จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อจินไตย..เด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดในยามที่ต้องกระทำ

ชื่อตอน : อจินไตย..เด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดในยามที่ต้องกระทำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 147

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2562 18:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อจินไตย..เด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดในยามที่ต้องกระทำ
แบบอักษร

 

ช่วงนี้งานเยอะหน่อยค่ะ ขออภัยที่อัพช้่า..แต่..อจินไตยโหดขนาดนี้..ใครชอบนางเหมือนไรท์บ้างคะ..

นางเอกของไรท์สามคนนี่..บุคลิกคนละแบบเลย

..................

ช่วงที่ประชุมกันเพื่อวางแผนการ..

 

แม่ทัพแมวหลวงใช้ลานทราย..และกำหนดแผน..วาดผังในผืนทรายนั้น..

 

และนางวางมือที่จุดหนึ่ง..

 

“..นี่คือป่าแดง..จุดที่ยังคิดไม่ออกว่าจะรับมือศัตรูได้อย่างไร..เพราะหาจุดวางกำลังหนุนยากมาก..แต่หากต้องปะทะกันตรง ๆ ..ก็น่ากลัวอยู่..จะใช้ยาแก้ความเป็นปีศาจ..ก็ไม่อาจจะทำได้ถนัดเท่าเนินพรางแสง..”

 

มีเสียงระบายลมหายใจ..

 

“..นายแม่..ข้ามีวิธี..”นั่นคือเสียงของอจินไตย..

 

แม่ทัพแมวหลวงหรี่ตา...

 

“..ที่ข้าวิตกก็เห็นจะมีแต่ที่นี่..เพราะข้ายังคาดการณ์และหาหนทางรับมือด้วยกลอุบายกลศึกใด ๆ ได้ยากยิ่ง..”

 

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

 

“..วางใจข้าเถิดนายแม่..ข้าคิดหาวิธีได้แน่..เพียงแต่..ต้องอาศัยฝีมืออันเลิศล้ำของมุกน้อย..”

 

มุกดาราแตกตื่น..ยินดี..

 

“..ท่านพี่..ท่านจะให้ข้าทำการใด..โปรดบอกออกมา..และสั่งการได้เต็มที่..”

 

แม่ทัพแมวหลวงพูดว่า..

 

“..สถานที่แห่งนี้..เหมาะแก่การที่นาคาเกล็ดทองจะสำแดงฤทธานุภาพ..เพราะเขาควบคุมอสรพิษได้..ทำให้การรุกของเราทำได้ยากเย็นยิ่งไปกว่าเดิม..หากเขาใช้อสรพิษจู่โจมควบคู่กับทหารปีศาจ..เกรงว่าจะรับมือได้ยากยิ่ง..”

 

อจินไตยแค่นเสียง..

 

“..หากจะนับการบัญชาอสรพิษ..นาคาเกล็ดทองยังอ่อนด้อยกว่าราชันย์อสรพิษ..ศิษย์ร่วมสำนักมากมายนัก..”

 

แม่ทัพแมวหลวงยังไม่ทราบว่า..อจินไตยคิดอ่านประการใดอยู่..

 

แต่สำหรับสติปัญญาของอจินไตยนั้น..ถือว่าเลิศล้ำเป็นรองจากนางในที่นี้เท่านั้น..

 

ไม่ทราบว่าแม่ทัพแมวหลวงคิดอ่านอันใด..นางเพียงแต่พูดว่า..

 

“..ข้ามั่นใจในตัวลูก..อจินไตย..เรื่องนี้..ลูกจัดการ..”

 

เพียงเท่านี้เอง..

 

แต่แม้แม่ทัพแมวหลวงก็ไม่อาจทราบว่า..อจินไตยคิดอ่านแผนประการใดอยู่..

 

.....

 

ในเวลานี้..

 

กองกำลังที่สางฟ้ารวบรวม..ร่วมกับกองกำลังทหารปีศาจแวมไพร์..ที่บัดนี้ฟื้นคืนสติ..กลับมาเป็นชาวแคว้นสนธยาอย่างเดิม..กำลังจะผ่านป่าแดง..ซึ่งเมื่อพ้นอาณาบริเวณนี้..ก็จะเข้าเขตวังสนธยาแล้ว..

 

อจินไตย..แพคเกจ..ศศินา..ยังคงนำทัพร่วมกับองครักษ์อันดับหนึ่งแห่งตำหนักชิงพลบ..สางฟ้า..

 

และสางฟ้าก็ยกมือขึ้น..

 

ก่อนจะหันมาหาเจ้าหญิงอจินไตย..

 

“..เรียนองค์หญิง..เรากำลังจะผ่านป่าแดง..ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นแนวปะทะแนวที่สอง..”

 

อจินไตยแค่นเสียง..

 

“..คนควบคุมทหารปีศาจสมควรจะเป็นนาคาเกล็ดทอง..ชาวแคว้นธรรพ์ธารา..ซึ่งมีวิชาควบคุมอสรพิษ..”

 

“..ซึ่งอสรพิษทั้งป่าแดง..ควรจะอยู่ในอำนาจของเขาแล้ว..”สางฟ้าพูด..

 

“..รวมกับทหารปีศาจ..น่ากลัวว่า..เราจะต้านทานมิได้..”

 

แพคเกจอดพูดไม่ได้..

 

“..แล้วเราจะทำกันอย่างไรดี..”

 

อจินไตยยิ้มเล็กน้อย..สายตาของนางยังเหมือนงูเช่นเดิม..

 

“..ป่าแดงเป็นที่รก..มีต้นไม้ให้คอยแอบแฝงกาย..ทำให้ยากจะระบุว่าจะถูกโจมตีเมื่อใด..”

 

นางยกมือขึ้น..

 

“..แผนการของเราคือไม่เข้าไปยังป่าแดง..”

 

สางฟ้าพยักหน้า..

 

“..ความหมายขององค์หญิงคือ..”

