จางบิวตี้

เรื่องนี้อัพเดตทุกวันอาทิตย์ค่ะ

ชื่อตอน : Different 4

คำค้น : Yaoi, Nc, SM, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มิ.ย. 2562 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Different 4
แบบอักษร

Different 4 

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งจริงใจจะต้องไปทำงานกลุ่มต่อ ครั้งก่อนเป็นการรวมตัวเพื่อคุยหัวข้อ คิดแผนโปรเจ็คกันเท่านั้น วันนี้จะเป็นการนัดรวมตัวเพื่อช่วยกันหาข้อมูล ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สองในการทำงาน

 

         “ไปทำงานกลุ่มเหรอ?” เสียงของจริงจังทักขึ้นขณะที่จริงใจกำลังนั่งผูกเชือกรองเท้าผ้าใบเพื่อเตรียมตัวออกจากบ้าน

 

         “อื้ม เป็นงานกลุ่มระยะยาวเลย”

 

         “ไปบ้านรุ่นพี่คนเดิมที่ครั้งก่อนเล่าว่าบ้านใหญ่มากน่ะนะ?” จริงจังถามต่อ

 

         “ใช่ๆ เราตื่นเต้นชะมัดเลย บ้านพี่เขาใหญ่มาก ทำตัวไม่ค่อยถูก” จริงใจว่าตามที่ใจคิด ซึ่งครั้งงก่อนหลังจากที่กลับมาจากบ้านของพี่พิช เขาก็เล่าเรื่องบ้านหลังใหญ่โตสุดอลังการงานสร้างของรุ่นพี่ในกลุ่มให้จริงจังฟัง แต่ว่าไม่ได้เล่าเรื่องของอาของพี่พิชหรอก ก็นะ ตาคมๆ ที่ชอบมองเขาอย่างดุๆ แค่คิดถึงก็รู้สึกกลัวแล้ว วันนี้จะต้องเจอกันอีกมั้ย? ถ้าต้องเจอจริงใจอาจจะประหม่ามากกกว่าเดิมแน่ๆ

 

         “คนรวยนี่ดีจังเลยเนอะ” จริงจังว่า

 

         “อย่าพูดตัดพ้อแบบนั้นสิ มันทำให้ร่างกายของรับรับพลังลบแต่เช้า จิตใจก็จะห่อเหี่ยวไปตลอดทั้งวันนะ” จริงใจแย้ง

 

         “สรุปว่ามึงเรียนบัญชีหรือเรียนจิตวิทยากันแน่เนี่ย?” จริงจังเลิกคิ้วถาม

 

         “ก็เรียนบัญชีน่ะสิ” จริงใจยู่ปากใส่ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้จึงพูดต่อ

 

         “แล้วก็พูดมึงกูกับเราอีกแล้วนะ”

 

         “เออๆ ลืมตัวไปหน่อย กำลังพยายามอยู่”

 

         “โอเคๆ งั้นเราไปก่อนนะ หลังเลิกงานเจอกัน” จริงใจว่าพร้อมกับโบกมือให้พี่ชายฝาแฝดก่อนจะออกจากบ้านไป…แน่นอนว่าจริงใจนัดเจอกับเพื่อนๆ เพื่อไปบ้านพี่พิชด้วยกันเหมือนครั้งก่อน ก็นะ เขาไม่กล้าไปคนเดียวหรอก เขาทั้งตื่นเต้น ทั้งเกร็ง ทั้งประหม่า ผสมปนเปกันไปหมด

 

         “พวกเรามา…”

 

         “เชิญด้านในเลยครับ คุณพิชแจ้งไว้แล้ว” ไม่ทันที่จริงใจจะพูดจบประโยค รปภ วัยกลางคนก็พูดแทรกขึ้นก่อนจะพอจริงใจและเพื่อนๆ เดินเข้ามาในบ้านทันที

 

         “สวัสดีครับ” จริงใจ วีและแบร์ ทักทายพิชและรุ่นพี่อีกสองคนขึ้นเมื่อมาถึง

 

         “หวัดดีน้องๆ กินอะไรกันมาหรือยัง?” แน่นอนว่าคนถามคำถามนี้คือเดฟ ผู้ที่ทำตัวประดุจเป็นเจ้าของบ้าน

 

         “กินมาแล้วครับ” จริงใจเป็นคนตอบ

 

