I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรื่องเล่าจากฝาแฝด [ไอเย็น/ไออุ่น]

ชื่อตอน : เรื่องเล่าจากฝาแฝด [ไอเย็น/ไออุ่น]

คำค้น : ไอเย็น ไออุ่น ใต้หล้า ก้องภพ คิง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 16:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 880
× 11,500
แชร์ :
เรื่องเล่าจากฝาแฝด [ไอเย็น/ไออุ่น]
แบบอักษร

เรื่องเล่าจากฝาแฝด 2 (ไอเย็น/ไออุ่น) 

 

ไอเย็น  

ฉันชื่อไอเย็น ชื่อจริงคือ ด.ญ.เหมันต์ ตะวันจันทร์ ฉันเป็นคนเงียบๆของบ้าน เป็นผู้หญิงคนเดียวในบ้านที่มีพี่น้องชอบทะเลาะกัน แกล้งกัน แต่รักกันมาก และฉันก็รักน้องของฉันมากเช่นกัน ฉันมีน้องหนึ่งชื่อ ไออุ่น อุ่นเป็นน้องที่หัวใจไม่แข็งแรง คุณหมอบอกว่าน้องต้องเปลี่ยนหัวใจ ฉันเคยลองถามตะวันว่าเปลี่ยนหัวใจเจ็บไหม และมันเปลี่ยนอย่างไร ตะวันอธิบายโดยใช้หุ่นจำลองเด็กของฉันทำให้ดู มันน่ากลัวมาก อุ่นต้องเจ็บแน่ถึงแม้อุ่นจะหลับในตอนที่หมอทำก็เถอะ เพราะแบบนั้นฉันถึงเป็นห่วงน้องมาก ฉันชอบดุเวลาอุ่นวิ่งเร็ว เวลาเล่นแรง เวลาโกรธ นานๆทีถึงจะดุเพราะปกติแล้วจะเป็นหน้าที่ของพี่ใต้กับพี่ก้องที่ดุอุ่น ส่วนหน้าที่ปลอบเป็นของคิง ถึงอย่างนั้นคิงก็ช่วยปรามอุ่นอยู่บ้าง ฉันจึงเบาใจและวางใจที่จะยอมปล่อยให้อุ่นอยู่กับคิง เวลาที่ฉันต้องการสมาธิในการอ่านหนังสือ  

“อุ่น ตะวันบอกว่าไงครับ ให้ล้างหน้าแปรงฟันก่อน แล้วค่อยมากินข้าวไงครับ”  

“งื้ออ ก็อุ่นขี้เกียจหนิ” ไออุ่นเบะปากทำหน้าบึ้งน้ำตาคลอ แต่ตะวันน่ะไม่มีทางยอมใจอ่อนหรอก เป็นพ่อต่างหากที่ทนดูต่อไปไม่ไหว เดินมาอุ้มอุ่นไว้ในอ้อมแขนแล้วบอกว่าจะพาอุ่นไปล้างเอง  

“ทีหลังคิงกับเย็นต้องคอยเตือนน้องนะ อย่าให้น้องมักง่ายเด็ดขาด”  

“ครับ” 

“ค่ะ”  

ตะวันเป็นคนเข้มงวดมากๆ ละเอียดยิบเลยด้วย จะว่าจู้จี้ก็คงใช่ แต่ที่ตะวันทำเพราะไม่อยากให้เราทำตัวไม่ดี เรื่องนี้ฉันเข้าใจ  

“วันนี้เย็นจะเข้าไปซื้อหนังสือกับตะวันในเมืองไหมลูก” ตะวันเงยหน้าขึ้นมาถามขณะแกะก้างปลาบนโต๊ะให้พวกเรา บอกแล้วว่าตะวันละเอียดจริงๆ  

“ไปค่ะ” 

“อุ่นด้วยยยย” ไออุ่นร้องเสียงดังยื้อแขนไปหาตะวัน ตะวันจึงยื่นมือไปออกรับแล้วหอมแก้มขาวกลมของน้องฟอดใหญ่ บ่นนิดหน่อยที่เช้านี้น้องดื้อเป็นพิเศษ  

“คนดื้อแต่เช้ายังจะขอออกไปเที่ยวด้วยอีกหรอ หืมม”  

ไออุ่นมุ่ยปาก “อุ่นไม่ดื้อนะ งื้อออ” ไออุ่นซุกหน้าซบลงบนอกของตะวัน ยกนิ้วชี้ขึ้นมากัดแล้วนอนนิ่งซบอยู่อย่างนั้น 

“ครับๆ ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ แต่มีข้อแม้นะ ถ้าอยากไปต้องกินผักถ้วยนี้ให้หมดนะ” 

“ครับ”  

ฉันมองน้องยิ้มๆที่ออดอ้อนตะวันได้สำเร็จ ความจริงแล้วไม่มีใครโกรธน้องได้นานรวมทั้งฉัน ไออุ่นทำให้ฉันโกรธน้อยมากเพราะน้องรักฉันมาก น้องจะชอบเอาแก้มกลมๆมาแนบกับฉัน ชอบบ่นงุ้งงิ้งข้างหู แล้วกอดฉันจนหลับไป ฉันชอบน้องที่สุด อยากให้น้องได้วิ่งเล่นเหมือนคนอื่นๆบ้าง  

“เที่ยวไหนกันฮะ” ขณะที่พวกเรากำลังลงมือกินข้าวเช้ากันอยู่เสียงเล็กๆของพี่ชายคนโตของบ้านทำให้พวกเราหันไปมองทางประตู เห็นปากพี่ใต้กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆส่วนพี่ก้องกำลังอุ้มตุ๊กตายืนอยู่ข้างกัน  

“อ้าว เจ้าแสบ ทำไมมาอยู่ที่นี่ละ หืม”  