 

“..วางกองกำลังไว้รอบนอก..และเราจะเผาป่าแดงให้ราบ..”

 

“..ท่านหมายถึงจะให้เราวางเพลิงเผาป่า..แต่ว่า..”สางฟ้ารู้สึกประหลาด.. “..หากจะวางเพลิงเผาป่าบริเวณนี้..พวกมันก็จะยิ่งหลบเข้าไปในส่วนลึก..”

 

“..พวกท่านไม่ต้องกังวลไป..การวางเพลิงเผาป่า..ไม่ใช่หน้าที่เรา..”

 

อจินไตยแหงนมองบนฟ้า..

 

“..แต่เป็นหน้าที่ของนาง..”

 

....

 

ในขณะนั้น..

 

มุกดาราให้คนเอาผ้าชุนน้ำมันหุ้มปลายลูกธนู..พร้อมกับจุดไฟ...

 

คนของสางฟ้าอดพูดไม่ได้..

 

“..องค์หญิง..ท่านจะยิงธนูเพลิงไปยังป่าแดง..”

 

มุกดาราพยักหน้า..

 

“..มีแต่ข้าจึงจะทำได้..เพราะเราต้องวางเพลิงบริเวณชายป่าด้านที่จะไปยังวังสนธยา..”

 

มุกดาราให้ทหารจุดไฟที่ปลายลูกธนู..และรับลูกธนูติดไฟมาเหนี่ยวขึ้นสาย..หรี่ตาเล็กน้อย..น้าวสายและ..

 

ยิงดังขวับ..

 

ลูกธนูติดไฟหายวับไปจากสายตาทุกคน..

 

มุกดาราไม่ได้ยิงไกลขนาดระยะทิวเขาเคียงเดือนไปยังป่าแดง..

 

แต่นางยิงข้ามมิติ..

 

ลูกธนูเพลิงโผล่ทะลุไปมิติไปยังเป้าหมาย..ไปตกที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่ชายป่า..

 

ที่เรียกว่าป่าแดง..เพราะไม้ของป่านี้จะแห้ง..จนใบและกิ่งไม้มีสีแดง..เหมาะกับการจุดไฟ..

 

ถ้าหากมีกำลังทหารหรือทัพอสรพิษเตรียมพร้อมในป่าแล้ว..การเผาด้วยไฟจะเป็นการทำลายการซุ่มกำลังไว้ลอบโจมตีอย่างดีที่สุด..

 

และการเผา..ขอเพียงเผาปิดทางหนีกลับที่มั่น..คือวังสนธยา..เปิดทางให้หนีไปทางที่อจินไตยสั่งให้วางกำลังรออยู่..ก็เท่ากับหนีไปให้ทหารของสางฟ้าฆ่าทำลายอย่างง่ายดาย..

 

มุกดาราเหนี่ยวน้าวธนูดอกที่สอง..สาม..สี่..พริบตายิงธนูไฟไปสิบกว่าดอก..

 

ไม่ช้า..ป่าแดงก็แดงไปด้วยเปลวเพลิง..

 

อจินไตยรุกเร้า..เร่งธาตุลม..ทำให้ลมพัดให้เปลวเพลิงลุกฮือโหม..

 

ในขณะที่ทหารของสางฟ้าตั้งแถว..และเหนี่ยวน้าวธนูเตรียมพร้อม..

 

ใครออกจากแนวชายป่า..ยิงทั้งสิ้น..

 

....

 

แผนการของอจินไตย..ทำให้นางไม่ได้ดูคล้ายกับสตรีอ่อนแอ..

 

แต่นี่เป็นความคิดที่เด็ดขาดรุนแรงอย่างเหลือเชื่อ..

 

ไฟไล่จากชายป่าด้านหนึ่ง..รุกไล่ให้สิ่งที่อยู่ในป่า..ต้องหนีไปยังอีกด้านหนึ่ง..ซึ่งมีกำลังพลของสางฟ้ารอไว้แล้ว..

 

แผนการคิดจะโจมตีในป่าแดง..กลับกลายเป็นการรนหาที่อย่างโหดเหี้ยม..

 

ทหารปีศาจถูกเปลวไฟรุกไล่จนต้องหนีออกมา..แต่ใครที่ออกมา..ล้วนถูกธนูยิงใส่กลิ้งราวยิงใส่ลูกขนุน..

 

ทหารปีศาจถูกยิงแค่คนละดอกก็พอ..เพราะลูกธนูชุบยาแก้การเป็นแวมไพร์ที่จัดทำไว้อย่างมากมาย..

 

สางฟ้าสั่งทหารองครักษ์ที่เตรียมไว้เดิมสองพันคนและนัดแนะกันแล้ว..ระดมยิงอย่างหนัก..สำหรับทหารแปดพันคนที่เพิ่งได้มาจากศึกแรก..ก็ให้ถืออาวุธคอยคุมเชิงไว้..และคอยจัดการกับงูที่หนีไฟออกมา..

 

สางฟ้าสั่งให้ยิงไม่ให้ตาย..แค่เจ็บพอที่จะให้ยาที่ธนูเข้าไปทำลายเชื้อปีศาจก็พอ..

 

ไฟโหมลุกกระหน่ำ..ในที่สุด..คนชุดทองก็โซเซออกมาอย่างทุกลักทุเล..นี่คือนาคาเกล็ดทอง..คนที่ควบคุมด่านที่สอง..และบงการอสรพิษให้ช่วยโจมตี..

 

แต่ในลักษณะที่เพลิงโหมกระหน่ำแบบนี้..งูไหนเลยจะรอดได้..

 

อย่าว่าแต่คนบงการอย่างนาคาเกล็ดทอง..ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางรอด..

 

เขาโซเซออกมา..รีบยกมือเหนือศีรษะ..ยอมแพ้แต่โดยดี..

 

แต่ก่อนที่จะถูกจับกุมตัว..ลูกธนูพุ่งหวือ..ปักที่ขาเขาสองดอก..จนเขาล้มลง..

