YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

บันทึกพิเศษจากผู้ชายที่ชื่อ จิมมี่

ชื่อตอน : บันทึกพิเศษจากผู้ชายที่ชื่อ จิมมี่

คำค้น : สมิธ ,ลูคัส ,คนโปรด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 22:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึกพิเศษจากผู้ชายที่ชื่อ จิมมี่
แบบอักษร

บันทึกพิเศษจากผู้ชายที่ชื่อ จิมมี่ 

ผมชื่อ เจเรมี่ สวาเก้นต์ เกิดและเติบโตที่ไมอามี่ เป็นลูกคนเดียวและอาศัยอยู่กับพ่อเพียงแค่2คน ผมเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งทั่วไป เรียนจบบัญชีจากมหาวิทยาลัยในรัฐบ้านเกิดและเริ่มทำงานตำแหน่งผู้ตรวจสอบบัญชีที่บริษัทแห่งหนึ่งใกล้บ้าน ชีวิตผมราบเรียบและสงบสุข...จนกระทั่งวันหนึ่งที่พ่อผมทรุดป่วยกะทันหัน เขาอาการย่ำแย่มากเนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตกทำให้พ่อผมเป็นอัมพาตครึ่งซีก พ่อสารภาพกับผมว่าตอนนี้เขามีหนี้สินเกือบ3แสนดอลล่าสหรัฐ เนื่องจากไปค้ำประกันให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ท่านแอบคบหาอย่างลับๆแล้วเธอก็เชิดเงินหนีไป ผมตกใจแต่ก็ไม่ได้กล่าวโทษผู้เป็นพ่อ ผมให้กำลังใจท่านและจะเป็นคนชดใช้หนี้สินแทนพ่อเอง

ผมพยายามทำงานหนักขึ้นและรับจ็อบพิเศษ ทำทุกอย่างเท่าที่ร่างกายของผมจะทำไหว แต่ถึงกระนั้นรายได้ของผมมันก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้นอยู่ดี ผมจึงเริ่มมองหางานใหม่และเจองานน่าสนใจงานหนึ่งที่ประกาศทางหนังสือพิมพ์ เพียงแต่สถานที่รับสมัครอยู่ที่ลาสเวกัส

ผมตัดสินใจทิ้งทุกอย่างที่บ้านเกิดแล้วออกเดินทางไปยังลาสเวกัส ไม่ลืมที่จะพาพ่อไปสถานรับดูแลผู้ป่วยชั่วคราว

“อายุเท่าไหร่”

“23 ปีครับ”

“แต่งงานรึยัง”

“ยังครับ”

“มีทักษะการต่อสู้บ้างไหม”

“ไม่มีครับ”

“ใช้ปืนเป็นรึเปล่า”

“เอ่อ...ไม่ครับ” เป็นแค่บอดี้การ์ดต้องยิงปืนเป็นด้วยเหรอ?

ผู้สัมภาษณ์งานผมขมวดคิ้วมองหน้าผมนิ่งๆและบอกว่าจะแจ้งผลภายใน3วัน ผมเดินคอตกออกจากโรงแรมสถานที่สัมภาษณ์งานอย่างรู้สึกหมดหวัง ขณะนั้นก็เดินสวนกับคนกลุ่มหนึ่ง ผมเห็นกระเป๋าตังค์ใครสักคนหนึ่งตกจึงเอ่ยเรียกไว้ คนกลุ่มนั้นหยุดเดินทั้งกลุ่มแล้วหันกลับมามองผม

ผู้ชายผมสีทองที่อยู่หน้าสุดชำเลืองมองกระเป๋าตังค์ใบนั้น พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้มแต่ทว่าทรงพลังนั้นออกมา

“ของใคร”

“…”

“ตอบ!”

