marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2562 23:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

บทที่ 13

ประเทศไทย

คฤหาสน์ มัสชนันทน์

 

“บ้านหลังนี้เป็นของคุณทวดที่ท่านเสียไปแล้วนานๆเราจะกลับมาครั้งหนึ่งตอนนั้นคุณย่าจะชอบมาอยู่ที่นี่แต่ช่วงนี้อาการของท่านไม่ดีเท่าไหร่จึงกลับไปอยู่เกาหลีตอนนี้จึงเหลือเพียงคนดูแลบ้านไม่กี่คนทำตัวตามสบายนะ” ฉันพูดขึ้นหลังจากที่เราเดินทางมาถึงประเทศไทยคนที่เดินข้างๆพยักหน้าอย่างพอใจสายตาเขาสอดส่องสังเกตไปทั่ว...

“สวัสดีค่ะคุณหนูยินดีต้อนรับกลับ” ป้าพิมคนดูแลที่นีพูดขึ้นหลังจากที่เห็นการมาของเราฉันสามารถพูดภาษาไทยได้เพราะย่าจะชอบสอนและบอกเสมอว่าท่านมาจากไหนท่านเป็นใคร...

“สวัสดีค่ะป้าพิมขอโทษที่มาไม่ได้บอกก่อนนะคะทำให้ลำบากแย่เลย” ฉันก้มหัวขอโทษเล็กน้อยที่การมาครั้งนี้ไม่ได้มาแบบตั้งใจ

“ไม่เป็นไรค่ะแค่คุณหนูมาฉันก็ดีใจมากแล้วตอนนี้ฉันสั่งคนให้ขึ้นไปเตรียมห้องนอนให้คุณหนูกับคุณสามีแล้วคุณหนูนั่งพักที่ห้องนั่งเล่นก่อนก็ได้ค่ะ”

“ขอบคุณมากนะคะ”

“เหมาะสมกันมากนะคะสามีคุณหนูหล่อมากๆค่ะแถมดูจะเป็นคนที่ฉลาดและเก่งมากด้วย” ป้าพิมพูดพร้อมหันไปยิ้มให้คนที่อยู่ข้างๆเขาฟังไม่เข้าใจก็ได้แต่ทำหน้างง

“ค่ะเขาเก่งมากและฉลาดจริงๆเขาเป็นคนเดียวที่ตามความคิดหนูมันด้วย” ฉันพูดขึ้นหลังจากที่รับรู้ว่าเขาฟังไม่รู้เรื่องแต่เจ้าตัวก็หันมากระซิบ

“คุณพูดอะไรนะบอกผมหน่อยสิ” อยากรู้เหลือเกินพ่อคุณป้าพิมไม่ตอบอะไรทำแค่ยิ้มน้อยๆด่แนจะเดินออกไปคนช่างถามก็ยังถามต่อไม่หยุด

“ป้าคนนั้นพูดอะไรงั้นเหรอ” ฉันหันไปมองหน้าเขายิ้มๆก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้เล็กน้อยแล้วดึงตัวเขาโน้มลงมาจูบเบาๆ

“หยุดถามได้แล้วจะช่างถามไปถึงเมื่อไหร่นั่งพักเถอะเดินทางมาเหนื่อยๆเดี๋ยงตอนเย็นจะพาเดินเล่นเครม่ะ”

“ครับ”

 

ตอนเย็น

ถนนเยาวราช

 

 

“ที่นี่คนแน่นจังเราไปทานข้าวที่ร้านที่เป็นส่วนตัวกว่านี้ดีไหม” คนข้างๆบ่นขึ้นพร้อมกับเริ่มถกเสื้อไปมาเพราะความร้อนอบอ้าวของหน้าร้อนประเทศไทย

“ไม่ถ้าทำแบบนั้นก็ไม่ต่างจากเราอยู่ที่นู่นนะสิไหนบอกว่าอยากมาเที่ยวไงบนจัง” ฉันหันไปต่อว่านิดๆแม้ว่าตัวเองจะร้อนด้วยก็ตามแต่ฉันก็อยากพาเขาใช้ชีวิตติดดินบ้างเพราะทุกครั้งที่มาที่นี่ฉันจะแอบมาที่นี่บ่อยๆ

