Marionette_doll
facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.4 : พยศ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2562 08:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.4 : พยศ
แบบอักษร

พชิรา Say ::

พี่ลี่รีบเข้ามารับช่วงต่อแขกผู้ชายคนนั้นให้ฉัน แล้วพี่อาร์ทก็เข้ามาช่วยเก็บเศษแจกันที่แตก ทุกอย่างมันเหมือนจะจบ แต่มันไม่จบตรงที่คนเป็นเจ้านายยืนมองฉันด้วยตาเขียวปัด!!!! โอ้ววววว แม่เจ้าาาาา

“พชิรา เข้ามาคุยกับผมในห้องด้วย” เสียงนิ่งเรียบ ทำเอาพี่อาร์ทต้องรีบไล่ฉัน ให้รีบไปก่อนที่คนเป็นเจ้านายจะโกรธไปมากกว่านี้

ฉันเลยต้องเดินเข้าไปรับความจริง กับคนเป็นเจ้านาย ก็เราทำจริงๆนี่ งื้อออออ แค่แจกันแตกคงไม่ถึงกับฆ่าแกงหรอกมั้ง ฉันเคาะห้องผู้จัดการก่อนจะเปิดเข้าไปช้าๆ แล้วเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ที่ฉันเคยนั่งตอนมาสัมภาษณ์งาน คนเป็นเจ้านายนิ่งมาก ไม่มีแม้แต่ด่า แต่ทำไมมันถึงอึดอัดแบบนี้นะ

“สร้างปัญหาตั้งแต่วันแรกเลย” เสียงถามที่ราบเรียบ แต่ทำไมดวงตามันถึงได้สวนทางแบบนี้

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“กลัวอะไร” คำถามที่ถามออกมาได้ตรงประเด็น

แต่จะให้ฉันตอบไปว่าอะไร กลัวผู้ชาย ช่างเป็นอาการที่ดัดจริตมากอะ จะตอบไปว่ายังไงดี มันไม่มีอะไรที่สมเหตุสมผลเลย แต่ฉันยังไม่ได้ตอบอะไร คนเป็นเจ้านายก็ยื่นมือมาแตะที่แขนของฉันเบา แตมันทำให้ฉันตกใจหนีการสัมผัสนั้นจนตกลงไปจากเก้าอี้

“อาการหนัก”

“เพราะคุณนั่นแหละ ทำฉันเป็นแบบนี้ ไม่ต้องมาใกล้ฉันเลย” อะไรกันคิดจะมาแตะ ก็แตะหรอ อย่ามาแตะตัวฉัน

“เห็นฉันเมาแล้วทำไมไม่หนี!!! โง่จริง” คนที่ถาม ถามด้วยหน้านิ่งๆ

“คุณเดินมาตัดหน้ารถจักรยานของฉัน แล้วอุ้มฉันเข้าห้องเลย อย่าพูดถึงเรื่องคืนนั้นอีก ฉันอยากจะลืมมัน มันเลวร้ายมากสำหรับฉัน แล้วฉันก็ไม่อยากให้คุณมาเห็นใจ ส่วนเรื่องแจกันแตกหักไปกับเงินเดือนฉันได้เลย”

“อวดดี” สายตาเย็นๆที่มอง ไม่มีแม้แต่น้ำใจจะเข้ามาช่วย

เหอะๆ คนอะไรแบบนี้ ฉันทนฟังผู้ชายคนนี้ไม่ไหวแล้ว ฉันลุกขึ้นจากพื้น แล้วพยายามจะเดินออกจากห้อง เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรต้องคุยแล้ว ขืนฉันอยู่ตรงนี้ก็มีแต่อึกอัดเปล่าๆ

“ใครสั่งให้ออกไป กลับมานั่ง”

ฉันพยายามจะเดินดื้อดึงเดินออกไป ทำให้คนที่นั่งอยู่ ตะคอกออกมาเสียงดัง

“จะมานั่งดีๆ หรือจะให้ไปลากกลับมา”

