Marionette_doll
facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.5 : ห้องสมุดส่วนตัว

ชื่อตอน : Ep.5 : ห้องสมุดส่วนตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2562 08:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.5 : ห้องสมุดส่วนตัว
แบบอักษร

“เห็นรอยแดงที่คอเด็กใหม่ปะ เต็มเลยเนอะ สงสัยเด็กใจแตก ไม่รู้คุณปฐพี รับเข้าทำงานได้ไง”

“ตอนแรกก็นึกว่าใสๆ”

เสียงซุบซิบนินทาดังอื้ออึง สายตาของคนหลายคู่ จับจ้องมาที่พชิราแล้วต่างซุบซิบไม่ยอมหยุด สายตาที่มองเหมือนเธอเป็นตัวน่าขยะแขยง ทำให้เธอต้องรีบเอามือปิดรอยที่คอของเธอเอาไว้

“ไอ้พวกปากหอย ปากปู อย่าไปสนใจเลยชิ กินข้าวแล้วเราไปดูงานกะกลางคืนกัน” ลี่เข้ามาปลอบใจคนที่ตอนนี้ดูสีหน้าไม่ดีอย่างแรง

“ค่ะพี่ลี่”

“พี่ขอถามได้ไหม คนที่ทำรอยบนตัวเธอ คือนายใช่ไหม”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ รีบกินข้าวเถอะ เราจะได้ไปเรียนงานกัน” พชิราตอบด้วยใจที่หนักอึ้ง แต่เธอไม่ได้อยากดึงเค้ามาเกี่ยวในเรื่องของเธอ เลยคิดว่าปฏิเสธไปดีที่สุด

“อย่ามาโกหกพี่ เมื่อตอนเย็น พี่เห็นนายซื้อยาคุมฉุกเฉินมาให้เธอ แสดงว่านายนั่นแหละทำ นายเค้าไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นหรอกนะ ที่เค้าซื้อมาให้ แสดงว่ามันเป็นเรื่องของตัวเอง” พี่ลี่กระซิบพูดกับฉันเบาๆเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน จำเลยเมื่อจนด้วยหลักฐาน เลยสารภาพออกไป ยอมรับว่าคนเป็นนายสร้างรอยไว้บนตัวเธอจริง แล้วขอให้ช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

“นี่อีลี่ พวกเราคุยกัน ว่าจะเลี้ยงต้อนรับ น้องชิเค้า น้องเค้าจะได้เข้ากับทุกคนได้ แกว่าไง พรุ่งนี้ดีไหม” อาร์ทพยายามจะจัดงานเลี้ยงกระชับความสัมพันธ์ เพราะการแนะนำตัวเมื่อเช้าของสาวน้อยไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก ไหนจะเรื่องคนที่ซุบซิบกันอยู่นี่อีก

“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ” พชิรารีบปฏิเสธ เพราะตัวเองไม่ชอบคนเยอะๆเอาซะเลย ยิ่งปาร์ตี้ ยิ่งไม่ชอบใหญ่ การเข้าสังคมมันเป็นอะไรที่ยากมากสำหรับเธอ

“อย่าปฏิเสธเลย มันเป็นธรรมเนียม” อาร์ทยังคงคะยั้นคะยอจะจัดให้

“วันไหนดี พรุ่งนี้เลยดีมะ เปรี้ยวปาก นานๆหาเรื่องกินเหล้าบ้างก็ดี ฉันจะจัดการเรื่องบอกนายเอง พวกแกก็ไปจัดการเรื่องอื่น”

สงสัยงานนี้จะไม่ได้จัดเพื่อพชิราอีกแล้ว เพียงแต่เป็นการหาเรื่องกินเหล้าของพวกพี่ๆเท่านั้น แม้พชิราจะปฏิเสธเห็นทีว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว

 

หลังจากกินข้าวเสร็จ ลี่ก็พาพชิรามาดูงานในส่วนของตอนกลางคืน ที่ไม่ต้องมีคนมากนัก แต่เพียงแค่อยู่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักหรือต้องการความช่วยเหลือยามดึกเท่านั้น แล้วกำชับอย่างชัดเจนว่าอย่าทำอะไรที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัยเป็นอันขาด

