marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2562 23:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9
แบบอักษร

 

 

 

 

 

บทที่ 9

 

 

แพร่บๆ แพร่บๆ

 

“อื้ออ..อย่ามากวนจะนอน!!!” ผมรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างรำคาญเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเลียหน้าผม

 

แพร่บๆ แพร่บๆ

 

“อย่ามากวน!!!” ผมพลิกตัวปัดป่ายสิ่งที่กำลังเลียหน้าผมออกแต่ทำไมถึงปวดตัวชะมัดว่ะเตียงแข็งๆด้วยผมค่อยๆลืมตาขึ้นมา...เอ๋...นี่มันเสาบ้านผมนิผมค่อยๆดันตัวเองขึ้นอย่างทรมานพร้อมกับอาการปวดหัวแบบสุดๆผมมาอยู่นี่ได้ไงไม่สิประเด็นคือผมรู้อยู่แล้วว่ามาได้ไงแต่ทำไมไม่มีใครพาผมเข้าไปนอนบ้านแล้วทำไมผมต้องนอนตรงนี้!!!! ผมหันซ้ายหันขวาไม่เห็นใครสักคนนอกจากเจ้าเชาเชาหมาพันธุ์อาลาสกันมาลามิวท์ของผมเอง...

“เชาหยุดก่อนแกจะเลียหน้าฉันไปถึงไหนแล้วนี่กี่โมงละเนี่ยเหมือนใกล้จะเช้าแล้วนะ...” ผมหันนาฬิกามาดูพบว่าตอนนี้ก็6โมงเช้ามิน่าละเจ้าเชาเชาถึงออกมาวิ่งเล่นผมค่อยๆดันตัวเองขึ้นในขณะที่เจ้าเชาเชาก็นั่งดูผมเหมือนอยากให้ไปเล่นด้วย

“ตอนนี้ไม่ได้ไปวิ่งเล่นที่สวนก่อนไป” สิ้นสุดคำพูดของผมเจ้าเชาเชาก็วิ่งหายไปส่วนผมนะทรงตัวก็แทบจะไม่อยู่ผมยังสับสนอยู่เลยว่าผมมาอยู่ตรงนี้ได้ไงให้ตายสิ!!! ใครมันกล้าทิ้งผมไว้หน้าบ้านแบบนี้หรือว่า.....

“ไม่หรอกน่ายัยแม่มดจะทำแบบนั่นทำไมเราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่สมองก็พยายามคิดว่าผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง

ตอน 9 โมง ก็นั่งดื่มปกติจนถึงสี่ทุ่มก็ไม่มีอะไรรู้สึกตอนเที่ยงคืนจะเห็นยัยแม่มดแล้วเราก็โผล่กอดเธอจากนั้นสติก็หายไปจำอะไรไม่ได้แล้ว...

“ถ้าเมียไปหาแล้วทำไมถึงนอนนอกแบบนี้นะ” ผมเดินโซซัดโซเซขึ้นมาจนถึงห้องนอนอย่างยากลำบากแม่บ้านเริ่มออกมาทำงานกันแล้วทุกคนต่างมองผมอย่างตกใจก่อนเจ้าจี้จะรีบวิ่งมาหา..

“นายน้อยค่ะ...เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมหันไปมองเธอเล็กน้อย

“เจ้าจี้ทำน้ำขิงมาให้ในห้องหน่อยนะ”

“ค่ะนายน้อย” พูดจบผมก็หันมาเปิดประตูอย่างเหนื่อยล้าร่างกายปวดไปหมดแถมปวดหัวเป็นบ้าอยากเข้าใจนอนกอดร่างนุ่มนิ่มนั้นแล้ว

แอ๊ดดด

ผมเดินเข้าไปในห้องที่เงียบสนิทก่อนจะค่อยๆเดินไปที่ห้องนอนเห็นร่างบางยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงจึงเดินไปที่ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกายก่อนจะขึ้นไปนอนกอดร่างนุ่มๆนั้นไม่นานผมก็เดินออกมาพร้อมกับสวมกางเกงเพียงลวกๆก่อนจะรีบเดินไปที่เตียงเพราะเหนื่อยมากอยู่แล้วแต่ทันทีที่แค่ร่างของผมสัมผัสกับตัวของเธอเท่านั้น

พรึบ! โป๊ก!

“โอ๊ย!!!!!” ยัยแม่มดตัวร้ายก็ผลักผมออกพร้อมกับใช้ตีนถีบผมจนตกเตียงร้องเสียงหลงทันทีก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นมามองผมด้วยสายตาที่เคืองแค้นมากกกกก!!!

“ขึ้นมาทำไมไปนอนกับหมานู้นไป๋!!!! อย่าเอามือที่ไปแตะต้องคนอื่นมาแตะต้องตัวฉัน!!!!”

