AlessyJay
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แชปเตอร์ที่ 6: Breaking Point

ชื่อตอน : แชปเตอร์ที่ 6: Breaking Point

คำค้น : สงคราม, แฟนตาซี, ไซไฟ, The Orion Project

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 24

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2562 19:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แชปเตอร์ที่ 6: Breaking Point
แบบอักษร

The Orion Project: สงครามล้างเผ่าพันธุ์ 

Beyond Land 

 

Chapter: 6 

...Breaking Point... 

-------------------------------------------------------- 

คริสตศักราชที่ 3343 

ณ ดาวซอร์ท 94 กาแลคซี่โซดิแอค 

 

“⌰⍜⍜☍ ⏃⏁ ⏁⊑⟒⌇⟒ ⌰⍜⍜⌇⟒⍀(ดูไอ้พวกขี้แพ้นี้สิ) ฮ่าๆๆๆ…” เสียงพูดของเหล่าเอเลี่ยนที่จับตัวของพวกฮันเตอร์ดังอยู่เรื่อยๆตลอดทางที่พวกเขาเดิน 

 

ตอนนี้เหล่าสไตรเกอร์ทั้งสามคนนั้นถูกถุงที่หนาและมีประจุอีเอ็มพีอยู่คลุมหัวเอาไว้เพื่อกันไม่ให้พวกเขานั้นเห็นทางได้และป้องกันการแสกนเส้นทางของชุดสูทของพวกเขา ลีโอที่เหมือนกำลังเดินอยู่ในความมืด เขามองไม่เห็นอะไรเลยแม้ว่าจะก้มลงมองเท้าของตัวเองก็ไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย 

 

ลีโอมีความรู้สึกว่าถูกเหล่าเอเลี่ยนที่อยู่ข้างหลังเขาคอยผลักเขาให้เดินตรงไปอยู่เป็นระยะๆ ลีโอพยายามมองซ้ายขวาเพื่อว่าจะพอเห็นเหล่าลูกทีมบ้างแต่ก็ไม่เป็นผลเลย 

 

“(มองแค่ข้างหน้าพอเว้ย!!)” เสียงของเอเลี่ยนที่คอยคุมข้างหลังเขาพูดขึ้นในภาษาที่ฟังไม่ออกพร้อมกับใช้ด้ามปืนกระแทกหัวของลีโออย่างจัง 

 

ลีโอโซเซไปข้างหน้าเล็กน้อยและก้าวเดินต่อ พวกเขาเดินกันอยู่ซักพักลีโอก็เริ่มได้ยินเสียงกลองและเสียงโห่ร้องของเหล่าผู้คนจำนวนมาก แม้ว่าเขาจะไม่เห็นแต่เขาก็พอจะรู้ได้ว่าเสียงนั้นส่งมาจากทางไหนบ้าง เสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าผู้คนต่างยินดีที่เหล่าทหารที่ได้รับชัยชนะเดินทางกลับมาถึงบ้าน  

 

“ฮุ!! ฮุ!! ฮุ!!”  

 

เสียงของเหล่าเอเลี่ยนทั้งหลายที่ดังอยู่นั้นกำลังสร้างเสียงที่ฟังดูน่าเกรงขามและปลุกใจไปในตัวทั้งยังมีเสียงกระทืบพื้นและเสียงปรบมือดังสั่นลั่นเป็นจังหวะเข้ากับเสียงกลอง เสียงเหล่านั้นเริ่มดังเข้าใกล้มาเรื่อยๆจนกระทั้งมันดังอยู่รอบๆตัวของลีโอ พวกเขาหยุดเดินลงท่ามกลางเสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งของเหล่าเอเลี่ยนทั้งหลาย 

 

“(เงียบบบ!!)”  

 

เสียงทุ่มใหญ่ดังก้องกังวาลไปทั่วจนทำให้ทั้งเสียงกลองและเสียงโห่ร้องต่างๆพากันเงียบลงทันที ลีโอได้แต่ยืนนิ่งโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย 

 

“(นับตั้งแต่วันนั้นเมื่อ 25 ปีก่อน...การมาเยือนของเหล่าสไตรเกอร์ทำให้พวกเราเจ็บปวด!! การกระทำของพวกมันทำเหมือนกับเราเป็นเพียงแค่เศษขยะไร้ค่าที่จะเขี่ยทิ้งไปเมื่อไหร่ก็ได้!! แต่วันนี้มันกลับมาและเราก็ชนะพวกมันได้อย่างง่ายดาย!!)”  

