EYEY.

อ่านแล้วจะติดใจ แต่ถ้าซื้อหนังสือไว้จะมีติดตัว ❤️

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 [100per.]

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 47.2k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2558 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 [100per.]
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 4

 

 

 

 

 

ชามจริงๆด้วย  

เสียงทุ้มอบอุ่นพูดพร้อมกับเดินเข้ามาหาผม  ผมมองใบหน้าหล่อที่ผู้หญิงคณะผมหลงทุกคน พี่เขาอยู่ปี3 แล้วครับชื่อพี่สยาม เป็นพี่รหัสผมเอง ผมส่งยิ้มกว้างให้ร่างสูงเราไม่ได้เจอกันนานแล้วด้วย แต่ผมรู้สึกไปเองรึเปล่า มือหนาที่จับแขนผมอยู่บีบแขนผมแรงขึ้นเบาๆ ผมหันไปมองร่างสูงด้านข้างแต่ก็ต้องใจแป่วเพราะเสี่ยเขาไม่ได้สนใจอะไรพี่สยามหรือผมเลยสักนิด! นั่งมองหน้ากับพี่เฟสเฉยเลย  ผมบิดข้อมือตัวเองไม่แรงนัก ใบหน้าหล่อหันมามองหน้าผมทันทีพร้อมทำสีหน้าดุๆมาให้ ผมมองเสี่ยน้อยอย่างไม่เข้าใจ

 

เดี๋ยวผมขอตัวไปเรียนก่อนนะครับ   เสี่ยเขาดูชะงักไปนิดก่อนจะยอมปล่อยแขนผมออก ผมยิ้มให้พี่พิ้งค์ก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปคุยกับพี่สยามที่เหมือนจะรอคุยกับผมอยู่แต่เราก็ยืนใกล้ๆโต๊ะเสี่ยเขาเนี่ยแหละ

 

พี่หมอมาทำอะไรที่นี่ครับ


พี่มาหาเพื่อนครับ แล้วเราไม่ไปเรียนหรอ 

 

กำลังจะไปครับ แฮะๆ   ผมพูดพร้อมหัวเราะออกมาแห้งๆกลัวพี่เขาคิดว่าผมโดดจริงๆ พี่หมอเลิกคิ้วขึ้นนิดๆก่อนจะมองไปทางโต๊ะเสี่ยน้อยเขาแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา

 

งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ว่างมั้ย เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะร้านเดิม โอเค?”

 

ผมปฏิเสธได้ด้วยหรอเนี่ย แต่ก็ตกลงครับ   ผมพูดตอบพี่สยามก่อนที่เราจะแยกย้ายกันไป ...ผมยกมือขึ้นกุมหัวใจตัวเองที่มันเต้นระรัวแทบจะออกมาจากอก ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเสี่ยน้อยเขามองมาทางผมตลอดเวลาที่ยืนคุยกับพี่หมอ หัวใจผมมันพองโตอย่างดีใจจนยิ้มไม่หุบเลยตอนนี้ ทั้งๆที่เสี่ยน้อยเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับผม แต่ทำแบบนี้ผมก็คิดนะเว้ย!

 

หรือว่า! เขาจะเริ่มชอบเราแล้ววะ….เห่ย ปกติสนใจกูที่ไหนละ.......โทรหาไอ้ปอนดีกว่า

 

O[]O !!! 

 

สายแล้ววววววววว!!!! ผมรีบเก็บโทรศัพท์ ของตัวเองลงกระเป๋าทันทีเมื่อดูเวลาที่ได้เวลาเข้าคลาสแล้ว งานนี้ใส่เกียร์หมาทันที

 

 

............................

