ธีมา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

17 ตัดสินใจเพื่อลูก

ชื่อตอน : 17 ตัดสินใจเพื่อลูก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2562 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
17 ตัดสินใจเพื่อลูก
แบบอักษร

 

17 ตัดสินใจเพื่อลูก    

ยี่หวาคิดมาตลอดตั้งแต่ที่ยอมจดทะเบียนสมรสกับพฤทธิ์ เธอคงต้องกลับไปเผชิญหน้ากับปัญหาที่เมืองไทย...หากต้องการทำเพื่อเด็กๆ ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากนี้

แต่คิดถึงสิ่งที่รออยู่ หญิงสาวก็ถึงกับถอนใจ เมื่อครู่เธอเพิ่งโทรคุยกับนิธิมา โดนเพื่อนโวยใส่หูชาเลย

‘อะไรนะ แกขอลาออกจากงานที่โรงเรียนเหรอ!!?’ นิธิมาพอทราบการตัดสินใจของเพื่อนก็ร้องลั่น ตกอกตกใจ ‘เกิดอะไรขึ้นหวา แกจะไปทำงานที่ไหน มีใครทำให้แกไม่สบายใจ บอกฉันได้เลยนะ ฉันจัดการได้ ทำไมต้องถึงกับลาออกด้วยล่ะ ไม่แรงไปเหรอ?’

‘ขอโทษนะนิด แต่ฉันไม่มีทางเลือกแล้ว...น้องบิ๊กกับน้องบูมไปตามพ่อของแกมา...พอเขามาถึงก็รักใคร่กลมเกลียวกันจนฉัน...ฉันรู้สึกผิดยังไงไม่รู้สิ...’ ยี่หวาเล่าความในใจอย่างยากลำบาก...

เธอรู้สึกผิดจริงๆ มันเหมือนกับว่าเธอปิดกั้นโอกาส ที่เด็กๆจะได้รับความรักและการดูแลจากบิดาของแกมาถึงสี่ปี...น้องบิ๊กกับน้องบูมควรจะมีโอกาสที่ดีกว่านี้ หากเธอเข้มแข็งมากขึ้น...

‘ไอ้ผู้ชายที่มันข่มขืนแกน่ะเหรอ...หวา คนแบบนั้นน่ะนะจะมาดูแลเด็กๆได้ยังไง ไล่มันกลับไปเลย อย่าใจอ่อนนะ มันทำลายชีวิตแกมาแล้วครั้งนึง อย่าให้มันมาทำซ้ำอีก ไล่ไปไกลๆเลย!!’

นิธิมาทราบว่าบิดาของเด็กๆคือใคร แม้ว่ายี่หวาจะไม่เคยปริปากเอ่ยชื่อของผู้ชายคนนั้น แต่เธอก็ทราบอยู่ดี

เธอทราบมาก่อนแล้วว่าชลิตาหลงรักพฤทธิ์ ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท Ev Evolution Thailand ผู้ชายคนนั้น เป็นคนที่ชลิตาหลงรักหัวปักหัวปำ ขนาดที่ประกาศตัดขาดความเป็นเพื่อนกับยี่หวาแบบไม่ฟังเหตุผลอะไรทั้งสิ้น

ตอนที่ยี่หวากำลังเคว้งคว้าง เธอเองก็เป็นคนหอบหิ้วเพื่อนมาจากเมืองไทย แล้วไม่เคยกลับไปอีกเลยมานานถึงห้าปี

แต่ถึงไม่กลับเมืองไทย นิธิมาก็ทราบข่าวความเป็นไปในกลุ่มคนไทยที่นี่ เพราะมีเพื่อนของชลิตามาเรียนที่นี่เหมือนกัน ชลิตาเที่ยวปล่อยข่าวลือข่าวทำลายชื่อเสียงยี่หวาไปมากมาย กลุ่มเพื่อนพากันนินทาว่าร้าย เห็นยี่หวาเป็นนางมารร้าย ในขณะที่ชลิตานั้นกลายผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร มีแต่คนเอาใจช่วย  

ยิ่งคิดนิธิมาก็ยิ่งโกรธ “ชายคนนั้น”

‘ฉันไล่เขาไม่ได้น่ะสิ ถ้าฉันไล่เขา เด็กๆจะเสียใจ...ฉัน...ฉันก็เลย...เอ่อ....’

