mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 :: ก่อเกิด [100%]

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 :: ก่อเกิด [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 101.7k

ความคิดเห็น : 100

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2558 10:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 :: ก่อเกิด [100%]
แบบอักษร

ตอนที่ 15 ก่อเกิด

 

 

        ศรนารายน์รายงานข่าว

          ข่าวประจำวันนี้คือ เรื่องแรกผมออกจากโรงพยาบาลแล้ว (ไชโยดังๆ) หลังจากออกมาปุ๊บก็ต้องอ้อนวอนให้เสือไปถ่ายทำอันที่ยังถ่ายต่อไม่เสร็จ กว่าจะขอได้นี้เสียตัวไปตั้งเยอะ สุดท้ายแล้วมันก็ยอมครับ สถานที่ใหม่คือสวนนงนุช(ผมไม่ได้ไปด้วยแต่ได้ดูภาพ สวยมากไม่อยากโม้) อีกอย่างเสือบอกว่าต่อไปนี้จะให้เพื่อนมาพบได้ มันกลัวผมเหงามั้ง อันนี้ไม่แน่ใจเท่าไหร่ และโปรเจคเยอะมาก ผมไม่ได้มาเรียนบ่อยด้วย(คือขาดตลอด) โชคดีที่ไอ้กิ้งมันช็อตโน้ตไว้ให้แถมมันเก่งตอบคำถามเรื่องที่ผมไม่เข้าใจได้ ปรึกษาเรื่องการเรียนกับมันได้จริงๆ และเรื่องสุดท้ายเพื่อนมันตา เสือรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผมเพราะหลังจากที่ผมได้ออกจากโรงพยาบาลผมก็เห็นพวกเธอยังเดินว่อนอยู่ในมหาลัยแล้ว แม้แต่ละคนสภาพดูอิดโรยกันไปหมด แถมเห็นผมทีเหมือนเห็นผีคือจะมีอาการตื่นตระหนกและเดินเลี่ยงตลอด ไม่รู้ว่าเสือไปทำอะไรให้พวกเธอกลัวได้ขนาดนั้น ผมจึงได้แต่ภาวนาว่าคงไม่ทำอะไรรุนแรงหรอก(มั้ง)

เสียงกดแป้นพิมพ์รัวไปมาทำให้อยากจะอ้วกเอาขนมที่พึ่งทานรองท้องไปเมื่อสักครู่ออกมาให้หมด ตอนนี้ผมกำลังเข้าสู่สภาวะงานรุมหัว พึ่งทำงานที่ตัวเองขาดเสร็จไปหมาดๆ ก็ต้องมาเผชิญวิกฤตใหม่เป็นโปรเจคร่วมกันคณะบริการเหมือนที่เพื่อนกระเทยผมได้เคยเกริ่นเอาไว้ครับ ซึ่งยากและคะแนนเยอะมาก ทำให้วันนี้ผมเลยอด ไม่ได้ไปดูเสือให้การสัมภาษณ์ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำสำหรับการถ่ายภาพลงหนังสือ จากนั้นเหมือนจะมีงานเลี้ยงต่อ แต่ผมติดโปรเจคเลยต้องกินแห้วอดไปด้วยตามระเบียบ หลังจากผมและเพื่อนร่วมคณะและต่างคณะร่วมยี่สิบกว่าชีวิตได้ย้ายสถานที่จากมหาลัยมาทำงานที่บ้านของเพื่อนคนหนึ่ง บ้านมันก็ใหญ่พอสมควรเหมือนพากันมาปาร์ตี้ถ้าไม่ติดว่าที่นี้ไม่มีอาหาร ไม่มีเหล้า ไม่มีเสียงเพลง มีแต่เสียงเดินว่อนไปมากับเสียงกดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ จนทำให้รู้สึกอยากจะ

          “กิ้งๆ กูอยากจะอ้วก” ผมละสายตาออกจากจอคอมแล้วหันไปหาอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างขอความช่วยเหลือ หากกลับโดนมันปัดมือออกทันที

          “อยากอ้วกก็ไปอ้วกด้านนอกกูติดงานอยู่ อ้อ! อย่ามาอ้วกในนี้เชียวนะมึง”

          ผมรู้สึกพะอืดพะอมเกินกว่าจะเถียงมันกลับ แถมมองไปทางไหนก็เห็นแต่นักศึกษาจากสองคณะกำลังก้มหน้าก้มตาปั่นงานกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เลยตัดสินใจกดเซฟงานของตัวเองเอาไว้ก่อน แล้วจึงเดินหลบสายปลั๊กระโยงระยางสำหรับชาร์ตคอมพิวเตอร์ออกไปสูดอากาศด้านนอก

          ลมเย็นๆทำให้สมองผมปลอดโปร่งขึ้นมาหน่อยครับ อย่างน้อยอาการณ์อยากอ้วกก็ลดลงแล้ว

          “อู้งานเหรอครับ” เสียงมาจากทางด้านหลัง ผมไม่ได้หันกลับไปมองเพราะรู้ว่ายังไงเขาคงเดินมาหาขณะเดียวกันกับที่เจ้าของเสียงทุ้มเมื่อครู่เดินมาขนาบข้าง ผมเบี่ยงตามองแล้วส่ายหน้า

          “มาสูดอากาศเพราะอยากอ้วกต่างหาก งานเสร็จแล้วเหรอ ?”

          “อือหึ” สิงห์พยักหน้าเล็กน้อย ผมไม่ได้ถามต่อเขาไม่ได้พูดด้วยจนกระทั่งท้องผมร้องด้วยความหิวอีกฝ่ายจึงหัวเราะเล็กน้อย “ไปเซเว่นไหม”

          “ไม่ได้เอากระเป๋าตังค์ออกมาด้วย”

          เขายิ้ม “เดี๋ยวเลี้ยงเอง”

          ผมเดินไปใส่รองเท้าแทบไม่ทัน

 

          ผมนั่งรถหรูของสิงห์กะระยะทางประมาณหนึ่งกิโลเมตร ในที่สุดเราก็มาถึงเซเว่นครับ “บอกว่าจะเลี้ยงงั้นไม่เกรงใจนะ”

          ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มมาให้แล้วพยักหน้า จบคำนั้นผมก็วิ่งลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้าเซเว่นทันที

          แอร์เย็นเฉียบสัมผัสผิวจนต้องเอามือกอดอกตัวเอง เป็นจังหวะเดียวกันที่สายตาดันเหลือบไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาห้าทุ่มกว่าๆ ผมขมวดคิ้ว สงสัยตัวเองจะทำงานหนักจนเพลินลืมดูเวลา ผมละความสงสัยของตัวเองออกจากสมองแล้วเดินไปหยิบตะกร้าใส่ขนมก่อนจัดการกวาดทุกอย่างที่อยากกินลงตะกร้า หยิบนั้นนู้นนี้ลงจนขนมมันล้นตะกร้าไปหมด

