KlaKawii

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2/3. สวยใจร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 2/3. สวยใจร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 17

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2/3. สวยใจร้าย
แบบอักษร

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีลูกน้องมายืนบอกว่า ‘เจ๊คนสวย’ มาหา มือที่กำลังง่วนอยู่กับใต้ท้องรถเกิดการชะงักไปทันที แล้วขุนพลก็เลื่อนตัวออกมาจากรถเก๋งสีขาวสะอาดตา แล้วอุปกรณ์ทำงานก็ถูกส่งไปให้กับต้นที่ยืนอยู่ หลังจากนั้นขุนพลก็เดินมาหาหญิงสาวที่มาในชุดกางเกงยีนส์ขาสามส่วนแหวกข้างขึ้นเกือบสิบเซ็นติเมตรสีฟ้าอ่อน และเสื้อยืดรัดรูปแน่นเปรี๊ยะ! โดยเฉพาะตรงช่วงหน้าอกที่กลมป๊อกเหมือนลูกมะพร้าวยิ่งทำให้เจ้าของอู่อย่างเขาถึงกับกลืนนำ้ลายลงคอไป 

“คุณนั่นเอง” เขาทำทีว่าไม่ได้ประหลาดใจอะไร และพยายามใช้สายตามองใบหน้าของหล่อน แทนหน้าอกที่เด่นกว่าส่วนอื่นๆ  

ผู้หญิงบ้าอะไรหน้าก็สวย นมก็ใหญ่!!  

“ฉันจะมาคุยเรื่องที่กับนาย” รวิสาไม่คิดจะรอให้เวลาเดินผ่านไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว 

“คุยว่า...” 

“นายไม่คิดจะย้ายไปอยู่ที่อื่นเหรอ” หญิงสาวถามขึ้นมาก่อน 

“คิดเหมือนกัน” ขุนพลนั่งลงไปยังไม้หินอ่อน ตรงข้ามกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ก่อน 

“แล้วทำไมไม่ย้าย” รวิสาดูจะตื่นเต้นดีใจจนปิดไม่อยู่ ขุนพลมองหน้าด้วยความไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ เหตุเพราะค่าที่ที่แพงหูฉี่นี่สิ ที่บังคับให้เขาต้องคิดทบทวนทำอะไรสักอย่าง แต่ปัญหามันก็ติดตรงเรื่องเงินทองอีกนั่นแหละ เพราะจะย้ายก็ต้องมีเงิน ตอนนี้มีเงินติดกระเป๋ายังไม่ถึงห้าร้อยบาทเลยด้วยซ้ำ 

“ย้ายได้ที่ไหนล่ะ ผมจ่ายค่าเช่าคุณไปเมื่อสามสี่วันก่อน นั่นน่ะเงินก้อนสุดท้ายเลยนะครับ” 

นั่นมันแค่เดือนเดียว??  

แต่กระนั้นรวิสาก็ถึงกับสะอึก มองดูใบหน้าเปื้อนเหงื่อเปื้อนน้ำมันแล้วมันทำให้หัวใจของมนุษย์ที่มีความสงสารเวทนากันอยู่เต้นแรงและเห็นใจคนที่ตนก็รู้สึกหมั่นไส้อยู่เหมือนกัน แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็ตีกันไปมา หล่อนควรจะเมตตาหรือควรจะเย็นชาดี 

“แต่ถึงนายอยากจะอยู่ต่อ นายก็ค้างค่าเช่านะ ที่ฉันได้วันนั้นก็แค่เดือนเดียวนายยังค้างอยู่อีกหลายเดือนเลย” รวิสามีน้ำเสียงอ่อนลงไม่แข็งกระด้างเหมือนก่อนหน้าแต่ก็ไม่ลืมบอกให้เขาเข้าใจว่า ชายหนุ่มยังคงค้างค่าเช่าอยู่ 

“แล้วผมมีเงินมาให้แม่คุณซะที่ไหนกันล่ะ ถ้ามีนะผมให้ไปตั้งนานแล้ว ใครบ้างอยากจะค้างค่าเช่าถ้าหาได้” ชายหนุ่มเถียงตามความเป็นจริง รวิสาเองก็เห็นด้วย ถ้าหากเขามีเขาก็คงให้แล้วมั้ง แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของแม่ของหล่อนเอง มันก็ทำให้รวิสาชั่งใจ ว่าขุนพลไม่มีเงินจริงๆ นะเหรอ 

“ถามจริงๆ เถอะ นายไม่มีเงินจริงๆ น่ะเหรอ” 

