FaY_T-suki

เมื่อท่านขุนคนนิ่งเจอกับลูกชายเจ้าสัวสุดดื้อเรื่องราวที่ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของโชคชะตา ชาติแรกที่ทั้งสองพบเจอ ผูกพันมาจนถึงชาตินี้ ความรักของพวกเขาจะเป็นยังไงติดตามได้ใน Before KISSING ตะวันอนธการ

Before KISSING Ep.53 (อาซาน) 100%

ชื่อตอน : Before KISSING Ep.53 (อาซาน) 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 248

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Before KISSING Ep.53 (อาซาน) 100%
แบบอักษร

 

อาซาน 

บุรุษและสตรีตระกูลหยางล้วนอยู่ในชุดไว้ทุกข์

พี่ใหญ่มองไปด้านหน้า นัยน์สีสนิมแฝงความเจ็บปวดแลโศกเศร้าเอาไว้หลายส่วน

คนในเรือนหาได้ทราบความลับ ทุกคนทราบเพียงอาหมิงเสียชีวิตเพราะร่วมแผนการฆ่าหัวหน้ากลุ่มกบฎ มีเพียงผู้เดียวที่ระแคะระคาย คนผู้นั้นคือท่านพ่อ

นายผู้เฒ่าแห่งสกุลหยางหาได้โง่งม ท่านทราบทุกอย่างทว่าเมื่อวางมือแล้วก็คือวางมือ ท่านพ่อไม่คิดก้าวก่ายการตัดสินใจของพี่ใหญ่ แต่เรื่องการตายของบุตรชายคนรองไม่ว่าอย่างไรผู้เป็นบิดาย่อมมีสิทธิ์รู้ความจริง ท่านแม่ก็เช่นกัน

ท่านทั้งสองทำได้เพียงรู้สึกโศกเศร้า ท่านแม่ถึงกับโทษตนเองที่ไม่เอาใจใส่บุตรคนรองมากพอจนทำให้อาหมิงมีจุดจุบเช่นนี้ ท่านแม่กอดสามีร่ำไห้ ท่านพ่อเองก็น้ำตารื้นคลอเบ้า เสียใจไม่ต่างกัน

นัยน์กลมหันมองผู้คนโดยรอบ คนในตระกูลหยางล้วนสวมชุดไว้อาลัย มีสีหน้าโศกเศร้าไม่เว้นแม้สักครึ่งคน เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังทั่วลานบ่งบอกว่าผู้ที่จากไปเป็นที่รักของผู้คนมากเพียงใด

เขาหลับตาลง น้ำตาสายหนึ่งไหลออกมาจากหางตา ภาพรอยยิ้มอันแสนเศร้าของพี่รองติดตรึงในความทรงจำ มันเป็นดั่งฝันร้ายที่เขาจะไม่มีทางลืมเลือนชั่วชีวิต

วันนี้เป็นวันนำร่างอาหมิงไปฝังที่สุสานบรรพชน ผู้คนที่รู้จักมักคุ้นกับพี่รองล้วนพร้อมใจกันมาส่งเจ้าตัวสู่สถานที่สุดท้าย แน่นอนว่าในโลงมีสองศพ ผู้ที่ทราบมีเพียงหยิบมือเท่านั้น

น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ไปส่งพี่รองยังสถานที่สุดท้าย ได้แต่คารวะสุราอยู่ที่นี่

เฉกเช่นบุรุษผู้หนึ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มาพบเจอเขาอีก

พี่นิล..

