Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4 100%

คำค้น : น่ารัก, แสนซน, โรแมนติก, ใจดีสายเปย์, ลุงดุนะหนูไหวเหรอ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 733

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2562 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 100%
แบบอักษร

 

ชายหนุ่มคอยมองหน้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้แสนรักคลาดสายตาไปได้ แต่ก็มีอยู่ช่วงจังหวะหนึ่งที่เขาต้องก้มลงไปเซ็นสลิปรูดการ์ดเติมน้ำมัน แล้วเด็กปั๊มยังคืนการ์ดมาผิดใบ จนเขาต้องเป็นฝ่ายหยิบออกจากมือของเด็กปั๊มเอง 

พอเติมน้ำมันเสร็จเขาก็เอารถมาจอดตรงที่จอดรถหน้าห้องน้ำเพื่อรอหล่อน แต่ผ่านไปสิบนาทีหล่อนก็ยังไม่ออกมาจนเขาชักเอะใจ พอดีเห็นแม่บ้านของปั๊มเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาจึงรีบลงไปสอบถาม 

“ขอโทษนะครับป้า ผู้หญิงที่ใส่เสื้อสีฟ้ากับกระโปรงสีขาวยังอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่าครับ” 

“หืม...ไม่มีแล้วนะคุณ ในห้องน้ำตอนนี้ว่างทุกห้องเลย มีอะไรหรือเปล่าคุณ” 

“พอดีผมทะเลาะกับแฟน แล้วเธอขอแวะเข้าห้องน้ำ ผมก็เลยรอที่รถ แต่ไม่เห็นเธอออกมาเสียที” 

“งั้นเดี๋ยวป้าเข้าไปดูให้อีกที แต่ไม่มีแล้วนะเมื่อกี้” 

แม่บ้านของปั๊มน้ำมันว่าแล้วเดินเข้าไปดูให้ ครู่ถัดมาก็เดินออกมาบอกว่าไม่มีใครในห้องน้ำแล้วจริงๆ แล้วด้วยความเชื่อว่าศรุตเป็นแฟนกับผู้หญิงที่เขาถามหาอยู่จริงจึงยิ่งเป็นห่วง 

“คุณมีเบอร์โทร. แฟนไหม ลองโทร. ซิ แต่ป้าไม่เห็นจริงๆ นะ” 

ศรุตพยักหน้ารับแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ทำทีว่ากำลังหาเบอร์โทร. ทั้งที่เขาไม่มีเบอร์หล่อนด้วยซ้ำ แต่ตอนนั้นเองก็มีพนักงานของปั๊มอีกคนเดินมา พอเห็นแม่บ้านกับผู้ชายหล่อเหลาเหมือนจะมีเรื่องอะไรกันจึงหยุดสอบถาม ก่อนที่เจ้าตัวจะร้องอ๋อ 

“อ๋อ ผู้หญิงคนนั้น หนูเห็นเดินเลาะหลังต้นไม้อ้อมด้านหลังมินิมาร์ตออกไป ยังงงอยู่เลยว่าทางดีๆ มีทำไมไม่เดิน ทำไมต้องไปอ้อมด้านหลังมินิมาร์ตด้วย นู้น ออกจากปั๊มไปได้สักห้านาทีที่แล้วแล้วละคุณ คุณลองขับรถออกไปดูก็ได้ ถ้าไม่ได้เดินไปตามทางเท้าเรื่อยๆ ก็คงโบกแท็กซี่หรือไม่ก็มอเตอร์ไซค์วินไปแล้วมั้ง” 

ศรุตได้แต่ขอบคุณและทำตามที่พนักงานแนะนำ เขารีบสตาร์ตรถและขับออกไปดู แล้วก็จริงอย่างที่พนักงานบอกไว้ ตอนที่เขาจอดรถริมถนนและชะโงกหน้าถามมอเตอร์ไซค์วินว่ามีผู้หญิงรูปร่างหน้าตาแบบนี้ ใส่เสื้อผ้าแบบนี้เรียกมอเตอร์ไซค์ไปหรือยัง มอเตอร์ไซค์วินก็บอกว่าเพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เอง 