อ๊าาากกกกกกก อะไรอีกว้าาาาาา จะมาวุ่นวายอะไรกับฉันนักหนา!!!!! บอกแล้วไงให้ต่างคนต่างอยู่ แค่เห็นหน้าคุณฉันก็สยองคิดไปถึงเรื่องคืนนั้นแล้ว ไม่อยากจะอยู่ใกล้คุณแม่แต่วินาทีเดียว

“คนไม่ทำงาน จะมีเงินให้หักได้ยังไง แจกันใบละ 48,000 ชาติไหนจะใช้หนี้ผมหมด เอาเถอะ เป็นพนักงานต้อนรับไม่ได้ก็ทำอย่างอื่น จนกว่าคุณจะหายจากไอ้อาการนี่ รู้ไหมคนเราต้องเอาชนะความกลัวด้วยความกลัว อยู่ใกล้ผู้ชายไว้บ้างก็ดี เผื่อการมันจะดีขึ้น”

ชิ๊ คุณคิดว่าคุณจะสั่งอะไรก็ได้รึไง คุณนั่นแหละ ตัวน่ากลัวที่สุดของฉันเลย แค่เห็นหน้าก็ขัดใจแล้ว ฉันไม่ชินกับการอยู่กับใครทั้งนั้น แล้วฉันก็ไม่อยากอยู่ใกล้คุณด้วย แล้วราคาแจกันนี่มันอะไรกัน ใบละตั้ง 48,000 โกงฉันเปล่าเนี่ย ฉันเบะปากใส่คนตรงหน้าน้อยๆ ทำปากขมุบขมิบเหมือนกำลังด่าเค้าอยู่ในใจ ฉันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นๆคืนบ้าง

“อย่าพยศให้มันมากนัก ฉันได้เธอ ไม่ได้แปลว่าเธอจะทำอะไรก็ได้”

“ทำไมคุณถึงได้เป็นคนแบบนี้ เคยมองใครในแง่ดีบ้างไหม ทั้งที่คุณข่มขืนฉัน ฉันยังไม่เคยเอาไปพูดให้คุณรู้สึกไม่ดีเลย ทั้งๆที่ฉันก็เสียใจนะ ฉันก็อยากเก็บครั้งแรกกับคนที่ฉันรัก แต่นี่อะไร ผู้ชายจริงปะเนี่ย นิสัยโคตรตุ๊ดเลย” แล้วฉันก็พลั้งปากด่าเจ้านายด้วยอารมณ์อีกแล้ว อยากตบปากตัวเองเหลือเกิน

“ตุ๊ดหรอ??” คนตรงหน้าควักปืนขึ้นมาวางบนโต๊ะ

ฉันได้แต่ก้มหน้าก้มตาด้วยความกลัว อะไรด่าแค่นี้ถึงกับจะต้องฆ่ากันเลยหรอ นี่มันบ้านป่าเมืองเถือนหรือยังไง สายตาที่มองมาเหมือนกับจะถามฉันว่า ฉันจะมีปัญหากับเค้าใช่ไหม

“ต่อไปนี้จะไม่หือกับเจ้านายแล้วค่ะ จะสงบปากสงบคำ เก็บปากเอาไว้กินข้าวอย่างเดียว จะไม่พูดมากให้รำคาญใจเลย ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ”

“ดี พยศให้มันน้อยๆหน่อย รู้ไหมว่าฉันก็หงุดหงิดที่ต้องรับผิดชอบ อะไรในสิ่งที่จำไม่ได้นะ บอกให้เล่าก็ไม่เล่า รู้สึกดีรึเปล่าก็ไม่รู้ ไม่คุ้มค่าเลย” ทำไมเค้าถึงพูดเหมือนกับไม่สบอารมณ์แบบนั้นล่ะ

“คุณครางทั้งคืน ฉันสิเจ็บจนร่างจะแยก”