น้ำตารินไหล หัวใจปวดร้าวเย็นเยียบ นึกถึงชายผู้เป็นเจ้าของดวงใจ ไม่ทราบว่าป่านนี้จะเป็นเช่นไรบ้าง

คล้อยหลังไปเมื่อยี่สิบวันที่แล้ว หลังจากเรื่องกบฎต้าหลงเสร็จสิ้น เดิมทีเขาคิดว่าตนกับพี่นิลคงได้ใช้ช่วงเวลาสงบสุขเคียงคู่กันบ้าง

ไม่นึกเลยว่าวันรุ่งขึ้นพี่นิลในสภาพเนื้อตัวฟกช้ำก็ต้องมีอันรีบร้อนผละจากเมื่อได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง

จดหมายนี้เป็นของแม่นิ่ม เนื้อความในจดหมายแจ้งว่าท่านหญิงมาลาล้มป่วยเป็นไข้หนักตรอมใจคล้ายไม่อยากมีชีวิตอยู่ ได้ยินดังนั้นพี่นิลจึงร้อนใจเป็นอย่างมาก

พี่นิลมาถามความเห็นเขา ซึ่งความจริงเพียงมองนัยน์สีรัตติกาลคู่นั้นก็ทราบคำตอบ

เจ้าตัวเป็นห่วงย่าตนเองเป็นอย่างมาก

แม้ไม่อยากให้ไปเพราะสังหรณ์บางอย่าง ทว่าเขาไม่อยากให้พี่นิลเป็นคนอกตัญญู เขาจึงเร่งให้พี่นิลไปเยี่ยมท่านหญิงมาลาพร้อมกับนำยาดีจากทางกงสีติดไม้ติดมือกลับไป เขาอยากติดตามกลับไปด้วยแต่ก็ทราบดี ยิ่งตามไปยิ่งยุ่ง สู้ให้พี่นิลปรับความเข้าใจกับท่านย่าก่อนคงจะดีกว่า

เขาส่งคนรักกลับไป มองร่างสีน้ำผึ้งเดินขึ้นเรือนอย่างรีบร้อนจนลับตา

นั่นคือครั้งสุดท้ายที่พี่นิลอยู่เคียงข้างกัน..

พี่นิลไม่เคยกลับมาอีกเลย เขาเองก็หาได้นิ่งนอนใจ แม้ลอบพบเจ้าตัวที่เรือนไม่ได้เขาก็ไปพบที่กระทรวงได้!

ทันทีที่คิดลงมือ กลับมีคนผู้หนึ่งห้ามเขาเอาไว้พร้อมกักบริเวณ

คนผู้นั้นคือบิดาของเขานั่นเอง

ในหัวทั้งสับสนงุนงงและไม่อยากเชื่อ ท่านพ่อที่แสนใจดีและตามใจเขาทุกอย่างกลับประกาศกร้าวกักบริเวณอีกทั้งยังจำกัดการเคลื่อนไหวให้อยู่แต่เพียงในเขตกงสี ห้ามออกไปข้างนอกโดยเด็ดขาด

แน่นอนเขาไม่ยอม พยายามไปขอร้องจิ่นอาเกอให้เกลี้ยกล่อมบิดา ทว่าครั้งนี้ท่านพ่อใจแข็งนัก ไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย โทษกักบริเวณจากสามสิบวันถูกเพิ่มเป็นหกสิบวันข้อหาใช้เล่ห์ให้พี่ใหญ่ช่วยเกลี้ยกล่อม

จิ่นเกอเกอถอนหายใจ ได้แต่ตบไหล่ปลอบใจเขาพลางเอ่ยว่าครั้งนี้ท่านพ่อตัดสินใจเด็ดขาด พี่ใหญ่ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมได้โดยง่าย อาเกอขอเวลาสักพัก ถ้าเห็นเข้าทีจะไปเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง

เขารีบห้ามจิ่นเกอเกอ หากไปเกลี้ยกล่อมแล้วโทษกักบริเวณเพิ่มเป็นเก้าสิบวันเล่าจะทำยังไง

สุดท้ายเขาได้แต่อดทน คาดหวังว่าพี่นิลจะส่งข่าวคราวกลับมาบ้างแต่ก็มีเพียงความว่างเปล่า ที่นั่งริมน้ำคล้ายถูกม่านมุ้งกันไม่ให้มองเห็น แม้แต่เรือที่เจ้าตัวโดยสารยังขึงผ้าขาวบางบังเอาไว้