 

ปอนเดี๋ยวกูจะไปทานข้าวเย็นกับพี่หมอ มึงไปด้วยป่ะ”   ผมพูดบอกไอ้ปอนที่เดินลงมาพร้อมกัน ส่วนไอ้พัดไปกับแฟนสาวดี้มันแล้ว

 

เสียดายนะแต่กูมีนัดแล้วมึงไปเถอะ   ผมพยักหน้าตลกลง เราลากันนิดหน่อยไอ้ปอนก็แยกกลับทันที ผมส่งไลน์ไปหาพี่หมอ พี่เขาก็บอกว่ากำลังขับรถมารับผม ผมเดินไปนั่งรอหน้าคณะ ตอนนี้ก็เริ่มจะมืดแล้วช่วงนี้ค่อนข้างมืดเร็วแถมอากาศก็เย็นขึ้นทุกวันอีก ไม่นานเสียงรถยนต์ก็ขับเข้ามาจอดด้านหน้าผม ผมเปิดประตูข้างคนขับขึ้นรถทันที พี่หมอส่งยิ้มมาให้ก่อนจะออกรถ

 

@ห้างXXX

 

เราอยากทานอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า  ผมหันไปมองหน้าพี่หมอ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา

 

ไม่เอาครับ แต่เราต้องแชร์กันนะไม่งั้นผมไม่ยอม   ผมพูดติดตลกหน่อยพี่มือยกมือมายีหัวผมเล่นเบาๆก่อนจะหัวเราะขำกับท่าทีของผม

 

เรานี่น๊า ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ ตัวแสบ   ผมหน้ายุ่งทันทีที่โดนร่างสูงว่าออกมา ถึงจะไม่ได้จริงจังอะไรแต่ผมก็ไม่ชอบให้คนมาว่าผมแสบนะ ผมออกจะหล่อและดูดี เราทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านอาหารเกาหลีที่เคยมาด้วยกันประจำ ช่วงที่ผมอยู่ปี1พี่สยามพามาเลี้ยงทุกวัน แต่ช่วงหลังๆพี่เขาทั้งเรียนทั้งเริ่มฝึกงานครอบครัวพี่เขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนแถวนี้ครับ และก็เป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับผมมากๆเลยละ

เราเลือกนั่งโต๊ะริมกระจกคนข้างนอกเดินผ่านไปมาเห็นหมด แต่ผมก็กินลงผมไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร

พี่หมอสั่งอาหารให้ทั้งผมและของเขา เราก็กินเหมือนเดิมจนจำได้หมดละเว้นแต่พนักงานรู้สึกจะเปลี่ยนคนใหม่  สักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ ผมลงมือทานทันทีเพราะไม่ได้ทานนานมันก็รู้สึกหิวขึ้นมาโคตรๆ

 

อร่อยมั้ย   พี่หมอถามยิ้มๆเมื่อเห็นผมซัดเอาๆ ผมพยักหน้ายิ้มๆร่างสูงก็มองผมอย่างเอ็นดูเหมือนเคย

 

งั้นวันหลังถ้าว่างเรามาทานกันอีกนะ

 

ไอ้เอยอับ” (ได้เลยครับ)   พี่หมอหัวเราะขำพรืดทันทีที่ผมพูดออกไปไม่ชัดเพราะของกินเต็มปากได้แต่ครางอู้อี้ตอบ ผมยู่จมูกใส่ร่างสูงนิดๆก่อนจะทานต่อไม่สนใจเขาที่เอาแต่หัวเราะผม แต่ผมก็ต้องชะงักช้อนที่กำลังจะเอาเข้าปาก ค้างอยู่แบบนั้นเมื่อมองออกไปด้านหน้าร้านก็เจอกับคนที่ผมเฝ้าคิดถึงอยู่ตลอด แต่อาจจะลืมไปช่วงหนึ่งคือช่วงผมกำลังเจริญอาหาร(?)  พี่หมอดูเหมือนจะเห็นผมไม่ทานต่อพี่เขามองตามสายตาที่ผมมองอยู่ ร่างสูงของเสี่ยน้อยกำลังเดินมาพร้อมผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ แต่โคตรสวยเหี้ยๆ ควงแขนกันอย่างสนิทสนมจนผมเริ่มเจ็บตื้อที่อกข้างซ้าย ผมมองจนกระทั่งทั้งสองคนเดินเข้าร้างอาหารหรูฝั่งตรงข้ามกับผม

 