         “งั้นเริ่มงานกันเลยมั้ยจะได้ไม่เสียเวลา” บลูว่า ทุกคนพยักหน้ารับก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊คของแต่ละคนออกมาแล้วเริ่มหาข้อมูลตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งพอหาเสร็จต้องเอามานั่งปรึกษากันว่าเป็นข้อมูลที่ควรเก็บหรือควรละทิ้ง…ทางด้านของพลิน…

 

         “พวกเพื่อนของพิชมาแล้วงั้นเหรอ?” พลินที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านถามกับหัวหน้าแม่บ้านขึ้น

 

         “ใช่ค่ะ คุณพลินจะรับอาหารกลางวันเลยมั้ยคะ?” ซึ่งเป็นปกติในวันหยุดที่พลินจะตื่นสาย และจะรวบกินมื้อเช้ากับมื้อกลางวันในเวลาเดียวกัน

 

         “ยังดีกว่า แล้วก็มื้อกลางวันไปบอกพิชให้ชวนเพื่อนๆ มาร่วมโต๊ะกันด้วย” พลินสั่ง หัวหน้าแม่บ้านพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไป พลินเดินมายังหน้าห้องรับแขก ก็เห็นว่าเด็กวัยมหาวิทยาลัย 6 คนกำลังจับกลุ่มทำงานกลุ่มอย่างขะมักเขม้น ตาคมของพลินจับจ้องไปที่ใบหน้าหวานของหนึ่งในนั้นที่กำลังนั่งหาข้อมูลบางอย่างอย่างใจจดใจต่อ โดยที่แว่นกลมๆ นั่นไม่สามารถบดบังความมีเสน่ห์ของดวงตากลมโตนั่นได้เลย พลินชะงักไปทันทีเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเผลอจับจ้องเด็กคนนั้นมากเกินไป ร่างสูงส่ายหัวไปมาเบาๆ แล้วทำท่าจะเดินออกไปถ้าสายตาไม่ไปสะดุดเข้ากับหลานชายของตัวเองที่กำลังจ้องหน้าเด็กที่ชื่อจริงใจนั่นเช่นกัน ใช่…พิชลอบมอลจริงใจ โดยที่จริงใจไม่รู้ตัว

 

         “…” พลินยืนนิ่งพร้อมกับคิ้วหนาที่ขมวดมุ่นอย่างไม่รู้ตัว เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกหงุดหงิด และพลินก็ไม่คิดที่จะหาคำตอบนี้ด้วย ว่าแล้วคนตัวสูงก็เดินออกไปทันทีด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่ยังไม่หายไปไหน…เวลาผ่านไป…

 

         “คุณพิชคะ คุณพลินให้มาเชิญคุณพิชและเพื่อนๆ ไปร่วมมื้อกลางวันด้วยค่ะ” เสียงของหัวหน้าแม่บ้านพูดขึ้น ซึ่งพิชก็พยักหน้ารับ เพราะตอนแรกเขาก็ตั้งใจจะชวนทุกคนกินข้าวกลางวันที่นี่อยู่แล้ว

 

         “กินข้าวกับอามึงเนี่ยนะ?” เดฟถามด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ

 

         “ทำไมเหรอครับ?” วีถามอย่างสงสัย

 

         “ก็แบบ…อาพลินค่อนข้างดุน่ะสิ” เดฟตอบ

 

         “มึงพูดแบบนี้น้องๆ ก็เกร็งหมดน่ะสิ” บลูแย้ง

 

         “เอ้า ก็กูพูดความจริง”

 

         “เลิกเถียงกันได้แล้ว อาสั่งอะไรก็ทำตามนั่นแหละ พวกนายก็ไม่ต้องเกร็งหรอก” พิชว่า แต่คำพูดของพิชไม่ได้ทำให้จริงใจรู้สึกหายเกร็งเลย แหงแหละ ตอนแรกเขาคิดว่าจะไม่ได้เจออีกฝ่ายด้วยซ้ำ ครั้งก่อนเจอแบบผ่านๆ ยังรู้สึกเกร็งจนทำอะไรไม่ถูกเลย นี่ต้องมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย เขาจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย?...บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบอย่างที่จริงใจคิด เพราะทุกคนดูเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ขนาดเพื่อนๆ ของพี่พิชที่คุ้นเคยกับอาของพี่พิชอยู่แล้วก็ยังอดเกร็งไม่ได้ ไม่แปลกที่จริงใจ วีและแบร์จะเกร็งไม่ต่างกัน