          “กินหมดเหรอ” เสียงทุ้มที่กำลังชะเง้อหน้ามามองขนมในตะกร้า เขาถามพลางขมวดคิ้ว “ซื้อไปเยอะขนาดนั้น”

          “ซื้อไปเผื่อคนอื่นด้วยไง มันเลยเยอะ กินคนเดียวไม่เยอะหรอก” โกหกจริงๆแล้วผมเป็นคนกินขนมเก่งมากนะครับ บางทีซื้อไปเยอะมากๆแถมกินเสร็จก็ไม่เก็บถุงขนมลงถังขยะ แล้วพอกินอิ่มก็ไม่ทานข้าวอีก มีครั้งหนึ่งเกือบโดนเสือว่าเพราะพฤติกรรมของตัวเองด้วย

          “หึ” เขาหัวเราะในลำคอก่อนหย่อนลูกอมลงในตะกร้าผมสองสามอัน หลังจากที่ผมได้ของที่อยากกินครบทุกอันจึงเดินไปจ่ายตังค์แต่ไม่ใช่ตังค์ตัวเองนะ มีคนเลี้ยงไง จ่ายเสร็จผมก็เดินถือถุงขนมออกจากเซเว่นไปที่รถอย่างอารมณ์ดีและหิวมากด้วย อารมณ์เหมือนสัตว์ประหลาดผู้หิวโหยที่สามารถเขมือบอาหารได้ทุกทีทุกเวลา

          สิงห์เดินตามหลังมาถึงตัวรถเป็นจังหวะเดียวกันที่โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของผมสั่น

          ดูเบอร์โทรแล้วถึงต้องขมวดคิ้วงง

          “ครับพี่บอล”

          (น้องธามกลับคอนโดด่วนเลย!!) น้ำเสียงจากปลายสายเร่งรีบมาก

          “มีอะไรกันหรือเปล่าครับ” ผมถามอีกอย่างถ้าไม่ใช่ธุระจริงๆคงกลับไม่ได้ เพราะงานผมก็ยังไม่เสร็จดีนัก

          (ตอนนี้พี่อยู่กับเสือ) พี่เขาตอบแค่นั้นผมก็กลับได้ยังเสียงโวยวายของใครสักคนดังมาจากปลายสาย หากจับคำพูดไม่ถูก แต่เดี๋ยวนะ! ไปอยู่ด้วยกันได้ยังไงวะ บังเอิญเจอกันที่ร้านเหรอ ? พลันความสงสัยบังเอิญผมรีบว่าต่อหากพี่แกก็สวนตอบกลับมาทันที

          “พี่บอลครับ

          (เสือโดนวางยา รีบมาเร็วๆน้อง มันใกล้จะประสาทแตกแล้วเนี่ย!!)

        !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

        อาการหิวของผมทลายหายไปจนหมดสิ้น

        ผมไม่ได้ตอบจนกระทั่งปลายสายตัดไป

ลมหายใจติดขัด ตัวสั่นรัวจนคนใกล้ตัวจับสังเกตได้ “ธามเป็นอะไรหรือเปล่า”

          “สิงห์” พอได้สติผมจึงรีบวิ่งไปหาเขาแล้วเขย่าแขนของอีกคนรัวๆ “ไปส่งที่คอนโดที ไปส่งที!!

          “เดี๋ยวครับมีอะไรหรือเปล่า” เขาถามพยายามแกะมือผมออกจากแขนให้หันหน้าไปคุยกับเขาตรงๆ แต่ผมประสาทเสียเกินกว่าจะมาอธิบายเหตุการณ์ให้ฟัง

          “ไปส่งที เร็วๆ!!!

          “ธาม!!!!!!! เขาตะโกนใส่ผมเสียงดัง “คุณต้องสงบก่อนแล้วบอกผมสิว่าเกิดอะไรขึ้น”

          ผมพยายามควบคุมน้ำเสียงที่สั่นแล้วตอบกลับ

          “เสือเสือโดนวาง ยะยา”

          “

          “แล้วฉันก็กลัวว่าเสือเสือจะ” ไปมีอะไรกับคนอื่น ผมไม่ได้พูดต่อ แต่เหมือนเขาจะอ่านความคิดผมออก เสียงทุ้มที่เงียบปล่อยให้ผมกระวนกระวายอยู่คนเดียวสักพักจึงพูดขึ้นมา

          “เหอะ” น้ำเสียงเหมือนเย้ยหยันทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย “เอาสิผมพาไปแน่”

          ผมยิ้มออก รีบพูดตอบ “งั้นรีบเถอะ!!—

        “แต่หลังจากธามจูบผมก่อนนะ J

        !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

          “ว” ประโยคเมื่อครู่ทำเอาสั่นจนพูดไม่ออก “ว่ายังนะ”

          “ผมบอกว่า” เขาขยับเข้ามาใกล้ ผมขยับถอยหลังจนกระทั่งแผ่นหลังชิดกับประตูรถ “จูบผมก่อนสิ”

          มันเหมือนเป็นกรรไกรตัดเส้นด้ายความสุภาพของผมกับมันให้ขาดสะบั้นลง

        “ให้จูบ ทั้งๆที่เป็นแฟนกับพี่มึง ?” ผมขึ้นหยาบอย่างที่ไม่เคยพูดกับเขา แค่อยากให้รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังโกรธมันและโกรธมาก

ร่างสูงยิ้มแสยะใบหน้าก้มต่ำจนหน้าผากชิดเสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหู

“แล้วยังไง ?”

ผมว่าผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเสือถึงทำท่าทางเหมือนไม่ชอบน้องชายตัวเอง คงไม่แปลก

สันดานแบบนี้เป็นผมก็คงไม่ชอบเหมือนกัน

          ผมไม่ตอบ เบี่ยงสายตาออกไปมองนอกถนน แต่เหมือนเขาจะรู้ทันความคิดผมอีกครั้ง

          “แท็กซี่ตอนนี้ไม่มีหรอก”

          “

          “ห้าทุ่มแล้ว อีกอย่างนี้ก็ไม่ใช่ถนนใหญ่”

          ผมเม้มปากหลับตาแน่น มันเป็นจริงอย่างที่เขาพูดแล้วถ้าจะกลับไปหากิ้งให้กิ้งพาไปคอนโด (ผมมากับกิ้ง)

เสืออาจรอไม่ไหว

และนั้นคือสิ่งที่ผมกลัว

ยาปลุกน่ะเสือก็เคยใช้กับผม ทำไมจะไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง

ถ้าโดนแล้วไม่ได้ปลดปล่อย มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราต้องทรมานรอเวลาให้ยาหมดฤทธิ์แต่ช่วงเวลานั้นแหละ อย่างกับจะให้ตายทั้งเป็น ผมกลัวว่าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็จริงแต่ผมกลัวอย่างหลังมากกว่า ผมเชื่อใจพอและคาดว่าพี่บอลคงจะช่วยกักตัวเอาไม่ให้ไปไหน

แต่จะทำยังไงดี!!