“ขะของผมเองครับนาย”

“พรุ่งนี้ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก”

“นาย-...ทราบแล้วครับ”

ผมมองพวกเขาเดินจากไปอย่างงงๆ แค่ทำกระเป๋าเงินตกถึงกับต้องถูกไล่ออกเลยงั้นหรอ เป็นเจ้านายที่ใจร้ายซะจริงๆ ผมแอบรู้สึกผิดเพราะอาจเป็นต้นเหตุให้ผู้ชายคนนั้นถูกไล่ออกแต่ผมก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา

วันต่อมาผมได้รับโทรศัพท์ว่าผ่านสัมภาษณ์งานและต้องเข้าไปเซ็นต์สัญญา ในสัญญาให้ความสำคัญเรื่องความลับของเจ้านายและความจงรักภักดีต่างๆต่อเจ้านาย แม้แต่เหตุการณ์เลวร้ายที่สุดอย่างการต้องตายแทนก็ต้องทำ ซึ่งผมเกือบจะไม่ทำแล้วถ้าไม่ติดว่าเห็นสวัสดิการต่างๆที่จะได้รับ เช่น ค่ารักษาอาการเจ็บป่วยของญาติลูกจ้างที่วงเงินหลักแสนดอลล่า ซึ่งแม้แต่สวัสดิการรัฐยังให้ไม่มากขนาดนี้ มีทั้งทำประกันชีวิตให้ฟรี ผู้รับผลประโยชน์แล้วแต่ตัวเรา และที่สำคัญที่สุดคือเงินเดือนที่สูงมากจนมือผมสั่น ถ้าผมทำที่นี่เพียงแค่ไม่กี่ปีก็จะสามารถชดใช้หนี้ได้หมดแน่

ผมตัดสินใจจรดปากกาเซ็นต์สัญญาแม้จะเห็นคำเตือนข้อสุดท้ายว่าความเป็นความตายของชีวิตผมขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเจ้านาย ผมยอมถ้านั่นจะทำให้พ่อผมสบายขึ้น

ผมถูกส่งตัวไปฝึกทักษะต่างๆ3เดือนก่อนเริ่มทำงาน งานแรกของผมคือตรวจดูความเรียบร้อยของคาสิโนในแมนเชสเตอร์ เป็นครั้งแรกที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ แม้จะไม่ค่อยคุ้นชินแต่ไม่นานผมก็ปรับตัวได้และทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างราบรื่น

ผมทำงานได้ไม่กี่เดือนก็ต้องเข้าไปพบให้นายใหญ่เห็นหน้าตามธรรมเนียม ผมแอบตกใจหน่อยๆเมื่อรู้ว่าเขาคือผู้ชายผมสีทองที่ผมเรียกเขาไว้เรื่องกระเป๋าตังค์เมื่อหลายเดือนก่อน เขาชื่อ ลูคัส ฮาล์น เป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลามากเมื่อไม่มีแว่นดำมาบดบังหน้าตาและเขาดูมีรังสีแห่งความน่ากลัวบาอย่างที่ผมเองก็อธิบายไม่ถูก

หลายคนอาจจะคิดว่าคาสิโนในความดูแลของ ลูคัส ฮาล์น เป็นสิ่งที่พ่อเขาสร้างขึ้น แต่ความจริงแล้วไม่เลย ทุกอย่างนี้เขาสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ทั้งๆที่เขาก็น่าจะยังอายุน้อยกว่าผมด้วยซ้ำ

นั่นทำให้ผมศรัทธาในความแข็งแกร่งของเจ้านายตัวเองมากๆ

เจ้านายกวาดสายตามองลูกน้องผ่านๆก่อนจะโบกมือไล่ให้ออกไปจากห้อง ผมคิดว่าเขาน่าจะจำผมที่เจอกันวันแรกไม่ได้ ผมทำงานอยู่ที่คาสิโนได้เกือบปีก็ถูกเรียกตัวไปคอยอารักขาเจ้านายเวลาที่ท่านเดินทางมาที่อังกฤษ ปีหนึ่งก็4-5ครั้ง เงินเดือนเพิ่มก็เพิ่มมากขึ้นตามหน้าที่ จนกระทั่งวันหนึ่งนายก็เรียกผมเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว

“มิสเตอร์เจเรมี่ สวาเก้นต์?”

“ครับ”

“ทำงานมากี่ปีแล้ว?”

