เนรันยา/เนตรกวี
facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ (3)

ชื่อตอน : บทที่ 8 เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 19:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ (3)
แบบอักษร

เพราะเสียงประกาศกร้าวทำให้รสาจำใจเดินกลับไปที่ห้องอย่างห้ามไม่ได้ แม้ใจจริงเธออยากรู้ว่าสองหนุ่มนั้นมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน เพราะเวลาพูดจับน้ำเสียงได้ว่ามีเรื่องค้างคาใจกันอยู่ และอีกเรื่องที่ทำให้เธอคิดคือเรื่องของนีรดาที่ไปอยู่กับเอนิวาลฟ์ จนอดห่วงไม่ได้ แต่ถึงยังไงเธอต้องช่วยน้องออกมาให้ได้ แม้จะเอาตัวเองยังไม่รอดก็ตาม 

         “แล้วฉันจะไปตามหาเธอที่ไหนล่ะน้ำหวาน เพราะถึงยังไงผู้ชายคนนั้นคงไม่บอกแน่ว่าเธออยู่ที่ไหน...” ตอนนี้รสากำลังกังวลอยู่ว่าจะช่วยน้องอย่างไร ในเมื่อเธอเองก็ไปไหนไม่ได้ มีทางเดี่ยวคือทางหนี แม้มันจะยากมากก็ตาม รสาจึงไม่รอช้าเอาหูแนบประตูเพื่อฟังสองหนุ่มคุยกันด้วยคำพูดที่แสนจะหยาบคาย 

         “มึงมาเผาโรงงานกูทำไม...” เอนิวาลฟ์ถามด้วยความเดือดดาล เพราะมีอยู่คนเดียวที่กล้าทำเรื่องนี้กับเขาได้คือเรียวกิ เพื่อนสนิทที่กลายมาเป็นศัตรู 

         “มึงคิดว่าเป็นกูอย่างนั้นเหรอ กูไม่โง่ทำอะไรแบบนี้หรอก คนอย่างกูถ้าจะทำก็ทำซึ่งหน้าๆ หน้าไม่ได้ดีแต่เก่งลับหลัง” สองหนุ่มมองกันอย่างเชือดเฉือน  คนหนึ่งก็มาเฟีย ส่วนอีกคนก็มาเฟีย 

         “แต่ศัตรูของกูก็มีแค่มึง แล้วมึงจะให้กูคิดว่าเป็นใคร” เอนิวาลฟ์ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด เมื่อไอ้เรียวกิมันไม่ยอมรับความจริงเสียที 

         “ก็กูไม่ได้ทำ...มึงจะให้กูยอมรับอย่างนั้นเหรอ อย่าฝันไปเลย การที่มึงบุกมาถิ่นของกูคิดว่าจะเข้ามาง่ายๆ แล้วออกไปง่ายอย่างนั้นเหรอ” 

         “ถิ่นมึงแล้วทำไม คนอย่างกูไม่เคยกลัวมึงอยู่แล้ว” เอนิวาลฟ์ตอบอย่างยียวน สองหนุ่มรู้ไส้รู้พุงกันเสียทุกอย่าง ทำให้ทั้งคู่ต่างมองความคิดความอ่านของกันและกันออก 

         “ไอ้เอน!!!” เรียวกิร้องเรียกชื่อเล่นของเอนิวาลฟ์ออกมาอย่างเผลอตัว เพราะครั้งหนึ่งตอนที่ทั้งสองเป็นเพื่อนที่แทบตายแทนกันได้แต่ต้องมาผิดใจกันเพราะผู้หญิงเลวๆ เพียงคนเดียว 

         “มึงอย่ามาเรียกชื่อเล่นของกู มึงกับกูไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” เอนิวาลฟ์ร้องออกมาอย่างฉุนขาด  

         “คิดว่ากูอยากเรียกอย่างนั้นเหรอ เรื่องที่โรงงานมึงโดนไฟไหม้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกูแม้แต่นิดเดียว อย่าคิดแต่ว่ากูจะทำเพราะมึงมันก็ศัตรูเยอะเหมือนกัน!!” สองหนุ่มเพื่อนรักหักเหลี่ยมแค้นมองหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย  