“รีบๆตอบสิครับ ช้านักผมไม่พาไปนะ” ร่างสูงเร่ง

ถ้าไม่จูบก็ไม่ได้ไปและไม่แน่อีกว่ากิ้งมันจะพาผมไปหรือเล่าเพราะมันก็ติดงาน เสืออาจต้องรอ

แต่ถ้าจูบมันก็ได้ไปแต่มันก็เหมือนกับเป็นการหักหลังเลยไม่ใช่หรือไง!!!

ผมเม้มปากอีกครั้ง หลับตาแน่น สมองกำลังคิดหนักว่าควรเลือกตัวเลือกไหนดี

จนในที่สุด

“จะทำอะไรก็รีบทำ”

พี่เสือ

ธามขอโทษ

 

 

ทันทีที่ตัวรถหรูขับมาจอดตรงที่หน้าคอนโดผมก็วิ่งลงจากรถไปขึ้นลิฟต์ทันที และพึ่งรู้ข้อเสียว่ามีเพ้นเฮ้าส์อยู่ที่ชั้นบนสุดก็วันนี้แหละ เพราะมันทำให้ผมต้องรอนาน นานมากจนกว่าจะลิฟต์จะส่งเสียงบอกสัญญาณว่ามาถึงชั้นที่ต้องการแล้ว

พอประตูลิฟต์เปิดออกผมก็เห็นเหล่าพี่ๆวิศวะหลายคนรวมถึงพี่บอลพี่พังค์กำลังนั่งทำหน้าเคร่งเครียดกันอยู่ด้านนอก สายตาจับจ้องไปที่ห้องนอนกันหมด

“น้องธาม!!” พี่พังค์เป็นคนสังเกตเห็นผมเป็นคนแรก ทันใดนั้นสายตาของทุกคนก็เปลี่ยนจุดหมายจากห้องนอนมามองผมแทนทันที พี่บอลรีบวิ่งมาเกี่ยวคอผมให้เดินไปหน้าห้องที่ผมนอนเป็นประจำ

“น้องเรียกเสือที มันไม่ยอมให้ใครเข้าไปเลยสักคนเดียว เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบ”

ว่าจบพี่เขาก็ละตัวออกไป ผมลองบิดกลอนประตูแล้วพบว่ามันล็อคจริงๆด้วย พอเคาะก็ไม่มีใครตอบเลยเปลี่ยนจากเคาะประตูมาเป็นทุบประตูแทน

ปัง! ปัง! ปัง!

“เสือ! เปิดประตูให้ธามหน่อย”

” เงียบ

ปัง! ปัง! ปัง!

“พี่เสือ! เปิดประตู”

เงียบ

คราวนี้ผมทั้งทุบทั้งเตะ

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

“พี่เสือเปิดประตูให้ธามเดี๋ยวนี้!

แอดดด ~

ปัง!

แกรก!

ประตูเปิดออกและปิดลงพร้อมล็อคกลอนอย่างรวดเร็วแต่ในจังหวะนั้นตัวผมก็ถูกดึงเข้ามาด้วย ร่างสูงดันหลังผมชิดประตูริมฝีปากบางประกบลงมาอย่างรวดเร็ว ผมไม่ขัดขืนปล่อยให้เขาทำ มือบางโอบรอบคอสอดนิ้วเข้ากับกลุ่มผมสีดำสนิทสัมผัสได้ถึงความชื้นของเหงื่อบ่งว่าเขาอดทนมากขนาดไหน เสือเอามือโอบเอวผมขณะอีกมือก็กำลังฉีกกระชากเสื้อของผมออก

          ริมฝีปากบางถอนจูบออกแล้วเลื่อนต่ำลงไปที่ซอกคอ ผมยกมือลูบศีรษะเขาเบาๆขณะปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจ

          “ตี้” เสียงทุ้มเรียกผมขณะกำลังทาเจลเย็นๆลงบนช่องทาง “ถ้าเจ็บขอโทษนะ”

          ผมฉุดใบหน้าหล่อเหลาลงมาจูบ “อื้อ ไม่เป็นไร จะทำอะไรก็ทำเลย”

          ร่างสูงจับสะโพกผมเลื่อนเข้าหาตัว ก่อนสอดบางอย่างเข้ามาภายใน วินาทีนั้นเหมือนร่างกายปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ผมเผยอปากยกมือขึ้นกอดอีกฝ่ายแล้วกรีดเล็บลงแผ่นหลังกว้างเป็นทางยาว

          เจ็บ

          …เจ็บจนจะทนไม่ไหว

          “อื้อ!” ผมเกร็งตัวเมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับร่างกาย อาการเจ็บไปทั่วช่องทางประดังเข้าหาเนื่องจากไม่ได้มีการเล้าโลมมากนัก ช่องทางบีบรัดก้อนเนื้อด้านในและไม่มีทีท่าว่าจะคลายตัวจนร่างสูงต้องซี๊ดปาก เสือตีสะโพกผมเบาๆก่อนจะยกตัวผมขึ้นนั่งตักแล้วจับช่วงต้นขาขึ้นลงกระแทกจนมิดลำ อาการเสียววูบวาบรุมเข้าใส่ราวพายุไซโคลนหมุนวนกันเป็นเกลียวเกินต้านจะรับไหวจนต้องเปล่งเสียงครางออกมา “อ๊ะอ๊า!

           ผมรู้สึกถึงช่องทางของตัวเองที่ฉีกขาด แม้จะเจ็บแต่คงหยุดอีกฝ่ายในตอนนี้ไม่ได้

          ใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าลำคอ ฟันคมขบเนื้อเล่นจนเกิดรอยแดง มือหนาลูบไล้สะเปะสะปะ จนกระทั่งของเหลวถูกฉีดเข้าใส่ร่าง ผมนั่งตัวสั่น เสือจูบลงที่ขมับเบาๆก่อนจะถอดแก่นกายออก ทันใดนั้นน้ำสีขุ่นด้านในก็ไหลล้นออกมาด้านนอกอย่างหยาบโลม มือหนาจับผมพลิกคว่ำขึ้นคร่อมร่างสูงก่อนตัวเองจะนอนเอาหลังพิงเตียง เสือจับใบหน้าผมขึ้นแรงๆก่อนจะประกบปาก ฟันคมของเขากัดปากผมจนเลือดไหลซิบ แก่นกายถูกสอดเข้ามาภายในอีกครั้งจังหวะเดียวกันกับที่เอวผมถูกยกขึ้นก่อนปล่อยลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก

          “อึก! อ๊า!

