JamFeelgood

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนท์ ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณธัญวลัยที่เลือกให้นิยายเรื่องนี้ติดอันดับฟินสุดหยุดไม่ได้นะคะ : )

ชื่อตอน : 17 : 75%

คำค้น : นิยายดราม่า นิยายอบอุ่นหัวใจ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 820

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 18:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
17 : 75%
แบบอักษร

มือเล็กๆเอื้อมไปคว้าช่อดอกกุหลาบสีขาวที่วางไว้ตรงหัวเตียงขึ้นมาสูดดมอีกครั้งด้วยความรู้สึกคิดถึงและคะนึงหาคนที่ส่งดอกไม้ช่อนี้มาให้อย่างสุดหัวใจ กอดมันเอาไว้แนบอกราวกับมันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวได้ในยามนี้ ปาลินค่อยๆพลิกการ์ดใบเล็กที่แนบมาด้วยกันขึ้นมาดูอีกอีกครั้ง ข้อความเรียบง่ายที่ส่งผ่านตัวอักษรออกมากำลังทำให้เธอคิดถึงเขาอย่างสุดหัวใจ เขาคนที่หายไปตั้งแต่เช้า...เพราะอยากให้เวลาแก่เธอได้ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดตามที่เธอร้องขอ 

เมื่อราวๆบ่ายโมงเศษหลังจากที่พี่สมเข้ามาในภายในบ้าน ตัวเธอเองยิ้มละมุนที่เห็นเขาถือช่อดอกไม้เข้ามาเพราะเข้าใจว่าคงเอามาเซอร์ไพรส์ภรรยาของตัวเองแน่ๆ วินาทีนั้นยังรู้สึกตื้นตันไปตามความคิดตัวเองกับเขาอยู่เลย แต่พอพี่สมเดินเลยลิ้นจี่มาและตรงดิ่งมาที่เธอเท่านั้นแหละ ไอ้หัวใจเจ้ากรรมของตัวเองก็เต้นแรงจนแทบจะทะลุนอกอกออกมา เข้าใจได้ทันทีว่าดอกไม้นั่น...ใครเป็นคนส่งมาให้เธอ  

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เริ่มไม่ชินกับการอยู่คนเดียวของตัวเอง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หัวใจของเธอมันโหยหาแต่เขา ทั้งๆที่ตลอดมาการอยู่คนเดียวนั้นไม่เคยเป็นปัญหาใหญ่อะไรสำหรับเธอเลย เมื่อก่อนเธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้แบบสบายๆเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะระยะหลังอาจจะมีเขาเข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจ เข้ามาเติมเต็มความอ้างว้างตลอดชีวิตที่เคยผ่านมา เขาเข้ามาเป็นเหมือนความสุขที่เธอไม่เคยได้รับจากที่ไหน ความสุขที่มันสุขออกมาจากหัวใจโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทนกลับไปนอกจากความรักของเธอเช่นเดียวกัน นั่นมันเลยทำให้คืนนี้ปาลินยากที่จะหลับตาลงได้ เพราะวันนี้ไม่มีเขานอนกอดเธอเอาไว้แนบอกอย่างเช่นทุกวันที่ผ่านมา ใช่...เธอเสพติดอ้อมกอดของเขาไปแล้ว! เสพติดแม้กระทั่งกลิ่นกายหอมละมุนของเขา! 

ก๊อกๆๆ 

“ใครคะ?” คนที่นั่งอยู่บนเตียงงุนงงเล็กน้อย สายตามองไปยังนาฬิกาที่ผนังด้วยความแปลกใจ ดึกป่านนี้ใครมาเรียกกันนะ? 

“ลิ้นจี่เอาของมาให้จ้ะคุณขิง ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย” เสียงตะโกนดังมาจากหน้าห้องที่ดังขึ้น ทำให้ปาลินต้องรีบวางช่อดอกไม้เอาไว้ที่เดิมและเดินตรงดิ่งไปเปิดประตูให้แม่สาวท้องโตทันที 

“เอาอะไรมาให้หรอ?” ปาลินมองคนตรงหน้าด้วยแววตางุนงง นี่มันสี่ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ลิ้นจี่ยังไม่กลับไปนอนอีกหรือไง? 

