KlaKawii

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6/2. แค้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 6/2. แค้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 37

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 14:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6/2. แค้น
แบบอักษร

อาการหน้าบึ้งหน้างอและการเหยียบเบรครถเสียงดังลั่นนั้น ทำเอาวงเดือนกับปาฏิมาอดมองหน้ากันไปมาไม่ได้ แล้วต่างก็สันนิษฐานว่าผลจากการไปเจรจาต่อรองน่าจะเป็นยังไง  

“สงสัยว่าจะคว้าน้ำเหลว” วงเดือนปากเร็วเท่าความคิด และก็เป็นจริงอย่างว่า เมื่อบุษบารัมไพมาถึงก็โวยวายบอกหลานให้เก็บข้าวของกลับกรุงเทพกันพรุ่งนี้เลย คนเป็นหลานหน้าเหี่ยวขึ้นมาทันที 

“อะไรกันคะ ต้องรีบกลับขนาดนั้นด้วยเหรอคะ” 

“ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว คน...ห่าอะไรนิสัยเสีย!” บุษบารัมไพบ่นเป็นหมีกินผึ้งต่อมาอีกเมื่อนั่งลงไปยังโซฟาไม้ที่มีฟูกวางไว้ก่อนหน้าให้นุ่มตูดขึ้นมาบ้าง ไม่ได้แข็งโป๊กเหมือนโซฟาบ้านของแดน 

“มันไม่ขายให้จริงๆ นะเหรอ” วงเดือนถามขึ้น แม้จะไม่ได้รู้สึกประหลาดใจสักเท่าไหร่นักหรอก เพราะคาดการณ์ไว้แล้วว่ามันต้องออกมาอีหรอบนี้ 

“ถ้าขายน่ะบุษคงไม่อยากจะกลับกรุงเทพหรอกค่ะพี่เดือน” บุษบารัมไพอยากจะด่ากราดให้หมด ตอนนี้อารมณ์ร้อนรุ่มไปทั่ว และยังนึกเจ็บใจที่ถูกแดนลวนลามแถมยังไล่ส่ง ของที่อุตส่าห์หาซื้อและหอบหิ้วไปให้หนักแสนหนัก แดนก็ไม่คิดสนใจอยากจะได้ ผู้ชายเฮงซวย สมแล้วที่ไม่มีผู้หญิงมาเอาไปทำผัว!!!  

ตอนนี้ความโมโหของบุษบารัมไพลามเลียพาลหาเรื่องไปเสียหมด อยากสาปแช่งคนหน้าดิบหน้าเหี้ยมนั้นให้หายสาบสูญไปจากโลกนี้เสีย เรื่องราวบ้าๆ พวกนี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้น และตนก็จะได้สานฝันให้กับพ่อได้อย่างสบายใจ 

“ก็นึกไว้แล้วแหละ คนอย่างไอ้แดนน่ะมันขวางโลก มันเหมือนชาวบ้านเขาที่ไหนกัน” วงเดือนสาธยายสรรพคุณอันเลื่องชื่อของแดน ประภาพิมุก เพิ่มเติมขึ้นมาอีก จนบุษบารัมไพชักอดใจคิดไม่ได้ว่าไอ้ความเลวทรามต่ำตมทุกอย่างสงสัยจะไหลลงมาเป็นน้ำวนอยู่กับแดน ประภาพิมุก คนเดียวเท่านั้น เมื่อเทียบกับบุตรชายนั่นคือหมวดหนุ่มมาดนิ่งใจดี มันช่างต่างกันราวฟ้ากับดินไปเลยทีเดียว 

“สงสารก็แต่ลูกของมันนั่นแหละ สงสัยตอนมาเกิดคงรีบมาก ลืมดูว่าจะมีพ่อแม่แบบไหน” บุษบารัมไพพาลหนักเข้าไปอีก “คุณอาบุษคะใจเย็นๆ สิคะ นี่พาลไปหมดแล้ว ดื่มน้ำเย็นก่อนค่ะ” ปาฏิมาส่งน้ำเย็นเจี๊ยบมาให้กับอาสาวที่หน้าแดงก่ำเพราะโมโหจับใจ 

“นี่อาน่ะเย็นที่สุดแล้วนะ ไม่ขึ้นโรงขึ้นศาลน่ะบุญแค่ไหนแล้ว”  

“ห๊ะ!! ถึงขนาดนั้นเลยจ๊ะ” เสียงอุทานอย่างตกใจของวงเดือน ทำให้บุษบารัมไพต้องรีบหุบปากของตัวเองไว้ ก่อนที่จะเผลอเล่าเรื่องความเสียเปรียบของตัวเองให้กับแดนได้รู้กันไปทั่ว อับอายขายขี้หน้าสิ้นดี 