“คุณนี่ก็ถามแปลก” 

“ก็มันจริงแค่ไหนล่ะ”  

“ถ้าผมมี คิดเหรอว่าผมจะไม่จ่าย” 

“ใครจะไปรู้ ลูกจ้างเจ้าเล่ห์มีถมเถไป”  

ขุนพลส่ายหน้าน้อยๆ ไปมา ชักจะเบื่อการโต้เถียง “เป็นลูกหนี้ใครก็น่าเป็นนะครับ แต่เป็นลูกหนี้แม่คุณนี่บอกเลยนะว่าไม่คุ้ม ปากคอเราะรายอย่าบอกใครเลย ไม่เอาหรอกขืนมีแล้วไม่จ่ายนะ ผมก็คงโดนหนักแล้ว” 

“ถ้าอย่างนั้น เพื่อตัดปัญหาความยุ่งยาก ทำไมนายไม่หาที่ใหม่ไปเลย ที่นี่อาจจะไม่เหมาะกับนาย ฉันว่านายย้ายไปอำเภออื่นเถอะ”  

ขุนพลถึงกับนิ่วหน้า ลำพังเก็บค่าที่แพงเพื่อบีบบังคับให้เขาเก็บข้าวของปิดกิจการ เขาก็คิดว่าเจ๊สำรวยคงเคืองเขาหรือหมั่นไส้เขามากพอตัวอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ดูท่าทางว่าลูกสาวของเจ๊สำรวยต้องการให้เขาย้ายออกไปจริงๆ ถึงกับมาหาและบอกให้เขาย้ายไปอยู่ที่อื่น พูดกันตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อมอะไรเลย นี่แม่คุณจงเกลียดจงชังเขามาตั้งแต่ชาติปางไหน 

“ฟังนะครับคนสวย คือถ้าย้ายที่เนี่ย ผมก็ต้องมีเงินครับ ตอนนี้แม่คุณขึ้นค่าที่สูบเลือดสูบเนื้อของผมไปจนหมดแล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาหาที่ทำกินใหม่ คุณก็คิดบ้างสิ” ชายหนุ่มสวนคืนบ้างอยากสวนคืนหนักกว่านี้ถ้าไม่ติดว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามคนนี้คือลูกสาวเจ้าของที่  

ส่วนรวิสาแม้จะเคืองที่ได้ยินเขาเรียกตนว่า ‘คนสวย’ แต่ก็คิดว่าปล่อยไป ณ เวลานี้เรื่องไร้สาระ หล่อนต้องรีบแยกแยะ อย่าได้มาเสียเวลากับมัน 

“ต้องใช้เยอะเลยเหรอ”  

“เยอะแน่นอน คุณสวยก็น่าจะรู้ว่าโลกนี้ไม่มีของฟรี หรืออะไรที่ไม่ใช้ตังค์” 

“ฉันจะลองคุยกับแม่ให้ก็แล้วกัน ให้โอกาสนายเดือนหน้า แล้วนายก็เอาเวลาไปหาที่ใหม่”  

“เจ๊สำรวยอยากจะให้ผมย้ายเหรอ” ขุนพลไม่เคยได้ยินว่าเจ๊สำรวยอยากจะให้เขาย้ายไปไหนเลย นอกจากขึ้นค่าเช่าโดยไม่ได้บอกกล่าว “เปล่าหรอก...”  

“พี่สวย!” เสียงเรียกดังขึ้นกึกก้อง ทำให้รวิสาพูดไม่จบประโยคดีนักและคิดว่าก็น่าจะดีเหมือนกัน เพราะหล่อนก็ไม่รู้จะบอกเขาตรงๆ ไปว่ายังไงว่า หล่อนเองนี่แหละที่ต้องการให้เขาย้ายไปจากที่นี่เพื่อปกป้องน้องสาวจากเขา โดยคิดว่าจะบอกเขาว่า หล่อนต้องการที่ดินมรดกตกทอดจากมารดาของหล่อนคืน 

“ปา” ทั้งขุนพลและรวิสาเรียกคนที่เพิ่งปรากฏกายขึ้นมาพร้อมกัน แล้วขุนพลก็มองหน้ารวิสา เพราะไม่รู้ว่ารวิสาและปารตีรู้จักกันมาก่อน 