        จุก

          แรงกระแทกกระทั้นไม่มีทีท่าว่าจะลดหย่อน เสือก้มลงต่ำกดริมฝีปากขยี้ยอดดอกของผมแรงๆ มือที่วางอยู่เลื่อนลงจับแก่นกายของผมแล้วรูดมันตามจังหวะ ผมกรีดร้อง เสียวจนน้ำลายสีใสไหลไปตามคาง สองมือของตัวเองวางบนบ่าแกร่งคอยดันร่างขึ้นลง

ร่างกายร้อนจนแทบจะหล่อรวมเข้าด้วยกัน สติสัมปชัญญะมึนงงจนจับใจความได้เพียงตอนที่น้ำสีขุ่นถูกฉีดเข้ามาภายในร่างครั้งแล้วเล่า ทว่าแรงที่กระแทกกระทั้นอยู่ก็ไม่มีวีแววว่าจะลดหย่อนลง เสือกระซิบขอโทษผมอยู่หลายรอบ ในขณะที่ผมทำได้แต่ครางอยู่ใต้ร่างของเขาเท่านั้น

 

อีกด้านหนึ่ง

รถหรูแล่นเข้ามาจอดบริเวณตัวบ้านที่เป็นสถานที่ทำโปรเจค นัยน์ตาคมมองเพื่อนหลายคนที่ทยอยกันเดินออกไปสงสัยว่าคงจะพากันทำงานของตัวเองเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงกับส่วนที่เป็นพวงมาลัย มือหนาเผลอยกแตะริมฝีปากของตัวเองที่ยังคงรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นของอีกฝ่ายอยู่

“ไปทำให้เขาเกลียดซะแล้ว”

สิงห์ถอนหายใจแล้วเหล่ตามองกองขนมที่อยู่ด้านหลังรถ ร่างสูงเอื้อมมือไปหยิบมันมาก่อนจะเปิดประตูรถเดินแล้วออกไป พลันถูกเพื่อนร่วมคณะเดียวกันถามทันที “นึกว่ากลับบ้านไปแล้วซะอีก”

“ยังหรอก” เสียงทุ้มตอบ

“อ้าวทำไมล่ะ ก็งานของนายเสร็จตั้งนานแล้วนี้”

สิงห์อมยิ้ม วางถุงขนมไว้บนโซฟาหรูบอกให้เพื่อนมาหยิบไปทานได้ ก่อนจะก้าวขาเดินไปยังที่ๆมีหญิงสาวร่างบึกบึนกำลังนั่งปั่นงานหน้าเคร่งเครียดขณะพึมพำคำด่าไปด้วย

          “มึงนะมึง! หนีงานเหรออีธาม

          สิงห์เดินมาหยุดที่แผ่นหลังก่อนเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้ม “กิ้ง”

          ใบหน้านั้นตวัดมามองทันทีแล้วเบิกตาโพล่ง “สิงห์เหรอ ดีเลย! รู้ไหวว่าธามมันอยู่ไหนงานมันก็ยังไม่เสร็จเหลืออีกตั้งเยอะ เอ๊ะ! เห็นคนอื่นบอกว่ามันออกไปซื้อขนมกับนายนี้น่า แล้วมันไปอยู่ไหนแล้ว!

          “กลับคอนโดไปแล้วล่ะ” เขาตอบเสียงเรียบ

          “ว่าไงนะ! กลับคอนโดไปแล้ว อีเพื่อนเวรเอ้ย!” สิงห์ถอนหายใจขณะยืนฟังคำด่าจากอีกคนถึงอีกคนไป สักพักเขาถึงพูดขึ้น

          “งานของธามล่ะครับ”

          “หือ ?”

          “งานของธามล่ะครับ” สิงห์ย้ำอีกรอบ ทันใดนั้นนิ้วเรียวก็ชี้ไปยังโน๊ตบุ๊คเครื่องที่อยู่ใกล้ๆกัน ร่างสูงเดินไปนั่งลงตรงนั้นทันทีก่อนจะคลิกเม้าส์เปิดงานที่ยังทำค้างไม่เสร็จอยู่

          “จะทำอะไรน่ะ” เสียงแหลมๆจากกิ้งถามมา เขาเม้มปากแล้วเริ่มพิมพ์ข้อความที่เหลือก่อนตอบด้วยเสียงนุ้ม

          “ทำงานแทนเขาน่ะครับ”

          “หา”

          “ก็ตามนั้นแหละ”

          อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการไถ่โทษเรื่องเมื่อกี้ก็แล้วกันนะธาม

 

ผ่านมาหลายชั่วยาม

“อ๊า! อ๊ะ!” ผมหอบสะท้านบนเตียงเมื่อร่างสูงถอดแก่นกายออกแล้วไม่ใส่เข้ามาอีก

ฤทธิ์ยาหมดแล้วงั้นหรือ?...

          ผมได้แต่คิดไม่ได้ถามออกไปเพราะลำคอแห้งผากจนไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา นัยน์ตากลมโตก้มมองร่างกายของตัวเองที่เต็มๆไปด้วยน้ำกาม แถมมันยังมีมากพอที่จะทำให้ทั้งตัวของผมเปื้อนมันเต็มไปหมด ผมเลียริมฝีปากกวาดสายตามองหาเจ้าของร่างสูงอีกครั้งแต่กลับไม่เจอเขา

          เสียงน้ำที่ดังมาจากห้องน้ำทำให้ผมรู้ว่าเขาอยู่ในนั้นเลยได้แต่นอนฟังเสียงแอร์รอ ลำแสงเล็กน้อยที่ส่องผ่านหน้าต่างบ่งว่าอีกไม่นานฟ้าก็คงจะสว่าง ผมหลับตาลงจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตู

          เสือนั่งลงบนเตียงมือหนาช้อนตัวผมขึ้นนั่งตัก ได้กลิ่นหอมของสบู่กับไอเย็นของน้ำบ่งว่าเขาพึ่งอาบน้ำมาจริงๆ “อยากอาบน้ำไหม”

