เซคราเรส

ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนนะคะ สัญญาว่าจะพยายามอัพบ่อยๆค่ะ ^^

(ทดลองอ่าน) ตอนพิเศษองค์ชายมิลิน 3

ชื่อตอน : (ทดลองอ่าน) ตอนพิเศษองค์ชายมิลิน 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มิ.ย. 2562 23:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(ทดลองอ่าน) ตอนพิเศษองค์ชายมิลิน 3
แบบอักษร

-๓- 

“องค์ชายซานพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมีเรื่องอยากคุยด้วย” องค์รัชทายาทหนุ่มเงยหน้ามองอีริคที่เดินเข้ามาหาในห้องซ้อมฟันดาบของพระราชวังปีกขวาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเพียงลำพัง ไม่มีองค์ชายมิลินตามมาด้วยเหมือนเช่นทุกครั้ง นั่นทำให้องค์ชายซานขมวดคิ้วอย่างงงงวย  

“มีอะไรเหรอ คุยกันตรงนี้ก็ได้” องค์ชายซานว่า ที่นี่ไม่มีใครอยู่แล้ว  

“เกรงว่าจะไม่สะดวกพ่ะย่ะค่ะ” พูดพร้อมกับหันไปมองหน้าราฟที่ทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อตัวเองถูกพาดพิงทางสายตา พระสหายหนุ่มถึงกับไปไม่เป็น  

“เอ่อ... ถ้าอย่างนั้นฉันออกไปก่อนก็ได้” ยิ้มเจื่อนก่อนจะเดินออกไปอย่างงงๆ อีริคทำหน้าน่ากลัวชะมัด ไม่รู้ว่าองค์ชายมิลินไม่เคยกลัวบ้างหรือไง  

องค์ชายซานดึงถุงมือฟันดาบออกก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ กอดอกและเงยหน้ามององครักษ์หนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ ปกติแล้วอีริคไม่ค่อยอยากจะเข้ามายุ่งกับเขาเท่าไหร่ เพราะเขาชอบแกล้งให้เครียด แล้วทำไมวันนี้ถึงได้มาหาเขาที่นี่เสียเอง 

“เรื่องที่องค์ชายรับปากกระหม่อมไว้ว่าจะไม่บอกใคร แล้วทำไมองค์ชายถึงทำแบบนี้พ่ะย่ะค่ะ” อีริคนึกอยากจะต่อว่าคนตรงหน้าให้มากกว่านี้ แต่ก็ยังตระหนักดีว่าองค์ชายซานอยู่ในสถานะไหน เขาคิดว่าองค์ชายซานจะทำตามที่พูด ไม่ยอมบอกเรื่องของเขากับองค์ชายวาลิช แล้วนี่มันคืออะไร 

“เดี๋ยวก่อนอีริค เรื่องที่ว่านั่นคืออะไร ถ้านายหมายถึงเรื่องพี่มิลิน ฉันยังไม่ได้บอกใครเลย” ด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจกว่าเดิม แม้เขาอยากจะใช้พี่วาลิชเป็นตัวกระตุ้นก็ตามที แต่มันยังไม่ถึงเวลาเสียหน่อย และเขาก็ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพี่วาลิชเลยด้วย แล้วอีริคจะมากล่าวหาเขาได้ยังไง 

“องค์ชายวาลิชเป็นคนพูดเอง ว่าพระองค์เป็นคนบอกเรื่องนี้ องค์ชายซาน กระหม่อมพยายามที่จะไม่ยุ่งกับองค์ชายมิลินเกินความจำเป็น กระหม่อมคิดกับองค์ชายมิลินแบบนั้นก็จริงแต่ตอนนี้ก็พยายามที่จะเลิกคิดอยู่ มันไม่ส่งผลดีต่อใครทั้งนั้น ปล่อยให้มันเงียบๆและหายไปไม่ได้เหรอพ่ะย่ะค่ะ” อีริคไม่รู้ว่าองค์ชายซานกำลังคิดอะไรอยู่ อาจจะนึกสนุกหรืออะไรก็ตาม มันไม่ใช่แค่ตัวเขาที่จะได้รับผลกระทบ หากความรู้สึกของเขารั่วไหลออกไป แต่มันอาจจะกระทบไปถึงองค์ชายมิลินด้วย ทั้งๆที่องค์ชายมิลินยังไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ไม่แม้แต่จะรู้สึกแบบเดียวกับเขา  

