Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 4 (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2562 13:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 (4)
แบบอักษร

 

               บรรยากาศบนโต๊ะปกคลุมไปด้วยความเงียบ ต่อให้สองคนนั้นทำความรู้จักกันแล้วก็ใช่ว่าจะคลายความแปลกหน้าลง ผมรู้ว่าปายมันมีเรื่องในใจอยากระบาย แต่พูดไม่ได้เพราะมีคนอื่นอยู่ และผมก็รู้ด้วยว่าคนหน้าตาฉลาดอย่างดอมดูออก แต่มันแค่ยังไม่อยากลุกไปตอนนี้ก็เท่านั้น

               ระหว่างที่ผมแชทกับพวกนักดนตรีในกลุ่มไลน์ดอมก็ชวนปายคุยบ้างเป็นพักๆ มีคำถามหนึ่งที่ทำให้ผมเหลือบตาขึ้นมอง

               “...แล้วรู้จักกับไนท์ได้ไง”

               ปายมองหน้าผมเหมือนลังเลที่จะตอบ แต่พอเห็นผมไม่ได้อะไรมากมันก็หันไปตอบคำถามของดอมตามตรง

               “เพื่อนที่ผมเคยสนิทเป็นน้องพี่ไนท์”

               “อ๋อ...”

               เวรดอมพยักหน้า แววตามันสะท้อนวูบไหวเหมือนจับสังเกตอะไรได้ “...ท่าทางสนิทกับไอ้ไนท์น่าดูเลยนะ”

               “ครับ พี่ไนท์ช่วยอะไรผมหลายๆ อย่าง”

               ดอมฟังเงียบๆ ยกแก้วเบียร์ที่เหลือค่อนแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อนหันมาพูดกับผม

“กูจะกลับแล้ว แต่ไม่มีรถ”

จริงสิ ผมเพิ่งนึกได้ว่ามันขับรถมาคืนผม แต่นั่นคงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มันพูดแบบนั้นออกมา มันอยากอ้อนให้ผมไปส่ง ทำไมผมจะไม่รู้ ต่อให้ผมเกรงใจมันยังไงก็คงผละไปส่งมันตอนนี้ไม่ได้ ผมมองสบสายตาคมกล้าของดอมนิ่ง “เดี๋ยวกูให้คนที่ร้านไปส่ง”

“ใครวะ” ดอมทำหน้าผิดหวัง

“เพชร”

ผมหันไปเรียกไอ้เพชรที่เดินผ่านเข้ามาในสายตาพอดี ไม่ทันได้ใส่ใจคำถามของดอม ไอ้เพชรวิ่งหน้าตั้งเข้ามาที่โต๊ะอย่างกระตือรือร้น

“มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าพี่ไนท์”

“มึงเอารถไปส่งเพื่อนกูที” ผมยื่นกุญแจรถให้

เพชรมองอย่างลังเลครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นมารับเอากุญแจไป “ได้ครับ”

“ไม่ต้อง กูนั่งแท็กซี่กลับได้” ดอมโบกมือปัดน้ำใจผมอย่างไม่สบอารมณ์ “ไว้กูโทรหา ตอนมึงว่าง” แล้วมันก็เหลือบมองไปทางปายแวบหนึ่งก่อนพูดลอยๆ “กูกลับล่ะ”

ร่างสูงเดินออกไปเงียบๆ ไอ้เพชรคืนกุญแจรถผมก็ถอยออกไปทำงานอย่างรู้หน้าที่ เหลือแค่ผมกับปายนั่งอยู่ที่โต๊ะสองคน

“พี่กับผู้ชายคนนั้น...” เสียงของปายดังขึ้น

“ไม่มีอะไร แค่รู้จักกัน” ผมรีบตัดบทมันทันที

“ครับ...” ปายพยักหน้า ท่าทางหนักใจ

“มึงมีอะไรหรือเปล่า” มันแสดงออกชัดเจนขนาดนั้น ไม่มีทางที่ผมจะมองไม่เห็น เว้นแต่จะแกล้งเป็นไม่สนใจ ซึ่งผมทำไม่เคยได้

“ผมเจอไลท์เมื่อวาน”

มือที่กำลังยกแก้วเบียร์ขึ้นของผมชะงัก มองแววตาเศร้าหมองของมันเงียบๆ

“....”