หลบหน้า ไม่ต้องการพบเจอ

หรือนี่..คือคำตอบของพี่นิล

น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านหางตา ควบแน่นผ่านผิวปรางค์ก่อนซึมลงผืนดิน

พี่นิลคงเลือกทางที่ท่านย่ามาลาต้องการ แม้ไม่อยากยอมรับทว่าครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวนั้นสำคัญแค่ไหนใจย่อมทราบดี ขนาดเขามีกันสามพี่น้อง บิดามารดรอยู่พร้อมหน้า ทว่ายามสูญเสียพี่รองใจยังเจ็บปวดราวกับจะหลุดออกมาจากอก

พี่นิลเล่า หากเจ้าตัวสูญเสียท่านย่ามาลาเพราะตนเองเป็นสาเหตุ ทุกคืนวันย่อมเผชิญความเจ็บปวดสาหัสเสียยิ่งกว่าตาย โทษตัวเ องไปตลอดชีวิต

อย่างเช่นสิ่งที่เขากำลังเป็น..

“พีนิล..” เสียงทุ้มหวานสะอื้นในคอ น้ำตาไหลริน

เบื้องหลังที่เคยเหยียดตรงบัดนี้กลับอ่อนแอนัก เรือนร่างสมส่วนขาวนวลในชุดไว้ทุกข์ยืนร่ำไห้อาบแสงตะวันยามเย็น ดูอ้างว้างเดียวดายเสียจนผู้ที่ลอบมองนึกสงสารจับใจ

.

.

อาซาน..

ขุนนิลเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาไหลรินจากนัยน์คู่คมมากมายไม่ต่าง

กล้องส่องทางไกลขนาดพอดีมือถูกวางลงบนตั่งไม้เมื่อเงาร่างขาวนวลเดินกลับเข้าไปในเรือน มือสีน้ำผึ้งยกขึ้นเช็ดน้ำตา ทอดมองกงสีตระกูลหยางด้วยความอาลัย

คิดถึง อยากพบเจอ อยากกอด

แต่ทำไม่ได้..

“คุณท่านเจ้าคะ” เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้น แม่นิ่มทอดมองมาทางเขาด้วยความกังวล นัยน์ฝ้าฟางเปี่ยมความเป็นห่วง ถาดใส่จอกใบเล็กสามใบปรากฎขึ้นตรงหน้า

“ขอบใจจ้ะ” ขุนนิลเผยรอยยิ้มบาง มือหยิบจอกใบหนึ่งขึ้นสองมือตามธรรมเนียมจีน

“คุณชายรอง มิสเตอร์แฟรงค์ ฉันไม่สามารถไปส่งพ่อยังสถานที่สุดท้ายได้ วันนี้ทำได้เพียงบอกลาผ่านสายธาร ขอให้ชาติภพหน้าพ่อมีชีวิตที่ดีดังหวัง ไม่ต้องเจ็บปวดทรมานกับความผิดบาปที่ตนไม่ได้ตั้งใจก่ออีก” เอ่ยเสียงเบาพลางยกจอกสุราขึ้นดื่ม กลิ่นหอมของสุราดอกท้ออวลซ่านผ่านลำคอ

“แม่นิ่มช่วยยกสุราอีกสองจอกไปเทที่ท่าน้ำให้ฉันด้วยนะ” นางยอบกายรับคำก่อนจะหันหลังเดินหายไปจากบริเวณ

เขาได้แต่หวังว่าสุราสองจอกนั้นจะไปถึงผู้วายชนม์ ปรารถนาให้ทั้งสองดวงวิญญาณพบเจอความสุขสงบที่แท้จริงเสียที

หลังจากยืนนิ่งงันครู่ใหญ่เขาถึงเดินหันหลังกลับ เพลานี้เริ่มมืดและเป็นช่วงเวลาหลังมื้อเย็นพอดี คงได้เวลาแล้ว