“บุษก็พูดไปอย่างนั้นแหละพี่เดือน โมโหน่ะ” 

“ถ้ามันไม่ยอมขายที่ให้แล้วเอ่อ...ไอ้ที่น้องบุษซื้อไปให้มันน่ะ อยู่ในรถเหรอ” วงเดือนเกิดอยากได้ของพวกนั้นขึ้นมา ในเมื่อแดนไม่เอาตนก็จะได้ฟาดเรียบไปเสีย  

“มันหยิ่ง มันไม่เอา...บุษก็เลยบอกให้มันเอาทิ้งไปซะ!” วงเดือนหน้าจ๋อยเสียดายข้าวของราคาแพงพวกนั้นเสียจริง ราคาไม่ใช่ถูกๆ แต่ก็นั่นแหละคนอย่างแดนไม่เคยอดอยากอยู่แล้ว ของแค่นั้นมันจิบจ้อยมาก  

“ถือมาทำไมหนัก แค่ถือไปหามันก็แทบอยากจะโยนออกข้างทางแล้ว” บุษบารัมไพยังคงบ่นเป็นหมีกินผึ้งต่อ บทสรุปในวันนั้นจึงได้ความว่า พรุ่งนี้สองสาวจะกลับกรุงเทพทันทีทันใดอย่างไม่ลังเล 

 

รถกระบะเคลื่อนตัวจอดไปยังบ้านหลังใหญ่สีขาว รั้วเหล็กปิดสนิท ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์ทันทีที่มาถึง เขาส่งข้อความไปหาคนที่นัดหมาย ไม่นานนักปาฏิมาก็เดินย่องออกมาจากบ้านในยามวิกาล คิดว่าคงไม่มีใครรู้ เพราะอาสาวนั้นหลับสนิท ส่วนวงเดือนกับสามีก็นอนอีกห้องหนึ่ง คงไม่ได้ยินเสียงหรือเอะใจอะไร ว่าหญิงสาวกำลังย่องเบาลงมาจากบ้านหลังใหญ่ ทำการนัดแนะเจอกันกับหมวดหนุ่ม 

“คุณกี้” เขาดึงตัวหญิงสาวเข้าไปหา ใจหายทันทีเมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้หล่อนจะกลับกรุงเทพไปเสีย 

“จะมาอีกเมื่อไหร่ครับ”  

“ไม่รู้เลยค่ะ ไม่รู้จริงๆ” หล่อนเองก็ใจหายไม่เบาเช่นกัน ตอนนี้สับสนกับความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อนายตำรวจหนุ่มเพียงการเจอกันไม่กี่ครั้ง มันจะเป็นไปได้ยังไงว่าหล่อนประทับใจเขาจนอยากจะอยู่ใกล้ ทำการนัดแนะพบเจอกับเขาก่อนจะกลับเมืองกรุง นี่หล่อนต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ 

“กี้ครับ คุณรู้ใช่ไหมว่าผมคิดยังไงกับคุณ” เขาเอ่ยเสียงเบาแทบกระซิบ หล่อนแหงนหน้ามองคนตัวสูงตาปริบๆ แล้วพยักหน้าไปหา และก็หวังว่าเขาจะรู้เช่นกันว่าหล่อนคิดยังไงกับเขา 

“พ่อของผมไม่ขายที่ใช่ไหม อาของคุณถึงได้คิดจะลากคุณกลับกรุงเทพทันที” เขาเดาเหตุการณ์ได้ดีเยี่ยม เพราะรู้จากหญิงสาวว่าเมื่อช่วงสายของวัน บุษบารัมไพจะไปทำการเจรจาต่อรองเรื่องการซื้อที่ซื้อทางกับแดนพ่อของเขาเอง ส่วนตัวโดมนั้นรู้อยู่เต็มอกว่าคนอย่างพ่อของเขาคงไม่ขายอยู่แล้ว 

“มันก็คงไม่มีเหตุผลอื่นนักหรอกค่ะ” หล่อนบอกเสียงเบาหดหู่ทุกครั้งกับเรื่องราวบ้าบอที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความรู้สึกของหล่อนกับนายตำรวจหนุ่มรูปร่างเพรียวคนนี้ 

“ถ้าคุณไม่กลับมาอีก ผมจะไปหาที่กรุงเทพนะ” เขาเอ่ยขึ้น  

“คะ?” หล่อนตกใจ คิดว่าเขาจะบุกไปหาถึงเมืองกรุง ปู่ของหล่อนคงได้เอาปืนยิงไล่ออกมาทันที 