“ฉันสามารถเล่น Ipad ทำอะไรก็ได้ ใช่ไหมคะ เผื่อว่าเบื่อๆจะได้มีอะไรทำ”

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้”

กะดึกจงเจริญ....พชิราพูดมาในใจ แม้ลี่จะบอกว่าไม่มีใครอยากทำงานกะดึกนักหรอก เพราะเป็นเวลาพักผ่อน ถ้าใครไม่อยากทำ ก็สามารถแลกกับคนอื่นได้ เพียงแค่นี้ก็ทำให้พชิรารู้สึกดีมากแล้ว เพราะกะดึกคงจะเป็นโอเอซิสของเธอในช่วงที่เธออยู่ที่นี่ และเก็บเงินได้มากพอที่จะไปจากที่นี่ได้ไม่ลำบาก

“อะคงไม่มีอะไรแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ นี่มันก็....จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจพวกปากหอยปากปูทั้งหลายด้วย ถ้ายังพูดไม่หยุด พี่จะเอาเรื่องนี้ไปบอกนายเอง บอกเลยได้ราบเป็นหน้ากลองแน่ๆ” ลี่เอ่ยพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“เค้าจะมาสนใจฉันทำไมคะ ฉันก็แค่คนที่พลาดไป ขนาดตัวฉันเองจะไปเรียกร้องเอาอะไรกับเค้ายังไม่กล้าเลย เอาเถอะ เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันแล้วนะคะ ขอเถอะค่ะ อย่าพูดมันขึ้นมาอีกเลย” พชิราพยายามเก็บความรู้สึกจากสิ่งที่ได้เจอไว้ข้างใน จนลืมนึกไปว่าเธอนั่นแหละที่พูดมันขึ้นมาเอง

“เอาเถอะๆ ทำตัวดีๆ ให้นายเค้าเอ็นดูเถอะ ยังไงเธอก็อยู่ที่นี่ในฐานะผู้หญิงของนายอยู่แล้ว”

“ใช่ที่ไหนกันละคะ ลูกจ้างค่ะลูกจ้าง” พชิรารีบแก้ตัวทันที

“การที่นายอุ้มเธอไปส่งที่ห้องพัก อยู่คอยเช็ดตัวให้จนไข้ลด แถมยังรับเข้าทำงาน ก็ชัดเจนแล้ว ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมนายต้องเฝ้าไข้เธอด้วย เห็นนายให้ยาคุมเธอวันนี้พี่ถึงได้เข้าใจ” ลี่หันมายิ้มให้หญิงสาว ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหวอ จากสิ่งที่ได้ยิน

ประโยคของลี่เหมือนไขปริศนาของเธอ ว่าเธอกลับมาถึงห้องพักได้ยังไง แต่ไม่นึกว่าถึงขั้นกับมาดูแล เช็ดตัวให้ แล้วทำไมเค้าไม่เห็นจะบอกเลย ว่ามาดูแล

“ไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะ แต่พี่เป็นคนหากะลามังกับผ้า ให้แขกห้อง 108 ถ้าเธอพักห้องนั้น ก็ไม่ผิดหรอก ทำให้คนใจหินเห็นใจได้ขนาดนี้ ดีใจไว้เถอะ” แล้วจู่ๆลี่ก็ต้องหยุดพูด เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของพชิรา คือคนที่อยู่ในบทสนทนาของเธอ

“ใช่ค่ะ ไม่น่าเชื่อ เค้าทั้งนิสัยไม่ดี ปากร้าย ไร้มนุษยธรรม ไม่มีทางดูแลคนอื่นได้เลย....” ประโยคที่ออกมาจากปากพชิรา ทำเอาลี่ต้องส่ายหัวส่งสัญญาณให้หยุดพูด

