อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 13 ความรู้สึกในใจ 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ความรู้สึกในใจ 100%

คำค้น : อาราญา ตราบาป ต้นกล้า อัญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2558 12:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ความรู้สึกในใจ 100%
แบบอักษร

ตอนที่ 13 ความรู้สึกในใจ

                “ทำบ้าอะไรของคุณ?”

                หญิงสาวสะบัดหน้าถามอย่างขุ่นเคืองเมื่อถูกโยนทุ่มลงไปบนเตียงกว้าง ข้อเท้าแพลงที่บวมเปล่งอยู่แล้วกลับปวดมากยิ่งขึ้นไปอีก

                “ฉันต้องถามเธอมากกว่า ว่าเธอกำลังทำบ้าอะไรอยู่...” เสียงเข้มถามกลับไปบ้างไม่สนใจต่อคำทัดทานและสีหน้าเหยเกของหญิงสาว

                “ฉันทำอะไร?”

                “รู้อยู่แก่ใจยังจะมาถามอีก เธอนี่มันหน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ”

                “ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดอะไรอยู่ ไม่ต้องอ้อมค้อมหรอกค่ะคุณโกรธอะไรฉันก็พูดออกมาตรงๆเลยดีกว่า” อัญญาดาปรับน้ำเสียงให้เย็นลง ขืนเอาไฟสาดไฟยิ่งลุกเข้าไปใหญ่ เวลานี้เธอควรเอาน้ำเย็นเข้าลูบจะดีกว่าแม้จะไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้ชายหนุ่มดูหงุดหงิดและอารมณ์เสียมากมายขนาดนี้ก็ตาม

                “ก็เธอ...”

                “ฉันทำไมคะ?” หญิงสาวเชิดหน้าย้อนถามเมื่อเห็นเขาชะงักค้างทั้งที่มือยังชี้อยู่ที่หน้าของเธอ

                “กล้าดียังไงถึงทิ้งฉันไว้ที่งานคนเดียว ฉันพาเธอมาทำงานนะไม่ใช่ให้มาอ่อยผู้ชาย”

                “ฉันเหรอทิ้งคุณ?” หญิงสาวถามขึ้นในเมื่อก็เห็นๆกันอยู่ว่าใครเป็นคนทิ้งใครก่อน เขาปล่อยให้เธอยืนยู่คนเดียวทั้งที่ไม่รู้จักใครแต่ตัวเองกับไปอี๋อ๋อกับแม่สาวทรงโตนั่น เธอก็แค่เลือกที่จะเดินออกมาเสียดีกว่า

                “ลองนึกดูสิคะ ว่าใครกันแน่ที่ถูกทิ้งคุณเองไม่ใช่เหรอที่เลือกคนอื่นและทิ้งฉันเอาไว้” คำถามของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มฉุกคิด แต่ก็ยากที่จะรับความจริงให้ขายหน้า

                “พิมพ์เป็นเพื่อนของฉัน”

                “นนท์ก็เพื่อนของฉันเหมือนกัน”

                “เพื่อนรักหน้าท้องติดกันน่ะสิไม่ว่า...”

                “ก็แล้วแต่คุณจะคิด...” อัญญาดาอ่อนใจ ต่อให้เธอพูดหรือทำอะไรเขาก็มองว่าเธอเลวร้ายไปเสียหมด หญิงสาวเลือกที่จะลุกขึ้นและเดินกระเผลกออกมาเพื่อเลี่ยงที่จะเถียงกับเขาต่อ แต่ติดที่แขนเรียวถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน

                “เจ็บมากไหม?”

                เสียงเข้มที่เอ่ยถามดูอ่อนลง อัญญาดาเองก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งมองหน้าคมคายที่ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำ เขาแค่ถามไปอย่างนั้นเองหรือ?