 

 

สองวันต่อมา

 

 

“ฮ่าๆๆๆๆๆ นี่ฝีมือซ้องันเหรอ” ผมนั่งอย่างเซ็งๆอยู่ที่เลานจ์ของกาสิโนหลังจากโดนเธอถีบตกเตียงวันนั้นแถมด้วยกำปั้นที่ชกเข้าเบ้าตาผมข้างเดิมอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจว่าผมทำอะไรมาแต่หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากอีนฉีทั้งหมดแล้วผมก็รู้สึกเสียวสันหลังทันทีให้ตายสิและนี่มันก็สองวันแล้วที่ยัยตัวแสบไม่คุยกับผมเธอเงียบจนน่ากลัว!!!!

“ฉันไม่ได้เรียกแกมาหัวเราะฉันนะเหว่ยอันเรื่องนางแบบคนนั้นเป็นไงบ้าง”

“ก็ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั่นแหละ” ข่าวที่นางแบบชื่อดังนอนโรงพยาบาลเพราะโดนทำร้ายที่ผับดังไปทั่วทุกสำนักข่าวให้ความสนใจอย่างมากแต่ไม่มีใครกล้าฉาวมาถึงเมียผม

“เฮ้อ!!! ฉันจะทำไงดีว่ะ!!!” ผมขยี้หัวตัวเองอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจผมรู้สึกจะเป็นจะตายยังไม่รู้หลังจากที่ยัยแม่มดไม่ยอมพูดไม่คุยไม่ชวนทะเลาะแถมไม่มองหน้าด้วยช้ำเธอทำเหมือนผมเป็นอากาศ!!!!

“ก็ง้อซ้อดิง้อแบบสามีง้อภรรยา!!!” ผมมองหน้าเหว่ยอันอย่างไม่เข้าใจ

“ยังไงละ” เหว่ยอันมองหน้าผมอย่างเอื้อมระอา

“เฮีย!! ถามพูดตรงๆเลยนะเฮียอย่าทำเหมือนเด็กที่พึ่งหัดมีความรักได้ไหมให้ตายสิ!!”

“ก็มันไม่เหมือนกันง้อแฟนกับง้อเมียมันต่างกันนะโว้ย!!! แถมเป็นเมียที่ไม่เหมือนใครด้วยแกก็เห็นแล้วว่าโซรานะทั้งเก่ง ทั้งฉลาด สวยแล้วก็เวลาเธอโกรธนะเหมือนมีอำนาจและรัศมีความน่าเกรงขามอีกด้วยเธอก็เป็นหนึ่งในทายาทของมาเฟียนะแกยังไม่เคยเห็นตอนเธอสู้หรือตอนเธอยิงกระบาลใครไม่มีความลังเลในการเหนี่ยวไกปืนสักนิด!!!” ผมพูดพร้อมกระดกเหล้าเข้าปากอย่างเหนื่อยใจสองวันมานี่ผมแทบนอนไม่หลับเพราะผมต้องออกมานอนที่โซฟา!!!!

“เฮ้อ!!! ซ้อกับเฮียก็พอๆกันนั่นแหละแล้วใครบอกเฮียไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงเจซี่อย่างนั้นละ”

“ให้ตายสิตอนกอดนะฉันคิดว่าเป็นเมียฉันนะสิใครจะไปรู้ว่าเมาจนคิดไปเองแบบนั้น”

“งั้นเอางี้มั้ยเฮียก็ใช่วิธีจับซ้อกดลงเตียงเลยเป็นไงง้อแบบร้อนแรงไปเลย” ผมหันหน้ามองเหว่ยอันก่อนจะถอนหายใจไม่ออกมายาวๆ

“แกเห็นรอยที่ตามั้ยขืนทำแบบที่แกพูดฉันน้วมอีกแน่มันต้องใช้ชั้นเชิงด้วยกว่าจะทำได้แต่ละครั้ง”

“งั้นเฮียก็หาข้ออ้างพาซ้อไปฮันนีมูนไงพาไปเที่ยวแล้วก็พาไปดินเนอร์แล้วก็ปรับความเข้าใจกัน”

“พูดนะมันง่ายแต่ฉันไม่เห็นทางที่จะเป็นไปได้สักนิด” เหว่ยอันนั่งถอนหายใจข้างๆผมก่อนเราสองคนไม่พูดอะไรต่างคนต่างเงียบเหมือนใช่ความคิดให้ตายสิผมทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!!! ทั้งๆที่เคยพูดกับเธอเองว่าไม่เอาใครแล้วแท้ๆผมเป็นคนรักษาสัญญานะ!!!