“ก็ได้ครับ” สิ้นเสียงคนข้างๆก็ไม่บ่นอะไรออกมาสักคำแม้ว่าเราสองคนจะพยายามแต่งตัวให้เป็นปกติเหมือนคนที่นี่แต่เราก็ยังเป็นเป้าสายตาอยู่ดีทุกคนหันมามองเราคุยกันตลอดทางบางคนก็แอบถ่ายรูปเก็บไว้ฉันก็พาเขาเดินเลือกร้านทานข้าวมาเรื่อยๆ...จนมาถึงร้านก๋วยจับที่ขึ้นชื่อของที่นี่

“ร้านนี้ฉันชอบมาไม่ได้มาหลายปีแล้วยังเปิดอยู่ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่อง ก๋วยจั๊บตำรับแต้จิ๋ว ที่ปรุงด้วยน้ำซุปเข้มข้นต้มจากกระดูกหมูอยากชิมม่ะ”

“อะไรที่คุณว่าอร่อยผมก็อยากทานหมอนั่นแหละ” เขาพูดพร้อมยิ้มออกมาเล็กน้อย

“แต่คิวยาวไปนิดรอก่อนก็ได้เนอะ”

“ครับ” เราสองคนก็ยืนรออยู่ประมาณสิบกว่านาทีโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นไม่หยุดเขาหยิบขึ้นมาดูก่อนจะโชว์ให้ฉันดูว่าใครโทรมา

‘เหว่ยอัน’

เจ้าตัวไม่ยอมรับสายแถมปิดโทรศัพท์ไว้ด้วยช่างน่าหมั่นไส้จริงๆ...

“เราหนีเที่ยวผมจะไม่รับสายใครทั้งนั้นนอกจากการใช้เวลากับคุณ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาผู้ชายคนนี้คนที่ฉันไม่ชอบหนักหนาตอนนี้กลายมาเป็นคนที่ทำให้ฉันเขินและอายได้ง่ายมาก...เขาหยิบกล้องถ่ายรูปที่พึ่งซื้อมาขึ้นมาถ่ายรูปของฉัน...

“เรามาใช้เวลาต่อจากนี้เก็บความทรงจำที่มีความสุขกันที่สุดเถอะนะ”

“อื้อ” ฉันหันหน้าไปยิ้มให้เขาอีกครั้งนี่เขาคงเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันเปิดใจยอมรับได้มากขนาดนี้....เรารอมาพักหนึ่งก็ได้เข้าไปนั่งในร้านพอสั่งอาหารเสร็จไม่นานทุกอย่างก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้า...

“ชิมดูสิว่ากินได้มั้ย” เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะใช้ซ้อนตักน้ำขึ้นมาชิมเล็กน้อย...

“ว้าววว....นี่มันอร่อยมากเลย”

“ใช่ไหม...งั้นเรารีบกินกันเถอะมีหลายอย่างที่อร่อยมากๆรออยู่” เขาพยักหน้าเข้าใจจากนั้นเราทั้งสองคนก็ก้มหน้าก้มตาทานสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจนหมดเขาดูชอบใจมากถึงขั้นต้องสั่งมาเพิ่มอีกสองชามฮ่าๆ...

“อู้ววว...อิ่มมากๆเลย” คนตัวโตลูบท้องตัวเองเล็กน้อยมันช่างดูน่ารักจริงๆฉันจึงหยิบกล่องมาถ่ายวิดีโอตอนนี้ของเขาเอาไว้...เรามีกล้องคนละตัวจะได้เหมือนกันนักท่องเที่ยวไงฮ่าๆ...

“อาหย่งนายลองพูดนี่สิ....อร่อยมากๆเลยครับ” ฉันถ่ายวิดีโอของเขาพร้อมกับสอนเขาพูดภาษาไทยเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย...

“เอาใหม่สิ”

“อร่อย มากๆ เลย ครับ”

“อาร่อย ม้ากๆ เลย คร้าบ” คนพูดไม่ชัดมันก็ดูน่ารักดีนะฉันยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกนิ้วให้...