ผมวางแก้วลงเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรต่อ ปายมองโต๊ะตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย

“หมอนั่นมีแฟนแล้วสินะครับ”

“อืม”

ผมนึกถึงคำพูดของไอ้ไลท์คืนก่อนแล้วพยักหน้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ ตั้งแต่ออกจากบ้าน ผมก็ไม่ได้ติดต่อกับคนในครอบครัวเลยยกเว้นญาติฝั่งแม่ที่อยู่สวีเดน ส่วนแม่ผมออกเดินทางสำรวจโลกกับเพื่อนบล็อกเกอร์ด้วยกันตั้งแต่ผมอยู่ม.ต้นแล้วล่ะ สองสามปีถึงจะติดต่อมาสักครั้งหนึ่ง ผมติดตามความเคลื่อนไหวของแม่ผ่านบล็อกที่แม่เขียนนั่นแหละ เวลาเปลี่ยวๆ หรือช่วงที่จิตใจเปราะบางก็เข้าไปอ่านเข้าไปดูรูปแม่ในบล็อกเป็นการชาร์ตพลังให้ตัวเอง

               ผมอยู่บ้านกับพ่อกับน้องชาย เป็นเด็กดีเชื่อฟังทุกอย่าง แต่มีอยู่อย่างที่ผมเก็บงำเอาไว้ไม่ให้พ่อรู้ คือรสนิยมทางเพศ ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มเบี่ยงเบนตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าไม่เคยมองผู้หญิงแล้วใจเต้นแรงเลยสักครั้ง แต่กับผู้ชายด้วยกันผมดันหวั่นไหว อ้อ ยกเว้นไอ้กันต์ไว้คนหนึ่ง ผมไม่ชอบคนอายุเท่ากัน เพราะพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง

               “มึงเฮิร์ทเพราะเรื่องนี้เหรอ” ผมมองหน้าจ๋อยๆ ของปาย เมื่อก่อนมันแอบชอบไอ้ไลท์แต่ไม่กล้าเปิดเผยความในใจให้ไอ้ไลท์รู้เพราะกลัวถูกเกลียด ไอ้ไลท์ก็เหมือนพ่อผมนั่นแหละ ไม่ชอบความวิปริตผิดเพศ รู้ปุ๊บแม่งตัดญาติขาดมิตรทันที

               “ผมรู้สึกไม่ดีต่างหาก คือ... ผมเข้าไปคุยกับมัน แต่มันจำผมไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันแกล้งหรือลืมผมแล้วจริงๆ” สายตาของปายฉายแววกระสับกระส่ายอย่างไม่รู้ตัว

               ผมมองรูปหน้าที่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนของมันแวบหนึ่ง รวมถึงทรงผมนั่นด้วย “มึงย้ายไปเมืองนอกหลายปีอาจเป็นไปได้ที่ไลท์มันจะลืม”

               “ลืมจริงๆ ก็ดี ผมกลัวแต่มันจะแกล้งจำไม่ได้”

               ผมหรี่ตามองคราบฟองเบียร์ในแก้วที่เลือนหายไปเกือบหมด ไม่ออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีก เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องก้าวข้ามไปด้วยตัวเอง

               “เฮ้ย มึงยังเล่นกีตาร์อยู่เปล่า” ผมมองท่าทางซึมเซาของปายอย่างอดไม่ได้

               “ครับ? พี่ถามทำไม”

               ผมพยักหน้าไปทางเวที “เอาสักหน่อยไหม”

               “เฮ้ยจะดีเหรอ แล้วนักดนตรีพี่ล่ะ”

               “ลา”

               “อ่อ...” ปายดึงสายตาจากเวทีโล่งๆ ที่เปิดแค่เพลงคลอเบาๆ กลับมาเหม่อมองแก้วเบียร์ตรงหน้าตัวเอง

               “ไม่อยากเล่นก็ไม่เป็นไร ไม่ได้ซีเรียส”

               “เปล่าพี่ ผมไม่ได้เล่นนานแล้ว ตั้งแต่ไปอยู่โน่นผมก็ไม่ได้จับมันอีกเลย”

               “อ้าว?” ผมเบิกตาอย่างแปลกใจ รู้ว่าปายมันชอบกีตาร์มาก เมื่อก่อนมันเคยแต่งเพลง เล่นเพลง แถมลงทุนเข้าห้องอัดเพลงแล้วเอาลงยูทูปอีกด้วย เห็นมันมุ่งมั่นขนาดนั้นไม่คิดว่าจะเลิกไป ผมเคยเข้าไปฟังเมื่อก่อน แต่หลังๆ ไม่ค่อยเวลา เลยไม่ติดตามชีวิตมันเท่าไหร่ ตั้งแต่มันไป ความสนใจของผมก็ค่อยๆ ลดลงแต่ก็ไม่ได้ลืมหรอก ผมยังจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราสามคนได้ดี