ขุนนิลมุ่งหน้าสู่ห้องครัว เห็นสตรีในเรือนนางหนึ่งรินยาสีเข้มลงในถ้วยเบญจรงค์เขียนลายทอง ริมฝีปากบางเผยรอยยิ้มน้อยๆ

“ยานี้จะนำไปให้ท่านย่าใช่หรือไม่? หากใช่แม่ส่งมาให้ฉันเถิด” สตรีนางนั้นทำตามอย่างไม่อิดออด ขุนนิลรออยู่เพียงครู่ยาสำรับนั้นก็พร้อมดื่ม ถูกจัดวางใส่ถาดเรียบร้อย

“ฉันยกไปเอง” เสียงทุ้มเอ่ยพอดัง เห็นเช่นนั้นหญิงรับใช้จึงไม่คิดขัดขวาง ขุนนิลยกสำรับยาขึ้นอย่างมั่นคง สาวเท้าเดินไปยังเรือนหลังใหญ่ที่แสนคุ้นเคย

มือแกร่งเคาะประตูสามครั้ง

“ท่านย่าข้าเองขอรับ” เอ่ยพอดังให้คนด้านในได้ยิน เสียงกุกกักดังเพียงครู่ก่อนบานประตูจะถูกเปิดออกโดยต้นห้องของท่าน

“พ่อนิลมาแล้วหรือ?” สุ้มเสียงชราเอ่ยอิดโรย ร่างสีน้ำผึ้งไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปด้านใน

ในห้องอวลด้วยกลิ่นยาต้ม ร่างหญิงชราที่เคยแข็งแรงคล่องแคล่วในวันวานคล้ายชราลงร่วมสิบปีในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ร่างท้วมแปรเปลี่ยนเป็นผ่ายผอม ท่านหญิงมาลานั่งอยู่บนเตียง เบื้องหลังมีหมอนสามเหลี่ยมตั้งเอาไว้ให้เอนพิงถนัด เรือนผมสีดอกเลามัดรวบเรียบร้อย เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน

ทว่าความอ่อนล้าและร่องรอยแห่งการเจ็บป่วยยังมีให้เห็น

ขุนนิลเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ร่างสีน้ำผึ้งเดินเข้ามาพร้อมยาในมือ เจ้าตัวนั่งลงบนเตียงก่อนยกสำรับขึ้น

“ใช่ขอรับหลานมาแล้ว หลานนำยามาให้ท่านย่าด้วย รีบดื่มในขณะที่ยังอุ่นจะเป็นผลดีต่อร่างกายมากกว่า มาขอรับเดี๋ยวหลานช่วย” สิ้นคำท่านหญิงมาลาพลันเผยรอยยิ้มละมุน นางพยักหน้าอย่างว่าง่าย ค่อยๆทานยาที่หลายชายป้อนให้ช้าๆ

เมื่อยาขมหมดถ้วยมือสีน้ำผึ้งพลันยกน้ำกระเจี๊ยบต้มขึ้นมาให้ท่านย่าดื่มล้างรสขม

“ย่ามันแก่แล้ว รสขมหรือไม่ก็ไม่ค่อยรับรู้ พ่อนิลไม่จำเป็นต้องนำน้ำหวานมาให้ย่าดื่มล้างรสทุกครั้งก็ได้ แค่น้ำเปล่าน้ำชาก็เพียงพอ” หญิงชราเอ่ยพลางแย้มยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นไม่ถึงดวงตา

นัยน์สีรัตติกาลประกายดวงดาวหลุบลง

“ขอรับ หลานจะปฎิบัติตาม” ทำไมเขาจะไม่ทราบ คนที่ชอบดื่มน้ำหวานหลังจากทานยาเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอาซาน ยามอยู่ที่นี่เจ้าตัวมักเอ่ยออดอ้อนให้เขาหาอะไรหวานๆให้ทานล้างปากหลังจากดื่มยาขมเสมอ ท่านย่าเองก็รับรู้และเอ็นดูในความออดอ้อนน่ารักนั่น

