สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 292

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2562 22:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13
แบบอักษร

หลังจากรินรดาเคาะเรียกเพียงสองหน ประตูห้องพักของชนวีร์ก็เปิดออก โดยมีดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ยื่นออกมาต้อนรับเธอแทนหน้าเจ้าของห้อง 

“ผมไม่รู้ว่าคุณชอบดอกไม้อะไร แต่เดาว่ากุหลาบน่าจะสากลที่สุด” เสียงชายหนุ่มอธิบายมาจากหลังช่อดอกไม้ ก่อนยัดเยียดใส่อ้อมแขนนางพยาบาลจำเป็น 

“ให้ดอกไม้ฉันทำไม” เธอก้มลงมองกุหลาบในมือ ทั้งยังเผลอสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ นั้นอย่างพอใจ 

“ขอบคุณไง ที่คุณช่วยดูแลผมน่ะ” ชายหนุ่มพูดเรียบ ๆ 

“แต่ฉันไม่ชอบ” คำตอบลอย ๆ ไม่ระบุว่าไม่ชอบอะไร ระหว่าง ‘คนให้’ หรือ ‘ดอกไม้’  

ถ้อยคำของรินรดาทำให้ชายหนุ่มชะงักไปแวบนึง...แต่ก็เท่านั้น ! 

“ไม่ชอบ งั้นก็ทิ้งไป” เขาพูดง่ายตามประสาคนเคยชินกับการแก้ปัญหา จากนั้นเปิดประตูกว้าง ถามว่า “คุณจะใส่ที่พยุงแขนให้ผมใช่ไหม เข้ามาสิ” 

รินรดาผลักประตูให้เปิดค้างไว้ แล้วเดินผ่านชายหนุ่มเข้าไปในห้อง วางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ตรงข้ามกับเตียงอย่างทะนุถนอมตามประสาผู้หญิง แล้วหยิบอุปกรณ์พยุงแขนไปพันให้ชายหนุ่ม 

“แน่นไปหรือเปล่า” เธอถามหลังจากแปะแถบผ้าเข้ากับตัวยึด 

ชนวีร์ส่ายหน้า “แน่นกำลังดีเลย โอเคแล้วครับ”  

รินรดาจึงเลี่ยงไปจัดยาให้ชายหนุ่มแทน ขณะที่คนเจ็บหยิบเสื้อคอวีแขนยาวมาสวมทับด้านนอกเพื่อซ่อนแผ่นพยุงแขน โดยพยายามให้หัวไหล่ขวากระเทือนน้อยที่สุด แล้วจึงเดินไปกินยาที่ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล จัดเตรียมไว้ให้ 

เธอคอยจนเขากินยาเสร็จแล้ว จึงเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเงินห้าหยวนส่งให้เจ้าของห้อง  

“นี่ค่ากาแฟที่ฉันดื่มเมื่อวาน ขอบคุณมาก”  

แม้จะเป็นเพียงครู่เดียว แต่คนเจ็บก็เห็นแวบ ๆ ว่าในกระเป๋าสตางค์ของรินรดา มีรูปผู้ชาย ! 

ชนวีร์ไม่เคยรู้จักว่าความรู้สึกที่แล่นจี๊ดอยู่ในเนื้อตัวนั้นเรียกว่าอะไร เขาตั้งคำถามในใจด้วยความพลุ่งพล่าน  

ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำไมรินรดาถึงต้องพกรูปหมอนั่นติดตัวด้วย ! 

“กาแฟที่ไหนห้าหยวน แก้วของคุณน่ะแปดหยวนต่างหาก” คนเฉโกปดเพื่อหลอกให้เธอเปิดกระเป๋าอีกหน 

รินรดาอ้าปากค้าง คงคาดไม่ถึงว่าเขาจะจุกจิกกับเรื่องหยุมหยิมแค่นี้ เธอส่ายหน้าอย่างจงใจประณามความตระหนี่ของเขา พลางล้วงเหรียญหนึ่งหยวนสามอันจากกางเกงยีน ออกมาวางบนโต๊ะและเหน็บด้วยน้ำเสียงประชดประชัน  

“นี่ย่ะ อีตางก”  

ชนวีร์ที่คอยจะดูรูปในกระเป๋าสตางค์ของหญิงสาว ซ่อนความผิดหวังแทบไม่ทัน 

รินรดาสำรวจข้าวของรอบห้องเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ลืมอะไรแล้ว จึงคว้าถุงยาจากบนโต๊ะใส่กระเป๋าสะพาย และมาหยุดไม่ไกลจากเขา 