         “อย่าให้กูจับได้ว่ามึงเป็นคนทำ เพราะกูซัดไม่เลี้ยงแน่” เอนิวาลฟ์ชี้หน้าด่าเรียวกิด้วยความโมโห ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับทันที แต่เมื่อคิดบางอย่างได้ มาเฟียหนุ่มหันมองหน้าเรียวกิอีกครั้งแล้วพูดบางอย่างออกมา 

         “เมียมึงสวยดีนะ...ระวังเอาไว้ให้ดีล่ะ” เอนิวาลฟ์ยิ้มเยาะทีหนึ่งก่อนที่จะก้าวออกจากห้องด้วยความสะใจที่ได้เห็นใบหน้าขาวซีดของเรียวกิ และดูท่าทางมันจะหวงผู้หญิงคนนี้มากเสียด้วย และเขาจะไม่ยอมเปิดตัวให้มันรู้ว่าตอนนี้เขาคั่วอยู่กับนีรดา เพราะถ้ามันรู้มันคงเล่นเขากระอักเหมือนกัน 

         “มึง!!!” เรียวกิได้แต่ยืนนิ่งพร้อมกับกำหมัดแน่นด้วยความโมโหที่มันมายั่วเขาเรื่องรสา แต่จะไม่มีทางยอมให้มันทำสำเร็จ เพราะถ้ามันกล้ามาแย่งอีกครั้งเขารับรองว่าจะฆ่ามันด้วยมือของเขาเอง 

         เมื่อลับร่างของเอนิวาลฟ์เรียวก็ทำการปิดประตูอย่างรวดเร็วก่อนที่จะลงกลอนอย่างแน่นหนาเพื่อกันคนนอกเข้าคนในออก และเขาจะจัดการยัยตัวแสบที่ไปเสนอหน้าโชว์ตัวให้ไอ้เอนิวาลฟ์เห็น 

         ประตูห้องนอนเปิดออก ทำให้รสาที่แอบฟังอยู่สะดุ้งตัวโหยงด้วยความตกใจเมื่อร่างราวกับยักษ์ปักหลั่นของเรียวกิมายืนตรงหน้าของเธอแล้ว 

         “ทำแสบไว้นะรสา...” 

         ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นดวงตาแข็งกระด้างของเขาที่มองมา เอาอีกแล้วสินะ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้โมโหง่ายขนาดนี้ แค่ทำอะไรนิดหน่อยก็เดือดขึ้นราวกับน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงจนปุดออกมา 

         “ฉันยังไม่ได้ทำอะไร” ร่างสาวถอยร่นออกห่างจากเรียวกิเพราะเห็นอนาคตอันใกล้ว่าเธอต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ยิ่งร่างกายของเขามีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกายทำให้เธออดหวาดระแวงไม่ได้ 

         “เหรอ...แล้วแต่งตัวแบบนี้แล้วไปเปิดประตูให้ผู้ชายนี่คือไม่ได้ทำอะไรเลย คิดว่าฉันโง่หรือไง” 

         “นี่คุณ! ฉันจะไปรู้ไหมว่าคนที่มาเป็นผู้ชาย แล้วเมื่อคืนคุณก็ฉีกเสื้อฉันจนขาดหมดจะให้ฉันใส่อะไรไป หรือไม่ต้องใส่ก็ได้นะ มาถึงขนาดนี้ฉันไม่จำเป็นต้องอายแล้วล่ะ!” เสียงหวานตะโกนร้องประชด เพราะไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เหมือนจะผิดไปหมดในสายตาของหนุ่มลูกครึ่งคนนี้ 

         “รสา...เถียงเก่งเหลือเกินนะ” 

         “ฉันไม่เถียง ฉันแค่อธิบายเหตุผล” หญิงสาวสะบัดหน้าด้วยความโมโหที่ชายหนุ่มเอาแต่ใช้อารมณ์และสุดท้ายเธอก็เป็นได้แค่ที่ระบายอารมณ์ของเขา 

         “อย่ามาเดินหนีฉันอย่างนี้นะรสา!!!” ร่างสูงใหญ่เดินตามสาวร่างเล็กที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะตรงไปกระชากข้อมือบอบบางให้เธอหันมาคุยกับเขา 