“ผมคิดออกแล้ว!!!!” แล้วหมอนั่นก็หันมากระซิบผมถึงแผนการง้อยัยแม่มดที่ฟังแล้วผมก็พยักหน้าตามอย่างเห็นด้วยมันไม่ได้ต่างจากตอนแรกที่พูดหรอกแต่บางทีอาจได้ผลนะถึงจะแค่บางทีก็เถอะ

“หึหึหึหึ”

 

 

———————————————————

 

 

“เอาละทุกอย่างเสร็จแล้วใช่ไหม” ผมเดินเข้ามาในห้องนอนที่ตอนนี้ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้มากมายที่ผมก็ไม่เข้าใจว่าผมจะทำไปทำไมแต่ให้ตายเถอะไม่รู้เลยว่าเธอเข้ามามีอิทธิพลกับผมตั้งแต่เมื่อไหร่...ผมเตรียมแผนนี่มาเป็นอาทิตย์เลยนะเพราะไม่ค่อยมีเวลายิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ยัยแม่มดยิ่งทำหน้าบูดบึ้งยิ่งกว่าเดิม...

“ครับนาย...อีกไม่นานนายหญิงจะเข้ามาครับ” ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“งั้นรีบมาปิดกล่องนี่สะฉันจะเข้าไป” ผมเข้าไปหลบในกล่องขนาดใหญ่กลางห้องที่ตั้งอยู่กลางดอกไม้มากมายที่ป๊าม๊าผมยังไม่เข้าใจว่าผมจะทำไปทำไมแต่ฝครจะกล้าเล่าให้ฟังละผมแค่บอกว่าอยากแกล้งเมียเล่นเท่านั้นแหละป๊าก็หัวเราะออกอย่างชอบใจในขณะที่ม๊ามองค้อนมาใส่ผมแต่ช่างเถอะยังไงวันนี้ผมก็จะจัดการเมียง้อเมียให้ได้!!!!

“งั้นผมก็ไปก่อนนะครับใกล้ได้เวลาที่นายหญิงจะมาแล้ว” ไม่นานเสียงฝีเท้าของอีนฉีก็หายไปทั้งห้องจึงตกในความเงียบ...แบบเงียบมากกกกกกก!!!!!

“เฮ้อ!! ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี่มาเฟียอย่างฉันจะมาทำอะไรแบบนี้” ผมนั่งพึมพำกับตัวเองในกล่องเบาๆก่อนจะได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา...

แอ๊ดดดด

 

ตึกๆตึกๆตึกๆ

เสียงหัวใจผมเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นให้ตายสิเสียงฝีเท้าเธอดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆก่อนผมจะได้ยินเธอพูดเบาๆกับตัวเอง

“คนบ้า...ง้อได้แค่นี้หรือไงแล้วนี่อะไรอ่ะ” เธอเดินเข้ามาใกล้กล่องเรื่อยๆใกล้จะได้เวลาแล้ว....

1

2

3

พรึบ!

“เซอร์ไพรส์!!!!” ผมเด้งตัวลุกขึ้นยืนขึ้นจากกล่องอย่างที่เธอไม่ทันตั้งตัวจนเธอกรีดร้องออกมา

“กรี๊ดดด!!!!

ปึก!

เธอร้องออกมาพร้อมปล่อยหมัดออกมาอย่างตกใจดีนะผมตั้งตัวได้ทันก่อนจะรับหมัดที่กำลังจะโดนหน้าของผมไว้ได้ทันก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามากอด

“เซอร์ไพรส์ครับ...” คำพูดของผมทำให้เธอยื่นนิ่งนิดหน่อยก่อนจะพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของผม

“เซอร์ไพรส์อะไรห้ะ!!! เล่นบ้าอะไรเนี่ย!!!” เธอยอมพูดกับผมแล้ว!!!!

“ก็ง้อเมียไง...ไม่ชอบเหรอปกติผู้หญิงชอบดอกไม้เซอร์ไพรส์อะไรแบบนี้” เธอกลอกตามองผมอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเดินหนีเข้าห้องนอนแต่ผมยังบอกไม่หมดนะว่ายังไม่หมดแค่นี้...ผมกระโดดออกจากกล่องนั้นเดินไปหาเธอ

“ไม่ชอบเหรอตั้งใจทำให้เลยนะ...” คำพูดของผมทำให้เธอชะงักเล็กน้อยผมจึงรีบเดินเข้าไปประชิดตัวเธอ..

“เสียใจนะที่คุณไม่ชอบ” ผมจับตัวเธอหันหน้ามาหาผมก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบเบาๆ

“แต่อย่าพึ่งหายโกรธก็ได้เพราะผมไม่ได้ง้อแค่นี้” สิ้นสุดคำพูดผมดันตัวเธอเข้าไปในห้องอย่างที่เธอไม่ทันตั้งตัวจนเธอตกใจเล็กน้อย

“คิดจะทำอะไรห้ะ!!! อย่าเอามือสกปรกมาแตะฉันนายกอดคนอื่นไปแล้ว!!!” กำปั้นเล็กๆทุบเข้าที่อกผมอย่างแรงมห้ตายเถอะ!!! ถึงมือจะเล็กแต่โครตหนักเลยนะ!!!

“ฟังก่อนสิ...ผมไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น” เธอดิ้นพร่าในอ้อมกอดผมอย่างไม่ฟังอะไรเอาแต่ทุบตีผมอย่างกับกระสอบทราย

“ไม่!!! ปล่อย!!!”