ชาม ....น้องชาม

 

ห้ะ ...เอ่อ  ครับ?”   ผมเผลอสะดุ้งนิดๆจนเกือบทำช้อนหล่น ก่อนจะหันไปมองหน้าพี่หมอที่มองผมอย่างไม่เข้าใจก่อนแล้ว

 

พี่เห็นเราเหม่อ เป็นอะไรไม่สบายรึเปล่าครับ   ผมวางช้อนลงก่อนจะเงยหน้ายิ้มให้พี่หมอนิดๆ

 

เปล่าครับ แค่มองอะไรเพลินนิดหน่อย   ผมพูดติดตลกไปเพื่อไม่ให้อีกคนคิดมาก แต่ดูเหมือนพี่หมอจะไม่เชื่อเอาแต่จ้องหน้าผมอย่างกดดัน

 

พี่เห็นเรามองผู้ชายคนนั้น ....ใช่คนเดียวกับที่อยู่กับเราเมื่อเช้ารึเปล่าครับ   ตายโหง!  เกิดเป็นหมอความจำดีเกินไปมันก็ไม่ดีนะครับผมว่า ผมรีบส่ายหน้ายกมือพร้อมปฏิเสธทันที ผมยังไม่อยากให้ใครรู้หรอกนะว่าผมกำลังจีบผู้ชายและดูเหมือนกำลังจะอกหักด้วย!

 

ไม่ใช่นะครับ ผมก็มองไปเรื่อยอ่ะ ทานต่อกันเถอะ เนาะ พี่หมอยอมพยักหน้าไม่ถามอะไรผมต่อ ผมก็ได้แค่ปั้นหน้ายิ้มเท่านั้นตอนนี้อยากจะวิ่งออกไปหาร่างสูงอีกคนจะตายห่าอยู่แล้วครับ ใจมันวุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก อยากถามว่ามากับใคร......แต่ติดตรงที่ผมอยู่ในฐานะอะไรนี่สิ

จนกระทั่งเราทั้งคู่อิ่มพี่หมอก็ถูกที่บ้านโทรตามกลับทันที ผมเป็นขี้เกรงใจอยู่แล้ว(?)เลยบอกจะกลับเอง ตอนแรกๆพี่หมอก็ไม่ยอมแต่เรื่องดื้อก็ให้บอกผมเถอะ จนพี่เขายอมกลับแต่ก็กำชับมีอะไรโทรหาพี่เขาได้ตลอด  พ่อคุณคนดีจริงๆนี่ถ้าผมไม่มีเสี่ยน้อยอยู่แล้วผมคงจะหลงรักพี่รหัสตัวเองไปแล้วแน่ๆครับ

ผมเดินกลับเข้ามาในห้างงอีกครั้งเพราะตอนที่ผมออกมาเสี่ยน้อยเขายังไม่ได้ออกมาจากร้าน ผมรีบวิ่งกลับไปที่ร้านเดิมทันทีแต่ก็ไม่เห็นคนที่ผมตามหาแล้ว! ไม่เอานะถ้าเกิดพวกเขาแอบไปกินตับกันแล้วผมล่ะ (?) ผมเลิกคิดมากก่อนจะเป็นบ้ามโนไปซะก่อน ผมเดินขึ้นไปชั้นบนสุดที่เป็นชั้นของโรงหนัง

 

มึง!!”

 

เฮือก!

 

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงเข้มห้าวตะโกนออกมาอย่างไม่อายใคร แต่จะไม่ให้ผมตกใจได้ยังไงก็ไอ้เด็กช่างกลคนนั้นไง!! วันซวยอีกแล้ววววว ผมหันมองซ้ายมองขวาหาทางหนีคนแถวนั้นก็หันมามองคนหมด ผมรีบวิ่งหนีมันทันทีที่มันเริ่มก้าวขามาทางผมแล้ว

 

สัส! อย่าตามกูมา   ผมตะโกนบอกมันแต่พอหันไปมองก็เห็นมันแสยะยิ้มเหี้ยมๆมาให้ผมอยู่ เอ้อ หล่อสัส เดี๋ยว! ไม่ใช่เวลา