“งั้นเราคิดเงินแล้วไปที่อื่นกันเถอะ”

“Let’s go!!” เราสองคนจ่ายเงินเสร็จก็ออกเดินไปตามเส้นทางเพื่อหาของอร่อยและสิ่งที่เขาไม่เคยชิมให้ได้ชิมกันคนข้างๆดูค่อนข้างจะตื่นเต้นมากให้เดาว่าชีวิตนี้คงไม่เคยทำอะไรแบบนี้แน่นอนเขาถ่ายรูปเก็บภาพและชิมของอร่อยไปเรื่อยๆและตบท้ายด้วย ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช เป็นร้านของกินที่คนเยอะสุดๆ ถึงขั้นต้องต่อคิวรอกันยาวๆ เพื่อขนมปังแสนอร่อย ที่มีให้เลือกซื้อกันหลากหลายถึง 9 ไส้ด้วยกัน....กว่าจะได้กลับมาบ้านก็ปาไปห้าทุ่มแล้ว..

“วันนี้เป็นวันที่ผมไม่เคยคิดว่าการหาอะไรทานข้างทางบางทีมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ” ฉันมองหน้าเขาอย่างยิ้มเล็กน้อยวันนี้ฉันยิ้มออกมากี่ครั้งแล้วนะ...

“ไปอาบน้ำแล้วไปพักผ่อนได้แล้ว...”

“ไปอาบด้วยกันนะเรายังไม่เคยอาบน้ำด้วยกันเลยอ่ะ...”

“ไม่เอา...เดี๋ยวจะไม่ใช่แค่อาบน้ำอย่าคิดอะไรพิเรนทร์พรุ่งนี้จะต้องตื่นไปใส่บาตรที่หน้าบ้านแต่เช้าแล้วก็จะพาไปทำบุญด้วยวันนี้ไม่ได้นะจ๊ะ” คำพูดของฉันทำให้เขาหน้าหงอยลงเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเงียบๆฉันถอนหายใจออกเล็กน้อยให้ตายเถอะชอบแพ้ทางแบบนี้ของเขาตลอดจริงๆสุดท้ายก็ยอมเดินเข้าไปห้องน้ำตามเขา...

“เข้ามาทำให้ผมกำลังจะอาบน้ำแล้ว” แม้ปากจะถามแบบนั้นแต่แววตาดีใจระริกนั้นปิดไม่มิดสักนิด

“มาอาบน้ำ....พรุ่งนี้ลุกเแต่เช้าไม่ได้เจอดีแน่...”

“ลุกได้แน่นอน...” พูดจบเขาก็เดินมาหาฉันก่อนจะค่อยๆบรรจงถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นสายตาเขาสำรวจร่างกายฉันอย่างอ้อยอิ่งแค่แววตาของเขามองร่างกายแบบนั้นก็ทำให้ทุกส่วนในร่างกายมันร้อนผ่าวไปหมดจากนั้นเขาก็ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างไม่รอรี...

ซ่า~~~~

เสียงฝักบัวที่อยู่เหนือศรีษะถูกเปิดขึ้นน้ำค่อยๆไหลลงผ่านร่างกายที่เปื่อยเปล่าของเราทั้งคู่เขามองมาอย่างโหยหาแววตาของเขาเต็มไปความพึงพอใจก่อนจะบดริมฝีปากลงมาที่ริมฝีปากของฉันมอบความหอมหวานให้อย่างอ้อยอิ่ง สองมือเขาบดขยี้ที่เต้างามของฉันอย่างเมามันก่อนเขาจะดันตัวของฉันไปที่ผนัง...

“อื้อออออ....คุณทำให้ผมจะบ้าตายแล้วนะโซ...ทำไมถึงเซ็กซี่แบบนี้...” แม้จะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้ตอบคำถามของเขาสักนิดคนตัวโตบดริมฝีปากลงมาอีกครั้งมืออีกข้างของเขาเลื่อนต่ำลงไปสัมผัสร่องสวาทของฉันความเสียวซ่านเพิ่มขึ้นอย่างล้นเหลือความต้องการร้อนระอุขึ้นมาเขายกขาข้างหนึ่งของฉันขึ้นมาพาดไว้ที่เองของเขา...เขาจับอาวุธของตัวเองมาจดจ่อที่ร่องสวาทของฉันก่อนจะผละริมฝีปากออกมามองหน้าฉัน...

