Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 12 การประมูลที่ดุเดือด

ชื่อตอน : EP : 12 การประมูลที่ดุเดือด

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 774

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 20:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 12 การประมูลที่ดุเดือด
แบบอักษร

 

 

EP : 12 การประมูลที่ดุเดือด 

 

 

 

 

 

 

 

“ของชิ้นต่อไปจะเป็นอะไรที่ทุกท่านจะต้องพลาดไม่ได้นะเจ้าค่ะ พลาดไปแล้วข้าคงช่วยพวกท่านไม่ได้จริงๆ” หญิงสาวพิธีกรพูดขึ้นเมื่อมาถึงสิ้นค้าที่ทุกคนต่างก็รอค่อยเป็นอย่างมาก

 

“ข้าอยากรู้เสียแล้วสิว่ามันคืออะไร”

 

“เปิดเลยขอรับแม่นาง”

 

“เปิดเลยๆ ข้าอยากจะรู้แล้ว”

 

“เปิดๆ ๆ”

 

เสียงร้องของลูกค้าที่รอดูสินค้าชิ้นที่พวกเขารอคอยกันอย่างใจจดใจจอเพราะหญิงสาวพิธีกรคนนี้บอกเอาไว้ก่อนเริ่มงาน มันทำให้ทุกคนรู้อยากจะได้มันมาครอบครองเป็นที่สุด

 

พรึบ!

 

“นะ…นั้นมัน!!” เสียงจากผู้คนรอบข้างดังขึ้นเมื่อมองเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่หน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองได้แต่มองอย่างตื่นตะลึง

 

“นั้นมันน้ำวารีสวรรค์ใช่หรือไม่” เสียงของใครบ้างคนพูดขึ้นทำให้คนอื่นๆ ต่างพากันดึงสติกลับมาพร้อมกับเตรียมคำนวณราคาที่จะเอาไว้ประมูลในใจขึ้นมา

 

“ใช่จริงๆ ด้วย ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือ” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น นั้นทำให้หลายคนต่างก็มีความมั่นใจมากขึ้นว่ามันคือน้ำวารีสวรรค์จริงๆ

 

“เอาล่ะเจ้าค่ะ ข้าว่าทุกท่านคงอยากจะให้ข้าเริ่มการเปิดประมูลแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” หญิงสาวพิธีกรพูดขึ้นเมื่อกี้นางได้เปิดโอกาสให้คนดูและพูดคุยกันไปแล้ว และตอนนี้ก็คงต้องถึงเวลาที่นางจะต้องทำหน้าที่ต่อแล้ว

 

“ใช่ๆ รีบเปิดประมูลเลยแม่นางข้ารอประมูลไม่ไว้อยู่แล้ว” ชายคนหนึ่งที่อยู่มุมในสุดพูดขึ้นเขานั้นยังไม่ได้ของสักชิ้นเลย และของที่อยู่ตรงนั้นจะต้องเป็นของเขา

 

“เจ้าค่ะๆ เราจะเปิดประมูลด้วยราคาที่เริ่มต้นด้วย 70,000เหรียญทองเจ้าค่ะ” ทันทีที่สิ้นสุดเสียงของหญิงสาวพิธีกรเหล่าที่มารวมงานคนใหญ่คนโตก็พากันแข่งขันกันประมูลเพื่อที่จะแย่งชิงมาเป็นของด้วยด้วยความที่น้ำวารีสวรรค์นั้นทำได้หลายหลายไม่จะเป็นการรักษาบาดแผลหรือทำเป็นโอสถหรือจะเป็นการทะลวงระดับลมปราณก็ตาม

 

“100,000เหรียญทอง”

 

“200,000เหรียญทอง”

 

“550,000เหรียญทอง”

 

 

 