“ฮ่าๆ ฮ่ะๆๆ” แล้วจู่คนที่ไม่เคยเห็นแม้แต่จะเคยยิ้ม ก็หัวเราะร่วนออกมา

ขำอะไร ฉันพูดอะไรตลกรึไง ก็เค้าครางทั้งคืนจริงๆนิ ขนาดฉันนอนร้องไห้ เค้าก็ยังคราง เค้าเนี่ยปีศาจชัดๆ

“ทั้งคืนเลยหรอ”

“สัก 3 ครั้งได้มั้ง บอกไม่ให้เสร็จข้างในก็ไม่ฟัง ทุเรศบอกใส่ถุง ใส่มันแค่ครั้งเดียว ทั้งกัด ทั้งดูด จนแดงไปทั้งตัว ฉันทั้งร้องไห้ ทั้งอ้อนวอน คุณก็ไม่ฟัง พอแล้วไม่อยากพูดอีกแล้ว คุณทำให้ฉันกลัวจนสั่น แต่คุณดันชอบใจ” พอฉันพูดเรื่องคืนนั้นขึ้นมา คนตรงหน้าก็มีสีหน้าครุ่นคิดทันที

“ในที่สุดก็ยอมเล่าสักที นี่ไงเธอก็คุยกับฉันได้ปกติแล้ว ไม่ทำหน้าเหมือนแมวที่จ้องจะกัดเจ้าของอีก แล้วกินยาคุมรึยัง”

“ยาคุม??”

“อยากมีลูกกับฉันรึไง ชิ๊ ฉันจะให้ไอ้ทีจัดการให้ วันหลังหัดพูดไม่ใช่เงียบ นี่มันยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง ยังทัน เงียบเอาไว้ฉันก็ช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ ที่ฉันอยากรู้คือฉันปล่อยในใส่เธอรึเปล่า จะถามอะไรก็เอาแต่หนี ครั้งนี้ก็กินแบบฉุกเฉินไปก่อน อย่ากินบ่อยล่ะมันไม่ค่อยดี”

“คุณเป็นคนแรกของฉันนะ ฉันจะไปใช้กับใครได้อีก” ฉันก้มหน้าตอบ เพราะคนตรงหน้าฉัน กลับพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้หน้าตาเฉย เหมือนกับมันเป็นเรื่องปกติ แต่มันไม่ปกติไงสำหรับฉัน

“นิยายไปถึงไหนแล้ว”

“ก็ส่งตอนแรกไปแล้ว ยังไม่ได้เห็นฟีดแบค คุณสนใจเรื่องส่วนตัวพนักงานทุกคนเลยรึไง”

“แค่เธอ เพราะฉันจะได้รู้ว่าเธอจะไปเมื่อไหร่...รกตา”

“ก็ปล่อยฉันไปได้แล้วสิ มากักตัวฉันเอาไว้แบบนี้ทำไม คุณเรียกฉันมาคุยแบบนี้เป็นชั่วโมงแล้วนะ ฉันเบื่อหน้าคุณจะแย่แล้ว ถึงคุณจะหล่อ แต่นิสัยไม่ดี...ค่ะ” ฉันพูดขึ้นมาอย่างเต็มเสียง แต่พอเห็นเค้าแตะปืน เสียงฉันก็อ่อนลงทันที พร้อมเติมหางเสียงให้อย่างเรียบร้อย

คนอะไรดุจัง เอะอะขู่ เอะอะขู่ ฉันต้องเกลียดเค้าสิ ทำไมถึงกลัวจนไม่กล้าเกลียดเลย

 

ปฐพี Say ::

“ทีแกไปซื้อยาคุมฉุกเฉินให้ฉันที เดี๋ยวนี้เลย” ผมสั่งลูกน้องคนสนิท ทีเป็นลูกชายของลุงจ๊อด ที่เป็นคนสนิทของพ่อผมอีกที เลยทำให้เราทั้งคู่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ทำให้เราพอจะรู้ใจกันพอสมควร