“เขาบอกให้ไปส่งที่ไหน ทราบไหมครับ” 

“ไม่รู้เลยคุณ เขาบอกกับคนที่ได้คิวที่ออกไปแล้ว” 

“ขอบคุณครับ” 

ศรุตกล่าวขอบคุณและกดปุ่มปิดกระจกก่อนจะพารถเคลื่อนจากที่ พร้อมกับหมายมาดว่าเจอหน้าหล่อนเมื่อไหร่ละก็ น่าดูแน่  

“ก็ได้แม่ตัวดี! ฉันจะไม่ไปค้นประวัติเธอ แต่มาทำงานเมื่อไหร่ จะเล่นให้หนักเลย!” 

  

 

จากเหตุผลและข้อตกลงกับมงคลในวันก่อน บวกกับการต้องมาเป็นตัวแทนของมงคล ศรุตจึงขึ้นเครื่องบินไปยังจังหวัดใหญ่ทางภาคใต้ที่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งท่องเที่ยว เพื่อไปร่วมงานเปิดตัวรีสอร์ตบนเกาะส่วนตัวแห่งหนึ่ง ในงานมีผู้มาร่วมงานประมาณห้าสิบคน หลายคนที่มาร่วมงานแล้วก็อยู่พักผ่อนต่อเลย เหมือนอย่างเขาในตอนนี้ แต่บางคนที่ทิ้งงานไม่ได้ จบงานเปิดตัวรีสอร์ตก็กลับเลยก็มี 

ชายหนุ่มเดินเลียบชายหาด ปล่อยตัวเองไปกับธรรมชาติและความเงียบสงบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาที่เกาะแห่งนี้ เขาเคยมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อสิบสามปีที่แล้ว ตั้งแต่ตอนที่มันยังไม่มีรีสอร์ต 

สิริภัทรารีสอร์ตเป็นรีสอร์ตแบบปิดบนเกาะส่วนตัว ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นรีสอร์ตที่เพิ่งเปิดตัวใหม่เสียทีเดียว เดิมทีที่แห่งนี้เป็นเกาะที่สินธรซื้อไว้ก่อนที่จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจและปล่อยทิ้งไว้ในสภาพนั้นอยู่หลายปี จนกระทั่งเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและธุรกิจการท่องเที่ยวมีการแข่งขันสูง สินธรจึงคิดจะเอาพื้นที่บนเกาะมาทำรีสอร์ตส่วนตัวเล็กๆ  

แต่ก็เหมือนมีเคราะห์ซ้ำกรรมซัดมาขัดขวาง เมื่อต้องสูญเสียลูกชายคนเดียวที่เปรียบเสมือนหัวเรือใหญ่ของบ้านไป โครงการที่ว่าจึงต้องยุติไปและกลายเป็นการให้บริษัทที่สนใจมาเช่าเกาะเพื่อทำรีสอร์ตแทน แล้วหลายปีต่อมาสินธรจึงยุติการให้เช่าและซื้อรีสอร์ตกลับมาเป็นของตัวเอง จนกระทั่งมาเปิดตัวในชื่อใหม่เมื่อวานนี้ 

สินธรถือเป็นคนเก่ง แต่ก็ยังเก่งน้อยกว่ามงคล ผู้เป็นปู่ของเขาที่เป็นรุ่นพี่ รวมทั้งชื่อเสียงของมงคลก็มีมากและเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากกว่าทำให้มีภาษีดีกว่าในหลายๆ เรื่อง เพราะเหตุนี้เองสินธรจึงค่อนข้างเคารพและยำเกรงมงคล แล้วก็ลามมาถึงตัวเขาด้วย เพราะเขาขึ้นชื่อด้านความเด็ดขาดและถอดแบบฉบับการบริหารมาจากปู่ แถมยังเขี้ยวยิ่งกว่าปู่เสียด้วย 

ศรุตคิดไปเรื่อยขณะเดินเลียบชายหาด จนกระทั่งถึงแนวเตียงชายหาดที่มีร่มกางให้ร่มเงาอยู่ แต่ตอนนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งร้องเรียกดังมาจากบริเวณทางเดินหินที่มาจากแผนกต้อนรับและดูแลลูกค้าของรีสอร์ต 

“คุณศรุต...” 