 

         “ทำตัวตามสบายเถอะ” พลินพูดขึ้นเสียงเรียบ ทำให้จริงใจสะดุ้งนิดๆ ตากลมเผลอหันไปมองอีกฝ่ายและพอดีกับที่พลินหันมามองพอดี

 

         “เอ่อ นั่นสิเนอะ อาพลินอุตส่าห์ชวนกินข้าวทั้งที” เดฟพูดขึ้นบ้าง แม้ว่าจะยังรู้สึกเกร็งอยู่นิดหน่อย

 

         “งานกลุ่มไปถึงไหนแล้ว?” พลินหันไปถามหลานชายที่นั่งอยู่ทางขวามือ

 

         “ก็คืบหน้าไปนิดนึงแล้วครับ แต่ยังเหลืออีกเยอะ น่าจะต้องมาทำงานที่นี่กันอีกหลายครั้ง”

 

         “รบกวนอาพลินด้วยนะครับ” บลูพูดขึ้นบ้างอย่างรู้สึกเกรงใจ

 

         “ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรก็เรียกใช้แม่บ้านได้เลย” พลินว่าก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อ ซึ่งคนอื่นๆ บนโต๊ะอาหารก็ทำเช่นกัน…หลังจากที่กินข้าวกลางวันกันเสร็จแล้ว วีกับแบร์ก็พากันออกไปที่มินิมาร์ทหน้าปากซอย โดยมีเดฟและบลูพาไป ทำให้ในห้องรับแขกเหลือเพียงจริงใจและพิชเท่านั้น

 

         “อ๊ะ” จริงใจสะดุ้งทันทีที่หน้ากระแทกเข้ากับโน้ตบุ๊คเพราะเผลอหลับ

 

         “ง่วงหรือไง?” พิชหันมาถาม

 

         “แหะๆ นิดหน่อยครับ” จริงใจยิ้มแห้ง ก็นะ เมื่อคืนกว่าที่เขาจะเคลียร์การบ้านเสร็จก็ดึกเลย เพราะคนที่ไม่มีเวลาว่างในช่วงกลางวันอย่างเขาจำเป็นต้องฟิตในช่วงกลางคืนเพื่อเคลียร์งานต่างๆ

 

         “งีบก่อนก็ได้”

 

         “ได้เหรอครับ?” จริงใจว่าอย่างเกรงใจ

 

         “ก็ดีกว่าหน้าทิ่มโน้ตบุ๊คมั้ย?” พิชเลิกคิ้วถาม จริงใจยิ้มแห้งด้วยความอายทันที

 

         “งั้น…ใจขอสักงีบนะครับ” จริงใจยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่ายแต่โดยดี ร่างเล็กฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะทันที คิดว่าถ้าได้พักสายตาสัก 10 นาทีน่าจะดีขึ้น…จริงใจหลับไปแล้ว ตาคมของพิชมองสำรวจคนตรงหน้าพร้อมกับมุมปากหนาที่กระตุกยิ้มขึ้นมาเบาๆ พิชไม่รู้ว่าจริงใจมีแรงดึงดูดอะไร เขาถึงค่อยๆ ขยับหน้าเข้าไปหาหาอีกคนทีละนิด ทีละนิด จนใบหน้าของเขากับอีกฝ่ายห่างกันไม่ถึงคืบ แต่ก่อนที่จะอะไรจะเกินเลยไปมากกว่านั้นเสียงโหวกเหวกโวยวายของเดฟก็ดังมาจากหน้าบ้านทำให้พิชต้องผงะออกมาทันที

 

         “อ๊ะ จริงใจหลับเหรอครับ?” แบร์ถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ

 

         “อืม”

 

         “สงสัยจะง่วงมากแน่ๆ จริงใจทำพาร์ทไทม์ถึงค่ำเลย แล้วก็ต้องทำงานส่งอาจารย์ตอนดึกแทบทุกวัน” วีว่าอย่างรู้สึกเป็นห่วงจริงใจ

 

         “จริงสิ พี่จำได้ว่าจริงใจมีฝาแฝด เคยเจอด้วยอยู่คณะเดียวกับพวกพี่” บลูพูดขึ้นเมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้

 