“พี่วาลิชเนี่ยนะพูด บ้าไปแล้ว ฉันสาบานได้ว่าฉันยังไม่ได้บอกพี่วาลิช” นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เขายังไม่ได้บอกพี่วาลิชเลยแม้แต่นิดเดียว มันจะเป็นเขาไปได้ยังไง 

“เมื่อวานนี้องค์ชายวาลิชโทรมาพ่ะย่ะค่ะ และบอกว่าองค์ชายซานเป็นคนพูด กลับมาอาจจะต้องคุยกัน” พูดด้วยเสียงที่แผ่วลง เขาค่อนข้างกังวลใจ การตัดใจจากองค์ชายมิลินนั้นอีริคตั้งใจจะทำอยู่แล้ว แม้ว่ามันจะยากก็ตามที เขาอยากให้มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจของเขาเท่านั้น และให้มันกลืนหายไปพร้อมกับความเจ็บปวดของเขาเอง หากมันถูกเปิดเผยออกมา ไม่ใช่แค่องค์ชายวาลิชจะไม่พอใจ เขากลัวว่าองค์ชายมิลินจะมองเขาเปลี่ยนไปเช่นกัน 

ความสัมพันธ์ของเขากับองค์ชายมิลินคือองครักษ์กับเชื้อพระวงศ์ เมื่อเขาคิดเกินเลย แน่นอนว่ามันย่อมสร้างความลำบากใจให้องค์ชายมิลินหากรู้เข้า เราสองคนจะมองหน้ากันเหมือนเดิมได้หรือไม่ อีริคกลัวว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม เขายินดีที่อยู่ข้างๆองค์ชายมิลินไปแบบนี้ แม้ว่าอีกคนจะไม่รับรู้ความรู้สึกของเขาก็ตาม มันยังดีเสียกว่าองค์ชายมิลินรู้ว่าเขาคิดยังไง และไม่กล้าเข้าใกล้เขาอีกเลย ทุกอย่างมันกำลังจะเป็นแบบนั้น เพราะองค์ชายวาลิชคงไม่ยอมให้เขามาดูแลองค์ชายมิลินอีกอย่างแน่นอน 

“จะบ้าเหรอ ฉันไม่ได้พูด พี่วาลิชบอกว่าฉันพูดๆจริงๆน่ะเหรอ” ตกลงเรื่องนี้ใครกันแน่ที่ควรโวยวาย พี่วาลิชไปรู้มาจากไหน เขาไม่ได้บอกเลยสักนิดเดียว องค์ชายซานเริ่มหงุดหงิดก่อนจะคว้าโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมกดโทรหาคนที่อยู่อังกฤษอย่างรวดเร็ว  

“องค์ชาย จะทำอะไรพ่ะย่ะค่ะ” อีริคมององค์รัชทายาทอย่างไม่เข้าใจ 

“ก็จะโทรถามพี่วาลิชน่ะสิ มาใส่ร้ายฉันแบบนี้ได้ยังไง” เรื่องนี้เขาไม่ยอมแน่นอน ถึงแม้ว่าองค์ชายซานจะชอบเล่นอะไรสนุก หรือชอบปั่นหัวคนอื่นก็จริง แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะทำให้เรื่องมันแย่อย่างแน่นอน การบอกพี่วาลิชเรื่องของอีริคกับพี่มิลินตอนนี้ไม่ใช่เรื่องดี เขาตระหนักได้ อย่างน้อยก็ต้องให้อีริคกับพี่มิลินเข้าใจกันจริงๆซะก่อน  

การต่อสายหาพี่ชายนั้นไม่ใช่เรื่องยาก องค์ชานซานไม่สนใจว่าตอนนี้ที่อังกฤษจะกี่โมงแล้ว ยังไงก็ต้องเคลียร์วันนี้ พี่วาลิชไปรู้เรื่องนี้ได้ยังไง แล้วทำไมต้องมาใส่ร้ายเขาด้วย 

(อะไรของนายเนี่ยซาน โทรมาเวลานี้ทำไม) เสียงงัวเงียหงุดหงิดจากปลายสายทำให้องค์ชายซานรู้ว่าโทรไปปลุกอีกคนอย่างแน่นอน 