                “ไม่เจ็บมากหรอกค่ะ...ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อน” ตอบพลางค่อยๆบิดแขนออกจากการเกาะกุมซึ่งกฤตยชญ์เองก็ยอมปล่อยออกอย่างง่ายดาย หญิงสาวเงยหน้ามองร่างสูงอีกครั้งก่อนจะตัดใจหันหลังเดินเลี่ยงออกมา

                เธอคิดว่าเขาถามเพราะห่วงใย...แต่เปล่าเลยเธอคงสำคัญตัวผิดไปเองความว่างเปล่าและเฉยชาที่เขาแสดงออกมาผ่านทางสีหน้าทำไมเธอจะไม่เข้าใจแต่เธอก็คือเธอ...เธอจะไม่แสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด

                กฤตยชญ์ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมแม้ว่าหญิงสาวจะเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว แต่ร่างสูงยังคงไม่เคลื่อนไหว ชายหนุ่มขบคิดกับตัวเองใจใน เหตุใดเขาจึงรู้สึกอ่อนไหวและหดหู่เมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ตัวเองจงเกลียดจงชังกำลังเจ็บปวด พึ่งค้นพบว่าตัวเองกลายเป็นคนขลาดเขลาไม่กล้าแม้จะหันไปมองเธอที่เดินกระเผลกจากไปใจมันโหว่งและปวดหนึบอย่างไม่เคยเป็น ก่อนหน้านี้ต่อให้เธอต้องตายอยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่คิดจะสนใจเสียด้วยซ้ำแต่ในเวลานี้กลับต่างออกไป

                เขารู้สึกปวดร้าวและไม่ชอบใจที่เห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นไม่สนด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นใครหากใกล้ชิดเธอเขาก็อยากเข้าไปซัดให้หน้าหงายและความรู้สึกเหล่านี้แหละที่ทำให้คนที่ไม่เคยเกรงกลัวอะไรอย่างกฤตยชญ์กำลังรู้สึกกลัว...กลัวใจตัวเองที่มันคิดคดต่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพี่สาว

                ชายหนุ่มถอนหายใจออกหนักๆอย่างครุ่นคิด ก่อนจะสะบัดหัวแรงๆไล่ความว้าวุ่น พลางถอดเสื้อทักซิโด้ที่สวมใสพาดไว้แถวๆโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่ใส่ใจตามด้วยเข้มขัดหนังเงาวางลงไว้ข้าง โดยไม่ทันระวังมือหนาเผลอปัดไปโดนกระเป๋าสะพายคู่สวยของหญิงสาวที่วางอยู่ก่อนแล้วจนตกลงไปจากโต๊ะ ข้าวของในกระเป๋ากระจัดกระจายออกมาคนละทิศละทาง กฤตยชญ์มองเลยไปที่ประตูห้องน้ำเมื่อไม่มีท่าทีว่าหญิงสาวจะออกมาจึงรีบก้มลงเก็บของใส่กระเป๋าให้เธอตามเดิม เก็บไปพลางส่ายหน้าให้กับสิ่งของเพื่อความสวยความงามของผู้หญิงที่มีมากมายจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรก่อนที่มือหนาจะชะงักกับกล่องบางๆสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ดูคล้ายกับกล่องยา เมื่ออ่านดูจึงรู้ว่ามันคือ...

                ยาคุมกำเนิด...!!

                ดวงตาคมฉายแวววาวโรจน์ เมื่อสมองประมวลผลได้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ในมือคืออะไร มือหนากำมันเอาไว้แน่นราวกับต้องการให้แหลกละเอียดคามือ ประจวบเหมาะกับที่เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกและร่างบางในชุดลำรองสบายๆเดินกระเผลกออกมา กฤตยชญ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะดังเดิมโดยมีสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของอัญญาดาส่งมาให้

                เขาไปยุ่งอะไรกับกระเป๋าของเธอ?