 

สางฟ้าเข้ามาควบคุมตัวไว้..

 

“..ขออภัย..ทหารของข้ายั้งมือไม่ทัน..”

 

นาคาเกล็ดทองขบกรามอย่างเจ็บปวด..

 

อจินไตยเดินเข้ามาใกล้..

 

“..งูของท่านคงต้องตายหมด..”

 

“..เฮอะ..ใครจะคิดว่า..เจ้าหญิงอจินไตยจะโหดเหี้ยมขนาดนี้..คิดฆ่างูของข้าและชีวิตทุกชีวิตในป่าแดง..”

 

นาคาเกล็ดทองแค่นเสียง..แต่อจินไตยยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม..

 

“..ท่านมิใช่คนของแคว้นเรา..”

 

นาคาเกล็ดทองใจหาย..

 

“..นี่หมายความว่าอย่างไร..”

 

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

 

“..สำหรับข้า..ท่านตายได้..”

 

พลางวาดมือไปด้านหน้า..กระแสลมวูบขึ้น..ยกร่างของนาคาเกล็ดทอง..ลอยขึ้นบนฟ้า..

 

นาคาเกล็ดทองอุทานออกมา..เพราะร่างลอยขึ้นฟ้าทีละน้อย ๆ ..ไม่ช้าก็สูงจากพื้นดินอย่างน่ากลัว..

 

แล้วลมก็หายไป..ร่างของนาคาเกล็ดทองร่วงลงพื้น..

 

ระยะสูงขนาดนี้..เขาต้องกระแทกพื้นตายแน่นอน..

 

เจ้าหญิงอจินไตย..ท่านโหดเหี้ยมนัก..

 

ร่างเขาลอยละลิ่ว..และทั้งความสูง..ความเร็วจากการตกจากเบื้องบน..ทำให้นาคาเกล็ดทองตกใจจนน้ำลายฟูมปาก..และฉี่ราดอย่างห้ามไม่ได้..

 

แต่เขาก็ไม่ตาย..

 

เพราะอจินไตยใช้ลมรับร่างเขาไว้ก่อนจะตกถึงพื้น..

 

แต่เขาน้ำลายฟูมปาก..ช็อคไปแล้ว..

 

อจินไตยแค่นเสียง..

 

“..ปากดีนัก..”

 

คนของสางฟ้าคร่ากุมเขาไว้..มัดแน่นหนา..ทั้งที่เจ้าตัวยังช็อค..

 

อจินไตยตาแน่วแน่นิ่ง..เดินมาใกล้กับบริเวณไฟลุก..

 

และแหงนมองฟ้า..

 

ความสามารถของอจินไตยที่ค้นพบจากการใช้สายรัดเอวแห่งวาโย..คือ..การควบคุมดินฟ้าอากาศ..

 

ปฏิภาณไหวพริบ..และการสร้างสรรค์แต่ละคนจะแตกต่างกันไป.จินดาพิสุทธิ์แม้จะมีพลังแห่งธาตุลมก็จริง..แต่ก็ใช้ลมได้ในรูปแบบอื่นที่แตกต่างจากอจินไตย..

 

หรือแม้แต่การฝีกวิชาอากาศมนตรา..มุกดารากลับมีความชำนาญในการยิงธนูข้ามมิติ..แต่สำหรับคนอื่นที่ฝึกมาเช่นกันกลับทำไม่ได้เช่นเดียวกับมุกดารา..

 

นี่แปลว่า.แม้จะวิชาและความสามารถเช่นเดียวกัน..แต่ก็ยังแตกแขนงตามบุคลิกและความชำนาญได้อีกมาก

 

อจินไตยค้นพบวิธีใช้พลังแห่งวาโยควบคุมดินฟ้าอากาศ..

 

นางจึงมีความมั่นใจในการผ่านป่าแดงแห่งนี้..

 

กล้าเผาทั้งป่า..ไม่กลัวว่าจะยืดเยื้อเพราะนางมีความสามารถพิเศษด้านนี้เอง..

 

นั่นคือ..การสร้างพายุฝนฟ้าคะนอง..

 

และด้วยพายุฝน..ไหนเลยจะควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ทั้งป่าแดงไม่ได้..

 

ฝนตกหนัก..ฟ้าร้องครืน ๆ ..

 

แม้กองกำลังของสางฟ้าจะเปียกโชก...แต่สำหรับทหารที่ผ่านศึกสงคราม..ไหนเลยจะหวั่นเกรงพายุฝนเพียงแค่นี้..

 

ทหารปีศาจคืนสติด้วยธนูชุบยาแก้ไวรัสแวมไพร์..แม้จะบาดเจ็บบ้าง.แต่ก็ยังดีกว่าตาย..

 

ไม่ช้า..ฝนที่ตกหนักทำให้ไฟป่าดับมอดลง...

 

อจินไตยไล่ฝนออกไป..บรรยากาศเงียบสงบ..ควันไฟป่าที่มอดดับลอยขึ้นฟ้าฉุย ๆ ..

 

....

 

เวลานี้..ทัพของอจินไตยที่สางฟ้าเป็นคนนำทัพ..เริ่มมีจำนวนมากขึ้น..

 

และมากพอจะบุกวังสนธยาแล้ว...

 

ทัพของเจ้าหญิงผู้ทวงคืนบ้านเกิด..ข้ามป่าแดงที่ถูกเผาจนควันฉุย.แต่แม้จะถูกเผามากน้อยประการใด..ด้วยความที่เป็นป่าแดง..อีกไม่ช้านาน.ธรรมชาติจะทำให้คืนตัวเอง..

 

ระหว่างทางที่เดินทางจากป่าแดง..ก็ไม่มีการขัดขวางใด ๆ ..ตรงตามที่คาดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว..

 

จนถึงวังสนธยา...