การประมูลที่ดุเดือดไม่ว่าจะเป็นคนที่มาจากเมืองไหนหรือมาจากสำนักไหนก็ตามและไม่ว่าเป็นเป็นคนจากแคว้นไหนๆ ก็ต่างพากันแข่งกันประมูลด้วยราคาที่เริ่มจะสูงเกือบสิบล้านเหรียญทอง และก็เมื่อมาถึงจุดที่คนคนต่างก็ยอมแพ้ให้กับราคาที่คนจากแคว้นมังกรคำรามที่ประมูลไปถึงยี่สิบล้านเหรียญทองทำเอาคนอื่นๆ เกิดความลังเลเล็กน้อยเพราะก่อนหน้านี้ใช้จ่ายไปเยอะพอสำควร

 

“งั้นน้ำวารีสวรรค์ขวดนี้ก็เป็นของท่านที่มาจากแคว้นมังกรคำรมที่ยิ่งใหญ่ไปนะเจ้าค่ะ แต่ว่า…ทุกท่านอย่าได้เสียใจไปเลยนะเจ้าค่ะที่ไม่ได้ครอบครองขวดน้ำวารีสวรรค์ เพราะว่าเรายังมีอีกสี่ขวดให้พวกท่านทุกคนประมูลนำกลับไปที่ตระกูลของท่านและสำนักหรืออาจจะเป็นแคว้นของท่านก็ตาม แต่อย่าได้เสียไปนะเจ้าค่ะ ถ้าตอนนี้กำลังตัดสินใจว่าท่านนั้นทรัพย์สินเงินทองไม่พอเราให้เวลาพวกท่านติดต่อกลับไปยังตระกูลหรือจะเป็นสำนักแล้วก็แคว้นของพวกท่าน เพื่อที่จะนำมาประมูลของกลับไปเจ้าค่ะ เรามีเวลาให้พวกท่านแค่หนึ่งธูปก้านดอกเท่านั้นะเจ้าค่ะ” พูดจบหญิงสาวก็ปรบมือเบาๆ เหล่านางรำที่ถูกจ้างมาจากหอนางโลมที่ร่ายรำให้แก่ทุกคนที่อยู่ในนี้เป็นการคั้นเวลา

 

เพื่อไม่ให้ทุกคนเคร่งเครียดในตอนนี้มากนัก พวกที่อยากได้น้ำวารีสวรรค์ก็พากันรีบติดต่อกลับไปยังตระกูลหรือจะเป็นสำนักและก็แคว้นของตัวเองเพื่อนำทรัพย์สินมาประมูลของมีค่านี้กลับไป

 

 

 

“ลูกว่าเราคงรวยแน่ๆ เจ้าค่ะท่านพ่อ” หรงซู่จินพูดขึ้นเพราะแค่น้ำวารีสวรรค์ขวดเดียวของเธอก็ปาไปยี่สิบล้านเหรียญทองเสียแล้ว

 

“พ่อว่าลูกอาจจะรวยกว่าพ่อที่ทำงานมาหลายปีเลยด้วยซ้ำ” หรงจินเฉินพูดเบาๆ อย่างอับอายเมื่อลูกสาวตัวน้อยของเขาทรัพย์สินเงินทองได้มากกว่าเขาเสีย ขนาดเขายังต้องใช้เวลาเป็นเดือนเลยถึงจะมีรายได้เท่านี้

 

“ไม่เลยเจ้าค่ะ ลูกก็แค่โชคดีเพียงเท่านั้นเองเจ้าค่ะ” หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นพร้อมกับเอียงตัวไปกอดหรงจินเฉินอย่างออดอ้อน เมื่อรู้ว่าว่าท่านพ่อของเธอนั้นดูเหมือนจะน้อยใจ

 

“ถึงลูกจะพูดแบบนั้นก็เถอะนะ พ่อก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีนั้นแหละ”

 

“ท่านพ่อ งอนลูกเหรอ” หรงซู่จินใช้น้ำเสียงหง่อยๆ จนผู้เป็นพ่อที่รักลูกสาวอย่างหรงซู่จินนั้นทนไม่ได้ จนรีบพูดปลอบลูกสาวตัวน้อยของเขาทันที เพราะกลัวหรงซู่จินจะร้องไห้

