ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก 4

ชื่อตอน : สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2562 20:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก 4
แบบอักษร

 “แม่อยากให้เราทั้งสองรักกันด้วยหัวใจจริงๆหาใช่สิ่งที่รับผิดชอบ เข้าใจมั้ย?” 

 “ค่ะ/ครับ” 

 

 เช้าวันใหม่ที่สดใสอัศวินพาเขมมิกาออกมาสูดอากาศนอกบ้านโดยที่เขาก็เดินคุมเธอหน้าหลังราวกับว่าเป็นบอดี้การ์ดมือหนึ่ง งานการก็มีแต่ไม่รู้จักไปทำ มาเดินเกะกะเธอราวกับว่าเป็นเงาร่างที่สองอย่างไงอย่างนั้น “คุณวินคะ เขมจะไปเข้าห้องน้ำสักแปบนึง เดี๋ยวมานะคะ” 

 “เดี๋ยวพี่ไป...” 

 “ไม่ต้องเลยค่ะ ยืนอยู่ตรงนี้เลย มันเป็นห้องน้ำผู้หญิงนะ จะตามไปทำไม” 

 “ก็พี่กลัวเขมล้ม อีกอย่างพี่ยืนรอหน้าห้องน้ำใช่ว่าจะไปยืนรอในห้องน้ำเสียหน่อย” 

 “ไม่ค่ะ เขมอยากไปคนเดียว คุณวินเดินตามติดเขมจนจะสิงเข้ามาได้อยู่แล้ว” 

 “ก็คนมันห่วงนิ” 

 “รู้ค่ะ แต่ก็ตามความเหมาะสมบ้าง คุณวินไม่ยอมไปทำงานเพราะมัวแต่เฝ้าเขมแบบนี้พนักงานคนอื่นเขาจะไม่เอาพูดเสียๆหายๆหรือคะ” 

 “ชั่งเขาประไร พี่ไม่แคร์ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้หญิงที่กำลังยืนอยู่หน้าพี่ตรงนี้ นอกจากเขมและคนที่พี่รักพี่ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจความคิดใครว่าจะคิดยังไง” 

 “พูดไปเรื่อย ยืนรอตรงนี้เลยนะไม่ต้องตามมา” ว่าแล้วเธอก็เดินตรงไปที่ห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล ปล่อยทิ้งให้คนตัวโตยืนเคว้งคว้างอยู่คนเดียวตามลำพัง 

 ผ่านไปไม่นานเขมมิกาก็เดินออกมาจากห้องน้ำแต่ทว่าด้วยความที่ว่ามัวแต่ก้มสำรวจตัวเองอยู่จึงไม่ทันได้มองทาง เผลอชนเข้าไปใครบางคนเข้า “ตุ้บ!” แม้ว่าแรงชนจะไม่มากนักแต่มันก็ทำให้คนร่างอวบอั๋นอย่างสาวเจ้าแทบกระเด็นได้เหมือนกัน แต่ยังดีที่คนที่ชนนั้นคว้าเธอไว้ได้ทันเสียก่อน  

 “เป็นอะไรมั้ยครับ” เสียงที่แสนคุ้นหูเขมมิกาเอ่ยถาม ดวงหน้านึกฉงนใจว่าทำไมมันถึงคุ้นเคยกับเสียงนี้ได้เช่นนี้ ก่อนที่สายตาจะเงยขึ้นไปจ้องมองเจ้าของเสียง “พงษ์!” 

 “เขม!”  

 “ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” เขมมิกาเอ่ยถามเพื่อนที่จู่ๆก็บังเอิญมาเจอกันในห้างแบบนี้  

 “พอดีว่าเข้ามาทำธุระที่กรุงเทพซะหน่อยน่ะ แล้วเขมเถอะท้องโตแล้วนะเนี่ย พงษ์จะได้เห็นหน้าหลานแล้วใช่มั้ย” พงศกรจับประคองให้เขมมิกาเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ของห้างที่ตั้งวางไว้ตามจุดๆต่างเพื่อให้นักช้อปฯหลายๆคนได้นั่งพักเหนื่อย 

 “จ๊ะ อีกไม่กี่เดือนหรอก วันนี้คุณวินเขาก็พามาดูข้าวของเครื่องใช้ไว้บ้าง” 

 “อ้าวเหรอ แล้วเขาอยู่ไหนซะล่ะ”  

 “เขมบอกให้เขารออยู่แถวโน้นน่ะ” นิ้วชี้ออกไปอีกทางที่ยามนี้กำลังมีคนตัวโตยืนรออยู่ 