 

ยังไม่มีการต่อต้านใดจากเทวีแวมไพร์หรือพิรุณเลือดแม้แต่น้อย..ทหารทั้งสองหมื่นคนสามารถเข้าวังอย่างง่ายดาย..

 

อจินไตยนำกำลังเข้ามาในวัง..สั่งให้ตรวจตราค้นหา..ยังไม่มีทหารปีศาจแต่อย่างใด..

 

สางฟ้าอดให้ความเห็นไม่ได้..

 

“..องค์หญิง..ที่นี่เงียบผิดปรกติ..ความจริง..สมควรมีทหารรักษาวังอยู่ด้วย..”

 

“..ท่านสางฟ้า..”อจินไตยเม้มปาก.. “..เราต้องหาท่านพ่อกับท่านลุงให้พบ..”

 

“..ข้าสั่งทหารออกค้นหาจนทั่วทั้งบริเวณวังสนธยาและตำหนักชิงพลบ..ยังไม่เห็นอันใด..”

 

อจินไตยนิ่งคิด..

 

“..พิรุณเลือดและคนบงการคนนั้น..หายไปที่ใดแล้ว..แต่ว่า..สถานที่ยังคงมีเมฆปีศาจของนางปีศาจอยู่..ประหลาดนัก..”

 

สางฟ้าอดเป็นกังวลไม่ได้.

 

“..เรียนองค์หญิง..วังสนธยาไร้ผู้คน..รวมถึงตำหนักชิงพลบ..ข้าเกรงว่า..พวกมันคงวางกลอุบายใดอยู่แน่..”

 

อจินไตยนิ่งคิด..ในขณะที่แพคเกจศศินาเข้ามาสมทบ..

 

“..อจินไตย..ฉันว่ามันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ..”แพคเกจให้ความเห็น..

 

ศศินาครุ่นคิด..

 

“..ถ้าหากพวกมันปล่อยให้เราเข้าวัง..แล้วปิดล้อมเล่า..”

 

“..ไม่มีประโยชน์..การปิดล้อมไม่ทำให้เราแพ้พ่ายแน่นอน..”อจินไตยยังคงไม่เข้าใจ..

 

ทั้งหมดอยู่ในห้องโถงที่ว่าราชการของวังสนธยา..ทหารเดินค้นหากันขวักไขว่..ยังไม่เจออันใดเลย..

 

“..หากมันหนีไปยังดินแดนห้าแคว้น..”แพคเกจออกความเห็น..

 

“..ไม่มีทาง..หากจะไปปรากฏอยู่ในดินแดนของห้าแคว้นที่เทพอสูรมีอำนาจ..พิรุณเลือดก็จะไม่มีอานุภาพพอจะทำอย่างที่นางทำในแคว้นสนธยาได้แน่..”ศศินาให้ความเห็นตามที่รู้มา..

 

อจินไตยครางอือม์..พยักหน้าให้สางฟ้า..

 

“..นำเชลยมาให้เราสอบปากคำ..”

 

เชลยหรือ..

 

ไม่กี่อึดใจ..เฒ่าไร้การุณและนาคาเกล็ดทอง..ต่างก็ถูกมัด..กลิ้งอยู่ตรงหน้าเจ้าหญิงอจินไตย..

 

ทั้งสองดูจะกระหยิ่ม..นาคาเกล็ดทองพูดว่า..

 

“..องค์หญิงอจินไตย..ท่านคงเสาะหาพิรุณเลือดและท่านผู้นั้นไม่เจอกระมัง..”

 

เฒ่าไร้การุณยังบาดเจ็บเพราะอาการถูกฟ้าผ่า..แต่ก็ยังปากดี..

 

“..ท่านแม้จะชาญฉลาด..แต่คงยังไม่อาจจะเทียบกับท่านผู้นั้นแน่นอน..”

 

อจินไตยพยักหน้าให้ศศินา..

 

อดีตเจ้าหญิงหมาป่าวางดาบเสี้ยวจันทร์ที่ลำคอของนาคาเกล็ดทอง..

 

ในขณะที่แพคเกจเงื้อหมัด..

 

“..บอกมา..นายของพวกท่านมีลูกเล่นใดอยู่อีก..”

 

นาคาเกล็ดทองยิ้ม..

 

“..ท่านจะใช้วิธีทรมาณ..ทำร้ายเรา..ไม่สมกับเป็นนักสู้ผู้กล้า..”

 

อจินไตยแค่นเสียง..

 

“..นักสู้ผู้กล้าอันใด..ข้าเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา..”

 

พูดจบ..อจินไตยก็จับมือศศินา..และปาดดาบกับคอของนาคาเกล็ดทอง..

 

นาคาเกล็ดทองล้มลง..ในขณะที่ศศินาใจหาย..ไม่คิดว่าอจินไตยจะเด็ดขาดปานนี้..

 

ดาบเสี้ยวจันทร์อาบไปด้วยเลือดของนาคาเกล็ดทอง..

 

อจินไตยหันมาทางเฒ่าไร้การุณ..พูดขึ้นว่า..

 

“..หากไม่มีประโยชน์อันใด..ก็ควรจะฆ่าทิ้ง..และการฆ่า..สำหรับข้า..แม้จะลำบากใจ.แต่หากจะต้องฆ่า..ก็จะไม่ลังเลเด็ดขาด..ท่านเป็นคนต่อไป..”

 

เฒ่าไร้การุณแค่นเสียง..

 

“..ท่านช่างโหดร้ายนัก..จะฆ่าก็ฆ่า..ไม่ต้องพูดจามากความ..”

 

อจินไตยจ้องด้วยดวงตาราวกับงูอีก..

 

ก่อนจะปิดปากเฒ่าไร้การุณไว้..

 

เฒ่าไร้การุณงงงันวูบ..แต่ก็รู้สึกเหมือนในท้องเบ่งพองขึ้น..

 

อจินไตยเอามือออก..พูดขึ้นว่า..