 

“เปล่าๆ ไม่ได้งอนลูกเลยสักนิด”

 

“จริงหรือเจ้าค่ะ”

 

“จริงสิๆ” หรงจินเฉินพูดย้ำเพื่อให้ลูกสาวของเขานั้นมั่นใจในคำพูดของเขาที่พูดออกไป หวางชูที่เห็นว่าหรงจินเฉินที่โง่จนดูการแสดงของลูกสาวของตัวเองไม่ออกก็ได้แต่เอือมระอา เพราะไม่มีใครเห็นและรู้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว ว่าหรงซู่จินนั้นตัวร้ายที่สุดแล้ว

 

“เจ้าก็ไปแกล้งพ่อเจ้าอยู่ได้” แต่ด้วยความที่หวางชูนั้นอยากจะหักหน้าหรงซู่จินสักครั้งและก็อยากจะเชื่อหรงจินเฉินด้วย ก็เลยพูดออกไป แต่เขาไม่คิดเลยว่าคำพูดของเขานั้นจะทำให้เขาเดือดร้อนในภายหลัง

 

“ข้าเปล่าสักหน่อยเจ้าค่ะ” หรงซู่จินปฏิเสธกลับทันทีพร้อมกับเอียงใบหน้างามไปซบกับไหล่แกร่งของท่านพ่อพลางมองหวางชูอย่างเอาเรื่องสื่อสายว่าอดทานเนื้อย่างแน่

 

“ข้าก็แค่แกล้งเจ้าเล่น” หวางชูรีบพูดขึ้นมาทันทีที่เห็นสายตาของหรงซู่จินที่มองมาที่เขา เดี๋ยวเขาอดทานเนื้อย่างหรอกนะ ถึงได้ไม่พูดต่อนะ แต่พอหรงจินเฉินได้ยินแบบนั้นก็เกิดหวงลูกสาวขึ้นมาทันที

 

“ท่านชอบซู่เออร์”

 

“ใครบ้างที่ไม่ชอบแม่หนูนี่ ขนาดเจ้ายังทั้งรักทั้งหลงเลย” หวางชูพูดขึ้นด้วยใบหน้านั้นนิ่งสุดๆ และเลือกใช้คำพูดที่ฉลาดสุดๆ ที่ตอบกลับหรงจินเฉินไปแบบนั้น

 

“มันก็จริงของท่าน” หรงจินเฉินที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดตามก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย ลูกสาวของเขาเป็นหญิงงามปานนั้นใครบ้างที่จะไม่ชอบ ถึงแม้จะมีบางคนไม่ชอบก็เถอะ

 

“การประมูลจะเริ่มอีกแล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้น พลางมองออกไปยังด้านล่างและมองไปยังมังกรคำรามที่ประมูลน้ำวารีสวรรค์ไปได้อย่างสนใจนิดๆ เพราะท่านพ่อเล่าให้ฟังว่าคนแคว้นมังกรคำรามนั้นแข็งแกร่งมาก แถมยังแข็งแกร่งกว่าแคว้นอื่นๆ เสียอีก ถ้าไม่นับว่ามีสำนักราดาจุติที่ใหญ่ที่สุดเพราะสำนักราดาจุตินั้นตั้งสำนักอยู่ใจกลางป่ามายาอสูรที่เต็มไปด้วยอันตรายและยังเป็นจุดศูนย์กลางของทุกแคว้นอีกด้วยจะเรียกว่าเป็นจุดศูนย์กลางของแคว้นต่างๆ ก็ว่าได้

 

 

 