“ผมไม่เคยรู้สึกต้องการใครมากเท่าคุณจริงๆนะโซ...คุณทำให้ผมต้องการคุณตลอดเวลาจริงๆ...” พูดจบเขาก็ดันอาวุธร้ายของตัวเองเข้ามาอย่างช้าๆพร้อมกับขบกรามแน่นความเสียวซ่านมันยิ่งมากขึ้นยามที่เข้ามาในร่างกายของฉันเขาดำเนินบทรักที่ร้อนแรงท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่านร่างกายของเราทั้งสองคน....เสียงกรีดร้องด้วยความสุขสมดังขึ้นในเวลาต่อมาแต่เหมือนคนเจ้าเล่ห์จะไม่หยุดแค่นั้นเพราะเขายังคงดำเนินเล้าโลมร่างกายของฉันต่อก่อนจะเริ่มบทนักครั้งใหม่อีกรอบอย่างไม่รู้จักพอ.....

 

5:30AM

ตี๊ดๆ ตี๊ดๆ

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเหนือหัวฉันงัวเงียลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้าเพราะอีตาบ้านี่เล่นไม่ยอมปล่อยให้ฉันอยู่เฉยเลยพอออกมาจากห้องน้ำยังมาต่อที่เตียงกว่าคนบ้าจะสงบลงก็ปาไปตีหนึ่งละ...

“อาหย่ง...ตื่นได้แล้ว...”

“อื้อออ...ขอนอนต่ออีกนะ” เจ้าตัวทำเสียงอู้อี้ในลำคอไม่ยอมลืมตาขึ้นมา

“ถ้าไม่ยอมตื่นอย่าหวังว่าจะได้อย่างเมื่อคืนนี้นั่นอีก” คำขู่ของฉันทำให้เขาลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะกระชับอ้อมกอดแรงขึ้นเล็กน้อย

“ไม่เอา...”

“งั้นก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเราจะไปใส่บาตรกัน” เขาผละแขนออกจากตัวฉันอย่างอิดออดก่อนจะยอมลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำแต่งตัวส่วนฉันก็ลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าของเขาไว้ให้บนเตียง.....เสื้อผ้าที่กว่าจะได้มาเราเถียงกันแทบเป็นแทบตายเพราะเขาไม่ยอมใส่แบบนี้เลยจนต้องบังคับให้ใส่ และ วันนี้ก็เป็นแบบเสื้อยืดแขนสั้นสีดำทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายทางสีดำกับกางเกงลูกฟูกขาสั้นสีเบจ และ ร้องเท้าสนีกเกอร์ พอจัดการของเขาเสร็จแล้วฉันก็มาจัดการเสื้อผ้าของตัวเองเองวันนี้จะใส่แบบสบายๆเป็นชุดเดรสยาวถึงเขาลายดอกไม้แค่นั้นจบ...

 

 

 

07:00

 

 

“ทำตามฉันนะเดี๋ยวพระมาแล้ว” เราสองคนยืนอยู่หน้าบ้านเพราะปกติพระท่านจะมาถึงหน้าบ้านฉันเวลาประมาณนี้เพราะป้าพิมแกตื่นมาใส่บาตรทุกวัน

“ครับ” พอพูดจบไม่นานพระก็มาฉันก็ทำทุกอย่างให้เขาดูและเขาก็ทำตามอย่างเงอะงะตลกชะมัดพอทุกอย่างเสร็จสิ้นเราก็ยืนรับพรเล็กน้อยก่อนท่านจะไปท่านมองหน้าเราสองคนพร้อมกับยิ้มออกมานิดหน่อย....