 “แบบนี้ไม่อารมณ์เสียแย่เหรอ” 

 “ชั่งเขาสิ ถ้าเขาสิงเขมได้ก็คงจะสิงไปแล้วล่ะ เล่นตามติดกันทั้งวันทั้งคืนแบบนี้” 

 “ก็คนเขาห่วงลูกห่วงเมีย” 

 “พูดบ้าอะไรเนี่ย” ว่าแล้วก็ป๊าบ! เข้าไปที่แขนของพงศกรหนึ่งทีหนักๆจนชายหนุ่มเผลอร้องเสียงหลง 

 “เจ็บนะเขม” แล้วทั้งสองก็นั่งคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยพลางมือนั้นก็คอยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานจนลืมว่าตอนนี้กำลังมีคนตัวโตยืนรอด้วยอารมณืที่หงุดหงิดอยู่  

 อัศวินเมื่อเห็นว่าภรรยาสาวไปเข้าห้องน้ำนานไม่ยอมมาเสียทีก็นึกเป็นห่วงบวกกับหงุดหงิดใจที่เธอไม่ยอมให้เขาตามไปด้วย จนป่านนี้ก็ไม่ยอมเดินออกมาเสียทีจึงต้องรีบไปตามเสียหน่อย ในใจนั้นกังวลกลัวว่าจะเป็นลมหกล้มไม่เป็นท่า ถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย  

 แต่ทว่าพอเดินมาถึงทุกอย่างที่คิดกลับผิดไปหมด นอกจากจะไม่ได้หกล้มหรือลื่นมีอันตรายอะไรแล้ว ยามนี้แม่เจ้าคุณยังนั่งหัวเราะหัวล่ออยู่กับผู้ชายที่เขานั้นคุ้นหน้าเป็นอย่างดีว่าคือใคร “เขม!” เรียกสาวเจ้าเสียงลั่น ก่อนที่จะเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์สักนิด  

 “อ้าวคุณอัศวิน สวัสดีครับ” 

 “ครับ สวัสดีครับคุณพงศกร ผมไม่ยักจะรู้นะครับว่าคุณจะมาอยู่แถวนี้ด้วยแทนที่จะเป็นที่บ้านเพียงรัก” 

 “พอดีว่าผมมีธุระน่ะครับ เลยต้องเข้ามากรุงเทพเสียหน่อย” 

 “แล้วเมื่อไหร่จะกลับล่ะครับ” 

 “คงอีกสักพัก ผมกำลังคุยกับเขมอย่างออกรสออกชาติเลย ใช่มั้ยเขม” 

 “อ้อ ใช่จ๊ะ” เขมมิกาหันไปยิ้มหวานให้กับพงศกรจนคนตัวโตที่ยืนอยู่นึกหมั่นไส้กับท่าทีของทั้งสองนัก! 

 “แล้วไหนว่าไปเข้าห้องน้ำแล้วทำไมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้” ยืนเท้าสะเอวถามเอาความกับคนตรงหน้า แม้ว่าข้าวของนั้นจะเต็มมือแต่มันก็ไม่ได้ทำให้จิตใจครุ่นหงุดหงิดของเขาลดลงได้เลย แต่ทว่าจะทำอะไรมากก็ไม่ได้ 

 “ก็เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วไงค่ะ เลยมานั่งเล่นกับพงษ์”  

 “แล้วทำไมไม่บอกพี่ก่อน รู้มั้ยว่าคนเป็นห่วง” 

 “ก็กะว่าจะคุยไม่นาน แต่ว่ามันเพลินไปหน่อย ขอโทษด้วยค่ะที่ต้องทำให้รอ”  

 “ไป กลับได้แล้ว” แล้วก็ดึงร่างของเขมมิกาให้ลุกขึ้น แต่ทว่าสาวเจ้ากลับรั้งตัวเองไว้ไม่ยอมทำตาม 

 “เขมจะไปกินข้าวกับพงษ์ นานๆเจอกันทีคิดถึง” บอกประสงค์ของตนเอง เธอและพงศกรมีเรื่องที่ต้องคุยกันอีกมาก 

 “ไม่ได้!” 

 “ทำไมคะ เขมจะไปกินข้าว มันเที่ยงแล้ว เขมหิวแล้วลูกก็หิวแล้วด้วย”  

 “โอเค ถ้าอย่างนั้นก็ได้ แต่ว่าต้องให้พี่ไปด้วย” 

 “ก็ไม่ได้พูดนิค่ะ ว่าไม่ให้ไป” 

 

 “จนป่านนี้แล้ว แกมัวทำอะไรอยู่ อยากจะให้ฉันลงมือเองนักใช่มั้ย!!!”  