“หมดเวลาแล้วนะเจ้าค่ะ ตอนนี้เรามาเริ่มการเปิดประมูลดีกว่าเจ้าค่ะ เพราะยังมีขวดน้ำวารีสวรรค์เหลืออยู่ให้พวกท่านประมูลกันกลับไปอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ เริ่มต้นด้วยราคา70,000เหรียญทอง เหมือนเดิมเจ้าค่ะ เริ่มเปิดการประมูลได้เจ้าค่ะ” เมื่อหญิงสาวพิธีกรพูดจบผู้คนที่รอการเปิดประมูลอยู่ก็เริ่มส่งเสียงกันอีกครั้งอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมแพ้ใครและไม่นานน้ำวารีสวรรค์อีกสี่ขวดก็หมดไป ซึ่งเป็นคนของแคว้นมังกรคำรามได้ประมูลหมดไปยังสามสิบล้านเหรียญทอง ต่อมาก็เป็นคนจากสำนักกิเลนไฟที่ประมูลไปยี่สิบห้าเหรียญทอง แล้วก็คนจากแคว้นเต่าทมิฬที่ประมูลไปสามสิบสามล้านเหรียญทอง แล้วก็คนจากสำนักราดาจุติที่ประมูลไปสี่สิบล้านเหรียญทอง

 

“ดูเหมือนทุกท่านจะดีใจอย่างยิ่งที่ได้น้ำวารีสวรรค์กลับไป ข้าก็ยินดีด้วยเจ้าค่ะ แต่ความสนุกยังไม่หมดนะเจ้าเพราะต่อไปนั้นมีค่ามากเจ้าค่ะ และมันจะมีเพียงแค่ห้าชิ้นเท่านั้น ถ้าท่านได้ไปคงจะทำให้ท่านทะลวงเลื่อนระดับที่ท่านติดอยู่กับที่มานานไปได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ เอาละเจ้าค่ะ ข้าจะไม่พูดมากแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า” หญิงสาวพิธีกรพูดพร้อมกับเดินไปเปิดขิงชิ้นต่อไปให้ทุกคนได้เห็นเต็มๆ ตา ไม่ได้รอให้สติทุกคนกลับมานัก หญิงสาวพิธีกรก็เริ่มพูดขึ้นมาต่ออีกครั้ง

 

“นี่คือผลึกแก้ววารีสวรรค์เจ้าค่ะ เราจะราคาเริ่มการประมูลอยู่ที่100,000เหรียญทองขึ้นไปเจ้าค่ะ” เมื่อหญิงสาวพิธีกรพูดจบบรรดาผู้คนที่ต่างรอมานานและอยากจะรู้ว่าของสิ่งนั้นมันคืออะไรและเมื่อได้เห็น ความอยากได้ก็เริ่มเข้ามาครอบงำทันที ทุกคนต่างประมูลกันแบบทุ้มสุดตัวโดยไม่คิดอะไรมากนัก และกว่าจะรู้จักทรัพย์สินเงินทองทั้งเยอะที่เตรียมมาก็เกือบจะหมดไป

 

“400,000,000เหรียญทองตกไปเป็นของแคว้นมังกรคำรามเจ้าค่ะ”

 

“430,000,000เหรียญทองตกไปเป็นของสำนักหงส์เจ้าค่ะ”

 

“500,000,000เหรียญทองตกไปเป็นของราชวรงค์กิเลนคลั่งเจ้าค่ะ” ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไรทุกคนต่างก็หลงมัวเมาให้การประมูลอย่าไม่ลืมหูลืมตา จนสุดท้ายแล้วผลึกแก้ววารีสวรรค์ทั้งสองนั้นก็ได้ตกไปเป็นของสำนักเต่าวารีด้วยราคาอยู่ที่ห้าร้อยยี่สิบล้านเหรียญทอง แล้วก็จากสำนักกิเลยสายไฟด้วยราคาอยู่ที่ห้าร้ายห้าสิบล้านเหรียญทอง

 