 

สิ้นเสียงทุ้มใหญ่นั้นเหล่าเสียงโห่ร้องและเสียงกลองก็ดังกลับเข้ามาเป็นจังหวะที่ปลุกใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เสียงกลองและเสียงโห่ร้องค่อยๆเงียบแผ่วเบาลงอีกครั้งก่อนที่เสียงทุ้มใหญ่นั้นจะกล่าวขึ้นอีกครั้งเมื่อสิ้นเสียง 

 

“(นี้ถือเป็นก้าวแรกในการขโมยดทคโนโลยืของพวกมันมาปรับใช้ให้เข้ากับพวกเราและซักวันหนึ่งเราจะไปทำลายล้างพวกมันบ้าง!!)”  

 

เสียงทุ้มใหญ่นั้นตะโกนกล่าวอะไรซักอย่างที่ลีโอฟังไม่ออกแต่ด้วยน้ำเสียงแล้วมันทำให้เขารู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคงกำลังโกรธหรืออะไรซักอย่างอยู่เป็นแน่ สิ้นเสียงทุ้มใหญ่นั้นทุกอย่างก็เงียบไปซักครู่ก่อนที่เสียงทุ่มใหญ่จะกล่าวเป็นภาษาที่ลีโอฟังออก 

 

“พวกแกเหล่าสไตรเกอร์ที่น่าขยะแขยง...จงออกมาจากสูทของพวกแกซะถ้ายังไม่อยากตาย”  

 

สิ้นเสียงนั้นถุงที่คลุมหัวลีโออยู่ก็ถูกดึงออก แสงสว่างของกองไฟและโคมไฟที่สว่างไสวอยู่รอบพื้นที่ มันเป็นเหมือนหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีกำแพงหินและไม้ปะปนกันไป กำแพงสูงราว 20 เมตร เหล่าเอเลี่ยนทั้งหลายใส่เพียงน้อยชิ้น ผู้ชายใส่แค่กางเกงปิดท่อนล่าง ผู้หญิงปิดหน้าอกกับท่อนล่างเท่านั้น 

 

พวกเขาจะใส่สร้อยคอที่ทำจากเคี้ยวหรืออะไรบางอย่างโดยที่แต่ละคนนั้นจะมีจำนวนเคี้ยวที่สร้อยคอไม่เท่ากันรวมถึงขนาดของเคี้ยวด้วย ร่างกายสีแดงสูงใหญ่ กำยำ มีสีแขน เหล่าสไตรเกอร์นั้นกำลังอยู่ท่ามกลางกำแพงหินที่ล้อมเป็นวงกลมอยู่โดยมีพวกเขาเหล่านั้นกำลังคืนจ้องเหล่าสไตรเกอร์ทั้งสามที่ถูกจับมัดเอาไว้จากด้านบนอัฒจันทร์ที่อยู่บนกำแพงอีกที 

 

ร่างสีแดงสูงใหญ่นั้นตบหน้าของลีโออย่างแรง 

 

“ปึง!!”  

 

เสียงของกระดูกที่กระทบเข้ากับเหล็กกล้าอย่างจังๆดังสนั่นลั่นไปทั่วกำแพง ลีโอหน้าหันจนเกือบล้ม เขาค้างท่านั้นเอาไว้ซักครู่เพราะอาการมึนที่โดนตบ  

 

“ชุดเกราะเสียหายบริเวณหัว 3%...” 

 

เสียงของชุดเกราะพูดขึ้นหลังจากที่โดนตบ ลีโอทำเสียงจิ๊จ๊ะออกมาก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมองหน้าของร่างใหญ่ร่างนั้น 

 

“ฉันบอกให้พวกแกออกจาสูทไม่ใช่หรือไง!?”  

 

ร่างใหญ่ร่างนั้นตะคอกใส่ลีโอแต่ทว่าลีโอนั้นกลับหัวเราะออกมา 

 

“ฮ่าๆๆๆ นี้แกกำลังเล่นมุขอยู่รึป่าว? บอกให้พวกฉันออกจากสูทก็เหมือนบอกให้ถอนถังออกซิเจนทั้งๆที่อยู่ใต้น้ำนั้นล่ะ…”  

 

“ปึง!!”  