พี่ก้องกับพี่ใต้เดินเข้ามาในบ้าน พี่ก้องเดินเข้ามาแล้วปีนขึ้นมานั่งบนเก้าอี้แล้วนั่งเงียบๆส่วนพี่ใต้ถือวิสาสะยื่นมามือหยิบขนมปังบนโต๊ะกิน 

“เรากินข้าวอิ่มแล้วเลยจะมาชวนน้องไปดูแม่สมศรีคลอดครับ” พี่ก้องตอบ  

“เจ้าใต้กินเยอะแล้ว พอแล้ว” ตะวันปรามและกำลังจะยื่นมือไปแย่งขนมปังมา แต่พี่ใต้เบี่ยงหลบ 

“ง้ำๆ มันหย่อยนี่ฮะ” ใต้หล้าบอกขณะกันกินขนมปังจนหมด  

พี่ใต้น่ะตะกละที่สุด กินเยอะกว่าใครด้วย ฉันมองพี่ใต้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง แล้วรีบเคี้ยวข้าวในปากตัวเองตุ้ยๆ ก่อนจะรีบตักข้าวบนจานตรงหน้าเข้ามาใส่ปากอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าคนตะกละอย่างพี่ใต้จะยื่นมือมาแย่ง  

“แล้วก้องกับใต้ไม่ไปดูแม่สมศรีแล้วหรอลูก ถึงอยากจะเข้าเมืองกับอาด้วย”  

“ใต้ๆ ใต้อยากเข้าเมืองมากกว่าดูแม่สมศรี”  

“อื้ม ก้องด้วยฮะ”  

ไอเย็นแอบภาวนาเล็กๆให้ตะวันปฏิเสธไม่ให้พวกพี่แสบไปด้วย มีหวังการเลือกหนังสืออ่านแบบสงบๆของเธอต้องเต็มไปด้วยความวุ่นวายแทน  

“ครับๆ ไปก็ไป”  

แต่ก็นั่นแหละ...ตะวันน่ะใจดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เฮ้ออออ  

ฉันคิดอย่างเซ็งๆคนเดียวก่อนจะจิ้มแครอทเข้าปากแล้วหมุบหมับจนละเอียดแล้วกลืนลงคอ ตามด้วยดื่มน้ำอึกใหญ่แล้วรีบไปเตรียมตัวบนห้องตามคำสั่งของตะวัน รีบเปลี่ยนรีบลงไปรอที่หน้าบ้านแล้วจะได้ออกไปกันเลยเดี๋ยวค่ำ.... 

ห้างสรรพสินค้า 

“ห้ามเล่นซนจนเกินพอดี  รู้ใช่ไหมถ้าซนมากๆกลับไปจะโดนอะไร” ป๊าหันมาพูดกับพวกเราที่กำลังจะเปิดประตูลงจากรถ 

“รู้คร้าบ!!/รู้ค่ะ!”  

“ฉะนั้น...ห้าม...”  

“ซน!!!” >>>เด็กๆ 

พวกเรารับคำก็รีบพากันลงจากรถโดยมีเสียงร้องเตือนของตะวันที่อุ้มไออุ่นลงมาจากรถว่าให้พวกเราห้ามขยับไปไหน และจับมือกันไว้ไม่ให้หลุดจากกัน ขณะยืนรอป๊านำรถไปจอดพวกเราก็หันไปมองประตูกระจกใสที่มองทะลุเข้าไปด้านในเห็นผู้คนเดินกันควักไขว่ และถือถุงเต็มมือเลย... 

“ตื่นเต้นกันใหญ่” เสียงตะวันลอยเข้าหูฉัน ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปหาแล้วพยักหน้ารับ ตะวันที่อุ้มน้องอุ่นอยู่จึงยื่นมือมาลูบหัวกับแก้มฉันเบาๆ มือตะวันเย็นและหอมมากๆ ฉันชอบ 

พวกเรายืนรอป๊าไม่นาน ป๊าก็เดินมาหาแล้วเอ่ยชวนให้พวกเราเดินเข้าไปในห้างด้วยกัน แอร์เย็นๆกระทบผิวจนขนลุกซู่เลยละ  

“ผมว่าจะพาเด็กๆไปรอที่สนามเด็กเล่นก่อน รอคุณกลับมาแล้วเราค่อยไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน” 

“อื้ม เดี๋ยวฉันพาไอเย็นไปซื้อหนังสือเอง” ป๊าพูดจบก็ย่อตัวลงมาอุ้มฉัน ป๊าน่ะแข็งแรงที่สุดเลย เคยอุ้มฉันกับอุ่นพร้อมกันด้วยแหละ แถมอุ่นได้นานด้วย  

“งื้ออ อุ่นกับป๊า...” ไออุ่นมองมาที่ฉันกับป๊าแล้วยื้อแขนเข้าหาป๊า จนตะวันต้องเอ็ดพร้อมกับปลอบว่าจะพาไปเล่นที่สวนสนุก เจ้าตัวถึงได้ยอมหยุดเบะปาก ฉันแอบเห็นป๊ายิ้มบางๆด้วยก่อนจะโน้มหน้าลงไปจุ๊บหน้าผากเจ้าอุ่นแล้วเดินผละออกมา ขณะที่ป๊าเดินทิ้งตัวห่างออกมาฉันจึงหันกลับไปมองพี่ๆที่กำลังยกมือบ๊ายบายฉันอยู่ รวมทั้งอุ่นด้วย ฉันจึงอมยิ้มเล็กๆส่งไปให้พวกเขา  

 

ร้านหนังสือ 

“เย็นรอพ่ออยู่ที่ร้านหนังสือ ห้ามไปไหนจนกว่าพ่อจะมารับนะลูก” ฉันพยักหน้าให้พ่อ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในร้านหนังสือตรงหมวดหมู่ที่ตัวเองชอบ ฉันชอบอ่านนวนิยายสืบสวน และวิทยาศาสตร์มากๆ ยิ่งเป็นภาพสีนะยิ่งชอบ  