“วันนี้ข้าน้อยต้องขอบคุณทุกท่านมากจริงๆ นะเจ้าค่ะ พวกเราขอจบการประมูลเพียงเท่านี้ เชิญพวกท่านไปรับและจ่ายทรัพย์สินเงินทองตามที่ท่านประมูลไปได้เลยเจ้าค่ะ” เมื่อจบประมูลแล้วหญิงสาวก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มหวานเพราะตั้งแต่ทำหน้าที่นี้มานางเพื่อจะได้เห็นการประมูลที่ดุเดือดกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยทำงานมาก็ว่าได้

 

 

 

“เรารออยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวโจโฉเหวยก็มาหาเราเอง” หรงจินเฉินพูดขึ้นเพราะคาดว่าสหายของเขานั้นคงต้องหัวหมุนกับงานมอบของให้กับทุกคนอยู่แน่ๆ ปานนี้คงนั่งยิ้มหน้าบานเป็นแน่ๆ ได้กำไรเยอะกว่าครั้งไหนๆ เสียอีก

 

“ดูเหมือนคนที่ประมูลของไปจะพยายามถามโจโฉเหวยนะว่าใครนำของมาประมูล” หวางชูที่นั่งจิบน้ำชาเงียบๆ มาตั้งนานก็พูดขึ้น และเมื่อได้ยินโจโฉเหวยตอบคนพวกนั้นไป ก็ทำเขาคิ้วกระตุกไปอีกรอบของวันนี้

 

 

 

“พอดีมีผู้สูงอายุลึกลับคนนี้หนึ่งนำมาประมูลนะ” โจโฉเหวยตอบทุกคนด้วยคำตอบเดิมๆ ไม่สนใจว่าใครจะใหญ่มากจากไหนก็ตามแต่ใครจะกล้ามีเรื่องกับโรงเตรียมตระกูลโจกันเล่า เพราะตระกูลโจนั้นมีสาขาไปทั่วทุกแคว้นทุกเมืองหลวง คนของตระกูลโจนั้นระดับสูงๆ กันทั้งนั้น ขุมกำลังก็เยอะอีกด้วย ถ้าเปรียบก็คงจะใหญ่เท่ากับแคว้นหนึ่งเห็นจะได้

 

“อย่างนั้นหรือ ข้าเสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้เจอกับเขา” ชายคนนี้เป็นคนจากแคว้นมังกรคำรามที่ประมูลหมดไปเยอะกว่าคนอื่นๆ

 

“น่าๆ อย่าเสียใจไปเลย วันนี้ท่านไปของดีๆ ไปเยอะนะ ท่านควรจะดีใจสิ” โจโฉเหวยมีหรือจะไม่รู้ว่าคนคนนี้ต้องการอะไรจากหวางชู และด้วยว่าหวางชูเป็นอาจารย์และผู้มีบุญคุณกับหลานสาวของเขานั้น เลยช่วยปกปิดเรื่องของหวางชูเอาให้ เพราะมันคือกฎของโรงประมูลของเข้าที่ต้องรักษาข้อมูลของผู้ที่ทำการค้าด้วย

 

“อืม มันก็จริงของท่าน งั้นข้าไปละ วันนี้ท่านคงจะยุ่งอีกตามเคย” ชายคนนั้นผู้จบก็เดินหายจากไปทันที ทำให้โจโฉเหวยหันกลับมาทำงานต่อ กว่าจะเสร็จก็นานพอสำควร เขาเดินตรงไปยังห้องพิเศษที่มีสหายและหลานสาวของเขาและหวางชูรออยู่

 

“อ้าวทำไม่เข้าไม่ได้ละเนี่ย” โจโฉเหวยที่เดินมาถึงห้องและเปิดประตูแต่ก็เดินเข้าไปไม่ได้เหมือนจะติดอะไรบ้างอย่างที่เขามองไม่เห็น

 

หวางชูที่มองอีกฝ่ายที่กำลังยืนงงอยู่ว่าทำไมเข้ามาในห้องไม่ได้ก็ได้แต่หัวเราะในใจเมื่อได้เอาคืนโจโฉเหวยที่ว่าเขาเป็นชายสูงอายุ และได้แต่ปล่อยเอาไว้แบบนั้นอยู่นาน