‘อะไรหวา แกทำอะไร?’ นิธิมาซักไซ้ร้อนใจ สังหรณ์ไม่ดีเลย

‘ฉันจดทะเบียนสมรสกับเขาไปแล้ว...’

‘หา!! อะไรนะ!!?’ นิธิมาร้องลั่น เสียงดังขนาดที่ทำเอายี่หวาหูชาไปชั่วขณะ “แกจะบ้าเหรอไอ้หวา แกแต่งงานกับคนที่มันข่มขืนแกเนี่ยนะ!!?”

‘ฉัน...คือ ฉัน...’

นั่นสิ ทำไมเธอถึงยอมทำตามเขาง่ายๆ มันง่ายเกินไป เธอเองยังประหลาดใจตัวเอง... 

‘แกคิดอะไรของแกยี่หวา แกเกลียดเขาไม่ใช่เหรอ ต่อให้เด็กๆหลงผิดไปชอบเขา แต่แกก็ไม่น่าจะถึงขนาดยอมแต่งงานกับเขาง่ายๆเลยนะ ผู้ชายเลวๆอย่างนั้น แกไปตกหลุมเขาได้ยังไง ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย โอ๊ย นี่ตกลงฉันมีเพื่อนเขยแล้วใช่ไหม...นี่แกอย่าบอกนะ ว่าคิดจะออกจากงาน เพราะจะตามผัวแกกลับเมืองไทยน่ะ?’

นิธิมาเดาได้ต่อมาเป็นฉากๆ

‘อืม...ฉันจะพาเด็กๆกลับไทย พวกแกควรจะได้เจอหน้า คุณปู่คุณย่า กับคุณป้าสักที...’ ยอมรับเสียงอ่อย

‘โอย...หวาเอ๊ย...นอกจากคุณปู่คุณย่าที่จะพากันถล่มแกแล้ว นังลิต้าก็รออยู่เหมือนกัน แกจะรับมือไหวเหรอ ฉันรู้นะ ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นังลิต้ามันใส่ไฟแกเอาไว้เพียบเลย...แกกลับไปจะต้องเจอศึกหนักแน่’

นิธิมาเห็นอนาคตดำทะมึนที่รอคอยอยู่ เมืองไทยสำหรับยี่หวา มันน่าสะพรึงกว่าการลำบากเลี้ยงลูกอยู่ต่างแดนเสียอีก ไหนจะความรู้สึกของเจ้าตัวเอง ไหนจะความรู้สึกของเด็กๆ...

‘เฮ้อ...ฉันรู้นิด...ฉันรู้ว่าอะไรรออยู่ แต่ว่า...ฉันไม่อยากวิ่งหนีตลอดไป...อย่างน้อยฉันก็อยากเข้มแข็ง อยากทำในสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก...’

‘เฮ้อ...มันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ...’

นิธิมาเอ่ยอย่างเหนื่อยใจแทนจริงๆ ยี่หวายังคงยืนยันว่าจะต้องกลับเมืองไทยพร้อมกับสามี นิธิมาแม้จะไม่พอใจ แต่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเพื่อน

‘เออๆ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกเลยนะ ยังไงฉันก็ยังเป็นแม่ทูนหัวของเจ้าสองแสบอยู่ มีอะไรต้องรีบบอกเลยเข้าใจมั้ย’ นิธิมาสั่ง กลัวว่าเพื่อนจะลืม เธอไม่ชอบบิดาของเด็กๆ แต่สำหรับหนูน้อยทั้งคู่นั้น นิธิมาอินเลิฟราวกับเป็นลูกของตัวเอง!