               “ผม... ลืมวิธีเล่นกีตาร์ไปแล้วล่ะ พี่ดูมือผมสิ นุ่มดีไหมล่ะ ทีนี้เวลาใครจับมือผมก็ไม่ต้องบ่นว่ามือด้านอีกแล้ว”

               ปายเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า มันยิ้มจางๆ ให้ผม ไม่รู้เพราะฤทธิ์เบียร์หรืออะไร ผมรู้สึกว่าสายตามันดูยั่วยวนแปลกๆ เหมือนเมื่อตอนนั้น แล้วผมก็ยื่นมือออกไปลูบหัวมันอย่างอดไม่ได้... ไม่ ผมยั้งมือที่กำลังจะยื่นออกไปเหมือนในอดีตยื่นไปหยิบขวดเบียร์แทน

               “อือ อะไรที่ทำแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะ” ผมบอกระหว่างเทน้ำสีเหลืองทองลงในแก้ว

               มันไม่ตอบ แค่พยักหน้ารับรู้แบบผ่านๆ

               เงียบกันไปสักพัก เสียงบีทมันๆ ดังออกมาจากฝั่งผับ ผมสะกิดปายเพราะไม่อยากเห็นมันมานั่งจับเจ่าแบบนี้

               “ไปโยกหน่อยไหม?”

               “ไม่ดีกว่าพี่ ผมเต้นไม่เก่ง” มันส่ายหน้าไหว

               “งั้นเปลี่ยนที่กัน”

               “ครับ?”

               “ตามกูมาเถอะ ข้างในมีแต่เด็ดๆ ทั้งนั้น เจริญหูเจริญตากว่าตรงนี้เยอะ”

               “ผมไม่ชอบเสียงดังนะพี่”

               ผมกำลังจะลุกชะงักทันที หย่อนก้นลงนั่งที่เดิมอัตโนมัติ ผมไม่รู้ว่ามันเกลียดที่เสียงดังๆ เมื่อก่อนมันยังเด็กเลยไม่เคยชวนออกไปเที่ยวที่ไหนด้วยกัน ถึงว่าตั้งแต่มันกลับมา เวลาโทรมาชวนไปไหนทีก็มีแต่ชวนกินข้าวดูหนัง ไม่ก็ร้านกาแฟชิลๆ

               “เอาอะไรเพิ่มไหม” ผมมองของกินบนโต๊ะที่ดูกร่อยๆ แล้วเอ่ยถามเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเวิ้งว้างมากเกินไป

               ปายส่ายหน้า อะไรมันก็ไม่เอา เหมือนมันสบายใจที่จะนั่งกินลมแบบนี้มากกว่า และมันก็อยู่ตรงนี้จนร้านปิดจริงๆ ผมรอจนกระทั่งพนักงานคนสุดท้ายกลับไป ค่อยลงกุญแจร้านแล้วเดินออกมาหามันที่นั่งยองรออยู่หน้าร้าน

               “พี่” ปายลุกขึ้น “เสร็จแล้วเหรอ”

               “อืม มึงขับรถไหวนะ”

               “ผมดื่มไปนิดเดียว แล้วพี่ล่ะ”

               “กูคอแข็ง”

               “ฮ่าๆ นั่นสินะ ไม่เหนียวจะเปิดร้านเหล้าได้ยังไง”

               “ถูก”

               ผมกับปายตบมุขกันไปมาระหว่างเดินมาที่รถ แต่รถผมกับรถมันจอดค่อนข้างห่างกัน เลยต้องแยกกันไวกว่าที่คิด

               “ขับรถดีๆ” ผมตบบ่ามันสองที กำลังจะเดินออกไปเอารถที่ดอมแม่งเล่นจอดเอาไว้ซะสุดซอย

               “พี่ไนท์” ปายเรียกผม

               “....” ผมหันไปมอง

               “ผม ไปห้องพี่ได้ไหม”

               “ยังไม่อยากกลับเหรอ”

               มันพยักหน้าเบาๆ ผมนิ่งคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าห้องจะยังไม่เก็บ แต่สีหน้าปายก็ห่อเหี่ยวซะจนผมแข็งใจปฏิเสธไม่ลง

               “ได้ ขับตามมาแล้วกัน”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น