 

หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะมึงงงงง   หยุดก็โง่ดิ้~  ถ้ามองดูจากด้านนอกคนที่ไม่รู้ว่ามันแค้นผมกะจะเอาชีวิต(?)คงจะดูเหมือนว่าเรากำลังวิ่งไล้จับกันเป็นเด็กๆ เราวิ่งวนรอบชั้นได้หนึ่งรอบแล้วมั้ง แต่มันจะตามผมอะไรขนาดนั้น!  ผมเริ่มหอบขาเริ่มอ่อนแรงจนแทบจะก้าวไม่ออก แต่อะไรก็ไม่เท่ากับตอนนี้ กูจุก!!  เพิ่งทานข้าวมา........

 

ตุบ!

 

สุดท้ายผมก็ล้มลงมาจูบกับพื้นความเจ็บเล่นเข้าสู่สมองทันทีเจ็บหน้าอกชิบหาย....กระแทกพื้นดังอั่กแต่ก็ไม่มีแรงลุกแล้วผมได้แต่นอนหอบอยู่ตรงนั้นกระเป๋าที่สะพายอยู่ก็มีแต่หนังสือหนักๆก่อนจะหายใจค้างอยู่แบบนั้น ...ได้ยินเสียงฝีเท้าไอ้เด็กช่างมันหยุดมันก็คงจะเหนื่อยเหมือนกันถึงได้วิ่งช้าชิบหาย....

 

เปลี่ยนที่นอนหรอ หึหึ 

 

เพราะมึงนั่นแหละ!!!”   พอได้ยินเสียงทุ้มก็ตอบกลับทันทีแต่ก็ต้องชะงักอ้าปากเหวอนิดๆเพราะเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงที่ผมคุ้นหูดี ผมเงยหน้าหันไปมองด้านหลังเหมือนพระเจ้ากลั่นแกล้งผมอีกครั้ง เสี่ยน้อย!!! แต่ก็ต้องแปลกใจบวกตกใจเพิ่มอีกเพราะไอ้เด็กช่างมันยืนอยู่ข้างหลังเสี่ยที่มีผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ข้างกายไม่ห่าง ความน้อยใจตื้อขึ้นมาเต็มใจผมซะดื้อๆ ก่อนจะพยุงตัวเองลุกขึ้นไม่เรียกให้ใครช่วย พอยืนก็เริ่มปวดที่เอวขึ้นมาขาก็ล้า ผมอดจะแค้นไอ้เด็กช่างแม่งไม่ได้จริงๆ แต่คนตรงหน้าผมสำคัญกว่า

 

เฮีย มาห้ามผมทำไมเนี่ย   ผมทำหน้าแปลกใจทันทีที่ไอ้เด็กช่างหันไปโวยวายใส่เสี่ยน้อยที่เอาแต่มองหน้าผม ผมยกมือลูบหน้าตัวเองก่อนจะคิดว่าอะไรติดหน้ากูรึเปล่า อย่ามองห้ามมอง! น้อยใจอยู่ไม่เห็นไง ผมไม่รู้ว่าตัวเองแสดงสีหน้ายังไงออกไปเสี่ยน้อยเขาถึงได้หลุดหัวเราะออกมาครั้งแรก ...ผมถึงกับยืนอึ้งหน้าร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

เพื่อนรอไม่ใช่รึไง   เสี่ยน้อยเลิกสนใจผมก่อนจะหันไปพูดกับไอ้เด็กช่าง

 

ให้มันรอไปก่อน แต่ผมมีธุระเคลียกับไอ้นี่แปบเดียว ไอ้เด็กช่างมันทำท่าจะเข้ามาหาผมแต่เสี่ยน้อยก็ยกมือห้ามจนมันได้แต่ทำหน้าเหมือนเด็กโดนขัดใจ

 

เฮีย!  ห้ามผมทำไมเนี่ยเฮียรู้จักมันรึไง

 

เออ เสี่ยน้อยตอบเสียงเริ่มจะหงุดหงิดจนไอ้เด็กช่างมันเลิกคิดที่จะตีผมแต่หันซักถามเฮียมันต่อ ผมกับผู้หญิงคนนั้นเหมือนกลายเป็นอากาศไปแล้ว...