ฉันเลือกหนังสือหยิบเล่มนู้นที เล่มนั้นทีมาเปิดอ่านแล้ววางลงในตะกร้าที่พี่พนักงานเอามาให้อย่างเงียบๆ การอยู่ในที่ที่ตัวเองชอบโดยไม่มีเสียงรบกวนจากพี่น้องของตัวเองนี่มันดีจริงๆ ฉันเดินถือตะกร้าที่เริ่มหนักได้ที่ไปที่หมวดหนังสือนิตยสารด้านหน้าแล้ววางตะกร้าลงก่อนจะหยิบนิตยสารเล่มหนึ่งที่พูดถึงสุขภาพมาวางลงในตะกร้า พร้อมกันนั้นเสียงของผู้หญิงสองคนที่ยืนเลือกหนังสืออยู่ด้านหลังฉันก็พูดขึ้น  

“เธอ ดูนั่นซิ...หล่อเนอะ”  

“ช่ายๆ ตัวสูง ผิวออกขาวกล้ำแดดนิดๆ คือมีเสน่ห์มาก สเปคฉันเลยอ่ะแก”  

ฉันหันไปมองผู้หญิงสองคนนั้นแล้วหันไปมองตามสายตาของพวกเธอด้วยความสงสัยและตงิดใจแปลกๆ พอเห็นว่าเธอกำลังมองป๊าอยู่ก็เริ่มรู้สึกไม่ดีนิดหน่อย ฉันจึงรีบเขย่งเท้ายื่นมือไปหยิบนิตยสารแต่มือก็ไม่ถึงสักที โธ่...ทำไมมันถึงอยู่สูงนักนะ ฉันน่ะยืดตัวสุดๆแล้วนะ  

พรึ่บ!  

ขณะที่มือฉันกำลังเอื้อมให้ถึงนิตยสารเล่มนั้นกลับมีมือเรียวยาวมาหยิบมันไปต่อหน้าฉัน จนฉันต้องหันไปมองอย่างไม่พอใจ แอบแปลกใจนิดๆที่ผู้ชายที่หยิบนิตยสารที่ฉันหมายตาไว้ผมยาวถักเปีย ผมดกดำนั้นเป็นลักษณะของชาวเอเชีย แต่ดวงตาสีเขียวอมฟ้านั่นกลับเป็นของชาวตะวันตก  

“ปากมีไว้พูด เวลาทำอะไรเกินกำลังตัวเองก็ไม่น่าอายที่จะขอความช่วยเหลือหรอก” พูดจบเขาก็ยื่นหนังสือมาตรงหน้าฉัน  

ฉันมองหนังสือในมือเขา สลับกับเงยหน้าขึ้นมองเขา เขาสูงกว่าฉันครึ่งช่วงตัวแต่อายุน่าจะน้อยกว่าผู้หญิงสองคนนั้นอยู่มากเหมือนกัน  

“ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกเขาเสียงดังฟังชัดและกำลังจะยื่นมือไปหยิบนิตยสารในมือเขา แต่เขากลับชักมือกลับแล้วโน้มหน้าลงมาพูดอะไรข้างหูฉันแทน  

“พวกตาเทาน่ารังเกียจ สายเลือดของพวกแก น่ารังเกียจยิ่งกว่าสัตว์ชั้นต่ำ”  

“...........!!!” เขาพูดอะไรน่ะ? ตาเทาน่ารังเกียจอะไร?  

“ไอเย็น!” เพราะมัวแต่ตกใจจึงได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนป๊าเรียกแล้วคว้าตัวฉันขึ้นอุ้ม  

หมับ!  

ฉันคว้าคอพ่อกอดเอาแน่นแล้วซุกหน้าลงกับอกแกร่งของพ่อ แอบได้ยินเสียงหวี๊ดร้องของผู้หญิงสองคนด้วยแว่วๆว่าเสียดายอะไรสักอย่างแล้วเงียบไป ส่วนฉันพอซึมซับไออุ่นของพ่อจนรู้สึกปลอดภัยแล้วจึงหันกลับไปมองผู้ชายคนนั้นอย่างไม่พอใจนิดๆที่เขามาว่า  

“นายเป็นใคร?” พ่อถามเขาเสียงเรียบน่ากลัว น่ากลัวกว่าตอนใช้เสียงดุพวกเราอีก 

“หึ....” ผู้ชายคนนั้นไม่ตอบแต่โยนนิตยสารเล่มนั้นลงในตะกร้าของฉันอย่างแม่นยำ  

“อาอี้...มาเล่นซนอะไรแถวนี้” ผู้ชายที่เดินเข้ามาหาพวกเราเขาสวมชุดแปลกๆเหมือนย้อนยุคแต่ก็ไม่ใช่ดูแปลกตาแต่สุภาพเรียบร้อย เขาสวมเสื้อสีขาวสว่างบนเสื้อมีมังกรสีทองตัวหนึ่งอยู่บนอกเสื้อด้านซ้าย และสวมกางเกงสีขาวสว่างเข้าชุด แต่ที่น่าตะลึงกว่านั้นคือใบหน้าของเขาที่หล่อมากๆ ถึงดวงตาสีดำเข้มจะเป็นประกายไม่น่าไว้ใจ แต่ตามความคิดของฉัน เขาหล่อเหมือนเจ้าชายในนิทานที่ตะวันชอบเล่าให้ฟังเลย แต่เป็นเจ้าชายที่แปลกชอบไว้ผมยาวถักเปีย.... 