 

“..เวลานี้..ลมจะเข้าไปในท้องของท่าน..ให้ท่านท้องพองราวกับปลาปักเป้า..และระเบิดออกหากไม่หยุดยั้ง..ระหว่างนั้น..ท่านจะทรมาณถึงที่สุด..”

 

เฒ่าไร้การุณใจหาย..รู้สึกปวดท้องเหลือทนทาน..เพราะลมในท้องมากมายเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ..

 

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

 

“..นาคาเกล็ดทองสมควรจะดีใจที่ได้ตายเป็นคนแรก..”

 

เฒ่าไร้การุณเจ็บปวดกับการที่ลมในท้องเพิ่มขึ้นจนท้องเบ่งพองออก..ดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาณ..

 

“..นาง..นางปีศาจ..ท่าน..”เฒ่าไร้การุณได้แต่แผดด่า..

 

แต่อจินไตยยังคงยืนนิ่งและจ้องมองราวกับงูอีก..

 

นางคิดจะจ้องมองจนร่างของเฒ่าไร้การุณระเบิดคาตา..

 

“..ข้าไม่ได้ขอร้องให้ท่านบอกกล่าวอันใด..”อจินไตยยังคงพูด.. “..แต่ท่านเป็นชาวแคว้นสนธยา..บังอาจทรยศต่อบ้านเกิดเมืองนอน..เข้ากับฝ่ายศัตรู..สมควรตายอย่างทรมาณ..”

 

เฒ่าไร้การุณดิ้นทุรนทุราย..เจ็บปวดแทบขาดใจ..

 

“..อวัยวะภายในท่านจะแหลกสลาย..เริ่มจากกระเพาะลำไส้จะแหลก..ตับไตไส้พุงกระทั่งหัวใจ..ก็จะฉีกกระชากออกจากกัน..จากนั้นชีวิตจะค่อย ๆ ปลิดปลง.แต่ก่อนตาย..คงทรมาณถึงที่สุด..”

 

อจินไตยพูดและจ้องมองราวกับงูอีก..

 

ความสยดสยองที่อจินไตยพรรณนาออกมา..ทำให้เฒ่าไร้การุณหนาวเหน็บ..

 

“..ข้า..ข้ายอมแล้ว..ยอมแล้ว..”

 

“..บอกออกมา..”

 

“..ท่านผู้บงการกับพิรุณเลือดทราบว่ามีที่แห่งหนึ่งในห้าแคว้น..สามารถไปอยู่ที่นั่นได้โดยไม่มีอำนาจของเทพอสูรกล้ำกลาย..นั่นคือ..ยอดเขามัชฌิมา..แห่งเทือกเขาปัญจา..แคว้นอุตระ..”

 

อจินไตยตากระจ่างวูบ..

 

“..ในเมื่อสามารถไปยังเทือกเขาปัญจาได้..ไฉนถึงต้องหาหนทางเคลื่อนย้ายกำลังไปยังทิวเขาคนธรรพ์แคว้นธรรพ์ธาราด้วย..”

 

“..เพราะ..เพราะ..สาเหตุสำคัญคือ..ชัยภูมิ..หากเคลื่อนกำลังไปยัง..ทิวเขาคนธรรพ์..จะสามารถส่งกำลังทหารไปยังแคว้นธรรพ์ธารา..แคว้นจันทรา..และแคว้นมิลินทระได้โดยง่าย..ไม่คล้ายกับเทือกเขาปัญจาซึ่งเป็นตอนเหนือของแคว้นอุตระซึ่งไม่สามารถเคลื่อนกำลังไปรุกแคว้นอื่นได้โดยสะดวก..”

 

“..นี่แปลว่า..พิรุณเลือดกับผู้บงการ..สามารถยึดแคว้นอุตระได้แล้ว..”

 

“..ไม่..เจ้าแคว้นอุตระเพียงแต่มีสัมพันธไมตรี..และต้องการมีส่วนแบ่งสำคัญหากคนทั้งสองยึดแผ่นดินห้าแคว้นของเทพอสูรได้..”

 

อจินไตยพยักหน้า..

 

“..วังสนธยาจึงไม่มีความสำคัญอีก..หากพิรุณเลือดกับผู้บงการ..ย้ายกำลังทหารที่ตนเองมีไปยังเทือกเขาปัญจาเป็นที่ตั้งสำคัญแล้ว..และในที่นั้น..อำนาจขององค์เทพอสูรไปไม่ถึง..จึงสามารถสร้างเมฆปีศาจคุ้มครองกองกำลังของตนเองได้..เพียงแต่ใช้เวลาค้นคว้าหาทางอยู่ระยะหนึ่ง..เพื่อที่จะหาทางส่งกำลังทหารของแคว้นสนธยาไปรุกรานแคว้นต่าง ๆ ..และเราจะบุกไปทำอันใดกับกองกำลังของพิรุณเลือดกับผู้บงการก็ไม่สะดวก..เพราะหากนำกำลังข้ามแคว้นอุตระ..ก็จะต้องเป็นความบาดหมางระหว่างแคว้นแน่นอน..แผนของผู้บงการร้ายกาจนัก..”

 

เฒ่าไร้การุณเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจตายแล้ว..

 

“..องค์หญิง..ได้โปรด..ข้าบอกทุกอย่างจนสิ้นแล้ว..โปรด..ไว้..ไว้ชีวิต..”

 

อจินไตยแค่นเสียง..โบกมือวูบ..ลมในท้องของเฒ่าไร้การุณถูกขับออกจนหมด..

 

นางหันไปยังสางฟ้า..

 

“..คุมขังพวกมันทั้งสองไว้..ที่บาดเจ็บก็รักษา..”

 

สางฟ้าพยักหน้า..เฒ่าไร้การุณแม้จะเบาใจที่รอดชีวิต..แต่คำพูดที่อจินไตยกล่าว..ก็ทำให้สงสัยอยู่..