         “ฉันไม่อยากยุ่งกับผู้ชายที่ไร้เหตุผลกับคุณ ปล่อยฉันไปซะที ฉันไม่ใช่นักโทษไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวที่จะยอมให้คุณทำอะไรกับฉันก็ได้ขอเพียงแค่มีเงิน” รสาตอกกลับอย่างเหลืออด เพราะแค่นี้เธอก็รู้สึกรังเกียจตัวเองจะแย่ที่ยอมรับเขาอย่างหน้าไม่อาย 

         “ทำไม! เมื่อกี้เธอเห็นไอ้เอนมันใช่ไหม เลยอยากจะโผล่เขาหามัน!” เพราะภาพบาดตาก่อนหน้านี้ทำให้เรียวกิคิดไปเองว่าเธอชอบเอนิวาลฟ์เพราะเห็นท่าทีของเธอที่สนใจมันมากเป็นพิเศษ แต่มาเฟียหนุ่มไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังว่าแท้จริงแล้วรสากำลังอยากรู้เรื่องของน้องสาวของเธอต่างหาก 

         เพียะ! 

         “อย่ามาดูถูกฉันนะ! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆ ที่จะเห็นเงินแล้วอยากโผเข้าหา” 

         “เหรอ...งั้นก็เป็นสักที ฉันจะให้เธอเท่าที่เธออยากได้ ขอเพียงอย่าร่านไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นก็พอ!!” ถ้อยคำผรุสวาทของเรียวกิทำให้อารมณ์ของรสาขาดสะบั้น เพราะคำว่า ‘ร่าน’ ของเขามันแรงมากสำหรับเธอ 

         “อย่ามาพูดอย่างนี้!! คุณไม่รู้จักฉันดีพอ” ว่าจบรสาก็รวบแรงทั้งหมดดันประตูเพื่อไม่ให้เรียวกิเข้ามาได้ ก่อนที่เธอจะเป่าปากด้วยความโล่งอกที่พ้นออกจากมือมัจจุราชอย่างเขา 

         ปัง! ปัง! ปัง! 

         “ออกมาเดี๋ยวนี้รสา!! ก่อนที่ฉันจะโมโหพังประตูนี้เข้าไป!” ปากพูดพร้อมกับมือที่ทุบประตูไม่มีทีท่าหยุด จนรสาแอบสะดุ้งหลายรอบด้วยความหวั่นใจ เพราะรู้ว่าผู้ชายคนนี้ทำได้ทุกอย่างที่เขาต้องการ 

         “ไม่!!! ฉันไม่ออก...” มือบอบบางทาบลงบนอกที่หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก  

         “เธอออกมาเจอดีแน่รสา...” เสียงข่มขู่จากภายนอกทำให้นักต้มตุ๋นสาวถึงกับหวาดระแวงว่าถ้าเขาเข้ามาในนี้ได้มีหวังเธอมีแต่ตายกับตาย 

         เรียวกิที่อยู่ข้างนอกถึงกับหัวเสียเมื่อสาวจอมดื้อรั้นเหลือเกิน ทำให้เขาแทบทนไม่ไหวอยากจะพังประตูนี้ให้มันพังไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ยังสามารถยับยั้งอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ได้ แก้แค้นวันอื่นยังไม่สาย 

         เวลาผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมงแต่ไม่มีทีท่าว่ารสาจะออกมาเสียที จนเรียวกิทนไม่ไหว และในจังหวะที่กำลังจะลุกออกไปเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาก่อน 

         กรี๊ง!!! 

         เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้เรียวกิได้แต่ร้องจิ๊จ๊ะในลำคอด้วยความขัดใจที่มีคนมาขัดจังหวะการปราบพยศยัยตัวแสบ และเมื่อมองหน้าจอของตัวเองทำชายหนุ่มกดรับทันที  

         “สวัสดีครับคุณตา...” เรียวกิกรอกเสียงไปตามปลายสาย แม้ใจจะคุกรุ่นแต่การคุยกับคนเป็นตาทำให้เขาต้องระงับอารมณ์กรุ่นโกรธของตัวเองออกให้หมด 

________________________________

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ เรื่องนี้เป็นภาคเเรกของเซตนะคะ เรื่องนี้มีภาคต่อด้วยกันสามเล่มเน้อออ ถ้าใครสนใจเล่ม หรืออีบุ๊คสามารถอินบ็อกเพจไรท์มาได้เลยจ้าา

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น