“2ปีกว่าแล้วครับ”

“หนี้สินลดลงไปเกือบครึ่งแล้วสินะ”ผมสะดุดลมหายใจไปหนึ่งจังหวะเมื่อเจ้านายเอ่ยถึงสถานะทางการเงินของผม

“ครับ”

“ผมมีงานหนึ่งให้คุณทำ”

“ได้ครับนาย”ผมรีบเอ่ยตอบรับอย่างไม่มีเงื่อนไข

“หนี้ของคุณตอนนี้ผมจะชดใช้ให้ทั้งหมดและเพิ่มเงินเดือนให้คุณอีกสองเท่า”เพิ่มเงยหน้ามองเจ้านายอย่างตกใจ เขาจะให้ผมทำงานอะไรกันแน่ถึงได้จ้างผมมากมายมหาศาลขนาดนี้

“…”

“งานของคุณคือดูแลเด็กคนหนึ่งให้ผม”

“?”

“คุณต้องดูแลปกป้องเขาให้ดี ต้องดียิ่งกว่าชีวิตของคุณ...ถ้าพลาดแม้แต่นิดคุณต้องชดใช้ด้วยอะไรคงรู้ใช่ไหม?” ชีวิตผมยังไงล่ะ

“ได้ครับนาย”

“ผมไม่ชอบคนทำงานพลาด คุณคงรู้ดี”เจ้านายจ้องเข้ามาในดวงตาของผม มันทำให้ผมนึกถึงวันแรกที่ได้พบกับเขา เขาจำมันได้!

สัปดาห์ต่อมาผมถูกส่งให้มาดูแลเด็กผู้ชายอายุ 12 ขวบ ที่ชื่อสมิธ เกรย์เยอร์ เขาเป็นเด็กร่าเริงและน่ารักมากๆ ผมคอยดูแลเรื่องความเป็นอยู่ อาหารการกินของสมิธ เรียกว่ามาทำหน้าที่พี่เลี้ยงก็ว่าได้ ทุกเช้าผมจะเป็นคนนำอาหารมาไว้ให้สมิธก่อนที่เขาจะตื่น ตอนเย็นก็จะนำไปส่งไว้ที่ห้องในเพ้นท์เฮ้าส์ด้วยเช่นกัน สมิธอาจไม่รู้ว่าผมก็พักอยู่ที่ตึกเดียวกับเขาเพียงแต่เป็นชั้นล่างถัดลงมาจากห้องเขาหนึ่งชั้น

ในทุกๆวันผมต้องคอยตามดูสมิธอยู่ห่างๆไม่ให้เขารู้ตัวและคอยรายงานให้นายทราบเป็นระยะ ผมทราบดีว่านายเลี้ยงดูคุณสมิธด้วยจุดประสงค์อะไร เจ้านายผมเขาเป็นคนใจกว้าง ไม่ว่าจะกับลูกน้องหรือคู่นอน แค่ทำให้ท่านพอใจได้ท่านย่อมทุ่มเทให้ไม่อั้น ผมสงสารสมิธตรงที่เขาไม่ใช่แค่คนเดียวที่เจ้านายผมทุ่มเทให้ แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยสมิธก็เป็นคนที่เจ้านายผมโปรดปราณเป็นพิเศษ ผมจะขอเอาใจช่วยเขาอยู่ห่างๆก็แล้วกัน

พักหลังๆผมต้องเป็นคนคอยขับรถรับ-ส่งสมิธไปโรงเรียนเพราะคำสั่งของนาย ยิ่งช่วงนี้นายยิ่งดูหงุดหงิดเป็นพิเศษและทะเลาะกับสมิธบ่อยขึ้น น่าจะเป็นเรื่องเพื่อนของสมิธที่ชื่อเดวิด พวกเขาดูสนิทกันเกินไปและท่าทางเด็กนั่นก็น่าจะชอบสมิธ เจ้านายผมเองเขาก็น่าจะดูออกถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้

ยิ่งครั้งที่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงนายถึงกับตบสมิธ และทำโทษหนักจนลุกออกจากเตียงแทบไม่ไหว ผมเห็นสภาพสมิธแล้วก็ได้แต่กำหมัดแน่นอย่างช่วยอะไรเขาไม่ได้ สมิธร้องไห้หนักจนตาแดงช้ำ ตัวเขาก็เล็กเพียงเท่านี้ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงต้องมาเจอเรื่องราวที่หนักหนาสาหัสขนาดนี้