                ชายหนุ่มหันมามองเธอพลางชูสิ่งที่ถืออยู่ในมือขึ้น ยิ่งได้เห็นสีหน้าตกใจของเธอความโกรธในใจยิ่งเพิ่มมากขึ้นพยายามกดเสียงให้นิ่งที่สุดแล้วถามเธอออกไป

                “นี่อะไร?”

                ความเงียบจากหญิงสาวยิ่งจุดไฟในตัวของเขาให้ลุกไหม้ กฤตยชญ์กำหมัดแน่นจนแขนแกร่งสั่นสะท้านก่อนจะถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงติดตะคอก

                “ฉันถามว่านี่อะไร!!!

                “คุณก็รู้อยู่แล้วจะมาถามอีกทำไม” อัญญาดาตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินเลี่ยงไปเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย แต่แขนบางกลับถูกกระชากอย่างแรงจนตัวปลิว ข้อเท้าปวดระบมขึ้นมาอีก

                “ทำไม! กลัวจะท้องกับฉันมากขนาดนั้นเลยรึไง!

                “ใช่! พอใจไหมคะ”

                คำตอบจากหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ มือหนาบีบกดแขนบางอย่างลืมตัวจนร่างบางเบ้หน้าด้วยความเจ็บ ก่อนที่เขาจะผลักเธอออกราวกับรังเกียจพร้อมทั้งชูแผงยาที่อยู่ในมือขึ้น

                “อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องมันอีก!

                “นั่นคุณจะทำอะไร?” หญิงสาวถามขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินตรงไปที่ห้องน้ำก่อนที่เสียงชักโครกจะดังขึ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคงทิ้งยาของเธอลงไปในนั้น

                “แล้วอย่าให้ฉันรู้ว่าสะเออะไปซื้อมันมาอีก” ชี้หน้าบอกด้วยความขุ่นเคืองที่ยังมีอยู่

                “มันถูต้องแล้วกับความสัมพันธ์ของเรา...”

                เสียงหวานขาดห้วงเมื่อคางมนถูกบีบด้วยมือหนาจนหน้ายู่ ดวงตากลมโตมองจ้องสบกับดวงตาคมที่วาวโรจน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

                “เธอมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้ด้วยเหรอ...อัญญาดา!

                สิ้นเสียงเข้มปากหยักก็ประกบลงมาทันทีตามด้วยรสจูบร้อนแรงหื่นกระหายอีกทั้งยังรุนแรงป่าเถื่อนในเวลาเดียวกัน หญิงสาวพยายามดินรนแต่แรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดหรือจะสู้กับแรงชายที่แข็งแกร่งกว่ามาก น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้าม...เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความผิดของเธอคืออะไร?

                กฤตยชญ์จัดการอุ้มร่างแน่งน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนโดยที่ปากหยักยังคงมอบรสจูบดูดดื่มให้กับเธออย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มเดินไปที่เตียงก่อนจะวางร่างบางลงและร่างแกร่งกำยำตามขึ้นทาบทับทันที อัญญาดาลืมตาโผล่งเมื่อรับรู้ถึงมือสากที่กำลังเลิกเสื้อตัวบางของเธอขึ้นหญิงสาวดีดดิ้นและชายหนุ่มเหมือนจะรู้ทันเขาปิดช่องทางเอาตัวรอดของเธอในทุกทาง อีกทั้งกายแกร่งที่ทาบทับอยู่ทำให้หญิงสาวแทบขยับเขยื้อนไม่ได้

                ชายหนุ่มไม่รีรอให้เวลาผ่านไปโดยเสียเปล่า จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ของทั้งเขาและเธอออกอย่างรวดเร็วด้วยความช่ำชอง ความปรารถนาและไฟสวาทที่ถูกจุดขึ้นทำให้ร่างกายเร้าร้อนแทบมอดไหม้ต้องการปลดปล่อยอย่างถึงที่สุด เขาเล้าโลมเพื่อเตรียมความพร้อมให้ร่างบางใต้ร่างเพื่อให้เธอพร้อมเตรียมรับสำหรับศึกหนักที่เขากำลังจะมอบให้ เมื่อคิดว่าเธอพร้อมแล้วกฤตยชญ์ไม่รีรอที่จะเข้าไปสัมผัสภายในตัวเธอ แม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ร่วมหลับนอนกันแต่ความสุขสมของเขากลับเพิ่มทวี อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ร่างกายของเขาต้องการเธอทุกครั้งที่ได้เจอแม้ในยามไม่เห็นหน้าก็ยังคิดถึงอยู่เสมอ...