“ฉันไม่เอาไปด้วยหรอกนะ” เธอบุ้ยหน้าไปทางช่อดอกไม้บนโต๊ะเครื่องแป้ง 

“ผมตั้งใจใช้มันขอบคุณที่คุณดูแลผมเมื่อวานนี้ แต่ถ้าคุณไม่ชอบ ก็ทิ้งไว้ที่นี่แหละ” ชนวีร์ยักไหล่แล้วสบตาหญิงสาว  

รินรดานิ่งตริตรองชั่วครู่ ผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่ชอบดอกไม้ ! แต่ที่เธอไม่อยากถือไปด้วย เพราะมันจะประเจิดประเจ้อเกินไป แล้วก็ทำให้ถูกคนในทัวร์จับตามองต่างหาก แค่คิดภาพตัวเองอุ้มกุหลาบช่อนี้ลงไปกินข้าวเช้าด้วยก็สยองแล้ว ใคร ๆ คงเดากันได้หมดว่ามันมาจากไหน ! 

หญิงสาวตัดสินใจปล่อยเลยตามเลย ให้เขาเข้าใจว่าเธอไม่ชอบดอกไม้ก็ดีเหมือนกัน 

“ไปกันเถอะ ฉันหิวแล้ว”  

“ได้ ๆ ” เขาขยับตัวกระฉับกระเฉง แล้วถามขึ้นลอย ๆ “ว่าแต่พรุ่งนี้คุณอยากได้ดอกอะไรดีล่ะ” 

รินรดาหันขวับมา ตวัดสายตาใส่ชายหนุ่มด้วยท่าทางเอาเรื่องเต็มที่ “คราวนี้คุณจะอ้างว่าอะไรอีก” 

“ถามแปลก ! ก็ขอบคุณที่คุณดูแลผมวันนี้ไง” 

หญิงสาวอยากบีบคอใครบางคนนัก กวนชัด ๆ ! แม้จะบอกตัวเองอย่างนั้น แต่ลึก ๆ แล้วในใจของเธอกลับรู้สึกปีติอย่างบอกไม่ถูก  

เวลามีคนมาทำดีด้วย ใครบ้างจะไม่ชอบ ยิ่งผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ขี้เหร่เลยสักนิด ! 

รินรดาพินิจผู้ชายตรงหน้าอย่างละเอียด ผมสีน้ำตาลเข้มที่ซอยไล่จากด้านหน้าไประบ่าด้านหลังปลายหยักโศกน้อย ๆ ดวงตาคมแฝงแววขี้เล่นรับกับเรียวคิ้วเข้มสีเดียวกันทำให้เขาดูอ่อนโยนเจ้าสำราญจนคล้ายอารมณ์ดีตลอดเวลาแม้ไม่มีรอยยิ้มวางไว้บนใบหน้าก็ตาม เขาแลมีชีวิตชีวาต่างจากท่าทีทรงอำนาจของน้องชายอย่างเห็นได้ชัด 

ความสูงและช่วงไหล่ผึ่งผายทำให้เขาดูสง่างาม บ่ากว้างของเขาก็พร้อมปกปักษ์คุ้มครองคนในอ้อมแขน ทั้งอุ้งมือแข็งแรงที่คว้าเธอไว้ตอนเกือบตกเขาที่หมู่บ้านใบชาก็อบอุ่น ปลอดภัย จนเธอนึกอยากให้เขาอยู่เคียงข้างคอยปกป้องเธอตลอดไป 

ด้วยคุณลักษณะเหล่านี้ ผนวกกับนิสัยกวน ๆ และรอยยิ้มที่ทำให้เธอเกือบยิ้มตามได้ทุกครั้ง ก็นับว่ายากพอแล้วต่อการทนทำใจแข็งกับเขาให้ได้ตลอดรอดฝั่ง 

ไม่อยากคิดเลย ว่าถ้าเขาคือผู้ชายในฝันคนนั้นจริง เธอจะยิ่งต้องใช้ความพยายามอีกมากเท่าไร เพื่อหักห้ามหัวใจ 

หญิงสาวพยายามปลุกปลอบตัวเองสุดฤทธิ์  

สู้ ๆ นะรินรดา แค่ผู้ชายกะล่อนปากหวานคนเดียว ขืนยอมให้เขาจีบติดง่าย ๆ ก็แย่ละ 

“ฉันไม่ชอบดอกไม้” รินรดาปั้นเสียงโหด อ้างเหตุผลแรกที่เท่าที่นึกออก แม้จะฟังไม่เข้าท่านักก็ตาม 

ถ้าไม่เป็นเพราะเธอดวงตก โชคไม่เข้าข้างไปซะทุกอย่าง ก็คงต้องชมว่าชนวีร์ดันเป็นคนหัวไว เพราะเขาฉวยข้ออ้างของเธอมาเป็นประโยชน์ได้อย่างน่าทึ่ง ! 