 “ผมก็ยังรอจังหวะเหมาะๆอยู่นี่ไง คุณไม่ต้องรีบร้อนหรอก รับรองได้ว่าทุกอย่างมันจะเป็นไปตามที่คิดตั้งใจไว้แน่นอน” 

 “ฉันเบื่อจนขี้เกียจจะรอแล้ว เงินที่ให้ไปก็ช่วยทำงานให้มันคุ้มซะด้วย!” 

 “รับรองว่าทุกอย่างมันจะเป็นไปตามที่คุณหวัง...!” จากนั้นปลายสายก็ตัดสายทิ้งไปอย่างอารมณ์เสีย ยามนี้นายดำต้องรีบลงมือให้เร็วไวที่สุด 

 “รีบๆซะ ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ฉันต้องการมากที่สดคือชีวิตนังนั้น!!!” 

 

 “ทำไมยังจับไม่ได้อีกวะ เรื่องมันผ่านมาได้อาทิตย์นึงแล้วนะไอทัศ ฉันใจร้อนอยากจะจับมันให้ได้เร็วๆ” เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ทานอาหารเช้ากับเขมมิกาเสร็จ อัศวินก็รีบพุ่งตัวเข้ามาที่หน่วยสืบสวนของเพื่อนตนเองทันที ภายในหัวและความคิดนึกหงุดหงิดใจ ที่จนป่านนี้แล้วเรื่องราวมันยังไม่คืบหน้าอะไรสักอย่าง วี่แววที่จะจับคนร้ายได้ก็แทบจะไม่มี... 

 “มันเก่งมากไอวิน ฉันพยายามสืบหาข้องมูลแต่ก็ยังไร้วี่แวว” 

 “ฉันไม่รู้ว่ามันจะเก่งล้นฟ้ามาจากไหน แต่แกต้องตามตัวมันมาให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นจะเป็นฉันที่จะลงมือเอง” 

 “ใจเย็นๆไอวิน” 

 “มันเย็นไม่ไหวแล้วเว้ย! ฉันรอไม่ได้! เมียกับลูกฉันกำลังเป็นอันตรายไอทัศ แล้วจะมาให้ฉันนั่งใจเย็นอยู่ไห้ยังไง!” เสียงเข้มกร้าวของอัศวินดังลั่นจนเจ้าหน้าที่หลายต่อหลายคนต้องเห็นมามองเขาเป็นตาเดียวกัน  

 “เรื่องทุกอย่างมันต้องจบให้เร็วที่สุด ฉันเชื่อฝีมือคนอย่างแก แต่นี่มันนานมาก นานจนใจฉันคิดกังวลไม่ตก” 

 “ฉันจะทำให้เต็มที เชื่อใจฉันอีกสักครั้ง...” ทัศนัยรู้สึกผิดนักที่ยามนี้เขาก็ยังตามตัวคนร้ายมาลงโทษไม่ได้ทั้งๆที่ตามจริงแล้วงานแบบนี้มันไม่ได้ยากอะไรมากเลยกับความสามารถของเขา แต่ก็ไม่เทข้าใจว่าทำไมระยะเวลามันยืดเยื้อออกมาได้นานมากขนาดนี้ 

 

 อัศวินวกกลับเข้ามาที่บ้านของเขมมิกาอีกครั้งในเวลาเกือบสี่โมงเย็น เรียวเท้าหนาก้าวเข้ามาภายในบ้านที่ยามนี้แม่ยายสองคนของเขากำลังยืนอยู่ด้วยท่าทีที่ลุกลี้ลุกลนราวกับว่ากำลังกระวนใจเรื่องใดอยู่ 

 “แม่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ดูท่าทางไม่ค่อยดีเลย แล้วนี่เขมไปไหนล่ะครับผมซื้อซื้อต้มขาหมูมาให้ เห็นบ่นว่าอยากกิน” อัศวินชูของที่อยู่เต็มไม้เต็มมือขึ้นให้วลาพรและนิภาดู    

 “เขมออกไปข้างนอกวิน ไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วป่านนี้ไม่กลับ แม่โทรไปก็ไม่รับ” นิภาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ร้อนรนใจนักเพราะบุตรสาวของตนไม่เคยสักครั้งที่จะไม่รับสายของวลาพรและเธอ 