“ตื่นมาคุยกันก่อนพี่วาลิช พี่พูดอะไรไว้” เขาเองก็เสียงหงุดหงิดไม่แพ้กัน  

(อะไร ฉันไปพูดไร) องค์ชายวาลิชถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะออกมานอกห้อง เพราะบอริสหลับไปแล้ว อีกอย่างที่อังกฤษตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วย นึกโกรธน้องชายที่มิลาเดเนีย ซานจะมากวนอะไรตอนนี้ 

“ผมไปบอกอะไรพี่ไว้ ทำไมอีริคถึงมาโวยวายกับผมแบบนี้” ขึ้นเสียงใส่ปลายสายพร้อมกับมองหน้าอีริคไปด้วย คนที่ยืนนิ่งฟังนั้นมือเย็นเฉียบ เขากลัว กลัวอะไรหลายอย่าง  

(อ้อ เรื่องนั้นนี่เอง แค่นี้ถึงกับโทรมาโวยวาย นายนั่นแหละเป็นคนบอกฉันเองจำไม่ได้รึไง) องค์ชายวาลิชว่ากลับบ้าง 

“เรื่องอีริคกับพี่มิลินผมไม่เคยบอกพี่เลยนะ พี่ไปรู้มาจากไหน” ยังคงยืนยัน นั่นทำให้องค์ชายวาลิชขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง 

(เรื่องของอีริคกับมิลินอย่างนั้นเหรอ ฉันหมายถึงเรื่องที่อีริคบอกแม่ฉันว่าฉันไปอิตาลีกับบอริส ทั้งๆที่ไม่ให้บอก แล้วอะไรคือเรื่องอีริคกับมิลิน) คราวนี้เป็นองค์ชายวาลิชที่จี้ถามกลับบ้าง องค์ชายซานถึงกับตัวเย็นเฉียบเมื่อตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป เขาหันไปมองหน้าอีริคด้วยความตกใจ  

“ม... หมายถึงเรื่องพี่มิลิน... พี่มิลินพาอีริคหนีเที่ยวเหมือนกัน ไม่มีอะไรแล้ว นอนเถอะ แค่นี้นะ” กดตัดสายอย่างรวดเร็ว องค์รัชทายาทหนุ่มทำหน้าเลิ่กลั่กอย่างเป็นกังวล เป็นครั้งแรกที่เขาเกือบพลาดแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าพี่วาลิชยังไม่รู้เรื่องของอีริคกับพี่มิลิน 

“มีอะไรรึเปล่าพ่ะย่ะค่ะองค์ชายซาน” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าวางสายไปแล้ว แต่ยังไม่ยอมพูดอะไร แถมยังทำหน้าตกใจอีก อีริคก็เริ่มกังวลตาม 

“เรื่องนายกับพี่มิลิน พี่วาลิชยังไม่รู้ ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น” องค์ชายซานทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง  

“แล้วที่องค์ชายวาลิช...” 

“นั่นหมายถึงเรื่องที่นายไปบอกเสด็จอาว่าพี่วาลิชแอบไปเที่ยวอิตาลีไง” อีริคถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินแบบนั้น ความกังวลที่มีเริ่มคลายลง เรื่องที่ว่านั้นเขาจำเป็นต้องรายงานพราะชายามาลินอยู่แล้ว ต่อให้องค์ชายวาลิชต้องการปิดแค่ไหน ยังไงก็ต้องรายงาน ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องนี้ 

“แต่ยังไงก็ระวังตัวไว้บ้างก็ดี” องค์ชายซานเตือนอีกครั้ง เพราะเขาไม่แน่ใจว่าพี่วาลิชระแคะระคายอะไรอีกหรือเปล่า  

“ขอโทษองค์ชายด้วยพ่ะย่ะค่ะ ที่เข้าใจผิด” อีริคยืนนิ่งและกล่าวขอโทษ เขาเผลอหงุดหงิดใส่องค์รัชทายาทไปเยอะอยู่เหมือนกัน 

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจ” ตอบแค่นั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาบ้าง และเขาก็ต้องถามตัวเองอีกครั้ง ทำไมต้องมาวุ่นวายเพราะเรื่องของอีริคกับพี่มิลินด้วย 

 

“ลูอิส ช่วงนี้อีริคกับมิลินเป็นยังไงบ้าง” ขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัย และโทรไปถามพระสหายอีกคนที่มิลาเดเนีย คำพูดของซานทำให้เขากำลังสงสัยอะไรบางอย่าง เรื่องของอีริคกับมิลินอย่างนั้นเหรอ เรื่องอะไร มีอะไรทีเขาไม่รู้อีก 