“แล้วคนใจร้ายอย่างฉันจะดูแลใครไม่รึไง” เสียงของชายหนุ่มที่ดังขึ้นทำเอาคนที่เพิ่งเอ่ยปากด่าต้องตกใจ ปฐพีสะบัดมือไล่ลี่ให้กลับไปก่อน ทำให้ลี่ที่ร่วมนินทาต้องรีบหนี เพราะกลัวความผิด

“พี่ลี่อย่าทิ้งฉัน” แต่ไม่ทันเสียแล้ว ลี่ใส่เกียร์หมา วิ่งไปแล้ว ทิ้งพชิราอยู่ตรงนี้เพื่อรับผิดคนเดียว

แววตานิ่งกับเสียงที่เงียบฉี่ ทำเอาสาวแว่นได้แต่ขยับกรอบแว่นด้วยความประหม่า จะใกล้เค้าอีกก็ไม่กล้า จะขอบคุณก็พูดไม่ได้เต็มปาก จะขอโทษที่ด่าก็ไม่รู้จะแถไปทางไหน เลยทำได้แต่ยืนเงียบๆ

“ตามมาสิ” ปฐพีไม่ได้ต่อว่าเธอหรือโมโหแต่งอย่างใด เพียงแต่ให้เธอเดินตามมาเงียบๆ แล้วเธอก็เงียบมาตลอดทาง เดินไปตามทางของโรงแรมในยามค่ำคืน มีสายลมเย็นๆพัดจนรู้สึกหนาว แม้กลางวันจะอบอุ่น แต่กลางคืนที่นี่หนาวใช้ได้เลย พชิราเดินตามคนตัวใหญ่จนมาถึงรถ

อะไรต้องการแค่คนเดินมาส่งหรอ??

“ขึ้นรถ”

“ปะ..ไปไหน”

“บ้านฉัน” ปฐพีตอบด้วยเสียงราบเรียบๆ

“ไปทำไม ไม่ไปค่ะ ฉันจะกลับห้องแล้ว” พชิราตัดสินใจเดินกลับ

“แต่งนิยายรักอีโรติก มีประสบการณ์รึไง จะให้ยืมหนังสือ แต่ไม่ไปเลือกเองจะรู้ได้ยังไง ว่าจะเอาเล่มไหน” ประโยคของปฐพีทำเอาสาวแว่นต้องหยุดเท้าแล้วเดินกลับมาเค้า

“คุณรู้ได้ไง แอบสืบเรื่องของฉันหรอ”

“ขึ้นรถ!!” คำสั่งหนักๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เธอต้องเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งบนรถแต่โดยดี

รถขับมาจอดในส่วนของไร่ ที่เธอไม่เคยปั่นจักรยานมาถึง เสียงของคนคุยกันจอแจ ทำให้เธอต้องหันไปสนใจ มากกว่าจะสนใจผู้ชายที่พาเธอมาที่นี่

“นายครับ ตอนนี้อีแตงมันหนาวจะแย่แล้วนะครับ” คนเป็นพ่อของคนที่โดนปฐพีสั่งทำโทษ รีบรุดวิ่งเข้ามาเพราะลูกสาวตัวเองโดนสาดน้ำแบบนี้มาตั้งแต่เย็นแล้ว

“มันจำชื่อตัวเองได้รึยัง ถ้ายัง ก็ไม่ต้องมาบอก ใครที่คิดจะช่วยเห็นดีกันแน่ คิดจะฆ่าคนเป็นนาย ไม่ฆ่าให้ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว ลุงโตก็รู้โทษของลูกตัวเองดี ผมช่วยได้มากที่สุดแค่นี้ ถ้าให้ถึงมือพ่อ ลุงรู้ใช่ไหม ว่าลุงจะต้องเป็นคนจัดการลูกสาวตัวเอง” โตพยักหน้าก่อนจะเดินกลับไป เพราะโตรู้ดีว่าโทษของลูกสาวตัวเองหนักแค่ไหน