ผมทำได้เพียงแค่ปลอบใจเขา อยากให้เขาเข้มแข็งขึ้น และคอยดูแลอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน ช่วงที่นายทำโทษโดยไม่มาหาสมิธคงจะเป็นช่วงที่เขารู้สึกทรมานมากที่สุด ผมเห็นแล้วก็อยากจะร้องไห้ตาม

สมิธรักเจ้านายผมมากจริงๆ ผมพยายามเติมเต็มทุกอย่างให้สมิธ เป็นให้ทุกอย่างทั้งเพื่อนทั้งพี่ แต่สิ่งที่ผมเป็นไม่ได้คือ คนรัก คนๆนั้นไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์เป็นนอกจากเจ้านายของผม

ผมรู้ข่าวจากเพื่อนว่าเจ้านายเลี้ยงเด็กอีกคนอยู่ในลอนดอนเหมือนกัน ซึ่งนั่นทำให้ผมแปลกใจมากเพราะปกตินายจะไม่เลี้ยงเด็กให้อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ทุกครั้งที่ผมต้องตอบคำถามสมิธว่าเจ้านายอยู่ไหนผมรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ผมต้องโกหกทั้งๆที่รู้ว่านายอยู่ไหนและกับใคร ห่างจากเขาไปไม่กี่ไมล์แต่ถูกปิดกั้นเหมือนอยู่คนละโลก

แต่ในที่สุดสมิธก็รับรู้การมีอยู่ของไนซ์เด็กเลี้ยงอีกคนของนาย และสมิธของผมก็เป็นคนที่ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจอีกตามเคย ครั้งนี้ผมสัมผัสได้ว่าเขาเสียใจมาก มากซะจนความเสียใจนั้นมันกัดกินเขาจนทำให้เขาดูแปลกไปจากเดิม ผมได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจที่ช่วยอะไรเด็กคนนี้ไม่ได้เลยสักนิด เพราะผมทรยศต่อเจ้านายตัวเองไม่ได้ ผมได้ขายจิตวิญญาณให้กับท่านลูคัสไปแล้ว

ในตอนที่สมิธหนีไปครั้งแรกผมก็คิดไว้แล้วว่าเขาจะต้องหาทางไปให้ได้ ถึงไม่ได้ตั้งใจแต่ผมก็เป็นคนเปิดโอกาสให้เขาไปเอง แม้สุดท้ายความตายอาจมาเยือนผมเร็วกว่าที่คิด

โชคดีที่นายละเว้นชีวิตผม แต่สมิธกลับโชคร้ายที่ถูกจับตัวกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเหมือนนกน้อยต้องอยู่ในกรงทอง ถูกเด็ดปีกหักแขนหักขา และกักขังอิสรภาพอย่างแท้จริง

สมิธอาจดูเป็นเด็กก้าวร้าวขึ้นแต่ลึกๆผมว่าเขาก็ยังเหมือนเดิมเขาแค่สร้างมันขึ้นมาเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองเท่านั้น

เหตุการณ์ที่สมิธหนีไปเกิดจากความสะเพร่าของผม ทำให้ผมต้องถูกปลดออกจากหน้าที่พี่เลี้ยงนี้ ในวันที่ผมเก็บของย้ายออกจากห้อง อยู่ๆผมก็ถูกเรียกตัวกระทันหัน

“เกิดอะไรขึ้น?”ผมถามเซนขณะที่จ้ำอ้าวเร็วๆไปยังห้องของเจ้านาย

“คุณสมิธอาระวาดใหญ่เลยที่ไม่เห็นมึง”เซนเอ่ยตอบคำถาม ลมหายใจผมสะดุดกึก

“ตายแน่ๆเลยกู”ผมพึมพำในลำคออย่างสิ้นหวัง โทษเก่ายังไม่ทันพ้นคอดี โทษใหม่กำลังจะมาเยือนอีกแล้วไอ้จิมเอ้ย หลังจากนั้นแม้ผมจะไม่โดนโทษประหารแต่ก็โดนเจ้านายเขม่นอย่างหนักทั้งๆที่ไม่ได้กระดิกตัวทำอะไรเลยสักนิด