“ปามาทำอะไร” รวิสาถามคนที่เพิ่งมาอย่างไม่ชอบใจนัก นี่ถ้าไม่ได้รู้เรื่องจากบิดาบ้าง รวิสาก็คงคิดแค่ว่าปารตีจะเอาจักรยานมาซ่อมแค่นั้น แต่ตอนนี้รวิสาเกิดความระแวงที่น้องสาวเลิกโรงเรียนมา แล้วมาหาเจ้าของอู่แทนที่จะกลับบ้านตัวเอง 

ปารตีจอดจักรยานไว้ที่ที่เคยจอด แล้วนั่งลงไปข้างกายชายหนุ่ม ใบหน้าเหมือนเหนื่อยอ่อนเพราะวันนี้มีลมและแดดก็ค่อนข้างแรง  

“มาหาพี่ขุนจ้ะ” ปารตีบอกและยิ้มหน้าแป้น แล้วรวิสาก็มองหน้าขุนพลแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ซึ่งชายหนุ่มก็ทำหน้าประหลาดใจส่งไปให้ เพราะเขาอยู่ของเขาที่นี่ แต่ปารตีมาหาเขาเอง เพราะฉะนั้นรวิสาไม่ควรจะมองเหมือนไม่ชอบเขาแบบนั้นเลย แต่กระนั้นเขาก็อดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่า รวิสาจะไม่ชอบใจทำไมกัน มันไม่เกี่ยวกับหล่อนเลยสักนิด 

“มีอะไรเหรอ จักรยานพังเหรอไงวันนี้” ชายหนุ่มหันไปถามปารตี หลังจากที่ไม่อยากจะสบตาอันไม่พอใจของรวิสาแล้ว  

“จักรยานปาน่ะแข็งแรงค่ะมีพี่ขุนคอยเช็คให้ตลอดไม่มีปัญหาจ้ะ แต่วันนี้ปามีการบ้านน่ะพี่ขุนขา มันยากม๊ากกกก” ปารตีหาเหตุผลเดิมๆ มาหาพี่ขุนขาของตัวเองอีกตามเคย  

“ปากลับบ้านไปเถอะ มันยากมากเลยเหรอการบ้านน่ะถึงต้องมาหาคนอื่น” รวิสาพูดแทรกขึ้นมา 

“ก็ยากจนพ่อแม่บอกไม่ได้แหละพี่” ปารตีพูดตามความจริง รวิสาก็พอจะเชื่อ เพราะเด็กสมัยนี้เรียนยากขึ้นและแตกต่างจากครั้งหลายปีก่อน แต่การที่ปารตีมาหาเจ้าของอู่ซ่อมรถหลังเลิกเรียนมันก็ทำให้หญิงสาวไม่ชอบใจในฐานะของพี่สาวคนหนึ่ง แม้จะต่างมารดากันก็ตาม และรวิสาก็เข้าใจความรู้สึกของบิดาเช่นกันว่าเป็นห่วงลูกสาวคนเล็กแค่ไหน เพราะผู้ชายที่นั่งข้างกายของปารตีนั้นอายุห่างจากปารตีมากกว่าสิบปี ถ้าขืนปล่อยไว้ท่าทางคงไม่ดีแน่ 

“แล้วพี่สวยล่ะจ๊ะ มาทำอะไรที่อู่เหรอ หรือว่ามาทวงค่าที่แทนป้ารวย” ปารตีถามขึ้นด้วยความสงสัย รวิสายิ้มเจื่อนๆ ไม่อยากจะให้ปารตีรู้เรื่องที่ตนมาขอให้ขุนพลย้ายที่ทำกิน แล้วขุนพลก็เหมือนจะมองออกว่ารวิสาไม่อยากจะตอบคำถามของปารตี 

“เจ๊สำรวยคงอยากจะให้พี่ย้ายน่ะ” ขุนพลพูดขึ้น  

“พี่สวยจริงเหรอ” 

“เรื่องของผู้ใหญ่น่ะปา” 

“พี่จะมาไล่พี่ขุนขาของปาไม่ได้นะพี่สวย” ปารตีไม่ใช่แค่ห้ามปรามอย่างเดียว ยังนำแขนเรียวเล็กสองข้างกอดหมับเอาแขนของชายหนุ่มไว้แน่น ทำทีว่าหวงเอาการ ทำให้ลำแขนแข็งแรงของชายฉกรรจ์อย่างเขาสัมผัสเอากับหน้าอกนุ่มของอีกฝ่าย ซึ่งรวิสาถึงกับหน้าแดง และมองหน้าชายหนุ่มอย่างเอาเรื่องหนัก แม้ขุนพลจะไม่เข้าใจซะทีเดียว ว่ารวิสาจะมาไม่พอใจเขาทำไม เพราะเขานั่งอยู่เฉยๆ มีแต่ปารตีต่างหากที่แสดงออกถึงความใกล้ชิดซึ่งความจริงแล้วขุนพลก็ไม่ชอบสักเท่าไหร่หรอก  