“โยมสองคนเป็นคนที่บุญบารมีมากมายจริงๆขอให้ผลบุญของโยมทั้งสองคุ้มครองปกป้องให้พวกโยมแคล้วคลาดปลอดภัย...จงมีสติให้มากแล้วปัญญานั่นจะเกิด...” ฉันมองท่านที่พูดจบก็เดินจากไปก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย...

“มีอะไรงั้นเหรอ”

“เปล่าไม่มีอะไร...กลับเข้าบ้านกันเถอะเดี๋ยวไปทานข้าวเช้ากันแล้วก็เก็บแรงไว้ไปเที่ยวกันอีกสามวันก็จะกลับแล้ว” การที่เขาไม่เข้าใจบางทีมักก็ดีเหมือนกันนะเขาจะได้ไม่คิดมากไงละ....

 

 

หย่งสือ

 

 

 

“ที่บ้านฉันมีแค่ฉันคนเดียวที่นับถือศาสนาพุทธเพราะฉันชอบไปอยู่กับคุณยายกับคุณทวดท่านสอนเรื่องนี้มาตลอดแต่ตอนนี้คุณทวดก็จากไปแล้ว...” ผมนั่งมองหน้าหญิงร่างบางข้างๆที่ตอนนี้กำลังไหว้สิ่งที่เขาเรียกกันว่าพระพุทธเจ้าที่เป็นรูปปั่นขนาดใหญ่เธอเล่าเรื่องต่างๆให้ผมฟังนั่นค่อนข้างจะทำให้ผมแปลกใจเล็กน้อยผู้หญิงคนนี้เธอดูสงบมากเวลาที่พูดถึงเรื่องนี้เธอเป็นคนที่ผมเดาใจไม่ค่อยถูกเลยเพราะเธอมีเรื่องเซอร์ไพรส์ผมได้ตลอดเวลา...

ยกตัวอย่างเช่น...เธอพาผมไปหาอะไรทานตามร้านข้างทางปกติแทนที่จะเป็นห้างใหญ่ๆเธอพาผมซื้อของราคาถูกแทนที่จะเป็นของแพงเธอพาผมขึ้นรถไฟฟ้าเช่าจักรยาน หรือบางครั้งก็เดินแทนที่เราจะเอารถส่วนตัวมาพอเป็นเธอตอนนี้ผมเห็นแววตาเธอดูผ่อนคลายลงมากไม่เหมือนตอนที่เธอทำงานราวกับว่าเธอแบกรับภาระมากมายมหาศาลก็นั่นสินะเธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของมาเฟียนิเธอต้องสืบทอดธุรกิจของพ่อเธอต้องทำตัวให้ดูเข้มแข็ง ทรงอำนาจ และ ไม่แสดงจุดอ่อนให้ใครเห็นเพราะเธอเป็นผู้หญิงเธอจึงต้องทำตัวเข้มแข็งให้แกร่งกว่าคนเป็นพ่อ....จนหลายๆคนลืมไปว่าเธอก็เป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นพอได้เห็นด้านนี้ของเธอแล้วยิ่งทำให้ผมอยากแบ่งเบาภาระจากเธอ....

“อยากพาผมไปไหว้ท่านมั้ย” เธอหันมามองหน้าผมเล็กน้อย

“ไว้ตอนกลับจะพาไปแต่ตอนนี้เราไปเดินดูรอบๆที่นี่กันเถอะ...นายต้องชอบที่นี่แน่” ผมเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบาๆ

“ผมชอบทุกทีที่มีคุณนั่งข้างๆผมและยิ้มให้ผมแบบนี้....” เธอหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่ผมพูดจบก่อนจะยกกำปั้นขึ้นมาทุบหน้าอกผม

ปึก!!

“ไอ้บ้าพูดอะไรเนี่ยลุกขึ้นมาได้แล้ว...ชักช้าอยู่ได้” เธอลุกขึ้นเดินออกไปอย่างรวดเร็วในขณะที่ผมนั่งขำให้เธอเล็กน้อย...