“บังเอิญผ่านมาแถวนี้ แล้วเจอเด็กคนนี้หยิบหนังสือไม่ได้ เลยอาสาช่วย” ผู้ชายตาเขียวอมฟ้าตอบก่อนจะหมุนตัวเดินไปหาผู้ชายคนนั้น... 

“เป็นเด็กดีจริง” ผู้ชายคนนั้นพูดยิ้มๆพลางยกมือขึ้นโยกหัวเด็กคนนั้นด้วยใบหน้าอ่อนโยน ก่อนจะหันมามองฉันกับพ่อ  

“ผมชื่ออี้หลง ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเต๋อหัว”  

เขายื่นมือมาตรงหน้าพ่อด้วย?? และพ่อก็ยื่นมือไปจับกับเขาด้วยแหละ  

“ขอโทษแทนอาอี้ด้วยหากเขาทำอะไรให้คุณไม่พอใจ เขาค่อนข้างจะเป็นเด็กปากร้าย”  

“ไม่ถือสา” 

“ครับ...จะเป็นไรไหมถ้าผมจะขอตัวก่อน พอดีมีธุระต้องไปทำต่อ...ไว้มีโอกาสหวังว่าเราจะได้พูดคุยกันจริงๆจังๆสักครั้ง.....”  

“เชิญ”  

เขายกยิ้มกว้างเหมือนถูกใจอะไรสักอย่างแล้วเดินจูงมือคนที่ชื่ออาอี้ออกไปพร้อมกัน ลับหลังพวกเขาสองคนจู่ๆป๊าก็วางฉันลงบนพื้นแล้วจับตัวฉันหมุนเหมือนต้องการสำรวจอะไรสักอย่าง  

“ไม่เป็นไรใช่ไหมลูก”  

“ค่ะ” เอ๋…ทำไมฉันต้องเป็นไรละ?  

“เรารีบกลับกันดีกว่า ได้หนังสือครบหรือยัง หืม?”  

“ครบแล้วค่ะ” ฉันบอกป๊า แม้จะแอบประท้วงในใจเล็กๆว่ายังอยากได้อีกแต่เห็นป๊ามีท่าทางรีบร้อนเลยตอบไปแบบนั้น จากนั้นป๊าก็ไม่ถามอะไรฉันอีกแต่พาฉันเอาหนังสือไปคิดเงินแล้วเดินออกจากร้านตรงไปหาตะวันกล้าทันที พอป๊าเจอตะวันแล้วพูดอะไรกันสักอย่างตะวันที่ยิ้มแย้มคุยกับอุ่นที่กินนมอยู่ข้างๆหน้าก็เปลี่ยนสีทันที  

“เจ้าแสบ! เลิกเล่นแล้วรีบกลับกันเถอะลูก พี่คิง! พาแฝดออกมาลูก เราจะกลับกันแล้ว”  

เฮ้ออ เพราะผู้ชายคนนั้นแท้ๆเลยที่ทำให้ตะวันมีสีหน้าไม่ดี ฉันไม่ชอบสุดๆ  

พอกลับมาถึงบ้านตะวันก็พาพวกเรามาที่ห้องนั่งเล่นและให้ป้าวันเอาขนมมาให้ส่วนป๊าแยกออกไปโทรศัพท์หาอาตี้  

“เด็กๆเล่นอยู่แต่ในห้องนี้นะเข้าใจไหม...” 

“คร้าบ/ค่ะ”  

“เดี๋ยวตะวันมานะครับ” ตะวันบอกพร้อมกับหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ฉันยื่นมือไปจับมือตะวันเอาไว้ 

“ตะวัน!...มีผู้ชายคนหนึ่งที่เย็นกับป๊าเจอในร้านหนังสือ.....”  

“ครับ?” ตะวันทำหน้าตกใจนิดหน่อยแต่ก็ย่อตัวมาคุยกับฉัน  

“เขาบอกว่าตาของเย็นน่ารังเกียจ สายเลือดน่ารังเกียจ....”  

ตะวันเม้มปากมองฉันด้วยตาสั่นไหวนิดๆ แอบอุทานในใจว่าแย่แล้ว ฉันไม่น่าพูดเรื่องนี้เลย ตะวันอาจจะไม่สบายใจ แต่ก็สายไปแล้ว  

“ใครว่าเย็น!” พี่ก้องพูดขึ้นแล้วเดินมานั่งข้างฉันด้วยใบหน้าขึงขัง  

“ใคร...ใครอะไรที่ไหน?” พี่ใต้หยุดกินแล้วหันมองซ้ายมองขวางงๆ ขอบปากยังคงเปื้อนเศษขนม  

“มีคนว่าเย็นตาไม่สวยน่ารังเกียจ” ฉันบอกเหล่าพี่น้องที่เรามีสีตาเหมือนกันเปี๊ยบอย่างรู้สึกมีพลังหน่อยๆ อาจเพราะมีสีตาเหมือนกันเลยรู้สึกดีที่ไม่ได้โดนว่าคนเดียวก็ได้มั้ง  

“โอ๋ๆเย็น” ไออุ่นวางขนมลงในถาดแล้วเดินมากอดเอวฉันส่วนหัวซุกลงกับหน้าตัก ฉันมองน้องแล้วอมยิ้มก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มยุ้ยๆจนยุบลง  

“ไอเย็น...ฟังนะลูก” ตะวันกล้าจับหน้าฉันให้หันไปมอง “ไม่ว่าใครจะพูดยังไงเรื่องตาของลูก มันไม่สำคัญเท่าตรงนี้ของหนู หัวใจของลูก...” ฉันมองตามนิ้วของตะวันที่ชี้มาตรงหน้าอกของฉันแล้วยกยิ้มกว้างกับความหมายของคำพูดของตะวัน ตะวันเห็นฉันยิ้มตะวันเลยยิ้มแล้วยื่นหน้ามาจุ๊บหน้าผากฉัน ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่าให้พวกเราอยู่แต่ในห้องนี้.... 