“โอเค...งั้นก็ใช้วิธีนี้ก็ได้ไม่ฟังใช่ไหม!!!!” ผมรวบตัวเธอรีบวิ่งไปที่เตียงด้วยความเร็วก่อนจะวางเธอลงพร้อมขึ้นคร่อมทันทีไม่ให้เธอตั้งตัวก่อนจะบดจูบลงริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างรวดเร็วจากตอนแรกที่เธอทุบตีผมด้วยความรุนแรงก็ค่อยๆผ่อนคลายลงอย่างช้าๆสัมผัสดูดดื่มทำให้ผมเล่นกับเธอคนั้งแล้วครั้งเล่าจนเจ้าตัวแทบหายใจไม่ออก...

“จะยอมฟังดีไหมฮึ!” ผมพูดขึ้นหลังจากผละริมฝีปากออกเล็กน้อย “ถ้าไม่ฟังเราก็มาต่อกันเถอะ”

“อื้ออออ....” ผมไม่ปล่อยให้เธอพีกได้นานก็กดริมฝีปากลงอีกครั้งเจ้าตัวตอบสนองต่อสัมผัสของผมอย่างว่าง่ายตอนนี้เธอสามารถจูบตอบโต้ผมได้อย่างดูดดื่มจริงๆสองมือผมเอื้อมไปถอดเสื้อผ้าของเธอออกในเวลาไม่นานก่อนจะค่อยๆจัดการของตัวเองในเวลาต่อมาเพรยงแค่ไม่กี่นาทีเราสองคนก็อยู่สภาพที่เปื่อยเปล่าด้วยกันทั้งคู่แล้วผมค่อยๆผละริมฝีปากออกค่อยๆซุกไซลงมาที่ลำคอขาวเนียนของเธอพร้อมกับประทับรอยแห่งการเป็นเจ้าของไว้ก่อนจะย้ายลงไปที่เต้างามของเธอที่ตอนนี้แอนอกให้ผมพร้อมดูดดื่มได้อย่างต้องการผมดูดซับสัมผัสที่หอมหวานจากคนใต้ร่างอย่าง...

“อื้อออ...อาหย่ง...ใส่เข้ามาได้แล้ว” เมื่อความต้องการของเธอถึงขีดสุดเธอมักจะร้องขอกับผมแบบนี้เสมอแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป...

“ไหนเมียบอกว่าไม่ให้ผัวแตะต้องตัวไง...” ผมพูดพร้อมงับเข้าที่เต้างามอีกครั้งคนตัวเล็กร้องกระเส่าออกมาอย่างทรมาน...

“จะฟังที่ผัวพูดหรือเปล่า..” ผมยังคงถามอย่างเป็นต่ออีกครั้งแม้ว่าตีวผมเองจะทนไม่ไหวแล้วก็ตาม

“อื้อออ...ไม่อยากทำก็ตามใจ...อ๊าาา” เธอพูดออกมาแบบนี้แต่เธอไม่สามารถผลักไสผมออกไปได้พอได้ยินเธอพูดแบบนั้นผมยิ่งดูดแรงขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับใช้มือลูบวนอยู่ตรงช่องรักของเธอ...

“อื้อออ..อาหย่ง...”

“จะฟังไหม...เมียจ๋าจะฟังผัวหรือเปล่า...”

“อื้อออ...ฟังแล้ว....แต่ทำก่อนได้ไหม” พอได้ยินแบบนั้นผมก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจทันทีก่อนจะเริ่มบทรักอันเร่าร้อนให้กับเธออย่างใจต้องการทุกสัมผัสของเธอมันช่างเร้าอารมณ์เหลือเกินยิ่งได้ยินเสียงครางเล็กๆของเธอยิ่งทำให้ผมมีแรงกระตุ้นรุนแรงจนบทรักของเราเริ่มขึ้นอีกครั้งและอีกครั้งจนแทบหมดแรง....ก่อนเธอจะนอนหมดแรงในอ้อมกอดของผมอย่างว่าง่าย

“วันนั้นผมไม่ได้ตั้งใจกอดคนอื่น...จะว่าแก้ตัวก็ได้เพราะผมเมามากเลยนึกว่าเป็นคุณมาตามผมนั้นทำให้ผมโผล่เข้ากอด....” แต่ผมก็ไม่ยอมบอกทั้งหมดหรอกว่าผมน้อยใจนิดหน่อยที่เธอไม่เป็นห่วงผมนะ

“งั้นเหรอ....แล้วจะทำอีกหรือเปล่า” คำถามของเธอทำให้ผมจ้องลึกเข้าไปในตาเธอ

“ไม่ครับ...นับจากนี้ผมจะทำแบบนี้กับคุณภรรยาของผมแค่คนเดียวหายโกรธนะคุณไม่คุยด้วยผมเหงามากเลยไม่มีคนทะเลาะด้วย” เธอมองผมอย่างเขินเล็กน้อยก่อนจะพลิกตัวหันหน้าหนีพร้อมกับพูดออกมาอย่างอายๆ