                คิดถึงเหรอ?...

                ชายหนุ่มแอบตกใจกับความรู้สึกส่วนลึกภายในจิตใจของตัวเองแต่มันก็เป็นเรื่องที่ยากจะปฏิเสธได้ในเมื่ออัญญาดาคือผู้หญิงคนเดียวที่เข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลาใบหน้าของเธอมักจะโผล่มาทุกครั้งแม้ในยามหลับตา ชายหนุ่มพยายามคิดเสมอว่านั่นเป็นเพียงความนึกคิดเพราะความเกลียดชังจึงทำให้ภาพของเธอติดอยู่ในห่วงคำนึงของเขาแต่ปฏิกิริยาต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองทำให้หัวใจแกร่งสั่นไหวอย่างที่เคยเป็นในครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อคล้ายกันกับเธอ...อันดา

                แม้บทเพลงรักเร้าร้อนจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าจะหยุดลง แต่ภายในใจของกฤตยชญ์นั้นกลับร้อนยิ่งกว่า ชายหนุ่มสับสนและว้าวุ่นอยู่กับความคิดของตัวเองหากเขายอมรับว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับอัญญาดาคือความรัก นั่นหมายถึงเขากำลังทรยศต่อผู้หญิงที่เขารักถึงสองคนไม่ว่าจะเป็นพี่สาวอย่างกิตติยารัตน์หรือแม้แต่หญิงสาวผู้เป็นรักเดียวในใจอย่างอันดา...

                หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงถ้าเข้ารักอัญญาดาจริงๆ กับกิตติยารัตน์พี่สาวของเขาคงโกรธมากอาจถึงขั้นตัดพี่ตัดน้องไม่นับญาติซึ่งถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นจริงแต่เชื่อว่าสักวันกิตติยารัตน์จะทำใจและยอมรับได้เอง แต่กับอันดารักแรกและรักเดียวเสมอมาของเขา บอกได้เลยว่าเขาหลงรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแม้เธอจะไม่ได้สวยโดดเด่นอาจด้วยวัยที่ยังอ่อนเยาว์แต่ความอ่อนหวานและอ่อนโยนของเธอก็ทำให้เขาหลงรักในความเป็นเธออย่างช่วยไม่ได้ ชีวิตของเธอน่าสงสารเธอเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวในสถานที่ที่แสนอ้างว้างเขาและเธอได้พบกันโดยบังเอิญเมื่อตอนที่แม่ของเขาไปทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้านเด็กกำพร้าในวันเกิดครบรอบสิบห้าปีของเขาซึ่งในขณะนั้นอันดามีอายุแค่สิบสองปีเท่านั้น นับจากวันนั้นเขากลับไปหาเธอเรื่อยๆทุกวันหยุดเป็นเวลาเกือบสามปีก่อนจะถูกส่งไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเขาสัญญากับเธอว่าจะกลับมาหาและเธอก็สัญญาว่าจะรอ