          ผมส่ายหน้า เหนียวตัวก็จริงแต่อาการง่วงนอนมันมีมากกว่า เสือช้อนตัวผมยืนขึ้นแล้วพาเดินออกจากห้อง เขาพาผมมาอีกห้องหนึ่ง แล้ววางผมลงบนเตียงลูบไล้ใบหน้าเบาๆแล้วก้มจูบลงตรงหน้าผาก “ห้องนั้นนอนไม่ได้แล้ว” เสียงทุ้มว่า ผมพยักหน้าแล้วข่มตาหลับแต่ในช่วงที่กำลังสะลึมสะลือสมองกลับพึงคิดขึ้นมาได้ว่ามีอะไรต้องบอกเขา หรือจะไม่บอกดีนะ ? ขณะเดียวกันที่คิดผมเองก็ลืมไปสนิทเลยว่า

        ความลับไม่มีในโลก

 

          ผมนอนได้ไม่นานก็ต้องตื่นเพราะท้องที่ร้องครวญครางด้วยความหิวทำเอาหลับไม่ลง หลังจากแบกสังหารตัวเองอาบน้ำรู้สึกเหมือนว่าเน่ามาแล้วสิบกว่าชาติ แต่งตัวเสร็จผมก็ออกมาหาอะไรทานที่ห้องครัวแต่เหมือนร่างสูงจะรู้ใจเพราะเขาทำโจ๊กหมูร้อนๆเอาไว้ให้แล้ว

          ครืด~~

          ผมเลื่อนเก้าอี้นั่ง ก่อนเบ้ปากเจ็บเนื่องจากลืมไปสนิทว่าก้นยังไม่หายระบม เสือวางถ้วยโจ๊กให้ตรงหน้าตามมาด้วยแก้วนมเช่นทุกครั้งก่อนร่างสูงจะเดินมาหยุดอยู่ทางด้านหลังก้มหอมแก้มผมแล้วเอามืออิงที่หน้าผาก ผมตักโจ๊กรสเลิศเข้าปากไม่สนใจ มือหนาค้างอยู่นานก็ผละออกไป เสือเดินออกจากห้องครัวแล้วกลับมาพร้อมอีกครั้งพร้อมปรอทวัดไข้ก่อนยัดมันเข้าปากผม ผมต้องหยุดกินโจ๊กจนกระทั่งมือหนามาหยิบมันออกไปดู

          “เป็นไข้จริงๆด้วย” เขาว่าเบาๆ “ทานข้าวเสร็จต้องทานยาด้วยนะ”

          “ไม่เอา” ผมปฏิเสธแล้วยื่นมือไปหยิบปรอทวัดไข้มาดู “อุณหภูมิไม่สูงเท่าไหร่นี่”

          “” เสือไม่ว่าอะไรแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ใกล้ๆผม

          ผมมองหน้าคนที่พึ่งโดนวางยา นี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงโดน ก็เพราะหล่ออยู่แบบนี้ไง!!!

          “รู้ไหมใครวาง”

          มันยิ้มเหมือนรู้ก็ไม่ใช่ไม่รู้ก็ไม่เชิง โอเคเปลี่ยนคำถามก็ได้

          “แล้วทำไมพี่ๆพวกวิศวะถึงไปอยู่ที่นั้นด้วยล่ะ” ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปเปิดตู้หยิบยาพาราเซตาม่อนออกมา

          “เหล้าฟรีมันไปทุกงาน”

          ผมหยุดนิ่ง

“เสือกูเป็นห่วงมึงนะ”

          “” เขาหันหน้ามาสบตากับผม

          ร่างสูงเดินมาใกล้ผมวางยาเอาไว้บนโต๊ะแล้วอุ้มผมขึ้นนั่งบนโต๊ะกินข้าว ก่อนประชิดตัวเข้าใกล้ “คิดมาก”

          ผมเม้มปากจ้องหาเขาอยู่สักพัก กำลังจะพูดอะไรบางอย่างโทรศัพท์เสือก็สั่นขึ้นมาเสียก่อน มือหนาหยิบมันขึ้นมาดูทำให้ร่างสูงต้องละออกห่างจากผม ผมก้มหน้าลงมองมือตัวเองสักพักก็ได้ยินเสียงแตกของแก้วจนต้องเงยหน้าขึ้นมาดู

          เพล้ง!

          “เสือ”

        …มึงโยนแก้วทำไม

        “ธาม!!!

        ผมสะดุ้งเมื่อเขาเรียกชื่อผมเหมือนกัน แถมยังเป็นชื่อจริงไม่ใช่ตี้เหมือนแต่ก่อน ใบหน้าหล่อเหลาดูเย็นชาลงมากบรรยากาศรอบตัวกดดันซะจนทำเอาผมหายใจไม่ออก หัวใจสั่นระรัวแม้จะยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ร่างสูงเดินขยับเข้ามาใกล้แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงเผลอขยับตัวออกห่าง ขณะเงยคอมองใบหน้าเขาอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลายังคงเหมือนเดิมที่แตกต่างคือบรรยากาศรอบตัว มันไม่ได้เหมือนเดิมความอบอุ่นที่เคยมีทลายลงจนเหลือแต่ความเย็นยะเยือกเสมือนกับ ซาตาน

          เขาหยิบถ้วยโจ๊กและแก้วนมของผมไปวางไว้ที่อื่น ทำแบบเงียบเชียบไม่มีเสียงอะไรเล็ดรอด

          ผมเผลอกลืนน้ำลายและตัวสั่นจนกระทั่งมือหนายื่นโทรศัพท์เครื่องหรูมาให้

          ผมค่อยๆยื่นมาไปรับโทรศัพท์นั้นมา พอแตะหน้าจอก็พบว่าเป็นคลิปๆหนึ่งที่ถูกส่งมาให้เสือทางไลน์ เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะกดดู ทันใดนั้นผมก็ต้องเบิกตากว้างยกมือขึ้นปิดตาและเผลอปล่อยโทรศัพท์หรูหล่นลงสู่พื้นจนหน้าจอแตกละเอียด

          “เสือกู

          “อธิบาย” เสียงทุ้มว่าราบเรียบขณะผมตัวสั่นน้ำตารื้นขึ้นคลอขอบตา

          “

          “อธิบายมา”

          เขาย้ำอีกรอบ

 

 

         นัยน์ตาคมมองร่างเล็กที่กำลังนั่งขย่มแก่นกายของเขาบนตัก มือหนาคีบบุหรี่เข้าปาก พิงแผ่นหลังกับหัวเตียงก่อนพ่นควันพิษออกมา

          เสือหลุบตาลงมองจุดเชื่อมประสานที่กำลังเข้าและออกอย่างรัวเร็ว ภายในของร่างเล็กที่คับแน่นและร้อนจนแทบจะทนไม่ไหว มือหนาข้างที่ว่างอยู่ก็ค่อยๆยกลูบไล้ไปตามต้นขาขาวเรียว ผ่านเอวคอด ไหล่กลมมนจนถึงปลายคาง เชยมันขึ้นมองใบหน้าหวานที่เริ่มโงนเงนใกล้สลบเพราะอ่อนแรง รอยยิ้มร้ายปรากฏเสือจับขาเรียวขึ้นแล้วกระแทกใส่จุดกระสั่นสองสามทีจนอีกฝ่ายเบิกตาโพล่งครางเสียงใสออกมาให้ได้ยิน