“ก็เรื่องของนายสิ!! ทำหรือไม่ทำก็เรื่องของนายฉันไม่ได้โกรธสักหน่อยแค่ไม่ชอบแค่นั้น!!” ผมยิ้มกับคำพูดของเธอเล็กน้อยก่อนจะขยับอ้อมกอดแรงขึ้น

“ผมชอบเวลาคุณทำตัวแบบนี้นะ...มันทำให้ผมยิ้มได้ตลอดจริงๆ” ผมมองไปที่ร่างบางที่ตอนนี้คงหลับไปแล้วไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมคิดว่าการมีเธออยู่ข้างๆช่างเป็นสีสันของชีวิตผมจริงๆ....

 

 

โซรา

 

 

“นายหญิงครับวันนี้มีงานการกุศลที่นายหญิงต้องไปครับนายเตรียมชุดไว้ให้นายหญิงแล้ว” ฉันหันไปมองหน้าอันฉีที่เดินมาหาฉัน

“งั้นเหรอ....โอเค”

“ครับผมจะรอรับตอน6โมงนะครับ” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วก็ไม่ได้ตอบอะไรก่อนจะหยิบซาขึ้นมาจิบอีกครั้งผ่านมาอาทิตย์กว่าแล้วนับตั้งแต่วันนั้นที่คนบ้านั่นง้อฉันแบบร้อนแรงมากแถมยังพูดบ้าอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ฉันหน้าแดงได้จริงๆ....ฉันนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวพรางคิดถึงการออกงานครั้งแรกของเราตั้งแต่แต่งงานกันมา....

“คงจะมีความสุขมากสินะที่ได้เข้ามาเป็นสะใภ้ที่นี่แล้วก็นั่งจิ๊บซาไปวันๆ” แต่จู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลังที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใครฉันพึ่งรู้นะว่าหล่อนเป็นดาราดังของที่นี่

“แต่มันก็ดีจริงๆนั่นแหละนะเพราะฉันไม่ได้ทำอะไรแต่ก็สามารถเข้ามาเป็นสะใภ้ของตระกูลอี๋ได้อย่างง่ายดายไม่เหมือนบางคนที่ดิ้นรนแทบตายแต่ได้เป็นแค่คนนอก” ฉันปลายตามองหล่อนอย่างสมเพชราวกับหล่อนเป็นแค่เชื้อโรคชนิดหนึ่งเท่านั้น

“อย่าได้ใจไปยัยคนต่างด้าว!!! อีกไม่นานหย่งสือจะต้องเขี่ยแกทิ้งแน่นอนเพราะฉันรู้จักเขาดี!!!” ฉันเชิดหน้าขึ้นก่อนจะปลายตามองหล่อนอีกครั้งพร้อมหัวเราะออกมานิดหน่อย

“ฮ่าๆ คงยากหน่อยนะที่เขาจะเขี่ยฉันทิ้งเพราะการมีฉันเป็นภรรยาทำให้ธุรกิจของเขามันขยับขยายขึ้นได้อีกเท่าตัวแต่แถมตอนนี้เขาก็ทำหน้าที่สามีให้ฉันได้ดีจริงๆด้วยแล้วก็นะถึงฉันจะไปแต่เขาจะเอาเธอหรือเปล่าละนั้นคงเป็นประเด็นหลักของเธอสินะเล่นมาประจบประแจงคุณม๊าตั้งนานแต่ไม่สามารถครอบครองเขาได้ช่างน่าสงสารจริงๆ” คำพูดของฉันทำให้หล่อนกัดฟันแน่นด้วยความโกรธตำใจสินะหึ!!

“กรี๊ด!!! ยัยบ้าแกกล้าว่าฉันอย่างงั้นเหรอ!!!!” หล่อนกรีดร้องอย่างเจ็บใจฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทีหยิ่งผยองพร้อมกับสายตาแห่งความดูหมิ่น...

“น่าสงสารเธอนะที่แอบชอบเขามาตั้งนานแต่ไม่มีปัญญาครอบครองเขาช่างหน้าเศร้าจริงๆที่ต้องมองคนที่ตัวเองชอบสวมแหวนแต่งงานให้คนอื่น”

“ยัยงูพิษ! แกมันก็แค่คนที่หวังผลประโยชน์จากหย่งสือ!!!!” ฉันขำออกมาเล็กน้อยกับสิ่งที่ยัยนี่พูดสงหล่อนไม่รู่จักฉันสินะ

“ฉันหวังผลประโยชน์จากเขางั้นเหรอเฮอะ!!! จะบอกให้นะชีวิตฉันไม่จำเป็นต้องมาหวังพึ่งเขาด้วยช้ำเพราะอะไรรู้ไหม???” ฉันมองหน้ายัยนั่นอย่างเย้ยหยันก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “เพราะว่าอำนาจที่ฉันมีมันมากกว่าที่เขามีไงละถ้าจะพูดกันตามตรงนะอย่ามาพูดอะไรให้ขำอีกละมันดูน่าสมเพชจริงๆ” ฉันเดินเข้าไปหาหล่อนช้าๆก่อนจะสังเกตไปรอบๆมีคนแอบดูอยู่สินะฮึ!!! แผนการช่างต่ำต่อยสมกับเป็นหล่อนจริงๆ

“นี่แกว่าฉันงั้นเหรอ!!!!”