“ตอนเขินก็น่ารักชะมัด” ผมลุกขึ้นเดินตามเธอออกไป...ตอนนี้เราสองคนอยู่ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารที่นี่สวยมากผมหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บภาพไว้ดูผมเคยเรียนถ่ายรูปมานะจะบอกให้...และคนข้างๆก็เป็นนางแบบของผมทุกท่าทางของเธอถูกผมบันทึกไว้ในภาพถ่ายและหัวใจของผม...รอยยิ้มของเธอในตอนนี้มันสวยมากเธอช่างมีเสน่ห์มากมายเหลือล้นจริงๆ..

“อยากปล่อยนกมั้ย” เธอหันมาถามผมหลังจากที่มีคนถือกรงนกเดินมาหาเธอ

“ปกติเขาจับนกมาทำแบบนี้เหรอ” ผมถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจก็คนไม่เข้าใจจริงๆผมมองกรงนกอย่างมึนงงเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในนั้นค่อนข้างน่าสงสารนะ

“ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกันอ่ะ” ผมมองไปยังกรงนกเล็กๆที่มีอยู่ประมาณ 20 กว่าอันก่อนจะพูดขึ้น

“งั้นบอกเขาว่าผมขอเหมาหมดนั้นได้มั้ยนกพวกนั้นดูน่าสงสารนะ” เธอมองหน้าผมอย่างตกใจเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วก็หันไปพูดกับคนขายว่าอะไรสักอย่างสีหน้าของพวกเขาดูตกใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างรวดเร็ว...

“พวกเขาพูดอะไรงั้นเหรอ”

“ไม่มีอะไรหรอก...เดี๋ยวเราให้พวกเขาถ่ายรูปให้ดีมั้ย” มันก็ดีนะผมยังไม่มีรูปถ่ายกับเธอเลยนอกจากรูปแต่งงานที่เราถูกบังคับให้ถ่ายแล้วก็ไม่มีนี่จะเป็นรูปแรกที่เราถ่ายด้วยกันพร้อมกับรอยยิ้มจริงๆ...

“เจ้านกน้อยบินกลับบ้านของแกไปนะขอให้แกมีความสุขมากๆ” ผมหยิบกรงนกขึ้นมาเปิดให้มันบินออกไปสิ้นสุดคำพูดของผมเจ้านกนั้นก็บินออกไป...กรงนกเล็กๆที่เราซื้อมาโซเธอแจกให้กับคนที่อยากได้แล้วให้พวกเขาปล่อยเราสองคนปล่อยแค่อันเดียวนั้นแหละส่วนคนขายก็เป็นคนถ่ายรูปให้เราพอปล่อยนกเสร็จผมก็เดินกลับมาเอากล้องจากเธอแล้วก็เปิดดูรูป....

“..........” ผมพูดอะไรไม่ออกให้ตายเถอะผมน่าจะใช้ขาตั้งกล้องดีกว่านะ

“โซเราปล่อยอีกรอบได้มั้ยรูปไม่สวยเลย” แม่ตัวแสบมองหน้าผมอย่างขำๆเล็กน้อย

“พอแล้ว...เดี๋ยวเราไปให้อาหารปลากันเถอะ” เธอเดืนมาจูงแขนผมที่อิดออดอยากถ่ายรูปใหม่ให้ตายสิ...จนมาถึงบ่อให้อาหารปลาเธอซื้อขนมปังมาสองถุงก่อนจะยื่นให้ผมถุงหนึ่งแล้วเดินไปจากนั้นเธอก็บิดเป็นชิ้นเล็กๆก่อนจะโยนลงไปในน้ำปลานับร้อยตัวโผล่ขึ้นมากินเศษขนมปังอย่างมากมายผมก็ทำตามที่เธอทำ....

“เฮ้ๆ ไอ้ตัวโตแกอย่าแย่งไอ้ตัวเล็กมากสิ” ผมตะโกนใส่ไอ้ปลาตัวโตที่มันเบียดปลาตัวเล็กมากินเศษขนมปัง

“ฮ่าๆ...นี่คุยกับปลาด้วยเหรอ” คนข้างๆเธอขำผมเล็กน้อยพร้อมกับหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายวิดีโอผมอย่างขำขัน...ผมเอื้อมมือไปบิดจมูกเธอเล็กน้อยอย่างเอ็นดูให้ตายเถอะน่ารักชะมัดแต่จู่ๆในขณะที่ผมกำลังวุ่นวายับการถ่ายรูปคู่ของเราสองคนจู่ๆสายตาผมก็เหลือบไปใครบางคนที่แอบดูเราอยู่....