“ให้แม่สาวที่เพิ่งออกจากห้องไปหรอครับ น้องชิ น่ารักดีนะครับ”

“ถ้าไม่รังเกียจที่ผ่านฉันมาก่อน ก็จีบสิ”

“ไม่รังเกียจหรอกครับ เดาได้กับคุณดินแค่พลาด ถ้าคุณดินไม่ได้มีใจผมโอเคนะ ปราบพยศได้ก็ลูกแมวดีๆเลยล่ะ” ไอ้ทีพูดออกมาแบบยิ้มๆ ลูกแมวงั้นหรอ ด่าผมอยู่ทุกเวลา มองหาความเป็นลูกแมวไม่เจอเลย

ผมมองไอ้ทีด้วยสายตาดุๆให้เลิกพูด แล้วไปซื้อยาให้ผมได้แล้ว ทำให้ไอ้ทีต้องรีบกุลีกุจอไปซื้อของให้ผม เพราะผมเริ่มหงุดหงิดที่มันเอาแต่พล่ามไม่หยุด ทำไมรอบตัวผมมีแต่คนพูดมากนะ เงียบไม่เป็นกันเลยรึไง

 

 

ผมเดินออกจากห้องทำงาน เตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่ตาดันไปเห็นสาวแว่นนั่งอู้งานอยู่ในสวน นั่งมองIpad แล้วก็ยิ้มออกมาคนเดียว จ้างให้มาทำงาน แต่ดันมาอู้งาน แบบนี้จะเอาเงินที่ไหนมาใช้ค่าแจกันผม ผมมองดูเธอคุยโทรศัพท์กับใครสักคนอย่างอารมณ์ดี

“จริงหรอคะ จริงนะ สัญญาค่ะ ฉันจะแต่งให้ทัน ขอบคุณนะคะ”

“ค่ะ รักอีโรติก ตามที่พี่แมวบอกเลย”

แต่งนิยายอีโรติก ทั้งที่ตัวเองไม่มีประสบการณ์เลยเนี่ยนะ อื้มมมม เริ่มอยากอ่านนิยายเธอแล้วสิ จะบอกไม่มีประสบการณ์เลยก็ไม่ใช่ แค่ออกจะขมขื่นไปหน่อย ผมมองคนที่ดีใจจนย้ำขาไปมา แล้วกรี๊ดออกมาในลำคอเบาๆ

ไอ้ทีบอกยัยนี่เป็นลูกแมวงั้นหรอ อื้มมมม ถ้าทำตัวดี จะยอมเลี้ยงเอาไว้ดูเล่นก็ได้นะ แต่คนที่จะอยู่กับผมได้ ต้องรู้จักหุบปาก

“คุณปฐพีคะ” เสียงของหญิงสาวคนนึงเรียกผมจากด้านหลัง

“ว่ายังไง เพลงขวัญ มีอะไรรึป่าว”

“พอดีเพลงเห็นรอยแดงคอของพนักงานใหม่ เต็มไปหมดเลย เพลงเกรงว่ามันกระทบกับภาพลักษณ์ของรีสอร์ตเรา เพลงว่าให้ชิเค้าทำงานอื่นจนกว่ารอยที่คอจะหายดีไหมคะ ว่าแต่ไม่ไหวเลยนะคะ เด็กสมัยนี้ ใจเร็วจัง” เพลงขวัญเดินมารายงานถึงความประพฤติของพนักงานใหม่ของผม แต่ผมไม่แน่ใจว่านี่มันคือหน้าที่ของเธอ

“ทำแค่หน้าที่ของตัวเองก็พอ แล้วก็ขอบคุณที่แนะนำ พรุ่งนี้ผมจะบอกให้พชิราพักงานต้อนรับเอาไว้ก่อน คุณกลับไปทำงานของคุณเถอะ” เพลงขวัญส่งยิ้มให้ผม แต่ก็ไม่ยักจะยอมกลับไปทำงาน