“แหวนวงนี้สินะที่หล่อนต้องการให้มันอยู่บนนิ้วของหล่อน...แต่เสียใจด้วยนะที่ชาตินี้คงไม่มีปัญญาทำแบบนั้นจะบอกให้นะว่าหย่งสือนะเขาไม่มีวันหันไปมองเธอหรอกต่อให้จะมีฉันหรือไม่มีก็ตาม” ฉันไม่รู้หรอกว่าไอ้บ้านั้นคิดไงแต่แค่พูดไปงั้นแหละเพราะอยากเอาชนะยับบ้านี่!!!

“อย่าเข้ามานะ...ถอยออกไป” แต่จู่ๆยัยบ้านั้นก็เปลี่ยนท่าทางทำเป็นหวาดกลัวฉันอยากจะเล่นบทนางเอกแล้วให้ฉันเป็นนางร้ายสินะหึ!!! ฉันมันไม่เคยเป็นนางเอกอยู่แล้วเพราะฉันมันนางมารร้ายมาตั้งต้นไงละ!!! ฉันเดินเข้าไปใกล้ตัวหล่อนก่อนจะกระซิบลงข้างๆหู

“บทละครที่เธอเล่นมันดูน่าสนุกดีเดี๋ยวฉันจะสนองสิ่งที่เธอต้องการให้ละกัน” พอพูดเสร็จฉันก็เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะฟาดมือลงบนหน้าหล่อนด้วยความแรงจนหน้าหล่อนหันไปอีกด้าน

เพียะ!!!

“อร้ายยยยยย!!!!!”

“จำไว้นะคนอย่างเธอไม่มีทางที่จะเทียบฉันได้” พูดจบฉันก็เดินออกไปจากสวนก่อนจะปลายตามองตรงที่มีคนแอบถ่ายคลิปไว้

‘เอาสิ...ทำให้เป็นข่าวดังสักหน่อยสิฉันก็อยากให้คนที่นี่รู้จักฉันเหมือนกัน....’

 

6:00PM

 

 

ฉันยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ในชุดเดรสรัดรูปสีขาวสะดุดตาอวดหุ่นอรชรของตัวเองและข้างๆก็เป็นเขาที่อยู่ในชุดสูทสีขาวที่เข้ากับฉันชุดนั้นมันช่างดูดีจริงๆเมื่ออยู่บนตัวเขา

“วันนี้คุณสวยจังเลย...” แต่น้ำเสียงนุ่มทุ่มของเขาก็ดังขึ้นนั้นยิ่งทำให้ฉันหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย

“ขอบคุณค่ะ”

“รถมาแล้วไปกันเถอะนะ” เขาพูดขึ้นพร้อมกับเปิดประตูให้ฉันเดินขึ้นไปก่อนตัวเองจะตามมาในเวลาไม่นาน....

ไม่นานรถของเราสองคนก็แล่นเข้ามาถึงงานการกุศลที่ฉันเรียกง่ายๆว่างานอวดรวยก็นะมันน่าเบื่อสำหรับฉันที่สุดแต่เพราะคนข้างๆฉันถึงยอมมานะฉันไม่มาด้วยเดี๋ยวหมอนี่ก็เฉไฉไปทางอื่นอีกฉันไม่ได้สนใจหรอกแค่ไม่อยากให้ทำตอนที่เรายังเป็นสามีภรรยากันเท่านั้นแถมนี่เป็นการออกงานด้วยกันครั้งแรกของเราอีกด้วย

แซะๆ แซะๆ

การมาถึงของเราเรียกแสงแฟลชมากมายจากนักข่าวจากที่ตอนแรกทุกคนให้ความสนใจในตัวของนักธุรกิจคนหนึ่งแต่ทันทีที่ฉันกับหย่งสือก้าวเท้าลงรถนักข่าวมากมายต่างก็มารุมล้อมแต่ไม่มีใครเข้าถึงตัวเราสองคนได้เพราะมีบอดี้การ์ดมากมายที่คอยกันพวกเขาไว้แล้วนำทางให้เราเดินเข้าไปในงานอย่างง่ายดาย