 

แทนคำตอบที่สงสัย..คนของสางฟ้าพยุงร่างของนาคาเกล็ดทองขึ้น..เขาเพียงถูกเชือดบ่า..ไม่ถูกจุดสำคัญแต่ที่ล้มลงหมดสติเพราะอจินไตยลอบใช้พลังแห่งธาตุลมกระแทกที่จุดสลบ..ฝีมือการใช้ดาบของเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาร้ายกาจนัก..ที่แท้อจินไตยเพียงแต่ขู่ขวัญเท่านั้น..

 

แพคเกจอดถามไม่ได้..

 

“..แล้วจะเอายังไงต่อ..อจินไตย..”

 

“..การลำเลียงคนคงทำไปแล้วอย่างมีระบบระเบียบ..ยอมเสียกำลังส่วนหนึ่งเพื่อต้านทานเราไว้..ทางหนึ่งก็หาทางหลบออกมา..เพราะไม่พร้อมจะปะทะ..เราเพียงหาจุดที่เป็นรอยต่อมิติ..ระหว่างแคว้นสนธยาและเทือกเขาปัญจา..ก็น่าจะสืบสาวหาทางไปยังที่มั่นของพวกมันได้..”อจินไตยยังคงนิ่งคิด..

 

สางฟ้าพูดขึ้นว่า..

 

“..เรียนองค์หญิง..ตำหนักชิงพลบที่ข้าน้อยเป็นหัวหน้าองครักษ์..เป็นแหล่งสำคัญของวิทยาการแคว้นสนธยา..ตัวตำหนักสร้างบนเส้นทางเชื่อมมิติที่หลากหลาย..เกรงว่า..พิรุณเลือดกับผู้บงการควรจะใช้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในตำหนักชิงพลบคอยกระทำการเคลื่อนย้ายกำลังพลเป็นแน่..ข้าจะนำกำลังตรวจตราค้นหาให้ทั่ว..”

 

อจินไตยพยักหน้า..สางฟ้านำกำลังพลส่วนหนึ่งออกไปเพื่อค้นหาเส้นทางเชื่อมระหว่างมิติที่ได้กล่าวไว้..ส่วนเชลยทั้งสองก็ถูกจับตัวไปคุมขัง..

 

ศศินาเช็ดเลือดที่ดาบ..เอ่ยชมเชยว่า..

 

“..ฉันเคยเป็นเจ้าหญิงหมาป่า..แม่เคยสอนให้เด็ดขาดเด็ดเดี่ยวในยามที่ต้องกระทำ..แต่ไม่คิดเลยว่า..ยังเป็นรองเธอมากนัก..อจินไตย..”

 

แพคเกจยังคงสงสัย..

 

“..แล้วพวกมันทำไมถึงท้าทายให้เราบุกเข้าวังสนธยา..เหมือนจะมีกับดักแฝงอยู่..”

 

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

 

“..พี่ค้างคาว..พวกมันเพียงวางกับดักไว้สำหรับนายแม่กับริต้าเท่านั้น..แต่พอเราเปลี่ยนแผนเป็นข้านำทัพเอง..และให้มุกดารายิงธนูข้ามมิติสนับสนุน..จึงรับมือไม่ทัน..แต่คนระดับผู้บงการชุดม่วงผู้ลึกลับ..ย่อมมีทางหนีทีไล่ไว้อย่างรอบคอบเพียงพอแล้ว..”

 

“..กับดักอะไรหรือ..ถึงใช้ได้แต่ท่านแม่ทัพกับริต้าเท่านั้น..”

 

“..หากเดาไม่ผิด..คนระดับผู้บงการชุดม่วง..อาจจะได้ครอบครองแหวนเจ้าแคว้นสนธยาแล้ว..และด้วยแหวนนี้..จะออกกฎเกณฑ์ใด ๆ สำหรับควบคุมบังคับสร้างระเบียบให้แคว้นได้โดยง่าย..เพียงแต่ระเบียบนั้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อชาวแคว้น..และหากเขาออกกฎให้คนที่ไม่ใช่ชาวแคว้นและเป็นมนุษย์อ่อนแอหรือถึงแก่ชีวิต..ก็เท่ากับกำจัดริต้ากับนายแม่ได้อย่างง่ายดาย..”

 

ศศินาพยักหน้า..

 

“..มิน่า..อาแคทถึงไม่ติดทัพมาด้วย..”

 

“..นายแม่ยังให้ข้ากับมุกดาราช่วยกันไม่ให้ริต้ามาอีกคน..”

 

“..แล้วมุกดาราล่ะ..นางก็ไม่ใช่ชาวสนธยาเหมือนกัน..”

 

“..เราไม่ทราบว่า..ผู้บงการออกกฎเกณฑ์ใดเกี่ยวกับที่นี่แต่พอจะคาดเดาได้..แต่มุกดารายังคงมีประโยชน์ในการยิงธนูผ่านมิติในระยะไกล..จึงต้องให้นางขึ้นไปบนเขาเคียงเดือนซึ่งอยู่นอกอาณาเขตของวังสนธยา..คอยสนับสนุนระยะห่าง..ท่านพี่หมาป่าคงเห็นแล้วว่านางทำได้ดีเพียงใด..”

 

ศศินาอดชมเชยในสติปัญญาของอาแคทของเธอ..และอจินไตยไม่ได้..

 

“..สำหรับฉันกับแพคเกจ..ซึ่งเป็นปีศาจต่างมิติแต่แรก..จะไม่มีผล..เพราะหากฉันกับแพคเกจได้รับผลกระทบ..พิรุณเลือดซึ่งก็เป็นปีศาจต่างมิติเหมือนกัน..จะได้รับผลกระทบด้วยใช่ไหม..”

 

อจินไตยพยักหน้า..