“นายครับ” เสียงเรียกของไอ้ที ที่เดิินเข้ามาข้างหลังเธอ ทำให้เพลงขวัญยอมกลับไปทำงานแต่โดยดี เพราะตรงนี้ไม่ได้มีแค่ผมกับเธออีกแล้ว

ผมแบมือเพราะต้องการสิ่งที่ให้มันไปซื้อ แต่มันก็ยังยึกยัก จนผมเริ่มมีน้ำโห

“นายจะเอาเข้าไปให้เองหรอครับ”

“เออ กูเป็นคนเอา มึงจะให้ใครเอาเข้าไปให้ มึงหรอ ไอ้นี่” ผมกระชากถุงในมือของไอ้ทีด้วยความหงุดหงิด จะงงอะไรกันหนาแค่เอายาคุมไปให้ ถึงผมจะไม่ชอยยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่นี่มันก็เรื่องของผมเหมือนกัน

ผมเดินเข้าไปสาวแว่น เธอมีท่าทีตกใจจนเซไปข้างหลัง ทำเอาผมต้องคว้าร่างเธอ แต่แค่แตะตัวเธอก็สั่นแล้ว ให้ตายเถอะ

“หัดระวังหน่อย”

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” เธอก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสบตาผมด้วยซ้ำ ผมคลายอ้อมกอดออกหวังให้เธอได้คลายความกลัว

“ฉันเอายามาให้ ใช้เป็นรึป่าว 1 เม็ด กินทันทีตอนนี้เลย อีกเม็ดกินอีกที 12 ชั่วโมง อย่าลืม อย่าให้พลาด” ผมพยายามให้เด็กแว่นอย่างเธอฟัง แล้วเธอก็เป็นนักเรียนที่ตั้งใจฟังดี

“แล้วทำไมอู้งาน”

“ฉันออกกะแล้วค่ะ อย่ามาว่าฉันนะ รอพี่ลี่พาฉันดูงานกะกลางคืนอยู่ค่ะ เพราะฉะนั้นอย่ามาว่าฉันอู้งาน ฉันไปล่ะ เห็นหน้าคุณฉันก็สยองแล้ว” เธอไม่คิดจะเดินมาเอากล่องยางั้นหรอ ผมเลยต้องตัดสินใจโยนกล่องยาในมือไปให้เธอ ขนาดแค่โยนเบาๆยังรับไม่ได้เลย อ่อนชะมัด แล้วนี่ยังยืนบื้ออะไรอยู่

“ไปกินตอนนี้เลย หรืออยากจะมีลูกกับฉัน” แล้วยัยสาวแว่นนั่นก็เบะปากใส่ผมอีกครั้ง มากไปละ เตือนหลายทีแล้วว่าอย่ามาพยศกับผมๆ สงสัยจะเตือนบ่อยไปเลยไม่เชื่อฟังสินะ

ผมเดินออกมาหาไอ้ทีที่ยืนรออยู่ไม่ไกล

“เป็นผู้หญิงที่แปลกดีนะครับ” ไอ้ที หันมายิ้มให้ผม จนผมต้องถอนหายใจออกมา

“คนแปลกๆ บ้านฉันมีมากพอแล้ว”

แต่พอผมกลับมาถึงบ้าน ก็ดันมีเรื่องวุ่นวายให้ต้องแก้ แม้จะรู้ว่าแตงมันแปลกๆมาหลายวันแล้ว แต่ถึงขั้นกับบีบคอน้องผม แบบนี้มากเกินไป จะให้น้องผมลงโทษหรอ ไม่มีทางเป็นไปได้เลย แต่เรื่องนี้มันเป็นความผิดขั้นรุนแรง สัตว์เลี้ยงแว้งกัดเจ้านาย ยังไงก็ต้องทำโทษ

“เอามันไปมัดไว้กับเก้าอี้ หลับก็ให้เอาน้ำสาด จนกว่ามันจะจำชื่อตัวเองได้ จนกว่ามันจะรู้ตัวว่ามันชื่อแตง”

 

ความคิดเห็น