“คุณแค่ยังไม่เจอดอกไม้ที่คุณชอบต่างหากล่ะ เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมจะหาดอกไม้มาให้คุณวันละดอก หาไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะเจอดอกไม้ที่ตัวเองชอบจริง ๆ ดีไหม” เขาบอกราวกับตัวเองอยู่เมืองไทย แค่โทรศัพท์กริ๊งเดียว ร้านดอกไม้ก็พร้อมจะส่งมาให้ทันทียังไงยังงั้น 

“ไม่ดี” พยาบาลสาวส่ายหน้าประกอบ 

ชนวีร์ยักไหล่ไม่แคร์ เชื่อมั่นว่าเรื่องดื้อตาใสกับเอาแต่ใจเนี่ย เขากินขาดอยู่แล้ว ! 

ชายหนุ่มหันไปดึงกุหลาบตูมดอกนึ่งออกจากช่อส่งให้เธอ “รับทั้งช่อไม่ได้ แต่เก็บไว้ดอกหนึ่งได้ไหม ผมอยากให้คุณจริง ๆ นะ”  

ไม่ว่าจะเถียงกันยังไง สุดท้ายแล้วรินรดาก็ต้องรับกุหลาบไปเสียบลงในช่องกระเป๋าด้วยท่าทางไม่เต็มใจ เธอแอบซ่อนมันไว้มิดชิด แล้วหยิบเสื้อกันหนาวของชายหนุ่มขึ้น ขณะบอกเขาด้วยน้ำเสียงบูด ๆ  

“ฉันถือเสื้อให้ ไปกันได้แล้ว” 

“ขอบคุณครับหลิว คุณใจดีจัง” ชนวีร์ตีสนิท แล้วรีบก้าวยาว ๆ นำหน้าอีกฝ่ายไปที่ลิฟต์ทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้รินรดาเถียง ทำให้หญิงสาวต้องหอบเสื้อโค้ตวิ่งตามไปพร้อมกับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ  

ทำเป็นตีซี้ ฝากไว้ก่อนเถอะ ตาบ้า ! 

 

รายการท่องเที่ยวในเช้าวันที่สามเริ่มต้นที่ศาลเจ้าและสุสานงักฮุย ซึ่งมีลักษณะเป็นเก๋งจีนกว้างหลังคาสูง ตรงกลางภายในวางรูปปั้นขนาดเท่าตัวจริงของแม่ทัพงักฮุยไว้ โดยมีแผ่นป้ายเขียนข้อความว่า ‘เอาแผ่นดินของข้าคืนมา’ อยู่เบื้องบน ผนังรอบด้านประดับด้วยรูปวาดชีวประวัติของงักฮุย ซึ่งถูกขุนนางกังฉินชื่อฉิ่งไขว่เพ็ดทูลกับฮ่องเต้กล่าวหาว่างักฮุยทิ้งการศึก ขัดราชโองการ แล้วก็ยุยงให้ฮ่องเต้ประหารท่านแม่ทัพเสีย 

หลังงักฮุยถูกประหาร ชาวบ้านโกรธแค้นฉิ่งไขว่และภรรยา จึงปั้นแป้งเป็นเส้นติดกันทอดในน้ำมันแล้วนำมารับประทานเพื่อสาปแช่งสองสามีภรรยาใจโฉด โดยเรียกว่าอิ่วจาก้วยซึ่งแปลว่าฉิ่งไขว่ทอดน้ำมัน  

เมื่ออิ่วจาก้วยเผยแพร่เข้ามาในเมืองไทย ก็มักถูกหาบขายคู่กับขนมแปะถึ่งกอ แต่ด้วยความเข้าใจผิด คนไทยจึงเรียกชื่อขนมทั้งสองสลับกัน ทำให้อิ่วจาก้วยในตำนาน กลายเป็นแปะถึ่งกอและเรียกเพี้ยนไปเป็นปาท่องโก๋ในปัจจุบัน ส่วนขนมที่ชื่อแปะถึ่งกอจริง ๆ นั้น ทุกวันนี้หารับประทานได้ที่จังหวัดทางใต้ในชื่อขนมน้ำตาลทรายขาว 