การมาของเราสองคนทำให้ผู้คนในงานต่างให้ความสนใจอย่างมากสายตาของทั้งชายและหญิงต่างมองมาทางเราอย่างอิจฉาทุกคนเดินเข้ามาทักทายชายผู้อยู่ข้างๆฉันอย่างเป็นกันเองก่อนงานจะเริ่มภายในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา....การประมูลเครื่องเพชรเพื่อนำไปเป็นทุนการช่วยเหลือผู้ยากไร้เป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบเท่าไหร่เพราะปกติฉันจะบริจาคช่วยเหลืออย่างโดยตรงมากกว่าแต่ที่ฉันตัดสินใจมาเพราะเครื่องเพชรชุดหนึ่งที่เป็นฟินาเล่ของงานนี้ชื่อของมันคือ Demon tears นั่นเองหรือจะเรียกง่ายๆว่า น้ำตาของปีศาจ เพชรในตำนานที่ฉันอยากเห็นสักครั้ง.....

การประมูลผ่านไปเรื่อยๆโดยที่คนข้างๆไม่มีท่าทีจะสนใจสักนิดทำเพียงนั่งนิ่งมองการประมูลผ่านไปเรื่อยๆจนมาถึงนางเองของงานวันนี้เพชรน้ำงามถูกสวมใส่โดยนางแบบชื่อดังเดินมาอวดโสมต่อสายตาของนักธุรกิจ และ เศรษฐีซื้อดังอันดันต้นๆของประเทศ....

“และ นางเอกของงานวันนี้ของเราได้แก่เครื่องเพชรชุดนี้ที่ถูกขนานนามว่า น้ำตาของปีศาจ สร้อยคอเพชรที่ใครเห็นก็ต้องชอบและประทับใจ เส้นนี้ทำจากทับทิมพม่าเจียระไนเป็นรูปหัวใจ น้ำหนักถึง 40.63 กะรัต เพิ่มความหรูหราด้วยการประดับเพชร 150 ชนิด น้ำหนักรวม 155 กะรัต...การประมูลวันนี้จะเริ่มต้นที่ 10 ล้านหยวนค่ะ!” สิ้นเสียงนั่นต่างมีเสียงฮือฮาขึ้นอย่างล้นหลามไม่นานทุกคนก็เริ่มแข่งกันเป็นเจ้าของสร้อยเพชรงามเส้นนี้....

แต่แตกต่างจากชายที่อยู่ข้างๆฉันเขาสงบนิ่งนั่งยิ้มราวกับกำลังดูการแข่งขันอะไรสักอย่างนั่นอย่างสนุกสนานฉันมองหน้าเขาอย่างร้อนใจเล็กน้อยแต่ชายข้างๆทำเพียงจับมือฉันไว้อย่างใจเย็น...

“คุณต้องได้เป็นเจ้าของในสิ่งที่คุณคู่ควรแน่นอนเชื่อใจผมสิ” เขาพูดออกมาเพียงแค่นั่นก็ทำให้ฉันสบายใจลงได้ขาคนนี้มีอิทธิพลกับฉันจริงๆยิ่งเข้าใกล้เช้มากเท่าไหร่ฉันยิ่งแสดงสิ่งที่ฉันไม่เคยทำให้คนอื่นเห็นได้มากขึ้นเรื่อยๆ

“การประมูลตอนนี้อยู่ที่ 100ล้าน...มีใครให้มากกว่านี้มั้ยค่ะ” เสียงเงียบฉี่แทนคำตอบก่อนคนตรงหน้าจะเริ่มเคาะคนข้างๆก็พูดขึ้น

“200 ล้าน” เขาพูดขึ้นทำลายความเงียบทุกคนฮือฮาขึ้นอย่างเหลือเชื่อแต่ก็ไม่ง่ายเมื่อมีอีกคนที่อยากได้มันไม่ต่างจากเรา

“300 ล้าน” เสียงที่ดังขึ้นทำให้ฉัน และ หย่งสือหันไปมองว่านั่นเป็นใครแต่แล้วคนข้างๆก็ต้องกัดฟันแน่นด้วยความโกรธเพราะชายคนนั้นเป็นคู่แข่ง และ ศัตรูของเขา โจวลี่ฉี เขากับหย่งสือเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตั้งแต่ก่อนแต่งงานกับแล้วข่าวที่พวกเขาตีกันลงหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน ลี่ฉี มองหน้าเขาอย่างเยาะเย้ยนั่นยิ่งทำให้หย่งสือทนไม่ไหว

“400ล้าน”

“500ล้าน”

“600ล้าน”

“700ล้าน”

“800ล้าน”

“900ล้าน”

“1000ล้าน!!!” ลี่ฉีพูดออกมาพร้อมกับยิ้มใส่หย่งสือหมอนี่แค่อยากกวนเขาเท่านั้นฉันหันไปหาเขาที่ตอนนี้สีหน้าท่าทางคือเก็บอาการไม่อยู่แล้วฉันจึงบีบมือเขาไว้แน่นเล็กน้อย..