ผมรู้ว่าเจ้านายเป็นคนหวงของ แต่กับสมิธรู้สึกว่าจะหวงมากเป็นพิเศษ และก็เพราะความต้องการของสมิธทำให้ผมต้องกลับมาทำหน้าที่เดิม...แบบห่างๆ

สมิธน่ะเหมือนเทวดาตัวน้อยๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องหน้าตาอะไรแบบนั้นหรอก แต่เขาน่ะแค่เอ่ยปากขอมีอะไรที่เจ้านายผมไม่ให้ได้บ้าง เรียกได้ว่าขอลมได้ลม ขอฝนได้ฝน ก็ไม่เกินไปนัก

เพราะเจ้านายไม่ค่อยมีเวลาให้สมิธ คนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่กับสมิธก็เป็นผม และ เซน ที่เจ้านายส่งตัวมาช่วยผมดูแลสมิธ แต่อีกนัยที่พวกเรารู้กันดี คือ นายไม่ต้องการให้ผมอยู่เพียงลำพังกับสมิธและสนิทสนมกันมากจนเกินไป

หลายๆครั้งที่ผมเกือบจะตายโดยไม่รู้ตัว เพราะความหวงเด็กมากของนาย แต่ผมก็ได้แต่ทำใจยอมรับเพราะนายเขาก็รักของเขามาก

ใช่!ผมกล้าพูด(ในใจ)ได้ว่านายรักสมิธ

ถ้าไม่รักคงไม่ทุ่มเทให้ขนาดนี้ ถ้าไม่รักคงไม่ทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเขาไว้ให้อยู่กับตัวเอง

เพียงแต่นายอาจจะแสดงออกไม่ค่อยเก่ง ก็เลยกลายเป็นการทำร้ายสมิธทางอ้อม

ครั้งที่สองที่สมิธหนีไป ผมได้เห็นผู้ชายที่แข็งแกร่งอย่าง ลูคัส ฮาล์น เสียศูนย์เป็นครั้งแรก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนที่ทำให้เจ้านายเป็นได้ขนาดนี้ เป็นแค่เด็กอายุ 12 ขวบ

สมิธถูกจับตัวกลับมาได้อีกครั้งและครั้งนี้เจ้านายผมพานกน้อย ไปกักกกไว้ที่ปราสาทแห่งหนึ่งของเขาทางตอนใต้ของอังกฤษ

ผมก็มีหน้าที่ต้องติดตามไปด้วย เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้สมิธได้เลยสักคนเดียว เจ้านายผมไม่ต้องการให้สมิธมีใคร ก็เพราะว่าเขาต้องการให้สมิธมีเขาคนเดียว

ช่างเป็นผู้ชายที่รักได้อย่างเลือดเย็นจริงๆ

ตั้งแต่ย้ายมาบ้านหลังใหม่ สมิธกลายเป็นเด็กหลายบุคลิก เดี๋ยวก็ก้าวร้าว เดี๋ยวก็เงียบซึม เจ้านายจึงต้องคอยให้จิตแพทย์มาดูสมิธอยู่บ่อยๆ

เจ้านายกับสมิธทะเลาะกันแทบจะเป็นเรื่องปกติทุกครั้งที่เจอหน้ากัน แต่พอเจ้านายพาสมิธเข้าไปลงโทษในห้องทีไรสมิธก็จะสงบขึ้นเยอะ เจ้านายผมก็เข้าสู่โหมดง้อเมียหลังทำโดยการพาไปเที่ยวหรือซื้อของให้เป็นปกติ

ดูเหมือนผัวเมียที่ไม่ค่อยถูกกันแต่ก็รักกันมากจนขาดจากกันไม่ได้

อยู่ๆไปได้หลายปีหลังจากผ่านพ้นเรื่องร้ายๆสมิธก็โตเป็นหนุ่มขึ้น ในวัย14ย่าง15 ปี รูปร่างของสมิธก็เติบโตขึ้นตามวัย และงดงามเกินเด็กผู้ชายทั่วไป และก็เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ลูกน้องของนายทุกต้องจดจำไปชั่วชีวิต