          ควันทะมึนถูกพ่นใส่เป็นกลิ่นขม มวลอากาศพิษแทรกซึมเข้าจมูกจนไอค่อกแค่ก

          “อนุญาตให้หลับหรือไง” เสียงทุ้มว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบพอๆ มือหนาไล่ไปตามแผ่นหลังเนียน “กูลงโทษมึงอยู่นะ”

          ธามตัวโงนเงนก่อนพยายามเบียดสะโพกขึ้นลงให้เร็วมากกว่าเดิม ใบหน้าชื้นเหงื่อริมฝีปากเผยอขึ้น ไม่เคยคิดเลยว่าเป็นเมื่อได้เป็นฝ่ายที่ต้องจัดการทุกอย่างเองทั้งหมดมันจะเหนื่อยขนาดนี้!!

“อ๊ะ! อ๊า! อ๊า!” เสียงหวานครางแว่วแล้วเร่งตัวเป็นรอบสุดท้ายก่อนจะปล่อยของเหลวออกมาพร้อมเอนตัวลงบนอกแกร่งอย่างอ่อนแรง บางอย่างถูกฉีดเข้ามาภายในตัวเป็นเวลาติดๆกันมันล้นออกมาด้านนอกไหลไปตามขาและเปรอะเปื้อนผ้านวมสีขาวไปหมด แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอของอีกฝ่ายถูไถใบหน้าลงกับอกทว่าเสียงแหบพร่าใจร้ายก็กระซิบขึ้นที่ข้างหู

“มึงยังเหลืออีกสองรอบนะเมีย”

ร่างเล็กบนตักไม่ไหวแน่นิ่งไม่ไหวติงหลังจากเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมมาสามรอบแล้ว ริมฝีปากบางเคลื่อนเข้าหาร่างสูงบดขยี้ริมฝีปากนั้นไปมาแถมอีกฝ่ายยังตอบรับด้วยความเต็มใจ เขาผละออกลมหายใจหอบสะท้านพร้อมเสียงสั่นตอบกลับมา “ระรู้แล้ว อ๊า!

ปลายบุหรี่ด้านที่ไม่ติดไฟถูกมือหนาจับมันบดขยี้มันไปบนยอดดอกสีชมพูระเรื่อ อีกข้างถูกครอบครองด้วยปากลิ้นสากเลียจนมันชุ่มและแข็งเป็นไต น้ำลายทำหน้าที่เป็นเชื้อปลุกอารมณ์ปรารถนาให้ตื่นขึ้นมาอีก เสือบดขยี้บุหรี่กับที่เขี่ยบุหรี่ข้างเตียงแล้วโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้ ลากมือไปตามแผ่นหลังเนียนลงต้นขาก่อนแตะส่วนที่เป็นจุดอ่อนที่สุด เสียงทุ้มถาม “จะต่อได้หรือยัง”

ร่างเล็กไม่ตอบแต่ค่อยๆเคลื่อนตัวเองกระแทกขึ้นลงอีกครั้ง กายบางขยับเข้ามาใกล้กันกว่าเดิม จับใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าอกแล้วบ่นปนเสียงคราง

“พี่เสืออ๊ะ! อ๊า ใจร้าย”

ใบหน้าหล่อในความมืดเผยรอยยิ้มร้ายก่อนลงลิ้นกับยอดดอกน่ารักสองมือเคลื่อนไปทางด้านหลังแล้วแหวกช่องทางคับแคบนั้นกว้างมากกว่าเดิม “ตรงไหน”

“อ๊ะ! ถ้ากูไม่ทำมึงก็ไม่เชื่อ

ใบหน้าหวานถูกดึงลงมากัดจนเลือดไหลซิบที่มุมปาก “อย่าหยาบ” แล้วว่าต่อ “กูไม่เคยบอกว่าไม่เชื่อนี้”

ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนเขาได้ฟังร่างเล็กอธิบายเรื่องราวทั้งหมดแล้ว

          มือบางแทรกเข้ากับลุ่มผมดำดึงทึ้งอย่างรุนแรงหากอีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร เสียงใสว่า

          “ก็ถ้าไม่ทำ อื้อ! ลึกๆ อ๊า! พี่ก็ไม่หายโกรธ

        ถามว่าเชื่อไหมเชื่อสิ แต่เขาไม่ได้หมายความว่าจะไม่โกรธนี้ J

        สุดท้ายเมียสุดที่รักก็ได้บทลงโทษเป็นเซ็กส์ที่ต้องควบคุมเองห้ารอบกับอีกคนที่กำลังจะได้รับ บางอย่างในไม่ช้านี้

        “หึ!” เสือหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหล่ากดจูบที่แก้มเนียนฟอดใหญ่ก่อนจะพลิกตัวคว่ำ มือหนาจับต้นขาเรียวขึ้นฟาดบ่าก่อนกระแทกสะโพกใส่ช่องทางสีสดนั้นแรงๆอย่างจงใจแกล้งที่จุดกระสั่นซ้ำๆไปมา นัยน์ตาคมกลมปรือขึ้นอย่างสุขสม มือบางคว้าลำคอแกร่งเข้ามาจูบก่อนกระซิบเสียงหวานใส่อีกฝ่ายอย่างลืมตัว

        “รักนะครับ”

        กึก!

          ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดชะงักจนคนที่นอนครางอยู่ใต้ร่างต้องสะกิดอีกฝ่ายเบาๆ ทว่าไม่ทันได้มองใบหน้าหล่อเหลา เสือก็รีบมันซุกเข้าที่ซอกคอ ลมหายใจร้อนคลอเคลียร์ทว่าร่างกายก็ยังไม่ขยับอยู่เช่นเดิม

          มือบางตบแปะๆเข้าที่แผ่นหลังกว้าง

          “เสือ”

          “

          “เสือ”

          “

          “เสือเป็นไรอ่ะ อื้อ!” ริมฝีปากถูกครอบครองอีกครั้งร่างกายที่แน่นิ่งเริ่มเคลื่อนตัวกระแทกใส่เขาแรงกว่าเดิม กดย้ำที่จุดกระสั่นซ้ำๆจนน้ำเริ่มปริออกที่ปลายทาง นัยน์ตากลมโตปรือฉ่ำทว่าก็พยายามมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังขึ้นสีเล็กน้อยตรงแก้ม

          ดเดี๋ยวนะ!