ฉันมองตามหลังของตะวันไปด้วยความรู้สึกไม่ค่อยดีนิดหน่อย ดูเหมือนว่าการเจอกับผู้ชายสองคนนั้นที่ร้านหนังสือจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่เลย.... 

 

 

ไออุ่น 

ไอเย็นกำลังไม่สบายใจ ผมรู้สึกได้... 

ต้องเป็นเพราะคนใจร้ายที่มาว่าเย็นแน่ๆ ฮึ่ม! ถ้าเจอนะผมจะแอบอัดพวกมันให้น่วมเลย (ต้องแอบอัดเพราะเดี๋ยวตะวันกับป๊าเห็นแล้วอุ่นจะถูกดุแล้วพี่คิงจะไม่รักด้วย=3=) เห็นผมตัวเล็กๆอย่างนี้นะ ความจริงแล้วผมต่อยเจ็บนะจะบอกให้ เคยต่อยเคยหยิกเฮียใต้จนร้องจ๊ากมาแล้วก็มี หึๆๆ ช่วยไม่ได้ก็ชอบมาว่าอุ่นทำไมละ  

“เย็นนนน เล่นหมอกับคนไข้กัน” เพราะเห็นว่าไอเย็นกำลังไม่สบายใจ ผมเลยชวนพี่สาวมาเล่นเป็นคุณหมอกับคนไข้อย่างที่พี่ชอบเล่นเผื่อพี่จะอารมณ์ดีขึ้น  

“อื้มม” พอไอเย็นตอบตกลง ผมก็ไม่รอช้า เดินไปหยิบของเล่นหมอที่มุมของเล่นมาให้พี่ แล้วทำตัวเป็นคนไข้ให้พี่ตรวจอย่างที่เราชอบทำบ่อยๆ ถึงพี่ผมจะไม่ค่อยพูด แต่เย็นก็เป็นห่วงผมมาก แล้วรักผมมากด้วย เราเป็นแฝดกัน แม้ไม่พูดแต่ก็รู้ความสึกของอีกฝ่ายได้  

“เป็นคนไข้ต้องนอนนิ่งๆนะ” 

“ฮะ”  

หลังจากนั้นผมก็นอนนิ่งๆให้ไอเย็นตรวจแล้วพูดภาษาอะไรไม่รู้ออกมา แต่พอนอนนิ่งๆบนโซฟาไปสักพักผมก็เริ่มรู้สึกตัวลอยๆแล้วไม่รับรู้อะไรอีกเลย  

“เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้” อื้ออ ป๊าเสียงดัง 

“เขามีเรื่องกับเซบาสเตียนไม่ใช่หรอ ทำไมเป็นเราที่ต้องหนี” งื้อออ ตะวันก็เสียงดัง 

“เซนมันผลิตยานั่นจากเลือดของพวกนาย” อื้อออ ป๊าพูดอะไรน่ะ  

“อะไรนะ??” เสียงหนานหนานนี่นา.... 

หาวววว~ ผมลุกขึ้นนั่งยกมือปิดปากแล้วกระพริบตามองไปรอบห้องอย่างสงสัยว่าเสียงดังๆนั่นมาจากไหน แต่ก็มองไม่เห็นป๊า ตะวัน และหนานหนานเลยนะ...มองเห็นแต่พวกพี่ๆที่กำลังเกาะประตูชะโงกหน้ามองอะไรสัก ฮึบ! ผมกระโดดลงจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปหาพวกพี่ๆยื่นมือออกไปเกาะหลังพี่คิงแล้วมองตามสายตาพวกพี่ๆ อื้ม ป๊า ตะวัน และหนานหนานอยู่นั่นไง 

“มันเอาเลือดของนายไป ตรวจเช็คยีนว่าอะไรที่ทำให้พวกนายท้องแล้วเลียนแบบมันขึ้นมา”  

“...นี่มันบ้าอะไร” หนานหนานมีท่าทีตกใจมากๆ  

“คืนนี้เราเดินทางไปหลบที่เกาะมาตาวี”  

“ผมจะโทรบอกพี่ทะนงอาจและเก็บของที่จำเป็น” ตะวันพูดแล้วเดินออกไปด้วยความรีบร้อน เดี๋ยวนะ เกาะมาตาวีหรอ? นี่เราจะได้ไปหาคุณตาคุณยายใช่ไหม เย้ๆ  

“มันทำสำเร็จหรือเปล่า”  

“.......”  

“ตอบฉันซิ!”  

“ไม่มีการทดลองไหนที่เซนทำไม่สำเร็จ.....”  

หนานหนานผงะ “พอจะรู้อยู่บ้างว่ามันเอาเลือดฉันไป แต่ไม่คิดว่ามันจะทำเรื่องบ้าๆนี้สำเร็จ”  

“โลกของมาเฟียมันเปลี่ยนไปแล้วซื่อหนาน....ตอนนี้ในตลาดมืดไม่ได้ค้าขายแค่อาวุธสมครามหรือยาเสพติด แต่พวกมันขายวิทยาการ....”  

“....แล้วเราจะเป็นยังไงต่อ...”  

“จะปลอดภัย...เซนสัญญาแล้วว่าจะไปดีลกับคนจากแผ่นดินใหญ่ใหม่อีกครั้ง”  

“นายรู้จักมันหรือเปล่า เด็กที่เข้ามาคุยด้วย....”  

“อี้หลง อายุ 21 ปี ผู้นำคนต่อไปของแดนมังกร....” 

“.......”  