 

จนหรงซู่จินสังเกตเห็นว่าโจโฉเหวยที่ตอนนี้นั้นกำลังยืนงงอยู่หน้าห้องก็มองมาที่หวางชูทันที หวางชูทำเป็นมองไปไม่เห็นสายตาที่หรงซู่จินมองมาพร้อมกับนั่งจิบน้ำชาและแอบสะบัดมือเบาๆ เพื่อสะลายม่านอักขระออกไป

 

“ต้องขออภัยด้วยท่านลุง พอดีพวกข้ากำลังคุยกันอยู่และไม่อยากให้คนข้างนอกมาได้ยิน ก็เลยกางม่านอักขระเอาไว้” หรงซู่จินเป็นคนอธิบายแทนทันทีเพราะถ้าจะให้หวางชูพูดขึ้นมานั้นก็คงจะยากพอดูเพราะเวลาพูดแต่ละอย่างเธอไม่ค่อยจะไว้ใจเท่าไร

 

“อ๋อ เป็นเช่นนี้เอง” โจโฉเหวยร้องอ๋อในใจพร้อมกับพยักหน้ารับพลางมองไปที่หวางชูที่นั่งนิ่ง สงสัยต้องเป็นม่านอักขระคนนี้เป็นแน่ เขาช่างยอดเยี่ยมเสียจริงๆ ถึงแม้โจโฉเหวยจะชมหวางชูในใจ แต่หวางชูที่ได้ยินนั้นไม่ได้รู้สึกดีใจนักเพราะเขายังไม่หายเคืองจากการที่ถูกโจโฉเหวยนั้นว่าเขาเป็นผู้สูงอายุ

 

“นี่เงินของท่านตรวจได้ว่าครบหรือไม่” โจโฉเหวยยื่นแหวนมิติให้กับหวางชูพร้อมกับพูดขึ้นมา หวางชูตรวจสอบเสร็จก็พยักหน้าให้โจโฉเหวยพร้อมกับลุกขึ้นและให้สองพ่อลูกลุกขึ้นตามทันที

 

“ข้าไปก่อนนะเจ้าค่ะ ท่านลุง”

 

“ข้าไปละ เขาได้ยินที่เจ้าพูดหมดทุกอย่าง” หรงจินเฉินพูดเบาๆ บอกสหายรัก เมื่อเขานั้นอยู่เป็นคนสุดท้ายในห้องกับสหายของเขา โจโฉเหวยได้แต่พยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไรมากมายอะไร ไม่แปลกหรอกที่หวางชูจะได้ยินเขาพูดอะไร หลังจากนั้นโจโฉเหวยก็เดินตามออกไปจากนั้นก็เดินหลังห้องตัวเองไป แต่เขาก็เข้าห้องทำงานตัวเองไม่ได้ นี่มันอะไรกันเนี่ย นี่อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของหวางชูนะ โอ๊ย เขาอยากจะบ้าตาย เขาทำอะไรผิดไปเนี่ย!!!

 

 

 

รู้สงสารโจโฉเหวยยังไงก็ไม่แหะ แหมๆ หวางชูมีเคืองด้วยอะ หวางชูอยากจะเอาคืนหรงซู่จินก็ทำไม่ได้เพราะกลัวอดท่านเนื้อย่าง ช่วงนี้เราอยู่ในช่วงฝึกงานน่า บอกไว้ก่อนเพื่อใครคิดว่าเราจะเทคิดนิยายเรื่องนี้ มีให้อ่านที่เด็กดีกับ Fictionlog นะคะ เด็กดีจบไปแล้วภาคหนึ่งส่วนFictionlogใกล้จะอัพจบแล้วจร้า ใครรอไม่ไหวก็ไปอ่านสองเว็บนี้รอเราได้น่า 

ความคิดเห็น