“อย่าไปมอง...ฉันพึ่งรู้ตัวเหมือนกันเรารีบออกไปจากตรงนี้เถอะ” จู่ๆยัยแม่มดก็พูดขึ้นเบาๆข้างๆผมนั่นทำให้ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะการหนีมาเที่ยวของเราครั้งนี้เราไม่มีคนติดตามมาด้วยแม้แต่คนเดียวไงละ...

“เราจะไปไหนกันต่อ” ผมถามเธอขึ้นอย่างยิ้มๆพยายามทำตัวไม่มีพิรุธ

“ไปซาฟารีเวิล์ดกันเถอะฉันอยากดูสัตว์เยอะๆย้อนวัยเด็กด้วย”

“งั้นไปกัน” จากนั้นเราสองคนก็ทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเราเป็นทีซาฟารีเวิล์ดขึ้นรถดูสัตว์มากมายแล้วก็ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก...จากนั้นก็ไปที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และท้องฟ้าจำลองเพื่อไปถ่ายรูปสวยๆกับดูท้องฟ้าจำลองที่ยัยตัวแสบอยากไปมาก...แม้จะทำตัวไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่เราก็ระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าตอนแรกมากจนตอนนี้เรามานั่งดูท้องฟ้าจำลองกัน....วันนี้ที่เรามาคนเข้ามาไม่เยอะเท่าไหร่ผมกับยัยตัวแสบนั่งข้างหลังสุดไม่นานคนที่ตามเรามาก็เดินเข้ามานั่งห่างจากเราประมาณสามแถว...

“รอตรงนี้...ระวังตัวด้วยมีอะไรให้วิ่งออกไปก่อนเข้าใจนะ” ผมหันไปพูดกับเธอเบาๆแต่เหมือนเธอไม่อยากรับปากเท่าไหร่ “ผมเป็นห่วงคุณนะโซรับปากผมสิขอร้องละ”

“เฮ้อ...ก็ได้นายก็สัญญาอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ”

“ครับผมสัญญา...” สิ้นสุดคำพูดท้องฟ้าจำลองก็เริ่มขึ้นทุกคนเริ่มหันความสนใจไปในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมลุกขึ้นจากที่ก่อนจะค่อยๆเดินตรงที่หมอนั่นนั่งอยู่ผมถอดเข็มขัดออกมาจับตรึงไว้ในมือจนผมเดินไปถึงข้างหลังไอ้เวรที่ตามผมมา...ผมใช่เข็มขัดรัดคอของผมนั่นอย่างแรง

พรึบ!!!

“อั๊ก!!”

“ใครส่งแกมา...” ผมกระซิบที่ข้างหูมันเบาๆ

“อั๊ก!!” มันเริ่มดิ้นทุรนทุรายเพราะผมรัดแรงขึ้นเรื่อยๆจนหมอนั่นทำท่าจะตอบผมจึงคลายแรงลง...

“คุณคริส...คุณคริสสั่งให้ผมตามพวกคุณ..แฮ่กๆ....ก่อนหน้านี้มีคนตามพวกคุณมาก่อนแล้วแต่เราจัดการให้แล้ว...แฮ่กๆ...ผมมาดี” ไอ้คริสงั้นเหรอ...

“ฉันจะเชื่อแกได้ไง...”

“นี่เป็นข้อความที่คุณคริสสั่งผมมาคุณอ่านดูได้...ปล่อยเข็มขัดออกจากคอผมสักทีผมใจจะขาดแล้ว...” หมอนั่นหยิบโทรศัพท์ออกมาให้ผมดูก่อนผมจะตัดสินใจปล่อยเข็มขัดออกมาแล้วนั่งลงด้านหลังพร้อมกับใส่เข็มขัดตามเดิมจากนั้นก็เปิดดูข้อความที่หมอนั่นพูดถึง...