พชิราที่ยืนตัวเกร็ง ทำให้มือใหญ่ต้องตีที่ไหล่ของเธอ จนเธอสะดุ้งขึ้นมาเบาๆ แล้วเดินตามคนตรงหน้าไปเงียบๆ เธอเดินจนมาถึงห้องห้องหนึ่ง แต่พอปฐพีเปิดประตูเข้าไป มันกลับเต็มไปด้วยชั้นหนังสือขนาดใหญ่เต็มไปหมด ที่นี่ไม่ต่างจากห้องสมุดดีๆเลย

“สุดยอด!!!” เสียงสบถเบาๆ ของหญิงสาวที่เห็นหนังสือมากมาย แววตาที่เต็มไปด้วยประกาย ก่อนจะหันมามองเจ้าของห้อง เค้าเพียงแต่ยืนเงียบๆ เพื่อให้เธอเลือกหนังสือ

“รักษาด้วย ไม่งั้นเธอก็จะโดนทำโทษเหมือนกัน”

“ค่ะ”

ปฐพีเดินออกจากห้องไปทิ้งให้เธอหาหนังสือตามลำพัง เพื่อที่ตัวเองจะได้เดินไปดูคนที่โดนทำโทษอยู่ตอนนี้ ตอนนี้ตัวเค้าเองก็หนักใจ ที่จะต้องปล่อยน้องสาวให้ไปกรุงเทพอีกครั้ง แม้คนเป็นพ่อจะบอกให้เค้าเป็นคนตัดสินใจ เท่ากับว่าเค้าก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบด้วย ถ้าน้องเป็นอะไรไป แม้จะบอกศรุตดูแลน้องสาวของเค้าให้ดี แต่มันจะดีเท่ากับเค้าดูแลงั้นหรอ เค้ากับน้องสาวแทบจะไม่เคยต้องห่างกัน แต่นี่น้องสาวกำลังขอเพื่อไปใช้ชีวิตของตัวเอง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงอีกคน ทำเค้ากลัวเหลือเกินว่ามันจะเกิดขึ้นกับน้องสาวเค้า

“แตง แตง เอ็งยังไหวไหมลูก” คนเป็นแม่ที่สาดน้ำใส่ลูก เดินเข้าไปถามลูกสาวที่ตอนนี้แทบจะไม่มีสติอยู่แล้ว

“ไหว...แม่ ฉันทำในสิ่งที่ไม่ให้อภัยไปแล้ว” น้ำยังคงสาดไม่หยุด เพราะคนเป็นนายไม่ได้สั่งให้หยุด

 

พชิรา Say ::

เลือกไม่ถูกเลย เอาไปเยอะเค้าจะด่าไหม แต่ทุกเรื่องน่าอ่านหมดเลย เอาอันนี้ดีกว่า ไม่นึกว่าเค้าจะชอบอ่านหนังสือขนาดนี้ ฉันก็ชอบอ่านนะ แต่เพราะฉันอยู่ห้องเช่า ไม่มีที่มากมายมาทำแบบนี้ เลยได้แต่ซื้อ E-book อ่านเอาใน Ipad แต่เค้าคงจะชอบอ่านมากเลยสินะ เค้าเป็นคนยังไงกันแน่นะ

ฉันไล่ดูหนังสือไปเลื่อยๆ บางเล่มฉันก็อ่านแล้ว แต่ส่วนมากจะยังไม่เคยอ่าน ฉันค้นจนไปเจอหนังสือที่ฉันเป็นคนเขียนอยู่ในชั้นล่างสุดของชั้นหนังสือ เค้าอ่านหนังสือของฉันด้วย มีคนอ่านหนังสือของฉันด้วย แล้วเค้าก็ยังมีทุกเล่มที่ฉันเป็นคนเขียน จู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมา เหมือนมันตื้นตันอะที่มีคนอ่านหนังสือของเรา

“นั่นห่วยที่สุดเลย เท่าที่ฉันเคยอ่าน แต่เพราะฉันชอบสำนวนเลยเก็บไว้” เสียงของคนที่วิจารณ์หนังสือฉัน ทำเอาฉันต้องรีบปาดน้ำตา