เขาเงยหน้ามองพอเห็นว่าเป็นใครก็ทักกลับ  

“คุณสินธร” 

“ไปเดินชมทั่วเกาะหรือยัง เอ๊ะ แล้วนี่พนักงานที่ผมให้มาคอยดูแลไม่อยู่เหรอครับ”  

สินธรถามพลางมองซ้ายขวาแต่ไร้เงาพนักงานที่อุตส่าห์สั่งให้มาดูแล จนศรุตต้องเฉลย 

“ผมขอความเป็นส่วนตัว เลยบอกให้เขาไปทำงาน และถ้าเกิดผมเห็นเขามาอยู่ใกล้ๆ ในระยะสายตา ผมอาจทำให้เขาตกงานได้” 

สินธรฟังแล้วก็หัวเราะเล็กน้อย ไม่เซ้าซี้เรื่องคนของตัวเองต่อ จากนั้นก็ชวนศรุตไปนั่งคุยกันที่ศาลาไม้สีขาวเล็กๆ บริเวณสวนเที่ปูพื้นด้วยหญ้า โดยมีวิวทิวทัศน์ชายหาดกับเสียงคลื่นและลมทะเลเป็นฉากหลัง 

“นี่น่าจะเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันนั้น...ที่คุณได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง” 

“ครับ เป็นครั้งแรก ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะมาก” 

ศรุตเปรยและคิดอย่างนั้นจริงๆ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้เกาะแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาและกลายเป็นที่พักที่ให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนได้เป็นอย่างดี 

“ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปตามเวลาที่ผันแปร” สินธรว่าแล้วก็มองออกไปยังท้องทะเลเบื้องหน้าก่อนจะหันกลับมามองศรุต “แต่ผมกลับคิดว่ามีหนึ่งคนที่ไม่เปลี่ยนไปเลย นั่นคือคุณ สิบสามปีก่อนคุณฉายแววโดดเด่นมากในฐานะหลานของคุณมงคล สิบสามปีต่อมาคุณยิ่งทำให้ผมเห็นว่าวิสัยทัศน์ของคุณ การบริหารและการทำงานของคุณเป็นของจริง ไม่ใช่เพราะพึ่งบารมีคุณมงคล” 

“คุณชมเกินไป” 

“ไม่หรอก ผมพูดจริง แต่เพราะอย่างนี้ผมจึงยิ่งกังวล เพราะหลานชายของผมยังไม่ได้ครึ่งของคุณเลยด้วยซ้ำ” สินธรยอมรับอย่างไม่อายเพราะมองว่าถึงศรุตรู้ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไร “บางครั้งผมก็คิดว่าตัวเองวางมือเร็วไปหรือเปล่า แต่เพราะผมเหลือหลานชายที่จะสืบทอดอยู่เพียงคนเดียว ถ้าไม่ยอมให้เขาก้าวขึ้นมา เขาก็จะไม่มีวันได้ก้าวต่อไป” 

“นับว่าเป็นความคิดที่ถูกต้องครับ” 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ดีสิ” เสียงของสินธรแฝงความเหน็ดเหนื่อยก่อนจะวกเข้าเรื่องที่แท้จริง “ผมรู้ว่าข่าวคราวในแวดวงธุรกิจในสายผู้ประกอบกิจการอย่างเรา ไม่มีทางเล็ดลอดผ่านหูผ่านตาคุณไปได้แน่ ผมถามตรงๆ เลยก็แล้วกัน คุณรู้เรื่องตื้นลึกหนาบางของ คอนราจ สเตซี บ้างไหม” 