มีวันหนึ่งที่สมิธนึกอยากว่ายน้ำ เขาก็ใส่กางเกงว่ายน้ำโชว์ท่อนบนตามปกติ บอดี้การ์ดคนอื่นๆภายในบ้านจะไม่มีสิทธิ์มาป้วนเปี้ยนแถวนี้ ยกเว้นผมกับเซนที่ยังต้องตามดูแลอย่างห่างๆ พอว่ายเสร็จจะขึ้นจากน้ำเขาดันนึกได้ว่าตัวเองลืมหยิบเสื้อคลุม ผมจึงต้องเป็นคนนำไปเอามาให้เขา กลับมาอีกทีผมก็เห็นภาพบอดี้การ์ดคนหนึ่งที่เป็นลุกน้องผมกำลังยืนคุยกับสมิธและมองด้วยสายตาที่ดูออกว่าคิดอะไรกับเด็กของเจ้านาย

ผมเรียกเขาไปตักเตือนในเย็นวันนั้นด้วยความเป็นห่วง แต่มันกลับสายเกินไปเพราะเช้าวันต่อมาเขาก็ได้หายออกไปจากปราสาทหลังใหญ่อย่างไร้ร่องรอย และหลังจากนั้นก็มี่ใครพบเห็นเขาอีกเลย

คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร เรื่องของสมิธไม่เคยพ้นหูพ้นตาของเจ้านายผมได้เลยสักครั้ง ลูกน้องทุกคนของนายก็รู้ดี จากนั้นก็ไม่มีใครกล้ามองหน้าสมิธตรงๆอีกเลย แม้แต่ผมเองที่เสี่ยงกว่าคนอื่นก็ยังต้องเลี่ยง

 สมิธคือ (เมีย)คนโปรดของนาย ใครก็ห้ามแตะ

ผมพยายามเอาใจช่วยสมิธอยุ่ตลอด ได้แต่หวังว่าสมิธจะไม่หมดรักนายไปก่อนที่นายเองจะรู้ตัวว่าใครมีค่าที่สุดสำหรับเขา

ผมติดตามชีวิตพวกเขามานาน เอาง่ายๆว่าตอนนี้คล้ายๆกับแนคลับที่คอยเชียร์ให้พวกเขาลงเอยกันสักที แบบว่าก็เหนื่อยแทนอ่ะครับ อุปสรรคเยอะฉิบหาย

จนในที่สุดก็มีวันที่ผมต้องแอบยกยิ้มมุมปากจนไอ้เซนต้องมองอย่างแปลกใจปนหวาดกลัว(?) คนอย่างมันไม่เข้าใจผมหรอก ผมเข้าใจตัวเองอยู่คนเดียวก็พอแล้ว

อะไรที่ทำให้ผมยิ้มสะใจได้ขนาดนี้น่ะเหรอ? ก็เป็นวันที่สมิธได้ก้าวขาออกไปจากปราสาทหลังนี้ ออกไปจากอ้อมอกของผู้ชายที่ชื่อลูคัส ก้าวออกไปไกลจนเขาเอื้อมไม่ถึงอีกแล้ว

ต้องสูญเสียถึงจะรู้ว่ามีค่ามากมายแค่ไหน และผมเชื่อว่าลูคัสรู้ตัวแล้วในตอนนั้น

ในวันนั้นผมมองดูสมิธก้าวออกจากปราสาทไปอย่างช้าๆด้วยหัวใจที่สั่นระริกอย่างห้ามไม่อยู่ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควร

ตอนนี้ผมยังยืนอยู่จุดนี้ คอยมองดูทุกอย่างอยู่เงียบๆเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนแต่ผมคิดว่าสักวันหนึ่งสมิธจะต้องกลับมา และเขาจะได้ในสิ่งที่ปราถนาที่สุด!

“จิม มึงยิ้มน่ากลัวทำเหี้ยไรอีก”

“จิ๊!คนโง่อย่างมึงไม่เข้าใจหรอก!”

+++++++++++++++++++++++

ตอนแรกอยากแต่งให้จิมมี่อารมณ์ออกมาเหมือนพี่ชาย แต่ไปๆมาๆนี่อย่างกับแม่แล้วนะ ฮ่าๆๆ

ป.ล.คิดถึงทุกคนนะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น