 

“..การเดินทัพของเรา..จะมากจะน้อย..พวกมันต้องล่วงรู้ว่า..อาแคทกับริต้าไม่ได้มาด้วย..ผิดไปจากการคาดคะเนของพวกมันตั้งแต่แรก..ดังนั้น..หากคาดไม่ผิด..พวกมันคงรีบเคลื่อนย้ายกำลังช่วงที่เราผ่านเนินพรางแสง..เพราะนั่นคือจุดที่ทำให้พวกมันรู้ว่า..แม่ทัพแมวหลวงกับองค์หญิงจินดาพิสุทธิ์..กำลังสำคัญที่พวกมันต้องการกำจัด..รู้เท่าทันกลอุบายของพวกมันนั่นเอง..”

 

แพคเกจเป่าปาก..

 

“..ใครจะคิดล่ะ..พวกมันคิดแต่จะสู้กับท่านแม่ทัพกับริต้า..เอาเข้าจริง..อจินไตย..เธอกับมุกดาราก็ไม่ใช่คนที่จะประมาทอะไรได้เลย..”

 

ศศินายิ้มเล็กน้อย..

 

“..แถมยังโหดเสียอีก..”

 

อจินไตยไม่ได้ยิ้มรับในคำหยอกล้อ..

 

เพราะนางยังหนักใจ..

 

ตราบใดที่ยังไม่เจอพ่อกับลุง..ซึ่งเป็นเจ้าแคว้นสนธยาและเจ้าตำหนักชิงพลบซึ่งเหมือนเจ้าแคว้นรองอีกคนหนึ่ง..ก็ยังเป็นที่กังวลอยู่..

 

.....

 

อจินไตยให้สางฟ้าเฝ้าที่วังสนธยาพร้อมกับทหารส่วนใหญ่..นางและสองปีศาจแห่งอนันตกาลกับทหารหลักร้อย..ก็เดินทางกลับไปยังถ้ำแห่งอากาศธาตุของท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตน..เพื่อหารือแผนการอีกครั้ง..

 

แน่นอน..เรื่องหนักใจยังคงมีอยู่..เพราะสางฟ้าค้นดูทั่วบริเวณตำหนักชิงพลบ..ก็เห็นช่องทางข้ามมิติที่เหมือนมีการใช้งานอย่างมาก..เพียงแต่..มันถูกทำลายช่องทางไปจนหมดสิ้นแล้ว..

 

นี่เป็นความชาญฉลาดของผู้บงการชุดม่วงอย่างแท้จริง..

 

อจินไตยแวะรับมุกดารา..ต่างรีบเดินทางไปยังถ้ำแห่งอากาศธาตุอย่างรวดเร็ว..

 

หลังจากถึงถ้ำ..ก็รายงานผลต่อนายแม่แมวหลวง..ก่อนจะนิ่งงันไปเพราะถือว่า..ครั้งนี้..ต่อให้ได้ชัยแต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จในภาระกิจอยู่ดี..

 

ทั้งแม่ทัพแมวหลวง..จินดาพิสุทธิ์และภรรยาทั้งสอง..แพคเกจศศินา..ยังคงนั่งล้อมวงขัดสมาธิ..โดยมีผู้เฒ่าไร้ตัวตนนั่งขัดสมาธิเป็นประธานบนแท่นหิน..

 

ท่านอดพูดไม่ได้..

 

“..ไม่นึกว่า..พวกมันจะมีกลอุบายและกลยุทธต่อเนื่อง..”

 

แม่ทัพแมวหลวงนิ่งคิด..

 

“..นี่แปลว่า..เราควรจะบุกขึ้นยอดเขามัชฌิมาเพื่อจบศึกให้เด็ดขาด..”

 

จินดาพิสุทธิ์นิ่งคิด..

 

“..นายแม่..ริต้าเคยบุกขึ้นไปบนนั้น..ครั้งที่สืบเสาะหาตำราของราชาแวมไพร์เล่มที่สาม..แม้เราจะทำลายแหล่งสร้างไฮยีน่าแวมไพร์ของพวกแคว้นอุตระที่ได้เคล็ดการสร้างมาจากตำราเล่มที่สาม..แต่ก็ไม่ยากหากจะให้พวกมันรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง..แถมตอนนี้..เทวีแวมไพร์เรนี่กับคนบงการชุดม่วง..นำเอาทหารของแคว้นสนธยาที่เป็นปีศาจไปอยู่ด้วย..เรื่องราวคงหนักหนาสาหัสขึ้น..”

 

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า..

 

“..หากพวกมันคิดค้นวิธีสร้างเมฆปีศาจเหนือดินแดนของเทพอสูรได้สำเร็จ..เกรงว่า..แคว้นทั้งห้าคงจบกัน..”

 

อจินไตยมีสีหน้าหงุดหงิด

 

“..นับจนบัดนี้..ข้ายังไม่เข้าใจ..ว่าไฉนในดินแดนห้าแคว้น..จึงมีดินแดนที่เทพอสูรไม่มีอำนาจอยู่ด้วย..”

 

ท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตนพูดขึ้นว่า..

 

“..เทพอสูรจะไม่อาจจะมีอำนาจเหนือดินแดนที่เป็นของแคว้นสนธยา..ถ้าเช่นนั้น..ยอดเขามัชฌิมา..อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับแคว้นสนธยาก็ได้..ซึ่งเรื่องนี้..แม้แต่ข้าก็ยังไม่อาจทราบ..”

 

แม่ทัพแมวหลวงนิ่งคิดครู่หนึ่ง..

 

“..เราต้องหาทางนำกำลังบุกขึ้นยอดเขามัชฌิมา..เพื่อจัดการขั้นเด็ดขาด..”

 

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

 

“..แต่เราคงไม่อาจจะนำกำลังรุกเข้าแคว้นอุตระได้แน่..”

 

แม่ทัพแมวหลวงนิ่งคิด..

 

“..พิรุณเลือดกับผู้บงการชุดม่วง..คงไม่กลับมายังแคว้นสนธยาอีกแล้ว..เพราะไม่มีความจำเป็น..สำหรับเรื่องที่เราจะต้องส่งกำลังทหารบุกขึ้นยอดเขามัชฌิมา..แคว้นอุตระ..บางที..มันอาจจะต้องใช้กลยุทธทางการฑูตเข้าช่วยเหลือ..”