“แม่ของผมอยู่ที่นั่น” เขาบอกออกมาในที่สุด 

“คะ...คุณรู้ด้วยเหรอคะว่าแม่ของคุณเป็นใคร” คราวนี้หล่อนทำหน้าประหลาดใจ เคยได้ยินเรื่องราวคร่าวๆ ของเขามาบ้างจากวงเดือนแต่หล่อนก็ไม่เคยรับรู้ว่าเขารู้จักกับแม่ที่ทิ้งตนไปตั้งแต่ยังไม่เดินด้วยซ้ำ ชายหนุ่มหรี่ตามองมายังคนที่ทำหน้าประหลาดใจ เขาเองก็ทำหน้าประหลาดใจส่งไปให้บ้าง 

“คุณไปรู้เรื่องของผมมาจากไหน?”​ เขาถามขึ้นพลันเลิกคิ้วสูง “ป้าเดือนเหรอ” ชายหนุ่มใจร้อนมากกว่าที่จะรอคำตอบของคนที่เอาแต่อ้ำอึ้ง มันก็คงไม่มีใครหรอกที่อยากจะเหยียบย่ำพวกประภาพิมุก ถ้าไม่ใช่วงเดือน “ก็...จะเป็นใครได้ล่ะคะ” หล่อนตอบเสียงเบา  

“แล้วรู้อะไรบ้างครับ”  

“เอ่อ...”  

“บอกมาเถอะ ไอ้ที่คุณรู้น่ะ คนทั้งอำเภอทั้งบางเขารู้กันหมดนั่นแหละ” 

“คุณไม่เป็นปมด้อยเหรอคะ” หล่อนถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะสดใสของเขาก็ใจชื้นขึ้นมาได้มาก “เป็นทำไมครับ พ่อก็มี แม่ก็มี เงินก็มี งานก็มี...จะเหลือก็แต่” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ หล่อนเลิกคิ้วสูงทำหน้าสงสัยอย่างจริงจัง เพราะเท่าที่ฟังก็ดูเหมือนว่าเขาไม่น่าจะขาดอะไรเลยนี่นะ มีครบทุกอย่าง  

“ยังขาดอะไรอยู่เหรอคะ” หล่อนถามออกไป เมื่อเขาเอาแต่อมยิ้ม แล้วนิ้วชี้ของเขาก็วางแปะมายังจมูกแหลมเล็กเบาๆ อย่างอ่อนโยน  

“คนรัก” คนพูดกับคนฟังตอนนี้ยืนหน้าแดงไม่ต่างกัน ต่างก็มองหน้ากันอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่ฝ่ามือของโดมจะค่อยๆ ประคองเอาใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นหาใบหน้าคมของตัวเองที่หมายมาดอยากจะจูบเรียวปากสวยนั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น แต่แล้วหล่อนก็รีบเบือนหน้าหนี “ไม่ได้หรอกค่ะ” หล่อนตอบเบาๆ เมื่อตั้งสติได้ 

“ผมขอโทษ” เขาเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากจะให้มันเกิดขึ้น แต่ก็คิดอย่างขัดเคืองว่าทำไมในหนังในละคร ไม่เห็นว่ามันจะจูบกันยากอย่างนี้ นี่เขาลองมาแล้วสองครั้ง ยังไม่ได้จูบหล่อนเลยสักครั้งเดียว  

“ช่างมันเถอะค่ะ ตอนนี้ดึกมากแล้วเดี๋ยวเกิดคุณอาบุษตื่นมาจะสงสัยเอา กี้แค่อยากจะบอกลาค่ะ...อยากเห็นหน้า” หล่อนบอกออกไปตามความรู้สึกจริงๆ ของตัวเอง ตายจริง หล่อนอ่อยเขาในยามวิกาล หล่อนกล้ามาก ปาฏิมา โชคชวาลย์!! 

“ครับ...ฝันดีก็แล้วกันและพรุ่งนี้ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย ผมจะหาทางไปพบคุณให้ได้นะครับไม่ว่าคุณจะไปอยู่ที่ไหน” เขากระชับร่างบางเข้าหาแล้วก็ต้องคลายวงแขนของตัวเองออก ปล่อยให้หล่อนเดินเข้าบ้านไป แต่แล้วปาฏิมาก็วิ่งแจ้นมาหาเขาที่ยืนมองอยู่อย่างรวดเร็ว  

และอย่างไม่ทันตั้งตัวหล่อนก็ยื่นจมูกหอมเอาแก้มเกลี้ยงๆ ของเขาเสียงดังฟอดใหญ่ ก่อนจะปล่อยให้เขายืนอยู่กับความเขินอายในยามราตรีอันมืดมิดและเงียบสงัด 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}