ด้านหลังของศาลงักฮุยเป็นที่ตั้งของสุสาน เนินดินกลางลานกว้างเป็นหลุมฝังศพตั้งป้ายหินสลักชื่อไว้ด้านหน้า และมีกระถางธูปวางไว้ให้คนเคารพศพงักฮุย  

เบื้องหน้าหลุมศพคือรูปปั้นหินของหญิงชายหน้าตาอมทุกข์นั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่ สินเล่าที่มาให้ลูกทัวร์ฟังว่า  

“นี่เป็นรูปปั้นของฉิ่งไขว่และภรรยาครับ ทางการสร้างให้มานั่งขอขมาต่อท่านงักฮุย เพื่อให้สำนึกผิดต่อสิ่งที่ทำลงไป เมื่อก่อนคนที่มาเยี่ยมคารวะฮวงซุ้ยของงักฮุย มักจะถ่มน้ำลาย ปัสสาวะรด หรือไม่ก็เตะต่อยรูปปั้นด้วยความดูถูกและโกรธแค้น จนทางการต้องซ่อมแซมอยู่เป็นประจำ สุดท้ายก็เลยล้อมรั้วเหล็กเอาไว้อย่างนี้แทน”  

รินรดายกกล้องขึ้นกำลังจะถ่ายภาพรูปปั้นอยู่แล้ว ดีว่าสมพรรีบห้ามไว้ก่อน  

“คนจีนไม่ถ่ายรูปที่ฮวงซุ้ยกันนะจ๊ะหนู” 

หญิงสาวลดกล้องลง หน้าเจื่อน “หลิวลืมไปสนิทเลย ขอบคุณที่เตือนค่ะ อี๊พร”  

ชนวีร์คอยจนสมพรคล้อยหลังไปแล้ว จึงเอียงหน้ามาใกล้ผู้หญิงมั่นใจ แล้วเอ่ยถาม “โดนดุหรือครับ” 

“เรื่องของฉัน” รินรดาตีหน้ายักษ์ใส่  

ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ่งแหย่เย้าราวกับเธอเป็นเด็กเล็ก ๆ “โอ๋ ๆ ๆ ไม่เอาน่า อย่าหน้างอเลยนะ เดี๋ยวผมซื้อไอติมให้กินละกัน ดีไหม” 

“ไม่ต้องมาทะเล้นกับฉันเลย” 

“เอางั้นก็ได้ แต่บอกก่อนนะว่าถ้าไม่ให้ทะเล้น ผมก็ถนัดแต่ทำทะลึ่งซะด้วยสิ” ชนวีร์ตีหน้าเป็นย้อนทันควัน เป็นผลให้หญิงสาวตาเขียวปั้ด ! 

“ไม่ต้องมาทำทะลึ่งหรือว่าทะเล้นอะไรทั้งนั้น ฉันไม่ชอบ” 

“ล้อเล่นนิดหน่อยก็ไม่ได้ ใจร้าย” คนเจ็บบ่นกระปอดกระแปด  

เมื่อเห็นเพื่อนร่วมคณะทยอยกันเข้าไปจุดธูปคารวะหลุมศพของวีรบุรุษยอดนักรบแห่งราชวงศ์ซ่งทั้งที่ฝนตกพรำ ชนวีร์จึงสะกิดไหล่นางพยาบาลส่วนตัวพร้อมกับประกาศ “ผมอยากไหว้ท่านงักฮุย” 

“ก็ไปไหว้สิ ใครห้ามคุณล่ะ”  

“จุดธูปให้หน่อยสิ”  

จริงอยู่ว่าคำขอของเขาไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง แต่รินรดาตั้งใจแล้วว่านับจากนี้เธอต้องทำใจแข็งกับผู้ชายคนนี้ให้ได้ ถ้าเธอไม่เผลอลืมซะก่อนน่ะนะ ! 