‘อืม...ขอบใจแกมากนะนิด...ถ้าไม่ได้แกช่วย ไม่รู้ว่าฉันกับลูกจะเป็นยังไง...’

‘อย่าคิดมากหวา เพื่อนก็มีไว้ช่วยเหลือกันไม่ใช่เหรอ...เออ ไหนๆแกก็จะกลับไทยแล้ว พรุ่งนี้ฉันเลี้ยงข้าวแกกับผัวแกเองนะ อยากเห็นหน้าผัวแกจะแย่’

‘อย่าเรียกเขาอย่างนั้นได้มั้ยนิด!!’

ยี่หวาโวยวาย ไม่ชินเลย ฟังแล้วจั๊กจี้หัวใจ หน้าร้อนวูบวาบไปหมด

‘ฝึกๆให้ชินได้แล้ว...แหม่...ฮ่าๆ’ นิธิมาขำที่ทำให้เพื่อนเขินอาย บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงไปทันที

ยี่หวาวางสายจากเพื่อนรักแล้วก็เดินออกจากห้องตัวเองมาที่ห้องเด็ก จึงเห็นภาพที่สามีกับลูกๆกอดกันกลมดิก ช่างอบอุ่นในหัวใจ

เธอคงตัดสินใจไม่ผิด...เธอหวังว่า ตัวเองจะเข้มแข็งและกล้าหาญพอที่จะกลับไปเผชิญปัญหาได้อย่างไม่ย่อท้อ...

เด็กๆจะต้องกลับไป อยู่ในที่ทางของแกเสียที...

 

น้องบูมหันมาเห็นมารดาก่อนใครเพื่อน เจ้าตัวป่วนรีบผละจากอ้อมแขนของบิดา วิ่งแทดๆเข้าไปดึงมือพามารดาเข้ามาร่วมวง ต้องการจะกอดกันทั้งสี่คนนั่นเอง

“แม่หวามาแย้ว กอดๆ กอดกันเยอะๆอบอุ่นดี น้องบูมชอบ” เจ้าตัวหัวเราะเห็นฟันน้ำนม ยี่หวาเดินตามแรงรั้งเท่ามดนั้น เข้ามานั่งลงข้างกับพฤทธิ์  เหลือบมองเขาเขินๆ

“กอดเยย แม่หวากับแดดดี้กอดกันจิ่” น้องบูมเชียร์เหย็งๆ แต่แล้วก็ร้องแอ่ก เพราะถูกพี่ชายเขกศีรษะอีกแล้ว

ไม่ได้แรงอะไร ไม่เจ็บเลยด้วย แต่น้องบูมเสียหน้าเข้าใจมั้ย!! 

“โง่จริงบูม กอดมันบังคับกันม่ายด้าย ต้องมาจากความสมัครใจรู้มั้ย” พี่ชายสอนน้อง แต่อีกฝ่ายนั้นส่ายหน้ากลมแป้นไปมา ไม่ยอมรับรู้ด้วย

“แดดดี้กับแม่หวาก็กอดกันจนมีพวกเรา ทำมายจากอดกันอีกไม่ได้ล่า?” น้องบูมโต้พี่ชายอย่างพาซื่อ แต่ยี่หวาแทบสำลัก!

น้องบูมเข้าใจว่า “กอดกัน” แล้วจะมีลูก!!

“โง่อีกแย้ว แค่กอดกันจามีพวกเราได้ยังไง ต้องมีการ กระทำมากกว่านั้น”

“แย้วบิ๊กรู้เหยอว่าต้องทำอะไร?” น้องบูมถาม ทั้งพ่อทั้งแม่ถึงกับชะงัก กลืนน้าลายลงคอเอื๊อก!

ไม่นะ... เด็กสี่ขวบคงไม่ ... 

“อืม ...น่าสนใจแฮะ ยังไม่เคยศึกษาเรื่องนี้เยย คงต้องศึกษาหน่อยแย้ว”

แว้ก!!! 