บัดนี้..ความทรงจำเหล่านั้นคล้ายลอยห่างไปไกลแสนไกล

สำหรับท่านย่า มันเป็นความทรงจำที่แสนขมขื่น ตอกย้ำว่าตนไม่ทันเล่ห์มารยาของเด็กหนุ่ม

ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดของท่านย่าได้

“วันนี้ที่กระทรวงเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะพ่อนิล?” คำถามทะลุกลางปล้องไม่ให้เขาคิดฟุ้งซ่าน ขุนนิลยิ้มบางพลางเปลี่ยนน้ำในมือเป็นน้ำชา เล่าเรื่องราวที่พบเจอในกระทรวงให้ฟัง

คล้ายวันเวลาย้อนกลับไปในสมัยที่เขายังเยาว์ ท่านย่ามักสอบถามเสมอว่าวันหนึ่งๆเขาไปทำอะไรมาบ้าง สนุกสนานมากเพียงไหน ฟังไปท่านย่าก็จะร้อยมาลัยไป

วันวานอันแสนคิดถึง..

สองย่าหลานพูดคุยจนกระทั่งพระจันทร์เริ่มลอยสูง เห็นดังนั้นท่านย่ามาลาจึงเอ่ยปากให้หลานชายกลับไปพักผ่อน

“เช่นนั้นหลานขอตัวก่อนนะขอรับ” เสียงทุ้มเอ่ยพลางยกมือไหว้ลา หญิงชราลูบไหล่สีน้ำผึ้งแผ่วเบา ริมฝีปากบางแย้มยิ้มยินดี

“จ้ะพ่อนิล เดินทางดีๆนะ” ท่านย่าเอ่ยเพียงเท่านี้เขาจึงค้อมรับความหวังดี ร่างสูงหันหลังเตรียมเดินกลับออกไป

“พ่อนิล” คำรั้งทำให้ขาเรียวหยุดชะงัก ขุนนิลกาฬหันหน้ามาหาญาติผู้ใหญ่ของตนเอง

“ท่านข้าวทานปลาเสียบ้าง ร่างกายผ่ายผอมหมดแล้ว” คำนั้นเรียกให้ร่างสูงสง่าสะท้านเบาๆ เจ้าตัวเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

“หลานกินอิ่มนอนหลับดีขอรับ ท่านย่าไม่ต้องเป็นห่วง” สิ้นคำร่างสีน้ำผึ้งพลันยกมือไหว้อีกครั้งและเดินกลับออกไปจากเรือน

ขาเรียวก้าวไปยังห้องพัก

“คุณท่านจะรับสำรับเย็นเลยหรือไม่เจ้าคะ” เสียงหญิงรับใช้เอ่ยถามด้วยความกังวล

“.....ฉันไม่หิว แม่ทานสำรับนั้นเถิด หากไม่หิวจะจัดการอย่างไรก็สุดแท้แต่แม่” เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบก่อนร่างสีน้ำผึ้งจะก้าวเข้าไปในห้อง

ห้อง..ที่อาซานเคยพักรักษาตัว

‘พี่นิลมาแล้วหรือขอรับ’ เสียงทุ้มหวานดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มงดงาม นัยน์กลมดั่งกวางไหวระริกด้วยความยินดี

ขุนนิลยิ้มละมุน

“จ้ะ พี่กลับมาแล้ว” ร่างสีน้ำผึ้งก้าวไปยังตั่ง มือเอื้อมหวังสัมผัสดวงหน้าแสนรัก

ทว่า..สิ่งที่สัมผัสได้มีแต่ความว่างเปล่า

ไร้ซึ่งคำเอ่ยขาน ไร้ซึ่งนัยน์กลมคู่งาม ไร้ซึ่ง..ร่าง..คนรัก

มีเพียงตั่งสีเข้มตั้งตระหง่าน ตอกย้ำความงดงามของวันเวลาที่เคยอยู่เคียงข้างกัน

น้ำอุ่นๆสายหนึ่งรินไหลจากนัยน์สีรัตติกาลประกายดวงดาว เพียงไม่นานดวงหน้าหล่อเหลาพลันอาบด้วยน้ำตา ความทรงจำมากมายไหลวนเข้ามาในสมอง