คำพูดของสินธรรวมถึงชื่อที่ถูกเอ่ยจากปากทำให้ศรุตนิ่งไปนิด พลางมองชายสูงวัยตรงหน้าเหมือนประเมินว่าเขาควรจะให้คำปรึกษาแค่ไหนถึงจะดี  

“บางอย่างมันยังไม่เกิด ก็ถือเสียว่าเป็นเรื่องที่ดีจะดีกว่า”  

ศรุตตัดสินใจให้คำแนะนำแค่นี้ เพราะไม่อยากก้าวก่ายการตัดสินใจในการบริหาร  

แต่เพราะเขาตอบไปเช่นนั้น สินธรจึงสรุปได้ในทันทีว่าข่าวที่รู้มาจากเลขาฯ ของหลานชายน่าจะมีมูลแล้ว ยิ่งทำให้เจ้าตัวหนักใจมากขึ้น ถึงอำนาจการบริหารในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในมือของเขา แต่ก็ไม่อาจจะทนดูโรงแรมที่สร้างมากับมือต้องพังพินาศไป เพราะการบริหารและการตัดสินใจที่ผิดพลาดของหลานชาย 

“ผมเข้าใจ ถ้าอะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด แต่เมื่อถึงตอนนั้น ผมอยาก...” 

สินธรยังพูดไม่ทันจบ อะไรบางอย่างขาวๆ เล็กๆ ก็พุ่งออกมาจากแนวต้นไม้ พร้อมกับที่ร่างหนึ่งวิ่งตามมาและกระโจนเข้าไปตะครุบเจ้าตัวสีขาวที่เตรียมกระโดดหนีไว้ได้ทันก่อนที่มันจะหนีไปอีก 

ตุบ! 

“จับได้สักทีนะเจ้าตัวดี” 

แสนรักเปรยกับเจ้าขนปุยสีขาวในอ้อมแขน แล้วค่อยยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย หล่อนกอดเจ้าตัวดีที่ยุกยิกๆ ไว้ในอ้อมแขนข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ปัดเศษหญ้าที่ติดกางเกงอยู่ออก แต่เพราะเจ้าตัวหันหลังให้ศาลาไม้และไม่ได้มองมาตั้งแต่แรก จึงไม่ทันเห็นว่ามีคนอยู่ในศาลา จนกระทั่ง... 

“แสนรัก นั่นทำอะไร” 

 เสียงของคุณปู่ดังมาจากด้านหลัง คนที่กำลังอุ้มเจ้าขนปุยอยู่ถึงกับชะงัก แล้วก็รู้ด้วยว่าตอนนี้บนเกาะมีแขกมาพักหลายคน การที่หล่อนมาวิ่งไล่จับกระต่ายแบบนี้มันจึงดูไม่เหมาะอย่างยิ่ง 

‘โดนแล้วไงไอ้แสนรัก ไม่น่าเลย’  

หล่อนคิดแล้วจึงรีบหันไปขอโทษคุณปู่  

“ขอโทษค่ะคุณปู่” 

แสนรักกล่าวคำพร้อมกับยกอ้อมแขนขึ้นเล็กน้อยเหมือนกับกำลังยกมือไหว้ขอโทษผู้ใหญ่ แล้วตอนนั้นเองที่หล่อนได้เห็นว่าท่านไม่ได้อยู่คนเดียว จึงเลื่อนสายตาไปมอง ก่อนจะชะงักรอบสองเมื่อเห็นว่าแขกของคุณปู่คือ... 

“คุณศรุต!” 

 

************************************ 

 

หนีอะไรหนีได้ แต่หนีเจ้ากรรมนายเวร หนีไม่ได้ค่ะลูก5555555555 

ต่อหน้าปู่ หนูจะลื่นไหลได้อีกไหม ต้องมารอดูกัน โฮะๆๆๆๆ  

แลดูไรท์จะสะใจขนาดหนัก อิๆๆๆ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น