“จุดเองสิ ฉันไม่ใช่คนใช้ของคุณนะ”  

“แต่คุณทำผมเจ็บนี่ คุณก็ต้องดูแลผมสิ” 

หญิงสาวส่ายหน้า “จำผิดแล้วย่ะ ฉันช่วยไม่ให้คุณหัวแตกต่างหาก” 

“คุณช่วยไม่ให้ผมหัวแตกน่ะใช่ แต่ผมหกล้มเจ็บแขนอย่างนี้ก็เพราะหันไปตามเสียงเรียกของคุณ ทีอันนี้ล่ะ ทำไมไม่จำไว้ด้วย” คนพูดทำหน้าซื่อ ตาแป๋ว จงใจแกล้งรินรดาเต็มที่ 

“ฉันยอมรับว่าฉันเรียกคุณ แต่คุณไม่จำเป็นต้องหันมาก็ได้นี่ ใครไปบังคับคุณกันเล่า ! ” เธอโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้และหมุนตัวตั้งท่าจะแยกไปไหว้งักฮุยคนเดียว 

“เดี๋ยวสิ คุณหลิว” ชนวีร์รีบตะโกนเรียก 

เจ้าของชื่อถอนใจ และหันกลับไปยืนเท้าสะเอว กระชากเสียงถาม “อะไรอีกล่ะ” 

“เห็นไหม คุณก็หันมาตามเสียงเรียกเหมือนกันนั่นแหละ” เขาประกาศชัยชนะอย่างยินดี “ยอมรับซะดี ๆ ว่าคุณน่ะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมเจ็บ” 

โชคดีที่รินรดากัดริมฝีปากยั้งไว้ ไม่อย่างนั้นเธอคงร้องกรี๊ดลั่น ๆ ไม่ก็วิ่งเข้าไปชกผู้ชายตรงหน้าแน่ ๆ หญิงสาวหายใจเข้าลึก ข่มความเดือดดาลลงอย่างยากเย็น  

“คุณชนวีร์” เธอกัดฟันเรียกชื่อคู่กรณีเสียงต่ำ “คุณจะหาเรื่องป่วนฉันอีกนานไหม” แม้มั่นใจว่าเธอไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เขาเจ็บตัว แต่เหตุผลของเขาก็ไม่ผิดเช่นกัน ! 

“ผมน่ะไม่ได้อยากกวนประสาทคุณเล้ย ให้ตายสิ ! ผมแค่อยากคารวะฮวงซุ้ยของท่านงักฮุยบ้างเท่านั้นเอง” ชนวีร์ทำเสียงสูง ไม่สนหรอกว่าความลิงโลดในหัวใจตอนนี้เกิดจากอะไร รู้แค่ว่าเขาสนุกที่ได้แกล้งให้เธอโกรธ วีนได้ก็ยิ่งดี เวลารินรดาโมโห ตาเธอวาววับยังกับจะพ่นไฟได้น่ะ น่าดูจะตาย ! 

หญิงสาวฮึดฮัด จนปัญญาเถียง สุดท้ายจึงทำได้แค่จิกตาใส่คนเจ็บเจ้าปัญหา ก่อนยอมไปซื้อของสักการะให้ตัวเองและชายหนุ่มแต่โดยดี 

ชนวีร์มองหญิงสาวที่กลับมาสมทบพร้อมกับธูปที่จุดมาเรียบร้อยแล้วด้วยความพอใจ เขาไม่แปลกใจสักนิดที่มีความสุขยามเห็นผู้หญิงคนนี้ทำอะไร ๆ ให้ แม้มือขาวบางยามส่งข้าวของมาจะกระแทกกระทั้น อันแสดงให้เห็นโจ่งแจ้งว่า ‘จำใจ’ ก็ตาม 

เธอจะทำอะไร ยังไงก็ช่าง แค่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงในฝันของเขา...ก็พอแล้ว 

 

ก่อนออกจากสุสานงักฮุย สินชี้ให้ลูกทัวร์ดูร้านขายของฝาก จุดนัดพบ และทางไปห้องน้ำ เพื่อให้ทุกคนแยกไปใช้บริการตามอัธยาศัย ลูกทัวร์บางคนเบ้หน้ากับกลิ่นห้องน้ำที่โชยมาตามลม จึงพากันเดินไปที่ร้านขายของฝากแทน 

พรประภาและเพื่อนซึ่งมาเที่ยวเมืองจีนบ่อยจนทำใจกับสภาพของห้องน้ำได้ ชักชวนกันเดินไปบนทางเท้าที่นองด้วยน้ำฝน โดยมีพจนาและรินรดาซึ่งหาผ้าคาดจมูกมาเตรียมไว้ ตามไปร่วมชะตากรรมอยู่ไม่ห่าง 