พวกผู้ใหญ่คุยอะไรกันน่ะ ภาษาเข้าใจยากชะมัด ผมเท้าคางมองป๊าและหนานหนานที่พูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งครัดอย่างไม่เข้าใจนิดๆ แล้วคืนนี้ตกลงอุ่นจะได้ไปหาคุณตาคุณยายไหมอ่ะ 

  

เกาะมาตาวี 

“ทะเล๊ทะเล~” ผมฮัมเพลงอารมณ์ดีแล้วโยกตัวไปมาในอ้อมแขนแกร่งของป๊า ในขณะที่ลมพัดแรงตีเข้าหน้าแต่ให้ความรู้สึกสดชื่นมากๆ เหมือนเมื่อกี้เลย...ที่พวกเราขึ้นเฮลิปคอปเตอร์มาที่เกาะ สนุกมากๆ อุ่นช้อบชอบแหละ 

“หิวกันหรือยังเด็กๆ” ตะวันถาม 

“หิวววววว” พวกเราประสานเสียงตอบพร้อมกัน  

“ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอยู่ละ ไปกินข้าวกันดีกว่า ยายทำของโปรดแต่ละคนไว้เต็มไปหมดเลย”  

“คุณยาย!” อุ่นดิ้นลงจากอ้อมแขนของพ่อแล้ววิ่งเข้าไปกอดคุณยายพร้อมกับพี่ๆก่อนจะเริ่มชวนคุณยายแข่งกับพี่ใต้ พอไม่มีเรื่องคุยสู้พี่ใต้ อุ่นเลยเดินไปจูงมือพี่คิงมาให้คุณยายรู้จักแทน คุณยายมีท่าทางสนอกสนใจพี่คิงเป็นพิเศษด้วย เห็นไหม คุณยายสนอุ่นกว่าพี่ใต้อีก  

“ไปๆ ไปกินข้าวข้างในกัน ป่านนี้คุณตารอแย่แล้ว”  

“คร้าบบบ/ค่ะ” พวกเราวิ่งเข้าไปในบ้าน โดยที่ผมไม่ลืมจูงมือพี่คิงเข้ามาด้วย  

พวกเรามองปลาหมึกสีขาวมีรอยย่างตามตัวแล้วสูดน้ำลายพร้อมกันก่อนจะเริ่มใช้ส้อมจิ้มปลาหมึกกินกัน อร่อยที่สุดเลย! พอพวกเราทานอาหารเย็นกันเสร็จตะวันและหนานหนานก็บอกให้พวกเราไปอาบน้ำ แต่อุ่นอยากเล่นน้ำทะเล พอพูดออกไปอย่างนั้นเลยโดนตะวันดุจนร้องแงๆ แต่ตะวันก็ไม่ใจอ่อนแถมยังพูดอะไรไม่รู้ตั้งยืดยาวให้ฟัง อุ่นนั่งฟังอยู่บนตักจนเผลอหลับไปตื่นมาอีกที อ้าว...นอนอยู่บนเตียงซะแล้ว แถมเสื้อผ้ายังเปลี่ยนเป็นชุดนอนคุณโลมาแสนสวย ตัวก็มีกลิ่นหอมด้วย  

แกร็ก... 

“ตื่นแล้วหรอ” พี่คิงเปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง ทำให้อุ่นยกยิ้มกว้างแล้วกวักมือเรียกให้พี่คิงขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกัน  

“พี่คิง”  

“พี่มาเล่านิทานให้ฟัง”  

“แล้วก็นอนกับอุ่นด้วย”  

พี่คิงส่ายหน้า “พี่ต้องไปนอนกับใต้”  

“ไม่เอา” ฮึ่ม! เฮียใต้จะแย่งพี่คิงไปนอนด้วยหรอ ไม่ยอม! อุ่นไม่ยอม!  

“อย่าทำหน้ามุ่ยซิ มา นอนเถอะ เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง”  

“ครับ”  

ผมนอนลงข้างตัวพี่คิงขยับเอาชิดๆกับพี่คิงและเอนหัวเข้าไปใกล้พี่คิงมากๆเอาไว้ก่อนจะนอนกอดแขนพี่คิงเอาไว้แน่น  

“ตัวแสบ แบบนี้พี่ก็ไปนอนกับใต้ไม่ได้”  

“ไปนอนไม่ได้ซิดี” เพราะอุ่นอยากให้พี่คิงนอนด้วย พี่คิงนะ ดีสุด ตามใจอุ่นแล้วก็เล่นกับอุ่นด้วย อุ่นชอบพี่คิงสุดๆเลย “พี่คิงๆ พี่คิงเล่าเรื่องเจ้าชายคนนั้นให้ฟังอีกซิฮะ อุ่นอยากฟัง”  

“หืม ไม่เบื่อบ้างหรอ” 

“ม่ายยยยย” 

“ครับๆ งั้น...เริ่มจาก......”  

พี่คิงเริ่มเล่านิทานให้ฟังด้วยน้ำเสียงเนิบช้าพูดชัดบ้างไม่ชัดบ้าง บางคำทับศัพท์ไปเลยก็มี อุ่นนอนฟังไปเรื่อยๆก็เริ่มรู้สึกหนังตาหนักอึ้ง ชั่วขณะสติกำลังล่องลอย ไออุ่นจึงขยับปากพูดกับคิงเสียงอ่อย  

“อุ่นง่วงงง แต่ยังไม่อยากหลับเลยฮะ” 

“หืม??” 

“อุ่นอยากคุยกับพี่คิงนานๆ” 

คิงยิ้มยื่นมือไปลูบหัวน้องน้อยตามด้วยลูบแก้มนุ่มยุ่นนั่นเบาๆ คิดอยากจะก้มลงไปฟัดสักฟอด แต่ต้องอดใจไว้  

“พรุ่งนี้ก็ได้คุยกับพี่แล้ว” 

“ห้าวว สัญญานะฮะ...”  