                ความรักของเราทั้งสองคนเป็นความรักที่บริสุทธิ์อบอุ่นและสวยงามแม้อันดามักจะกล่าวด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ่อยครั้งว่าเราต่างกันแต่เขาก็พยายามทำให้เธอได้รู้ว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องพรรณนั้นเลยแม้แต่น้อยเราติดต่อกันเรื่อยๆผ่านทางอีเมลล์แต่เพียงสองปีแรกเท่านั้นและเธอก็เงียบหายไปไม่มีการติดต่อใดๆจากเธออีกเลย ตลอดสิบปีที่ผ่านมาใบหน้าของเธอเลือนรางแต่ชายหนุ่มยังเชื่อมั่นว่าหากได้พบเธออีกครั้งเขาต้องจำได้แน่ว่าเป็นเธอ เธอที่เขาเฝ้าคิดถึงตลอดเวลาทุกลมหายใจ แม้ด้วยความที่เป็นผู้ชายเขายอมรับว่าหลายครั้งที่เขานอกกายเธอแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะคิดนอกใจเธอ...จนกระทั้งได้มาเจอกับอัญญาดา เขานอกกายเธออีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับต่างออกไปใจของเขาสั่นไหวทุกครั้งที่เจอผู้หญิงคนนี้ ทำทุกทางเพื่อให้ได้ตัวเธอมาอยู่ใกล้ๆทั้งบีบบังคับให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพจำยอมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องสิ่งใด ในวันนี้กฤตยชญ์พึงระลึกว่าการแก้แค้นให้พี่สาวเป็นเพียงข้ออ้างของผู้ชายใจเสาะเท่านั้น...แต่ เขาจะบอกเธอได้อย่างไรกับหัวใจที่มันเริ่มรักไปแล้ว...

                ผลพวงจากบทเพลงสวาทที่แสนเร้าร้อนและยาวนานทำให้อัญญาดาผล็อยหลับไปเมื่อความเมื่อยล้าเริ่มเกาะกิน หากแต่คนที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอย่างกฤตยชญ์ยังคงสุขสมกับร่างกายเย้ายวนตรงหน้า ชายหนุ่มเฝ้าเล้าโลมเธอไม่ยอมห่าง ธารน้ำรักถูกปลดปล่อยในเนื้อสาวหลายครั้งต่อหลายครั้งจนครั้งสุดท้ายร่างแกร่งกำยำปล่อยตัวเองล้มฟุบลงกับอกงามหอบหายใจเหนื่อยถี่ ก่อนจะค่อยๆถอดถอนความเป็นชายของตนออก ยันตัวขึ้นเพื่อมองร่างบางที่นอนหลับใหลดั่งเจ้าหญิงรอจุมพิตจากเจ้าชาย

                กฤตยชญ์ก้มลงจูบปากบางก่อนจะเลื่อนไปที่พวงแก้มสีชมพูระเรื่อและจบลงที่หน้าฝากมน ชายหนุ่มเกลี่ยปอยผมที่ล่วงลงมาปิดใบหน้าหวานออกอย่างเบามือ พลางไล่นิ้วไปมากับพวงแก้มงามเบาๆอย่างหลงใหล มือหนาเอื้อมไปดึงผ้าห่มขึ้มมาห่มให้ร่างเปลือยเปล่า ก่อนจะถอดถอนหายใจออกมาเมื่อเปิดรับให้กับเสียงเรียกร้องในใจ...เขาคงรักเธอเข้าแล้วจริงๆ แต่...

                เธอรักคนอื่น เธอเป็นของคนอื่นและที่สำคัญเธอเป็นศัตรูของพี่สาว!

                ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนยกแขนเกยหน้าผากอย่างคนมีเรื่องให้ต้องคิด หรือเขาควรจะทำแบบเดิมแก้แค้นให้พี่สาวที่ต้องทนทุกข์เพราะรักสามเศร้า อย่างไรเสียเรื่องระหว่างเขาและเธอมันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วอีกอย่างเขาเองก็มีคนที่รักและต้องตามหาเธอให้เจอในสักวัน

                “ถ้าเธอไม่ใช่อัญญาดาก็คงจะดี...” เสียงเข้มเอ่ยกับตัวเองพลางมองหน้าหญิงสาวผู้หลับใหลอยู่ข้างกายก่อนจะผล็อยหลับตามไปด้วยอีกคน