และถึงแม้ว่าสายตาของรวิสาจะมองเขาแทบลุกเป็นไฟก็ตาม แต่การดึงแขนออกจากปารตีก็ไม่ใช่ง่ายๆ ซะด้วย  

“ปา...เอามือออก! เราเป็นผู้หญิงนะ” สายตาของคนเป็นพี่เริ่มจ้องน้องสาวอย่างเอาเรื่องบ้าง 

“ไม่เอาออก ป้ารวยนั่นแหละหน้าเลือดไม่เข้าเรื่อง!” ปารตีไม่ได้ทำตามสิ่งที่พี่สาวสั่ง มิหนำซ้ำยังกระชับอ้อมแขนไว้แน่นด้วย เจ้าของแขนแข็งแรงถึงกับเกร็งตัวทำอะไรไม่ถูก หน้าอกนุ่มนิ่มที่ได้สัมผัสครั้งแรกในชีิวิต แต่ให้ตายสิ ขุนพลไม่ได้ต้องการเลยสักนิด แต่เขาทำอะไรไม่ได้!! 

“ปา จะบ้าเหรอ โวยวายอะไรนักหนา” รวิสายังคงมองหน้าชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง เพราะหล่อนอยากจะให้เขาดึงแขนออกจากการกอดรัดของปารตีให้ได้ แต่หล่อนไม่รู้ว่ามันยาก ทำให้รวิสาคิดว่าขุนพลเองก็ชอบใจ พานนึกแค้นใจอยากจะโยนข้าวของในอู่ของขุนพลออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ให้หมด ส่วนเขาจะไปซุกหัวนอนที่ไหนหล่อนก็จะไม่สนใจทั้งนั้น 

“ไม่บ้าหรอก พี่สวยกลับมาอยู่บ้านก็ดีแล้ว พี่จะได้รู้ว่าแม่พี่น่ะหน้าเลือดเห็นแก่ตัว รังแกพี่ขุนขนาดไหน ดูที่ให้เช่าสิ เงียบเหงา ทำเลไม่ดีเลย แต่ค่าเช่ากลับขึ้นสูงลิ่ว ใครหน้าไหนมันจะไปจ่ายค่าที่ได้กันล่ะพี่”  

รวิสามองไปทั่วบริเวณอันเงียบเหงา และก็พอจะเห็นด้วยว่ามันร้างจะเป็นป่าช้าจริงๆ ไม่มีร้านรวง นานๆ จะมีรถขับผ่านถนนลาดยางสีดำแห่งนี้ที แม้ถนนจะปูพื้นดีเยี่ยมให้เป็นถนนที่น่าจะมีคนสัญจรไปมา แต่คนกลับไม่ค่อยใช้ถนนเส้นนี้ในการเดินทาง เพราะไม่มีอะไรให้ต้องขับมาด้วยมั้ง  

“ปา ทำไมว่าแม่พี่อย่างนั้นล่ะ” 

“ก็น่าว่าไหมล่ะ ใช่ไหมพี่ขุน บอกพี่สวยไปสิว่าพี่น่ะจะกินแกล็บแทนข้าวอยู่แล้ว”  

ขุนพลส่งยิ้มพอใจ อาการดื้อดึงเอาแขนออกจากการกอดรัดของปารตีก็หยุดไปด้วย มีความรู้สึกว่าปารตีคืออัศวินขี้ม้าขาวมาช่วยจริงๆ  

ตอนนี้รวิสาเองก็เหมือนจะเถียงไม่ออก แต่เขาก็ยังประหลาดใจว่า รวิสากับปารตี เป็นอะไรกันกันแน่ ทำไมถึงได้ดูเหมือนสนิทชิดเชื้อกันจัง ยังกับเป็นครอบครัวเดียวกันซะด้วย 

“ปาก็พูดมากไปได้ ไปกลับบ้าน” รวิสาไม่อยากจะเสวนาด้วยอีกต่อไป หญิงสาวลุกขึ้นและเดินมาทางน้องสาว ก่อนจะรวบเอาข้อมือน้องสาวขึ้น  

