามก็คว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน พยายามดึงเธอขึ้นอย่างทุลังลุเลด้วยแขนข้างที่ถูกยิงจากกระสุนนัดเมื่อครู่ ซึ่งเป็นข้างเดียวกันที่โดนเธอยิง 

 

ของเหลวสีแดงสดไหลอาบแขนซ้ายของโฉมงามย้อยลงมาถึงแขนเล็กของจีจี้ ใจดวงน้อยหวั่นวิตกหันมองด้านหลังสลับกับใบหน้าขาวซีดเต็มไปด้วยบาดแผลและคราบเลือดของโฉมงาม กลัวพวกนั้นจะตามมาทันหากเขายังช่วยเธอ แต่แววตามุ่งมั่นของคนเบื้องบนคงไม่ฟังเธอแน่หากเธอจะบอกให้เขาปล่อยเธอไป 

 

เมื่อถึงคราวต้องหนี ก็ต้องหนี 

 

เมื่อถึงคราวต้องตาย ก็ต้องตาย 

 

มาร์คัสไม่เคยสอนให้เธอกลัวตาย เพราะความตายมันติดกับมาตัวเราตั้งแต่วันแรกที่แม่กลั้นใจเบ่งเราออกมาแล้ว 

 

"ฉันได้ตัวเธอแล้ว" น้ำเสียงของเขาโล่งอกอย่างเห็นได้ชัดหลังจากฉุดร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนได้ แล้วรีบกุลีกุจอวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อไม่ได้ยินเสียงใครตามมาทั้งคู่จึงผ่อนฝีเท้าลง ก่อนจะกลายเป็นเดินหอบหายใจถี่อย่างอ่อนแรง 

 

พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ! 

 

เสียงเครื่องยนต์ดังก้องกังวาน ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองนกเหล็กบนท้องนภายามใกล้เวลารุ่งสางพลางยกมือขึ้นปิดใบหน้าบังฝุ่นละอองขณะที่เชือกเส้นใหญ่ถูกโรยลงมา 

 

"บาย" จีลดาขยับตัวออกห่างจากโฉมงามทั้งที่เขายังกุมมือเธอแน่น 

 

ตอนแรกที่ได้ยินเสียง ฮ. จีจี้ตกใจพอสมควร เธอนึกว่าจะเป็น ฮ.ของพวกที่ตามล่าโฉมงาม แต่เมื่อเห็นว่าชายที่ยืนจับมือเธอไม่คิดหนี งั้นก็คงแปลได้อย่างเดียวว่ามันคงบินมารับเขาตามพิกัดโทรศัพท์ที่ขอซื้อมาจากพนักงานร้านสะดวกซื้อหลังจากวางสายจากปลายสาย 

 

"แน่ใจ?" ดวงตาฟ้าครามหยิ่งผยองจับจ้องอีกฝ่ายเชิงบังคับ 

 

คงมีเพียงเด็กหญิงที่เปรี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจคนนี้คนเดียวละมั้งที่เขาบังคับไม่ได้ และเป็นคนเดียวอีกนั้นแหละที่เขาไม่อยากรั้งไว้   

 

จีจี้พยักหน้าแทนคำตอบพยายามบิดข้อมือตัวเองออกอย่างรักษาน้ำใจโฉมงามที่อยากให้เธอไปด้วย ทั้งที่ระหว่างวิ่งหนีตายมาด้วยตั้งนานเธอได้ปฏิเสธไปแล้ว 

 

แม้เธอจะเป็นเพียงเด็กที่อยู่ไม่ถูกที่ไม่ถูกเวลาแต่เขาก็เชื่อว่าเธอจะหาทางเอาตัวรอดได้เองจึงยอมปล่อยให้เธอหันหลังจากไป 

 

"เดี๋ยว!" 

 

เดินได้ไม่กี่ก้าวเท้าเล็กก็ชะงัก 

 

"เธอชื่ออะไร?"  

 

ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้ตัวเองอยากทำความรู้จักกับคนอื่น 

 

จีจี้หันมามองโฉมงามด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะเอ่ยตอบ "ซาบริน่า ฟินน์" ถอยหลังโบกมือลาคนหน้านิ่ง ที่เธอยังติดใจไม่หายว่าเขาได้ขนตาหนางอนเกินผู้หญิงนั้นมาได้ยังไง 

 

ความไม่กลัวอะไรก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โฉมงามไม่มีอิทธิพลต่อเธอแม้จะถูกเขามองด้วยแววตาเย็นยะเยือกแต่ก็พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อบ่อยๆ แล้วยิ่งเป็นคนแพขนตายาวดกดำแต่หน้าฝรั่ง ยิ่งไม่มีอะไรต้องให้กลัวเลย 

 

ถึงอย่างนั้น นัยน์ตาคู่นั้นก็มีเสน่ห์มหาศาล...   

 

สายตาคมกริบติดตามเงาร่างน่ารักน่าเอ็นดูกระโดดซอกแซกลงไปด้านล่างอย่างคล่องแคล่วจนลับสายตา เขาก็ไต่เชือกขึ้น ฮ.ด้วยมือที่เปื้อนไปด้วยเลือดและความเจ็บระทมตามร่างกาย ก่อนจะเอ่ยปากสั่งคนสนิทสองคนที่นั่งรอเขาอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจระหว่างที่พวกเขาดึงร่างสูงบางของตัวเองขึ้น ฮ.  

 

"ซาบริน่า ฟินน์คือใคร?" มองสองหนุ่มเสี้ยวอาหรับด้วยแววตาแข็งกร้าวที่อาจทำให้คนถูกมองจิตใจกระเจิงได้ 

 

แต่เพราะเติบโตมาด้วยกัน ถูกฝึกมาด้วยกันเพื่อนซี้จึงค่อนข้างรู้สึกเฉยๆกับสายตาคู่นี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใครกล้าขัดคำสั่งทายาทนักฆ่าแห่งทะเลทราย  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น