“สัญญาซิ” 

“สัญญาว่าจะอยู่กับอุ่นไปนานๆด้วย อยู่ด้วยกันตลอดไปเลย”  

“ครับ”  

ไออุ่นยกยิ้มหลับตาพริ้มแล้วซุกหน้าลงกับแขนของคิงแล้วผล็อยหลับไปในที่สุด คิงมองไออุ่นด้วยแววตาอ่อนโยนก่อนจะโน้มหน้าลงไปหอมแก้มยุ้ยนั่น แล้วยื่นมือไปปิดโคมไฟ หากพรุ่งนี้ตะวันถามว่าเขานอนกับน้องหรือ เขาจะบอกว่าเผลอหลับหลังจากเล่านิทานให้น้องฟัง ตะวันต้องไม่ว่าอะไรแน่...แต่คนอื่นก็ช่างเถอะ เพราะตามจริง เขาอยากจะนอนกับอุ่นมากกว่าใต้หล้าน่ะซิ กอดน้องนุ่มๆดีกว่าต้องคอยหลบฝ่าเท้าใต้หล้าเป็นไหนๆ  

“ฝันดีนะครับ” คิงกระซิบบอกน้องแล้วหลับตาลงผล็อยหลับตามไป... 

เช้าวันต่อมาบนเกาะมาตาวีไออุ่นได้ตื่นมากินแซนวิชแซลม่อนอร่อยมากเลย แถมวันนี้นัดกับพวกพี่ๆไปเล่นสนุกในสวนสมุนไพรของคุณยายด้วย ส่วนป๊า ตะวัน และหนานหนานเห็นบอกว่าออกไปซื้อขนมบนฝั่งมาให้อุ่นละ อุ่นจะรอ...เพราะอุ่นจะกินเยลลี่  

“อุ่นอย่าวิ่ง” พี่ไอเย็นร้องขึ้นเสียงดังเมื่อเห็นอุ่นสับขาวิ่งตามหลังพี่คิงไป  

“ง่า อุ่นอยากเล่นกับพวกพี่เร็วๆ” 

“เดินช้าๆก็ถึง”  

อุ่นหน้ามุ่ย ขัดใจนิดหน่อยแต่ก็ยอมทำตามที่ไอเย็นบอก พอเราเดินมาถึงสวนสมุนไพร คุณพี่เลี้ยงที่คุณยายสั่งให้มาเฝ้าพวกเราก็คอยอธิบายว่าต้นนี้ต้นนั้นใช้ทำอะไร อุ่นไม่สนใจหรอก มีแต่พวกพี่ๆที่สนใจฟัง ส่วนอุ่นวิ่งไล่จับคุณผีเสื้อ คุณผีเสื้อส้วยสวย วิ่งเล่นอยู่สักพักเลยรู้สึกเหนื่อยอุ่นจึงเดินไปนั่งบนเสื่อแล้วกินน้ำในกระบอกน้ำรูปโลมา ก่อนจะได้ยินเสียงบางอย่างจากพุ่มไม้ พอยื่นหน้าเข้าไปดู อุ่นก็เห็นก้อนขาวๆก้อนหนึ่งเหมือนคุณกระต่ายของพี่ก้องเลย  

อุ่นเลยรีบเดินไปบอกพี่ก้องแล้วจูงมือมาดูกระต่ายก่อนที่มันจะหนี พวกเรากับคุณพี่เลี้ยงเลยตกลงกันว่าจะจับมันกลับไป เพราะพี่ก้องชอบ เราเลยเริ่มวางแผนล้อมจับกระต่าย แต่มันเร็วมากจริงๆ เหมือนในนิทานเลย แบบวิ่งเร็วมากๆ พวกเราพลาดจับมันหลายครั้งจนกระทั่งเสียงพี่ใต้ร้องดังขึ้น (พี่ใต้วิ่งเร็วสุด) บอกว่ามันจับมันได้แล้วพวกเราเลยรีบไปดู แต่พอเดินไปถึงกลับเห็นคนมากมายใส่ชุดดำกำลังปิดปากพี่ใต้อยู่ พี่ก้องเป็นคนแรกที่วิ่งเข้าไปหาพี่ใต้หลังจากอุ่นก็ได้ยินเสียงโวยวายตามมา รู้ตัวอีกทีก็ถูกคุณพี่เลี้ยงจับอุ่นขึ้นขี่หลังพี่คิงแล้วคุณพี่เลี้ยงก็อุ้มพี่ไอเย็นวิ่งออกไป อุ่นหันกลับไปมองด้านหลังคนพวกนั้นกำลังตามเรามา แต่สักพักอุ่นก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนของลุงธวัฒน์แล้วเสียงอะไรไม่รู้ดังปังๆ ตามมาด้วยคุณยายวิ่งเข้ามาอุ้มอุ่นแล้วร้องไห้ อุ่นตกใจจนพูดไม่ออกได้แต่อยู่เฉยๆแล้วปล่อยให้คุณยายพาอุ่นเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า สักพักคุณพี่เลี้ยงกับไอเย็นก็เดินมาพร้อมลุงทะนงอาจเราเลยถูกจับอาบน้ำพร้อมกัน  

จากวันนั้นทุกคนก็มีสีหน้าเคร่งเครียดกันหมด พร้อมๆกับพี่ก้องกับพี่ใต้ที่หายไป อุ่นแอบร้องไห้ด้วย แอบร้องไห้อยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นที่มีคุณยายนั่งอยู่ด้วย คุณยายปลอบอุ่นว่าเดี๋ยวพี่ก้องพี่ใต้ก็กลับมา แต่อุ่นกลัวไม่รู้ทำไม เราทุกคนกลัว ทั้งอุ่น พี่เย็น คิง ป๊า ตะวัน โดยเฉพาะหนานหนาน อุ่นแอบเห็นหนานหนานเดินไปร้องไห้คนเดียวด้วย  