“มันแย่ยังไงคะ”

“เพราะมันมาจากจินตนาการของคนเขียน ขาดความสมจริง คนทุกคนไม่ได้กลัวผี รู้ไว้ด้วย แต่ตัวละครในนิยายกลัวผีหมด ผีแค้นแล้วคิดจะฆ่าอย่างเดียว ดูไร้เหตุผล สรุปมันไม่เมกเซ้นท์ แต่ฉันชอบสำนวน การเรียบเรียง ถ้าอ่านดีๆ มันจะมีความรู้สึกแฝงในทุกการกระทำ”

ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าหนังสือของฉันทำให้คนอ่านรู้สึกแบบนี้ ฉันเก็บหนังสือของฉันเข้าชั้นหนังสือ

“เอาไปทีละน้อยๆก็พอ อ่านจบแล้วค่อยมาเอาใหม่ เอาไปดองหนังสือฉันพังพอดี” เอาอันไหนดี ฉันเอาหนังสือทุกเล่มที่เลือกมาวางเรียงกัน เพื่อตัดสินใจจากคำโปรยนิยายหลังปก

“ถ้าแต่งนิยายรัก เล่มนี้ดีกว่า นางเอกไม่งี่เง่า” เสียงแนะนำที่ดังจากด้านหลัง ทำให้ฉันต้องมองตามที่เค้าชี้

“อ่อๆ” เดี๋ยว อยู่ใกล้ขนาดนี้เลยหรอ!!! ฉันตกใจหันไปผลัก คนตัวใหญ่ที่อยู่ใกล้ฉันมากเกินไป จนฉันรู้สึกกลัว

สายตาเย็นๆที่มองมา ทำให้ต้องรีบหลบตา เพราะกลัวความผิด หรือโดนทำโทษเหมือนคนข้างนอก แล้วนี่ยิ่งเป็นที่ลับตาคน ฉันยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัย

“สมบัติของฉัน ฉันรักษา หวังว่าเธอก็จะรักษา กลับไปได้ละ ฉันจะให้คนอื่นไปส่ง”

“ค่ะ” อะไรไม่ด่าหรอ ฉันรีบหยิบหนังสือแล้วเดินตามเค้าออกไปจากห้อง

คุณปฐพีขอให้พี่ทีไปส่งฉันที่รีสอร์ต ทำให้ฉันนั่งเงียบๆมาตลอดทาง ฉันไม่ได้ชอบคุยกับคนแปลกหน้านักหรอก มันทำให้ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับพี่ทีด้วย เลยได้แต่นั่งเงียบๆ จนลงรถเลย

ฉันมองหนังสือในมือ ก่อนจะคิดถึงว่าเจ้าของมันเป็นคนยังไงแน่ ทำไมถึงได้ผีเข้าผีออกแบบนี้ เมื่อเช้าก็ด่า ตกดึกก็มาทำดี คนสองบุคลิกรึไง นิยายของฉันขาดความสมเหตุสมผลงั้นหรอ แบบนี้รึป่าว พี่แมวถึงขอนิยายฉันลงที่ละตอน เพื่อให้ฉันได้อ่านคอมเม้นท์ก่อนจะเขียนตอนต่อไป

“ชิ เป็นไง โดนทำโทษอะไรเปล่า ขอโทษพี่กลัวจริงๆ ขอโทษที่ทิ้ง” พี่ลี่รีบวิ่งมาหาฉันด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ค่ะ แค่ให้หนังสือมาอ่าน ฉันขอตัวเข้าห้องก่อนนะคะ”

ฉันเริ่มเขียนนิยายในตอนต่อไป ให้ภูผามีมุมดีๆขึ้นมานิดนึง มุมดีๆงั้นหรอ เค้าก็มีรึเปล่านะ เขียนนิยายสิมานึกเรื่องเค้าทำไม คนแบบนั้นจะมีมุมดีๆได้ยังไง ฉันหันไปมองหนังสือที่เค้าให้มา

“หรือจะมีนะ”

ความคิดเห็น