          ขึ้นสีตรงแก้ม!

        “เสือเขินเหรอ”

        เพี๊ยะ!!!

          ทันที่ที่พูดจบมือหนาก็ลงแรงที่บั้นท้ายทันที คำตอบของเจ้าของเสียงหวานไม่ได้รับคำตอบหากได้แรงกระแทกที่รุนแรงและหนำใจกว่าเดิม เล็บเรียวกรีดไปตามแผ่นหลังขณะที่มือหนาก็กำลังบีบคั้นบริเวณหน้าอกจนเกิดรอยช้ำ นิ้วหัวแม่มือเป็นส่วนบดขยี้ยอดดอกที่กำลังดึงดันสู้มือหนา ขาเรียวแยกออกกว่าเดิมให้อีกฝ่ายใส่เข้ามาได้อย่างเต็มที่ แท่นเอ็นร้อนครูดไปตามผนังกระแทกเข้าไปยังส่วนลึกกับขนาดของมันทำให้ท้องน้อยของธามเริ่มป่องนูน ใบหน้าหล่อเหลาก้มเลียที่สะดือขณะเดียวกันอีกมือก็เลื่อนลงมาจับแท่นเอ็นเล็กของร่างเล็กเอาไว้แล้วชักเข้าออกตามแรงจังหวะ ในจังหวะที่ใกล้จะถึงฝั่งเสือก็จัดการรวบตัวเขาลงจากเตียงอุ้มให้แผ่นหลังแนบกำแพงขาลอยพื้น บวกกับแรงโน้มถ่วงของโลกยิ่งทำให้แท่นร้อนที่กำลังขยายขนาดของมันขึ้นเรื่อยๆภายในยิ่งเข้าไปลึกกว่าเก่า

เสียวจะตายอยู่แล้ว

          “อ๊า! เสือ” นิ้วเรียวแทรกเข้ากลุ่มผมสีดำสนิทอีกครา หน้าผากแนบชิดนัยน์ตาสีครามเข้มของอีกฝ่ายจ้องเข้าหากัน แผ่นหลังกว้างถูกข่วนจนเลือดซึม ทว่าความเสียวซ่านที่มองไม่เห็นทำให้ร่างสูงไม่สนใจสิ่งนั้น แก่นกายโป่งพองเต็มที่เสียงหวานที่ครางอยู่ข้างหูยิ่งทำให้ฮอร์โมนเดือดพล่าน จนในที่สุด

          “อ๊า!!!!!” ของเหลวกลิ่นคาวก็ถูกปล่อยเลอะทั้งช่องทางและเปรอะเปื้อนตามตัวไปหมด ลิ้นร้อนเลียส่วนที่เปื้อนตรงแก้มเนียนก่อนจะถอดแก่นกายให้น้ำสีขุ่นไหลลงตามขาเรียวอย่างหยาบโลน ใบหน้าหวานฟุบลงที่อกแกร่งมือหนาอุ้มคนตัวเล็กไปนอนลงบนเตียงหวังจะให้พักผ่อนทว่า

          “ตี้แต่กูยังเหลือโควตาอยู่อีกหนึ่งทีนะ” มารร้ายในห้วงสมองปรากฏเสียก่อน
          “อ๊า
!!!” นัยน์ตากลมต้องเบิกตาโพล่งมาอีกครั้งเมื่อแก่นกายที่พึ่งถอดออกไปเมื่อสักครู่มันกลับเข้ามามุดอยู่ที่เดิมอีกแล้ว มือบางพยายามผละร่างสูงออกเขาเหนื่อยมากแล้วจริงๆถ้าอีกรอบได้สลบคาอกจริงๆแน่ “พี่เสือธามไม่ไหวแล้วว่ะ”

          “แต่กูไหว”

          “พูดเอาแต่ได้”

          “” เสือจับพลิกคว่ำให้ตนอยู่เบื้องล่างเป็นผลให้เจ้าของเอวคอดขึ้นมาอยู่ด้านบน แขนแกร่งยันตัวขึ้นพิงหลังกับหัวเตียงก่อนจะจุดบุหรี่สูบอีกครั้ง เสือรวบเจ้าของเอวบางเข้ามากอดไล้มือไปตามแผ่นหลังและต้นขาอย่างแผ่วเบาราวอยากกล่อมให้หลับ ร่างกายไม่ได้ขยับแม้ส่วนกึ่งกลางยังเชื่อมเข้าหากัน อีกฝ่ายยื่นมือมาโอบคอเขาเอาไว้อย่างที่ชอบทำก่อนที่ฟุบหน้าลงกับบ่าแล้วถือวิสาวะแย่งมวนบุหรี่ออกจากปากของเขาไปสูบเอง ทว่าพอสูบได้ไม่นานก็โดนแย่งกลับ “อย่าสูบจะดีกว่านะ”

          “ทีมึงยังสูบ”

          “ตี้กูบอกว่าอย่าหยาบ” เสือย้ำเป็นรอบที่สองน้ำเสียงเข้มไม่ได้บอกถึงอารมณ์ล้อเล่นหากมันจริงจังซะจนทำให้ร่างบางต้องรีบอ้อนโดยการจูบเบาๆที่มุมปากเป็นการขอโทษ

          “ขอโทษครับ”

          นัยน์ตาสีครามเข้มไม่ได้ตอบอะไร “มันบังคับไม่ได้นี้ก็พูดจนชินแล้ว” เสียงหวานบ่นเล็กน้อยร่างเล็กเบียดกายเข้าหามากกว่าเดิม

          “กูไม่ได้ห้ามมึงพูดตอนปกติยกเว้นเวลาแบบนี้ถึงห้าม”

“ทำไมต้องเฉพาะตอนนี้ล่ะ”

          หน้าผากกว้างบางแนบชิดประสบสานสายตากัน

          “เพราะมึงเป็นของกู” มือหนายกขึ้นปัดปรอยผมที่ร่วงลงมาปรกใบหน้าหวาน ในขณะที่อีกคนหลบสายตาแล้วหันไปลูบไล้รอยสักบริเวณสะโพกใกล้จุดสำคัญแทน รอยสักที่น่าจะมีแต่คนร่วมเตียงเท่านั้นที่จะได้เห็นมันแบบเป็นรูปเต็มๆ รอยสักรูปเสืออันน่าเกรงขามรอยนี้ มือบางไล่ไปตามรอยก่อนจะเริ่มตั้งคำถาม

          “ทำไมถึงสักล่ะ”

          “สักกับเพื่อน”

          คิ้วเรียวขมวดแปลกใจ “พี่บอลพี่พังค์ก็สักเหรอ”

          “เปล่า”

          “อ้าวงั้นใคร”

          เสียงทุ้มเงียบไปก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เดี๋ยวมึงก็ได้เจอ”

          “

          “

          นิ้วเรียวหมุนผมดำสนิทเล่นท่ามกลางความเงียบงันใบหน้าที่ใกล้หลับก็ผงกขึ้นมา “เขินให้ดูอีกหน่อยได้ไหม”

          “

          “สรุปตอนนั้นเขินจริงดิ”

           “หึ!” มือหนาเลื่อนต่ำลงสะโพกแล้วค่อยจับขาเรียวยกขึ้นลงเบาๆจนเริ่มมีเสียงครางอ่อนดังมาให้ได้ยินอีกครา เสือแนบริมฝีปากที่ข้างหูเล็ก “มึงไม่เคยบอกรักกู ยกเว้นตอนที่กูให้พูดนะตี้”

          “อ๊ะ! อ๊า!