 

จินดาพิสุทธิ์ถามว่า..

 

“..นายแม่คิดจะทำอย่างไร..”

 

“..หากเราให้แคว้นทั้งสี่กดดัน..และช่วยเหลือ..บางที..อาจจะประสบผล..ตอนนี้..แคว้นจันทราเป็นแคว้นของเรา..ย่อมยุ่งเกี่ยวได้เต็มที่..แคว้นมิลินทระ..เราสามารถใช้การฑูตผ่านมุกดาราซึ่งเป็นภรรยาของลูกคนหนึ่งได้..ส่วนแคว้นธรรพ์ธารา..ก็อาจจะไม่ยากที่หว่านล้อมให้คล้อยตาม..เหลือแต่แคว้นสุริยะแคว้นเดียวเท่านั้น..”

 

เฒ่าไร้ตัวตนหัวเราะเบา ๆ ..

 

“..สติปัญญาท่านแม่ทัพล้ำเลิศนัก..อาศัยกำลังร่วมสี่แคว้นกดดันแคว้นอุตระ..เพื่อยกกำลังทหารขึ้นเขามัชฌิมา..เยี่ยงนี้..แคว้นอุตระต่อให้ไม่ยอมก็ต้องยอมแล้ว..”

 

“..การเดินกลยุทธทางการฑูตเช่นนี้..ราชินีโสมมวดีน่าจะมีฝีมือพอตัว..เราควรจะกลับไปยังแคว้นจันทราเพื่อหารือกลอุบาย..เรื่องของพิรุณเลือดกับผู้บงการ..ไม่อาจจะช้าได้..”

 

มุกดาราสะท้านร่างเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าจะได้ไปแคว้นจันทรา..

 

นับตั้งแต่นางถูกยกให้เป็นภรรยาของจินดาพิสุทธิ์..นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปยังบ้านของสามีแล้ว..

 

และที่แม่ทัพแมวหลวงกับบิดาและท่านลุงของนางตกลงไว้..การแต่งงานของนางกับจินดาพิสุทธิ์..จะต้องกระทำในแคว้นจันทราเท่านั้น..เพราะถือว่า..นางเป็นคนของจันทราแล้ว..

 

แต่มุกดาราพยายามจะไม่แสดงอะไรออกมาให้ใครเห็น..

 

จินดาพิสุทธิ์กลับเห็น..ถึงกับโอบร่างนางไว้..หอมแก้มเบา ๆ ..

 

“..มุกดารา..หากไปที่แคว้นจันทรา..แม้จะมีงานใหญ่รออยู่..แต่ก็ไม่ยากหากจะเจียดสักเวลาเพื่อให้เราได้แต่งงานกันตามประเพณี..”

 

เจ้าหญิงแห่งแคว้นมิลินทระรู้สึกเก้อเขินจนพูดไม่ออก..

 

แม่ทัพแมวหลวงกระแอมเบา ๆ ..

 

“..แต่งงานตามประเพณีใช้เวลาไม่นานนัก..แต่เฉลิมฉลองจะจัดขึ้นทีหลัง..เพียงแต่รอให้เสร็จเรื่องราวเสียก่อน..มุกดารา..เจ้าคงจะรอได้กระมัง..”

 

มุกดาราเอียงอายถึงที่สุด..

 

“..นายแม่..เพียงแค่..ข้าได้..ได้..จัดพิธีแต่งงานกับท่านพี่..ข้าก็..ก็ดีใจยิ่งแล้ว..ไม่ต้องเฉลิมฉลองอันใดหรอก..”

 

แต่มุกดาราก็ถูกคน ๆ หนึ่งจับมือไว้..

 

นางคืออจินไตย..

 

อจินไตยแม้จะยังกังวล..แต่สำหรับมุกดาราแล้ว..ต่อให้กังวลสักเพียงไหน..ก็สามารถละทิ้งละวางทุกสิ่งได้เสมอ

 

“..มุกดารา..ข้ากับริต้าแต่งงานกันที่แคว้นสนธยาแห่งนี้..หากท่านจะไม่รังเกียจ..ท่านมาแต่งงานต่อหน้าท่านผู้เฒ่าแห่งแคว้นข้าเพื่อเป็นเกียรติแก่ข้าได้หรือไม่..”

 

มุกดาราก้มหน้า..อจินไตยหอมแก้มนางแผ่วเบา..

 

“..การตีชิงวังสนธยา..ท่านทำได้ดียิ่ง..ข้ารักท่าน..ใช่..ท่านถูกยกให้ริต้า..แต่ท่านจะยินดีแต่งกับข้าอีกคนหรือไม่..”

 

“..ท่านพี่..”มุกดาราอุทาน..

 

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

 

“..เธอแต่งกับอจินไตยก่อนก็ได้..เราสามคนอยู่กันแบบไม่มีใครเป็นสามีภรรยาที่แท้จริง..ดีหรือไม่..”

 

อจินไตยหันมาทางสามี..

 

“..ริต้า..ขอก่อนนะ..”

 

“..ถ้าจะหื่นมุกดาราขนาดนั้นล่ะ..”จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

 

อจินไตยมองแน่วแน่ไปยังเจ้าหญิงแห่งแคว้นมิลินทระ..

 

มุกดาราได้แต่พยักหน้าอย่างเอียงอาย..

 

ก่อนจะผวาเข้ากอดอจินไตย..

 

บทจะขอความรัก..ขอแต่งงาน..ก็ทำกันดื้อ ๆ อย่างนี้แหละ..

 

จินดาพิสุทธิ์กอดอกยิ้ม ๆ ..มองดูภรรยาทั้งสองกอดกัน..

 

ในสถานการณ์ที่เคร่งเครียด..บางทีก็มีมุมที่ทำให้ยิ้มได้เช่นกัน..

 

........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น