 

เสียงของกระดูกกระทบกับเหล็กกล้าดังขึ้นอีกและลีโอก็หน้าหันอีกครั้ง  

 

“ชุดเกราะเสียหายบริเวณหัว...7%”  

 

ร่างใหญ่จ้องมองหน้าของลีโอด้วยสายตาที่สมเพชอยู่ซักครู่ก่อนที่จะหันไปกล่าวกับเหล่าทหารของเขา 

 

“(เห้ย...ทำยังไงก็ได้ให้ไอ้พวกนี้มันออกมาจากชุดของพวกมันซะ ฉันไม่อยากที่จะตบมันไปเรื่อยๆจนมันตายคาชุดหรอกนะ)”  

 

ร่างใหญ่พูดจบเขาก็หันหันหลังและเดินจากไปจากตรงนั้น พวกลีโอถูกผลักออกจากบริเวณนั้นเช่นกัน พวกเขากำลังถูกนำทางออกจากนอกหมู่บ้านอีกครั้งและมุ่งหน้าเข้าไปในป่าที่ต้นไม้ทั้งต้นเป็นสีแดง เหล่าร่างสูงใหญ่ทั้งต่างก็สะพายกลองนั้นตีไปเป็นจังหวะๆในระหว่างเดินทางเข้าไปในป่านั้นด้วยเช่นกัน  

 

เหล่าสไตเกอร์ถูกผลักบังคับให้เดินเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะทั้งสองข้างซ้ายขวา ลีโอหันไปมองนอร์ร่าและไบรอัน ทั้งคู่ดูใจเย็นกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ลีโอจึงใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยและหันหน้าไปมองทางตรงเช่นเดิม  

 

พวกเขาเดินไปหยุดที่เหวรอยแยกของพื้นดินแห่งหนึ่ง ณ กลางป่าหนาทึบที่มืดสนิท เสียงกลองเงียบลง พวกมันจับสไตรเกอร์ทั้งสามนั่งคุกเข่าเรียงเป็นแถวและให้หันหน้าเข้าหาพวกมัน  

 

“(พวกเราจะขอพูดอีกครั้งว่าให้แกออกมาจากสูทซะ…)”  

 

ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหน้าพวกเขาพูดขึ้นในภาษาที่ทั้งสามฟังไม่ออก ทั้งสามไม่พูดอะไรได้แต่จ้องหน้าของเหล่าเอเลี่ยน ร่างใหญ่ร่างนั้นทำสีหน้าที่เหลืออดออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปมองพวกเหล่าเพื่อนๆทหารของมันและพยักหน้าส่งสัญญาณให้เดินเข้ามาหา ร่างใหญ่อีกสองร่างเดินเข้ามายืนด้านหน้าของเหล่าสไตรเกอร์คนต่อคน 

 

พวกเขาจ้องหน้ากันอยู่ซักครู่ก่อนที่เหล่าเอเลี่ยนพวกนั้นจะถีบส่งพวกเขาที่นั่งคุกเข่าอยู่ลงไปในรอยแยกนั้น 

 

“ชิบหา*แล้วไงงงง!!”  

 

เสียงไบรอันตะโกนออกมาก่อนที่พวกเขาจะลงกระแทกพื้นอย่างแรงในวินาทีต่อมา รอยแยกนั้นไม่ได้ลึกอะไรมากนักแต่ว่าภายด้านล่างนั้นเต็มไปด้วยหมอกที่ข้อนข้างจะหนาและอากาศที่หนาวเย็นขึ้นหลายเท่าตัว 

 

“ระดับอีเอ็มพี...174%” 

 

เสียงชุดเกราะเตือนขึ้น เหล่าสไตรเกอร์ทั้งหลายต่างตกใจเล็กน้อยพร้อมกับเตรียมตัวที่จะเปิดระบบป้องกันอีเอ็มพีของชุด ก่อนที่พวกเขาจะเปิดระบบนั้นชุดเกราะของแต่ล่ะคนก็แตกกระเด็นออกมาเล็กน้อยและพวกเขาก็เปิดระบบป้องกันมันได้ก่อนที่มันจะแตกเพิ่มไปมากกว่านี้ 

 

“ฮุ้ววว...เกือบไปแล้ว”  

 

ลีโอก้มลงท้าวหัวเขาของตัวเองและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโล่งใจ นอร์ร่ามองขึ้นไปบนปากรอยแยกที่พวกเขาตกลงมา เธอไม่เห็นเหล่าพวกเอเลี่ยนที่จับตัวพวกเธอมาเลยแม้แต่คนเดียวเสียงของพวกนั้นก็ไม่มีออกมา ทุกอย่างเงียบสนิด นอร์ร่าก้มหน้าลงมามองลูกทีมของเธอ 