“ของสำคัญจ้ะ คุณรบฝากพี่สมเอามาให้คุณขิง พอดีเมื่อหัวค่ำทุกคนก็มัวแต่วุ่นๆ เลยลืมเอามาให้ นี่นึกได้ปุ๊บ...ลิ้นจี่ก็รีบให้พี่สมพามาเลยนี่แหละจ้ะ” แม่สาวท้องโตยิ้มแหยๆ ไม่กล้าบอกว่าไอ้ที่วุ่นๆน่ะ ก็มัวแต่หาแอพฯ แล้วก็ติดตั้งมันอยู่นานสองนานตามคำสั่งเจ้านายหนุ่มนี่น่ะสิ นี่หนุ่มกรุงเทพฯคงคิดถึงเมียใจจะขาดแล้ว ถึงได้รบเร้าให้เอาของมาให้เจ้านายสาวของเธอให้ได้ภายในครึ่งชั่วโมงนี้น่ะ! ช่างไม่สนใจคนท้องโตที่ต้องเดินมาค่ำมืดเลยจริงๆนะเจ้านาย! 

“ของสำคัญ?” ปาลินเอียงหัว สงสัยว่าอะไรคือของสำคัญที่ว่ามา 

“ใช่จ้ะ นี่ไง...ของสำคัญที่ลิ้นจี่กับพี่สมลืมเอามาให้” พูดจบก็ยกเครื่องมือสื่อสารสีดำพร้อมอุปกรณ์ของมันในถุงขึ้นมา และยื่นออกไปตรงหน้าเจ้านายสาวทันที พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดอย่างไม่อาจจะห้ามได้ ภาวนาขอให้แผนการง้องอนของเจ้านายสำเร็จสักทีเถอะ เพี้ยง!!! 

ปาลินเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์เครื่องนั้นมาพินิจพิเคราะห์อยู่นานร่วมนาที เพราะรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งเห็นมือถือรุ่นนี้ไปไม่นานนี้เอง และหลังจากที่นึกได้ว่าอะไรเป็นอะไร ความตกใจก็เกิดขึ้นมาฉับพลันพร้อมกับเสียงอุทานที่ดังขึ้น! 

เพราะวันนี้เธอได้ออกไปข้างนอกพร้อมลิ้นจี่ เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมพลรบถึงอนุญาตให้เธอออกไปได้ง่ายๆแบบนี้ แต่วันนี้หลังจากได้ออกไปเปิดหูเปิดตาหลังจากอุดอู้อยู่แต่ในบ้านและรอบสวนมาหลายวัน ความเครียดจึงได้น้อยลงมากจนรู้สึกดีขึ้น และนอกจากจะได้พาลิ้นจี่ไปหาหมอตามโปรแกรมแล้ว หญิงสาวตรงหน้ายังชวนเธอไปเดินเล่น ไปไหว้พระตามวัดต่างๆต่ออีกหลายชั่วโมง  

วันนี้เธอได้ไปกินอาหารเจ้าอร่อยที่ทั้งลิ้นจี่และพี่สมต่างก็การันตีถึงความอร่อยนั้นจนต้องยอมใจอ่อนลองไปชิมดูตามคำเชื้อเชิญ ไหนจะได้ไปเดินดูเสื้อผ้าของใช้ของตัวเองเพิ่มขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลอีก โดยที่พี่สมเป็นคนจัดการค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด นั่นแหละ...ปาลินถึงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร และนี่เธอจำได้...ว่าไอ้เครื่องมือสื่อสารที่อยู่ในมือของตัวเองยามนี้ มันคือมือถือเครื่องเดียวกับที่พี่สมบอกว่าให้เธอช่วยเลือกให้ที เพราะเขาจะเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่! แล้วนี่มันยังไง?! 