‘ไปตามดูไอ้หย่งกับเมียมีนหน่อยสิได้ยินมาว่ามันหนีไปเที่ยวนี่ไอ้หย่งไม่รู้หรือไงว่ามันกำลังถูกบางคนจ้องเล่นงาน...ถ้าเจอตัวละตามห่างๆอย่าให้มันรู้ตัวนะถึงไม่อยากช่วยก็เถอะเห็นแก่คุณโซราละกันจัดการพวกที่ตามมันอยู่ให้หมด’

ผมนั่งอ่านข้อความของไอ้คริสอย่างไม่ชอบใจไอ้เวรนี่คิดอะไรกับเมียผมจริงๆด้วย!!! ว่าแต่มันรู้ได้ไงว่ามีคนจ้องเล่นงานผม...

“สิ่งที่พวกคุณทำตอนนั้นมันยังไม่จบหรอกครับซินนะมันเป็นองค์กรใหญ่กว่าที่คิด...พวกนั้นกำลังจะมาล้างแค้นที่พวกคุณทำลายตัวอย่างการทดลองนรกนั้นของพวกมัน”

“งั้นเหรอ...พวกนายจัดการพวกมันหมดแล้วใช่ไหม”

“วันนี้ไม่มีใครตามคุณแล้วครับ...ทางที่ดีคุณควรกลับไปประเทศจีนได้แล้ว” ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยหลังจากได้ยินแบบนี้..

“งั้นเหรอ....งั้นก็โชคดีไปฉันจะพาเมียฉันไปกระบี่ต่อ” ผมได้ยินมาว่าที่นี่ค่อนข้างจะสวยมากเพราะผมไปหาดูในเน็ต

“นี่คุณหย่งสือคุณได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่าว่า....”

“ฉันรู้แต่ฉันขอแค่ช่วงนี้ได้ใช้เวลากับเมียฉันเท่านั้น...เพราะสิ่งที่ต้องกลับไปเจอมันไม่ใช่เรื่องที่เราจะสามารถกลับมาที่นี่ได้อีก....ขอแค่ช่วงเวลานี้มันดีที่สุดเท่านั้นแกก็รู้ว่าฉันเป็นใครและเธอเป็นใครเราต่างคนต่างมีภาระที่ต้องแบกรับเพราะงั้นแค่ช่วงนี้เท่านั้นที่เราจะหลุดจากสิ่งเหล่านั้น...” พูดจบผมก็ลุกขึ้นเดินกลับไปหาเธอพร้อมกับปั้นยิ้มออกมาผมจะไม่ให้เธอรู้เรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นเด็ดขาด...

“เป็นไงบ้าง...พวกนั้นเป็นใครนายเป็นอะไรมั้ย”

“ใจเย็นๆผมไม่เป็นไรพวกนั้นไม่ใช่ศัตรู...ถึงจะเคยเกลียดแต่ก็ไม่ใช่เอาเป็นว่าเราดูท้องฟ้าจำลองต่อเถอะอย่าคิดมากเลย” ผมนั่งกุมมือเธอแน่นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าจำลองนั่น...อย่างน้อยแค่ตอนนี้เราได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างนี้ก็พอแล้ว...

“หลังจากออกจากที่นี่เราไปที่กระบี่ได้มั้ยผมเคยหาในเน็ตรู้สึกว่าที่นั่นสวย...เราไปกันนะ” แค่ตอนนี้เราจะยิ้มให้กันได้มากที่สุดขอแค่นั้นก็พอแล้ว....

“อื้อได้สิ...” จากนี้จะผมปกป้องคุณเท่าชีวิต....ที่รักของผม....

 

 

ตอนนี้ไรท์ไม่รู้จะพูดอะไรคือแบบงือออหลงรักอาหย่งแง้ๆๆๆๆจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกหรือเปล่าเนี่ยยยยยย

อย่าลืมกดคอมเมนท์แสดงความคิดเห็นกันหน่อยนะว่าตอนนี้ไรท์พัฒนาการเขียนเป็นไงบ้างอิอิอิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น