          “บอกรักกูสิ”

          “อ๊า! สะเสียว”

          “เมีย”

          “อ๊า! พี่เสือรัก

          “ตัวของมึงเป็นของใคร”

          “ของพี่เสือ อ๊า! เสียวจัง”

          “อยากให้กูทำอะไร”

          “เอาๆเอาธามแรงกว่านี้ อ๊ะ! อ๊า! อ๊า”

          ใบหน้าหวานแหงนขึ้นอย่างสุขสม เมื่อมือหนาเริ่มเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ช่องทางที่ยังมีน้ำค้างอยู่ฉ่ำจนเปียกแฉะ มือบางวางบนบ่ากว้างพยายามทรงตัวบนตักแกร่ง

“บอกรักดังกว่านี้”

          “รักครับ”

          “แน่นเชี่ย” เสียงเข้มสบถในขณะที่อารมณ์เริงรัก ยิ่งได้ฟังเสียงครางยิ่งอยากเข้าไปด้านในนั้นไม่อยากออกมา ผิวกายแนบแน่นเบียดเรือนร่างเข้าหากัน ทั่วร่างบางให้มีแต่รอยสัมผัสของเขาคนเดียว มือหนาจับใบหน้าหวานหันเข้าหาแล้วแนบริมฝีปากลงไปบดเบียดและขยี้มันให้ร้อนรุ่ม เสียงครางดังลั่นหากกลับไม่รู้สึกรำคาญยิ่งดังมากเท่าไหร่ยิ่งอยากจะฟังอีกมากเท่านั้น

          “อ๊ะ! อ๊า” เสียงใสแหบแห้งจังหวะเดียวกันที่ทั้งสองเริ่มเกร็งตัวเพื่อปล่อยบางอย่างออกมา ทันใดนั้นร่างเล็กก็ฟุบลงที่อกเสียงลมหายใจหอบผ่อนบ่งว่าคงจะสลบไปแล้ว มือหนากอดอีกฝ่ายเอาไว้ก้มจูบลงที่หน้าผากกว้างถอดแก่นกายออกแล้วอุ้มเมียตัวเองเข้าไปล้างตัวในห้องน้ำ เช็ดตัวแล้วนำมาวางที่เตียงเหมือนเดิม ผ้านวมถูกจับขึ้นห่มให้ถึงระดับอก ใบหน้าหล่อเหลาสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงก้มจูบที่ริมฝีปากเบาๆ

          “ราตรีสวัสดิ์ครับ”

          หากทันทีที่ว่าจบมือหนาก็เปิดลิ้นชักนัยน์ออกมา ตาคมมองโทรศัพท์ภายในที่กำลังสว่างวาบแล้วยิ้มแสยะ หยิบมันออกมาแล้วกดปิดการบันทึกเสียงราวหลายชั่วโมง ร่างสูงเดินไปหยิบเสื้อคลุมที่วางอยู่ปลายเตียงขึ้นมาใส่ก่อนผูกเชือกเอาไว้หลวมๆ ไม่ลืมหยิบบุหรี่กับไฟแช็กแล้วเดินออกมาจากห้องไม่ให้เป็นการรบกวนร่างเล็กที่กำลังนอนอยู่

          ม้วนบุหรี่ถูกสูบขึ้นอีกครั้งกลิ่นควันลอยคลุ้งไปทั่ว เสือเดินไปนั่งบนโซฟาหรูเขาไม่ได้เปิดไฟเลยปล่อยให้ทั้งเพ้นเฮ้าส์มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามากับแสงสว่างจากโทรศัพท์คอยเป็นแสงให้ นิ้วเรียวกดเข้าแอพตัดต่อเสียงกดเลือกการบันทึกเมื่อไม่นานมานี้แล้วตัดเฉพาะจุดสำคัญทำให้จากหลายชั่วโมงกลายมาเป็นสองนาทีกว่าๆ

มันทว่าเป็นสองนาทีกว่าที่สำคัญที่สุดในคลิปเสียง

“หึ” ควันบุหรี่ถูกพ่นออกมา ใบหน้าหล่อเหลาราวซาตานยิ้มแสยะ ก่อนกดเข้าไลน์ค้นหาไอดีของคนที่พึ่งจูบกับเมียเขาไป

 

คุณส่งวีดีโอ

ก่อนกดส่งคลิปเสียงนั้นไปให้

เป็นไฟล์วีดีโอที่ไม่มีภาพมีแต่เสียง

 

เสือคลิกดูไฟล์วีดีโอที่เขาพึ่งกดส่งเปิดลำโพงดังๆก่อนได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังออกมา

        อ๊า! สะเสียว

        เมีย

        อ๊า! พี่เสือรัก…”

        ตัวของมึงเป็นของใคร

        ของพี่เสือ อ๊า! เสียวจัง

        อยากให้กูทำอะไร

        เอาๆ!  เอาธามแรงกว่านี้ อ๊ะ! อ๊า! อ๊า

 

เสียงชัดเจนขนาดนี้แค่เด็กประถมมันยังรู้เลยมั้งว่าทำอะไรกัน

มือหนากดปิดก่อนแสยะยิ้มพอเหล่ตามองอีกทีก็พบว่าเจ้าของไอดีได้อ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังไม่วายกดพิมพ์ข้อความแล้วส่งไปให้ซ้ำเติม

 

 ‘To hope is to risk pain J

 

ถ้าน้องชายว่าร้าย

ร้ายกว่าน้องชายก็คงจะเป็นพี่ชายนี้แหละ

 

 

 [100%]

นิยายเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับเสือ

ติดสอบค่ะ ขอโทษที่อัพช้า ปิดเทอมเดี๋ยวจะอัพมันทุกวันเลย 555555 (ล้อเล่น)

ตอนต่อไปจะพบกับ ผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าหล่อเท่าๆกับเสือ (ระดับน้องสิงห์นี้ยังห่างอยู่มากนะคะ)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น