“นี่มันอะไรกัน!”  

“โธ่! คุณขิงอย่าโกรธลิ้นจี่กับพี่สมเลยนะจ๊ะ พอดีคุณรบสั่งให้พี่สมพาคุณขิงไปซื้อนั่นแหละจ้ะ” ลิ้นจี่หน้าเสียในยามที่เห็นสีหน้าคล้ายกับแปลกใจของเจ้านายสาว 

“...” 

“ถ้าบอกไปตรงๆ ทั้งพี่สม ทั้งลิ้นจี่ก็กลัวว่าคุณขิงจะไม่เอา เราสองคนก็เลยต้องใช้วิธีนี้” คนมีความผิดรีบสารภาพทันที 

“แต่มาบอกตอนนี้ขิงก็ไม่อยากได้อยู่ดี” ปาลินพูดเสียงเรียบ รู้ดีว่าทั้งสองคนทำไปทั้งหมดนี้น่ะ...ใครเป็นคนสั่งมา เธอเข้าใจได้ดี แล้วก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรขนาดนั้น 

“รับไว้เถอะนะจ๊ะ ลิ้นจี่อยากให้คุณขิงรับไว้ เผื่อคุณรบโทรเข้ามาจะได้คุยกัน” 

“ขิงโกรธเค้าอยู่ ลิ้นจี่ก็รู้นี่นา” เจ้านายสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สุดท้ายก็ปั้นหน้านิ่งทำเป็นโกรธใครได้ไม่นาน ช่วงนี้ทำไมอารมณ์มันขึ้นๆลงๆมากมายแบบนี้นะ! 

“คุณขิงจ๋า เจ้านายน่ะเสียใจมากเลยนะ ทุกอย่างที่เจ้านายทำไปก็เพราะรักคุณขิงจริงๆ พวกเราทุกคนอยากให้คุณสองคนดีกันไวๆ พวกเราอยากให้บ้านนี้กลับมามีความสุขเหมือนเดิม” 

“...” 

“อย่าโกรธกันนานแบบนี้เลยนะจ๊ะ ลิ้นจี่สงสารเวลาที่เห็นทั้งเจ้านายและคุณขิงต้องร้องไห้” 

“...” 

“มันไม่เห็นมีประโยชน์เลยที่จะต้องมาโกรธกันแบบนี้ ถ้าเจ้านายไม่ได้รักคุณขิงนะ ลิ้นจี่จะไม่พูดแบบนี้ออกมาเด็ดขาด แต่เพราะลิ้นจี่สัมผัสได้...ว่าหัวใจของเจ้านายตอนนี้มันก็เจ็บปวดไม่แพ้คุณขิงเลย” คนพูดดึงมือเจ้านายสาวมากุมเอาไว้ ลูบมันไปมาคล้ายจะแสดงออกให้รู้ในสิ่งที่พูดออกไป 

“ลิ้นจี่ไม่รู้หรอก ว่าเค้าทำอะไรกับขิงไว้บ้าง” ใช่...ถ้ารู้จะเชียร์กันแบบนี้อยู่ไหม? 

“ใช่จ้ะ...ลิ้นจี่ไม่รู้ แต่ที่รู้คือมันค่อนข้างรุนแรงมาก และแรงมากจนทำให้คุณขิงโกรธแบบนี้” 

“...” 

“แต่ในชีวิตคนเราจะไม่เคยทำผิดกันบ้างหรือจ๊ะ คนทำผิดทุกคนก็อยากได้รับการให้อภัยทั้งนั้น” 

“...” 

“แล้วความผิดของเจ้านายในวันนี้ มันผิดมากจนคุณขิงจะให้อภัยไม่ได้เลยจริงๆหรอจ๊ะ” 

“...” 