วันที่เขาได้รับจดหมายจากแม่นิ่ม ในหัวเกิดความคิดมากมาย แม้รับรู้ความผิดปกติทว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือความเป็นห่วง

เขาเป็นห่วงท่านย่ามาลา แม่นิ่มถึงกับส่งจดหมายมาเช่นนี้ย่อมเกิดเรื่องด่วนอย่างมิต้องสงสัย

แม้ลังเลว่าจะเป็นกับดักทว่าสุดท้ายอาซานเองเป็นคนเอ่ยเร่งเร้าให้ไป เขาจะได้ไม่รู้สึกเสียใจภายหลัง อาซานย่อมรู้ดีว่าอาจจะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทั้งยังไม่อยากให้เราสองปล่อยมือออกจากกัน

แต่ถึงอย่างไร คนเช่นเขาย่อมไม่อยากอกตัญญู อาซานมองเห็นจุดนี้จึงสนับสนุนให้เขาจากมา

และเป็นจริงดั่งสังหรณ์ ท่านย่ามิได้แกล้งป่วย ท่านตรอมใจจริงๆ ร่างกายที่เคยอวบท้วมแปรเปลี่ยนเป็นผ่ายผอม ผมเผ้าสีดอกเลารุ่ยร่ายมิสนใจรวบให้เรียบร้อย เสื้อผ้าสวมใส่แค่พอกันอุจาด

ร่างหญิงชรานอนนิ่งอยู่บนเตียงนอน แววตาเลื่อนลอย ปากพร่ำร้องหาแต่ชื่อของเขา

‘พ่อนิล..พ่อนิลอยู่ไหนลูก..’

‘ย่าคิดถึงเหลือเกิน’

‘พ่อนิล..’ เสียงชราแหบโหยโรยแรงพร่ำหาแต่เขาเรียกให้ทั่วร่างเย็นเฉียบ กายสีน้ำผึ้งสั่นเทิ้ม น้ำตาหลั่งไหลพร่างพรูเมื่อเห็นสภาพอยู่ไม่สู้ตายของผู้ที่เปรียบเสมือนบิดามารดร

‘ท่านย่า!’ ร่างแกร่งรุดไปกอดหญิงชราแน่น ร่ำไห้สะอึกสะอื้น หวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ

หากเขาลังเลหรือมาช้ากว่านี้ไม่นาน..คงไม่ทันแม้แต่ดูใจ

ท่านย่า..

ขุนนิลสะอื้นในคอ ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในชั่วขณะนั้น..

อาซานและเขายังเหลือเวลาอีกมากในการอยู่เรียงเคียงหมอน ยังมีเวลา..ที่จะมองดูโลกใบนี้ไปด้วยกัน

แต่..ท่านย่าเล่า..

ท่านเหลือเวลาอยู่อีกเท่าไหร่ และท่าน..มีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น..

มือสีน้ำผึ้งกระชับกอดร่างผอมบางแน่น..

เขาตัดสินใจเฉือนหัวใจตนเอง ทำตามที่ท่านย่าต้องการ ดูแลหญิงชรา ยกสำรับกับข้าวและหยูกยามาให้ด้วยตนเอง ช่วงแรก ท่านย่ายังดื้อดึง เขาทั้งกล่อมทั้งตะล่อมอยู่นานกว่าท่านจะยอมทานข้าวทานยา 

เมื่อสอบถามท่านหมอ ท่านบอกว่าท่านย่าเพียงมีความเครียดอีกทั้งหดหู่ซึมเศร้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ ร่างกายที่แก่ชราจึงทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว หากหลังจากนี้หากหมั่นทานข้าวทานยาปรับจิตใจให้แจ่มใสร่างกายก็คงค่อยๆฟื้นคืน