“ไม่ได้นะลูก หนูยังเด็กเกินไป ไม่ต้องสนใจเรื่องนี้หรอก เอาไว้โตกว่านี้ เป็นผู้ใหญ่ก่อนแล้วค่อยรู้ก็ได้" ยี่หวาห้ามปรามพ่อหนูน้อย แต่อีกฝ่ายทำหน้าฉงน

“ตอนนี้บิ๊กก้ออ่านหนังสือเรียนของพวกม.ต้น เห็นมีสอนวิธีให้เด็กเกิดด้วย”

“ไม่เอานะลูก น้องบิ๊กห้ามเข้าไปอ่านนะ แม่ไม่อนุญาต!!” ยี่หวาเสียงแข็ง หน้าแดงก่ำไปหมด นึกอยากเขกหัวตัวเอง ดันปล่อยปละลูกมากเกินไป ดูสิ...เกือบไปแล้ว!

“อืมๆ ถ้าคุณแม่ไม่แฮปปี้ บิ๊กก็จาไม่ทำ” หนูน้อยหน้าจ๋อย รีบบอกเอาใจมารดา

“น้องบิ๊กเชื่อฟังแม่อย่างนี้ น่ารักที่สุดเลยลูก” ยี่หวาลูบศีรษะเล็กๆ น้องบิ๊กไม่ได้ยิ้มแป้นแล้นเหมือนน้องบูมก็จริง แต่ทำหน้าขัดเขิน แก้มแดงเรื่อน่ารักไม่ต่างกันเลย

“บิ๊กเขิน แม่จ๋า บิ๊กเขินด้วยล่ะ” น้องบูมชี้นิ้วล้อพี่ชาย เลยถูกน้องบิ๊กเชิดหน้าใส่ ส่วนยี่หวาหัวเราะคิก

“น้องบูมอย่าล้อพี่บิ๊กสิลูก”

“บูมม่ายชอบ ก้อแม่หวาบอกว่าบิ๊กน่ารักที่สุดทำมายล่า บูมน่ารักกว่าตั้งเยอะ” หนูน้อยจอมป่วนตัดพ้อ ทำเอายี่หวาต้องดึงเจ้าสองแสบเข้ามากอดทั้งคู่

“ไม่ต้องแย่งกัน แม่หวารักทั้งสองคนเท่ากัน ไม่มีใครน้อยกว่าใคร หนูสองคนเป็นชีวิตจิตใจของแม่ทั้งคู่ ขาดใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ รู้ไหม?”

“รู้คับ” สองแสบรับคำพร้อมเพรียงกัน สามแม่ลูกกอดกันกลมดิก เด็กๆดูมีความสุข ฟินกันมาก จนเสียงกริ่งหน้าประตูบ้านดังขึ้น

“สงสัยที่สั่งให้ไปซื้อของกินจะมาส่ง รอเดี๋ยวนะ พ่อจะไปเปิดประตูเอง” พฤทธิ์ลุกไปเปิดประตู เป็นลูกน้องของเขานำอาหารมาส่งให้ตามที่สั่งจริงๆ แต่ที่เพิ่มเข้ามาก็คือเรื่องงาน

“นายครับ คุณคาร่าทราบว่านายมาที่นี่ เธอเองก็มาทำธุระที่นี่เหมือนกัน เธอติดต่อมาทางคุณจี ว่าอยากเจอกับนายครับ”

“ปฏิเสธไป บอกว่าฉันไม่วาง ฉันไม่ได้มาเรื่องงาน มาเรื่องส่วนตัว จะไม่คุยเรื่องงานตอนนี้” พฤทธิ์บอกปัด ใครจะบ้าไปคุยกับคัคนางค์ในเวลาแบบนี้

“เอ่อ...แต่คุณจีบอกมาว่า คุณคาร่ามีเรื่องสำคัญ ต้องการคุยกับนาย เธอฝากบอกมาด้วยว่า ถ้านายยอมรับนัดเธอจะไม่เสียใจแน่นอนครับ”