         “ใช่ครับๆ ชื่อจริงจัง สองคนนี้ทำงานหนักทั้งคู่เลย” วีตอบ บลูจึงพยักหน้ารับ ส่วนพิชก็นั่งมองจริงใจนิ่งๆ พร้อมกับในใจที่ก่นด่าตัวเอง ที่เกือบเผลอทำอะไรตามใจตัวเองออกไป ถ้าเมื่อกี้ไม่ได้ยินเสียงเดฟ เขาคงจุ๊บปากจริงใจไปแล้ว แน่นอนว่ามันคือการกระทำอันอุกอาจ ถ้าอีกฝ่ายรู้ตัวคงมองหน้ากันไม่ติดแน่…เวลาผ่านไป…หลังจากที่ทำงานกลุ่มจนถึงเกือบบ่าย 3 จริงใจและเพื่อนๆ ก็ลาพวกรุ่นพี่กลับก่อน เพราะจริงใจต้องไปทำงานต่อ ส่วนเดฟกับบลูก็กับบ้านเช่นกัน

 

         “คุณพิชคะ คุณพลินเรียกให้ไปพบที่ห้องทำงานค่ะ” พิชพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานของผู้เป็นอาทันที

 

ก๊อกๆ

 

         “ผมพิชครับ”

 

         “เข้ามาสิ” ว่าแล้วพิชก็เปิดประตูเข้าไปทันที

 

         “อามีอะไรจะคุยกับผมงั้นเหรอ?” พิชถามขึ้นอย่างสงสัย

 

         “เด็กที่ชื่อจริงใจ…” พิชชะงักไปทันทีเมื่อชื่อของจริงใจออกมาจากปากของผู้เป็นอา

 

         “ทำไมครับ?” พิชขมวดคิ้ว

 

         “ชอบงั้นเหรอ?” พลินถามออกไปตรงๆ ทันที แน่นอนว่าที่เขาถามแบบนี้ไม่ใช่แคสังเกตเห็นสายตาของหลานชายอีกมองอีกฝ่ายหรอก แต่เขาดันไปเห็นตอนพิชกำลังขยับหน้าเข้าไปหาจริงใจ ตอนที่อีกฝ่ายหลับอยู่ต่างหาก

 

         “ทำไมอาถามผมแบบนี้?” พิชไม่ตอบแต่ถามกลับ

 

         “ก็แค่อยากรู้”

 

         “ถ้าผมบอกว่าชอบล่ะ?” พิชตอบออกมาอย่างเป็นประโยคคำถามอีกครั้ง ซึ่งคำพูดของพิชทำให้พลินนิ่งไป พลินไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหน มีสีหน้าแบบไหกับคำตอบของหลานชาย แต่สิ่งที่เขารู้คือ..เขากำลังหงุดหงิด

 

         “ก็ไม่ไง ฉันแค่ถาม” พลินตอบเสียงนิ่งๆ

 

         “ครับ ผมชอบจริงใจ” พิชตอบออกมาตรงๆ

 

         “อืม”

 

         “ถ้าอาไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะ” พลินพยักหน้ารับ ก่อนจะที่พิชจะเดินออกไปจากห้องทำงานของผู้เป็นอาทันที

 

         “จริงใจ…” พลินพึมพำชื่อของอีกฝ่ายออกมา ความหงุดหงิดที่รู้ว่าหลานชายชอบเด็กคนนั้นยังไม่หายไปไหน ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมเขาต้องรู้สึกแบบนี้ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องนึกถึงหน้าของเด็กคนนั้นอยู่บ่อยครั้ง  เขาอายุ 35 เขามองข้ามเรื่องความรักความชอบไปนานแล้ว เพราะการคบกันของคนอายุเท่าเขาคือคบกับแบบมีผลประโยชน์  ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจหรือผลประโยชน์เรื่องบนเตียงก็ตาม แต่เขาไม่เห็นเลยว่าเด็กคนนั้นจะมีผลประโยชน์ต่อเขาเลย ใช่…เขาควรเลิกคิดถึงเด็กคนนั้น เลิกคิดได้แล้ว!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้คนแก่ค่อนข้างเป็นไบโพล่าร์ค่ะ ใครว่างๆ ก็พาคุณพลินไปหาหมอหน่อยนะคะ ฮ่าๆๆ ส่วนจางบิวตี้ยังยืนยันคำเดิมคือนั่งจิบชาสวยๆ รอดูเขาได้กัน อิ___อิ

___จางบิวตี้___ 

ความคิดเห็น