 

“เอาล่ะ...ตรบใดที่เรายังติดอยู่ในสนามอีเอ็มพีรุนแรงแบบนี้เราคงเปิดใช้โหมดบิดไม่ได้” 

 

นอร์ร่าพูดจบก็หันไปมองทางด้านหลังของไบรอันและลีโอ เธอเห็นเป็นช่องทางเดินต่อที่มืดสนิทและทางมันเต็มไปด้วยพื้นที่ต่างระดับ พื้นดินที่ขรุขระ รางต้นไม้แห้งๆที่แทรกพื้นดินขึ้นมา เธอชี้นิ้วไปที่ทางนั้น 

 

“เห็นนั้นไหม? ทางรอดของเราอยู่ตรงนั้นแล้วถึงแม้ว่ามันจะดูไม่เหมือนแบบนั้นเลยก็ตามทีเถอะ”  

 

ทั้งสองหันมองตามนิ้วของนอร์ร่าก่อนที่จะหันกลับมามองหน้าของนอร์ร่าอีกครั้ง นอร์ร่าเปิดอินฟาเรดของชุดเกราะและเดินผ่านระหว่างกลางของทั้งสองไป ลีโอและไบรอันมองหน้ากันด้วยท่าทางที่งงๆก่อนจะเดินตามนอร์ร่าไป 

 

ทั้งสามเดินเข้าไปในทางแห่งนั้น เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆเสียงของชุดเกราะก็เตือนพวกเขาตลอดเป็นระยะๆ 

 

“ระดับอีเอ็มพี...224% อุณหภูมิ…-38C”  

 

ชุดเกราะของพวกเขานั้นเริ่มใช้พลังงานมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่จำเป็นต้องปรับให้นักบินสไตรเกอร์อยู่รอดแต่ทว่าระบบป้องกันอีเอ็มพีชุดของนอร์ร่าและไบรอันสามารถกันได้แค่ 300% เท่านั้นเว้นแต่ชุดของลีโอที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดจึงสามารถกันได้ถึง 500% 

 

“ระดับอีเอ็มพี...289% อุณหภูมิ…-48C”  

 

นอร์ร่าหยุดเดินลงทันที่ที่เสียงเตือนของชุดเกราะกล่าวจบ ทำให้ทั้งสองคนที่เดินตามเธอมานั้นต้องหยุดลงเช่นกัน 

 

“พวกฉันเดินไปต่อมากกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะลีโอ...แต่นายยังไปได้อยู่ ฉะนั้นเดินไปดูข้างหน้าทีว่าทางออกจากตรงนี้ได้อยู่อีกไกลแค่นั้น” 

 

นอร์ร่าหันมามองหน้าลีโอ ลีโอพยักหน้าพร้อมกับกล่าวรับทราบคำสั่ง นอร์ร่าและไบรอันนั่งลงบริเวณแถวๆนั้นเพื่อพักสมองกันซักเล็กน้อย ลีโอเดินไปต่อและเสียงชุดของเขาก็กล่าวเตือนถึงปริมาณของอีเอ็มพีที่สูงขึ้นและอุณหภูมิที่ต่ำลงไปเรื่อยๆ  

 

ลีโอก้มลงมองมือและขาของเขา ที่มือและขาของเขานั้นเริ่มมีน้ำแข็งเกาะที่ตัวของชุดนั้นทำให้ลีโอต้องถึงกับวิ่งเพื่อไปหาทางออกทันที มันเป็นตลกร้ายหรือโชคที่เข้าข้างพวกเขากันแน่ก็ไม่รู้เพราะทางออกที่เป็นเนินเดินขึ้นบนพื้นผิวนั้นอยู่ไม่ห่างจากตรงที่พวกนอร์ร่าและไบรอันนั่นพักอยู่มากนัก 

 

แต่ระดับอีเอ็มพีนั้นสูงถึง 413% และอุณหภูมิที่ติดลบถึง 66C ลีโอรีบวิ่งกลับไปหาพวกของนอร์ร่าทันทีและบอกกับข่าวที่เราได้เจอมา  

 

“มีอยู่สองแบบที่เราจะได้รับนั้นก็คือ...หนึ่งเลย ชุดของเราจะต้องพังเละหรือไม่ก็รวนไม่เป็นท่าจนใช้งานไม่ได้ สองคือ...เราก็คาไปกับชุดนั้นล่ะ”  