“เรื่องสำคัญก็ให้เธอเข้าไปคุยที่บริษัทสิ มาคุยอะไรที่นี่” พฤทธิ์ไม่สนใจ เขารู้ว่าคัคนางค์หรือคาร่านั้น คิดอะไร ดังนั้นจึงพยายามเลี่ยงหลบเธอตลอด จะไม่คุยเรื่องอื่นนอกจากงานและในเวลางานเท่านั้น “กำชับยัยจีด้วย อย่าให้เบอร์ส่วนตัวของฉันกับใคร ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าของบริษัทเราก็ตาม”

พฤทธิ์กำชับเสียงเข้ม ก่อนจะหันเดินกลับเข้าไปในบ้าน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กๆเห็นของกินมากมาย ส่งกลิ่นหอมฉุย ก็พากันวิ่งไปรอที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว

“กินๆ น้องบูมหิวแย้ว แดดดี้สั่งอาไรมาบ้าง กลิ่นหอมชามัด” ตัวแสบบอกพร้อมยิ้มแป้น อารมณ์ดี

“ถามทำไม บูมก็กินทุกอย่างอยู่แย้วนี่” น้องบิ๊กแขวะ ทำไม่รู้ไม่ชี้เมื่อถูกน้องชายตวัดตาส่งค้อนมาให้

ยี่หวาลำเลียงจานมาจัดอาหาร อมยิ้มขำสองพี่น้องเถียงกันไปมาไม่หยุด ส่วนใหญ่แล้วน้องบิ๊กจะเป็นฝ่ายฟังน้องบูมมากกว่า

“บิ๊กว่าแต่น้องบูม ตัวเองไม่ค่อยกินเอง เลือกกิน ม่ายกินเนื้อ ต่อไปตัวเล็กเป็นคนแคระ อย่ามาหาว่าน้องบูมไม่เตือนนะ คุณครูบอกว่าเด็กๆต้องกินเนื้อเยอะๆ จะได้เติบโตแข็งแรง”

“ต้องกินผักด้วยลูก อะไรมากไปก็ไม่ดี ต้องรู้จักกินให้เหมาะสม ทำให้ร่างกายสมดุล จะได้แข็งแรง” ยี่หวาสอนลูกๆ น้องบิ๊กกับน้องบูมก็รับฟังเธอดีหรอก แต่เวลาลงมือกินก็ยังเลือกกินแต่ที่ตัวเองชอบเหมือนเดิม

โชคดีที่อาหารที่พฤทธิ์สั่งมานั้น มีทั้งแบบเน้นเนื้อและผัก เด็กสองคนชอบไม่เหมือนกัน จึงไม่แย่งกันกิน น้องบิ๊กชอบทานผักสลัด เอาแต่กินผักจนเธอต้องตักเนื้อเติมให้ ตรงข้ามกับน้องบูม...ฝ่ายนี้ก็ต้องเพิ่มผัก

หนูน้อยทำหน้ายู่ ไม่ชอบผักเลย แต่มารดาทำตาดุสั่งก็เลยจำต้องกินผัก เพื่อเอาใจมารดา...

ม่ายเห็นจาอร่อยเยย น้องบูมไม่ใช่เต่านะ จะได้กินแต่ผัก แหวะ... 

ร่ำร้องในใจ แต่ไม่กล้าคายทิ้งหรอก แม่หวาจ้องมาตลอด น้องบูมเลยจำใจต้องกลืนผักกาดลงคอ เอื้อก!

จืดๆ...กรอบกร๊อบแกร๊บ อร่อยตรงไหนอ่ะ!!? 

****************************************************** 

************************************** 

**** เด็กๆใกล้จะกลับเมืองไทยแล้วนะคะ แต่ว่า มีเหตุการณ์ก่อนกลับอีกนิดหน่อย เรื่องนี้จะเน้นอ่านสบายๆนะคะ ไม่เครียดมากค่ะ เด็กๆสองคนทะเลาะกันบ้างแต่ก็รักกันมากเลย ฝากติดตามด้วยนะคะ ^______< 

ขอบคุณรีดทุกท่านมากๆเลยนะคะ ^_______^ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น