แต่ความชรานั้นมิใช่โรค หญิงชราจึงฟื้นตัวช้า

จวบจนเข้าวันที่สิบห้าท่านย่าถึงค่อยๆดีขึ้น สติรับรู้ไม่เลื่อนลอย สิ่งนี้ทำให้เขาดีใจจนถึงขั้นหลั่งน้ำตาออกมา

เขาและท่านย่าพูดคุยกันโดยเลี่ยงหัวข้อสนทนาชวนหวาดหวั่น ท่านย่าไม่เอ่ยถึงอาซานแม้เพียงครึ่งคำ เขาเองก็ไม่กล้าเอ่ยเพราะกลัวคนตรงหน้าจะล้มหมอนนอนเสื่ออีก

นอกจากไม่เอ่ยถึงอาซาน ท่านย่าก็ยังไม่เอ่ยเรื่องการหมั้นหมายหรือเอ่ยเร่งเร้าให้เขาคบหาดูตัวกับสตรีนางใด ราวกับท่านสนใจเพียงวันเวลาที่เขาคอยดูแลท่านเท่านั้น

เพียงเท่านี้ก็ยังดี แม้เขาจะตัดใจไม่พบปะอาซานได้ แต่ความรักลึกซึ้งที่มีทั้งหมดได้ทุ่มเทให้คนผู้นั้นไปหมดสิ้น ไม่หลงเหลือให้สตรีนางใด หากท่านย่าเอ่ยให้เขาแต่งงานเขาก็จะแต่ง ทว่าย่อมเป็นการแต่งงานที่ปราศจากความรัก

เขาไม่อยากให้สตรีนางนั้นเจ็บช้ำ

และต้องการ..ลงโทษตนเองกรายๆ

ที่เขาไม่คิดติดต่ออาซานย่อมมีอีกเหตุผลหนึ่ง

เขาไม่อยากเห็นแก่ตัว หากในกาลข้างหน้าอาซานรักชอบผู้อื่นจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เขาไม่กล้าทำสิ่งใดให้กระเทือนถึงความรู้สึกท่านย่าอีก เพราะฉะนั้นจนกว่าท่านจะสิ้นบุญ เขาจะหักใจไม่พบหน้ายอดรัก

ไม่ทราบว่าอีกนานเท่าไหร่กว่าเขาจะได้ปรากฎตัวตรงหน้าอาซานอีกครั้ง

ห้าปี สิบปี หรือยี่สิบปี..

ถึงเวลานั้นอาซานจะยังเฝ้ารอเขาอยู่อีกหรือ?

ไม่กล้าคิดหรือคาดหวัง ได้แต่ยอมทรมานตนเองอยู่เงียบๆ และเขาทราบดีอาซานย่อมทรมานเช่นกัน

หยาง เหวินซานเป็นถึงคุณชายสามแห่งตระกูลหยาง หากต้องการพบเขามีวิธีร้อยแปดพันเก้าที่จะพาตัวไป ทั้งวิธีลับและวิธีแจ้ง

แต่อาซานไม่ทำ เพราะเคารพในการตัดสินใจของเขา

ใจหนึ่งนึกยินดี ทว่าอีกใจกลับค่อยๆบอบช้ำแทบขาดวิ่น

คิดถึง..

คะนึงหา..สุดหัวใจ..