 

เสียงของไบรอันกล่าวขึ้นมาหลังจากได้ฟังข่าวที่ลีโอนำมาบอก นอร์ร่าจึงเสนอความคิดของเธอให้กับลูกทีมของเธอ 

 

“เราจะวิ่งไปโดยใช้พลังงานของสูทอย่างเต็มที่...เมื่อระดับอีเอ็มพีขึ้นสูงถึง 350% เราจะปิดระบบป้องกันอีเอ็มพีและเปิดระบบบินและรีบพุ่งออกไปเลยโดยทันที...นั้นเป็นทางเดียวที่ฉันคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สุดที่พวกเราจะรอด มีใครมีไอเดียที่ดีกว่านี้ไหม?” 

 

นอร์ร่าถามและก็มองหน้าของเหล่าลูกทีมของเธอ ทั้งไบรอันและลีโอต่างก็ส่ายหน้า 

 

“ดีมาก...ทำตามแผนได้ เริ่ม!!” 

 

สิ้นเสียงของนอร์ร่าเธอก็ออกตัววิ่งอย่างสุดกำลัง ไบรอันและลีโอจึงออกวิ่งอย่างสุดกำลังตามหลังเธอไปอย่างติดๆ 

 

“อันตราย...ระดับอีเอ็มพีเกินขีดจำกันของโครงสร้าง...ย้ำอีกครั้ง อันตราย…”  

 

เสียงของชุดเกราะของนอร์ร่าและไบรอันกล่าวเตือนพร้อมกับหน้าจอที่เป็นสีแดงกล่ำ พวกเขานั้นร้องตะโกนออกมาอย่างสุดชีวิตเพราะว่าทางออกจากรอยแยกสู่พื้นดินนั้นอยู่ข้างหน้าของพวกเขาแล้ว ชุดเกราะของพวกเขาเริ่มบิดเบี้ยวและแตกกระเด็นออกมาเยอะขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆ  

 

“อันตราย...ระดับอีเอ็มพี 350%” 

 

“ตอนนี้ล่ะ!!” 

 

เสียงของนอร์ร่าตะโกนออกมา เธอปิดระบบป้องกันอีเอ็มพีและเปิดระบบบินพุ่งออกไปในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ร่างของเธอและไบรอันนั้นลอยออกมาจากรอยแยกนั้นและพุ่งไถลไปกับพื้นราวสิบเมตรได้ ชุดของพวกเขานั้นเละและยับเยินมาก  

 

หน้าจอจุดของนอร์ร่าและไบรอันนั้นดำมืดสนิท ลีโอที่วิ่งตามออกมาก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยดูแลทั้งสองทันที ทันใดนั้นเองชุดของนอร์ร่าก็เปิดออก 

 

“ฟู่!!” 

 

เสียงเหมือนกระทะร้อนๆโดนน้ำเย็นๆดังออกมาพร้อมกับตัวเธอที่ค่อยๆคลานออกมาจากชุด ควันสีเทาลอยออกจากชุดเยอะมากราวกับว่าปิดฟาเอาไว้และนำเข้าไปอบเป็นเวลานาน 

 

นอร์ร่านอนหงายหน้าขึ้นพร้อมกับหายใจผิดจังหวะ ลีโอเห็นดังนั้นจึงรีบออกจากชุดลงมาและหันหน้ากลับเข้าไปหยิบชุดปฐมพยาบาลแุกเฉินที่อยู่ในตัวชุดออกมา มันเป็นกล่องยาเล็กๆที่มีเข็มฉีดยาเข็มเล็กๆอยู่สามเข็ม ลีโอเปิดมันออกและหยิบออกมาเข็มหนึ่งพร้อมกับนั่งลงไปฉีดมันให้กับนอร์ร่า 

 

“ฟู่!!” 

 

เสียงเดินดังขึ้นจากด้านหลังของลีโอ เขารีบหันไปมองก็พบว่าไบรอันนั้นกำลังคลานออกมาเช่นกัน เขาไม่รอช้าที่จะรีบวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับฉีดยาอีกเข็มนั้นให้กับเขา  

 

ทั้งคู่กลับมาหายใจเป็นปกติพร้อมกับสีหน้าที่ดูสบายขึ้น นอร์ร่าค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็เห็นลีโอนั้นกำลังใช้มือของเขาตบหน้าของเธออย่างเบาๆพร้อมกับเรียกชื่อเธอ 

 

“---อร์ร่า...คุณนอร์ร่า…” 

 

นอร์ร่าเห็นหน้าของลีโอที่ไม่ได้อยู่ในชุดจึงเบิกตากว้างออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับตะคอกใส่ลีโอทันที 

 

“ไอ้เด็กบ้า!! แกออกมาจากชุดทำไม!? ยังไม่รีบกลับเข้าไปอีก เร็ว!!”  