(ก็ปกตินะพ่ะย่ะค่ะ) อีกคนตอบกลับมา  

“ยังไงก็จับตาดูด้วย แล้วรายงานฉันตลอด” เขาจะไม่ถามอีริคเรื่องนี้ เพราะรู้ว่ายังไงก็คงไม่ตอบ ในเมื่อไม่มีใครยอมพูด เขากะตามหาความจริงด้วยตัวเอง 

องค์ชายวาลิชตัดสายทิ้งก่อนจะเหม่อมองออกไปข้างนอก มหานครลอนดอนห่างจากมาลินาหลายพันไมล์ เขาไม่สามารถรู้ความเคลื่อนไหวที่นั่นได้เลย และทุกครั้งอีริคจะเป็นคนรายงาน เพียงแต่ครั้งนี้องค์ชายวาลิชค่อนข้างมั่นใจว่าอีริคต้องการจะปิดบังอะไรอยู่ เพราะฉะนั้น คงต้องให้คนอื่นจับตาดูอีริคอีกที 

เรื่องอีริคกับมิลินอย่างนั้นเหรอ... หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดก็แล้วกัน 

 

“เหล้าจีนเหรอ” องค์ชายมิลินขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับมองขวดตรงหน้าด้วยแววตาสงสัย  

วันนี้เป็นกิจกรรมของชมรมอีกเช่นเคย เพียงแต่ออกมาที่แหล่งไซน่าทาวน์ของมิลาเดเนีย ไม่ใช่เพียงแค่เอลล่า แต่นักศึกษาจากเอเชียในชมรมของพวกเขาก็มีมากพอสมควร การมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อหาข้อมูลสำหรับงานชมรมที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นงานเดียวกับที่เอลล่าชวนอีริคให้เข้าร่วม แต่เจ้าตัวปฏิเสธ  

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ” ชายชาวจีนยิ้มตาหยีมาให้มิลิน เขาเคยมาที่นี่ไม่บ่อยนัก การเข้าชมรมนี้ก็เพราะความสนใจส่วนตัว บวกกับรู้ว่าแม่เคยเรียนปรัชญาตะวันออก และเคยชื่นชมวัฒนธรรมฝั่งตะวันออกอยู่บ้าง องค์ชายมิลินยิ่งสนใจ 

“ขอลองได้มั้ยครั้บ” องค์ชายหนุ่มถามอย่างตื่นเต้น ปกติแล้วเขาดื่มบ้าง แต่ไม่มาก และครั้งนี้ก็อยากลองอะไรแปลกใหม่เช่นกัน 

“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ” ไม่ใช่คุณลุงเจ้าของร้านที่ตอบ แต่เป็นองครักษ์หน้านิ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเป็นคนพูดขึ้น องค์ชายมิลินหันขวับ พร้อมกับทำหน้ายู่ อีริคยังคงทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนเดิม สองสามวันมานี้คนตัวโตดูเป็นกังวลหลายอย่าง องค์ชายมิลินอยากจะถามแต่ก็ไม่กล้า 

“นิดเดียวน่าอีริค ทำเสียงเข้มทำไมกัน” เพื่อนในชมรมคนหนึ่งพูดขึ้น 

“เหล่าจีนไม่แรงเท่าของมิลาเดเนียหรอกนะ ไม่ต้องห่วงองค์ชายหรอกอีริค” เอลล่าสนับสนุนอีกคน และทุกคนก็กรูเข้ามาล้อมรอบโต๊ะไม้ที่ตั้งอยู่ในบริเวณร้าน กลายเป็นว่ามื้อเย็นนี้คืออาหารจีนไปโดยปริยาย 

“อย่าดื่มเยอะนะพ่ะย่ะค่ะ” อีริคว่า คนอื่นๆลองดื่มบ้าง แต่อีริคไม่อยากลอง เพราะกลัวว่าตัวเองจะเมา เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำเมื่อยังอยู่ในหน้าที่ 

องค์ชายมิลินพยักหน้า ก่อนจะลองจิบๆ มันรสเฝื่อนกว่าของมิลาเดเนีย แต่ไม่แรงมาก อาหารจีนมื้อเย็นนี้ก็รสชาติดีไม่น้อย องค์ชายมิลินเคยลองมาบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยเท่าไหร่ 

การพูดคุยของคนในชมรมยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่ที่แปลกไปคือเอลล่าได้ย้ายมานั่งข้างอีริคตอนไหน องค์ชายมิลินก็ไม่อาจจะรู้ได้ ร่างเล็กได้แต่มองตามด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการไว้ 