นลินีเสร็จภารกิจส่วนตัวก่อนใคร จึงรีบเข้าไปสำรวจลาดเลาในร้านขายของเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เมื่อเห็นเพื่อนทยอยออกจากห้องน้ำแล้ว ก็นำซองขนมที่เพิ่งซื้อไปยื่นให้ชิม  

“ชิมดูสิ พุทราเชื่อมของร้านนี้อร่อยจัง ไม่หวานแล้วก็สะอาดด้วย” 

เหล่าผู้อาวุโสล้วงถุงขนมหนุบหนับ แล้วเฮโลกันไปซื้อขนมในร้านอย่างไม่รอช้า พรประภาหันไปชวนเพื่อนใหม่ที่ยังยืนเฉย “อ้าว...เจี๊ยบ ไม่ไปด้วยกันเหรอ”  

พจนาส่ายหน้า “เชิญพี่ภาเถอะค่ะ เจี๊ยบกับอาจารย์ต้องคุมน้ำตาล ทานของหวานไม่ได้ค่ะ” 

เธอมองตามกลุ่มหกสาวใหญ่ที่ลับกายเข้าไปในร้านแล้วจึงหันมาชวนรินรดาคุย “น้องหลิวไม่เข้าไปดูของในร้านหรือคะ” 

“ไม่ดีกว่าค่ะ ขนมพวกนี้ซื้อไปก็ไม่ได้กิน” 

“ก็จริงเนอะ บางอย่างมันอร่อยแต่ตอนกินที่นี่ พอกลับบ้านเราไปแล้ว ของที่เมืองไทยอร่อยกว่าเยอะ” พจนาพยักพเยิด “เออ...พี่ว่าจะถามน้องหลิวตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ลืม น้องหลิวทำงานที่...ใช่ไหมคะ” เธอออกชื่อบริษัทโฆษณาขนาดใหญ่ระดับนานาชาติซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง 

รินรดาเอียงศีรษะด้วยความแปลกใจ “ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้หลิวลาออกมาเปิดบริษัทเองได้ปีกว่าแล้วละค่ะ” 

“ว่าแล้วเชียว พี่ทำงานที่กรม...” พจนาเอ่ยชื่อหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง “ตอนน้องหลิวเข้าไปประมูลงานคราวนั้น พี่เป็นกรรมการฯ คัดเลือกต้องวางตัวเป็นกลาง เราเลยไม่มีโอกาสได้คุยกันสักคำ แต่พี่จำน้องหลิวได้นะคะ เพราะน้องน่ะคล่อง พรีเซนต์งานเก่งมากเลย” พจนาชมโดยเลือกพูดแต่ส่วนดีที่เธอยังพอจำได้  

รินรดาหน้าเผือดไปนิดหนึ่ง เมื่อได้ยินชื่อกรมที่พจนาสังกัดอยู่ แต่ก็รีบปั้นยิ้มอย่างรวดเร็ว 

“ไม่ได้เก่งอะไรเลยค่ะ แค่อาศัยว่าพูดบ่อย ก็เลยคล่องปากเท่านั้นเอง” หญิงสาวถ่อมตัว “ขออนุญาตแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวหลิวหานามบัตรใหม่ให้พี่เจี๊ยบก่อน” เธอเปิดเป้หาสิ่งที่ต้องการ  

พจนามองเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังง่วนหาของอยู่อย่างตั้งใจ พลางหวนนึกถึงเรื่องราวที่รินรดากับลูกน้องของเธอตกเป็นข่าวอื้อฉาวและถูกหยิบยกไปแต่งแต้มเติมสี นินทากันกระกระฉ่อนไปทั้งกรมคราวนั้น !  

สีหน้าของผู้สูงวัยกว่ามีรอยเห็นใจพาดผ่านบาง ๆ แต่ก็ต้องรีบกลบเกลื่อนให้เป็นปกติ เมื่อรินรดาเงยหน้าขึ้นพร้อมกับส่งนามบัตรแผ่นเล็กมาตรงหน้า 

“หวังว่าหลิวและบริษัทฯ จะมีโอกาสได้รับใช้พี่เจี๊ยบบ้างนะคะ” เธอฝากเนื้อฝากตัวกับภรรยาอาจารย์เสน่ห์ แล้วแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอีกฝ่ายกันอย่างออกรสชาติ 

 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

 

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

 

อีบุ๊กภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >>>http://bit.ly/2U5XWXu 

ookbee >>>http://bit.ly/2YTz2Oh 

Hytexts >>>http://bit.ly/2I59t7z 

 

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

 

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น