“หลายวันมานี้พวกเราในบ้านสังเกตเห็นทุกอย่าง รู้มั้ยจ๊ะ...ว่าพวกเราทุกคนก็อึดอัดตามไปด้วย พวกเราไม่มีความสุขเลยที่ในบ้านมีแต่บรรยากาศอึกอัดแบบนี้ แล้วป้าแช่มแกเห็นเจ้านายมาแต่เล็กแต่น้อย พอเจ้านายร้องไห้เสียใจ ป้าแกก็นั่งร้องไห้ตาม คุณขิงไม่เห็นใจคนแก่บ้างหรือจ๊ะ” 

“ขิงรู้..รู้ว่าทุกคนรู้สึกยังไง” ปาลินยอมรับออกมาตามตรง ไม่ใช่ลิ้นจี่คนแรกที่พูดแบบนี้ วันนี้หลังจากที่วางสายจากคุณสงครามไป ป้าแช่มก็เดินมาพูดเรื่องนี้กับเธอเหมือนกัน และเธอก็รู้ดีว่าทุกอย่างที่ลิ้นจี่พูดถึงป้าแช่มนั้น มันคือความจริงทุกอย่าง  

“งั้นก็อย่าโกรธกันนานเลยนะจ๊ะ พวกเราอยากให้เจ้านายมีความสุข อยากให้คุณขิงยิ้มเยอะๆเหมือนเมื่อก่อน” 

“ลิ้นจี่ไปนอนเถอะ ดึกแล้ว” ปาลินตัดบทและทำท่าจะปิดประตูทันที ไม่กล้ารับฟังความจริงหรือคำพูดโน้มน้าวของลิ้นจี่ต่อ 

“อย่าลืมนะจ๊ะ ถ้าเจ้านายโทรมาต้องรับสายนะคุณขิง...อย่าปล่อยให้เจ้านายรอเก้อนะจ๊ะ” 

“เดี๋ยวจะคิดดูอีกที” พูดจบก็ปิดประตูและยืนพิงมันเอาไว้นิ่ง มองมือถือในมือของตัวเองแล้วนึกถึงสิ่งที่ทุกคนพูดกับเธอในวันนี้ 

หลังจากที่ได้คุยกับพ่อสามีและแม่สามีในวันนี้แล้ว เธอก็ได้คุยกับป้าแช่มต่ออีกพักใหญ่ ทุกคนไม่มีใครเข้าข้างพลรบจนออกนอกหน้า ต่างให้เธอตัดสินใจและเคารพทุกอย่างตามที่เธอเห็นควร และเธอก็คิดแล้วว่าการที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มันไม่ดีเอาซะเลย การทะเลาะกันของเธอและเขามันกำลังทำให้คนอื่นเดือดร้อนกันไปหมด ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น แม้แต่ตัวเธอเองที่คิดว่าจะต้องโกรธเขาให้มากที่สุด อยากทำให้เขาสำนึกผิด แต่สุดท้าย...เธอก็ไม่เห็นประโยชน์ใดๆเลยจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ 

และสิ่งที่ป้าแช่มแนะนำมากก็นับว่าเป็นทางออกที่ดีมากสำหรับเธอ เธอยอมรับกับป้าแช่มอย่างตรงไปตรงมาว่าจริงๆแล้วก็ไม่ได้โกรธเขาถึงขั้นจะหย่าขาดกันจริงๆ แต่ตอนนี้เธอแค่กำลังไม่พอใจก็เท่านั้น ป้าแช่มจึงเสนอทางออกให้เธอแบบง่ายๆ นั่นคือการอยู่นิ่งๆ รอให้พลรบพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจะทำยังไงกับเรื่องนี้ และยังบังคับไม่ให้เธอทำมึนตึงใส่เขาอีก ซึ่งครั้งแรกเธอก็อิดออดอยู่บ้างเพราะกลัวว่าเขาจะได้ใจ แต่ป้าแช่มก็บอกเธอกลับมาด้วยรอยยิ้มขบขันอย่างคนที่รู้ทันว่า ‘คุณขิงไม่ต้องวางฟอร์มอะไรหรอก แค่นี้คุณรบก็ไปไหนไม่รอด ยอมหนูขิงจนไม่กล้าขัดใจแล้ว’  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}