 “ออกไปได้ยังไงครับ แล้วไปกับใคร” 

 “หนูสาเขาเข้ามารับไป เห็นบอกว่าอยากจะซื้อของรับขวัญหลานหรืออะไรเนี่ยแหละจ๊ะ” ครั้งนี้เป็นวลาพรที่ใจนั้นก็ร้อนรนไม่แพ้กัน ด้วยความเป็นห่วงที่ว่าสาวเจ้ากำลังท้องกำลังไส้และอีกย่างคนที่มาชวนไปนั้นยังเป้นน้องสาวของอดีตคนรักของอัศวินเสียด้วย วลาพรกังวลใจเรื่องนี้ที่สุด 

 “สา...ผมจะออกไปตามหาเขมเอง” ยามที่ชื่อของวานิสากระทบเข้าโสตประสาทหู มันก็แทบจะทำให้เขาอยู่ไม่ติด ในเมื่อท่าทีที่สาวเจ้าแสดงต่อเขมมิกาก่อนหน้ามันไม่มีทางที่จะทำให้เขาเชื่อได้เลยว่าเธอนั้นจะมาดี 

 “จ๊ะ แม่ฝากด้วยนะวิน แม่เป็นห่วงเขมเหลือเกิน” สองแม่ยายยื่นกำมือกันแน่นราวกับว่าต่างฝ่ายต่างให้กำลังใจกัน 

 “แล้วคุณพ่อรู้เรื่องหรือยังครับ” 

 “ยังจ๊ะ แม่ยังไม่อยากบอกกลัวว่าจะทำให้ท่านเป็นห่วง ลำพังแค่งานที่บริษัทมันก็มากโข่แล้ว ถ้ามารับรู้เรื่องนี้แม่กังวลว่าจะไม่เป็นการเป็นงานเอา ถ้าเราพอจะแก้ไขสถานการณ์เองได้อยู่ก็ควรที่จะทำ” 

 “ครับ ถ้าอย่างนั้นผมฝากของด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะรองโทรหาสาดูว่าพาเขมไปหาซื้อของที่ไหน” 

 “จ๊ะ” มือเหี่ยวรับของมาจากมือเรียวหนาของบุตรเขย ก่อนที่อัศวินจะรีบพุ่งตัวออกจากบ้านไปอย่างเร็วไว มือของเขานั้นก็รีบล้วงลงกระเป๋ากดเบอร์ขอวานิสาก่อนที่จะเอาแนบหูแล้วเฝ้ารอคำตอบ แต่ทว่าโทรติดแต่กลับไม่มีคนรับสาย ดังนั้นจึงกดซ้ำอีกครา แต่ผลลัพธ์มันก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม อัศวินเริ่มโทรถี่ๆหลายต่อหลายครั้งแต่เธอก็ไม่ยอมรับ เรียกได้ว่ายามนี้โทรศัพท์ของชายหนุ่มแทบจะลุกพรึบ! เป็นไฟเลยก็ว่าได้ มือหนาที่รีบกดเบอร์โทรหาปลายสายแต่ทว่ายิ่งโทรเท่าไหร่ก็ไม่มีท่าทีเลยว่าจะรับ การโทรไปสิบยี่สิบสายมันยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่ายามนี้อัศวินนั้นห่วงใยภรรยามากแค่ไหน 

 “ฮัลโหล” สุดท้ายวาริสาก็รับสายเสียที หัวใจมันโล่งไปเปราะหนึ่งที่สาวเจ้านั้นยอมรับโทรศัพท์ 

 “พี่วินโทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ พอดีว่าสาไปทำธุระเเล้วลืมเปิดเสียงไว้เลยไม่ได้ยิน” คำเสเเสร้งตีสองหน้าปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าของคนปลายสายอย่างวาริสา 

 “พี่จะโทรมาถามว่าเขมอยู่กับสาไหม?” 

 “ไม่นะคะ สาไปส่งคุณเขมที่บ้านเเล้ว ทำไมคะหรือว่าคุณเขมยังไม่ถึงบ้าน” 

 “ใช่ พี่กำลังตามหาอยู่ ขอบใจสามากนะ” 

 “ไม่เป็นไรค่ะ พี่วินจะให้สาช่วยตามหาคุณเขมมั้ยคะ” 

 “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ตามหาเอง” 

 

มาเเล้วจ้าาา

ขอโทษที่หายหน้าหายตาไปนานนะคะ

ครั้งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขมหรือเปล่านะ งือออ

ปล.อย่าลืมคอมเม้นกันมาเยอะๆด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น