สามวันผ่านไปบ้านที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะกลับเงียบเหงาไปอย่างน่าหดหู่ เสียงโทรศัพท์เครื่องหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงโทรศัพท์ของหนานหนาน หนานหนานเดินรับโทรศัพท์แล้วออกไปคุยด้านนอก ได้ยินชื่อของอาตี้ด้วย ต้องคุยกับอาตี้แน่เลย พอคุยเสร็จหนานหนานก็รีบวิ่งออกไป เห็นบอกว่าจะไปโรงพยาบาล พี่ใต้อยู่ที่นั่น เราทุกคนเลยตามกันออกไป  

ที่โรงพยาบาลในตัวเมืองภูเก็ต อุ่นเห็นพี่ก้องนั่งอยู่บนตักอาตี้ หน้าห้องห้องหนึ่งที่อุ่นรู้จักมันดี มันคือห้องวุ่นๆรีบๆ อุ่นเคยเข้าไปด้วยแหละ ที่ว่าวุ่นๆรีบๆเพราะหมอกับพยาบาลวิ่งไปวิ่งมากันไม่หยุด=___= พวกผู้ใหญ่เหมือนจะพูดกันว่าพี่ใต้โดนฝุ่นเยอะมากๆเลยไม่สบาย ใช่ๆ อุ่นนะเคยเห็นพี่ใต้จามบ่อยๆตอนอยู่ในที่ไม่สะอาด ร่างกายพี่ใต้น่ะไม่ชอบอะไรที่ไม่สะอาด 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด  

พี่ใต้ถูกย้ายมานอนที่ห้องพักแล้ว เป็นห้องวีไอพีใหญ่มากๆเลยฮะ อุ่นเลยเดินเข้าไปดูพี่ใต้ใกล้ๆ เห็นตัวพี่ใต้นะมีตุ่มแดงเต็มไปหมดเลย อุ่นสงสารพี่ใต้ คิดถึงด้วย อุ่นไม่ได้ทะเลาะกับพี่ใต้หลายวันแล้ว  

“อุ่นอยากเฝ้าเฮียใต้”  

“ค่อยมาพรุ่งนี้ลูก คืนนี้มีพี่ก้องเฝ้าอยู่ ไม่ต้องห่วงนะ” ตะวันบอกพร้อมกับจัดผมให้อุ่น อุ่นหันไปมองพี่ก้อง พี่ก้องนั่งอยู่ข้างเตียงพี่ใต้ไม่ขยับไปไหนเลย นั่งจับมือพี่ใต้แน่นมากด้วย อุ่นเลยหันไปมองไอเย็น แล้วเดินไปจับมือพี่สาวบ้าง มือพี่เย็น เย็นมากๆเลย อุ่นจะเพิ่มความอุ่นให้เอง  

“กลับกันเถอะครับ” ตะวันเดินเข้ามาบอก  

“ฮะ”   

วันนี้เราต้องนอนอยู่ในตัวเมืองที่รีสอร์ทของเพื่อนลุงทะนงอาจเพราะต้องไปเฝ้าพี่ใต้อีกวันพรุ่งนี้ ตอนป๊าขับรถออกมาจากโรงพยาบาล เราขับผ่านวัดด้วย ตะวันเลยบอกให้ป๊าแวะ เราจะทำบุญและอธิษฐานให้พี่ใต้หายเร็วๆแล้วมาเล่นกับอุ่นเร็ว อยู่ด้วยกันนานๆ  

“ตะวันฮะ”  

“ครับ”  

“คนเราสามารถอยู่ด้วยกันนานๆได้ไหมฮะ เหมือนป๊ากับตะวัน”  

ตะวันยิ้มบางแล้วย่อตัวลงมาหาอุ่น “ได้ซิครับลูก เราอยู่ด้วยกันได้นานๆได้ ถ้าเรามีเขาอยู่ในนี้ ไม่ว่าจะห่างกันแค่ไหน เราก็จะอยู่ด้วยกัน”  

ตะวันบอกว่าถ้าให้ใครอยู่ในใจเรา คนนั้นจะอยู่กับเราได้นาน อุ่นนะจะให้พี่ใต้ พี่ก้อง พี่ไอเย็น พี่คิง ป๊า ตะวัน หนานหนาน อาตี้ ลุงทะนงอาจ ลุงธวัฒน์ ลุงธนา คุณตา คุณยาย ให้ทุกคนอยู่ในใจอุ่น ทุกคน...จะได้อยู่กับอุ่นไปนานๆ และไม่หายไปเหมือนพี่ก้องกับพี่ใต้อีก......ไม่งั้นอุ่นต้องเจ็บๆใจแน่ๆเลย ถ้าทุกคนหายไป.... 

“วันนี้กินเค้กดีกว่าเนาะ แล้วซื้อไปฝากพี่ใต้ด้วยพรุ่งนี้” 

“ฮะ”  

อุ่นยิ้มให้ตะวันแล้วเดินกระโดดอารมณ์ดีตามตะวันไปที่รถที่ป๊า ไอเย็น และพี่คิงรออยู่ มีทุกคนอยู่ด้วยแบบนี้ดีที่สุดเลย  

อุ่นแฮปปี้~ 

 

========================================= 

จบแล้วจ้าา สำหรับตอนพิเศษของดวงตะวันกับมังกร แอบสปอยนิดนึงเ้น้อว่าเรื่องของพวกเจ้าแฝดจะไม่ค่อยเกี่ยวกับโลกของมาเฟียเท่าไหร่ จะเกี่ยวแค่นิดๆเท่านั้น และขอเสริมอีกนิดว่า พวกเจ้าแฝดมีความจีเนียสกันคนละแบบด้วยยยย น้ำจึงจะเขียนเรื่องราวของพวกเขาในช่วงวัยมหาลัย เอาเป็นว่าไม่เมาท์เยอะรออ่านกันเองจ้าาา^^  

ความคิดเห็น