 

                อัญญาดาเดินเล่นไปตามสวนหย่อมของโรงแรมที่นี่อากาศดีมากจริงๆ หญิงสาวตื่นเช้าขึ้นมาเมื่อเห็นว่ากฤตยชญ์ยังคงหลับสนิทอยู่จึงลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาสูดอากาศข้างล่าง เธอไม่ได้ต้องการจะหลบหน้าเขาเพียงแต่ต้องการเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง รู้สึกว่าช่วงนี้เธอจะอ่อนไหวง่ายเสียเหลือเกินความเข้มแข็งของสาวแกร่งอย่างอัญญาดาคนเดิมหายไปกลายเป็นคนอ่อนแอดั่งเดิม...ดังเดิมเมื่อครั้งอดีต อดีตที่เธออยากจะหลงลืมมันไปแต่ก็ไม่อาจทำได้ลงเพราะในนั้นมีคนที่ติดอยู่ในใจเธอเสมอมอแล้วแบบนี้จะให้เธอลืมอดีตได้อย่างไร...

                “ตื่นเช้าจังเลยนะสาวเมืองกรุง”

                “อ้าว! นนท์” อัญญาดาหันไปหาตามเสียงทักก็พบว่าเป็นนนท์นทีนั่นเองที่เดินเข้ามาหาพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานละลายใจมาให้จึงแกล้งแซวกลับไปบ้าง

                “หนุ่มเหนือก็ตื่นเช้าเหมือนกันนะเนี่ย...”

                “ไม่ได้สิ เดี๋ยวโดนหักเงินเดือน” นนท์นทีตอบท่าทางขี้เล่น

                “ใครจะกล้าหักเงินเดือนลูกชายเจ้าของโรงแรมกันคะคุณนนท์นที”

                “ก็เจ้าของโรงแรมน่ะสิ ถามได้”

                อัญญาดาขำกับท่าทางของเพื่อนที่ทำราวกับจะถูกหักเงินจริงๆหากเขาไม่ตั้งใจทำงานการได้พูดคุยกับนนท์นทีในเช้าที่เงียบเหงาแบบนี้ช่วยให้เธอผ่อยคลายได้มากเลยทีเดียว

                “นี่อัญทานอะไรรึยัง?”

                “ยังเลย อัญยังไม่หิวน่ะ” หญิงสาวตอบออกไปตามความเป็นจริง แต่กลับถูกชายหนุ่มรบเร้า

                “งั้นไปทานข้าวเช้ากันเถอะ ไปกินเป็นเพื่อนนนท์หน่อยนะ”

                “แต่อัญยังไม่หิว”

                “นะอัญ...”

                “ก็ได้ๆ ไปก็ไป” อัญญาดาจำยอมกับท่าทางออดอ้อนของเพื่อนชาย นนท์นทียังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนตอยเรียนเป็นอย่างไรตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ออดอ้อนให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการช่างเป็นผู้ชายที่ห่างไกลกับความรุนแรงเอาซะเหลือเกิน...แตกต่างกับ ใครบางคน!

                ที่มุมหนึ่งของโรงแรมแววตาคมกราดเกรี้ยวมองไปยังคู่หนุ่มสาวที่เดินเคียงคู่กันเข้าไปในโรงแรม กฤตยชญ์กำหมัดแน่นไม่คิดว่านี่จะเป็นสิ่งที่เขาได้เห็นในเช้าวันใหม่ที่ควรจะมีแต่เรื่องดีดี ทั้งที่คิดทบทวนกับตัวเองจนมั่นใจว่ารู้สึกอย่างไรกับเธอเขาต้องรวบรวมความกล้าแค่ไหนที่คิดจะบอกมันออกไป แต่พอตามหาเธอกลับเห็นในสิ่งที่ไม่อยากเห็น พอกันที! เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักพอจริงๆนั่นแหละ อัญญาดา!...

 

 

           

    

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น