 

ทันทีที่สิ้นเสียงของนอร์ร่า เท้าใหญ่ๆสีแดงก็ลอยเข้าหน้าของลีโออย่างจังๆจนทำให้เขานั้นกระเด็นลงไปนอนข้างๆของเธอ นอร์ร่าหันมองตามลีโอก่อนที่จะหันไปมองเจ้าของเท้านั้น นั้นคือร่างาูงใหญ่สีแดงกำลังถือปืนเล็งเธออยู่ 

 

“(น่าขยะแขยงชะมัด…)”  

 

เมื่อร่างใหญ่นั้นพูดจบก็เปลี่ยนเป็นด้ามปืนและกระแทกหน้าของเธอทันที โลกของนอร์ร่าจึงดำมืดและไร้สติในเวลาต่อมา 

 

“เอี๊ยดดดด...ปัง!”  

 

เสียงเปิดประตูเหล็กที่ครูดกับพื้นดังขึ้นและปิดลง เหล่าสไตรเกอร์ทั้งสามถูกโยนเข้าห้องขังที่มีแสงไฟจากโคมไฟสลั่วๆ ลีโอค่อยๆคลานอยู่บนพื้นซักครู่ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเซไปเซมา เขาหันไปมองลูกทีมของเขาก็พบว่าทั้งนอร์ร่าและไบรอันนั้นยังคงนอนหมดสติกันอยู่ทั้งคู่ 

 

ลีโอค่อยๆเดินไปที่ประตูเหล็กพร้อมกับถีบมันอยู่หลายครั้ง 

 

“ฮ่าๆๆ…(เหมือนกันจริงๆเลยนะ...)”  

 

เสียงของหญิงชลาที่ทุ้มใหญ่ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา ลีโอรีบหันไปมองที่ต้นเสียงนั้นและเขาก็พบข้ากับร่างสูงใหญ่สีแดงเพศหญิงที่แก่แล้วกำลังนอนตะแคงดูเขาอยู่ ลีโอจึงเดินเข้าไปหาร่างหญิงชลานั้นพร้อมกับนั่งลงและถามคำถามที่เขาอยากรู้ทันที 

 

“คุณก็โดนจับมาอย่างนั้นหรอ? เรื่องบ้าอะไรขึ้นที่นี้!?” 

 

ลีโอถามคำถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและสีหน้าที่ตึงเคลียด  

 

“(ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดว่าอะไรนะ หญิงคนนั้นก็พูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ล่ะ) ฮ่าๆๆ”  

 

หญิงชลากล่าวเสร็จก็พลิกตัวหันหลังให้กับลีโอและหลับไป ลีโอจึงเขย่าหญิงชลาคนนั้นอยู่ซักครู่ก่อนจะมีอีกเสียงทุ้งใหญ่ๆของชายวัยกลางคนดังขึ้น 

 

“เปล่าประโยชน์น่า...ยายทริมอร์หลับแล้วก็อย่างหวังจะปลุกแกให้เหนื่อยเลย…” 

 

ลีโอได้ยินดังนั้นจึงรีบหันไปมองที่ต้นเสียงทันที ร่างสีแดงที่สูงใหญ่นั้นกำลังนั่งชันเข่าอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องขัง ลีโอเอ่ยปากถามชายคนนั้นทันที 

 

“ผมเข้าใจที่คุณพูด…” 

 

“ฮึ...แล้วคิดว่าฉันเข้าใจนายไหมล่ะ?” 

 

ลีโอรีบเดินเข้าไปหาชายคนนั้นพร้อมกับถามคำถามเดิมที่ถามหญิงชลาคนนั้น 

 

“ใจเย็นๆก่อนสิ...โวยวายไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ หน้าตานายนี้เหมือนกับหญิงคนนั้นเลยนะ มานี้สิ...นั่งข้างๆฉันแล้วเดี๋ยวฉันจะเล่าอะไรให้ฟัง” 

 

To be continue... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น