“อาหย่งฉันไม่เอาแล้ว...หมอนั่นแค่อยากกวนนายเพราะงั้นอย่าเพิ่มราคาขึ้นอีกเลยนะ” เขามองหน้าฉันอย่างชั่งใจเล็กน้อย

“แต่มางานนี้คุณไม่มีของติดตัวกลับเลยนะ”

“ไม่เป็นไร...เดี๋ยวไว้นายพาฉันไปเลือกเองก็ได้อย่าหลงกลคนอื่นสิ” เขาหลับตาลงพร้อมกับทำหน้าสงบนิ่งเล็กน้อย...นั่นทำให้ฉันพอใจอย่างมากก่อนฉันจะหันไปมอง ลี่ฉี ที่ตอนนี้เริ่มร้อนใจเล็กน้อยที่หย่งสือไม่โต้ตอบเขา...

“1000ครั่งทีหนึ่ง!”

“1000ล้านครั้งที่สอง”!

“1000ล้านครั้งที่สาม!!!!”

โปรก!!

แปะๆๆ

“ของเสียงปรบมือให้คุณ โจวลี่ฉี หน่อยค่ะขอเชิญคุณขึ้นมาบนเวทีด้วยนะคะ” เสียงปรบมือดังระงมไปทั่วห้องฉันกับหย่งสือนั่งดูหมอนั่นที่กำลังแสดงท่าทีตกใจเล็กน้อยแล้วหมอนั่นก็หันมามองฉันอย่างแค้นเคืองเขาคงรู้ว่าที่หย่งสือไม่โต้ตอบเขาเพราะฉัน...

“เรากลับกันเถอะ” ฉันหันไปมองหน้าหย่งสือที่ตอนนี้เขากำลังยิ้มออกมาอย่างพอใจที่ตนสามารถทำให้ศัตรูเจ็บใจได้แบบนี้

“ครับ....วันนี้ขอบคุณนะภรรยาคนสวยของผม” พูดจบเขาก็โน้มตัวมาหอมแก้มฉันเบาๆให้ตายสิคนบ้าฉันอายเป็นนะ!!!

 

 

วันต่อมา

 

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

เสียงเคาะประตูที่รุนแรงปลุกฉันให้ตื่นขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้าหลังจากเมื่อคืนโดนคนเอาแต่ใจที่นอนกอดข้างเล่นบทรักจนเกือบเช้าแล้วนี่ใครมาปลุกเนี่ย...

“อื้อออ...” ฉันลุกขึ้นอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเดินไผสวมเสื้อคลุมแล้วเดินไปเปิดประตูให้คนข้างนอนไม่หลับที่เคาะประตูแทบพังละ

 

แอ๊ดดดดดด

 

ทันทีที่ฉันเปิดประตูออกก็เห็นม๊ายืนทำหน้าไม่พอใจอยู่หน้าประตูพร้อมกับพูดขึ้นเสียงเรียบๆ...

“นี่มันหมายความว่าไงโซรา” หนังสือพิมพ์โชว์หราอยู่ตรงหน้าฉันพร้อมกับหัวข้อข่าวที่เรียกความดราม่าได้ดีจริงๆฉันมองไปรอบๆหนังสือพิมพ์ข่าวของฉันกับหมอนั่นไม่ได้อยู่ในหน้าหนึ่งหลังจากที่เราออกงานด้วยกันเมื่อคืนแต่มีแค่ข่าวนี้ที่เด่นหราอยู่ตรงหน้า....

‘สะใภ้คนดังตบนางเอกชือดังเหตุเพราะหึงหวงสามีที่เป็นเพื่อนสมัยเด็ก’

———————————

 

 

 

 

เอาละโซราของเราจะรับมือยังไงกันกับสถานการณ์นี้หลายเรื่องที่เคลียร์กันไปทำให้ทั้งสองคนอยู่ในละดับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในพริบตาจริงๆแต่ก็นะยังมีหลายอย่างที่ทั้งสองจะต้องผ่านไปด้วยกันอีกเยอะรอติดตามกันต่อไปนะจะ

และมีอีกเรื่องที่ไรท์จะแจ้งให้ทราบคือไรท์ในพาทย์ของโซราไปไรท์ตัดสินใจจะไม่ทำบทเยอะเกินไปเพราะกว่าจะจบของแต่ละคนคงยาวไปเพราะงั้นบทของเรื่องนี้อาจไม่เยอะแต่ว่าแต่บะบทจะมีเนื้อเรื่องที่ดำเนินไปอย่างลงตัวแน่นอนนะจ๊ะไรท์จะเพิ่มหน้าเขียนขึ้นไปอีกและยังลงรายละเอียดเหมือนเดิมจ๊ะ😊ส่วนเรื่องคำผิดบางคำอาจตกหล่นไปบ้างต้องขอโทษด้วย

ไม่ว่ายังไงก็ฝากคอมเมนท์กันด้วยนะว่ารู้สึกยังไงไรท์จะได้นำมาปรับปรุงในการเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นจ้า😬😬😬😬

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น