“สองคนนั้นคุยกันอีกแล้วเหรอองค์ชาย” เพื่อนคนหนึ่งกระซิบถาม องค์ชายมิลินไม่ตอบ แต่ยกเหล้าจีนรสเฝื่อนขึ้นดื่มอย่างนึกร้อนรนอยู่ในอก  

อีริคเผลอละสายตาจากองค์ชายมิลิน เมื่อเอลล่าชวนคุยบางอย่าง เขาไม่ค่อยสนิทกับใครที่นี่เท่าไหร่นัก และเอลล่าก็เป็นคนที่พยายามคุยกับเขาทุกคน อีริคไม่รู้ว่าเธอมีเจตนาอะไร แต่ตัวเขาเองก็อึดอัดใจไม่น้อยเมื่อเอลล่าเข้ามาคุยด้วย 

“พี่อีริค...” องค์ชายมิลินเรียกเสียงแผ่ว และนั่นก็ทำให้อีริคหันไปมองอย่างทันท่วงที องค์ชายน้อยของเขาหน้าแดงก่ำ ในมือยังถือแก้วเล็กๆที่มีเหล่าจีนอยู่ไม่ถึงครึ่ง 

“องค์ชาย บอกแล้วไงพ่ะย่ะค่ะว่าอย่าดื่มเยอะ” ผละออกจากเอลล่าแล้วมาดึงแก้วออกจากมือองค์ชายมิลิน  

“ปวดหัว ไม่ไหวแล้ว” เอนตัวลงไปซบกับไหล่แกร่ง อีริคชะงักเล็กน้อยเมื่อถูกอีกคนสัมผัสแบบนั้น เขาได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่ก็ยากจะบังคับหัวใจของตัวเองไม่ให้มันเต้นแรงดั่งกลองเพลเหมือนตอนนี้ 

“กลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ” พูดแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นประคององค์ชายมิลินที่ร่วมซวนเซและเดินไม่ตรงเท่าไหร่ ทุกคนมองมาด้วยสายตาที่งุนงง ไม่คิดว่าองค์ชายมิลินจะเมาเร็วขนาดนี้ เพราะเหล้าจีนก็ไม่ได้แรงขนาดนั้นเมื่อเทียบกับของมิลาเดเนียที่ดื่มประจำ 

 อีริคกล่าวลาทุกคนเล็กน้อยก่อนจะพาองค์ชายมิลินออกมาจากร้าน แล้วตรงไปที่รถ ฟ้าใกล้จะมืดแล้วด้วย ไม่รู้ว่าอีกคนเมาแบบนี้ พระชายามาลินจะว่าอะไรมั้ย เขาอาจจะโดนต่อว่าด้วย ที่ปล่อยให้องค์ชายดื่มเข้าไปมาก แค่ละสายตาไม่เท่าไหร่ องค์ชายมิลินก็ดื่มเข้าไปมากซะแล้ว  

“พี่อีริคชอบเอลล่ารึเปล่า” องค์ชายมิลินพูดขึ้น อีริคที่ขับรถอยู่ก็หันมามองอย่างไม่เข้าใจ 

“องค์ชายหมายความว่ายังไงพ่ะย่ะค่ะ” ทำไมอยู่ๆถึงได้ถามแบบนี้กันนะ 

“เอลล่าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เธอออกจากน่ารักด้วยซ้ำ ถ้าพี่อีริคชอบ...” 

“กระหม่อมไม่ได้คิดอะไรกับเธอพ่ะย่ะค่ะ” ตอบกลับอย่างรวดเร็ว อะไรทำให้องค์ชายมิลินคิดว่าเขาชอบเอลล่ากัน เขาไม่ได้ชอบเธอ จะชอบเอลล่าได้ยังไง ในเมื่อคนที่เขารักคือองค์ชายมิลิน 

“แล้วพี่อีริคคิดอยากจะมีแฟนบ้างรึเปล่า... เห็นอยู่แต่กับมิลตลอดเลย” องค์ชายมิลินถาม เขาไม่ได้เมามาก แค่มึนๆเท่านั้นเอง แต่อยากปลีกตัวออกมาเท่านั้น ไม่อยากอยูที่ร้านนั้นต่อ เพราะอีริคกับเอลล่าเริ่มสนิทกันมากขึ้น เขากลายเป็นคนนิสัยไม่ดีอีกแล้ว ที่กีดกันสองคนนั้น  

อีริคสะอึกไปเล็กน้อยเมื่ออีกคนถามออกมาแบบนั้น เขาชะลอรถเพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีสติพอที่จะขับมันได้ด้วยความเร็วปกติ อยู่ๆองค์ชายมิลินถามแบบนี้ทำไมกัน หรือองค์ชายไม่พอใจที่มีเขาอยู่ด้วยตลอดเวลา 

“หากองค์ชายไม่สบายใจที่จะต้องอยู่กับกระหม่อมตลอดเวลา...” 