“ไม่เอา! ไม่กลับจะทำการบ้าน!” คนเป็นน้องดูท่าทางจะดื้อเหมือนอย่างที่พ่อบอกไว้ไม่มีผิด ทำให้รวิสาที่หวงน้องหวงนุ่งถึงกับอ่อนใจ แล้วก็ถือวิสาสะจับเอาแขนน้องออกจากการกอดรัดแน่น แล้วแทรกตัวนั่งไปตรงกลางของสองหนุ่มสาวโดยที่รวิสาพยายามกระแซะสะโพกไล่ชายหนุ่มให้ออกไปจากม้านั่่งนั่น  

ขุนพลที่ไม่ได้ตั้งตัวก็ตกจากม้านั่ง และโดยสัญชาตญาณเขาก็กอดเอาเอวขอดของรวิสาไว้แน่นหวังจะใช้หล่อนฉุดไว้ไม่ให้ตัวเองหล่นลงไปแต่ก็ยังพลาด สองร่างหล่นตุ๊บลงจากที่นั่ง  

รวิสาล้มนอนทับไปยังร่างของขุนพลในท่ากอดกันกลม กว่าหญิงสาวจะลุกพาตัวเองออกจากอ้อมกอดของเขาได้ก็ทุลักทุเลน่าดู เพราะพลิกกันไปมา ศีรษะคนทั้งสองกระแทกกันดังปัง เพราะชายหนุ่มผงกศีรษะขึ้น ชนเอากับคนที่ก้มมาใกล้  

“พี่ขุน! พี่สวย!” ปารตียืนเท้าสะเอวมองคนทั้งสอง ที่กว่าจะลุกได้ และก็พบว่าตอนนี้เป็นเป้าสายตาของทุกคู่ในบริเวณนั้น มีปารตีคนเดียวที่หน้าแดงเพราะโกรธกับภาพที่เห็น หากแต่คนอื่นเอาแต่ปิดปากหัวเราะชอบใจ 

“พวกพี่กอดกัน” 

“ปาก็ มันอุบัติเกตุหรอกน่ะ” รวิสาหน้าแดงอายคนหลายคนที่มองมา ต้น มงคลและสมานต่างก็ไม่เป็นอันทำงาน ขุนพลเองก็หน้าแดงเช่นกัน  

“เพราะนายคนเดียว!” หล่อนหันไปโทษคนที่พาหล่อนล้มลงไปกองกับพื้น ขุนพลทำหน้าว่าไม่เข้าใจ  

“อะไรกันล่ะครับ ก็คุณสวยเล่นมานั่งไม่บอกไม่กล่าว พื้นที่แค่นี้แล้วดูตูดสิ...” ขุนพลแสร้งเมียงมองไปยังสะโพกผาย พานทำให้รวิสาต้องรีบหลบโดยไวพร้อมกับถลึงตามองมายังขุนพลอย่างเอาเรื่อง และแทบกรี๊ดใส่หน้าเมื่อได้ยินประโยคต่อมา  

“เล็ก เหมือนชาวบ้านเขาที่ไหน” 

“ไอ้ทุเรศ!” รวิสาอายจนหน้าแดง ธรรมดาน่าจะเป็นการชมหากขุนพลจะใช้ประโยคให้มันน่าฟังกว่านี้ 

“นี่น่ะคำชมครับ” เขาสวนขึ้นบ้าง รวิสาจึงค้อนให้อย่างหมั่นไส้ แล้วหันไปหาน้องสาวตัวเองอีกครั้งพร้อมออกคำสั่ง “กลับบ้าน!”  

“จะทำการบ้าน” ปารตีนั่งแหมะลงที่ม้านั่งเช่นเดิม แล้วจับเอาหนังสือ สมุดโน้ตออกมากางออกก่อนจะตบไปยังที่ม้านั่งนั่นอีก “พี่ขุนขามาบอกการบ้านน้องปาหน่อยสิคะ”  

“งั้นพี่บอกเอง” รวิสารีบนั่งลงไปก่อนที่ชายหนุ่มจะมานั่ง แต่ก็ดูเหมือนขุนพลค่อนข้างพอใจอยู่ในที “พี่สวยอ่ะ ปาอยากได้พี่ขุน” 

“จะไปอยากได้ทำไม ไหนดูสิ...” รวิสาดึงเอาการบ้านคณิตศาสตร์ของน้องสาวมาดู “เนี่ยยากๆ ทั้งนั้น ไอ้พี่ขุนของปาน่ะบอกไม่ได้หรอก มันยาก!” 

ขุนพลถึงกับสะดุ้ง เขาปัดดินปัดฝุ่นออกจากแขนขาเสื้อผ้า แล้วส่ายหัวไปมา รวิสาชักจะดูถูกเขามากเกินไปแล้ว 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}