ร่างสีน้ำผึ้งทรุดนั่งบนตั่ง มือยกเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายเคยสวมใส่มากอดไว้แนบอก รองรับน้ำตาที่หลั่งรินไม่ขาดสาย เสียงทุ้มเอ่ยนามบุรุษที่รักยิ่งอยู่เช่นนั้น

ขุนนิลผล็อยหลับไปทั้งที่ใบหน้ายังอาบน้ำตา

เมื่อยามเช้ามาถึงร่างสูงสมส่วนจะไปอาบน้ำอาบท่าและดูแลให้ท่านย่ามาลาทานข้าวปลาอาหารให้เรียบร้อยก่อนมุ่งหน้าไปยังกระทรวง ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง แม้แต่ข้าวปลาก็ไม่ค่อยได้ทาน

จนวันหนึ่งแม่นิ่มถือสำรับอาหารเข้ามาเยี่ยมเยียนถึงในกระทรวงเขาจึงยินยอมละงานในมือและทานอาหาร เมื่อทานเสร็จแม่ก็เล่าเรื่องอันน่าเหลือเชื่อเรื่องหนึ่งให้ฟัง

นางทราบมาว่าความจริงแล้วที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอาซานถูกเปิดเผยจนท่านย่ารับรู้หาได้ออกมาจากปากแม่บุหลัน นางรักษาสัญญา

เป็นท่านย่าเองที่แอบตามแม่บุหลันมาดูความคืบหน้า ท่านต้องการเห็นคู่หมั้นคู่หมายปรับความเข้าใจ หัวร่อต่อกระซิกตามประสาหนุ่มสาว

ทว่าสิ่งที่ท่านเห็นคือฝันร้าย เขาและอาซานต่างหากที่รักกันด้วยใจจริง หาใช่แม่บุหลัน

เพราะเหตุนี้ท่านย่าถึงรับไม่ได้ถึงขนาดลากเขาไปยังเรือนลงทัณฑ์ด้วยตนเอง

ริมฝีปากบางได้แต่ยิ้มฝืดเฝือน ดีที่ทานข้าวจนหมดแล้ว หาไม่คงทานไม่ลงอีกเป็นแน่ หากเป็นเช่นที่แม่นิ่มกล่าวจริงๆท่านย่านับว่าพบเจอภาพอันน่าตกใจเข้าแล้ว

ขุนนิลได้แต่ถอนหายใจ มือสีน้ำผึ้งยกขึ้นคลึงขมับ

เมื่อไหร่นรกแห่งความเจ็บปวดเหล่านี้จะสิ้นสุดลงเสียที..

.

.

#ทอร์คค 

โอยยย สงสารพี่นิลกับอาซานแท้ครับ อ่านะ ความรักย่อมมีอุปสรรคครับผม แถมผู้เฒ่าผู้แก่มีรึจะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ง่ายๆ ขุนนิลเองก็ทราบดีครับ ถ้าถามนะกรณีนี้มันเลือกยากมากจริงๆ อาซานคือคนที่เขารัก แต่ท่านย่ามาลาคือคนที่เลี้ยงดูเขามา และท่านย่าก็อายุเจ็ดสิบปีแปดสิบปีเข้าไปแล้ว ถ้าขุนนิลเลือกที่จะอยู่กับอาซานโดยทิ้งท่านย่าไว้เพียงลำพงเขาจะเป็นตัวอะไรล่ะนั่น มนุษย์กับสัตว์เดรฉานต่างกันที่สำนึกและความกตัญญูนี่ล่ะครับ ขุนนิลเขาเหมือนกับยอมเฉือนหัวใจตัวเองทิ้งเลยจริงๆ

อาซานเองก็โดนกักบริเวณ อยากไปหาก็ไปไม่ได้ ถึงไปได้..เขาก็รู้คำตอบของพี่นิลกลายๆ ส่วนหนึ่งที่ท่านย่ามาลาตรอมใจก็มาจากแผนของตน ไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกผิดครับ

เฮ้อออ มาเป็นกำลังใจให้ทั้งสองคนด้วยนะครับผม ตอนหน้าเรื่องของท่านย่ามาลาจะสิ้นสุดลงแล้ว มาลุ้นกันครับว่าจะหัวหรือก้อย อย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจในหน้านิยายหรือเล่นแท็ก #ตะวันอนธการ กันบ้างนะครับบ ขอบคุณมากๆครับผม

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น