“ไม่ใช่แบบนั้นซักหน่อย มิลไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าที่ พี่อีริคอยากอยู่กับมิลมั้ย หรือที่ทำอยู่ก็เพราะหน้าที่เท่านั้น” องค์ชายมิลินเสียงสั่น อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ข้างในใจขององค์ชายหนุ่มกับวูบไหว กลัวคำตอบว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่เขาหวัง ไม่รู้ต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหนถึงถามอีริคออกไปแบบนั้น  

อีริคนิ่งไป เพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบแบบไหน หากตอบตามความจริงจากหัวใจตัวเองแล้ว เขาไม่ได้อยากอยู่กับองค์ชายมิลินเพราะหน้าที่ แต่เพราะหัวใจของเขาเรียกร้องต่างหาก แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ต้องเก็บไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้  

“คงเป็นแบบนั้นจริงๆสินะ” เมื่ออีกคนไม่ตอบ น้ำตามันก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว องค์ชายมิลินเบือนหน้าออกไป และมองข้างทางแทน แสงไฟจากบ้านเรือนเริ่มสว่างขึ้นเพราะใกล้ค่ำแล้ว แต่ความหวังในใจของเขามันกำลังดับวูบ 

“แล้วองค์ชายต้องการให้กระหม่อมอยู่ด้วยโดยที่ไม่สนว่านั่นคือหน้าที่รึเปล่าพ่ะย่ะค่ะ” อีริคถามกลับบ้าง เขาจอดรถนิ่งสนิทตรงข้างทาง ก่อนจะหันไปมองหน้าคนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าองค์ชายมิลินร้องไห้ ใจก็อ่อนยวบลงทันที  

องค์ชายมิลินหันมามองคนตัวโตด้วยแววตาที่แดงก่ำ เขาจ้องอีริคอยู่อย่างนั้น ความว้าวุ่นใจตลอดหลายวันมานี้ทำให้เขาซวนเซกับความรู้สึกไปหลายครั้ง เพราะกลัวว่าท้ายที่สุดแล้วอีริคจะมีใคร  

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่อีริคไม่เคยรู้เลยเหรอว่ามิลคิดยังไง” จ้องเข้าไปในดวงตาของอีกคน เขาเหนื่อยที่จะต้องทนอยู่กับความลับแบบนี้อีกแล้ว องค์ชายมิลินอยากจะบอกอีกคนเหลือเกินว่าเขาคิดยังไง และรักอีริคมากแค่ไหน แม้ว่าสุดท้ายแล้วอีริคจะไม่ได้คิดเหมือนกันกับเขาก็ตาม 

“องค์ชาย...” อีริคนิ่งไป มันอาจจะเป็นเพราะการพยายามปิดกั้นตัวเอง และการมองว่าองค์ชายมิลินไม่สมควรที่จะไปรัก อีริคเลยมองข้ามทุกอย่าง แต่เมื่อสบตากับองค์ชายมิลินในตอนนี้ ความรู้สึกของอีกคนก็ฉายชัดผ่านแววตาที่แดงก่ำนั้น  

แววตานั้น มันคงไม่ต่างกับเขาในตอนนี้ 

 

 

 

***************************************

มาแล้วววววววววววววววววววว ฮื่อออออออออออ ทั้งสองคนกำลังจะรู้ใจกันแล้ว พี่วาลิชก็เริ่มสงสัยแล้วเหมือนกัน กิกิ นี่เป็นตอนสุดท้ายที่ให้ทดลองอ่านนะคะ เจอกันในอีบุ๊กพร้อมเรื่องขององค์ชายวาลิชค่ะ ตอนนี้ขอตรวจทานให้เรียบร้อยทั้งหมด แล้วจะวางขายเร็วๆนี้นะคะ ฝากด้วยค่ะ ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น