 

แล้วมันเป็นใครครับ   ไอ้เด็กช่างพูดถามออกมาอย่างกวนๆ แต่หารู้ไม่ว่าคำถามมันเล่นเอาผมตัวชาวาบไปทั้งตัว ก่อนจะมองหน้าเสี่ยน้อยที่มองหน้าไอ้เด็กช่างๆนั่นนิ่งๆ ในใจก็หวังอะไรบางอย่าง .............................

 

 

มันเป็นแฟนกู พอใจแล้วก็กลับไปได้แล้ว” 

 

ห๊า!!”  สองเสียงประสานกันทันทีเมื่อเสียงเข้มพูดออกอย่างจริงจัง ไอ้เด็กช่างมันเลิกลั่นทำอะไรไม่ถูก ผู้หญิงคนนั้นปรี่เข้ามาซักถามเสี่ยน้อยทันที ผมกำมือตัวเองแน่นหัวใจเต้นระรัวแทบจะระเบิดออกมาตรงนั้น หน้าร้อนฉ่าจนสัมผัสได้

 

จะ...จริงหรอเฮีย 

                                      

อืม

 

ทราฟค่ะ!  คุณพูดอะไรออกมารู้ตัวมั้ยคะ!!?”  เสียงแหลมๆของหล่อนพูดอย่างโกธรๆ เสี่ยน้อยมองหน้าสวยนั่นด้วยสายตาเย็นชาจนผมยังแอบกลัวเลย หล่อนหน้าเสียไปนิดที่เผลอตะคอกใส่ร่างสูงตรงหน้า

 

ผมรู้ตัวเสมอว่าตัวเองพูดอะไรออกมา   เสี่ยน้อยพูดตอบด้วยเสียงจริงจังไม่พอร่างสูงยังเดินเข้ามาใกล้ผมที่ยืนอึ้งค้างทำอะไรไม่ถูกอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเดินเข้ามาโอบเอวผมไว้หลวมๆ ผมที่ทำอะไรไม่ถูกได้แต่มองสบตาคมดุด้วยสายตาสั่นๆ มันดีใจจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว...

 

และมันก็เป็นเรื่องจริง .....เราสองคนคบกันอยู่

 

ไม่!..ไม่เชื่อ...ไม่เชื่อ...ไม่จริง.....

 

ม่ายยยย ~~~  หัวใจผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆอยู่แล้ว ใบหน้าหล่อหันมาส่งยิ้มที่มอบให้ผมเป็นครั้งแรก ...ก่อนที่จะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้....ใกล้ซะจนลมหายใจผมติดขัด...ผมหลับตาลงช้าๆเพื่อรับสัมผัสที่อยากได้จากร่างสูงตรงหน้ามาโดยตลอด เฝ้าฝันมาโดยตลอด......

 

โป๊ก!!!!

 

เอ๊อะ!!!!”  ผมร้องเสียงหลงทันทีก่อนจะกุมหน้าผากตัวเองแน่น น้ำตาเล็ดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเสี่ยน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมดีดหน้าผากผมเสียงดังจนกะโหลกแตกไปแล้วมั้ง .....

 

แต่เดี๋ยว....เมื่อกี้………….กูฝัน??.....

 

(‘ ‘) (‘ ‘) (‘ ‘)  ß---- นี่คือสีหน้าของทั้งสามคนที่มองมาทางผมคนเดียว.......

 

O[]O!!!!! 

..

..

 

แฮะๆ....เกิดอะไรขึ้นหรอครับ

 

อย่ามาเนียน........... 

 

 

“!!!!”

 

 

 

 

...................................................................

เม้นให้เค้าด้วยน๊าา~~

 

ตอนต่อไปน่าจะพาร์ท เสี่ยน้อย -.- 

ชามหนูมโนได้เค้าจัง(?)

 

TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น